new normal ของงานแสดง และพิพิธภัณฑ์

ด้วยความอยากรู้ว่าจะต้องจัดการวางระบบการให้บริการผู้คนอย่างไร ก็เลยไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์เพื่อดูวิธีการจัดการ ที่นี่เป็นศูนย์กลางของวิทยาศาสตร์ของประเทศ การจัดนิทรรศการที่เน้นเรื่องความปลอดภัย ระวังการติดเชื้ออย่างเต็มที่น่าจะได้รับการออกแบบมาอย่างเหมาะสมและน่าเชื่อถือที่สุด

เริ่มจากการลงทะเบียนทางเว็บไซต์ว่าเราจะมาเที่ยว ทางเจ้าของสถานที่น่าจะจำกัดจำนวนคนที่จะลงทะเบียนเข้าชมเอาไว้ว่าไม่เกินจำนวนที่รัฐบาลกำหนด คนที่ลงทะเบียนจากทางบ้าน เมื่อมาถึงสถานที่แล้วก็จะยังเข้าไม่ได้ทันที ต้องผ่านจุดคัดกรอง ตรวจอุณหภูมิ หากต่ำกว่า 37 ก็จะอนุญาตให้ผ่านเข้าไปได้ จากนั้นก็ต้องไปนั่งรอในพื้นที่ที่จัดไว้ เก้าอี้นั่งรอก็จะวางห่างกันประมาณ 1.5 เมตร เมื่อตรวจสอบคนที่นั่งรอกับรายชื่อที่แจ้งไว้เรียบร้อยแล้วก็จะอนุญาตให้เข้าได้ โดยจะติดสติ๊กเกอร์ไว้ที่เสื้อเพื่อเป็นสัญญลักษณ์ว่าผ่านการลงทะเบียนและได้รับอนุญาตให้เข้าแล้ว และเราต้องสแกนแอพไทยชนะด้วยเพื่อ check in

IMG_20200607_094305

ระหว่างทางที่เดินผ่านก็จะเห็นสติ๊กเกอร์ที่พื้นอยู่ตลอดทาง เก้าอี้นั่งพักระหว่างทางก็มีสติ๊กเกอร์เตือนเอาไว้ว่าให้พยายามรักษาระยะห่างของแต่ละคนไว้ อย่าเผลอเข้าใกล้กัน

IMG_20200607_101144

ที่จุดแสดงข้อมูลภายในพิพิธภัณฑ์ ทุกจุดที่อาจจะต้องใช้มือสัมผัสกับสิ่งของหรือหน้าจอ ก็จะมีเจลแอลกอฮอล์วางไว้ข้างๆเลย เมื่อกดเล่นหน้าจอแสดงผลเรียบร้อยแล้วก็ให้กดเจลแอลกอฮอล์เพื่อล้างมือเลย เจลจะถูกวางไว้ทั่วบริเวณ

IMG_20200607_095529
IMG_20200607_113606

เมื่อถึงเวลามื้อกลางวัน เราออกจากพิพิธภัณฑ์ก็สแกน qrcode ไทยชนะของพิพิธภัณฑ์เพื่อ check out แล้วไปที่โซนขายอาหารจะล้อมรั้วเอาไว้ มีจุดเช็คอิน มี qrcode ของไทยชนะที่เราต้องสแกนเพื่อ check in ก่อนแล้วค่อยเดินเข้า จะมีเจ้าหน้าที่แจกบัตรติดเสื้อ บนบัตรจะมีตัวเลขบอก เขาใจว่าจำนวนบัตรจะเท่ากับจำนวนคนที่สามารถเข้าโรงอาหารได้ตามข้อกำหนด โรงอาหารแคบก็อาจจะมีจำนวนคนได้รับอนุญาตน้อย ซึ่งเลขที่ติดอยู่บนบัตรจะเรียงลำดับจาก 1 ไปถึงจำนวนที่กำหนด หากบัตรถูกแจกหมด ก็คงจะยังไม่ให้คนใหม่เข้า คนเก่าที่ใช้บริการพื้นที่เสร็จแล้วก็ควรจะรีบออกมา แล้วรีบคืนบัตรให้กับเจ้าหน้าที่เพื่อนำไปให้คนอื่นได้เวียนใช้

IMG_20200607_113353

โต๊ะนั่งทานอาหารจะเป็นแบบโต๊ะยาว คนนั่งจะนั่งหัวโต๊ะ ไม่หันหน้าเข้าหากัน บน
โต๊ะมีสติ๊กเกอร์ติดไว้เพื่อบกว่าต้องนั่งมุมนี้ โต๊ะ 1 ตัวนั่ง 2 คน การรับบัตรคิวแล้วเข้ามานั่งกินนั่นแปลว่าเราได้ที่นั่งแน่นอน แบบนี้ประเสริฐ

IMG_20200607_114431

IMG_20200607_112539

บนโต๊ะจะมีสติ๊กเกอร์เตือนให้เว้นระยะห่าง และเมื่อเรากินอาหารเสร็จ นำภาชนะไปทิ้งที่ถังขยะกันเอง แล้วตอนเดินออกให้คืนบัตรเลขคิว และสแกน qrcode ไทยชนะของศูนย์อาหารเพื่อ check out

IMG_20200607_114652

หากเราแวะร้านขายของที่ระลึก ก็ต้องสแกน qrcode ของร้านขายของเพื่อ check in ซึ่งตรงนี้เพิ่งจะได้เห็นว่า มีระบุจำนวนคนเอาไว้ด้วย ตัวเลข 28 น่าจะหมายถึงจำนวนคนที่มากที่สุดที่ยอมให้อยู่ในร้านขายของที่ระลึกพร้อมกัน ซึ่งก็ถือว่าไม่มาก ไม่น้อย และเมื่อซื้อสินค้าแล้ว เมื่อออกจากร้านก็ต้องสแกน qrcode อีกครั้งเพื่อ check out

IMG_20200607_114727

IMG_20200607_140431

โต๊ะจัดกิจกรรม จัดตำแหน่งการนั่งทำไว้ที่หัวมุมโต๊ะ โต๊ะละ 2 คน ระยะห่างของสองคนนี้น่าจะประมาณ เกือบ 2 เมตร

IMG_20200607_142512

ที่ห้องน้ำก็มีคำเตือนให้เว้นระยะห่าง และติดสติ๊กเกอร์ไว้ตั้งแต่ในห้องน้ำ แล้วค่อยๆต่อแถวออกมานอกห้อง โดยสติ๊กเกอร์จะติดห่างกันประมาณ1.5-2 เมตร หากคนใช้ห้องน้ำเยอะ ก็คงจะต้องยืนรอที่สติ๊กเกอร์

ตกอยู่ในภวังค์ กับ งานวิจัยของในหลวง

ที่พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า ตั้งอยู่ในรั้วเดียวกับพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ เพิ่งเปิดทำการเมื่อปี พ.ศ. 2562 พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นสถานที่ให้ความรู้ที่หลากหลายและทันสมัย เหมาะกับการพาลูกไปเดินเล่นสักหลายๆชั่วโมง และส่วนหนึ่งในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก็จะมีงานแสดงผลงานของในหลวงรัชกาลที่ 9

ผมพาลูกไปเดินดูในพิพิธภัณฑ์หลายครั้ง และมีโอกาสได้หยุดเก็บรายละเอียดนานๆ เพราะพาลูกไปเข้าเวิร์คช็อปทำสิ่งประดิษฐ์ 1 ชั่วโมง เลยได้มีโอกาสอ่านข้อมูลของในหลวงอย่างละเอียด และไปพบกับ โครงการวิจัยตัวหนึ่งชื่อ โครงการแกล้งดิน ซึ่งเป็นชื่อที่แปลกประหลาด แต่ก็ดูลึกล้ำกับแนวคิดมาก

IMG_20200607_134108

การแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นสิ่งที่พระมหากษัตริย์ไทยพระองค์นี้ได้ทำด้วยเวลาเกือบทั้งชีวิตของท่าน พระมหากรุณาธิคุณสูงลิบจนไม่น่าจะมีใครทุ่มเทเพื่อคนอื่นได้เท่านี้อีกแล้ว ไม่ใช่เพียงแค่เวลาที่มอบให้กับประชาชน แต่คุณภาพของงานก็อยู่ในระดับสูง งานวิจัยหลายงานแก้ปัญหาให้กับชาวบ้านได้อย่างฉลาดล้ำ จะมีกษัตริย์ที่ไหนที่เป็นนักคิด นักประดิษฐ์ และนักวิทยาศาสตร์ ที่เพียบพร้อมขนาดนี้

IMG_20200607_134055

ผมอ่านแนวคิดของโครงการแกล้งดินแล้วก็ตกอยู่ในอาการทึ่ง และรู้สึกภาคภูมิใจไปพร้อมกัน ในฐานะประชาชน งานนี้แก้ปัญหาได้อย่างฉลาดและทรงคุณค่า ในฐานะของคนที่เคยเรียนวิศวะ และ วิทยาศาสตร์ ผมถามตัวเองว่า งานวิจัยแบบนี้เราจะคิดได้ไหม จะริเริ่มได้ไหม จะคิดนอกกรอบแบบนี้ได้ไหม วันหนึ่งข้างหน้า เมื่อลูกผมต้องทำงานวิจัยทางวิชาการ ผมจะพาเขามาอ่านบทความนี้ ที่พิพิธภัณฑ์นี้อีกครั้ง หวังว่างานแสดงผลงานของในหลวงรัชกาลที่ 9 จะไม่ถูกปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไปเสียก่อน เพราะตอนนี้ลูกผมอายุยังไม่ถึงแปดขวบเลย

IMG_20200607_133944
IMG_20200607_133835_1
IMG_20200607_133915
IMG_20200607_133924
IMG_20200607_133841
IMG_20200607_133852
IMG_20200607_133857
IMG_20200607_133934