Silhouette of an armored vehicle crossing a glowing cosmic vortex with stars and galaxies

อเล็กซ์ผู้เบื่อความเชื่องช้า

ในเมืองเล็ก ๆ ที่โอบล้อมด้วยภูเขาและผืนฟ้าสีคราม มีเด็กคนหนึ่งชื่อ อเล็กซ์ เขาไม่ได้เป็นนักกีฬาที่วิ่งเร็วที่สุด และก็ไม่ใช่จิตรกรที่วาดภาพสวยที่สุด แต่สิ่งที่อเล็กซ์มีเหนือกว่าใครคือสมองที่เต็มไปด้วยความสงสัยในจักรวาล

Father driving a red convertible with son waving in passenger seat on mountain road at sunset

อเล็กซ์หลงรักการเรียนรู้มาตั้งแต่จำความได้ ความรู้ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเขา ไม่ใช่แค่ตัวอักษรบนหน้ากระดาษ แต่เป็น แผนที่ ที่นำไปสู่ความมหัศจรรย์ เขาใฝ่ฝันอยากจะเรียนรู้วิชาทั้งหมดให้ทันเวลา เพื่อที่จะได้เข้าใจทุกสิ่งอย่างสมบูรณ์แบบ แต่ปัญหาหนึ่งที่ทำให้หัวใจของนักฟิสิกส์หนุ่มแอบหงุดหงิดเสมอ ก็คือ “ความช้า” ไม่ว่าเขาจะนั่งรถไฟ รถยนต์ หรือแม้แต่เครื่องบินที่น่าจะเร็วที่สุด เขาก็ยังรู้สึกว่าเวลามันผ่านไปอย่างเชื่องช้า เมื่อเทียบกับภาพวาดกาแล็กซีอันกว้างใหญ่ที่เขามองจากหนังสือเล่มหนา แรงโน้มถ่วงของโลกดูเหมือนจะเป็นกำแพงขนาดยักษ์ ที่ฉุดรั้งการเดินทางของเขาไว้ให้วนเวียนอยู่บนพื้นผิวของดวงดาวที่ชื่อว่าโลกแห่งนี้

“ทำไมเราต้องใช้เวลามากมายขนาดนี้ในการไปถึงที่ที่เราต้องการ?” อเล็กซ์เคยกระซิบถามดวงดาวในคืนเดือนมืด

Young scientist in white lab coat writing in a notebook at a desk inside a particle accelerator tunnel

อเล็กซ์จึงทุ่มเทให้กับการศึกษาเรื่อง แรงโน้มถ่วง อย่างบ้าคลั่ง เขาอ่านงานของไอน์สไตน์จนตาแทบเป็นสีม่วง เขาทิ้งความสุขทางโลกทั้งหมดไว้ในห้องแล็บเล็ก ๆ ของเขา ที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์ประหลาดที่ส่งเสียงหึ่ง ๆ และแสงสีฟ้าเรืองรอง

“แรงโน้มถ่วงไม่ใช่แค่การดึงดูดใช่ไหม?” เขาพึมพำกับตัวเอง “มันคืออะไรกันแน่?”

วันเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า อเล็กซ์ทดลองทุกสิ่ง แม่เหล็กขนาดมหึมา เครื่องกำเนิดสนามพลังงานที่ไม่รู้จัก และสูตรสมการที่ซับซ้อนจนคนทั่วไปอ่านแล้วต้องเกาหัว เพื่อนร่วมห้องแล็บเคยเตือนเขาว่า “อเล็กซ์ นายกำลังพยายามฝืนธรรมชาติ แรงโน้มถ่วงมันคือกฎพื้นฐาน มันควบคุมเราทุกคนนะ” แต่อเล็กซ์ไม่เชื่อ เขาเริ่มมองแรงโน้มถ่วงด้วยสายตาที่แตกต่างออกไป เขามองมันเป็น ผ้าผืนยักษ์ ที่ไม่มีขอบเขต ไม่ใช่แค่การดึง แต่เป็นการ โค้งงอ ของมิติ

“โลกนี้ไม่ได้ถูก ‘ดึง’ ลงมา” อเล็กซ์ตระหนักรู้ในวันหนึ่ง “แต่มันกำลังทำลาย… โครงสร้างของผ้าผืนนั้น!

หลังจากความล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า บางครั้งเครื่องมือก็เกิดการระเบิด บางครั้งสนามพลังงานก็แปรสภาพจนเป็นแค่ควันสีม่วงอ่อน ๆ อเล็กซ์ก็เกือบยอมแพ้หลายครั้ง แต่คืนหนึ่ง ขณะที่เขานอนจ้องไปยังภาพจำลองของกาแล็กซีทางช้างเผือกบนจอโปรเจกเตอร์ เขาก็ได้เห็นมัน…

เขาเข้าใจแล้ว! ปัญหาไม่ใช่การ ต่อต้าน แรงโน้มถ่วง แต่มันคือการ “ควบคุมการโค้งงอ” ของแรงโน้มถ่วงนั่นเอง! แทนที่จะพยายามสร้างจรวดที่ทรงพลังที่สุดเพื่อ “หลบหนี” จากโลก อเล็กซ์ค้นพบวิธีที่จะทำให้ยานพาหนะของเขาสามารถ ‘ร่องลอย’ หรือ ‘เลื่อนผ่าน’ บริเวณที่มีแรงโน้มถ่วงสูงได้อย่างราบรื่น เหมือนกับเรือที่แล่นไปตามทางน้ำที่สงบนิ่ง

เขาไม่ได้ต้องการพุ่งทะลุพลังงาน แต่เขาต้องการ “สร้างเส้นทางในมิติ” (Spacetime Corridor) ที่เรียกว่า Warp Bubble อย่างง่าย ๆ เพื่อให้แรงโน้มถ่วงไม่สามารถ “จับ” เขาได้โดยตรง

วันนั้นเป็นวันที่ฟ้าเปิดที่สุด อเล็กซ์ติดตั้งเครื่องกำเนิดสนามพลังงานขนาดเล็ก (ซึ่งเขาตั้งชื่อเล่นว่า ‘Chronos Drive’) เข้ากับรถล้อเลื่อนธรรมดา ๆ ของเขา เขาไม่ได้หวังจะไปถึงจักรวาลไกลโพ้น แต่เขากลับอยากไปเพียงแค่… โรงเรียน

อเล็กซ์หายใจเข้าลึกๆ เขากดปุ่มเปิดใช้งาน Chronos Drive ทันใดนั้น! แสงสีน้ำเงินอ่อนก็แผ่ออกมารอบตัวรถล้อเลื่อน แรงโน้มถ่วงของพื้นโลกที่เคยกระชับเขาเอาไว้ บัดนี้ดูเหมือนจะ เบาบาง ลงไปราวกับถูกพู่กันวาดให้ราบเรียบ

A boy driving a vintage car through a vibrant cosmic swirl with stars and planets

รถคันเล็กๆ ของอเล็กซ์ไม่ได้ “วิ่ง” แต่กำลัง “ไถล” ไปตามมิติที่โค้งงอนั้น มันร่องลอยผ่านอาคารบ้านเรือน ผ่านเมฆหมอก และข้ามผืนน้ำอย่างง่ายดาย ไร้ซึ่งเสียงคำรามของไอพ่นใด ๆ

มันคือการเดินทางที่ไม่ต้องฝ่าแรงโน้มถ่วง แต่มันเป็นการ “ใช้ประโยชน์จากความโค้งงอ” ของกาลเวลาเอง! ในที่สุด… เขาก็มาถึงหน้าประตูโรงเรียนอย่างนุ่มนวล ตรงเวลาพอดีเป๊ะ เพื่อนนักเรียนที่เห็นเหตุการณ์ต่างตกตะลึง อเล็กซ์ยิ้มให้พวกเขา ไม่ใช่รอยยิ้มของคนขี้โม้ แต่เป็นรอยยิ้มของคนที่ค้นพบความจริงอันยิ่งใหญ่ที่สุดในจักรวาล

อเล็กซ์ไม่ได้แค่แก้ปัญหาเรื่องแรงโน้มถ่วงเพื่อการเดินทางที่เร็วขึ้นเท่านั้น แต่เขายังได้พิสูจน์ให้เห็นว่า: วิทยาศาสตร์ไม่ใช่เพียงการเรียนรู้จากตำรา แต่คือการเปิดประตูบานใหม่ เพื่อที่เราจะเข้าใจและใช้ชีวิตได้อย่างอิสระเหนือข้อจำกัดทางกายภาพใด ๆ

นับตั้งแต่นั้นมา อเล็กซ์ไม่ได้เป็นแค่นักฟิสิกส์ผู้ฝันถึงความเร็ว แต่เขาคือ นักเดินทางแห่งกาลอวกาศ ผู้ที่ทำให้มนุษย์รู้ว่า หากเราเข้าใจภาษาของจักรวาล เราก็จะสามารถเดินทางไปยังทุกหนแห่งได้ในพริบตาไม่ว่าจะไปห้องเรียน หรือข้ามกาแล็กซีก็ตาม

ทำหนังสือนิทานข้าวหลาม

ที่โรงเรียนเพลินพัฒนา ห้องของขอบฟ้าจะมีกิจกรรม เผาข้าวหลาม อยู่ในกิจกรรมหลักที่ชื่อว่า “คุณค่า คุณข้าว” พ่อแม่ในห้องอนุบาล 3/4 ซึ่งเป็นห้องที่ใช้ชื่อว่า มังกรยิ้มแฉ่ง จะต้องสอนเด็กเผาข้าวหลาม ก็คือต้องสอนลูกของเราเผาข้าวหลามให้เป็น สิ่งที่จะใชัจัดงานก็มีอุปกรณ์ต่างๆมากมาย บรรดาพ่อแม่ในห้องก็ต้องนัดกันแบ่งงาน แบ่งของที่จะขนไปจัดงาน สิ่งหนึ่งที่ถูกคิดขึ้นคือ นิทานข้าวหลาม เป็นหนังสือเล่มเล็กที่จะอธิบายวิธีการทำข้าวหลาม ซึ่งจะต้องอธิบายให้เด็กเข้าใจ ทีมงานเลยคิดทำเป็นหนังสือนิทาน และหนังสือนิทานก็ออกมาเป็นหน้าตาแบบนี้

เตรียมงานกันหน้ามืด คนวาด คนจัดพิมพ์ มีเวลาทำกันไม่มาก แต่ก็ออกมาได้ใช้ทันเวลา อีกหน่อยถ้าจะทำหนังสือนิทานขายกันก็ไม่ยากแล้ว

พ่อแม่แต่ละบ้านต้องไปหาวิธีทำ หาข้อมูล หาวัตถุดิบ และลงมือ เราได้รู้ว่าไม้ไผ่ทำข้าวหลามจะต้องเป็นพันธุ์ที่มีเยื่อไผ่เยอะๆจะทำให้ข้าวเหนียวติดกับเยื่อดูสวยงาม เราได้รู้ว่าการทำให้ข้าวหลามสุกจะมีหลายวิธี และเราก็เลือกวิธีเผาในถังน้ำมันผ่าครึ่ง เราได้รู้ส่วนผสมของข้าวหลาม 1 กระบอกจะมีข้าวเหนียว กระทิ เกลือ น้ำตาล ส่วนถั่วแดงหรือถั่วดำเราเลือกไม่ใส่เพราะหลีกเลี่ยงเด็กที่อาจจะแพ้ถั่ว

ไม้ไผ่สีเขียวเราได้จากป่าไผ่ที่ราชบุรี เป็นไผ่สีสวยและมีเยื่อหนาเหมาะกับการทำข้าวหลาม การจัดสถานที่ใช้เวลาก่อนหน้างาน 1 วัน หลังจากจบงานเราใช้เวลาเก็บของประมาณ 4 ชั่วโมง เศษลวด เศษไม้ต่างๆที่อาจจะทำอันตรายกับเด็กเราก็พยายามเก็บให้เกลี้ยง เพราะหากมันหลงเหลืออยู่ในสนามหญ้า คนที่จะบาดเจ็บคือลูกของพวกเราเอง

IMG_4738

คอนเส็ปแคมปิ้งก็ต้องมีเต๊นท์ด้วย เต้นผ้าทันสมัยก็หอบมาใช้วางประดับสถานที่ จัดบรรยากาศให้ดูเหมือนเราไปพักแรมกลางป่า

IMG_4739

จุดไฟเผาข้าวหลามเราใช้ถังน้ำมันดัดแปลง

IMG_0007

บรรดาแม่ทั้งหลายก็ซ้อมกิจกรรมกันตอนเช้า สนุกกันทุกคน เหมือนทุกคนมาเล่นกับลูก ลูกเพื่อนก็เหมือนลูกเรา

IMG_0018

ไม้แผ่นสีเขียวจากป่าแถวราชบุรี ไม่ได้ถามรายละเอียดว่าป่าไหน ฝากใครไปตัดมา แต่ก็เป็นไผ่ตัดเป็นชิ้นมาพร้อมใช้ ความยาวเหมาะสมกับการทำข้าวหลาม เยื่อไผ่มีปริมาณมาก

IMG_0015

คุณแม่ช่วยกันคนละไม้คนละมือ ก่อไฟด้วยถ่านเป็นเรื่องที่ทำกันไม่เก่ง ลองผิดลองถูกหน้ามืดเลย

IMG_0066

เล่นกับถ่านก็มือดำหน่อย

IMG_0074

ทีมงานที่คอยทำข้าวหลามรุ่นแรก งานวันนี้คือจะต้องมีข้าวหลามแจกเด็กร้อยกว่าคน

IMG_0245

เด็กในห้องของเราจะมาทำกิจกรรมละเอียด ทำตั้งแต่ต้นจนจบ ส่วนเด็กห้องอื่นก็จะแวะมาดูพรีเซ้นคร่าวๆแต่ไม่ได้ลงมือปฏิบัติ

IMG_0255

การเตรียมวัตถุดิบจะให้เด็กได้ตักทุกอย่างเอง ทั้งข้าว น้ำตาล เกลือ และตวงกระทิเองด้วย

IMG_0281

บางคนก็เติมกระทิน้อยเกินไป ตอนเผาออกมาข้าวก็จะแห้งและมีส่วนที่ไหม้เยอะ ถ้าเติมกระทิมากไปข้าวก็จะสุกช้า

IMG_0307

IMG_0322

เมื่อเติมส่วนผสมเสร็จแล้วก็ต้องปิดปากกระบอกด้วยการเอาทางมะพร้าวและใบตองมายัดเพื่อปิดให้สนิท

IMG_0253

แล้วก็เริ่มเผากันจริงๆ ข้าวหลามจะใช้เวลาอยู่ในกองไฟประมาณ 45-60 นาที ก็จะสุกและฟูพร้อมกิน

IMG_0094

ชุดกันความร้อนที่ดูแล้วก็น่ารัก ดูตลก แต่ใช้กันความร้อนได้ดีมาก

IMG_4746

ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันบ้าง

IMG_4796

กระบอกข้าวหลามขอเด็กแต่ละคนจะมีชื่อเขียนกำกับไว้

IMG_4839

ข้าวหลามที่สุกพอดีกิน เมื่อผ่าไม้ไผ่ออกก็จะพบว่าเนื้อขาวหลามกลมมนและถูกห้อหุ้มด้วยเยื่อไผ่อย่างสวยงาม

IMG_4853

ทำเสร็จแล้วก็ต้องกินหรือชิม เด็กๆตักกินราวกับว่าไม่ได้กินเมื้อเย็นเมื่อวาน คนเตรียมของก็ปลาบปลื้ม

IMG_4863

IMG_4866

เมื่อกินกันบางส่วนแล้วก็มาถึงเวลาอ่านหนังสือ ตัวแทนของห้องขึ้นมาอ่านหน้าชั้น

IMG_0168

เพลินพัฒนา เตรียมอนุบาล งานเล่านิทานให้ลูกฟัง

ละครวันแม่ เพลินพัฒนา 14aug2015

โรงเรียนเพลินพัฒนา มีการจัดงานสัปดาห์เล่านิทานให้ลูกฟัง โดยให้ผู้ปกครองของชั้นเตรียมอนุบาลจนถึงอนุบาล3 ผลัดกันมาเล่นละครในช่วงเช้าหลังเข้าแถวกันตลอดสัปดาห์ ซึ่งสัปดาห์นี้ตรงกับวันแม่แห่งชาติ ทั้งสัปดาห์มีเรียน 4 วัน ก็พอดีชั้นปีละ 1 วัน เริ่มจากอนุบาล3ก่อนแล้วไล่มาจนถึงเตรียมอนุบาลในวันสุดท้าย

ขอบฟ้าเรียนเตรียมอนุบาล ดังนั้นคิวการเล่นละครก็อยู่ในวันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม 2558 โดยการเตรียมการต่างๆมีแม่ของเด็กกลุ่มหนึ่งเป็นอาสาสมัครมาช่วยกันเล่นละคร เตรียมอนุบาลมี 4 ห้อง ส่งอาสาสมัครมาช่วยกันทำกิจกรรม บรรดาแม่ๆหลายท่านก็อาสาเล่นละคร เป็นนักแสดง ส่วนผมก็อาสาเป็นช่างภาพ มีพ่อบ้านอื่นเป็นช่างภาพเช่นกันก็แบ่งหน้าที่กัน ผมถ่ายภาพนิ่ง อีกท่านถ่ายวิดีโอ

ส่วนของละครก็ได้รับความร่วมมือจากแม่ๆทั้งหลายเป็นอย่างดี ตั้งแต่การเตรียมเนื้อเรื่อง ดัดแปลงเนื้อเรื่อง กำหนดตัวละคร เสื้อผ้าชุดประกอบต่างๆ และการนัดซ้อมนอกรอบ ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ ละครผ่านไปได้ด้วยดี ข้อคิดต่างๆที่สอดแทรกไปในละครก็ถ่ายทอดได้ตรงไปตรงมา เชื่อว่าเด็กหลายคนก็รับสารได้

ภาพถ่ายวันซ้อมและวันจริงผมถ่ายเสร็จก็อัพโหลดเข้าไปเก็บไว้ใน flickr.com เพื่อให้สามารถแบ่งปันหรือแชร์ให้คุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นได้ดูสะดวกๆ เพราะในทางปฏิบัติคงไม่สามารถก๊อปปี้ไฟล์ใส่แผ่นไปแจกได้ทุกคนอยู่แล้ว การฝากไฟล์ไว้แบบ online น่าจะเป็นทางเลือกที่ทำให้ทุกท่านเข้าถึงได้ง่ายที่สุด

ต่อไปนี้คือภาพประวลคร่าวๆของละครในกิจกรรม “เล่านิทานให้ลูกฟัง” เริ่มจากภาพวันซ้อมกันก่อน
IMG_8505

IMG_8520

IMG_8528

IMG_8531

IMG_8547

และก็มาถึงวันจริงนักแสดงรวมตัวกันตั้งแต่ 8.00 น. และเริ่มแสดงในเวลาประมาณ 8.30 น.
IMG_0001

IMG_0002

IMG_0005

IMG_0006

IMG_0011

IMG_0014

IMG_8558

IMG_0028

IMG_0029

IMG_0035

IMG_0045

IMG_0071

IMG_0089

IMG_0098