เทคโนโลยีช่วยให้ภาพถ่ายสวยขึ้น

dpp-vacation-IMG_3649

ภาพนักกีฬาฟุตบอลกำลังเดาะบอล เป็นท่าทางปกติในวงการกีฬา การถ่ายภาพกิจกรรมกีฬาเป็นเรื่องที่ปกติของการถ่ายภาพที่จะต้องพบหรือผ่านการถ่ายภาพภาพแนวนี้อยู่แล้ว กีฬามักเป็นกีฬากลางแจ้ง การตั้งค่ากล้องเพื่อถ่ายภาพกีฬาก็มักจะใช้สปีดชัตเตอร์ให้สูงระดับ 1/500 หรือ 1/1000 วินาที ขึ้นไป และในยุคฟิล์มเราก็จะใช้ฟิล์มความไวแสงสูง ร่วมกับเลนส์ที่มีความสว่างหรือรูรับแสงกว้าง และการโฟกัสก็ไม่ได้แม่นยำมาก ส่วนมากช่างภาพกีฬาจะพยายามถ่ายภาพเหตุการณ์ด้วยรูรับแสง f2.8 ให้ได้ ถ้าทำได้จริงก็จะได้ภาพที่สวยมาก แต่โดยมากแล้วภาพจะไม่ได้ดังใจ โฟกัสหลุด หน้าไม่ชัดเป็นเรื่องปกติ จึงมีการเผื่อตั้งค่าถ่ายที่ f5.6 หรือ f8 ไว้ด้วย หรือถ่ายไว้หลายๆการตั้งค่าเพื่อความชัวร์ว่าภาพจะมีความคมชัดกลับไปใช้งาน

การใช้เลนส์ที่รูรับแสงกว้างภาพจะคมชัดแค่พื้นที่เล็กๆ บางทีตาชัดแต่หัวไม่ชัด หน้าชัดแต่ไหล่และแขนไม่ชัด ภาพนักกีฬาส่วนมากจะต้องถ่ายเผื่อหลายใบเพื่อนำมาคัดว่าภาพไหนโฟกัสเข้าถึงจะนำไปใช้งาน และแทบจะไม่เคยมีการถ่ายภาพกีฬาด้วยรูรับแสงกว้างระดับ f1.4 เลย เพราะในอดีตเป็นเรื่องที่ยากมาก โดยเฉพาะกับกล้องฟิล์ม

แต่ปัจจุบันกล้องดิจิทัลมีเทคโนโลยีการช่วยโฟกัส สามารถจับโฟกัสที่หน้า และที่ตาคนได้ ดังนั้นกล้องจะปรับโฟกัสให้ตาชัดอัตโนมัติ ถ้าเราตั้งค่ากล้องเป็น Auto iso หรือ เลือกค่า iso ให้สูงไปเลย สปีดชัตเตอร์จะสูงมาก เราก็สามารถถ่ายภาพกีฬาที่รูรับแสงกว้าง f1.4 ได้โดยที่โฟกัสไม่พลาด มีความคมชัดที่หน้าอย่างแท้จริง มันทำให้เราได้ภาพที่ต้องการ ทั้งหมดเป็นความดีความชอบของเทคโนโลยีในกล้องของยุคปัจจุบัน

ให้ลูกเรียนกีฬาไปทำไม

#ฉันให้ลูกเรียนกีฬาไปทำไม

ได้อ่านบทความของคุณแม่ต่างชาติท่านหนึ่ง ซึ่งเขียนถึงเหตุผลที่เธอทุ่มเทเงินทองและเวลามากมาย เพื่อส่งลูกเรียนกีฬา รู้สึกประทับใจกับแนวคิดของคุณแม่ท่านนี้ จึงอยากมาแชร์กันค่ะ

———————————-

เพื่อนคนหนึ่งของฉันถามว่า

“ทำไมเธอจึงยอมจ่ายเงินตั้งมากมายเพื่อให้ลูกเล่นกีฬา”

อืม มันก็จริง ฉันยอมรับ

แต่ฉันไม่ได้จ่ายเงินเพื่อให้ลูกเล่นกีฬาหรอกนะ

จริงๆ ฉันไม่ได้ให้ความสนใจในกีฬาที่เด็กๆ เล่นเท่าไหร่นักหรอก

อ้าว แล้วถ้าฉันไม่ได้จ่ายเพื่อกีฬา แล้วฉันจ่ายเงินเพื่ออะไรกันล่ะ

.

ฉันจ่ายเพื่อช่วงเวลาที่ลูกจะได้รู้สึกถึงความเหน็ดเหนื่อยจนอยากจะเลิกทำ แต่เขาก็ไม่ล้มเลิก

.

ฉันจ่ายเพื่อวันเวลาที่ลูกๆ ของฉันกลับมาจากโรงเรียนด้วยความเหน็ดเหนื่อยเกินกว่าจะไปซ้อมกีฬา แต่พวกเขาก็ยังไปอยู่ดี

.

ฉันจ่ายเพื่อที่ลูกของฉันจะได้มีวินัย focus และทุ่มเท

.

ฉันจ่ายเพื่อให้ลูกของฉันเรียนรู้ที่จะดูแลร่างกายของเขา,

อุปกรณ์กีฬาและสิ่งของต่างๆ ของเขาเอง

.

ฉันจ่ายเพื่อให้ลูกของฉันเรียนรู้ที่จะทำงานร่วมกับผู้อื่นและเป็นสมาชิกที่ดีของทีม เรียนรู้ที่จะแพ้และถ่อมตัวเมื่อชนะ

.

ฉันจ่ายเพื่อให้ลูกของฉันได้เรียนรู้ที่จะรับมือกับความผิดหวัง

เมื่อเขาไม่ได้ตำแหน่งที่เขาต้องการ

แต่เขาก็ยังคงกลับไปฝึกซ้อมวันแล้ววันเล่าอย่างดีที่สุด

.

ฉันจ่ายเพื่อให้ลูกของฉันได้เรียนรู้ที่จะพิชิตเป้าหมาย

.

ฉันจ่ายเพื่อให้ลูกของฉันได้เรียนรู้ไม่เพียงที่จะเคารพตัวเอง

แต่เคารพคู่แข่ง, โค้ชและเจ้าหน้าที่

.

ฉันจ่ายเพื่อให้ลูกของฉันได้เรียนรู้ว่า

ความสำเร็จหรือการเป็นแชมเปี้ยนนั้น

มันต้องแลกมาด้วยการทุ่มเททำงานหนัก

ฝึกฝนวันละหลายๆ ชั่วโมง ปีแล้วปีเล่า

พวกเขาจะเรียนรู้ว่ามันไม่มีความสำเร็จชั่วข้ามคืน

.

ฉันจ่ายเพื่อให้ลูกของฉันได้ภูมิใจในความสำเร็จเล็กๆ

และฝึกฝนเพื่อเป้าหมายใหญ่ของเขา

.

ฉันจ่ายเพื่อให้ลูกของฉันได้มีโอกาสสร้างมิตรภาพที่ยั่งยืน,

ความทรงจำที่มีค่า, และภูมิใจในความสำเร็จของพวกเขา

แบบที่ฉันก็รู้สึกเช่นกัน

.

ฉันจ่ายเพื่อให้ลูกของฉันได้ไปอยู่ในสนามแทนที่จะอยู่หน้าจอ

.

ฉันสามารถเขียนได้อีกยืดยาว แต่ขอสรุปสั้นๆ นะว่า

ฉันไม่ได้จ่ายเพื่อกีฬาหรอก

แต่ฉันจ่ายเพื่อ “โอกาส” ที่กีฬาสามารถให้กับลูกๆของฉันได้

กีฬาช่วยพัฒนาคุณลักษณะที่ดีรอบด้าน

ในการดำรงชีวิตอยู่เพื่อตัวเองและผู้อื่น

จากที่ฉันสังเกต ฉันคิดว่ามันเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากๆ ทีเดียว

Cr. บทความ Trevlyn Mayo Palframan🙏

Cr. บทความ Trevlyn Mayo Palframan

IMG_1290
dpp-footballป5-IMG_9025

ได้อ่านบทความของคุณแม่ต่างชาติท่านหนึ่ง
ซึ่งเขียนถึงเหตุผลที่เธอทุ่มเทเงินทองและเวลามากมาย
เพื่อส่งลูกเรียนกีฬา
รู้สึกประทับใจกับแนวคิดของคุณแม่ท่านนี้จังเลย
จึงอยากจะแปลเพื่อนำมาแชร์กันนะคะ
.
เพื่อนคนหนึ่งของฉันถามว่า
“ทำไมเธอจึงยอมจ่ายเงินตั้งมากมายเพื่อให้ลูกเล่นกีฬา”
อืม มันก็จริง ฉันยอมรับ
แต่ฉันไม่ได้จ่ายเงินเพื่อให้ลูกเล่นกีฬาหรอกนะ
จริงๆ ฉันไม่ได้ให้ความสนใจในกีฬาที่เด็กๆ เล่นเท่าไหร่นักหรอก
อ้าว แล้วถ้าฉันไม่ได้จ่ายเพื่อกีฬา แล้วฉันจ่ายเงินเพื่ออะไรกันล่ะ
.
ฉันจ่ายเพื่อช่วงเวลาที่ลูกจะได้รู้สึกถึงความเหน็ดเหนื่อยจนอยากจะเลิกทำ แต่เขาก็ไม่ล้มเลิก
.
ฉันจ่ายเพื่อวันเวลาที่ลูกๆ ของฉันกลับมาจากโรงเรียนด้วยความเหน็ดเหนื่อยเกินกว่าจะไปซ้อมกีฬา แต่พวกเขาก็ยังไปอยู่ดี
.
ฉันจ่ายเพื่อที่ลูกของฉันจะได้มีวินัย focus และทุ่มเท
.
ฉันจ่ายเพื่อให้ลูกของฉันเรียนรู้ที่จะดูแลร่างกายของเขา,
อุปกรณ์กีฬาและสิ่งของต่างๆ ของเขาเอง
.
ฉันจ่ายเพื่อให้ลูกของฉันเรียนรู้ที่จะทำงานร่วมกับผู้อื่นและเป็นสมาชิกที่ดีของทีม เรียนรู้ที่จะแพ้และถ่อมตัวเมื่อชนะ
.
ฉันจ่ายเพื่อให้ลูกของฉันได้เรียนรู้ที่จะรับมือกับความผิดหวัง
เมื่อเขาไม่ได้ตำแหน่งที่เขาต้องการ
แต่เขาก็ยังคงกลับไปฝึกซ้อมวันแล้ววันเล่าอย่างดีที่สุด
.
ฉันจ่ายเพื่อให้ลูกของฉันได้เรียนรู้ที่จะพิชิตเป้าหมาย
.
ฉันจ่ายเพื่อให้ลูกของฉันได้เรียนรู้ไม่เพียงที่จะเคารพตัวเอง
แต่เคารพคู่แข่ง, โค้ชและเจ้าหน้าที่
.
ฉันจ่ายเพื่อให้ลูกของฉันได้เรียนรู้ว่า
ความสำเร็จหรือการเป็นแชมเปี้ยนนั้น
มันต้องแลกมาด้วยการทุ่มเททำงานหนัก
ฝึกฝนวันละหลายๆ ชั่วโมง ปีแล้วปีเล่า
พวกเขาจะเรียนรู้ว่ามันไม่มีความสำเร็จชั่วข้ามคืน
.
ฉันจ่ายเพื่อให้ลูกของฉันได้ภูมิใจในความสำเร็จเล็กๆ
และฝึกฝนเพื่อเป้าหมายใหญ่ของเขา
.
ฉันจ่ายเพื่อให้ลูกของฉันได้มีโอกาสสร้างมิตรภาพที่ยั่งยืน,
ความทรงจำที่มีค่า, และภูมิใจในความสำเร็จของพวกเขา
แบบที่ฉันก็รู้สึกเช่นกัน
.
ฉันจ่ายเพื่อให้ลูกของฉันได้ไปอยู่ในสนามแทนที่จะอยู่หน้าจอ
.
ฉันสามารถเขียนได้อีกยืดยาว แต่ขอสรุปสั้นๆ นะว่า
ฉันไม่ได้จ่ายเพื่อกีฬาหรอก
แต่ฉันจ่ายเพื่อ “โอกาส” ที่กีฬาสามารถให้กับลูกๆของฉันได้
กีฬาช่วยพัฒนาคุณลักษณะที่ดีรอบด้าน
ในการดำรงชีวิตอยู่เพื่อตัวเองและผู้อื่น
จากที่ฉันสังเกต ฉันคิดว่ามันเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากๆ ทีเดียว
Cr. บทความ Trevlyn Mayo Palframan