เด็กประถมทำ vlog ส่งครู

เด็ก ป5 ในยุคอินเทอเน็ตต้องทำงานส่งวิชาภาษาอังกฤษโดยครูให้ทำงานที่เรียกว่า vlog หรือเป็นการบันทึกคลิปวิดีโอเพื่ออธิบายตัวตน หรือสิ่งที่ชอบ

เมื่อได้ยินคำว่า vlog ก็เลยถามลูกว่ารู้ที่มาของคำนี้ไหม เลยถือโอกาสอธิบายให้ลูกฟัง ว่า vlog คืออะไร แล้ว blog คืออะไร มันเหมือน youtuber ไหม ซึ่งต้องขอเราเท้าความยาวสักหน่อย

IMG_9999

ในอดีตยุคก่อนอินเทอเน็ต เวลามนุษย์จะจดบันทึกก็จะใช้กระดาษ กับปากกา หรือดินสอ เขียนบันทึกเป็นข้อความ อดีตที่โบราณกว่านั้นก็จดลงบนใบลาน อดีตที่ไกลยิ่งกว่านั้นก็จะลงบนฝาผนัง จดลงบนดินเหนียวกันเลย กลับมาที่ยุคหลังจากที่เรามีคอมพิวเตอร์ราคาไม่แพงให้ชาวบ้านได้ซื้อใช้ คนเราก็เริ่มเปลี่ยนวิธีจดบันทึกเป็นการบันทึกไว้ในคอมพิวเตอร์ เก็บเป็นไฟล์ดิจิทัล

2019-01-26 07.03.32 1


พอโลกเรามีเว็บไซต์ การทำเว็บก็เป็นสิ่งที่ผู้คนให้ความสนใจ การจดบันทึกในอินเทอเน็ตเริ่มได้รับความนิยม และเมื่อจดบ้นทึก ก็เริ่มมีการเปิดให้คนอื่นมาอ่านสิ่งที่เราบันทึก การจดบันทึกในคอมพิวเตอร์เราจะมีศัพท์เทคนิคเรียกว่าบันทึก log นั่นทำให้การบันทึกในเว็บถูกเรียกว่า web log ซึ่งพอตัดคำให้สั้นลงเลยเป็นคำว่า blog และคนที่จดบันทึกในเว็บและเปิดให้คนอื่นเข้ามาอ่านได้ เราก็จะเรียกว่า blogger

pexels-mikael-blomkvist-4152562

พอเริ่มมีสมาร์ทโฟน และอุปกรณ์พกพาเริ่มมีความสามารถมากขึ้น โทรศัพท์มือถือเริ่มถ่ายวิดีโอได้ และเข้าสู่ยุคเปิดตัวไอโฟนที่เราสามารถบันทึกคลิปวิดีโอได้ง่ายมาก การถ่ายวิดีโอด้วยโทรศัพท์มือถือเริ่มเป็นลูกเล่นมาตรฐาน ทำให้การจดบันทึกจากการจดเป็นภาพนิ่งและข้อความก็เริ่มบันทึกด้วยวิดีโอ พูดหรือเล่าเป็นเรื่องราวแล้วถ่ายเก็บเป็นคลิปวิดีโอ และอัพโหลดเข้าสู่อินเทอเน็ต เราเลยมีศัพท์ใหม่เรียกว่า video log และเมื่อรวบคำให้สั้นลง ก็เลยกลายเป็น vlog

IMG_0364

งาน vlog กลายเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยม หลังจากการเปิดตัวเฟสบุ๊ค ผู้ใช้งานส่งภาพและวิดีโอเข้าสู่เฟสบุ๊ค และทำให้คนอื่นเข้ามาดูภาพของเราหรือดูวิดีโอของเราได้ รวมถึงการมีเว็บไซต์อย่าง youtube ก็ทำให้การฝากไฟล์วิดีโอเพื่อแสดงไว้ในอินเทอเน็ตกลายเป็นเรื่องปกติที่ใครๆก็ทำได้ vlog เลยกลายเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม และเกิดเป็นการทำ vlog ทั้งเพื่อความบันเทิงและเพื่อใช้งานทางธุรกิจ

การฝีกให้เด็กประถมได้หัดทำ vlog เป็นเรื่องน่าตื่นเต้นสำหรับคนอายุวัยกลางคนอย่างพ่อแม่ เพราะสมัยพ่อแม่ยังเป็นนักเรียนนั้นไม่เคยมีอุปกรณ์แนวนี้ และไม่มีอินเทอเน็ตให้ใช้ แต่สำหรับเด็กยุคใหม่มันก็คงเป็นเรื่องปกติ และครูก็คงคิดว่าเป็นสิ่งที่เด็กประถมควรจะหัดทำได้แล้ว ผลลัพธ์ก็คือ ผมได้เห็นผลงาน vlog ของลูกตามที่เห็นในด้านบนโพสท์นี้ ได้เห็นการเขียนสคริป ได้เห็นทักษะการใช้งานโปรแกรมตัดต่อในโทรศัพท์มือถือ ได้เห็นการบันทึกเสียงที่พ่อแม่ก็ไม่คาดคิดว่ามันจะง่ายและมีคุณภาพที่ดีขนาดนี้ เครื่องบันทึกเสียงที่เคยซื้อเล่นก็ดูจะไม่จำเป็นอีกเลยสำหรับงาน vlog ในยุคที่โทรศัพท์มือถือคุณภาพสูงมากอย่างปัจจุบัน

ส่วนคำว่า youtuber คือคนที่ทำวิดีโอส่งเข้า youtube เป็นประจำจนเกิดเป็นธุรกิจ มีแฟนคลับติดตามดูจำนวนมาก รายได้ของ youtube จะมาจากสปอนเซอร์ที่โฆษณาอยู่ในคลิปวิดีโอ เป็นการตกลงจ่ายกันตามความพอใจของผู้จ้างและคนทำคลิปวิดีโอ ส่วนรายได้อีกทางของ youtuber ก็จะมาจาก google ที่จ่ายให้เจ้าของคลิปวิดีโอ ยิ่งมีคนดูคลิปเยอะ ยอดวิวสูง รายได้จากคลิปนั้นก็จะสูงตามกัน เนื่องจาก youtube ชอบที่จะให้คนเข้ามาดูเยอะๆเพราะจะสามารถแทรกโฆษณาได้ และรายได้โฆษณาที่ทาง youtube ได้รับก็จะแบ่งบางส่วนมาให้เจ้าของคริปวิดีโอนั่นเอง

โปรแกรมตัดต่อที่ลูกใช้ชื่อ vllo
มือถือระบบปฏิบัติการ android

เบื้องหลังการทำงาน


ลองปรับภาพให้ได้โทนเท่ห์ๆแบบฝรั่ง

ภาพนี้เป็นภาพสมัยที่ลูกผมอายุ 3 ขวบ และบ้านเราก็หอบหิ้วกันไปเที่ยวญี่ปุ่น ลูกตัวเล็กน่ารัก กำลังนั่งมองการ์ตูนในแท็บเบล็ตที่เราพกไว้สำหรับใช้ถ่วงเวลา เวลาที่งอแงหรือกินอะไรยากเย็น แสงสว่างตอนเช้าส่องเข้าที่หน้าต่าง แดดยังไม่แรง ความสว่างในระยะเริ่มต้นวันใหม่กำลังสวย เลนส์ efm 22f2 เป็นเลนส์ที่ใช้อยู่บนกล้อง canon eos m1 ซึ่งเป็นกล้อง mirrorless รุ่นแรกของ canon

ผมถ่ายภาพนี้ด้วย setting แบบ jpg+raw และตั้งค่าการถ่ายเป็น Av f2 ตั้งค่าให้กล้องไม่ต้องชดเชยขอบมืด เพราะเจตนาอยากได้ภาพที่ขอบมืดเล็กน้อย กลางภาพสว่างจะดูเด่นขึ้น ส่วนค่า White balance ก็ตั้งไว้ที่ Auto ซึ่งกล้องก็ทำงานได้ภาพที่ดี รูรับแสง F2 ทำให้นายแบบดูคมชัดและด้านหลังที่เป็นกำแพงก็ดูเบลอไปเล็กน้อย ชัดตื้นระดับแค่คนชัดข้างหลังเบลอเป็นลักษณะภาพที่สวยและต้องการอุปกรณ์ที่ดีระดับหนึ่ง เพราะหากเป็นเลนส์ที่รูรับแสงไม่กว้างมากก็ยากที่จะได้ภาพที่มีความเบลอด้านหลังแบบนี้

IMG_8995
dpp-japan2015t-IMG_8995

ในตอนเดินทางเราพบเหตุการณ์อะไร มีอะไรน่าสนใจ เราก็ถ่ายภาพเก็บไว้เรื่อยๆตลอดทริป และทริปนี้ก็เป็นทริปที่ผมพกกล้องและเลนส์ไปตัวเดียว ชุดเดียวถ้วน ไม่มีสำรอง ไม่มีเลนส์เปลี่ยน เนื่องจากการเดินทางข้ามประเทศพร้อมลูกเล็กและรถเข็นเด็กก็ทำให้มีข้าวของพะรุงพะรัง ทำให้ไม่อยากพกอุปกรณ์กล้องไปเยอะ ผมไม่มีแม้แต่กล้องสำรอง คิดเพียงว่าถ้ากล้องพัง กล้องเสีย หรือ กล้องหาย ก็ซื้อใหม่ที่ญี่ปุ่นไปเลย

เมื่อกลับมาเมืองไทย และเวลาผ่านไปสักพัก ผมก็เปิดดูภาพชุดนี้อยู่เรื่อยๆ และหลายปีต่อมา ก็ทดลองเอามาปรับสีเล่นเพื่อให้ดูคล้ายๆกับแนวทางของช่างภาพเมืองฝรั่งดูบ้าง เพราะภาพแนวสตรีทหรือแนวชีวิตผู้คนก็มักจะมีโทนสีหม่นๆ หรือ อมเขียว อมฟ้าอย่างบอกไม่ถูก กำแพงห้องที่เป็นสีโทนขาว ในหนังอาร์ต หรือหนังฮอลีวู้ดบางเรื่องก็ถ่ายออกมาอมเขียวรุนแรงมาก ผมก็เลยคิดว่า ถ้าเราปรับโทนของภาพ ให้โทนขาวเทาดำมีความเจือปนสีเขียวเล็กน้อยจะเป็นอย่างไร ก็เลยออกมาเป็นภาพเหล่านี้

ภาพโทนอมฟ้าอมเขียวเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมมากขึ้นตามกระแสกล้องฟิล์มที่ฮิตมากอย่างน่าประหลาดใจในช่วงหลายปีก่อน ฟิล์มที่ไม่มีคนสนใจเริ่มถูกซื้อไปถ่ายเล่น กล้องเก่าเริ่มขายดี ฟิล์มถ่ายภาพจากม้วนละไม่ถึงหนึ่งร้อยบาท กลายเป็นสองร้อย สามร้อย และในปีนี้ คศ 2023 ฟิล์มสีม้วนละ 550 บาทไปแล้ว การลองย้อนไปถ่ายฟิล์มเพื่อให้ได้โทนสีแบบฟิล์มก็ดูจะเป็นเรื่องสิ้นเปลืองอยู่ไม่น้อย ดังนั้น ดิจิทัลที่นอนนิ่งอยู่ในคอมพิวเตอร์ก็ลองเอามารับเล่นดูดีกว่า เลยเกิดเป็นภาพอมเขียว อมฟ้า เล็กน้อยแบบนี้

โพสท์แบบ compare

ความสนุกของการถ่ายภาพ

การถ่ายภาพด้วยฟิล์มขาวดำเป็นสิ่งที่ให้ความรู้สึกได้ดีสุดๆในบรรดาความบันเทิงจากการถ่ายภาพ ช่างภาพจำนวนมากมีความสุขจากการได้กดชัตเตอร์ บางคนมีความสุขจากการได้จับกล้อง ผมเองก็มีความสุขจากการได้บันทึกภาพที่เป็นจังหวะหายาก แม้ว่าดิจิทัลจะทำหน้าที่ได้ดี แต่การมีฟิล์มบันทึกก็เป็นสิ่งที่ผมชื่นชอบมากกว่า เพราะอะไรที่มันซับซ้อน ใช้ความสามารถ ใช้เวลา มันจะอยู่ในความรู้สึกไปได้นานกว่า

IMG_20191208_213222

ถ้าลองย้อนนึกดู เราจะเคยเห็นภาพถ่ายแต่งงานของพ่อแม่ เราจะเคยเห็นภาพสมัยเราเป็นเด็ก ในยุคนั้นจะเป็นการถ่ายภาพด้วยฟิล์มและอัดภาพออกมาเป็นกระดาษ ทุกวันนี้ภาพเหล่านั้นยังอยู่ มันยังคงอยู่ในลิ้นชักสักตัวในบ้าน และมันอาจจะวางไว้ใกล้ๆกับฟิล์มที่ใส่ไว้ในซองกระดาษ มันคงวางอยู่ข้างๆกัน

เราเดินผ่านมุมนั้นแล้วเราก็หยิบอัลบั้มภาพมาดูได้ นั่นคือความดีงามของการมีภาพบนกระดาษ ขณะที่กล้องดิจิทัลที่ให้ภาพแสนสมบูรณ์ แสงสวย สีสวย ปรับแต่งได้ตามใจ แต่เราแทบจะไม่อัดภาพเป็นกระดาษเลย ถ้าเราไม่มีคอมพิวเตอร์ ถ้าคอมพิวเตอร์เสีย หรือฮาร์ดดิสก์พัง เราก็ไม่สามารถดูภาพดิจิทัลเหล่านั้นได้อีกเลย

ผมมีภาพนี้เป็นฟิล์ม แม้จะไม่ได้อัดลงบนกระดาษ แต่ผมก็มีฟิล์ม คอมพิวเตอร์เสีย ฮาร์ดดิสก์เสีย อินเทอเน็ตล่ม ผมก็ยังมีฟิล์ม ผมใช้คอมพิวเตอร์ดูภาพก็จริง แต่ก็มีต้นฉบับเป็นฟิล์มเก็บไว้ วันที่ผมขยันและหัวใจพร้อม ผมก็แค่เข้าห้องอัดภาพขาวดำ อัดภาพแช่น้ำยาแล้วก็ได้กระดาษที่มีภาพออกมา หรือแม้แต่การสแกนภาพแล้วพิมพ์ออกมาบนเครื่องพิมพ์สักตัวก็ทำได้

IMG_20191211_162546

บางทีความสนุกของการถ่ายภาพก็คือขั้นตอนการผลิตภาพ ยิ่งมีขั้นตอนเยอะ เราก็ยิ่งได้อยู่ในเวลาแห่งความสุขนานเท่านั้น

ปฏิทินขอบฟ้า 2566

ปฏิทินขอบฟ้าคือปฏิทินที่ทำมาตลอดทุกปี บันทึกตัวตึงประจำบ้าน จากปีแรกที่ทำเล่นๆ ปีถัดมาเป็นของต้องทำ ปีนี้เป็นของที่อาม่ารอคอย เพราะอาม่าเก็บทุกเล่มตั้งแต่เล่มแรก ปีนี้ขอบฟ้าอายุ 10 ขวบแล้ว แต่ละเดือนที่เรียงลำดับเอาไว้ จะใช้รูปของเดือนเดียวกันเมื่อปีที่แล้ว เพื่อให้รู้ว่าปีที่แล้วเราทำอะไร ไปไหนกันมาบ้าง ปีที่มีโคิวดก็จะมีภาพในบ้านเยอะหน่อย

ภาพถ่าย panorama ที่ชอบ

DSCF8074

การถ่ายภาพที่ให้ภาพกว้างมากเป็นพิเศษเราจะเรียกกว่า panorama ซึ่งสัดสวนภาพจะมีความยาวต่อความสูงของภาพที่เยอะมาก อย่างในโรงหนังที่ให้ภาพกว้างที่สุดก็จะประมาณ 2.39:1 หรือภาพ panorama ระดับเบาๆที่มีให้เลือกถ่ายเป็นวิดีโอในกล้องถ่ายภาพทั่วไปก็จะเป็นภาพสัดส่วน 16:9

แต่ภาพนี้ เป็นภาพแม่ลูกกำลังหลับอยู่ ผมใช้กล้อง Fuji x100 มาถ่ายภาพนี้ ตั้งกล้องให้ถ่ายภาพด้วยระบบ sweep panorama คือเป็นการกดชัตเตอร์กล้องเพื่อรับภาพ แล้วหันกกล้องไปเรื่อยๆจากซ้ายไปขวาจนกว่าจะพอใจ ซึ่งจะเป็นมุมกวาดรับภาพประมาณ 120-180 องศากันเลยทีเดียว ก็เลยหยิบเทคนิคนี้มาใช้ถ่ายภาพตอนแม่กับลูกตอนหลับ จากเตียงแม่สู่เตียงลูก ท่านอนก็สุดแสนจะสอดคล้องกัน เป็นจังหวะที่หายากมาก การถ่ายภาพนี้ออกมาถือว่าให้ลักษณะภาพที่ตรงกับใจ แม้ว่าคุณภาพความคมชัดจะไม่มาก ภาพไม่คบกริบ แต่มันก็เป็นภาพที่ถ่ายจากสถานการณ์จริง ไม่ได้จัดถ่าย ไม่เซ็ทอัพใดๆให้ภาพดูสวย ใช้ความพยายามที่จะกดชัตเตอร์แล้วถือกล้องให้นิ่งและลากต่อเนื่องเท่านั้น

ภาพที่ขายได้

Screen Shot 2565-02-11 at 08.57.18

ภาพนี้เป็นภาพลูกของผมตอนที่ไปเที่ยวเมือง nikko ประเทศญี่ปุ่น ตอนนั้นผมพกกล้องไปตัวเดียวคือ eos m รุ่น1 ติดเลนส์ตัวเดียวตลอดทริปคือเลนส์ 22f2 การเดินทางที่ญี่ปุ่นกับลูกเล็กวัย 3 ขวบ เป็นการเดินทางที่ต้องเตรียมรถเข็น เตรียมอุปกรณ์ของเด็กพอสมควร พ่อกับแม่ต้องช่วยกันยก ช่วยกันอุ้มในหลายสถานการณ์เพราะการเดินทางหลักๆของทริปคือรถไฟ

เลนส์ 22f2 ผมใช้ค่ารูรับแสงที่ f2 ตลอดทริปเลย เพราะต้องการความชัดตื้นที่ละลายหลังให้เบลอดูสวยงาม และต้องการให้มันรองรับสถานการณ์แสงได้ดีหลากหลายสถานที่ และส่วนมากเราก็จะถ่ายภาพในอาคาร ในที่ร่ม การใช้เลนส์ที่มีรูรับแสงกว้างจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมมาก

กล้อง eos m เป็นกล้องที่มีหน้าจอด้านหลังระบบสัมผัส สามารถใช้มือแตะเพื่อให้กล้องทำการโฟกัสและลั่นชัตเตอร์ได้ด้วย มันทำให้เกิดความสะดวกในการใช้งานบางโอกาส เช่นโอกาสเด็กกำลังสนใจกับภาพในจอ มีแสงตอนเช้าเข้ามาทางหน้าต่าง แสงหน้าต่างมักจะสร้างผลลัพธ์ที่ดีกับภาพถ่ายเสมอ ผมเห็นองค์ประกอบนี้ก็รีบหยิบกล้องมากดเปิดกล้องแล้วแตะโฟกัสเพื่อถ่ายเลย แล้วเราก็เก็บวินาทีสวยๆได้ตามที่ตาเห็น ทั้งทริปผมแทบจะไม่ได้ปิดฝาหน้าเลนส์เลย เพราะอยากให้กล้องพร้อมใช้ตลอดเวลา แม้ว่าเลนส์อาจจะเสี่ยงต่อการเสียหายหรือเป็นรอยขีดข่วนบ้าง แต่ผมก็ใช้วิธีติด Hood เหล็กไว้ที่เลนส์ ทำหน้าที่เป็นที่บังแสง และเป็นกันชนให้กับเลนสได้ระดับนึง ภาพลูกผมฝากขายในเว็บ Eyeem.com ครับ

IMG_0338

งานวิจัยเปรียบเทียบการเจริญเติบโตของต้นไม้ที่ใส่ปุ๋ยคอกเทียบกับปุ๋ยเคมี

ปกติงานประจำเทอมที่นักเรียนต้องทำจะเป็นงานวิจัย 1 เรื่อง ตั้งแต่การตั้งคำถาม รวบรวมข้อมูล ออกแบบการทดลอง บันทึกผล สรุปผลการทดลอง จากนั้นก็ต้องมารายงานหน้าชั้นเรียน ในยุคที่โควิดกำลังระบาด การเรียนต้องทำที่บ้าน งานวิจัยก็ต้องพรีเซ็นในแบบออนไลน์แทน การบันทึกคลิปวิดีโอที่พรีเซ้นก็เลยต้องหัดทำ

1641557847993-01

ในวัย 9 ขวบ เด็ก ป3 นอกจากทักษะด้านการวิจัยแล้ว ยังได้เรียนรู้เกี่ยวกับการทำพรีเซ้นด้วยเครื่องมือทันสมัย ได้หัดใช้โปรแกรมเพาเวอร์พ้อยต์ ได้หัดพูดหน้ากล้อง และได้ทดลองทำคลิปในรูปแบบต่างๆ พ่อแม่ช่วยเหลือในการจัดหาเครื่องมือต่างๆ ช่วยเป็นคนถ่ายวิดีโอ อีกไม่นานคิดว่าเด็กน่าจะสามารถทำเองได้ทุกอย่าง

20220107091237_IMG_0346
20220107083517_IMG_0339

ในสมัยที่พ่อแม่ยังเรียนอยู่ กว่าพ่อจะมีคอมพิวเตอร์ใช้ก็ยุคเรียนมหาวิทยาลัย กว่าจะทำพรีเซ็นเทชั่นไปยืนพูดหน้าห้องก็ต้องสมัยเรียนปี 3หรือปี4 ซึ่งเด็กมหาวิทยาลัยในยุคพ่อแม่นั้นก็ถือว่าทันสมัยมากแล้ว มาเจอว่ายุคโควิดนี้เด็กประถมต้นต้องใช้โปรแกรมประชุมผ่านหน้าจอ ต้องเรียนผ่านจอ และต้องพรีเซ้น ต้องใช้สื่ออีกหลากหลาย แม้แต่การให้การบ้านตามงานต่างๆก็ใช้โปรแกรมเฉพาะทาง ทำให้จัดระเบียบได้ง่าย และงานไม่ตกหล่น ไม่ส่งก็รู้ ทักษะเหล่านี้เด็กได้มีโอกาสใช้งานเร็วมาก เทคโนโลยีลำดับถัดไปที่เด็กจะต้องเข้าไปร่วมใช้ร่วมทำงานด้วยมันจะเป็นสิ่งที่พ่อแม่เริ่มไม่คุ้นเคยแล้ว ความสามารถทางได้ไอทีของเด็กจะแซงพ่อแม่ในที่สุด สงสัยต้องไปหาเกมส์มาเล่นเพื่อให้ทันเด็กซะแล้ว.

IMG_0085
IMG_0068
IMG_0048

IMG_0323

20220106092213_IMG_0332

IMG_0743

9ขวบแล้วครับ

งานวันเกิดขอบฟ้าปีนี้จัดในวันอาทิตย์ก่อนถึงวันเกิดจริงเล็กน้อย เพื่อให้เป็นวันที่จัดงานสบายๆในบ่ายวันอาทิตย์ ปีนี้อายุครบ9ขวบ เป็นช่วงเวลาที่ประเทศไทยประสบปัญหาโควิด ประเทศมีคนติดเชื้อเพิ่มขึ้่นวันละหมื่นคน มีคนตายเกิน 100 คนต่อวัน มันเป็นช่วงเวลาที่น่าเศร้าสำหรับประเทศไทย

1626998005082

เด็กอายุ 9 ขวบ แต่อยู่ในวิกฤตโควิดมาประมาณปีครึ่ง ขาดทุนเวลาชีวิตไปมหาศาล ไม่ได้ออกไปเที่ยวเล่นอย่างที่ควรจะเป็น ออกจากบ้านต้องใส่หน้ากากอนามัย ทีแรกก็ใส่ชั้นเดียว หลังๆก็รณรงค์ให้ใส่สองชั้น ถ้าโควิดยังคงระบาดหนักขึ้นเรื่อยๆ อาจจะต้องใส่ชุดเหมือนนักบินอวกาศก็เป็นไปได้

วันเกิดก็จัดงานกันอยู่ในบ้าน ซื้ออาหารมากิน จัดหาเกมส์มาให้เด็กๆได้เล่น เป็นความบันเทิงที่ไม่ต้องไปเสี่ยงชีวิตกับการติดเชื้อนอกบ้าน แต่ก็ยังกังวลนิดหน่อยว่า พ่อแม่ พี่ป้าน้าอา หรือผู้ใหญ่หลายๆคนก็อาจจะไปรับเชื้อมาก็ได้ ซึ่งก็หมายถึงมีโอกาสที่จะแพร่เชื้อให้เด็กและคนแก่ในบ้าน เรื่องนี้เป็นเรื่องอันตรายที่ไม่มีทางหลบเลี่ยงเลย

เล่นเกมส์สนุก ทั้งการหาสมบัติ การใบ้คำ กินวิบาก เก็บภาพเอาไว้เป็นที่ระลึก เอาไว้ย้อนดูในภายหลัง

เที่ยวตราด ดูเหยี่ยว ชิมผลไม้ เล่นน้ำ จังหวัดตราด

คลิปรวม

ดูเหยี่ยว จังหวัดตราด

กิจกรรมดูนกกับพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติ

กิจกรรมดูนกจัดขึ้นโดยพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติ รังสิต คลอง5 เป็นทริปกลุ่มเล็กๆ พาเด็กไปดูนกในพื้นที่่ธรรมชาติ เด็กได้เรียนรู้เรื่องนก ได้ดูนกผ่านกล่องส่องทางไกล พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จัดกิจกรรมแนวสำรวจธรรมชาติสำหรับเด็กบ่อยมาก หากสนใจก็ติดตามข่าวสารจากเว็บหรือเฟสบุ๊คของพิพิธภัณฑ์ได้โดยตรงเลย

133926534_3388424944601765_1503466655451760725_o