เที่ยวสิงคโปร์ ตอนที่ 2 ไปสวนสัตว์

เราตื่นเช้าวันใหม่ หลังจากกินมื้อเช้าที่โรงแรมแล้วก็เดินทางมาที่สวนสัตว์ ซึ่งอยู่ไกลจากที่พักเหลือเกิน  การเดินทางที่เคยตั้งใจว่าจะนั่งรถเมล์ก็เปลี่ยนเป็นแท็กซี่แทน เพราะการพาลูกไปขึ้นรถเมล์ดูจะเป็นการลำบากเกินไป  เนื่องจากจำนวนคนที่รอที่ป้ายรถเมล์ และสภาพบนรถเมล์ไม่น่าเข้าไปเบียดสักเท่าไหร่ ยิ่งมีรถเข็นเด็กด้วยแล้วยิ่งดูลำบาก เราก็เลยเดินทางด้วยแท็กซี่ และก็โดนค่าแท็กซี่ไปพันกว่าบาท

IMG_2199.JPG

สวนสัตว์ที่สิงคโปร์ได้รับการจัดอันดับว่าดูแลสัตว์ได้ดีระดับต้นๆของโลก  การจัดการภายในสวนสัตว์มีระเบียบเรียบร้อย ดูปลอดภัยและน่าเที่ยว  การจัดเส้นทางต่างๆก็มีส่วนที่เดินสบาย แม้ว่าอากาศจะร้อนไปหน่อย แต่ความร่มรื่น ต้นไม้เยอะก็ช่วยให้เราทนไหว  เสือขาวอยู่ในพื้นที่ของมัน จุดยืนดูของคนจะถูกจัดสรรเอาไว้ค่อนข้างปลอดภัย มีคูน้ำขนาดกว้างกันเอาไว้ระหว่างพื้นที่เสือกับพื้นที่คน  ให้ความมั่นใจว่าเสือคงไม่กระโดดข้ามมาหรือว่ายน้ำข้ามมา

IMG_2209.JPG

สัตว์บางตัวเราก็เพิ่งเคยเห็นจากที่นี่  แม้ว่าเมืองไทยจะมีเขาดิน มีซาฟารีเวิลด์  มีสวนสัตว์เขาเขียว แต่สัตว์ของสวนสัตว์สิงคโปร์ก็มีความแตกต่างไปจากในเมืองไทยพอสมควร  วูฟเวอรีนที่เป็นตัวละครในหนัง x-men มันเป็นสัตว์หน้าตาแบบนี้เองผมก็เพิ่งจะเคยเห็น  ถ่ายรูปมาได้เพียงป้ายบอก เพราะตัวจริงในสวนสัตว์ดูขี้อายไม่ค่อยอยากโชว์ตัว

IMG_2216.JPG

เราเดินเที่ยว แวะดูตามจุดแสดงสารพัดชนิดสัตว์  แวะกินข้าว บ้างก็นั่งรถบัสอำนวยความสะดวกอย่างสนุกสนาน  การกินข้าวในสวนสัตว์ก็ไม่ได้ยากเย็นมาก  ถ้าเรามากินก่อนเวลาเที่ยง เราก็พอจะมีพื้นที่นั่งสบายๆ  แต่ถึงจังหวะเที่ยงที่ทุกคนกินข้าว เราก็ไม่ได้เบียดเสียดหรือต้องต่อสู้กับผู้คนล้นหลาม  เพราะการท่องเที่ยวในสิงคโปร์ไม่ได้มีอาการแย่งกันเที่ยว แย่งกันกิน แย่งกันใช้  อาจจะเพราะวันนี้เป็นวันธรรมดา และอาจจะเพราะสวนสัตว์สิงคโปร์ไม่ได้โด่งดังเป็นเป็นจุดต้องแวะให้ได้

IMG_2227.JPG

ขอบฟ้าลูกชายแสนซน มาเที่ยวสวนสัตว์แต่ก็ตาไวเห็นเครื่องเล่นที่ดูเหมือนสวนสนุก ก็ขอเล่น และก็ติดอกติดใจซะเหลือเกิน  เป็นการเดินเที่ยวสวนสัตว์ที่คุ้มค่าที่สุดของขอบฟ้า  เพราะไปสวนสัตว์อื่นๆที่ผ่านมาก็ไม่เคยเจอเครื่องเล่นแนวนี้เลย

IMG_2238.JPG

พอได้เวลาบ่ายแก่ๆ ขอบฟ้าเริ่มเหนื่อยและหลับไปในที่สุด การเดินทางกลับที่พักก็เลยต้องใช้แท็กซี่เช่นเคย  แท็กซี่ที่นี่เป็นรถใหม่ๆสวยๆ มีรถหลากหลายให้เราเลือก บางคันก็อัตราปกติ บางคันก็มีอัตราค่าบริการที่สูงขึ้นด้วยเงื่อนไขบางอย่าง  รถหน้าตาแพงก็จะมีค่าโดยสารที่สูงกว่ารถหน้าตาถูก  ผมก็ไม่รู้ว่าเขามีวิธีคิดยังไง  เรายืนรอคิวอยู่เห็นรถหน้าตาถูกผ่านไปหลายคัน จนถึงคิวของเรา เราโดนรถแพงเข้าจนได้

IMG_2245.JPG

เราก็ได้นั่งอัลพาธก็คราวนี้เอง  สิ่งที่เหมือนกันในแท็กซี่สิงคโปร์ก็คือ คนขับไม่มียูนิฟอร์ม  แต่งตัวเหมือนเรานั่นเอง  และมีอุปกรณ์สื่อสารเต็มไปหมด  มีโทรศัพท์กันคนละสามเครื่องเป็นอย่างน้อย  คือ 1 เครื่องติดตัวเอาไว้คุย อีกสองเครื่องติดไว้ที่กระจกรถเอาไว้เปิด app เรียกแท็กซี่  มีโทรศัพท์มือถือโบราณด้วยที่ผมไม่รู้ว่าเอาไว้ทำอะไร มีเครื่องอ่านบัตรเครดิต  มีกล้องหน้า กล้องหลัง ทุกอุปกรณ์ใช้ที่ชาร์จเสียบไว้  ผมจินตนาการไม่ออกเลยว่าช่องเสียบไฟในรถเขาจะมีกี่ช่อง

IMG_2248.JPG

ตอนเย็นเราก็กลับมาที่พักของเราด้วยความเหนื่อยอ่อน แวะมาเดินตลาดฝั่งตรงข้ามที่พัก หาของกิน และร้านข้าวที่ชื่อ นคร หรือ nakhon ดูป้ายดูชื่อก็รู้ว่าเป็นร้านอาหารไทย มีคนต่อคิวรอกินจำนวนมาก  เราเป็นคนไทยก็ขอผ่านไม่แวะดีกว่า  เพราะเราอยากมาสัมผัสสิงคโปร์ อยากกินอาหารสิงคโปร์ทุกมื้อมากกว่า  แต่ภาพที่เห็นก็เป็นเครื่องยืนยันได้ว่า อาหารไทยเป็นสิ่งที่ถูกปากคนทั่วโลกจริงๆ

ขอปิดตอนด้วยภาพแรกของวันนะครับ

IMG_2201.JPG

ย้อนดูตอนที่ 1 เที่ยวสิงคโปร์ เขามีทุกอย่างที่อยากมี

present jomthongprinting 13mar2017

IMG_0243

ประวัติวุฒิชัย

ผมเรียนจบคณะวิศวกรรมศาสตร์ ระบบควบคุมและเครื่องมือวัด เข้าไปเรียนเพราะอยากทำเครื่องเสียงใช้เอง แต่เรียนไปเรียนมาดันได้ไปทำหุ่นยนต์ไปวิ่งเล่น

IMG_0252ทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์

เรียนจบผมไปสมัครเป็นยาม เฝ้าตึก เฝ้ากล้องวงจรปิด เขาไม่รับ  ผมเลยไปสมัครเป็นโปรแกรมเมอร์ และได้ทำงานเขียนโปรแกรม  และได้เจ้านายดี อธิบายบอกผมว่า เขียนโปรแกรมคืออะไร และใช้งานอย่างไร  แล้วผมก็กลายเป็นโปรแกรมเมอร์ในอีกไม่กี่เดือนต่อมา  และได้เรียนรู้เรื่องเกี่ยวกับดาต้าเบสจากพี่คนนึงที่มาช่วยสอน  และเขามาจากออราเคิลซึ่งเป็นที่สุดของดาต้าเบส

ผมลาออกจากบริษัทเพื่อมาหัดถ่ายรูป และผมใช้เงินไปหัดถ่ายรูปมากกว่าค่าใช้จ่ายตอนเรียนวิศวะฯ  และไปเรียนต่อป.โทที่จุฬาฯ คณะวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีทางภาพ  ซึ่งสอนเกี่ยวกับการถ่ายภาพในเชิงวิทยาศาสตร์ และเรื่องงานพิมพ์  ผมเป็นลูกเถ้าแก่โรงพิมพ์ที่คลุกคลีและเห็นขั้นตอนต่างๆมาแล้ว การมาเรียนวิทยาศาสตร์การพิมพ์ทำให้ผมเข้าใจระบบการพิมพ์มากขึ้น  และผมทำวิทยานิพนธ์เรื่อง DATA COMPRESSION โดยการออกแบบอัลกอริทึ่มใหม่มาใช้เพื่อลดขนาดไฟล์

Print machine

โรงพิมพ์จอมทอง  เป็นโรงพิมพ์ที่ทำงานพิมพ์อ๊อพเซ็ทและระบบดิจิทัล  งานพิมพ์อ๊อพเซ็ทที่ทำได้จะเป็นงานประเภท ใบปลิว หนังสือ แค็ตตาล๊อก คัมพานีโพรไฟล์ ป้ายสินค้า ป้ายเสื้อ ฉลาก สติ๊กเกอร์  แบบฟอร์ม บิล ใบเสร็จรับเงิน โปสเตอร์  นามบัตร กระดาษรองจาน รองถาด

print machine 2013-IMG_8344Full
ภาพสิ่งพิมพ์ กระดาษ เครื่องพิมพ์อ็อพเซ็ท

งานพิมพ์ดิจิทัลเราได้ลงทุนในระบบดิจิทัลเพื่อรองรับงานเร่งด่วน  งานพิมพ์จำนวนน้อย  เมื่อก่อนหากเราจะพิมพ์ใบปลิวสักชุดหนึ่ง เราอาจจะต้องใช้เงินประมาณ 7000 บาท เพื่อจะทำใบปลิวสัก1000 ใบ  แต่ถ้าเราต้องการใช้แค่สองร้อยใบ  ก็เท่ากับเราต้องจ่ายเงินสำหรับพันใบ แล้วใช้สองร้อย  อีกแปดร้อยเก็บกองไว้ที่บ้าน แล้วอีกสามปีก็เอามาชั่งกิโลขาย  ระบบดิจิทัลสามารถทำให้กรณีใบปลิวจำนวนน้อยนี้สามารถผลิตได้ในระดับราคายอดรวมที่สมเหตุสมผล  แทนที่จะต้องจ่าย 7000 คุณก็สามารถจ่ายแค่ 2000 บาทแล้วได้ของไปใช้

100_1447

(ภาพเครื่องพิมพ์ดิจิทัล)

เราชำนาญเรื่องงานพิมพ์ที่ใช้ขั้นตอนการผลิตที่ซับซ้อน  อย่างเช่นงานบัตรสัมมนา บัตรเข้าร่วมงานต่างๆ ที่จะต้องพิมพ์ระบบสี่สีอ๊อพเซ็ท  แล้วมีการพิมพ์ตัวเลขบนบัตรไม่ซ้ำกัน และต้องมีการปรุฉีกหรือไดคัทที่เป็นช่อง  งานเหล่านี้จะใช้เครื่องจักรหลายตัว  ผ่านหลายขั้นตอน  ซึ่งโรงพิมพ์จอมทองมีเครื่องจักรที่ครบทุกขั้นตอน  เราสามารถทำงานบัตรสัมมนาหนึ่งพันใบที่มีนัมเบอร์ มีบาร์โค้ดไม่ซ้ำ พร้อมปรุฉีกให้เสร็จได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง  ทำให้เราเป็นโรงพิมพ์ที่เอเจนซี่ผู้จัดงานสัมมนาไว้ใจ

letterpress-printing-IMG_0009Full

เราเป็นโรงพิมพ์ที่พยายามทำงานยาก  และเรามีลูกค้าที่ให้งานยากอยู่อย่างต่อเนื่อง  ความยากในงานพิมพ์ที่เราเคยทำมีรายละเอียดที่ซับซ้อนอย่างเช่น  เราเคยทำงานบัตรเชิญงานแถลงข่าวของเนสกาแฟ  ในบัตรเชิญเป็นงานพิมพ์อ๊อพเซ็ท มีการเคลือบด้าน และเครื่องสป็อต uv  มีการปั๊มไดคัท ทำรอยพับ  ติดกาวทำให้เป็นการ์ดพับพร้อมซองในตัว ทำรอยเจาะที่ไม่ขาดเพื่อให้คนถือบัตรได้ฉีกเล่น  เมื่อฉีกเล่นแล้วภายในมีลูกโป่งที่ติดเอาไว้ภายใน สามารถแกะออกมาเป่าเล่นได้  ซึ่งรายละเอียดทั้งหมดนี้ทำแค่ 150 ชิ้น  งานพิมพ์ลักษณะนี้ถ้าไปเจอโรงพิมพ์ใหญ่เขาไม่รับ เพราะงานยอดน้อยเกินไป  ถ้าไปเจอโรงพิมพ์เล็กเขาก็ไม่รับเพราะเขาทำได้ไม่ครบทุกขั้นตอน  โรงพิมพ์จอมทองทำได้  และเราชอบงานแบบนี้ เพราะเราทำจำนวนน้อยๆ แต่ราคาเหมือนงานพิมพ์ใบปลิวสิบงาน

IMG_1234.JPG

(ภาพงานพิมพ์ letterpress)

เรามีระบบการพิมพ์โบราณที่มีเสน่ห์เหมาะสำหรับการทำการ์ดแต่งงาน การ์ดเชิญอีเว้นสำคัญที่ต้องการความพิเศษ  เหมาะกับคนที่ต้องการความแตกต่าง คนที่ต้องการให้ผู้คนจดจำ  เทคนิคการพิมพ์โบราณเราเรียกว่าระบบ letterpress ซึ่งเป็นงานพิมพ์ที่เหมาะกับกระดาษหนาพิเศษและมีลวดลายสีสันอิ่มสด มีรอยกดทับที่ลึกพิเศษ  บุคลิกงานพิมพ์แบบนี้ไม่สามารถหาได้จากเครื่องพิมพ์สมัยใหม่  และโรงพิมพ์ยุคใหม่ๆก็ไม่สามารถทำงานเหล่านี้ได้  เราเป็นโรงพิมพ์ที่เติบโตมาจากระบบโบราณ เราปรับตัวรับยุคดิจิทัลแต่เราไม่ทิ้งของเก่าที่มีคุณค่า  การ์ดแต่งงานระบบ letterpress สามารถสั่งทำได้ที่โรงพิมพ์จอมทอง  หากคุณต้องการการระบบ letterpress ในเวลาไม่เกินสัปดาห์  ในไทยมีเราที่เดียวที่ทำได้

Untitled

(ภาพงานพิมพ์ฐานข้อมูล)

งานพิมพ์ฐานข้อมูลเป็นงานที่เรามีความชำนาญเช่นกัน  ด้วยเครื่องพิมพ์ดิจิทัลที่สามารถเปลี่ยนแปลงข้อมูลในสิ่งพิมพ์ได้ทุกใบ  เราสามารถพิมพ์รายชื่อ หรือ ข้อมูลใดๆจากฐานข้อมูลได้  เพราะเรามีทักษะกับการเขียนโปรแกรมติดต่อฐานข้อมูล  ตัวผมเองเป็นโปรแกรมเมอร์ในระบบฐานข้อมูลมาก่อน  เราสามารถทำแฮปปี้เบิร์ดเดย์การ์ด เปลี่ยนรายชื่อและเปลี่ยนวันเดือนปีเกิดไปในทุกๆใบ  สามารถจับคู่คำอวยพรของชาย และหญิงด้วยเงื่อนไขที่แตกต่างกันได้  ลูกเล่นเหล่านี้ทำให้งานพิมพ์ของลูกค้ามีความพิเศษ  เพราะมันเหมือนเป็นการผลิตสิ่งพิมพ์แค่ชิ้นเดียวให้ลูกค้าคนนั้น  ลูกค้าจะรูู้สึกดี  เจ้าของธุรกิจสามารถส่งของด้วยความรู้สึก vip ให้กับทุกคนได้

คิดถึงกล้องบางตัว

เวลาเดินผ่านตู้โชว์กล้องในห้าง ก็แอบชำเลือง แอบมอง ว่ามีอะไรลดราคา มีอะไรน่าใช้ มีอะไรน่าซื้อบ้าง  ปกติผมจะเป็นคนไม่ค่อยมองของใหม่ถ้าของเก่ายังไม่ได้มีปัญหาอะไร

เมื่อวานเห็นกล้องในตู้ที่ขาย  บางตัวก็ดูดีน่าสนใจ แต่ก็ติดตรงที่ว่า ผมมีกล้องหลายตัวแล้ว  และตัวที่น่าสนใจในตู้นั้นก็ไม่ได้มาทดแทน หรือ ทำอะไรได้ดีกว่าตัวที่มีอยู่ ก็เลยได้แต่มองแล้วผ่านไป  แต่ในใจกลับนึกถึงกล้องอยู่ตัวนึงที่เคยมีใช้และปัจจุบันก็ตกพัง  กลายเป็นของเสียอยู่ นั่นคือกล้อง nikon v1

นิสัยของช่างภาพที่ถ่ายรูปมานานจะติดอยู่กับการมองภาพผ่านช่องมองภาพ ซึ่งกล้องรุ่นใหม่ๆหลายๆตัวก็ตัดช่องนี้ออกไปแล้ว  กล้อง nikon v1 ก็เป็นรุ่นที่มีช่องมองภาพมาให้และใช้งานได้สนุกสมกับเป็นกล้องที่ออกแบบมาเพื่อนักถ่ายภาพรุ่นใหญ่  การจับถือและการเล็งผ่านช่องมองภาพให้อารมณ์และความใส่ใจต่อแบบมากกว่าการมองจอหลัง  ทำให้ไม่น่าแปลกใจที่ภาพจากกล้องสไตล์นี้จะได้องค์ประกอบภาพที่เป็นไปดังใจ  แม้ว่า nikon1 v1 จะมีเซ็นเซอร์รับภาพที่เล็ก มีผลทำให้ภาพหลังเบลอสู้พวกเซ็นเซอร์ใหญ่ไม่ได้  แต่ก็ไม่ได้แย่ระดับกล้องมือถือ หรือ ดิจิทัลถูกๆ  แถมเรายังสามารถใช้เลนส์เก่าๆของ nikon มาร่วมกับ v1 ทำให้ได้ภาพสวยได้ไม่ยาก

DSC_2901.JPG

nikon1 v1 + lens 50f1.8 ais mf

IMG_20180709_212554_402

ภาพเด็กคนนี้คือลูกชายที่ผมเล็งถ่ายในช่วงเวลาที่เขาอายุประมาณ 2 ขวบ  ความซนเป็นอุปสรรคกับการโฟกัสภาพอย่างมาก  แต่ก็ไม่ได้ยากเกินความพยายาม  ความยากเหล่านี้จะเป็นตัวคัดแยกระหว่าง ช่างภาพความตั้งใจสูง กับ ช่างภาพขี้เกียจฝึกฝนออกจากกัน

 

auto whitebalance ของกล้องแต่ละตัวเก่งไม่เท่ากัน

กล้องดิจิทัลให้ความสะดวกในการบันทึกภาพอย่างมาก ใครๆต่างก็มีใช้กันคนละตัวสองตัว อย่างน้อยโทรศัพท์ของทุกคนก็ถ่ายภาพได้  และในกล้องดิจิทัลเหล่านี้จะมีความสามารถในการวัดแสงทั้งสิน  และ มีการจัดการสี มีการปรับค่า whitebalance แบบอัตโนมัติเพื่อให้สีสันของภาพสมจริง

เมื่อก่อน สมัยที่เรายังใช้ฟิล์มถ่ายภาพ การถ่ายภาพกลางวัน และการถ่ายภาพกลางคืนที่เน้นไฟถนนจะใช้ฟิล์มคนละชนิดกันเพื่อให้ภาพมีความเที่ยงตรงของสี  ภาพกลางวันเราจะใช้ฟิล์ม daylight  ภาพไฟถนนตอนกลางคืนจะใช้ฟิล์ม tungstain   หากเราเอาฟิล์มกลางวันไปถ่ายภาพกลางคืน ภาพที่ได้ของหลอดไฟทังสเตนทั้งหลายก็จะดูสีส้มเข้ม  ภาพพื้น ถนน ผู้คนภายใต้แสงไฟทังสเตนจะมีสีสันที่ไม่ถูกต้อง

กล้องดิจทัลแก้ปัญหานี้ด้วยการมีเมนูปรับตั้งค่า whitebalance หลายค่า เพื่อให้เหมาะสมกับแต่ละสถานการณ์ แต่ละสภาพแสง  ซึ่งน้อยคนนักจะปรับค่า whitebalance เปลี่ยนไปตามสภาพแสงจริงทุกๆค่าแสง  ผู้ผลิตเลยมีเมนู auto whitebalance เอาไว้ด้วย เพื่อให้กล้องเลือกค่านี้ให้อย่างอัตโนมัติ  และสีสันในภาพก็จะถูกต้องตามจริง

แต่ความสามารถของการทำ auto whitebalance ของกล้องดิจิทัลแต่ละตัวแต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อก็มีความสามารถไม่เท่ากัน  ทำให้ภาพจากกล้องบางตัวสีเพี้ยนมากเกินยอมรับได้  ภาพต่อไปนี้จะเป็นตัวอย่างยืนยันว่า autowhitebalance ของกล้องแต่ละตัวเก่งไม่เท่ากันจริงๆ

IMG_4893

ภาพแรกนี้เป็นกล้อง canon eos m พร้อมเลนส์ 22f2 ปรับค่า white balance เป็น auto ซึ่งให้ภาพอมเหลืองมากเกินพอดี

 

IMG_20170228_202621

ภาพที่สองเป็นภาพที่ถ่ายด้วยมือถือ huawei P9 ความเที่ยงตรงของสีจะมีมากกว่าอย่างชัดเจน ซึ่งถือเป็นความเก่งกาจของค่ายมือถือที่พัฒนากล้องให้มีความสามารถมากขึ้น และแม่นยำขึ้น

 

หากใครยังคงต้องใช้ auto whitebalance บนกล้องที่ให้สีภาพยังไม่ถูกต้อง เราสามารถใช้วิธี ตั้งค่าเป็น custom whitebalance ซึ่งวิธีการทำจะมีอยู่ในคู้มือกล้อง  ซึ่งจะทำให้ได้ภาพดังภาพที่สาม

IMG_4892

ภาพที่สาม ปรับกล้องให้ใช้วิธีตั้งค่า custom whitebalance

ทำสมุดโน้ตจากผลงานของลูก

วันหนึ่งที่ลูกเริ่มหัดเขียนหนังสือ ความรู้สึกของคนเป็นพ่อแม่ก็ปลาบปลื้มที่ลูกเราเริ่มเข้าสู่การเรียนรู้ทีละเล็กละน้อย  ลายมือวันแรก เป็นอย่างไรอยากจะเก็บไว้เป็นความทรงจำ  คำแรก ประโยคแรก ทุกสิ่งทุกอย่างถ้าไม่เก็บไว้ มันก็คงเป็นเพียงเศษกระดาษที่กลายไปเป็นขยะ แล้วก็หายไป

IMG_20170210_110033

ความรู้สึกอยากเก็บผลงานของลูกมีอยู่ตลอดเวลา แต่ก็หาวิธีเก็บที่แสนสนุกยังไม่ได้  เพราะไม่ว่าเราจะเก็บอะไร เมื่อเก็บเข้าตู้ เข้าลิ้นชัก มันจะอยู่แบบนั้นจนแทบลืมไปเลย  บางทีเมื่อเวลาผ่านไปสักยี่สิบปี วันที่ลูกมาหาเอกสารสำคัญของบ้าน  วันนั้นก็อาจจะเจอกับกองกระดาษที่มีลายมือยึกยือของเด็กน้อยวัยสี่ขวบ  แต่ผมก็คิดว่า ร่องรอยและสิ่งของที่ถูกขีดเขียนในวัยเด็กอาจจะไม่โชคดีขนาดนั้น  เพราะมีกระดาษหลายใบ หรือ เป็นเล่มที่ขีดๆเขียนๆแล้วฉีกทิ้ง ปล่อยให้กลายเป็นเศษกระดาษรอเก็บลงขยะ

IMG_20170210_100843

ก็เลยนึกถึงวิธี่การทำสมุดโน้ตขึ้นมา  ถ้าเราทำสมุดโน้ตที่ใช้ลวดลายที่เป็นผลงานของลูกมาเป็นส่วนประกอบก็น่าจะดูเท่ห์และน่ารัก ว่าแล้วก็ลองดูเลย

ทำปกสมุด

กระดาษที่เขียนด้วยลายมือ ก.ไก่ ถึงฮ.นกฮูก เขียนจนครบทุกตัวในหน้าเดียว  เห็นแล้วก็ต้องเอามาทำปกนั่นเอง  เลยถ่ายภาพแล้วพิมพ์ออกมาใหม่ เพื่อไม่ทำลายต้นฉบับ  เอาใบใหม่มาหุ้มบนกระดาษแข็งหนาประมาณ 2มม. แล้วก็เอาไปทำเป็นเล่ม ร่วมกับเนื้อในที่เป็นกระดาษธรรมดา ทั้งกระดาษปอนด์สีขาว กระดาษน้ำตาล กระดาษสีอื่นๆปนๆกัน ตั้งใจว่าถ้าลูกขอ ก็จะให้ลูกเอาไปเขียนเล่น  แต่ลูกไม่ขอ ก็เก็บไว้ใช้เอง

ทำปกสมุด

พอทำเล่มแรกเสร็จก็สนุกไม่เลิก ไปลองทำเล่มที่สองต่อเลย  คราวนี้เอากระดาษที่ลูกระบายสีน้ำมาทำบ้าง  ขั้นตอนเหมือนเดิมคือ ถ่ายภาพเอาไว้ แล้วเอาภาพปริ๊นท์มาทำแทน เพื่อให้ต้นฉบับยังอยู่

ทำปกสมุด
ทำปกสมุด

 

 

และในที่สุดภารกิจทำสมุดที่มีลวดลายเฉพาะเพียงเล่มเดียวในโลกก็เสร็จสิ้น  หนังสือสมุดโน้ตจากฝีมือการขีดเขียนของลูกน่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้คนเป็นพ่อแม่รู้สึกประทับใจอย่างมาก

 

muji สร้างสรรค์ทั้งของ และวิธี

การซื้อสินค้าหรือของขวัญให้ใครสักคนหนึ่ง เราก็สามารถไปเลือกหาได้จากในห้างทั่วไป ร้านค้าต่างๆ ยิ่งสินค้าที่เป็นแนวเครื่องเขียนยิ่งมีทางเลือกมหาศาล  ทั้งในห้างใหญ่ ห้างเล็ก ในร้านบีทูเอส ร้านอ๊อฟฟิศเมท ร้าน loft ร้าน สมใจ  ร้านค้าเหล่านี้มีเครื่องเขียนหลากหลายให้เราตื่นตาตื่นใจตลอดทั้งปี  ทั้งแนวถูก แนวแพง แนวแปลก

แล้วทำไมเราถึงเข้าร้าน muji  ซึ่งเป็นร้านชื่อญี่ปุ่น หน้าตาญี่ปุ่น สินค้าดูญี่ปุ๊นญี่ปุ่น และราคาแพงกว่าร้านในย่อหน้าแรกทุกร้าน  แน่นอนว่าเราเข้าไปดู ไปเปิดหูเปิดตา ถ้าเรางก เราก็จะไปดูความสวยงามของสินค้า muji แล้วออกไปซื้อร้านอื่น ในหน้าตาอื่นๆ แต่ทำหน้าที่เดียวกัน  ทำให้เราได้ใช้แต่สมุดโน้ตหน้าตางั้นๆมาตลอดชีวิต

IMG_20170214_105516   แล้ววันหนึ่ง  ก็ลองซื้อ muji ใช้  เมื่อเลือกสิ่งที่ต้องการแล้ว ก็ให้พนักงานห่อของขวัญไปให้ ระหว่างที่รอห่ออยู่นั้น สายตาก็สอดส่องไปเจอมุมประหลาดอยู่มุมหนึ่งที่ไม่ค่อยเข้าใจว่ามันคืออะไร ดูอยู่นานก็พอจะนึกออกว่ามันคือ ตรายางสารพัดแบบ มีตัวหนังสือภาษาอังกฤษครบทุกตัว มีสัญลักษณ์ที่ใช้บ่อยในการทำป้ายห่อของขวัญ  และเมื่อถามพนักงานว่า เอาไว้ทำอะไร พนักงานขายก็อธิบายแบบที่เราเข้าใจ

IMG_20170214_105521

IMG_20170214_105527

เมื่อเราได้ห่อมาแล้ว เราก็เอามาพิมพ์ข้อความด้วยตรายางต่างๆด้วยตัวเอง  มีสัญลักษณ์ได้นิดหน่อย  เป็นการทำให้ห่อของขวัญของเราดูเฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น  เป็นการสร้างความประทับใจให้กับผู้รับของอีกระดับหนึ่ง ซึ่งอะไรก็ตามที่มีชื่อคนอยู่ มักจะเป็นของที่ดูมีคุณค่า ผู้รับไม่อยากทิ้ง

แล้วสุดท้าย ผมก็เดินออกจากร้าน muji แบบที่ได้เลือกปั๊มตัวหนังสือตามใจเรียบร้อย  การช็อปปิ้งครั้งนี้ให้ประสบการณ์และความรู้ใหม่หลายอย่าง  อย่างแรก ผมเพิ่งรู้ว่า muji พยายามขนาดนี้ พยายามที่จะออกแบบทั้งสินค้าและวิธีขายที่สร้างความประทับใจได้ดีแบบนี้  ซึ่งผมยังไม่เคยพบกับสินค้ายี่ห้ออื่นๆ  เวลาเราไปหาซื้อสินค้าในห้าง อย่างมากเราก็ขอให้ร้านห่อของขวัญให้  แล้วเราก็ไปเขียนการ์ดในกระดาษสักใบมาติด แค่นี้ก็ปลื้มมากแล้ว  มาเจอห่อของขวัญมีพิมพ์ชื่อคน ยิ่งปลื้มเข้าไปใหญ่

อย่างที่สองคือ เครื่องเขียน กระดาษ ดินสอ ปากกา ของใช้ธรรมดาเหล่านี้ จะไม่ธรรมดาได้ด้วยวิธีการขายนั่นเอง  การสร้างคุณค่า การเพิ่มมูลค่า คือความคิดสร้างสรรค์ที่จะทำให้ธุรกิจไม่ล่มสลายไปในยุคไทยแลนด์ 4.0 อันเป็นคำหวานจากภาครัฐฯ

4.0 ในความหมายของรัฐบาลคงหมายถึงการเพิ่มมูลค่าด้วยนวัตกรรม  ส่วนในความหมายของมาเก็ตติ้งชีวิตดิ้นรนอย่างผม ขอเรียกว่า ยุค 4.0 คือ ยุคที่การขายของธรรมดาจะมีคู่แข่งทั่วประเทศตามพื้นที่ครอบคลุมของอินเทอเน็ตและระบบขนส่ง  ถ้าอยากอยู่รอดต้องทำมากกว่าคนอื่นนิดนึง

 

 

 

วันที่ยอดขายรวม shutterstock แซง youtube

ผมเริ่มส่งภาพขายใน shutterstock มาตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2559  และในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ผมก็ไปตั้งค่าใน youtube เพื่อขอรับค่าโฆษณาจากคลิปของลูกชายที่ผมเคยถ่ายไว้และพบว่ามีคนดูเยอะมาก  หลังจากช่วงเดือนกรกฎาคมเป็นต้นมา รายได้จากทั้งสองแหล่งก็ค่อยๆเพิ่มขึ้น

Screenshot_2017-02-07-14-32-04

ผ่านไปหลายเดือน ยอดตัวเลขรายได้จาก youtube แค่คลิปเดียว ทำเงินเยอะกว่ารายได้จาก shutterstock อยู่พอสมควร  และไม่มีทีท่าว่า shutterstock จะมีรายได้แซง youtube ไปได้  โดยสาเหตุน่าจะเป็นเพราะจำนวนรูปใน shutterstock ยังไม่เยอะมาก  ซึ่งถ้าวัดกันที่ระยะเวลาประมาณ 6 เดือนที่ผมพยายามใส่ภาพเข้า shutterstock เรื่อยๆ จะมีภาพอยู่ประมาณ 4ร้อยกว่าภาพ  รายได้ก็ยังไม่แทรงคลิปใน youtube เพียงคลิปเดียวที่ทำเงินให้ตลอดเวลาโดยเราไม่ได้ทำอะไรกับ youtube เลย   ซึ่งผมเคยเขียนบันทึกไว้แบบนี้ shutterstock VS youtube

 

Screenshot_2017-02-07-13-16-07

แต่แล้วในที่สุด วันนี้ วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 นับเป็นเวลาประมาณ 7 เดือนเศษ รายได้จาก shutterstock ก็สะสมและแซงหน้ารายได้จาก youtube ไปแล้วอย่างน่าตื้นตัน  ผลของการอดหลับอดนอนเพิ่มภาพเข้าระบบอย่างสม่ำเสมอ เริ่มมียอดขายที่เยอะขึ้นในแต่ละเดือน  เป็นสิ่งที่ให้กำลังใจคนทำงานได้เป็นอย่างดี  ทำให้เรามั่นใจได้ว่า เราสามารถฝากความหวังรายได้ที่เป็นกอบเป็นกำไว้ที่ shutterstock ได้

Screenshot_2017-02-07-14-31-46

ทั้งหมดนี้บันทึกจากคนเริ่มต้นทำธุรกิจขายภาพ  ในประเทศไทยและในโลกใบนี้ มีคนที่ร่ำรวยจากการขายภาพอีกมากมาย  ตัวเลขที่ผมบันทึกไว้เป็นแค่รายได้หนึ่งนาทีของคนบางคนเท่านั้น  หนทางยังอีกยาวไกล  บันทึกนี้ทำไว้เพียงแค่ยืนยันว่าผมเดินไม่ผิดทางครับ

ใครอยากเริ่มขายภาพเริ่มที่ลิงค์นี้เลยครับ


เครื่องพิมพ์ letterpress

นี่คือเครื่องพิมพ์ Letterpress แบบมือโยก ไม่ใช้ไฟฟ้า หมึกอยู่บนถาดวงกลมด้านบน ลูกกลิ้งหมึกจะวิ่งขึ้นลง วิ่งขึ้นมาเพื่อสัมผัสกับหมึกในถาดวงกลม และวิ่งลงไปผ่านแม่พิมพ์  การสั่งพิมพ์จะวางกระดาษไว้ที่ถาดวางที่จะคอยพับเข้าพับออก เมื่อพับออก ก็วางกระดาษ แล้วเอามือซ้ายโยกเครื่อง ถาดจะพับเข้าไปชนแม่พิมพ์  กระดาษที่วางไว้ก็จะสัมผัสกับแม่พิมพ์ที่โดนหมึกแล้ว

 

 

วิธีทำงานกับเครื่อง letterpress

ขอบฟ้าเขียนหนังสือ ประโยคแรก

วันที่ 1 มกราคม 2560 เป็นวันที่ผมได้เห็นขอบฟ้าเขียนหนังสือเป็นประโยค  คือ “ขอบฟ้ารักแม่”  เป็นคำที่ขอบฟ้าขอให้แม่สอนให้เขียน  ทีแรกแม่ก็สอนคำว่า ขอบฟ้า ซึ่งขอบฟ้ารู้จักตัวหนังสือในชื่อตัวเองมาหลายเดือนแล้ว แต่การหัดเขียนเพิ่งจะเริ่มทำกันในเดือนธันวาคมก่อนจะขึ้นปีใหม่  และคำว่า รัก แม่ ก็ตามมา เป็นการสอนให้เขียนตามคำขอร้อง  แล้วทั้งหมดก็มาเขียนรวมกันเป็นประโยคในวันนี้  แม้ลายมือเด็กจะไม่สวย  แม้จะดูไม่เป็นระเบียบ  แต่การพยายามจนทำได้ ก็เป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่ง  เวลาที่เด็กเกิดความอยากรู้อะไรสักอย่าง การเรียนรู้ในสิ่งนั้นจะรวดเร็วมาก และมีความพยายามที่ต่อเนื่อง จริงจังอย่างอัตโนมัติ  ผลลัพธ์เลยเกิดเร็ว

IMG_20170101_204254

พอเขียนประโยคแรกได้ สิ่งที่ตามมาก็คือ ขอบฟ้าอยากรู้จักตัวอักษรไทยทั้งหมดว่ามีอะไรบ้าง  และก็หัดเขียนมันทุกตัวอักษรเลย  พ่อกับแม่เลยเดือดร้อนต้องไปหา เพลงท่อง กไก่ ถึง ฮ นกฮูก มาท่องเอง และให้ลูกท่องด้วย  ความสนุกมันอยู่ที่  ลูกก็ฟังเพลง ซ้ำไปซ้ำมา แล้วก็เขียนเองบ้าง อ่านเองบ้าง  สุดท้ัาย ให้แม่เขียนตามเพลง เพื่อดูว่าแม่เขียนทันไหม  ผ่านไปไม่กี่วัน นับจากวันที่เขียนประโยคแรก ของฟ้าก็ท่อง ก ไก่ ถึง ฮ นกฮูกได้จนจบ

 

เปรียบเทียบภาพถ่าย canon eos m กับ Huawei P9

ตั้งแต่ได้ Huawei P9 มาเป็นมือถือประจำตัว ก็ใช้มันถ่ายภาพทุกอย่างในชีวิต  และทำให้การพกกล้องถ่ายรูปที่เคยมีลดลงไปอย่างทันทีทันใด  ในหลายๆโอกาสเมื่อถ่ายภาพด้วยมือถือแล้ว แม้จะให้ภาพที่พอใจ  แต่ในใจก็แอบคิดว่า ถ้าได้ใช้กล้องตัวเก่า หรือ กล้องดิจิทัลแท้ๆที่เราเคยพอใจในคุณภาพเช่นกันมาถ่ายภาพตรงหน้าจะเป็นอย่างไร

ในวันหยุดยาวช่วงปีใหม่ มีโอกาสได้ถ่ายภาพชุดหนึ่ง  เป็นการทดลองดอกไม้ดูดน้ำสี  เพื่อรอดูการเปลี่ยนสีของกลีบดอก  ภาพน้ำหลายสี วางในแก้วใส และวางไว้ริมหน้าต่างเพื่อรับแสงจากภายนอก  เป็นภาพที่จะขับสีสันต่างๆใ้หโดดเด่นที่สุด  มือถือ Huawei P9 ทำงานได้ไม่มีปัญหา  แม้ว่าบางภาพระยะเบลอจะไม่สวย  แม้ว่าจะดูไม่เป็นธรรมชาติ  แต่มันก็ให้ภาพที่พอใช้ได้    และบังเอิญกล้อง Canon eos M อยู่ใกล้ตัว  เลยจัดการติดเลนส์ 22f2 แล้วมาถ่ายภาพในมุมใกล้เคียงกัน  ให้ผลดังนี้

IMG_20170103_151338

ภาพที่ 1 ภาพจาก Huawei P9

 

IMG_4287

ภาพที่ 2 ภาพจาก Canon eos m รุ่น 1 ติดเลนส์ 22f2

 

ตอนใช้ P9 จะยกขึ้นถ่ายตรงๆ  ไม่ได้พยายามตั้งค่าอะไร  ใช้เหมือนกับการถ่ายภาพด้วยมือถือทั่วไป  ส่วนตอนใช้ eos m มีการตั้งค่ากล้องเอาไว้เป็นโหมด Av ตั้งค่ารูรับแสงเป็น f2 และปรับชดเชยแสงไว้ +1 สต๊อป  เพื่อทำให้แสงจากนอกหน้าต่างไม่ทำให้ภาพดูมืดเกินไป

 

สิ่งที่สังเกตุเห็นก็คือ  Huawei P9 ให้ภาพบิดเบี้ยวชัดเจนมาก  เส้นตรงที่ควรตรงก็กลับไม่ตรง  ส่วน canon eos m ก็ให้ภาพที่ดูอิ่มสด และสดใสกว่า  อาการภาพเบี้ยวจะเหลือน้อยอย่างมาก

 

 

ภาพจาก Huawei P9 ที่ขายได้ใน shutterstock

หลังจากใช้มือถือเครื่องใหม่อย่าง Huawei P9 มาประมาณ 1 เดือน  ตลอดเดือนที่ผ่านมา มีเรื่องเกี่ยวกับการถ่ายภาพที่น่าสนใจหลายอย่าง เช่น  ในเดือนนี้ มีภาพที่ถ่ายด้วยมือถือนับพันภาพ  ในเดือนนี้ มีภาพที่ส่งเข้าไปเก็บไว้ใน flickr เกิน 700 ภาพ ซึ่งปกติจะอยู่ระดับ 1-200 ภาพ  ในเดือนนี้ มีภาพถ่ายจากมือถือที่ส่งไปขายใน shutterstock จำนวน30ภาพ  และ ภาพที่ขายได้ใน shutterstock ที่ถ่ายด้วย P9 มี 4 ภาพ ตามนี้

ภาพเกมส์บันไดงู เป็นภาพที่แม่กับลูกกำลังเล่นกันอย่างสนุกสนาน  ผมนั่งอยู่ข้างๆก็เห็นจังหวะนี้ว่า ตัวเดิน กับลูกเต๋าบังเอิญอยู่ใกล้กันพอดี แล้วแสงเข้าทางหน้าต่างก็ตกลงบนกระดานเกมส์อย่างพอเหมาะพอดี ไม่โดนใครบังไว้ก็เลยถ่ายภาพเก็บไว้  และการถ่ายภาพในช่วงเวลานี้ ใช้ P9 แทนที่จะเป็น eos m ที่พกติดกระเป๋า  แล้วในเวลาต่อมา ภาพนี้ก็ขายไปสามครั้ง

ภาพหยดน้ำฝนเกาะที่หน้าต่าง เป็นภาพที่รถติดอยู่บนถนน และเห็นว่าหยดน้ำกำลังเกาะกันสวยดี เลยหยิบมือถือมาถ่ายเก็บไว้ แล้วก็กดอัพโหลด ใส่คีย์เวิร์ด ทุกอย่างทำเสร็จในการติดไฟแดงแค่เพียง 1 รอบ ไม่ได้บอกว่าทำได้เร็วนะ  แต่รถติดนานจนทำเสร็จ  แล้วอีกสองวันต่อมา ภาพนี้ก็มียอดขายเกิดขึ้น

ภาพผนังสีฟ้าของระเบียงหน้าห้องพักในโรงแรมแห่งหนึ่งในพัทยา  เป็นมุมที่ดูใหม่เอี่ยม เลยถ่ายเก็บไว้ตั้งใจว่าจะส่งขาย  และเมื่อลองส่งไปขายก็ได้รับการ approved ได้อย่างไม่ยากเย็นตามคาด และอีกหลายวันต่อมา ภาพนี้ก็ขายได้

ภาพพื้นยางบริเวณสนามเด็กเล่นในสวยสาธารณะ  วันที่พาลูกไปเดินเล่นก็พกมือถือไว้ด้วย  ตอนที่ลูกวิ่งเล่นในสนามก็เห็นว่า ลายพื้นเป็นลักษณะ texture ที่ขรุขระ แต่สีสวย  เลยถ่ายเก็บไว้  ทีแรกใช้ส่งเพื่อ approved ให้ผ่าน แล้วก็ผ่านจริงๆ แล้วในวันสุดท้ายของเดือน ภาพนี้ก็มียอดขาย

P9 เปลี่ยนวิธีการพกกล้องไปได้อย่างหน้ามือเป็นหลังมือ  ปกติที่จะต้องมีกระเป๋าสะพายที่ใส่กล้องไว้ 1 ตัว โดยเลือกกล้องเปลี่ยนเลนส์ได้ที่เล็กที่สุดเท่าที่หาได้แล้ว อย่าง eos m + เลนส์ 22f2 ที่เป็นเลนส์ฟิกซ์ที่เล็กมาก  จนบางเวลาแอบฝันหากล้องคอมแพ็คที่เล็กลงไปอีกเล็กน้อยด้วยซ้ำไป  การพกมือถือที่ถ่ายภาพได้สวยใสเทียบเคียงได้กับกล้องตัวใหญ่ๆ ทำให้เรามีโอกาสได้ภาพมากยิ่งขึ้น  แถมความสะดวกสบายในการชาร์จไฟที่เราได้ทำอย่างสม่ำเสมอ ไฟเต็มทุกเช้าก่อนออกไปใช้ชีวิต  แค่นี้ช่างภาพงบน้อยคนนึงก็ปลาบปลื้มแล้ว

สมัครขายภาพกับ shutterstock คลิกที่ลิงค์นี้ได้เลย

http://submit.shutterstock.com/?ref=3470063

เริ่มขาย stock ภาพกับ shutterstock

อัพเดทข้อมูล ภาพจาก P9 ที่ขายได้เพิ่มเติม

อยากขายภาพก็เริ่มต้นจากลิงค์นี้ได้ครับ