ดูช้าง ดูกระทิง ที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี

การท่องเท่ียวแนวธรรมชาติอย่างการเที่ยวป่าและอุทยานแห่งชาติเป็นการท่องเที่ยวที่ได้เรียนรู้ธรรมชาติ เราได้เห็นป่าสวยงาม ได้ส่งเสริมรายได้ท้องถิ่น และในอุทยานหลายแห่งเราจะมีกิจกรรมขับรถส่องสัตว์ ที่เคยได้ยินก็จะมีที่เขาใหญ่ มีเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี มีเขาแผงม้า ส่วนที่อื่นก็บอกตามตรงว่าไม่เคยรู้ว่ามี หรือไม่ค่อยมีข้อมูลมาให้รับรู้ อาจจะเป็นเพราะผมเองไม่ได้เป็นนักท่องเที่ยวอุทยานแบบจริงจัง แต่ในครั้งนี้รู้สึกตื่นเต้นกับกุยบุรี ลำพังแค่ชื่ออำเภอยังไม่เคยนึกขึ้นในหัวเลยว่าจะมีแหล่งท่องเที่ยวอะไรบ้าง เพราะส่วนใหญ่จะเป็นแค่ทางผ่านไปภาคใต้ แม้แต่จะจอดรถเติมน้ำมันก็ยังไม่ได้เติมแถวนี้เลย

IMG_0249

อุทยานแห่งชาติกุยบุรีตั้งอยู่ที่อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันท์ ห่างจากหัวหินประมาณ 1 ชม. สิ่งที่น่าสนใจคือที่นี่มีกิจกรรมขับรถดูช่างป่าและกระทิง ซึ่งเป็นเรื่องประหลาดใจมากที่เรามีจุดดูสัตว์ใกล้ๆทะเลแบบนี้ ข้อมูลนี้ทำให้หัวหินมีความน่าสนใจมากขึ้นไปอีกสำหรับผม เพราะเท่ากับว่ามาทะเลแต่ได้ดูสัตว์ด้วย มันเจ๋งกว่าเที่ยวป่าตรงๆ เพราะป่าไม่มีทะเล

IMG_0194

การไปดูสัตว์ในอุทยานแห่งชาติกุยบุรีเราจะต้องจอดรถที่อุทยานแล้วนั่งรถกระบะของเจ้าหน้าที่เข้าไปในป่า เส้นทางขับรถและหยุดดูตามจุดต่างๆจะใช้เวลารวมกันประมาณ 2 ชั่วโมง ใครเข้าไปบ่ายโมง ก็จะออกมาประมาณบ่ายสาม รอบสุดท้ายคือจะต้องออกจากป่าประมาณไม่เกินหกโมงเย็นเพื่อความปลอดภัยของทุกคน เพราะป่าอันตรายมากตอนกลางคืน

IMG_0210

รถกระบะหนึ่งคันจะมีผู้โดยสารไม่เกิน 6 คน รวมกับเจ้าหน้าที่อีก 1 เป็น 7 คน เจ้าหน้าที่จะทำหน้าที่เป็นไกด์คอยให้ข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับป่า คันที่ผมนั่งเป็นน้องผู้หญิงคนหนึ่งยังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ น้องมาทำงานเป็นไกด์อาสา เป็นคนในพื้นที่ เติบโตและเรียนอยู่ในอำเภอกุยบุรี จากการพูดคุยหลายเรื่องเกี่ยวกับป่าก็ได้ข้อมูลว่า เทือกเขาแห่งนี้เคยเป็นพื้นที่ปลูกสัปปะรดขนาดใหญ่ประมาณ​6แสนไร่ แต่มีเหตุการณ์ช้างป่าไล่กินผลผลิตแล้วนายทุนวางยาช้าง ทำให้ช้างตายหลายเชือก ในหลวงรัชกาลที่ 9 จึงเวณคืนแล้วฟื้นฟูให้ป่าแห่งนี้มีสภาพเป็นป่าอีกครั้ง หมายความว่าป่าแห่งนี้เป็นป่าปลูก ผ่านมายี่สิบกว่าปีแล้วที่ป่าค่อยๆฟื้นตัว มีช้างป่าเพิ่มขึ้นน่าจะประมาณ 300ตัว มีกระทิงอีกเกิน300 ตัว เป็นตัวเลขที่น่าทึ่งมากสำหรับผม

IMG_0212

ด้วยความสงสัยก็เลยถามถึงวิธีการนับว่านับยังไง น้องไกด์บอกว่า นับจากการตรวจดีเอ็นเอของขี้ช้าง โอเคเท่านี้ผมก็พอใจกับคำตอบแล้ว เพราะว่ามีความพยายามนับจริง น่าดีใจที่เรามีคนรักป่า รักธรรมชาติมาช่วยดูแลพื้นที่อุทยาน รถนำเที่ยวเข้าไปในป่ามีบริการตลอดวัน มีกล้องส่องทางไกลให้บริการด้วย กล้องของอุทยานคุณภาพดีมาก มีความใสและให้ภาพที่สว่างกว่ากล้องที่มือสมัครเล่นอย่างผมติดไปจากบ้าน

IMG_0253

ที่จุดชมวิวจะมีกลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นอยู่ด้วย บางคนมาพร้อมอุปกรณ์เต็มที่ กล้องส่องทางไกลตัวใหญ่ ขาตั้งกล้อง เลนส์เทเลโฟโต้พร้อม ใครอยากถ่ายภาพสัตว์ป่าก็ต้องมีของพวกนี้ เพราะการซูมดูสัตว์ระยะไกลๆ จะซูมกันสุดๆ ภาพที่ได้จะมีอาการสั่นแทบจะถ่ายภาพหวังผลไม่ได้เลย หากจะถ่ายภาพก็ควรใช้ขาตั้งกล้องที่แข็งแรงช่วยด้วย

IMG_0308

การดูสัตว์ด้วยตาเปล่า ไม่ต้องถ่ายรูปกลับไปก็ไม่ได้เลวร้าย การมาเห็นด้วยตา เห็นช้างป่า เห็นฝูงกระทิงจำนวนมากถือว่าเป็นกำไรแล้วสำหรับการท่องเที่ยว ผมเคยไปทริปดูกระทิงที่อื่น มีกระทิงให้ดูแค่ตัวเดียว ไปยืนรอดูตั้งหลายชั่วโมง แต่ที่กุยบุรีในช่วงเวลาที่ผมแวะไป ผมเห็นฝูงกระทิงฝูงใหญ่ น่าจะนับแล้วเกิน 30 ตัว นับว่าโชคดีมาก

IMG_0202

IMG_0388

IMG_0272

IMG_0419

จุดดูสัตว์เราเห็นกระทิงจากระยะไกล แต่ระหว่างทางที่จะกลับ เราพบกระทิงฝูงเล็กอยู่ใกล้ๆแค่ไม่กี่สิบเมตร กระทิงยืนมองรถยนต์ด้วยความสงสัย เราก็รอดูว่ากระทิงจะทำอะไรบ้าง เรามีเวลาดูด้วยตาเปล่า มีเวลาหยิบกล้องถ่ายภาพนิ่ง แล้วก็ถ่ายเป็นคลิปวิดีโอ น้องกระทิงไม่ได้หนีไปไหน คงจะชินกับเสียงรถยนต์อยู่แล้ว ถือว่าเป็นทริปที่ยอดเยี่ยมเกินความคาดหมายอีกทริปหนึ่งเลย

แนะนำสำหรับคนที่อยากถ่ายภาพจริงจังในทริปดูช้างและกระทิง ให้เลือกใช้เลนส์เทเลโฟโต้ระดับ 400 มม. ขึ้นไป และพกขาตั้งขนาดใหญ่มีความแข็งแรงเข้าไปด้วย ผมใช้เลนส์ 70-200 มม. บอกตรงๆว่ามันน้อยไป มันซูมภาพไม่ได้เท่าที่ต้องการ

นำเสนอผลงาน ป6 เทอม1

ก่อนจะปิดภาคเรียนกลางภาค หรือ เรียนมาแล้ว 2 เทอมเล็กก็จะมีการนำเสนอผลงานวิจัยประจำเทอมที่ครูให้ทำตั้งแต่เปิดเทอมและมาสิ้นสุดในตอนก่อนจะปิดภาคเรียน การนำเสนองานหน้าชั้นจะจัดขึ้นก่อนหยุด เด็กนักเรียนจะได้ทำพรีเซ้นเทชั่น เพื่อบอกเล่างานวิจัย รวมถึงแสดงผลงานการเรียนรู้ในวิชาต่างๆ จัดสถานที่แบบงานนิทรรศการและไฮไลท์คือการนำเสนอหน้าชั้นเรียน และเหมือนทุกครั้ง จะมีพ่อแม่เข้าไปนั่งฟังด้วย

DSC04543

เทอมนี้เด็กๆเลือกวิธีนำเสนอได้สนุกมาก เป็นการบอกเล่าผลงานที่สนุก แตกต่างไปจากทุกครั้งที่ผ่าน แตกต่างไปจาก ป5 ป4 ไล่ลงไปถึง ป1 เลย ภาพของเด็กนักเรียนมายืนพูดกึ่งอ่านข้อมูลถูกปรับเปลี่ยนไปเป็นการนำเสนอรูปแบบใหม่ เป็นละครสมมุติ ที่น่าสนใจคือการนำเสนอครั้งนี้มีความสนุก ไม่รู้ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ แต่ก็เป็นเหตุการณ์ที่น่าจดจำ

DSC04511

เด็กมีพัฒนาการไปไกลจากเดิมมาก ความกล้าคิดกล้าแสดงออกมีเต็มที่ การพูดเล่าเรื่องเป็นไปอย่างธรรมชาติ และแทบจะไม่มีลักษณะของการอ่านสไลด์ยาวๆเลย ยังคงมีการอ่านบ้างตามความจำเป็นที่จะต้องพูดถึงข้อมูลสำคัญ แต่ส่วนใหญ่เป็นการพูดจากความจำและความเข้าใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีน่าชื่นชมมากที่มาถึงจุดนี้ได้

เตะฟุตบอลอุ่นเครื่อง

โค้ชทีมฟุตบอลของขอบฟ้าแจ้งว่าทีม success จะไปเตะบอลอุ่นเครื่องกับทีมอัสสัมชัญธนบุรี วันนี้เราเลยมาเยี่ยมโรงเรียน การเดินทางไม่ยาก แต่เส้นทางที่เลี้ยวเข้าซอยโรงเรียนเป็นซอยแคบและเลี้ยวไปเลี้ยวมาเยอะมาก ไม่อยากจะคิดถึงวันธรรมดาที่ต้องมีรถมาส่งนักเรียนหลายร้อยคันต่อวัน

DSC03232

โรงเรียนมีขนาดใหญ่มาก และมีสนามฟุตบอลขนาดใหญ่ 1 สนาม ขนาดเล็กข้างๆสนามใหญ่อีก 2 สนาม ทางเจ้าของสถานที่เล่าให้ฟังว่าสนามใหญ่เป็นสนามใช้สำหรับการแข่งขันระดับทางการ มีการแข่งขันระดับอาชีพมาใช้ประจำ

DSC03237

สนามออกแบบมาอย่างดี มีห้องพักนักกีฬา ห้องอาบน้ำ ตู้ล๊อคเกอร์ เหมือนสโมสรฟุตบอลดีๆเลย มีห้องแถลงข่าวด้วย ทุกอย่างดูเป็นมืออาชีพมาก ความจริงจังทุ่มเทระดับนี้ไม่แปลกใจเลยที่ทีมฟุตบอลของอัสสัมชัญธนบุรีจะได้แชมป์ระดับมัธยมเยอะมาก และน่าจะเป็นทีมที่เก่งที่สุดในยุคนี้

DSC03229
DSC03236

วันนี้ทีมsuccessแข่งกับทีมอคาเดมี่ในอัสสัมชัญธนบุรี ซึ่งไม่ใช่นักฟุตบอลตัวจริงที่แข่งล่าแชมป์ แต่เป็นกลุ่มนักเรียนที่ฝึกเล่นฟุตบอล เป็นบอลนักเรียนเหมือนอคาเดมี่ทั่วไป ไม่ใช่ทีมแข่ง วันนี้ผลการแข่งขันทีม Success เก็บชัยชนะแต่ละรุ่นได้มากกว่า และตอนจบก่อนเลิกก็ได้ถ่ายภาพกับถ้วยรางวัลและป้ายสนามเป็นที่ระลึก

DSC03241

DSC03282

ข้อมูลการถ่ายภาพและคลิป วันนี้ใช้กล้อง sony zv-1f ด้วยเหตุผลว่าจะถ่ายภาพนิ่งบางส่วนและถ่ายวิดีโอเต็มเวลา เลยพกกล้องที่ถ่ายภาพนิ่งและวิดีโอได้ดีทั้งคู่ เพื่อจะได้ไม่ต้องเปลี่ยนกล้องไปมา แม้ว่า Dslr พร้อมเลนส์ตัวใหญ่จะให้ภาพนิ่งที่สวย แต่การถ่ายวิดีโอก็ยังสู้กล้องคอมแพ็คยุคใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อถ่ายวิดีโอไม่ได้ zv-1f เป็นกล้องที่มีความสามารถถ่ายวิดีโอได้เหมือนเป็นกล้องวิดีโอชั้นดี และที่สำคัญ มีโหมดสีที่น่าดู มีโหมด Film Look ที่ทำให้ภาพมีสีสันเหมือนฟิล์มในอดีต และจากการใช้ถ่ายตลอดการแข่งขัน ก็สรุปได้ว่า zv-1f พร้อมแบต 1 ก้อน สามารถถ่ายคลิปวิดีโอได้ความยาวรวมกันประมาณ 50 นาที และแบตก็จะหมด แต่ถ้าอยากให้แบตทำงานได้นานกว่านี้ เราก็สามารถใช้เพาเวอร์แบงค์มาต่อสายชาร์จทิ้งไว้ได้ กล้องตัวนี้ออกแบบให้สามารถชาร์จไฟได้ทางพอร์ต usb-c ด้วย นับว่าเป็นความสะดวกที่ได้ใช้งานเต็มที่

ปล. เมื่อไหร่จะมีกล้องที่สามารถส่งวิดีโอเข้า youtube ได้โดยตรง เพราะตอนนี้ยังต้องเสียเวลาก็อปปี้ไฟล์มาลงคอมพิวเตอร์แล้วค่อยส่งเข้า youtube อีกรอบ

ฟุตบอล ป5 เพลินพัฒนา กีฬาแดงชาด

dpp-footballป5-IMG_9045

ฟุตบอล ป5 เพลินพัฒนา กีฬาแดงชาด ปีนี้ขอบฟ้าอยู่ ป5 แล้ว การย้ายห้อง จัดห้องใหม่แต่ละปี ทำให้ปีนี้ขอบฟ้าได้มาอยู่ห้องเดียวกับเพื่อนที่ชอบเตะบอลหลายคน ทีมขอบฟ้าเป็นทีมเต็งที่จะได้เหรียญทองเพราะมีคนที่ชอบเตะบอลมากๆหลายคน

ในการถ่ายภาพกิจกรรมกีฬาแดงชาด หรือ กีฬาสีของนักเรียน ก็จะให้พ่อแม่อาสาเข้ามาเป็นตัวแทนถ่ายภาพทุกปี ปีนี้ผมอาสาถ่ายภาพนิ่ง แต่ก็ติดกล้อง gopro ไว้บนหัวกล้องด้วย กล้องวิดีโอก็ทำหน้าที่บันทึกคลิปไปตลอดการแข่งขัน ส่วนภาพนิ่งก็ส่องเก็บภาพเก็บเหตุการณ์ไปเรื่อยๆ สุดท้าย เราก็ได้ภาพนิ่งชุดหนึ่ง กับ คลิปวิดีโอยาวๆอีกคลิปด้านล่างนี้

ทีมชาย 6nov2023

ทีมหญิง 10nov2023

การติดกล้อง gopro ไว้บนกกล้อง DSLR ก็จะมีหน้าตาประมาณนี้ กล้องภาพนิ่งก็เก็บภาพไปเรื่อยๆ ปกติการถ่ายภาพการแข่งฟุตบอลเราก็จะถ่ายให้มีลูกฟุตบอลอยู่ในภาพอยู่แล้ว ก็คือ กล้องภาพนิ่งจะหันตามลูกบอลตลอดเวลา นั่นทำให้คลิปวิดีโอก็จะเห็นการแข่งขันตลอดเวลา เป็นส่วนผสมการใช้อุปกรณ์ที่ลงตัวมากๆ

IMG_6205

ผ่านรอบแรกก็เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศกันเลย เพราะชั้น ป5 มีสี่ทีม เตะสองนัดได้แชมป์ ปีนี้เป็นปีแรกที่ขอบฟ้าได้เหรียญทองกีฬาฟุตบอล ปีอื่นๆ ที่สามบ้าง ที่สองบ้าง

กีฬาสีของเด็กมันบริสุทธิ์มาก ตอนแข่งก็เต็มที่ เล่นแรง เล่นเร็วตามธรรมชาติของฟุตบอล แต่หลังจากแข่งจบทุกคนก็เป็นเพื่อนกัน จริงๆก่อนแข่งก็เพื่อนกัน ระหว่างแข่งก็เพื่อนกัน เพื่อนซี้แข่งกันแค่ไหนก็ยังซี้กัน ระหว่างเล่นก็ไม่มีเล่นละคร ไม่มีแกล้งเจ็บ ไม่มีมารยา วัดกันด้วยความสามารถล้วนๆ นักฟุตบอลอาชีพควรจะมาดูงานเด็กประถมบ้าง ว่าฟุตบอลคืออะไร ก็หวังว่าเด็กรุ่นนี้โตไปก็จะคงความรักในกีฬาและซื่อสัตย์ต่อการเล่นแบบนี้ไปนานๆ

IMG_0074
IMG_0102
IMG_0108

เด็กประถมทำ vlog ส่งครู

เด็ก ป5 ในยุคอินเทอเน็ตต้องทำงานส่งวิชาภาษาอังกฤษโดยครูให้ทำงานที่เรียกว่า vlog หรือเป็นการบันทึกคลิปวิดีโอเพื่ออธิบายตัวตน หรือสิ่งที่ชอบ

เมื่อได้ยินคำว่า vlog ก็เลยถามลูกว่ารู้ที่มาของคำนี้ไหม เลยถือโอกาสอธิบายให้ลูกฟัง ว่า vlog คืออะไร แล้ว blog คืออะไร มันเหมือน youtuber ไหม ซึ่งต้องขอเราเท้าความยาวสักหน่อย

IMG_9999

ในอดีตยุคก่อนอินเทอเน็ต เวลามนุษย์จะจดบันทึกก็จะใช้กระดาษ กับปากกา หรือดินสอ เขียนบันทึกเป็นข้อความ อดีตที่โบราณกว่านั้นก็จดลงบนใบลาน อดีตที่ไกลยิ่งกว่านั้นก็จะลงบนฝาผนัง จดลงบนดินเหนียวกันเลย กลับมาที่ยุคหลังจากที่เรามีคอมพิวเตอร์ราคาไม่แพงให้ชาวบ้านได้ซื้อใช้ คนเราก็เริ่มเปลี่ยนวิธีจดบันทึกเป็นการบันทึกไว้ในคอมพิวเตอร์ เก็บเป็นไฟล์ดิจิทัล

2019-01-26 07.03.32 1


พอโลกเรามีเว็บไซต์ การทำเว็บก็เป็นสิ่งที่ผู้คนให้ความสนใจ การจดบันทึกในอินเทอเน็ตเริ่มได้รับความนิยม และเมื่อจดบ้นทึก ก็เริ่มมีการเปิดให้คนอื่นมาอ่านสิ่งที่เราบันทึก การจดบันทึกในคอมพิวเตอร์เราจะมีศัพท์เทคนิคเรียกว่าบันทึก log นั่นทำให้การบันทึกในเว็บถูกเรียกว่า web log ซึ่งพอตัดคำให้สั้นลงเลยเป็นคำว่า blog และคนที่จดบันทึกในเว็บและเปิดให้คนอื่นเข้ามาอ่านได้ เราก็จะเรียกว่า blogger

pexels-mikael-blomkvist-4152562

พอเริ่มมีสมาร์ทโฟน และอุปกรณ์พกพาเริ่มมีความสามารถมากขึ้น โทรศัพท์มือถือเริ่มถ่ายวิดีโอได้ และเข้าสู่ยุคเปิดตัวไอโฟนที่เราสามารถบันทึกคลิปวิดีโอได้ง่ายมาก การถ่ายวิดีโอด้วยโทรศัพท์มือถือเริ่มเป็นลูกเล่นมาตรฐาน ทำให้การจดบันทึกจากการจดเป็นภาพนิ่งและข้อความก็เริ่มบันทึกด้วยวิดีโอ พูดหรือเล่าเป็นเรื่องราวแล้วถ่ายเก็บเป็นคลิปวิดีโอ และอัพโหลดเข้าสู่อินเทอเน็ต เราเลยมีศัพท์ใหม่เรียกว่า video log และเมื่อรวบคำให้สั้นลง ก็เลยกลายเป็น vlog

IMG_0364

งาน vlog กลายเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยม หลังจากการเปิดตัวเฟสบุ๊ค ผู้ใช้งานส่งภาพและวิดีโอเข้าสู่เฟสบุ๊ค และทำให้คนอื่นเข้ามาดูภาพของเราหรือดูวิดีโอของเราได้ รวมถึงการมีเว็บไซต์อย่าง youtube ก็ทำให้การฝากไฟล์วิดีโอเพื่อแสดงไว้ในอินเทอเน็ตกลายเป็นเรื่องปกติที่ใครๆก็ทำได้ vlog เลยกลายเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม และเกิดเป็นการทำ vlog ทั้งเพื่อความบันเทิงและเพื่อใช้งานทางธุรกิจ

การฝีกให้เด็กประถมได้หัดทำ vlog เป็นเรื่องน่าตื่นเต้นสำหรับคนอายุวัยกลางคนอย่างพ่อแม่ เพราะสมัยพ่อแม่ยังเป็นนักเรียนนั้นไม่เคยมีอุปกรณ์แนวนี้ และไม่มีอินเทอเน็ตให้ใช้ แต่สำหรับเด็กยุคใหม่มันก็คงเป็นเรื่องปกติ และครูก็คงคิดว่าเป็นสิ่งที่เด็กประถมควรจะหัดทำได้แล้ว ผลลัพธ์ก็คือ ผมได้เห็นผลงาน vlog ของลูกตามที่เห็นในด้านบนโพสท์นี้ ได้เห็นการเขียนสคริป ได้เห็นทักษะการใช้งานโปรแกรมตัดต่อในโทรศัพท์มือถือ ได้เห็นการบันทึกเสียงที่พ่อแม่ก็ไม่คาดคิดว่ามันจะง่ายและมีคุณภาพที่ดีขนาดนี้ เครื่องบันทึกเสียงที่เคยซื้อเล่นก็ดูจะไม่จำเป็นอีกเลยสำหรับงาน vlog ในยุคที่โทรศัพท์มือถือคุณภาพสูงมากอย่างปัจจุบัน

ส่วนคำว่า youtuber คือคนที่ทำวิดีโอส่งเข้า youtube เป็นประจำจนเกิดเป็นธุรกิจ มีแฟนคลับติดตามดูจำนวนมาก รายได้ของ youtube จะมาจากสปอนเซอร์ที่โฆษณาอยู่ในคลิปวิดีโอ เป็นการตกลงจ่ายกันตามความพอใจของผู้จ้างและคนทำคลิปวิดีโอ ส่วนรายได้อีกทางของ youtuber ก็จะมาจาก google ที่จ่ายให้เจ้าของคลิปวิดีโอ ยิ่งมีคนดูคลิปเยอะ ยอดวิวสูง รายได้จากคลิปนั้นก็จะสูงตามกัน เนื่องจาก youtube ชอบที่จะให้คนเข้ามาดูเยอะๆเพราะจะสามารถแทรกโฆษณาได้ และรายได้โฆษณาที่ทาง youtube ได้รับก็จะแบ่งบางส่วนมาให้เจ้าของคริปวิดีโอนั่นเอง

โปรแกรมตัดต่อที่ลูกใช้ชื่อ vllo
มือถือระบบปฏิบัติการ android

เบื้องหลังการทำงาน


ลองปรับภาพให้ได้โทนเท่ห์ๆแบบฝรั่ง

ภาพนี้เป็นภาพสมัยที่ลูกผมอายุ 3 ขวบ และบ้านเราก็หอบหิ้วกันไปเที่ยวญี่ปุ่น ลูกตัวเล็กน่ารัก กำลังนั่งมองการ์ตูนในแท็บเบล็ตที่เราพกไว้สำหรับใช้ถ่วงเวลา เวลาที่งอแงหรือกินอะไรยากเย็น แสงสว่างตอนเช้าส่องเข้าที่หน้าต่าง แดดยังไม่แรง ความสว่างในระยะเริ่มต้นวันใหม่กำลังสวย เลนส์ efm 22f2 เป็นเลนส์ที่ใช้อยู่บนกล้อง canon eos m1 ซึ่งเป็นกล้อง mirrorless รุ่นแรกของ canon

ผมถ่ายภาพนี้ด้วย setting แบบ jpg+raw และตั้งค่าการถ่ายเป็น Av f2 ตั้งค่าให้กล้องไม่ต้องชดเชยขอบมืด เพราะเจตนาอยากได้ภาพที่ขอบมืดเล็กน้อย กลางภาพสว่างจะดูเด่นขึ้น ส่วนค่า White balance ก็ตั้งไว้ที่ Auto ซึ่งกล้องก็ทำงานได้ภาพที่ดี รูรับแสง F2 ทำให้นายแบบดูคมชัดและด้านหลังที่เป็นกำแพงก็ดูเบลอไปเล็กน้อย ชัดตื้นระดับแค่คนชัดข้างหลังเบลอเป็นลักษณะภาพที่สวยและต้องการอุปกรณ์ที่ดีระดับหนึ่ง เพราะหากเป็นเลนส์ที่รูรับแสงไม่กว้างมากก็ยากที่จะได้ภาพที่มีความเบลอด้านหลังแบบนี้

IMG_8995
dpp-japan2015t-IMG_8995

ในตอนเดินทางเราพบเหตุการณ์อะไร มีอะไรน่าสนใจ เราก็ถ่ายภาพเก็บไว้เรื่อยๆตลอดทริป และทริปนี้ก็เป็นทริปที่ผมพกกล้องและเลนส์ไปตัวเดียว ชุดเดียวถ้วน ไม่มีสำรอง ไม่มีเลนส์เปลี่ยน เนื่องจากการเดินทางข้ามประเทศพร้อมลูกเล็กและรถเข็นเด็กก็ทำให้มีข้าวของพะรุงพะรัง ทำให้ไม่อยากพกอุปกรณ์กล้องไปเยอะ ผมไม่มีแม้แต่กล้องสำรอง คิดเพียงว่าถ้ากล้องพัง กล้องเสีย หรือ กล้องหาย ก็ซื้อใหม่ที่ญี่ปุ่นไปเลย

เมื่อกลับมาเมืองไทย และเวลาผ่านไปสักพัก ผมก็เปิดดูภาพชุดนี้อยู่เรื่อยๆ และหลายปีต่อมา ก็ทดลองเอามาปรับสีเล่นเพื่อให้ดูคล้ายๆกับแนวทางของช่างภาพเมืองฝรั่งดูบ้าง เพราะภาพแนวสตรีทหรือแนวชีวิตผู้คนก็มักจะมีโทนสีหม่นๆ หรือ อมเขียว อมฟ้าอย่างบอกไม่ถูก กำแพงห้องที่เป็นสีโทนขาว ในหนังอาร์ต หรือหนังฮอลีวู้ดบางเรื่องก็ถ่ายออกมาอมเขียวรุนแรงมาก ผมก็เลยคิดว่า ถ้าเราปรับโทนของภาพ ให้โทนขาวเทาดำมีความเจือปนสีเขียวเล็กน้อยจะเป็นอย่างไร ก็เลยออกมาเป็นภาพเหล่านี้

ภาพโทนอมฟ้าอมเขียวเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมมากขึ้นตามกระแสกล้องฟิล์มที่ฮิตมากอย่างน่าประหลาดใจในช่วงหลายปีก่อน ฟิล์มที่ไม่มีคนสนใจเริ่มถูกซื้อไปถ่ายเล่น กล้องเก่าเริ่มขายดี ฟิล์มถ่ายภาพจากม้วนละไม่ถึงหนึ่งร้อยบาท กลายเป็นสองร้อย สามร้อย และในปีนี้ คศ 2023 ฟิล์มสีม้วนละ 550 บาทไปแล้ว การลองย้อนไปถ่ายฟิล์มเพื่อให้ได้โทนสีแบบฟิล์มก็ดูจะเป็นเรื่องสิ้นเปลืองอยู่ไม่น้อย ดังนั้น ดิจิทัลที่นอนนิ่งอยู่ในคอมพิวเตอร์ก็ลองเอามารับเล่นดูดีกว่า เลยเกิดเป็นภาพอมเขียว อมฟ้า เล็กน้อยแบบนี้

โพสท์แบบ compare

ความสนุกของการถ่ายภาพ

การถ่ายภาพด้วยฟิล์มขาวดำเป็นสิ่งที่ให้ความรู้สึกได้ดีสุดๆในบรรดาความบันเทิงจากการถ่ายภาพ ช่างภาพจำนวนมากมีความสุขจากการได้กดชัตเตอร์ บางคนมีความสุขจากการได้จับกล้อง ผมเองก็มีความสุขจากการได้บันทึกภาพที่เป็นจังหวะหายาก แม้ว่าดิจิทัลจะทำหน้าที่ได้ดี แต่การมีฟิล์มบันทึกก็เป็นสิ่งที่ผมชื่นชอบมากกว่า เพราะอะไรที่มันซับซ้อน ใช้ความสามารถ ใช้เวลา มันจะอยู่ในความรู้สึกไปได้นานกว่า

IMG_20191208_213222

ถ้าลองย้อนนึกดู เราจะเคยเห็นภาพถ่ายแต่งงานของพ่อแม่ เราจะเคยเห็นภาพสมัยเราเป็นเด็ก ในยุคนั้นจะเป็นการถ่ายภาพด้วยฟิล์มและอัดภาพออกมาเป็นกระดาษ ทุกวันนี้ภาพเหล่านั้นยังอยู่ มันยังคงอยู่ในลิ้นชักสักตัวในบ้าน และมันอาจจะวางไว้ใกล้ๆกับฟิล์มที่ใส่ไว้ในซองกระดาษ มันคงวางอยู่ข้างๆกัน

เราเดินผ่านมุมนั้นแล้วเราก็หยิบอัลบั้มภาพมาดูได้ นั่นคือความดีงามของการมีภาพบนกระดาษ ขณะที่กล้องดิจิทัลที่ให้ภาพแสนสมบูรณ์ แสงสวย สีสวย ปรับแต่งได้ตามใจ แต่เราแทบจะไม่อัดภาพเป็นกระดาษเลย ถ้าเราไม่มีคอมพิวเตอร์ ถ้าคอมพิวเตอร์เสีย หรือฮาร์ดดิสก์พัง เราก็ไม่สามารถดูภาพดิจิทัลเหล่านั้นได้อีกเลย

ผมมีภาพนี้เป็นฟิล์ม แม้จะไม่ได้อัดลงบนกระดาษ แต่ผมก็มีฟิล์ม คอมพิวเตอร์เสีย ฮาร์ดดิสก์เสีย อินเทอเน็ตล่ม ผมก็ยังมีฟิล์ม ผมใช้คอมพิวเตอร์ดูภาพก็จริง แต่ก็มีต้นฉบับเป็นฟิล์มเก็บไว้ วันที่ผมขยันและหัวใจพร้อม ผมก็แค่เข้าห้องอัดภาพขาวดำ อัดภาพแช่น้ำยาแล้วก็ได้กระดาษที่มีภาพออกมา หรือแม้แต่การสแกนภาพแล้วพิมพ์ออกมาบนเครื่องพิมพ์สักตัวก็ทำได้

IMG_20191211_162546

บางทีความสนุกของการถ่ายภาพก็คือขั้นตอนการผลิตภาพ ยิ่งมีขั้นตอนเยอะ เราก็ยิ่งได้อยู่ในเวลาแห่งความสุขนานเท่านั้น

ปฏิทินขอบฟ้า 2566

ปฏิทินขอบฟ้าคือปฏิทินที่ทำมาตลอดทุกปี บันทึกตัวตึงประจำบ้าน จากปีแรกที่ทำเล่นๆ ปีถัดมาเป็นของต้องทำ ปีนี้เป็นของที่อาม่ารอคอย เพราะอาม่าเก็บทุกเล่มตั้งแต่เล่มแรก ปีนี้ขอบฟ้าอายุ 10 ขวบแล้ว แต่ละเดือนที่เรียงลำดับเอาไว้ จะใช้รูปของเดือนเดียวกันเมื่อปีที่แล้ว เพื่อให้รู้ว่าปีที่แล้วเราทำอะไร ไปไหนกันมาบ้าง ปีที่มีโคิวดก็จะมีภาพในบ้านเยอะหน่อย

ภาพถ่าย panorama ที่ชอบ

DSCF8074

การถ่ายภาพที่ให้ภาพกว้างมากเป็นพิเศษเราจะเรียกกว่า panorama ซึ่งสัดสวนภาพจะมีความยาวต่อความสูงของภาพที่เยอะมาก อย่างในโรงหนังที่ให้ภาพกว้างที่สุดก็จะประมาณ 2.39:1 หรือภาพ panorama ระดับเบาๆที่มีให้เลือกถ่ายเป็นวิดีโอในกล้องถ่ายภาพทั่วไปก็จะเป็นภาพสัดส่วน 16:9

แต่ภาพนี้ เป็นภาพแม่ลูกกำลังหลับอยู่ ผมใช้กล้อง Fuji x100 มาถ่ายภาพนี้ ตั้งกล้องให้ถ่ายภาพด้วยระบบ sweep panorama คือเป็นการกดชัตเตอร์กล้องเพื่อรับภาพ แล้วหันกกล้องไปเรื่อยๆจากซ้ายไปขวาจนกว่าจะพอใจ ซึ่งจะเป็นมุมกวาดรับภาพประมาณ 120-180 องศากันเลยทีเดียว ก็เลยหยิบเทคนิคนี้มาใช้ถ่ายภาพตอนแม่กับลูกตอนหลับ จากเตียงแม่สู่เตียงลูก ท่านอนก็สุดแสนจะสอดคล้องกัน เป็นจังหวะที่หายากมาก การถ่ายภาพนี้ออกมาถือว่าให้ลักษณะภาพที่ตรงกับใจ แม้ว่าคุณภาพความคมชัดจะไม่มาก ภาพไม่คบกริบ แต่มันก็เป็นภาพที่ถ่ายจากสถานการณ์จริง ไม่ได้จัดถ่าย ไม่เซ็ทอัพใดๆให้ภาพดูสวย ใช้ความพยายามที่จะกดชัตเตอร์แล้วถือกล้องให้นิ่งและลากต่อเนื่องเท่านั้น

ภาพที่ขายได้

Screen Shot 2565-02-11 at 08.57.18

ภาพนี้เป็นภาพลูกของผมตอนที่ไปเที่ยวเมือง nikko ประเทศญี่ปุ่น ตอนนั้นผมพกกล้องไปตัวเดียวคือ eos m รุ่น1 ติดเลนส์ตัวเดียวตลอดทริปคือเลนส์ 22f2 การเดินทางที่ญี่ปุ่นกับลูกเล็กวัย 3 ขวบ เป็นการเดินทางที่ต้องเตรียมรถเข็น เตรียมอุปกรณ์ของเด็กพอสมควร พ่อกับแม่ต้องช่วยกันยก ช่วยกันอุ้มในหลายสถานการณ์เพราะการเดินทางหลักๆของทริปคือรถไฟ

เลนส์ 22f2 ผมใช้ค่ารูรับแสงที่ f2 ตลอดทริปเลย เพราะต้องการความชัดตื้นที่ละลายหลังให้เบลอดูสวยงาม และต้องการให้มันรองรับสถานการณ์แสงได้ดีหลากหลายสถานที่ และส่วนมากเราก็จะถ่ายภาพในอาคาร ในที่ร่ม การใช้เลนส์ที่มีรูรับแสงกว้างจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมมาก

กล้อง eos m เป็นกล้องที่มีหน้าจอด้านหลังระบบสัมผัส สามารถใช้มือแตะเพื่อให้กล้องทำการโฟกัสและลั่นชัตเตอร์ได้ด้วย มันทำให้เกิดความสะดวกในการใช้งานบางโอกาส เช่นโอกาสเด็กกำลังสนใจกับภาพในจอ มีแสงตอนเช้าเข้ามาทางหน้าต่าง แสงหน้าต่างมักจะสร้างผลลัพธ์ที่ดีกับภาพถ่ายเสมอ ผมเห็นองค์ประกอบนี้ก็รีบหยิบกล้องมากดเปิดกล้องแล้วแตะโฟกัสเพื่อถ่ายเลย แล้วเราก็เก็บวินาทีสวยๆได้ตามที่ตาเห็น ทั้งทริปผมแทบจะไม่ได้ปิดฝาหน้าเลนส์เลย เพราะอยากให้กล้องพร้อมใช้ตลอดเวลา แม้ว่าเลนส์อาจจะเสี่ยงต่อการเสียหายหรือเป็นรอยขีดข่วนบ้าง แต่ผมก็ใช้วิธีติด Hood เหล็กไว้ที่เลนส์ ทำหน้าที่เป็นที่บังแสง และเป็นกันชนให้กับเลนสได้ระดับนึง ภาพลูกผมฝากขายในเว็บ Eyeem.com ครับ

IMG_0338