5 สิ่งที่แบรนด์เครื่องสำอางต้องพิจารณาในการออกแบบกล่องเพื่อให้ขายได้จริง

ถ้าคุณเป็นคนทำแบรนด์เครื่องสำอาง คุณอาจจะกำลังทุ่มสุดตัวกับการพัฒนาสูตรให้เจ๋งที่สุดอยู่ แต่มีอยู่เรื่องหนึ่งที่หลายคนมองข้าม ทั้งที่มันเป็นเหมือน “จุดเริ่มต้นของความสนใจ” ระหว่างลูกค้ากับแบรนด์เลย นั่นก็คือ “หน้าตา” ของสินค้า โดยเฉพาะกล่อง

ลองนึกภาพลูกค้าเดินผ่านชั้นวางที่มีสินค้าหน้าตาคล้ายกันเต็มไปหมด เขาไม่ได้มีเวลาหยิบทุกชิ้นขึ้นมาอ่านละเอียดหรอก ในเวลาไม่กี่วินาทีแรกที่สายตาไปสะดุด เขาจะตัดสินใจจากความรู้สึกก่อนเสมอ แล้วค่อยหาเหตุผลมารองรับทีหลัง

นี่แหละที่ทำให้กล่องไม่ได้เป็นแค่กระดาษห่อสินค้า แต่มันคือ “พนักงานขายคนแรก” ของแบรนด์ เป็น Touchpoint แรกที่ลูกค้าสัมผัส และมันต้องเล่าเรื่องทั้งหมดของแบรนด์ให้ได้แบบไม่ต้องพูดเยอะ

วันนี้เลยอยากชวนคุณมาดู 5 เรื่องสำคัญที่ควรคิดให้ครบ ตอนออกแบบกล่องเครื่องสำอาง เพื่อเปลี่ยนจาก “แค่สินค้า” ให้กลายเป็น “ประสบการณ์ที่น่าจดจำ”

1) ความสอดคล้องของอัตลักษณ์แบรนด์ (Brand Consistency)

กล่องที่ดีไม่ควรหลุดไปจากตัวตนแบรนด์แม้แต่นิดเดียว เพราะลูกค้าจะเชื่อมั่นในแบรนด์ที่ดูเป็นมืออาชีพและมีภาพจำชัด ๆ มากกว่าเสมอ

ลองเช็กตัวเองง่าย ๆ ว่าโลโก้ สีหลัก ฟอนต์ ไปจนถึงสไตล์ภาพบนกล่อง “พูดภาษาเดียวกัน” กับแบรนด์ไหม และที่สำคัญ ต้องสอดคล้องกับ CI หรือ Corporate Identity Guideline ที่คุณวางไว้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นสินค้ารุ่นเดิมหรือรุ่นใหม่

อีกจุดที่หลายคนลืมคือโทนของกระดาษและวัสดุตกแต่ง เช่น งานปั๊มฟอยล์หรือสีพิเศษ พวกนี้ไม่ใช่แค่ทำให้สวยขึ้น แต่มันเป็นส่วนหนึ่งของ “อารมณ์” ที่แบรนด์ส่งไปถึงลูกค้า ถ้าคุมโทนให้ถูก กล่องจะดูพรีเมียมขึ้นแบบไม่ต้องพยายามอธิบายเลย

2) ประสบการณ์เมื่อสัมผัส (The Tactile Experience)

เครื่องสำอางเป็นสินค้าที่คนเลือกด้วยความรู้สึกเยอะมากกว่าสินค้าหลายประเภท เพราะมันเกี่ยวกับความสวย ความมั่นใจ และภาพลักษณ์ของตัวเอง ดังนั้นนอกจากมองเห็นแล้ว “สัมผัส” ก็มีผล

อย่าออกแบบโดยคิดแค่ภาพพิมพ์บนกล่อง ลองให้ความสำคัญกับวัสดุและผิวสัมผัสของกระดาษด้วย เช่น กระดาษอาร์ตการ์ดด้านที่ให้ความรู้สึกหรู นุ่ม และดูเป็นธรรมชาติ หรือเทคนิคอย่าง Embossing และ Foil Stamping ที่ช่วยเพิ่มมิติ ทำให้ลูกค้าหยุดมองซ้ำ ๆ

ถ้างบถึง คุณอาจลองเติมกลิ่นอโรมาอ่อน ๆ ที่กล่องด้วยก็ได้ เพราะกลิ่นเป็นตัวกระตุ้นความทรงจำชั้นดี กล่องหนึ่งกล่องอาจกลายเป็น “ซิกเนเจอร์” ที่ทำให้ลูกค้านึกถึงแบรนด์คุณทุกครั้งที่เปิด

3) การจัดลำดับข้อมูล (Information Hierarchy)

ความจริงคือ ลูกค้าส่วนใหญ่ไม่ได้อ่านทุกอย่างบนกล่อง เขาอยากเข้าใจให้ไวที่สุดว่า “นี่คืออะไร และช่วยอะไรได้” ใน 3 วินาทีแรก

ดังนั้นบนกล่องควรมีจุดเด่นที่ชัด และวางข้อมูลแบบเป็นขั้นเป็นตอน

ด้านหน้าคือจุดที่ต้องดึงสายตาให้ได้ก่อน ชื่อแบรนด์ ชื่อสินค้า และจุดขายหลักควรเห็นชัดทันที

ด้านข้างค่อยเล่า “ประโยชน์” แบบกระชับ เน้นส่วนผสมเด่นหรือ Benefit หลักสัก 3 ข้อ ให้คนอ่านแล้วรู้สึกว่า เออ…นี่แหละที่ตามหา

ด้านหลังค่อยลงรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นวิธีใช้ ส่วนประกอบ ข้อมูลติดต่อ หรือข้อควรระวัง จุดนี้ไม่จำเป็นต้องเด่นที่สุด แต่ต้องจัดให้อ่านง่าย เป็นระเบียบ และไม่ทำให้คนรู้สึกว่า “ขอพักก่อน” ตั้งแต่ยังไม่ทันซื้อ

4) ความยืดหยุ่นในการขยายไลน์สินค้า (Scalability)

ถ้าแบรนด์คุณตั้งใจจะโต คุณต้องคิดให้ไกลกว่ารุ่นเดียวในวันนี้ เพราะวันที่สินค้าขายดี คุณจะอยากต่อยอดทันที และตอนนั้นคุณไม่อยากเริ่มออกแบบใหม่หมดทุกครั้ง

ทางที่ดีคือออกแบบ “โครงสร้างหลักของกล่อง” ให้เป็นมาตรฐานไว้ก่อน แล้วเวลาออกสินค้ารุ่นใหม่ ค่อยเปลี่ยนแค่สติกเกอร์ ชื่อรุ่น หรือสีบางจุดให้ต่างกัน วิธีนี้ช่วยประหยัดเวลาและต้นทุน และยังทำให้ภาพรวมของแบรนด์ดูมีระบบ ลูกค้าจำได้ง่ายขึ้นด้วย

5) ความแข็งแรงและความสมบูรณ์ของโครงสร้าง (Structural Integrity)

กล่องที่สวยมาก แต่พอส่งแล้วบุบ แตก หรือเปิดยาก เท่ากับทำลายความประทับใจตั้งแต่ยังไม่ได้ใช้สินค้าเลย เพราะฉะนั้นโครงสร้างต้องคิดให้ครบ ตั้งแต่การพับเก็บ การยึดติด ความหนาของวัสดุ ไปจนถึงรายละเอียดอย่างพื้นที่เผื่อตัด (Bleeding Area) ที่ช่วยให้พิมพ์จริงแล้วไม่เพี้ยน

จุดนี้มักต้องทำงานใกล้ชิดกับทีมออกแบบแพ็กเกจจิ้งหรือโรงพิมพ์ เพื่อเช็กให้แน่ใจว่ากล่องแข็งแรงพอ ใช้งานจริงได้ดี และไปถึงมือลูกค้าในสภาพที่ “สมกับที่แบรนด์ตั้งใจ”

สุดท้ายแล้ว การออกแบบบรรจุภัณฑ์ไม่ใช่แค่เรื่องความสวย แต่มันคือกลยุทธ์ทางธุรกิจแบบเต็ม ๆ ตั้งแต่กระดาษ สติกเกอร์ ไปจนถึงโครงสร้าง ทุกอย่างกำลังช่วยขายแทนคุณอยู่

ถ้าตอนนี้คุณกำลังรู้สึกว่า กล่องเดิมเริ่มไม่ทันสมัย ไม่แน่ใจจะเริ่มออกแบบยังไงให้โดนใจตลาด หรืออยากได้พาร์ทเนอร์ที่เข้าใจงานแบรนด์เครื่องสำอางแบบครบวงจร ทั้งกล่อง สติกเกอร์ และแผ่นพับ เรื่องพวกนี้คุยกันได้เลยกับทีมออกแบบและพัฒนาสื่อสิ่งพิมพ์ อย่าปล่อยให้กล่องเป็นแค่ค่าใช้จ่าย แต่เปลี่ยนมันให้เป็นสินทรัพย์ทางการตลาดของแบรนด์คุณแทน

การทำตัวอย่างกล่องก่อนผลิตจริง

การออกแบบแพ็คเกจจิ้งหรือออกแบบกล่องเพื่อจัดจำหน่ายเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องพิถีพิถัน เราอาจจะต้องจ้างนักออกแบบกราฟิคที่มีความเชี่ยวชาญในการออกแบบกล่องโดยเฉพาะ เพราะงานกล่องจะเป็นงานที่ต้องมีการตัดไดคัทเป็นรูปทรงด้วย มันมีความซับซ้อนกว่าการออกแบบใบปลิวทั่วไป

912281

การออกแบบกล่องที่สมบูรณ์ควรจะจบถึงการออกแบบเส้นไดคัท หรือเส้นตัดที่จะใช้สำหรับประกอบเป็นกล่องออกมา เส้นไดคัทนี้จะต้องมีรายละเอียดของส่วนพับ ส่วนติดกาว ภาพหรือข้อความที่ปรากฏบนกล่องที่จะแสดงผลแต่ละด้านต้องจัดวางแต่ละหน้าให้สอดคล้องกัน ด้านบนและด้านล่างกล่องอาจจะต้องกลับภาพหันหัวคนละทาง และต้องเลือกว่าจะทำฝากล่องเปิดด้านไหน ปิดด้านไหนของข้อความด้วย

20220609181802_IMG_0921

เมื่อได้อาร์ตเวิร์คกล่องที่สมบูรณ์แล้วก็ต้องพิมพ์ตัวอย่างพร้อมตัดออกมาเป็นทรงเหมือนจริง ต้องเลือกความหนากระดาษให้เหมาะสม และที่สำคัญต้องทดลองทำกล่องขนาดเท่าจริงออกมา เจ้าของงานควรจะเห็นกล่องขนาดเท่าจริง และถ้าเป็นไปได้ตัวอย่างกล่องก็ควรทำจากกระดาษจริงด้วย เพื่อที่จะนำไปใช้ทดลองใส่สินค้าจริงเพื่อให้มั่นใจว่าใส่สินค้าไปแล้วกล่องจะรับน้ำหนักสินค้าได้ หากเลือกกระดาษบางเกินไปแล้วสินค้าเป็นของหนักก็จะทำให้กล่องเสียรูปทรง ไม่สามารถคงรูปกล่องไว้ได้ กระดาษหนาเกินไปก็จะมีข้อเสียในเรื่องของต้นทุนการผลิต และการได้ตัวอย่างขนาดเท่าจริงก็ยังใช้ไปเป็นแบบถ่ายภาพเพื่อทำงานโฆษณาต่อได้ด้วย


เจ้าของสินค้าอยากออกแบบกล่อง
หรือ นักออกแบบอยากทำตัวอย่างกล่อง
ติดต่อได้ที่ โทร 0819373130 หรือ
https://line.me/ti/p/vGR_HrU7Cd

ตัวอย่างงานพิมพ์ที่เคยทำ

โรงพิมพ์จอมทอง

2018-04-06_09-45-56
งาน safety instructions ของสายการบินนกแอร์ เราทำงานกับนกแอร์ตั้งแต่วันที่เริ่มต้นสายการบิน
Poster dean&deluca
โปสเตอร์อาหารของร้าน Dean & Deluca นอกจากโปสเตอร์แล้ว งานสิ่งพิมพ์อื่นๆเราก็รับทำให้กับแบรนด์นี้อยู่เรื่อยๆ
IMG_20180419_155546
Standee เมนูอาหารของร้าน S&P ร้านมีสาขาจำนวนมาก เวลาจตัดส่งก้จะมีทั้งส่งเข้าคลังส่วนกลาง กับส่งไปยังสาขาในกรุงเทพฯ
20180303114806_IMG_6339
Standee สำหรับรายขายจา
IMG_20200519_125602
กล่องใส่สินค้าพรีเมี่ยมของธนาคารแห่งหนึ่ง สำหรับแจกเป็นของขวัญให้กับลูกค้า VIP

IMG_20180802_103536
กล่องใส่ลิปสติก ทำเป็นทรงเหมือนกล่องไม้ขีด ด้านในมีโครงสร้างล็อคตัวสินค้าให้วางอยู่กลางกล่อง
2017-02-10_08-08-27
กล่องใส่เหรียญที่ระลึกงานแต่งงาน ด้านนอกทำจากกระดาษ ชิ้นสวนที่ประคองเหรียญเอาไว้เป็นกระดาษที่หุ้มโฟมอยู่ภายใน เหรียญจะถูกวางไว้ในช่องที่เจาะไว้
IMG_1887stevecafebox
กล่องใส่คุกกี้ เป็นสินค้าวางขายในช่วงเทศกาล นอกจากกล่องแล้วเรายังหาคุกกี้ให้กับลูกค้าด้วย
IMG_20200331_142805
ใบปลิวร้านอาหารหลายแบรนด์ เราทำให้ทั้ง A&W S&P และร้านอื่นๆอีกหลายแห่ง
20191024112627_IMG_0002
สมุดโน้ต A5 สำหรับแจกนักเรียนในโรงเรียนสอนพิเศษ
IMG_20190926_154628
ถุงขนมใส่คุกกี้ พิมพ์ด้วยระบบการพิมพ์ letterpress เราสามารถพิมพ์ลงบนถุงสำหรับใส่อาหาร
Thailetterpress
ตัวอย่างถุงขนมที่พิมพ์โลโก้ลงไป การพิมพ์ด้วยเทคนิคการพิมพ์ letterpress สามารถทำงานพิมพ์บนถุงสำเร็จรูปได้
IMG_0098
สมุดโน้ตของหน่วยงาน เป็นสินค้าที่ระลึกแจกในโอกาสต่างๆ สมุด A5 เนื้อในพิมพ์เส้นบรรทัด ปกเป็นสีกระดาษหนา เข้าเล่มห่วงแบบเดียวกับปฏิทิน
20191126145739_IMG_0502
กล่องสีทองใส่สินค้าพรีเม่ี่ยม กระดาษทอง ขึ้นรูป เจาะรูใส่แผ่นพลาสติกใสทำให้มองเห็นสินค้าดูสวยงาม
20170715144752_IMG_0381
กล่องใส่ข้าว ขายเป็นสินค้าสำหรับพกพา สินค้าขนาดเล็กสำหรับทดลองชิม
20170715144413_IMG_0368
กล่องใส่เครืองสำอางค์ รูปทรงสูงใส่ขวด มีโครงสร้างภายในทำให้สินค้าไม่โยกคลอน
20170715144959_IMG_0392
กล่องใส่เครื่องสำอางค์แบบกระปุก ออกแบบพิมพ์สีพิเศษ ปั๊มฟอยล์ทองสีเท่ห์ๆหากยาก
20170715145609_IMG_0429
กล่องใส่ปุ๋ย ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรก็ดูมีคุณค่า มีราคาได้
20170715145433_IMG_0421
กล่องใส่เครื่องสำอางค์ พิมพ์ 4 สีมาตรฐาน งานแมสเราก็ทำ

IMG_0624
กระดาษรองจาน กระดาษรองถาด เมนูแนะนำอาหาร

sample box ตัวอย่างกล่อง

ตัวอย่างงานกล่องที่ผลิตโดยโรงพิมพ์จอมทอง เราทำงานสิ่งพิมพ์หลากหลายชนิด งานกล่องใส่อาหารเสริม เครื่องสำอางค์เราก็ทำอยู่เป็นประจำ เรามีระบบการพิมพ์ 4 สี และ สีพิเศษ ปั๊มฟอยล์ ปั๊มนูน ไดคัท ครบวงจร

20170715145011_IMG_0394
20170715144909_IMG_0389
20170715144812_IMG_0384
20170715144601_IMG_0375
20170715144529_IMG_0372
20170715145145_IMG_0404
20170715145413_IMG_0419
20170715145609_IMG_0429
20170715145633_IMG_0431
20170715145656_IMG_0433
IMG_20181203_124857
IMG_20180802_103440
2018-08-30_04-38-17
20170715145054_IMG_0399
IMG_1886stevecafebox
20191126145739_IMG_0502

ทำกล่องสีทองใส่สินค้าขาย online

โรงพิมพ์ของผมได้รับการติดต่อจากลูกค้าท่านหนึ่ง ลูกค้ามีธุรกิจขายสินค้า online และต้องการทำกล่องใส่สินค้าใหม่ เนื่องจาก กล่องเดิมที่มีอยู่เป็นกล่องสำเร็จรูป กล่องเป็นสีเงิน ขนาดเล็กเกินไปสำหรับสินค้า และที่ผ่านมาตอนขาย ก็จะต้องตัดต่อกล่อง 2 ใบ เพื่อทำให้กลายเป็นกล่องใหญ่ขึ้น ทำให้ไม่สะดวก ไม่สวยงาม และเปลืองเวลาอย่างมาก

2019-11-06_11-25-36

เมื่อได้ทราบความต้องการ เราก็เลยจัดการปรับขนาดกล่องใหม่ให้สามารถใส่สินค้าของลูกค้าได้พอดี โดยมีโจทย์เพิ่มเติมว่า กล่องใหม่นี้ จะต้องวางไว้ในกล่องลูกฟูกที่จะต้องส่งผ่านไปรษณีย์หรือขนส่งเอกชนใดๆโดยจะต้องเป็นขนาดกล่องที่เล็กที่สุด และลูกค้าก็ให้กล่องลูกฟูกที่จะแพ็คสินค้ามาด้วย เราเลยตัดกล่องสีขาวเป็นตัวเดโม่หรือกล่องตัวอย่างให้ลูกค้าลองใช้ ซึ่งเป็นขนาดที่ตรงกับความต้องการทั้ง 2 เงื่อนไข คือ ขนาดพอดีสำหรับใส่สินค้า และ ขนาดไม่ใหญ่จนเกินกล่องแพ็คสำหรับส่ง

IMG_20191122_132600

เมื่อได้ขนาดที่ต้องการแล้ว ลูกค้าเลือกใช้สีทองเงา โดยเลือกจากตัวอย่างกระดาษที่โรงพิมพ์หาให้ และเราก็ได้ทำตัวอย่างจริงเพิ่มเติม โดยการทำบล๊อกไดคัทจริง ใช้กระดาษจริง มาขึ้นรูป ช่องหน้าต่างสำหรับมองทะลุเข้าไปเห็นตัวสินค้าเป็นพลาสติกใส ลูกค้าได้เห็นตัวจริงก่อนเร่ิมงาน

IMG_20191122_132539

การปั๊มไดคัทกล่องเราจะต้องทำบล๊อกมีดขึ้นมา แล้วตัดกระดาษสี่เหลี่ยมเข้าไปปั๊มทีละใบ เมื่อปั๊มเสร็จ กระดาษจะพร้อมสำหรับการติดกาว ขั้นตอนการปั๊มนี้จะต้องใช้ช่างปั๊มไดคัทที่มีประสบการณ์ เพราะรอยพับบนกล่องต้องมีน้ำหนักกดทับที่พอดี ไม่น้อยเกินไป ไม่ลึกเกินไป

20191126150230_IMG_0508

กล่องจะติดกับแผ่นพลาสติกด้วยกาวชนิดพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อใช้กับพลาสติก หากเราใช้กาวติดกระดาษที่หาซื้อตามห้างหรือร้านเครื่องเขียนทั่วไป ชิ้นงานจะติดไม่แน่น อาจหลุดร่อนได้เมื่อเวลาผ่านไปไม่กี่วัน งานกล่องเจาะหน้าต่างที่ต้องมีฟิล์มพลาสติกจำเป็นต้องใช้กาวพิเศษเท่านั้น

20191127103458_IMG_0516

เมื่อติดแผ่นพลาสติกเรียบร้อยแล้วเราถึงจะติดข้างกล่องให้เป็นทรงกล่องเพื่อรอจัดส่งต่อไป และเราก็ไม่ลืมที่จะลองวางในกล่องลูกฟูกที่จะใช้ส่งด้วยไปรษณีย์ให้ดูอีกทีเพื่อความมั่นใจ

IMG_20191118_103811
20191126145739_IMG_0502

กล่องสีทอง เจาะหน้าต่างติดฟิล์มพลาสติกใส เป็นกล่องที่ทำให้สินค้าภายในดูดีมีราคามากจริงๆ แค่กล่องเปล่าก็รู้สึกแพงแล้ว และทั้งหมดที่ทำราคาไม่สูงเกินไป ลูกค้าเลือกทำกล่องใหม่กับเรา โดยไม่เลือกกล่องสำเร็จรูปที่ซื้อตามร้านขายส่งเพราะกำหนดขนาดกล่องได้เอง สามารถออกแบบการแพ็คเพื่อควบคุมค่าขนส่งได้ เราเชื่อว่าลูกค้าของเรามีกำไรเพิ่มขึ้นแน่นอน

ปรับปรุงเครื่องกรองฝุ่น ใส่ฟิลเตอร์คุณภาพสูง

เพื่อนที่ทำงานติดตั้งระบบท่อแอร์และท่อประปาได้คุยกับผมเรื่องฟิลเตอร์กรองฝุ่น  เขาแนะนำให้ผมรู้จักฟิลเตอร์ชนิดหนึ่งที่ใช้ติดกับระบบแอร์  และในบ้านเขาก็ใช้ฟิลเตอร์นี้ในการรับมือกับฝุ่น pm2.5 ที่กำลังปกคลุมประเทศไทยอยู่ในช่วงนี้  และเพื่อนก็ใจดีแบ่งให้ผมมาลองใช้งานดู

pic59734_js mat

 

ฟิลเตอร์ชนิดนี้เรียกว่าอะไรผมก็ไม่ได้รู้จักชื่อที่ถูกต้อง  รู้แต่ว่ามันเป็นชนิด g4 ที่มีคุณสมบัติกรองฝุ่นขนาด 1ไมครอนได้ประมาณ 90% นั่นก็หมายความว่า ฝุ่น pm2.5 ก็สามารถกรองได้อย่างไม่มีปัญหา  ก็เลยทำการทดลองกับกล่อง DIY ที่ทำขึ้นมา

2019-02-10_06-46-13

กล่องนี้ ในตอนที่แล้วผมสร้างจากกล่องใส่นม uht และใช้หน้ากากอนามัย 2 แผ่นแทนฟิลเตอร์กรองฝุ่น  ติดพัดลมด้านหนึ่งของกล่อง  และติดฟิลเตอร์ด้านตรงข้ามกับพัดลม  ผลการวัดค่าด้วยเครื่องวัดฝุ่น Xiaomi air detector ก็ทำงานได้ดีระดับนึงคือลดฝุ่นลงได้ประมาณ 50%  แต่ยังไม่ดีเท่ากับเครื่องฟอกอากาสที่ทำขายกันในห้าง  แต่ก็ถือว่าหลักการทำงานใช้งานได้เช่นกัน

 

เมื่อได้ฟิลเตอร์ G4 มาทดสอบ  ก็จัดการรื้อหน้ากากอนามัยออก แล้วเอาฟิลเตอร์ตัดเท่ากับกล่อง มาปิดแทนหน้ากากอนามัย  ใช้เทปพันสายไฟติดฟิลเตอร์เข้ากับตัวกล่อง  แล้วก็ทดลองใช้งาน วัดค่าฝุ่นที่ออกมาจากกล่องนี้  ผลก็คือ มันทำงานได้ดีมาก  ลดฝุ่นในห้องจาก 10ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เหลือ 1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรเท่านั้น นั่นหมายความว่าฟิลเตอร์ตัวนี้ทำงานได้ตรงสเป็คเลย

 

 

 

IMG_20190209_215444

 

 

IMG_20190209_215409

 

 

 

 

IMG_20190209_215255

 

เห็นแบบนี้แล้วก็รู้สึกอยากจะออกแบบเครื่องกรองอากาศขึ้นมาใช้เองเลย  ถ้าใส่กล่องไม้ในรูปทรงที่ดูดี ใช้พัดลมที่ตัวใหญ่ แรงลมเยอะ และเสียงเบาลง  รวมถึงจะได้ออกแบบกล่องที่ใหญ่พอสำหรับติดฟิลเตอร์ขนาดใหญ่เพื่อให้เครื่องกรองฝุ่นสามารถลดฝุ่นในห้องได้เร็วกว่ากล่องขนาดเล็ก  มันจะเป็นเครื่องกรองฝุ่นที่น่าใช้มาก  เพราะมันสวยตามใจเรา  เพราะมันเป็นของที่เราทำเอง และเพราะมันทำงานได้ดีด้วย

 

 

สรุป

เครื่องฟอกอากาศ หรือเครื่องกรองฝุ่น ใช้เทคโนโลยีไม่ซับซ้อน คนทั่วไปสามารถสร้างขึ้นเองได้  อาศัยเพียงพัดลมและฟิลเตอร์กรองฝุ่นเท่านั้น  พัดลมเราหาได้จากอะไหล่อิเล็คทรอนิกส์ที่เหลืออยู่ในบ้าน  หาได้จากคอมพิวเตอร์เก่า หรือแม้แต่ร้านขายอะไหล่ไฟฟ้าก็น่าจะมีขายอยู่ในราคาไม่ถึง100 บาท  แหล่งจ่ายไฟเราได้จากหม้อแปลงเก่าๆ จะใช้ 12v ก็ได้  จะใช้ 5v ก็ได้ ขึ้นอยู่กับพัดลมที่เราเลือกใช้  หม้อแปลงเก่ามันก็น่าจะมาจากของเหลือในบ้านอีกเช่นกัน  บ้านที่ใช้อินเทอเน็ตความเร็วสูงก็จะมีเร้าเตอร์ที่ใช้งานมายาวนาน เปลี่ยนความเร็วอินเทอเน็ตก็ต้องเปลี่ยนเร้าเตอร์  ของเก่าก็เลิกใช้ หม้อแปลงเก่าจากเร้าเตอร์เก่าๆก็เก็บวางไว้เฉยๆ หรือบางคนอาจใช้หม้อแปลงจากexternal harddisk ที่คนเล่นเน็ตมักจะซื้อติดบ้านไว้อยู่แล้วตั้งแต่อดีตนานแสนนาน  ฮาร์ดดิสก์ที่ซื้อเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ป่านนี้ก็ไม่พอใช้ต้องซื้อใหม่แน่นอน  เหลือหม้อแปลงแน่ๆ  ส่วนฟิลเตอร์ก็จะเป็นตัวสำคัญที่สุด  เราลดฝุ่นได้มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับฟิลเตอร์  หน้ากากอนามัยชิ้นละ 5 บาท 2ชั้นก็10บาท ซื้อได้ไม่ต้องคิดเลย  ใส่ 2 ชั้นก็ทำงานได้   หรือจะใช้ฟิลเตอร์เฉพาะทางแบบผมก็ได้  หรือจะใช้ฟิลเตอร์กรองแอร์ที่อยู่ในรถยนต์ก็ได้  ฟิลเตอร์กรองแอร์ก็ทำงานดักฝุ่นที่ระดับ 0.3ไมครอนได้เช่นกัน  กรองแอร์ในเว็บขายของก็มีราคาชิ้นละร้อยกว่าบาทเท่านั้น

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562  บันทึกไว้เพื่อเป็นแนวทางสำหรับคนงบน้อย และคนไม่อยากซื้อเครื่องกรองอากาศเยอะเกินไป   และในวันนี้ค่าฝุ่นในอากาศก็ลดระดับลงมาอยู่ในระดับปกติแล้ว  มันลดลงมาสัก  7 วันแล้ว  แต่พยากรณ์ค่าฝุ่นจากเว็บก็บอกว่า อาจจะมีฝุ่นปกคลุมอีกระลอกในวันที่ 14-15 กุมภาพันธ์ 2562  เตรียมของไว้ก็ไม่เสียหายนะครับ

.

.

.

.

.

.

.

 

แถมให้อีกภาพครับ

ด้านซ้ายคือยังไม่เสียบไฟ พัดลมยังไม่หมุน เครื่องยังไม่ทำงาน

ด้านขวาคือเสียบปลั๊ก เปิดเครื่องทำงานไปประมาณ 2 นาที

PHOTO_COLLAGE1549821521206

ส่งงานภาพถ่ายงานแต่งงาน

PHOTO_COLLAGE1515839740180

 

ด้วยเหตุที่ไม่ค่อยได้รับจ้างถ่ายภาพเหมือนสมัยก่อน พอมีงานสักทีก็ขอปล่อยของปล่อยไอเดียนิดนึง ภาพ prewedding กึ่งภาพครอบครัว พร้อมด้วยภาพงานแต่งงาน ถ่ายเสร็จก็ก็อปปี้ไฟล์ส่งงานเป็นทัมไดร์ฟ เพราะด้วยความรู้สึกส่วนตัวว่าถ้าส่งงานเป็นแผ่นดีวีดี แผ่นมันจะอายุสั้น และลูกค้าอาจไม่มีเครื่องอ่านแผ่นอีกแล้ว

เลยหากล่องมาใส่ทัมไดร์ฟ พร้อมกับเลือกภาพบางส่วนที่น่าจะเป็นตัวแทนของเหตุการณ์มาพิมพ์เป็นใบให้ได้หยิบจับกัน ยุคดิจิทัลครองเมือง เจ้าของภาพส่วนใหญ่มักจะไม่อัดภาพเป็นกระดาษอีก ถ้าไม่อัดให้เชื่อว่าไม่มีเก็บภาพไว้ติดบ้านแน่นอน ภาพถ่ายดีๆที่ควรจะอยู่ในเล่ม ภาพที่ควรวางไว้ให้หยิบดูได้ตลอดเวลามันจะสูญหายไปจากชีวิต ผมจำได้ว่า สมัยเด็กๆ ไปรื้อของที่หัวเตียงของพ่อแม่ จะเจออัลบั้มภาพงานแต่งงาน เป็นภาพขาวดำเพราะยุคนั้นเป็นยุคขาวดำ พ่อกับแม่ผมใส่ชุดแต่งงานขึ้นรถไฟเลยนะ ความรู้สึกแบบนี้ ความทรงจำแบบชัดๆไม่ต้องโหลดไม่ต้องออนไลน์ เด็กดูได้ คนในบ้านดูสะดวก มันควรมีเป็นใบๆให้เขาสัมผัส

ถ่ายภาพสินค้าตัวอย่างเอาไปทำอาร์ตเวิร์ค

ผมกำลังทำงานโปรโมทหน่วยงานแห่งหนึ่งอยู่ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับโรงพิมพ์เป็นหลัก จำเป็นต้องถ่ายรูปตัวอย่างงานที่เป็นบรรจุภัณฑ์หลายรูปแบบ ทางผู้สนับสนุนข้อมูลได้ให้ตัวอย่างบรรจุภัณฑ์มาให้ผมเอาไว้ใช้ประกอบการทำเอกสาร ก็เลยจำเป็นต้องถ่ายรูปเก็บไว้

เท่าที่ดูของมาเป็นกล่องใหญ่สองใบ แต่ละใบมีกล่องเล็กกล่องน้อยอยู่เต็มไปหมด ผมเห็นกล่องที่ขนมาแล้วก็ไม่อยากนับว่ามีอยู่เท่าไหร่ และก็เลื่อนวันที่จะถ่ายภาพทั้งหมดไปเรื่อยๆเพราะว่าติดธุระอย่างอื่นอยู่หลายอย่าง

ผมประเมินคร่าวๆแล้วว่างานนี้ต้องถ่ายภาพเยอะ และก็เป็นการถ่ายภาพแบบไม่มีค่าตัวเสียด้วย ก็เลยเลือกที่จะถ่ายแบบง่ายที่สุดและใช้เวลาให้น้อยที่สุด และใช้เวลาในวันหยุดสักช่วงหนึ่งถ่ายเก็บทั้งหมด ก็เลยเป็นวันนี้ วันเลือกตั้ง สก. สข. ผมไปหย่อนบัตรเลือกตั้งเสร็จแล้วก็มาเตรียมของที่จะถ่ายภาพ

ผมเซ็ทอัพกล่องและไฟสำหรับถ่ายภาพในแบบที่คุ้นเคย ผมแฟลชดวงเดียวสำหรับการถ่ายภาพครั้งนี้ โดยจัดให้ไฟส่องจากด้านข้างกล่อง ให้ฝาบนและฝาข้างของกล่องได้รับแสงจากแฟลชไปพร้อมๆกัน ซึ่งจะให้ผลของภาพค่อนข้างสวยในสายตาของผม คือแสงที่ตกกระทบวัตถุจะมีน้ำหนักบนและข้างไม่เท่ากัน ส่งผลให้ภาพดูมีมิติตื้นลึก

ผมใช้แฟลชนิคอน sb-25 ต่อกับตัวรับสัญญาณแฟลชแบบคลื่นวิทยุ หรือ ทริกเกอร์ เปิดกำลังไฟเพียง 1/8 ของกำลังไฟทั้งหมดเพื่อให้แฟลชสามารถยิงแสงได้ต่อเนื่องหลายครั้ง ถ้ายิงเต็มกำลังทั้งหมด พอยิงไปแล้วจะต้องรอชาร์จไฟจนเต็ม ซึ่งมันใช้เวลาหลายวินาที มันจะทำให้การทำงานไม่ต่อเนื่อง เพราะว่าช่างภาพมักจะกดถ่ายภาพค่อนข้างถี่ บางครั้งการรอให้ชาร์จไฟอีกเพียงห้าวินาทีก็ทำให้เสียอารมณ์การทำงานได้

กล้อง eos5d เลนส์ tamron 28-75 ค่ารูรับแสง f8 iso400 เมื่อได้แสงที่ถูกใจก็เริ่มถ่ายจริง ผมทำงานคนเดียว หยิบเอง วางเอง ถ่ายเอง เก็บของเอง ด้วยความที่ไม่อยากจะใช้เวลามากเกินไป ผมเลยเร่งการทำงานแบบค่อนข้างเร็ว ของมีอยู่กี่ชิ้นไม่ได้นับ แต่ภาพที่กดถ่ายออกมาได้มีอยู่ 298 ภาพ ซึ่งผมใช้เวลาทั้งหมดตั้งแต่ภาพแรกจนถึงภาพสุดท้้ายไปทั้งหมด 85 นาที แล้วใช้เวลาเก็บของอีกประมาณสามสิบนาที