งานเข้า ไหลมาเทมา

สักสองวันก่อนเพิ่งจะเคลียร์งานเร่งด่วนทุกอย่างให้หมดไปได้ รู้สึกโล่งๆ งานที่เหลืออยู่ก็ไม่เร่ง ค่อยๆทำไป บังเอิญเครื่องพิมพ์ในโรงพิมพ์มีปัญหาเครื่องหนึ่งเลยซ่อมยาวหลายวัน บังเอิญช่างพิมพ์หยุดไปอีกคน เครื่องจักรเลยน้อยลงไปสองเครื่อง แต่ก็ดูเหมือนจะไม่เดือดร้อนนัก เพราะไม่มีงานอะไรเร่งด่วน บรรยากาศการทำงานก็เนิบๆ สบายๆ

แล้วอยู่ๆวันนี้ก็เริ่มมีงานใหม่เข้ามา สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์โทรมาแจ้งว่าจะทำงานกล่อง ก็เลยแวะไปรับตัวอย่างมา อีกไม่กี่ชั่วโมงถัดมาก็โทรมาแจ้งเพิ่มว่าจะทำสูจิบัตรคู่กับกล่องด้วย ทุกอย่างเอาสิ้นเดือนเพราะจะต้องใช้แจกในงาน และต้องจัดถวายองค์หญิงด้วย สรุปแล้วจะทำงานพิมพ์ยากๆสองอย่าง

อีกรายเป็นลูกค้าเก่า เมื่อวานเพิ่งส่งจดหมายข่าวฉบับที่ 1 ไปให้ใช้ วันนี้ส่งข้อมูลฉบับที่ 2 มาให้จัดอาร์ตเวิร์คแล้ว คาดว่าจะต้องทำส่งช่วงปลายเดือนเช่นกัน

อีกรายเป็นบริษัทของเพื่อน สั่งทำนามบัตร ต้องทำสองบริษัท บริษัทแรกเป็นบริษัทเปิดใหม่ ต้องออกแบบนามบัตรให้ด้วย ก็ออกแบบส่งไปเมื่อวาน วันนี้คอนเฟิร์ม ให้เพ่ิมเติมข้อมูลนิดหน่อย แล้วก็สั่งพิมพ์เลย บริษัทที่สองก็เป็นชื่อเก่า เคยทำแล้ว สั่งพิมพ์ทั้งคู่ แต่ต้องทำอาร์ตให้ตรวจก่อน ก็เลยต้องทำอาร์ตเวิร์ค ส่งช่างทำอาร์ตข้างนอกก็ไม่ได้ เพราะช่างกำลังทำงานกล่องของสถาบันวิจัยฯอยู่

อีกราย เป็นลูกค้าจาก A&W ทำนามบัตรเหมือนกัน นามบัตรราคาถูก ถูกเพราะเป็นงานบริการ บริการเพราะรองานใหญ่ ทำไปเรื่อยๆ วันนี้ก็แจ้งคอนเฟิร์มให้พิมพ์นามบัตรได้ ก็ต้องเตรียมอาร์ตเวิร์คที่ตรวจเสร็จแล้วไปพิมพ์ด้วยระบบดิจิทัล ส่งช่างอาร์ตทำไม่ได้ เพราะกะจะพิมพ์พรุ่งนี้ และช่างอาร์ตติดงานสถาบันวิจัยฯอยู่

อีกรายโทรมาแจ้งว่าตรวจปรู๊ฟแล้ว แก้ไขอาร์ตเวิร์แล้วให้โหลดไฟล์ตัวใหม่แล้วทำเพลทได้เลย ก็เลยต้องโหลดไฟล์ และสั่งทำเพลท ส่งไปแล้ว พรุ่งนี้รอปรู๊ฟเพลท

อีกรายเป้นลูกค้าประจำและสั่งงานบ่อย “นกแอร์” เตรียมโบรชัวร์ไทยเที่ยวไทย ทำใบเสนอราคา ตีราคางานป้ายโปรโมท รวมแล้วห้ารายการ งานยังไม่เริ่มผลิต แต่ต้องใช้เวลาตีราคาเป็นชั่วโมงเลย

ยุ่งเหยิงจริงๆเลย ชีวิตปลายปี

ไม่รู้ว่าไปโชคดีอะไรมา ช่วงที่เศรษฐกิจบ้านเมืองกำลังดิ่งตัวแย่ลง  โรงงานปิดตัว คนงานโดนลอยแพ  แต่โรงพิมพ์กลับมีงานล้นเต็มไปหมด  ทำงานไม่ทัน  ยิ่งเจอลูกค้าหลายรายที่ไม่ได้เตรียมตัวล่วงหน้า  อยู่ๆก็อยากทำปฏิทินแจก  คิดได้วันที่ยี่สิบ  จะแจกก่อนสามสิบ  ยังไม่มีอาร์ตเวิร์ค  เหนื่อยเลย  

บางรายอยากได้ของวันทีึ่ 24  คุยกันอย่างดีตั้งแต่วันที่ 20 ว่าจะส่งข้อมูลทุกอย่างให้  สุดท้าย ข้อมูลมาช้าแถมมีปัญหา  ทำงานมาไม่เรียบร้อย  เดือดร้อนผมต้องมานั่งแก้ไขอาร์ตเวิร์คให้  ซ้ำยังจะมีการเปลี่ยนข้อมูลอีก  ทุกอย่างช้าไปกว่ากำหนดสองวัน  แต่จะเอาของวันเดิม  ลูกค้าแบบนี้ไม่รู้จะสวดมนต์บทไหนให้ดี  (แต่ผมสวดไม่เป็นหรอก  ด่าเป็นอย่างเดียว)

งานออแกไนซ์ที่ทำกับเพื่อนต้องเข้าไปคุยกับว่าที่ลูกค้า  ไปนำเสนอข้อมูลและงบประมาณ  เตรียมข้อมูลกันขันแข็ง  วันที่นัดกับลูกค้าผมดันป่วย  แต่ก็พยายามไป  ออกจากบ้านแต่เช้ากะว่าไปถึงออฟฟิศลูกค้าเร็วๆหน่อยจะไปหาของกิน  ขับรถไปที่ตึก SM Tower ซึ่งอยู่ข้างๆโรงพยาบาลพยาไท2  ก็ต้องไปเจอกับสภาพการจอดรถที่วิกฤตมากๆ  รถเยอะที่น้อย  ที่จองก็ห้ามจอด  ต้องวนรถขึ้นไปถึงชั้นสิบ  ชั้นสิบจอดกันไม่เป็นระเบียบ  จอดกันขวางเลน  ขับเข้าไปได้ แต่ต้องถอยออก  วนลงมาข้างล่างก็ยังไม่มีที่จอด สุดท้ายก็เลยต้องออกจากตึกไปโดยไม่ได้จอด  เสียเวลาไป 30 นาที  โทรบอกเพื่อนว่าผมหมดความอดทนแล้ว  แต่เพื่อนก็ยังอุตส่าห์บอกให้ทน  สุดท้ายผมเลยเอารถไปจอดฝั่งตรงกันข้าม  ซึ่งเป็นสถานีโทรทัศน์ช่อง 5  ผมบอกกับยามว่าผมจะไปออกรายการข่าว  ยามเลยให้เข้าไปจอดรถ  พอได้จอดก็รีบลงมาแล้วมายืนรอเพื่อนที่กำลังเดินทางไปหงุดหงิดบนตึกต่อจากผม  ผมขึ้นรถเพื่อนแล้วก็วนแบบที่เคยวน  จนวนลงมาเหมือนเดิม  แต่รอบนี้โชคดีที่มีคนถอยรถออก 1 คัน  เลยได้จอด  ถ้ามาเร็วกว่านี้  หรือมาช้ากว่านี้ก็พลาดแล้ว ……   สงสัยเพื่อนทำบุญมาเยอะกว่า

คุยกับลูกค้าเสร็จผมแยกกับเพื่อนเพื่อรีบกลับมาทำงานต่อ  ไปที่จอดรถของช่อง5  แล้วสตาร์ท  เสียง แชะ แชะ แชะ  โอพระเจ้า  สตาร์ทไม่ติด  อาการเหมือนแบตหมด  ผมรู้สึกว่าผมกำลังถูกลงโทษ  ข้อหาขโมยที่จอดรถโดยไม่ได้มีธุระกับที่แห่งนั้นจริงๆ  ห้าวินาทีผ่านไป  ผมรู้ว่ารถแบตหมดเพราะเปิดไฟหน้ารถทิ้งไว้  ผมเปิดไฟหน้ารถเพราะว่าบนตึกนรกที่จอดรถยากๆนั้นค่อนข้างมืด และรถสวนกันอันตราย เลยต้องเปิดไฟหน้า  ทุกคันก็เปิดไฟหน้า  แต่ตอนผมขับออกจากตึกผมลืมปิดไฟ  สิบวินาทีผ่านไป  ผมเอื้อมมือไปปิดไฟ  แล้วหายใจอีกเฮือก  ขอให้ติดเถอะวะ   แล้วสตาร์ทอีกครั้ง  โชคดี  แบตเตอรี่ยังไม่หมดเกลี้ยง พอปิดไฟหน้ารถ  ก็มีแรงสตาร์ท  เลยได้ขับรถออกมาโดยไม่ต้องขอความช่วยเหลือจากยามและรถคันข้้างๆ  ไม่เช่นนั้นคงต้องโดนถามว่ามาทำไม  ติดต่อกับใคร  แล้วความคงแตก  หวังว่าการติดต่อธุรกิจครั้งนี้จะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ดี  ไม่งั้นจะกากบาทตึก SM ว่าเป็นที่ซึ่งไม่ควรไปเหยียบอีกเลยในชาตินี้

บ่ายๆกลับมาโรงพิมพ์มีงานต้องสั่งการ  ทำเพลท ตรวจอาร์ตเวิร์คหลายตัวมากๆ  และมีของต้องส่งอีกอย่างน้อย 4 ที่ ซึ่งปกติผมจะไปส่งเองทั้งหมด แต่วันนี้มันไม่ทันจริงๆ  เลยต้องให้มอเตอร์ไซด์ไป 2 งาน  รถรับจ้างไปอีกที่หนึ่งและผมไปอีกที่หนึ่งถึงจะทัน  ยอดรายรับเดือนนี้คงทะลุ ทำสถิติ new high แน่ๆเลย

ตอนเย็นๆเริ่มแสบจมูก เร่ิมไข้ขึ้น  ทรมาน  อยากนอน  แต่ยังกินข้าวได้ปกติเพราะหิวมาก  พรุ่งนี้มีเรื่องปวดหัวรออยู่อีกหลายเรื่อง  เตรียมคำตอบไว้แล้ว  อะไรจะแย่มันก็แย่ไปเรื่อยๆจริงๆ  มันเป็นไปตามกฏของเมอฟี่