1ปีที่ผ่านมากับการทะยอยส่งภาพขายที่ Shutterstock วันที่30มิถุนายน ถือเป็นวันครบรอบปี จำนวนภาพ703ภาพ ยอดเงิน 85.76เหรียญ 234ดาวโหลด
ต่อทะเบียนรถขึ้นปีที่8
การต่อทะเบียนรถยนต์เมื่ออายุเข้าสู่ปีที่ 8 เป็นการต่ออายุที่ต้องมีการตรวจสภาพรถเสียก่อน การตรวจสภาพรถจะต้องไปทำที่ศูนย์ตรวจสภาพซึ่งอยู่ตามอู่รถต่างๆ ส่วนมากจะมีป้ายขึ้นไว้ว่า “ตรอ” หรือ ตรวจสภาพรถเอกชน ซึ่งการตรวจก็จะใช้เวลาประมาณ 10 นาที ค่าใช้จ่าย 200 บาท เมื่อตรวจเสร็จจะได้กระดาษมา 1 ใบ สิ่งที่จะต้องเตรียมไปใช้ในการตรวจสภาพก็คือ สำเนาทะเบียนรถที่ถ่ายจากเล่มคู่มือจดทะเบียน หากไม่ได้พกสำเนา หรือ ลืมถ่ายเอกสารไว้ ก็ใช้วิธีถ่ายรูปก็ได้ เนื่องจากพนักงานตรวจสภาพจะต้องกรอกข้อมูลรถให้ตรงกับเล่มทะเบียนนั่นเอง ตรงนี้เดาไม่ได้ ต้องลอกตามคู่มือ
เมื่อได้ใบตรวจสภาพมาแล้ว ก็ให้ใช้งานร่วมกับใบคู่มือจดทะเบียน และใบ พรบ ที่ไปซื้อจากร้านค้า หรือ ซื้อจากบริษัทประกันภัยก็ได้ การไปต่อทะเบียนที่สะดวกสำหรับผมคือ ไปที่ บิ๊กซี สาขาที่มีบริการต่อทะเบียนรถ ซึ่งจะทำได้ในวันเสาร์และอาทิตย์ ผมจำเวลาแน่นอนไม่ได้ แต่ส่วนใหญ่ก็ไปช่วงบ่ายของวัน ซึ่งวันนี้ผมไปทะเบียนที่บิ๊กซีสาขาบางบอน
สรุปว่า ต้องมีเอกสาร 3 อย่างนี้เพื่อไปต่อทะเบียนคือ
1 คู่มือจดทะเบียนรถตัวจริง
2 ใบตรวจสภาพรถเมื่อรถอายุเกิน7 ปี รถผมต้องตรวจสภาพครั้งแรกในการต่ออายุเข้าสู่ปีที่8
3 ใบ พรบ คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ
ใช้เวลาในการต่อทะเบียนไม่เกิน 3 นาที และคิวก็ไม่ยาวด้วย ผมไปยืนรอแค่คิวเดียวก็ได้ยื่นเอกสารเลย นับเป็นความสะดวกที่ขนส่งได้จัดบริการไว้ให้ น่าชื่นชมมาก ค่าใช้จ่ายในการต่อทะเบียนปีนี้ของฮอนด้าฟรีดคือ 1150 บาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่ลดลงจากปีก่อนเสียด้วย
อ่านประกาศจากกรมการขนส่งทางบกเรื่องต่อทะเบียนในห้าง
https://www.dlt.go.th/th/public-news/view.php?_did=2312
ดัดแปลงหลอดไฟเก่าให้มีประโยชน์อีกครั้ง
การถ่ายภาพสินค้าด้วยโทรศัพท์มือถือ
การทำการค้าในปัจจุบันเราจะอยู่กับการขายผ่านอินเทอเน็ตแทบจะ 100% ทั้งการขายโดยตรง หรือ การส่งข้อมูลภาพสินค้าผ่านช่องทาง online รวมไปถึงการส่งภาพด้วย social network ทุกแพลตฟอร์ม การถ่ายภาพให้ดูสวยงามจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ เพราะภาพที่สวย จะทำให้คนอื่นสนใจสินค้าของเราเพิ่มขึ้น
การถ่ายภาพให้ดูสวยงามเป็นผลมาจากการเรียนรู้วิธีการถ่ายภาพอย่างถูกต้อง และผ่านการฝึกฝนอย่างเพียงพอ เพื่อให้ภาพมีคุณภาพที่ตรงกับความต้องการ สิ่งที่ภาพที่สวยงามจะต้องมีคือ ความคมชัด และ แสดงความสวยงามของสินค้าให้ได้
เกือบ 100% ภาพที่สวย มักจะเป็นภาพที่ คมชัด และ ไม่มืดหรือสว่างเกินไป คำว่าคมชัดแปลว่า ส่วนคำคัญของภาพ ไม่เบลอ ไม่สั่น ส่วนคำว่าไม่มืดหรือสว่างเกินไปหมายถึง ส่วนดำที่เกี่ยวข้องกับภาพก็ยังคงเห็นรายละเอียดไม่ดำมืดจนเหมือนปิดไฟ คำว่าไม่สว่างจนเกินไปก็จะหมายถึง ส่วนขาวที่เป็นรายละเอียดของวัตถุ หรือสิ่งสำคัญในภาพ ไม่ขาวโพลน หรือสว่างจนรายละเอียดหาย เราจะพูดติดปากได้ง่ายๆว่า ภาพที่ดีคือ ภาพชัดและวัดแสงพอดี
การถ่ายภาพสินค้า หรือภาพเพื่อการโฆษณา ที่นิยมทำมี 2 แบบ คือ แบบที่ถ่ายสินค้าวางบนพื้นขาว และ แบบถ่ายสินค้าวางบนพื้นลวดลายมีองค์ประกอบข้างเคียง ซึ่งในบทความนี้จะสอนวิธีการถ่ายภาพทั้งสองแบบ เพื่อให้เข้าใจวิธีการ และสามารถนำไปใช้กับสินค้าอื่นๆได้
สิ่งที่เราต้องเตรียมตัวมีดังนี้
1 ฉากสีขาวขนาดใหญ่กว่าสินค้า
2 แหล่งกำเนิดแสง จะเป็นหลอดไฟ โคมไฟ หรือ แสงจากหน้าต่างก็ได้
3 ขาตั้งกล้อง อุปกรณ์ยืดโทรศัพท์มือถือไว้กับขาตั้ง
4 กล่องถ่ายสินค้า ฉากถ่ายภาพ
การจัดแสงเพื่อถ่ายภาพฉากขาว
วิธีการถ่ายภาพสินค้าในอดีตที่ได้รับความนิยมมายาวนานหลายสิบปีก็คือการถ่ายภาพบนฉากสีเรียบ ส่วนใหญ่จะใช้ฉากสีขาว ซึ่งวัสดุที่ใช้ทำฉากมักจะเป็นแผ่นพลาสติก หรือกระดาษขาว การจัดแสงจะเป็นการจัดด้วยไฟแฟลช ส่องแสงจากทางซ้ายบน และขวาบน แฟลชมักจะติดอุปกรณ์ช่วยกระจายแสงให้นุ่มนวล ในภาพจะเป็นร่มสีขาว ยิงแสงแฟลชสะท้อนร่ม แสงที่ได้จะนุ่มนวล
แสงที่นุ่มจะทำให้วัตถุดูสวยมากขึ้น และก็มีการพัฒนาการจัดแสงให้ถ่ายภาพสะดวกยิ่งขึ้น ได้ผลงานที่ดูดีขึ้น โดยการย้ายสินค้าเข้าไปไว้ในกล่อง เพื่อให้แสงดูนุ่มนวลที่สุด แสงแฟลชที่ใช้บางคนใช้โคมไฟแทน และบางคนใช้แสงธรรมชาติจากหน้าต่าง จากพื้นที่สว่างภายในบ้านแทนได้เลย
การถ่ายวัตถุด้วยฉากขาวเหมาะกับการทำ catalog ที่มักจะเป็นภาพสินค้า วางคู่กับตัวหนังสือ การถ่ายฉากขาวไปนานๆบางคนก็เบื่อ เริ่มใช้สีอื่นบ้าง เราก็สามารถทำได้โดยการวางกระดาษสีไปบนฉาก อยากได้สีอะไรก็ซื้อกระดาษสีสีนั้นมาใช้ และนอกจากกระดาษธรรมดาแล้ว กระดาษที่มีลาย กระดาษมีเท็กส์เจอร์อย่างกระดาษสาก็สามารถใช้ได้ดี
ถ้าเราไม่มีกล่องที่จะตัดเป็นช่องติดกระดาษขาว เราก็สามารถใช้ถังพลาสติกสีขาวที่ขายในห้างแทนได้ และการส่องแสงไปยังกล่องก็สามารถส่องจากด้านบนได้เลย
การถ่ายภาพแบบมีองค์ประกอบ
การถ่ายภาพวัตถุเพียงชิ้นเดียวอาจเหมาะกับการทำแค็ตตาล๊อคสินค้า แต่เมื่ออยากได้ภาพที่สื่อสารได้มากขึ้นก็จำเป็นจะต้องใส่วัตถุอื่นๆหลายๆชิ้นเข้าไปในภาพด้วย
การจัดแสงถ่ายภาพ ไม่จำเป็นจะต้องใช้แฟลช หรือ ใช้โคมไฟสป๊อตไลท์แต่เพียงอย่างเดียว เรายังสามารถใช้แสงธรรมชาติได้อีกด้วย ซึ่งแสงธรรมชาติจะให้ภาพที่ดูดีได้ง่ายกว่าด้วย แต่มีข้อจำกัดคือ ถ้าแสงน้อย หรือ อยู่ในช่วงเวลาที่แสงเริ่มสีไม่สวย อย่างตอนเช้า ตอนเย็น เราจะได้ภาพที่สีไม่ถูกใจ และถ้าเลยเวลาไปถึงคำมืดก็คือถ่ายไม่ได้
การถ่ายภาพแนวดิ่ง หรือ top view
การปรับปรุงภาพด้วย app
ภาพถ่ายที่ดีจะต้องมีองค์ประกอบที่เหมาะสม ภาพแรกที่ได้จากการถ่ายอาจจะมี่ส่วนที่ไม่ต้องการ หรืออาจจะมีส่วนเกิน เราก็ควรจะตัดสิ่งที่ไม่ต้องการนั้นทิ้งไป การตกแต่งภาพเป็นเรื่องจำเป็นที่เราควรทำ และในยุคนี้ โปรแกรมช่วยแต่งภาพมีมากมาย และบนมือถือก็มีโปรแกรมน่าสนใจอยู่หลายตัว ในที่นี้จะแนะนำให้ใช้ snapseed เพื่อตกแต่งภาพ รวมไปถึง instagram ที่สามารถถ่ายภาพและโพสท์ในโซเชียลเน็ตเวิร์คได้โดยตรงเลย
มาทดลองถ่ายภาพกันดีกว่า
ตัวอย่างการจัดแสงอย่างง่าย
ตัวอย่างการจัดองค์ประกอบด้วยการเปลี่ยนมุมถ่ายภาพ และการจัดวางอีกเล็กน้อย
ขายภาพ online เริ่มที่นี่ได้ครับ
กล้องติดรถยนต์
กล้องติดรถยนต์เป็นของจำเป็นในยุคอินเทอเน็ต รถส่งของที่โรงงานก็ตัดสินใจติดเพื่อให้มีพยานหลักฐานตอนที่เกิดอุบัติเหตุ และป้องกันการถูกคุกคามจากคนพาลที่อาจจะหาเรื่องเราได้ตลอดเวลาบนท้องถนน กล้องที่ผมใช้ก็เลือกจากคนขายที่เขาดูน่าเชื่อถือโดยเลือกซื้อจากโชว์รูมรถยนต์ซูซูกิ สาขาถนนจอมทอง ซึ่งอยู่แถวบ้าน เขารับบริการติดรถซูซูกิและรถยี่ห้ออื่นๆด้วย ราคา 2990 บาท
ตัวอุปกรณ์จะเป็นแผ่นกระจกมองหลังที่มีจออยู่ภายใน กล้องถ่ายหน้ารถจะอยู่หลังกระจก นำทั้งชิ้นไปติดทับกระจกมองหลังของรถยนต์ได้เลย ส่วนกล้องหลังจะเป็นโมดุลให้นำไปติดที่ด้านหลัง บริเวณใกล้ๆป้ายทะเบียน แล้วเดินสายเข้ามายังจอภายในรถ การติดตั้งทั้งหมดทำที่โชว์รูมเลย คุณภาพงานติดตั้งก็เรียบร้อยดี เก็บสายภายในได้เรียบร้อยแทบไม่เห็นเลย นอกจากไฟเลี้ยงของกล้องที่ใช้ต่อกับที่จุดบุหรี่ภายในรถยนต์เท่านั้น
คุณภาพของภาพที่บันทึกก็ออกมาอยู่ในเกณฑ์ที่ดี มองรู้เรื่อง กล้องหน้าบันทึกภาพ Fullhd กล้องหลังบันทึกระดับ Dvd การบันทึกจะเก็บภาพวิดีโอลงบนแผ่น Micro-sd ขนาดที่แถมมากับกล่องก็คือ 16gb ไฟล์ภาพจะได้สองไฟล์พร้อมกัน คือ ไฟล์ของกล้องหน้า กับไฟล์ของกล้องหลัง เลขไฟล์เดียวกันแต่กล้องหน้าจะมีคำว่า A กล้องหลังจะมีคำว่า B อยู่ในชื่อ นอกจากจะได้บันทึกเพื่อป้องกันภัยแล้ว ยังได้ใช้งานเป็นกล้องถอยหลัง เวลาถอยจะได้มองเห็นว่าอะไรอยู่ท้ายรถบ้าง การถอยจอดแบบมีกล้องจะช่วยลดอุบัติเหตุการเฉี่ยวชนลงได้ เป็นความสะดวกของคนขับรถทุกคน นอกจากรถส่งของแล้ว ก็ยังติดรถส่วนตัวคันอื่นได้ด้วย ในบ้านผมติดไปสามคันแล้ว
ภาพจากกล้องหน้า
ภาพจากกล้องหลัง
รีวิว nikon fm2n + 35-70 macro ais + fuji c200
กล้อง nikon fm2n เป็นกล้องแมนน่วลโฟกัสรุ่นที่ได้รับความนิยมอย่างมากในตลาดโลกและประเทศไทยในยุคของฟิล์ม ช่างภาพอาชีพในไทยที่อายุระดับ 50+ เป็นรุ่นที่น่าจะเคยจับ เคยใช้ nikon fm2 ตัวนี้มากันทุกคน โดยเฉพาะสายนักข่าว สายงานพิธีต่างๆ และกล้องตัวนี้ก็มาอยู่ในบ้านผมเมื่อยี่สิบปีที่แล้วโดยได้มาจากร้านขายกล้องมือสอง วันที่ผมซื้อกล้องตัวนี้เข้าบ้าน เป็นการซื้อให้น้องชายเอาไปเรียนถ่ายภาพที่มหาวิทยาลัย ผมในวันนั้นยังไม่ได้หัดถ่ายรูปเลย แค่ถามเพื่อนที่รู้เรื่องว่าจะซื้อกล้องไปเรียนต้องซื้อตัวไหน
เลนส์ 35-70 macro ais เป็นเลนส์ซูม คุณภาพดีและทนมาก เลนส์ตัวนี้จะเป็นโลหะทั้งตัว และค่า f จะเริ่มที่ 3.3-4.5 ซึ่งถ้าเป็นบอดี้พลาสติกที่ดูราคาถูกและบอบบางกว่านี้ ค่า f ประจำตัวเลนส์จะเป็น 3.5-4.5 แต่ตัวที่ผมใช้จะเป็นค่า 3.3 เริ่มต้น และมีคำว่า macro อยู่บนเลนส์ด้วย ตอนเพื่อนช่วยเลือกก็เลือกตัวแพงให้เลย
กล้องและเลนส์ตัวนี้อยู่กับน้องชายผม 1 เทอม และก็วางให้ฝุ่นกิน พอผมตัดสินใจหัดถ่ายภาพ ก็ลองเอามาใช้ และก็ติดตัวมาตลอดจนถึงทุกวันนี้ เนื่องจากเป็นกล้องฟิล์ม เลนส์มือหมุน ทำให้มันเป็นอุปกรณ์ที่คงกระพัน ท้าทายกาลเวลาอย่างมาก แม้ว่าตอนที่ผมหัดถ่ายภาพจริงๆ จะไปซื้อกล้องออโต้โฟกัสใช้ และตอนรับงานก็ใช้ออโตโฟกัสพร้อมเลนส์เกรดโปรสาย canon ทำงาน แต่ nikon ชุดนี้ผมก็แอบใช้อย่างสม่ำเสมอ ยิ่งในตอนที่เดินทางไปเที่ยวแบบเน้นน้ำหนักเบา ก็จะวาง canon ไว้ที่บ้านและพก nikon กับเลนส์สักตัวไปเท่านั้น
เมื่อฟิล์มเสื่อมความนิยม และกล้องดิจิทัล DSLR ก็ราคาถูกลงจนทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้ ผมก็แทบจะเลิกใช้ เลิกซื้อฟิล์มไปแล้ว ฟิล์มที่ซื้อไว้ถ่ายงานเมื่อปี 2005 ป่านนี้ยังใช้ไม่หมดเลย เคยลองเอามาถ่ายในช่วงปี 2016 ก็พบว่าฟิล์มเน่าจนเก็บภาพไม่ได้แล้ว ให้สีสันในภาพได้แย่สุดๆ ควรจะทิ้งไปจริงๆ แต่ปีนี้ 2017 ผมได้ลองซื้อฟิล์มมาใหม่ และก็เป็นที่มาของการลองถ่ายเล่นๆในรีวิวนี้
กล้อง nikon fm2n เลนส์ nikon 35-70macro ฟิล์ม fuji200 ล้างและสแกนภาพที่ร้าน a&b ย่านลาดพร้าว ภาพฟูจิออกมาได้โทนสีฟ้า ดูไม่สดใสในแบบที่ผมเคยเห็นสมัยสิบปีที่แล้ว ยังไม่รู้เหตุผลว่าเป็นการเปลี่ยนบุคลิกสีโดยฟิล์มเองที่เป็นรุ่นใหม่ หรือ เป็นสีของเครื่องสแกน เพราะเท่าที่เคยจำได้ สีจากฟิล์มฟูจิรุ่นตลาดๆ จะให้สีที่ดูอุ่นและฉูดฉาดกว่านี้
สรุป
เวลาที่ผ่านมาสัก 20 ปี nikon fm2n พร้อมเลนส์ 35-70 ตัวนี้ ยังคงทำงานได้ดี ในปีหลังๆนี้ เริ่มมีจังหวะชัตเตอร์ติดขัดบ้าง ซึ่งก็แก้ปัญหาด้วยการเปิดฝาด้านล่างแล้วใช้นิ้วเขี่ยกลไกข้างในนิดหน่อย ก็กลับมาเป็นปกติ อาการนี้นานๆจะเกิดขึ้นสักครั้ง คาดว่าเป็นเพราะไม่ได้ใช้งานบ่อยๆนั่นเอง ถ้าใช้เป็นประจำคงไม่เกิดอาการนี้ นอกจากเลนส์ตัวนี้แล้ว ยังสามารถเลือกใช้เลนส์อื่นๆได้อีกมาก ผมยังเคยใช้ 135f2.8 ais ด้วย ภาพจากเลนส์เทเล 135 ตัวนี้ให้ภาพคมชัดในฉากหลังนุ่มละมุนมากๆ ถ้าไม่ใช่ 135f2.8ตัวนี้ ตัวถัดไปที่จะใช้แทนคือ ef 70-200f2.8L ที่ใหญ่เท่ากระบอกข้าวหลาม
แถมภาพจากเลนส์ nikon 135f2.8 ais ให้อีกภาพครับ
ในแง่ของความสนุกในการถ่ายภาพ กล้องชนิด แมน่วล ยังคงเป็นเครื่องมือสำหรับช่างภาพทุกระดับฝีมือ การถ่ายภาพต้องการสมองในการคิดอ่าน และใช้กล้องเพียงแค่ กดชัตเตอร์ด้วยสปีด และรูรับแสงเท่าไหร่ แค่นั้นจริงๆ กล้องที่ดีที่สุดคือกล้องที่อยู่ในมือเรา จะถูก จะแพงก็แล้วแต่ความถูกใจของคนซื้อ ส่วนสำคัญของภาพ อยู่ที่หัวคิดของเราเอง หากจะหากล้องคู่ใจ ติดตัวไปในทุกสภาพอากาศและทุกทริปเดินทาง กล้องแมน่วลแบบ fm2 ให้ภาพได้แน่นอน
เปลี่ยนแบตเตอรี่ฮอนด้าฟรีด 2560 หลักกิโล 182704
รถฮอนด้าฟรีดของผมกำลังเข้าสู่ปีที่ 8 ซึ่งการต่อทะเบียนในเดือนหน้ารถผมต้องตรวจสภาพรถแล้ว จากรถใหม่กลายเป็นรถเก่าที่กรมการขนส่งก็ไม่เชื่อใจ ต้องมีใบตรวจสภาพรถก่อนจะอนุญาตให้ต่อทะเบียนได้ และการใช้งานตัวรถก็ผ่านมาถึง 182704 กิโลเมตร ซึ่งในวันนี้ วันที่เขียนโพสท์นี้ แบตเตอรี่ของรถก็ตาย หมดไฟไปดื้อๆแบบกระทันหันมาก ตอนเช้ายังสตาร์ทติด ตอนสายก็สตาร์ทติด ตอนกลางวันไปทำธุระใกล้ๆก็สตาร์ทติด ซึ่งทั้งหมดผมก็รับรู้ได้ว่า กำลังไฟมันน้อยลง และสตาร์ทติดยากกว่าตอนแบตเตอรี่ยังสมบูรณ์อยู่
พอบ่ายๆก็สตาร์ทไม่ติดเสียแล้ว และไม่มีวี่แววว่าจะติดได้ เพราะไฟหมดจริงๆ หลายวันก่อนหน้านี้ผมก็รู้สึกถึงความหน่วงหรือ ความกำลังอ่อนของแบตเตอรี่ และก็ได้รีบซื้อน้ำกลั่นสำหรับแบตเตอรี่มาเติมโดยเร็ว เปิดขึ้นมาดูก็พบกว่าน้ำในแบตเตอรี่แห้งไปจริงๆ รีบเติมเข้าไปหวังว่าจะช่วยได้ มาวันนี้ก็สตาร์ทไม่ติดจนได้ ต้องเอาเพาเวอร์แบงค์ที่มีสายไฟพ่วงแบตมาช่วยสตาร์ท รอรถปั่นไฟเข้าแบตสักสิบนาที แล้วลองสตาร์ทใหม่ พอลองสตาร์ทตรงอีกรอบ ไม่ติด แสดงว่าแบตหมดสภาพจริงๆ
ก็เลยได้ไปอุดหนุนร้านแบตเตอรี่ที่เคยใช้บริการ รอบนี้ผมไม่รู้ว่าเขาจะจำผมได้ไหม เพราะผมก็เปลี่ยนแบตเตอรี่ที่นี่มาหลายลูกแล้ว เจ้าของร้านสองคนผัวเมียยังคงช่วยกันทำงานดูน่ารักดี ผู้ชายเปลี่ยนแบต ผู้หญิงส่องไฟ
ส่วนแบตเตอรี่อันเก่ายี่ห้อ 3k ก็ถอดออกมาทิ้ง ไม่รู้ทางร้านจะเอาไปทำอย่างไร แต่ก็ไม่ได้ขนกลับ
คราวที่แล้วผมเลือกแบตเตอรี่แบบถูกที่สุด คือแบบที่ต้องเติมน้ำกลั่นอย่างสม่ำเสมอ ด้วยเหตุผลว่า ถ้าคุณภาพเท่ากันแล้วจะจ่ายแพงกว่าทำไม แต่รอบนี้ ลองเปลี่ยนเป็นแบบไม่ต้องเติมน้ำกลั่น แบตเตอรี่ที่ทางร้านจัดหาให้เป็นแบบไม่มีช่องสำหรับเปิดเติมน้ำแล้ว ทางร้านบอกว่า ใช้จนพังไปเลย ไม่ต้องเติมน้ำ ราคาครั้งนี้ 1800 บาท
สตาร์ทรถติดแบบดีๆ ฟังแล้วเสียงสตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยแบตเตอรี่แบบเต็มๆมันแตกต่างจากแบตใกล้ตายจริงๆ ขับรถกลับมาทำงานต่อ รถวิ่งเรียบขึ้นกว่าเดิม เหมือนมีพลังเยอะขึ้น ไม่รู้มันเกี่ยวอะไรกัน ความรู้สึกคล้ายๆกับได้เปลี่ยนน้ำมันเครื่องใหม่ๆเลย
ลืมไปอย่างนึง ตอนที่แบตกำลังอ่อนมากๆ แต่ยังสตาร์ทรถได้นั้น มีอาการรวนกับประตูไฟฟ้าของฟรีดด้วย คือ บางครั้งประตูกดปุ่มเปิดก็ไหลออกมาปกติ แต่ตอนจะกดปิด บางทีรถก็ไม่ตอบสนอง ไม่สามารถกดปิดตามต้องการได้ ไม่รู้สาเหตุ แต่ก็เดาว่าคงเป็นเพราะแบตเตอรี่ไฟอ่อนเกินไปจนระบบทำงานผิดพลาด ต้องเอามือโยกปิดเอง
ย้อนกลับไปอ่านตอนเก่าเกี่ยวกับแบตเตอรี่ได้ที่นี่
หจก โรงพิมพ์จอมทอง
ภาพที่ขายได้ใน gettyimages ผ่าน eyeem

การส่งภาพขายในเว็บ eyeem.com ช่วยทำให้ภาพของเราถูกนำไปวางขายใน gettyimages.com โดยอัตโนมัติ โดยทาง gettyimages.com จะคัดเลือกภาพด้วยสต๊าฟของตนเองและนำไปตั้งชื่อ ใส่คีย์เวิร์ดใหม่ทั้งหมด ดังนั้น ภาพที่ผ่านการคัดเลือกจะถือเป็นภาพที่มีศักยภาพในการขาย และภาพเหล่านี้คือภาพที่เริ่มมียอดขายจาก gettyimages.com
เพิ่มเติม ภาพที่ค่อยๆขายได้ บางเดือนก็สามภาพ บางเดือนก็ไม่มียอดเข้าเลย แต่ก็เปิดมานานๆทีก็มีภาพขายได้
ถ่ายภาพสินค้าง่ายดายด้วยมือถือ
เนื่องจากมีรุ่นน้องที่รู้จักกันได้เริ่มขายของทางเน็ต และได้ปรึกษาผมเกี่ยวกับการถ่ายภาพสินค้า ผมก็ได้แนะนำคร่าวๆให้เกี่ยวกับวิธีการ และการดัดแปลงของใกล้ตัวมาใช้แทนเต๊นท์ถ่ายภาพ การดัดแปลงกล่องกระดาษให้เป็นเต๊นท์ถ่ายภาพ ซึ่งก็ได้นำวิธีการไปใช้ได้ผลดี แต่ก็ติดปัญหาที่เกิดตามมาคือ ถ่ายได้แต่ของเล็ก ของใหญ่หมดสิทธิ์ เพราะว่า กล่องกระดาษนั้นเล็กไป จะหากล่องใหญ่ก็ลำบาก
เลยนึกถึงวิธีการที่ไม่ต้องใช้เต๊นท์ถ่ายภาพ หรือ ไม่ต้องใช้กล่อง ก็เลยสาธิตถ่ายภาพให้ดูด้วย และก็ได้ภาพเหล่านี้มาถ่ายทอดกัน
เริ่มจากสมมุตว่าคัทเตอร์เป็นสินค้าที่ต้องการขาย ให้หาไม้กระดาน หรือโต๊ะไม้ หรือ พาเลทวางของซึ่งไปขอจากโรงงาน โรงพิมพ์ หรือแวะซื้อตามร้านข้างถนนเวลาขับรถผ่าน หรือแม้แต่ซื้อไม้กระดาษจากร้านโฮมโปร โฮมเวิร์ค ในมุมเครื่องมือช่างก็ได้
วางไม้กระดาษไว้ในพื้นที่มีแสงสว่างเพียงพอ แต่ไม่โดนแดดโดยตรง ซึ่งก็คือพื้นที่ในตัวบ้านนั่นเอง และวางให้ใกล้จุดที่มีแสงส่องมากที่สุด เช่น หน้าบ้าน หน้าห้อง ริมหน้าต่าง
วางสินค้าไว้กลางแผ่นไม้ เลือกมุม จัดวางเอียง หรือ ขนาด หรือ ตั้งฉาก วางตามใจเลย
แล้วก็เริ่มถ่ายภาพ ค่อยๆถ่ายเข้าไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถูกใจ สิ่งสำคัญก็คือ จะต้องถ่ายให้แม้กระดานเต็มเฟรม อย่าให้เห็นพื้น และระวังอย่าไปยืนเหยียบไม้กระดาษ เพราะว่าจะมีรอยเท้าเปื้อนติดอยู่บนไม้
การถ่ายภาพที่ให้ความรู้สึกสบายตา คือ ภาพควรได้ฉาก เส้นแนวนอนควรวางตัวแนวนอน ไม่เอียง อะไรควรตั้งฉากก็ต้องพยายามถือกล่องถ่ายให้ได้เส้นตั้งฉาก การถือกล้องสำคัญมาก และต้องพยายามถ่ายให้ชัด ระวังมือสั่น การเลือกสถานที่มีแสงเยอะเพียงพอจะทำให้ภาพไม่สั่น และถ้าจะให้ดีที่สุดก็ควรใช้ขาตั้งกล้องด้วย ซึ่งมือถือก็สามารถติดบนขาตั้งกล้องได้ โดยการหาอแด๊ปเตอร์มายืดตัวมือถือเข้ากับขาตั้งกล้อง ซึ่งเดี๋ยวนี้หาไม่ยากเลย เมื่อได้ภาพที่ต้องการมาแล้วก็ใช้โพสท์ขายของได้ทันที หรือจะไปแต่งภาพต่อด้วย app ก็ตามสะดวก
ลองกับของอย่างอื่นดูบ้าง กล้องถ่ายภาพที่อยากจะประกาศขายก็เอาไปวาง จัดวางกล้องให้ขนาดเส้นบนไม้กระดาน สายสะพายกล้องที่เป็นเส้นยาวก็ลองวางให้เกาะกลุ่มกันไว้
ถ่ายรูปหน้าตรงได้แบบนี้ สังเกตุดูว่า กล้องจะวางขนานไปกับแนวเส้นลายไม้ และ การใช้มือถือ ก็ถ่ายกดลงไปตรงๆ
แล้วก็เอาภาพที่ได้ไปผ่าน app ตามความชอบ ในตัวอย่างด้านบนนี้ กล้องโอลิมปัส ผมใช้ instagram มาแต่งภาพ โดย app จะคร๊อปภาพเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัส และผมเลือกปรับขอบภาพให้เข้มขึ้น
ได้ภาพแบบนี้










































































