ปีนหน้าผาที่โรงเรียน

IMG_0962
IMG_0971


กีฬาปีนหน้าผาเป็นกีฬาที่โรงเรียนเพลินพัฒนาสนับสนุนอย่างจริงจัง มีหน้าผาจำลองที่ได้มาตรฐานการแข่งขันให้ฝึกฝน  มีกีฬาสองชนิดที่นักเรียนในเพลินพัฒนาต้องเล่นให้ผ่านคือ ว่ายน้ำ และปีนผาซึ่งคาดว่าจะได้เรียนในช่วงประถม  ช่วงว่างตอนเย็น เด็กๆสามารถมาลงชื่อเพื่อขอเล่นได้ และมันได้รับความนิยมในชั้นอนุบาลอย่างมาก ขอบฟ้าเป็นเด็กอนุบาล2 ก็ไปลงชื่อต่อคิวไว้เพิ่งจะได้เล่นวันนี้เป็นครั้งแรก

ก่อนหน้านี้เกือบปี ก็ได้มาลงชื่อไว้เหมือนกัน แต่ติดธุระสารพัด และบางทีโรงเรียนก็ไม่มีบุคคลากรมาดูแล เลยไม่ได้เล่นสักที  พออยากเล่นมากๆและไม่ได้เล่น ก็เลยไปหาเล่นข้างนอกนิดหน่อยเพื่อให้พอหายอยาก

พาลูกไปปีนหน้าผา

วันนี้ได้เล่นในโรงเรียนก็ประหยัดเงินดี และได้เห็นตัวอย่างของคนอื่นเล่นด้วย จะได้พัฒนา เพราะตอนไปเล่นข้างนอก ไม่มีตัวอย่างวัยเดียวกันให้ดูเลย ก็เล่นไปมั่วๆ ไร้หลักการ  ถ้าจะหัดปีนผาจริงจังก็คิดว่าโรงเรียนเพลินพัฒนาแห่งนี้ก็น่าจะช่วยได้อย่างจริงจัง

เมื่อให้ลูกถือกล้องถ่ายภาพไปโรงเรียน

 

โรงเรียนเพลินพัฒนามีกิจกรรมหนึ่งที่ให้นักเรียนแต่งตัวเป็นคนในครอบครัว  โดยให้เด็กเลือกว่าจะเป็นใครแล้วก็แต่งตัวเลียนแบบไปเลย  ขอบฟ้า ลูกของผม เลือกจะเป็นตัวเอง  คือไม่เป็นพ่อแม่หรือตายาย  ไม่เป็นใครเลย  จะเป็นตัวเอง แต่ตัวของตัวเองแบบขอบฟ้าจะมีกล้องถ่ายรูปที่เล่นอยู่เป็นประจำด้วย  ก็เลยให้ถือกล้องไปโรงเรียน

2015-01-01 newyear partyIMG_0058

การไปโรงเรียนแบบมีกล้องถ่ายภาพ สำหรับเด็ก 5 ขวบก็ดูจะเป็นอันตรายต่อกล้องนิดหน่อย แต่ขอบฟ้าคุ้นเคยกับกล้องถ่ายภาพมาตลอดชีวิตตั้งแต่มีลมหายใจ  ตั้งแต่มือมีแรงก็หยิบจับของเล่นสารพัด และหนึ่งในหลายสิ่งก็มีกล้องถ่ายรูปของพ่ออยู่ด้วยที่หยิบมาเล่น หยิบมาถ่ายเป็นประจำ

IMG_20161204_194617

IMG_20161204_192035

ผมหัดให้ขอบฟ้าได้ถ่ายภาพแบบจริงจังมาสักปีกว่า  คำว่าจริงจังสำหรับเด็กอนุบาลหมายถึงถ่ายภาพแล้วต้องได้ภาพ  ได้ภาพคนเต็มตัว หรือ ได้ภาพคนครึ่งตัวก็ต้องได้ตามที่คิดไว้ รวมไปถึงการชื่นชอบอะไรแล้วถ่ายสิ่งของสิ่งนั้นด้วย  ผลการฝึกมาหลายครั้ง ในระยะเวลาปีกว่าก็ทำให้ขอบฟ้ามีทักษะการถือกล้องถ่ายรูปที่พอใช้ได้  สามารถไหว้วานให้ถ่ายภาพคู่ของพ่อแม่ได้แล้ว  นับเป็นความภาคภูมิใจเรื่องหนึ่งของพ่อและแม่

IMG_20141226_214855

ในกิจกรรมของโรงเรียนที่ให้ขอบฟ้าติดกล้องถ่ายรูปไปโรงเรียน เป็นกล้องคอมแพ็ค kodak รุ่น c140 ที่ผมซื้อไว้เมื่อปี คศ2008 ซึ่งจนป่านนี้ยังไม่พังเลย ผมชอบกล้องตัวนี้ในความเรียบง่ายและทนทาน ใส่ถ่าน AA 2 ก้อนก็ทำงานได้แล้ว    เมื่อกลับมาถึงบ้าน เปิดกล้องดูก็พบว่ามีภาพใหม่ๆมากมายที่ขอบฟ้าไปถ่ายมา  การดูภาพถ่ายจากเด็กคนหนึ่งที่เราไม่รู้ว่าเขาไปเจออะไรมาบ้างเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นมาก  เพราะเราได้เห็นโลกที่เราไม่เคยเห็น ได้เห็นมุมมองและการตอบสนองของคนในภาพ  อย่างน้อย ภาพก็เล่าเรื่องว่าขอบฟ้าไปเล่นกับใครมาบ้าง และคนรอบตัวของฟ้ามีอัธยาศัยที่ดีน่ารักเพียงไร

 

100_3396

100_3402

100_3403

100_3400

100_3410

100_3408

100_3413

100_3417

100_3418

100_3419

100_3426

 

เมื่อได้ดูจนจบวันของขอบฟ้า สิ่งที่สังเกตุและเพิ่งจะได้รับรู้ก็คือ มุมมองของเด็กที่มองผู้ใหญ่เป็นมุมเงยเสมอ   แม้จะเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่เราก็ลืมไป  แอบคิดไปว่าการพูดคุยกับเด็ก หากเราย่อตัวไปคุยกับเขาในระยะที่เขาไม่ต้องเงย เราอาจได้ความไว้วางใจ ความเป็นเพื่อน และความสบายใจมากยิ่งขึ้น

 

สิ่งพิมพ์ที่กำลังจะหายไป

 

กองกระดาษในโรงพิมพ์ ภาพนี้เป็นภาพแรกๆที่ขายออก แล้วก็มีขายซ้ำบ้าง กองกระดาษสีประหลาดนี้เป็นกระดาษสีหลายสีที่เรียงตัวกันอยู่ในงานใบเสร็จรับเงิน กระดาษแต่ละชั้นจะทำหน้าที่เป็นต้นฉบับ เป็นสำเนาหลายชุด และมีใบติดเล่มด้วย การซื้อขายในอดีตใช้แบบฟอร์มใบเสร็จรับเงินรูปแบบนี้ ใช้ปากกาเขียน ใช้มือฉีกเป็นชุดออกมา แต่ยุคใหม่ๆหลายคนหันไปใช้แบบฟอร์มต่อเนื่อง สั่งพิมพ์ผ่านคอมพิวเตอร์ กระดาษต่อเนื่องมาเป็นกล่อง ต้องใช้เครื่องพิมพ์หัวเข็มในการพิมพ์เพื่อให้เกิดสำเนาในชั้นที่ 2 3 4 5 จะมีกี่ชั้นก็ตามที่บริษัทต้องการ แต่ที่แน่ๆ ระบบกระดาษแบบมือฉีก เขียนด้วยปากกาจะค่อยๆหายไป และแบบฟอร์มต่อเนื่องก็จะหายไปตามกันในที่สุด ด้วยการมาของอินเทอเน็ตที่ระบบจัดส่งใช้มือถือจดบันทึก จ่ายเงินโดยการโอนเข้าบัญชี ใบเสร็จรับเงินอาจไม่ต้องใช้อีก เพราะมีแบ็คอัพอยู่ในรูปแบบอิเล็คทรอนิกส์แล้ว

งานพิมพ์กระดาษรองถาด

งานพิมพ์กระดาษรองถาดของร้านอาหาร A&W เป็นงานที่ผมภูมิใจที่ได้ทำ  ก่อนจะได้เริ่มพิมพ์กันก็มีการปรู๊ฟสีกันหลายครั้ง ตั้งแต่การปรู๊ฟดิจิทัลเพื่อดูภาพรวม  และปรู๊ฟเพลทครั้งที่ 1 เพื่อดูสีจริงของแต่ละส่วน  หลังจากนั้นก็มีการปรับสีในบางจุด แล้วทำการปรู๊ฟเพลทอีกครั้ง  เมื่อปรู๊ฟเพลทไปแล้วสองครั้ง เราก็ได้ค่าสีที่ต้องการ และสามารถทำการผลิตจริงได้

__________-A&W-NEW-SIZE-30X43-CM-AW

การผลิตจริงก็ทำการควบคุมให้ใกล้เคียงตัวอย่างปรู๊ฟครั้งที่ 2 และทำการจัดส่งไปสู่ลูกค้า  ขั้นตอนการทำตั้งแต่ต้นจนถึงวันที่ส่งงานเราใช้เวลาประมาณ 3 สัปดาห์  ส่วนในการพิมพ์ซ้ำ ก็ใช้เวลาไม่กี่วัน ถือว่าเป็นงานที่อย่างทำอีกงานหนึ่งของโรงพิมพ์  เพราะงานนี้ถูกใช้ในสาขาจำนวนหลายแห่งของ A&W และผมก็แวะไปกินในสาขาใกล้บ้านเพื่อถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกด้วย

2017-08-15_08-14-15

IMG_20170812_080145

IMG_20170812_080317

บันทึก ปัญหา กระดาษพิมพ์ด้วยหมึก HP ไม่ติด

ลูกค้าของโรงพิมพ์ท่านหนึ่ง สั่งผลิตกระดาษ A4 พิมพ์ข้อมูลสีดำด้านล่าง 1 หน้า เพื่อเอาไปใช้พิมพ์ใบเสร็จรับเงินให้กับสมาชิก งานที่โรงพิมพ์จะต้องส่งให้ลูกค้าท่านนี้ก็คือ กระดาษขนาด A4 พิมพ์ข้อความด้วยระบบการพิมพ์อีอพเซ็ทสีดำ ดังภาพ

2017-08-10_03-33-10

โดยเมื่อลูกค้าใช้งาน จะนำกระดาษใบนี้เข้าไปใส่ในเครื่องพิมพ์เลเซอร์ ซึ่งเป็นของ HP LaserJet Pro 400 Printer M401เมื่อทำการพิมพ์ออกมา กระดาษมีอาการย่นที่ทางออก   และ บางครั้งก็ทำให้เครื่องติดขัด  และมีอาการหมึกพิมพ์ไม่เกาะกระดาษ

2017-08-10_03-44-07

 

IMG_20170810_100625

 

ทางโรงพิมพ์ขอข้อมูลจากลูกค้ากลับมา ขอตัวอย่างกระดาษที่พิมพ์แล้วหมึกไม่เกาะ และตัวอย่างที่หมึกไม่ติดกลับมา ขอรายละเอียดยี่ห้อ รุ่นของเครื่องพิมพ์  และขอรายละเอียดของตลับหมึกกลับมาด้วย ซึ่งลูกค้าก็ให้ข้อมูลครบทุกอย่าง ให้ตัวจริงของตลับหมึกมาเลยดังนี้

IMG_20170810_100643

IMG_20170810_100654

IMG_20170810_100821

IMG_20170810_100915

 

ทางโรงพิมพ์จึงเก็บข้อมูล และไปถ่ายรูปที่ห่อกระดาษที่นำมาพิมพ์งานให้ลูกค้า ซึ่งเป็นกระดาษล็อตเดียวกันกับที่สั่งมาผลิตงาน เป็นกระดาษจาก SCG

2017-08-10_03-33-35

 

ผมติดต่อดีลเลอร์ผู้ที่ขายกระดาษให้ ทางดีลเลอร์แจ้งว่าจะมารับตัวอย่างไปตรวจสอบและจะส่งให้ scg ตรวจสอบ ซึ่งยังไม่สามารถระบุระยะเวลาได้ว่านานแค่ไหน  ส่วนทางลูกค้า ไม่มีของใช้  เพราะธุรกิจของลูกค้าต้องทำทุกวัน  ไม่สามารถรอตรวจสอบได้ ต้องมีกระดาษไปใช้ และลูกค้าให้ข้อมูลว่า กระดาษดับเบิ้ลเอที่ขายตามห้างนั้นได้ทดลองใช้แล้วผลคือทำงานได้ ไม่ติดขัด  และตอนนี้ลูกค้าซื้อกระดาษจากห้างมาใช้ชั่วคราว  สรุปคือกระดาษดับเบิ้ลเอทำงานได้ กระดาษ scg ทำงานไม่ได้

ผมทำการสั่งกระดาษดับเบิ้ลเอจากดีลเลอร์ซึ่งเป็นสเป็คที่ทำไว้ขายโรงพิมพ์  สเป็คนี้จะแตกต่างจากสเป็คกระดาษที่ขายในห้าง และสีของเนื้อกระดาษก็ต่างกัน  กระดาษที่สั่งมาโรงพิมพ์นำมาตัดเพื่อให้ลูกค้าทดลองใช้งาน เราต้องการกระดาษมาทดลองแค่ไม่เกิน 10 แผ่น A4 แต่ดีลเลอร์ไม่มีให้  ผมต้องสั่งซื้อยกรีม ซึ่งสามารถตัดเป็น A4 ได้ 4000 ใบ มาให้ลูกค้าทดลองใช้ 10 ใบ  การทดลองเพื่อแก้ปัญหานี้โรงพิมพ์จ่ายเอง และหากลูกค้าใช้งานได้ดี โรงพิมพ์ก็ต้องซ่อมงานครั้งให้ให้ลูกค้าโดยการสั่งกระดาษยี่ห้อดับเบิ้ลเอมาใช้แทน SCG

สิ่งที่โรงพิมพ์พยายามทำคือดูแลลูกค้า ช่วยให้ธุรกิจของลูกค้าราบรื่น สิ่งที่ดีลเลอร์กระดาษและ SCG ทำคืออะไร ผมรอคำตอบและวิธีการของ SCGอยู่ครับ

 

บันทึกไว้วันที่ 10 สิงหาคม 2560

 

มาต่อกัน…

วันที่ 11 สิงหาคม 2560  ทางดีลเลอร์โทรมาพูดคุยและแจ้งว่า ทาง  scg ขอนัดเข้ามาพบโรงพิมพ์เพื่อชี้แจงปัญหาต่างๆในวันอังคารที่ 15สิงหาคม2560

 

วันที่ 15สิงหาคม2560  ทางดีลเลอร์และตัวแทนของ scg ได้เข้ามาที่โรงพิมพ์ เพื่อพูดคุยชี้แจง เนื้อหาในการคุยเราคุยกันเรื่อง กระดาษสำหรับงานโรงพิมพ์ และ กระดาษสำหรับงานถ่ายเอกสารหรือกระดาษสำหรับเลเซอร์ปริ๊นเตอร์เป็นกระดาษคนละชนิดกัน และไม่แนะนำให้ใช้ผิดวัตถุประสงค์

สิ่งที่ได้รู้เพิ่มเติมก็คือ กระดาษสำหรับพิมพ์อ๊อพเซ็ท จะขายโรงพิมพ์เป็นกระดาษแผ่นใหญ่ มีความชื้นในกระดาษอยู่ในระดับสูงกว่ากระดาษถ่ายเอกสาร เพื่อให้กระดาษโรงพิมพ์สามารถรับหมึกรับน้ำในเครื่องพิมพ์อ๊อพเซ็ทได้ดี เพื่อให้ผลการพิมพ์ออกมาสวยงาม  ส่วนกระดาษสำหรับงานถ่ายเอกสารจะเป็นกระดาษที่มีความชื้นต่ำกว่ากระดาษโรงพิมพ์ ขายเป็นแผ่นตัดสำเร็จ A4 หรือ A3 ไม่ขายเป็นแผ่นใหญ่ให้โรงพิมพ์  ค่าความชื้นในกระดาษที่ต่ำทำมาเพื่อให้สามารถรับความร้อนในเครื่องถ่ายเอกสารหรือเลเซอร์ปริ๊นเตอร์ได้  ดังนั้นการเลือกใช้กระดาษต้องเลือกจากวิธีใช้งานเป็นหลักถึงจะได้ผลที่ดี ไม่เกิดความเสียหาย

หากลูกค้าต้องการกระดาษหัวจดหมายที่จะต้องพิมพ์จากโรงพิมพ์ในระบบอ๊อพเซ็ทเสียก่อน แล้วลูกค้าค่อยนำไปพิมพ์ต่อด้วยเครื่องเลเซอร์ปริ๊นเตอร์ จะยังไม่มีกระดาษที่รองรับสองหน้าที่นี้พร้อมกัน ที่ผ่านมาเป็นการใช้ผิดประเภทมาตลอด  บังเอิญว่าไม่เกิดปัญหา ก็ถือว่ารอดไป  และหากเกิดปัญหาก็เป็นเพราะใช้งานผิดวัตถุประสงค์  นี่คือสิ่งที่ scg พยายามสื่อสารกับผม

 

ความเห็นส่วนตัว

ผมรู้อยู่แล้วว่ากระดาษถ่ายเอกสาร และกระดาษใช้ในโรงพิมพ์เป็นคนละประเภทกัน และผู้ผลิตก็ตั้งใจให้แยกใช้งาน  แต่ในภาคธุรกิจที่ต้องใช้กระดาษหัวจดหมาย  เราต้องฝืนใช้ผิดวัตถุประสงค์ของโรงงานกระดาษมาตลอด แต่มันไม่ผิดวัตถุประสงค์ของภาคธุรกิจ และมันเป็นมาหลายสิบปี มันเป็นแบบนี้ก่อนที่จะมีกระดาษถ่ายเอกสารขายตามห้างเสียอีก  สิ่งที่โรงงานกระดาษคิด ไม่สอดคล้องกับความต้องการของภาคธุรกิจสิ่งพิมพ์  หวังว่าสักวันหนึ่งจะมีกระดาษที่ทำงานได้สองระบบในกระดาษใบเดียวกัน   จริงๆแล้วแค่โรงงานกระดาษ นำกระดาษถ่ายเอกสารมาขายเป็นแผ่นใหญ่ให้โรงพิมพ์ ก็จบแล้ว เพราะตอนผลิตกระดาษ กระดาษมันเกิดขึ้นมาเป็นแผ่นใหญ่ก่อนจะถูกตัดให้เป็น A4 อยู่แล้ว

 

สรุป

ปัญหากระดาษพิมพ์ไม่ติด และติดขัดในเครื่องพิมพ์ ยังไม่ถูกแก้ไข  และสาเหตุคือ ลูกค้าและโรงพิมพ์ใช้ของผิดประเภท

 

 

 

 

 

 

 

รับผลิตสมุดที่ระลึกเล่มเดียวในโลก

สมุดที่ระลึกของลูก สมุดเล่มเดียวในโลก

ทำปกสมุด

นำผลงานของลูกมาถ่ายภาพแล้วส่งภาพมาให้เราผลิตเป็นสมุดปกแข็ง  ภาพถ่ายจะถูกทำเป็นปก เนื้อในทำจากกระดาษคละสี คละความหนา เพื่อให้เจ้าของสมุดเลือกใช้กระดาษที่หลากหลายในการบันทึก

ทำปกสมุด

ทำปกสมุด

ทำปกสมุด

 

สมุด 2 เล่ม ราคา 500 บาท

วิธีการสั่ง

1 เตรียมภาพ 4 ภาพ ใช้ทำปกหน้าหลัง และที่อยู่ส่งเพื่อส่งงานที่ทำเสร็จแล้ว มาทางเมล pockethifi@gmail.com

2 โอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร วุฒิชัย เจริญบุรี กสิกร ออมทรัพย์ เลขบัญชี 7332119596 ยอดเงิน 500 บาท ส่งหลักฐานการโอนเข้ามาที่เมล pockethifi@gmail.com

3 ส่งที่อยู่สำหรับจัดส่งสินค้าที่ทำเสร็จแล้ว

4 ขั้นตอนการผลิตใช้เวลาประมาณ  5 วัน

5 งานที่ทำเสร็จแล้วจะส่งให้ลูกค้าทางไปรษณีย์

 

 

การสแกนฟิล์มด้วยเลนส์มาโครและกล่องไฟ

การถ่ายภาพด้วยฟิล์มในยุคดิจิทัลยังเป็นสิ่งที่มีลมหายใจอยู่  เมื่อก่อนในวันที่เป็นยุคทองของฟิล์ม เราถ่ายภาพ แล้วส่งล้างอัด แล้วก็ได้ภาพมาดูเป็นเล่ม  มันสะดวกมากสำหรับฟิล์มสี  ส่วนฟิล์มขาวดำก็ต้องล้างฟิล์มแล้วสั่งอัดภาพ  แต่การอัดภาพด้วยร้านถ่ายภาพสีทั่วไป ภาพสีขาวดำก็จะออกมาดูไม่น่ามอง  ภาพขาวดำที่ีสวยก็ต้องเป็นการอัดภาพลงบนกระดาษขาวดำแท้ๆเท่านั้น

แต่บางคนก็ไม่สามารถอัดภาพได้เอง  ต้องอาศัยวิธีสแกนภาพแล้วดูในคอมพิวเตอร์  หรือ ดูในมือถือแทนโดยไม่ต้องอัดบนกระดาษจริง  ยิ่งยุคนี้เป็นยุคโซเชียลเน็ตเวิร์ค อยากมีภาพเป็นไฟล์เพื่อส่ง เพื่อแชร์ให้เพื่อนดูกันทั้งนั้น  การเอาภาพจากฟิล์มขาวดำก็ต้องใช้วิธี สแกน  ร้านถ่ายภาพทั่วไปก็มีบริการรับสแกน  แต่ค่าใช้จ่ายก็แพงขึ้นกว่าเดิม  ไหนๆเราก็มีกล้องดิจิทัลกันอยู่แล้ว ก็ลองใช้อุปกรณ์ของเราสแกนฟิล์มเลยดีกว่า ซึ่งกล้องดิจิทัลที่มีเลนส์มาโครหรือเลนส์ถ่ายใกล้ๆได้จะสามารถนำมาใช้สแกนฟิล์มได้  วิธีนี้ ประหยัด ไม่เสียเงินซักบาท  แต่อาจเสียเงินซื้อเลนส์มาโครแทน

scan-bw-IMG_0205

ให้จัดการเซ็ทอัพอุปกรณ์ตามนี้  ใช้กล่องพลาสติกขนาดใหญ่ หรือ เล็กก็ได้ แต่ในภาพของผมจะใช้กล่องใหญ่เพราะตั้งใจจะใช้ถ่ายฟิล์มทั้งม้วนเลย  โดยการเอากล่องขาวขุ่นมาวางพื้น แล้วเอาฟิล์มบางบนกล่อง  หาของทับฟิล์มให้เรียบแนบไปกับกล่อง  กล่องขาวขุ่นนี้ผมซื้อจากร้านขายอุปกรณ์แต่งบ้าน มันถูกขายเป็นถังขยะสีขาว ผมเห็นแล้วก็ถูกใจเลยสอยมาใช้  ส่วนแสงสว่างที่ส่องในกล่อง ผมใช้แฟลชเก่าๆตัวนึงที่ทำงานได้ แล้วต่อชุดส่งสัญญาณแฟลชไร้สาย หรือ ไวเลสทริกเกอร์  โดยตัวส่งสัญญาณจะเสียบอยู่กับกล้องถ่ายภาพ  ตัวรับสัญญาณจะต่อกับแฟลช  เมื่อเรากดถ่ายภาพ แสงแฟลชก็จะทำงาน ส่งผลให้กล่องเรืองแสง

IMG_0198

ดูใกล้ๆก็จะเป็นแบบนี้  เราถ่ายภาพฟิล์มขาวดำด้วยกล้องดิจิทัลโดยตรงได้เลย  ภาพที่ได้ก็จะเป็นภาพแบบที่ตาเห็น คือ เป็นภาพดูไม่ค่อยรูัเรื่อง สีสันก็เป็นแบบตรงกันข้าม   หากเราจะสแกนภาพจากฟิล์มแค่บางภาพ เราก็ถอดฟิล์มจากซองมาวางบนกล่อง แล้วใช้เลนส์มาโครถ่ายภาพซะเลย

DSCF7049

ถ้าเราจะสแกนฟิล์มขาวดำทั้งม้วน โดยให้เรียงตัวสวยๆเหมือนภาพ คอนแท็คปริ๊นท์ หรือcontact print ก็ใช้ใช้วิธี วางซองฟิล์มทั้งซองบนกล่องขาวขุ่นนี้เลย นี่คือเหตุผลที่ผมเลือกใช้กล่องขนาดใหญ่ เพราะต้องการถ่ายภาพฟิล์มทั้งม้วน ซึ่งใช้พื้นที่ใหญ่พอสมควร กล่องใหญ่ก็จะได้เปรียบคือทำงานคอนแท็คปริ๊นท์ได้นั่นเอง

DSCF7210

ภาพฟิล์มทั้งม้วนที่ถ่ายด้วยกล่องไฟจะเป็นแบบนี้  เมื่อถ่ายภาพได้แล้ว ก็เอาภาพ jpg ที่ได้มา ไปปรับค่าต่อในโฟโต้ช็อป โดยการสั่ง invert เพื่อกลับภาพจากดำเป็นขาว และ ขาวเป็นดำ  และทำการปรับระดับสีดำ และสีขาวให้สมจริง เราก็จะได้ภาพสีปกติออกมา

 

DSCF7210-contactsheet 20jul2012

แค่นี้เราก็ได้ภาพคอนแท็คปริ๊นท์ที่ดูคลาสิคมากออกมา  เราสามารถปริ๊นท์ภาพนี้เก็บไว้เป็นภาพโชว์ได้เลย  ขนาดภาพของคอนแท็คปริ๊นท์ในอดีตจะใหญ่เท่าจริง คือฟิล์มเรามาใหญ่แค่ไหน คอนแท็คปริ๊นท์แท้ๆก็จะใหญ่เท่านั้น

คราวนี้เราจะมาสแกนบางภาพที่เราต้องการบ้าง  บางภาพที่เราต้องการนี้ก็อาจจะเป็นภาพที่เราตั้้งใจจะโพสท์หรือตั้งใจจะเอาไปอัดขยายให้ใหญ่  เราก็จะทำการถ่ายฟิล์มที่ต้องการแค่ภาพเดียว ซึ่งการถ่ายฟิล์มแค่ภาพเดียวเราจะต้องใช้เลนส์มาโคร เพื่อให้สามารถถ่ายภาพฟิล์ม 1 ภาพให้ใหญ่เกือบเต็มเฟรมของกล้องดิจิทัล

IMG_0284

ภาพที่ถ่ายได้จากเลนส์มาโครจะทำให้เราได้ชิ้นฟิล์มค่อนข้างใหญ่  จริงๆเราสามารถใช้เลนส์มาโครระดับ 1:1 เพื่อถ่ายชิ้นฟิล์มได้ใหญ่กว่านี้  แต่ผมชอบภาพที่เห็นรูหนามเตยของฟิล์ม เพราะทำให้ภาพดูน่ามอง ดูเท่ห์กว่า  ก็เลยถ่ายแบบให้เห็นขอบฟิล์มเยอะหน่อย   จากนั้นก็เอาภาพมากลับสีด้วยคำสั่ง invert ในโปรแกรมโฟโต้ช็อป ซึ่งถ้าใครถนัดโปรแกรมอื่น หรือ ถนัดใช้ app ในมือถือ ก็แล้วแต่สะดวก  เมื่อกลับสีแล้วก็จัดการปรับค่าดำ ค่าขาว ในภาพให้ดูสมจริง ดูเป็นภาพขาวดำปกติ

IMG_0284bw

ออกมาได้แบบนี้เลย  ภาพลูกชาย วันแรกที่เกิด  ฟิล์ม lucky กล้องไลก้า minilux ล้างฟิล์มเอง สแกนเอง ภูมิใจเอง

 

การถ่ายภาพสินค้าด้วยแฟลช

เทคนิคการถ่ายภาพสินค้าแบบที่ได้คุณภาพ และ ได้ประสิทธิภาพทำงานได้เร็ว คือการถ่ายภาพสินค้าในกล่องไฟ  กล่องไฟในที่นี้คือกล่องที่มีผนังด้าน ซ้าย ขวา และเพดาน โปร่งแสง สามารถปล่อยให้แสงแฟลชมากระทบแล้วเรืองแสงให้ความสว่างแก่สินค้าได้  โดยกล่องไฟในภาพตัวอย่างนี้เป็นกล่องกระดาษใบใหญ่ ดัดแปลงตัดฝาผนังซ้าย ขวา และเพดานให้เป็นช่อง แล้วติดด้วยกระดาษไขบางๆ

 

IMG_0498

 

การจัดแสงผมเลือกใช้แฟลยิงด้านซ้าย และขวาอย่างละตัว  โดยด้านซ้ายผมยกแฟลชให้สูงขึ้น เพื่อให้แสงจากแฟลชไปกระทบกล่องทั้งด้านซ้าย และด้านบน  คือใช้แฟลชตัวเดียวเพื่อส่องแสงให้โดนกล่องสองด้าน  ส่วนด้านขวาก็ใช้แฟลชอีกตัวหนึ่งยิ่งตรงๆเข้าไปที่ผนังกล่องเลย  ภาพแรกนี้เป็นภาพของการเซ็ทอัพ  ยังไม่ได้ยิ่งแฟลชจริงๆ  แสงสว่างที่อยู่บนแฟลชเป็นไฟนำ หรือ ไฟส่องสว่างบอกทิศทาง ซึ่งจะติดตลอดเวลาที่ทำงาน  แต่เราก็สามารถปิดไฟนำได้  ศัพท์ฝรั่งเรียกไฟนำว่า model light

การส่งสัญญาณแฟลช ผมใช้ ทริกเกอร์  โดยตัวส่งจะไปเสียบที่ช่องเสียบแฟลชบนกล้อง และตัวรับสัญญาณอยู่ที่แฟลชตัวซ้าย  กล้องที่ใช้ถ่ายเป็นกล้อง canon eos 6d เลนส์ 24-105mm ปรับโหมด M ความไวชัตเตอร์ตอนถ่ายด้วยแฟลช 1/125 วินาที รูรับแสง f13   เลือกค่า iso 200  แล้วปรับกำลังของแฟลชทั้งซ้ายและขวาให้ภาพสว่างพอดี  แฟลชทุกตัวจะปรับกำลังไฟได้  ผมเลือกให้แฟลชทำงานที่กำลังไฟไม่ถึงครึ่ง หรือ ไม่เกิน 50% ด้วยเหตุผลว่า ถ้าเราใช้กำลัง 100% แฟลชจะยิงแสงออกไปจดหมดพลัง แล้วต้องประจุไฟฟ้าหรือชาร์จไฟใหม่หลายวินาที  การยิงแค่ครึ่งเดียว เวลาชาร์จไฟเข้าไปใหม่ก็น้อยลงไปครึ่งนึง ซึ่งใช้เวลาเพียง 1 วินาที สำหรับการยิง 50%  และแฟลชตัวขวาก็ทำงานโดยการอาศัยเซ็นเซอร์ในตัวที่จะยิงแฟลชตามการกระพริบของแฟลชตัวอื่น คนไทยเรียกว่าระบบ ตาแมว  ฝรั่งเรียกว่า  optical slave

 

IMG_0497

 

เมื่อยิงแสงแฟลชแล้ว ภาพจะเป็นแบบนี้  แสงสว่างจากแฟลชทั้งสองดวงจะวิ่งไปกระทบกล่อง ทำให้กระดาษไขเรืองแสง แล้วกลายเป็นแสงนุ่มๆให้กับวัตถุในกล่อง  เมื่อตั้งกำลังไฟได้ระดับที่ต้องการแล้ว ก็เร่ิมถ่าย จัดองค์ประกอบจริงๆที่จะใช้

IMG_0481

IMG_0492

 

 

IMG_0494

 

ภาพขนมในชามสีชมพูเป็นสินค้าที่ผมต้องถ่ายเพื่อไปใช้ทำกล่อง  งานถ่ายภาพสินค้าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการขายของ ไม่ว่าจะขายในห้าง หรือขาย online การถ่ายภาพให้ได้ดังใจ  การถ่ายภาพโฆษณาให้มีคุณภาพเป็นสิ่งที่ช่างภาพทุกคนควรได้ฝึกฝน  และเทคนิกการถ่ายก็สามารถหาอ่านไม่ยาก  ยุคนี้กล้องดิจิทัลราคาถูก ไฟแฟลชสำหรับการถ่ายภาพสินค้าก็ราคาถูก เพราะเราไม่จำเป็นต้องใช้แฟลชตัวใหญ่  ลำพังเพียงแค่แฟลชตัวเล็กที่ใช้ติดบนช่องเสียบแฟลชของกล้องก็สามารถรับคำสั่งจากทริกเกอร์ไร้สายได้ก็สามารถทำงานนี้ได้เช่นกัน

 

 

พาลูกเข้าเมือง เดินห้าง กินของแพง ดูของแปลกตา

พาลูกเข้าเมือง เดินห้าง กินของแพง ดูของแปลกตา จอดรถแล้วเดินมาขึ้นลิฟท์ ก็พบกับเจ้ายึกษ์เขียวเลย ห้างเอมควอเทีย ชั้นโรงหนัง  และยังเจอซุปเปอร์ฮีโร่ตัวอื่นๆอีกหลายตัวเลย  เด็กๆคงปลาบปลื้มจริงๆ


เดินผ่านฮีโร่เหล่านี้ออกไปด้านนอกอาหาร บริเวณชั้น 5  ที่ถูกจัดสรรเป็นพื้นที่ playground หรือ สนามเด็กเล่น มีกิจกรรม adventure ให้เล่นแบบน่าอิจฉา  ใครเคยดูรายการอเมริกันนินจาจะคุ้นเคย  และขอบฟ้าก็ชอบรายการนี้มากๆ  พอได้มาเล่นอะไรที่คล้ายๆกันก็ชอบ ติดอกติดใจ และขอเล่นซ้ำ

 

เครื่องเสียงยุคดิจิทัลพอเพียง เหลือแค่นี้

หูฟัง harman/kardon ใครใส่ก็หล่อ ยิ่งถูกพบในร้านกาแฟแพง ความหล่อจะคูณสิบ หน้าตาหลายหมื่น แต่ราคาหลักพัน

Ipod nano gen6 เป็นเครื่องเล่นเพลงที่ดีที่สุดของ apple ในวันที่มันเปิดตัว และทุกวันนี้ apple ยังไม่มีเครื่องที่น่าใช้กว่านี้ เพราะนอกจากจะเล่นเพลงแล้ว ยังติดสายเพื่อใช้เป็นนาฬิกา  ใช้นับก้าวบอกแคลอรี่ได้  ฟังวิทยุได้  บันทึกเสียงได้  โชว์รูปที่อยากดูได้

IMG_20180127_091842
IMG_20170508_154805
IMG_20170508_154642

ถ่ายภาพสินค้า ซีเรียลสำหรับทำอาหารเช้า

 

ได้รับงานถ่ายภาพแบบเร่งด่วนมาอีกครั้ง คราวนี้เป็นการถ่ายภาพอาหารในชาม ซึ่งลักษณะการถ่ายจะเป็นการถ่ายตัวผลิตภัณฑ์บนฉากขาว และทางกราฟฟิคจะนำไปจัดวางอาร์ตเวิร์คอีกที  การถ่ายภาพสินค้าบนพื้นขาวเป็นการถ่ายที่ไม่ซับซ้อน สามารถใช้การจัดไฟแบบเรียบง่ายได้  และอุปกรณ์ที่ผมใช้อยู่เป็นประจำคือ กล่องดัดแปลงพร้อมไฟแฟลช

ก่อนจะรับงานก็มาทดสอบอุปกรณ์ที่มีอยู่เสียก่อน  เพราะว่าไม่ได้ใช้ถ่ายสินค้ามาพักใหญ่ กลัวว่าของที่มีอยู่จะเสีย  ก็เลยจับมาทดสอบดู  เอาตุ๊กตาวางในกล่องบนกระดาษสีขาว แล้วไฟแฟลชรับสัญญาณจากทริกเกอร์ไร้สาย ยิ่งไฟขึ้นเพดาน ทดสอบดูว่า สั่งถ่ายภาพแล้วแฟลชออกไหม สภาพแสงที่ส่องเข้าไปในกล่องนุ่มนวลไหม  เมื่อเห็นภาพทดสอบก็มั่นใจว่า ของยังไม่พัง  รับงานได้

 

 

IMG_0030

 

IMG_0036

ภาพจากการใช้แฟลชดวงเดียว ยิงขึ้นเพดานด้านซ้าย เพื่อให้แสงไปกระทบด้านซ้าย และ ด้านบนของกล่อง ก็ให้ภาพที่เกือบจะดี  ในบางภาพทดสอบจะเป็นเงาทางขวาเล็กน้อย  ซึ่งผมก็ตัดสินใจว่า จะต้องเพิ่มไฟแฟลชที่ด้านขวาด้วย  เลยไปเอาแฟลชเล็กๆกำลังน้อยๆ มายิ่งด้านขวา  เป็นแฟลชที่สามารถทำงานตามแฟลชตัวอื่นได้ หรือกระพริบตามกันนั่นเอง

2017-07-10_12-28-16

 

เมื่อถ่ายภาพทดสอบได้พอใจแล้ว ก็เร่ิมถ่ายสินค้าจริงๆ  ซึ่งสินค้าก็คือ ซีเรียลสำหรับการกินตอนเช้าของเด็กๆนั่นเอง  โดยซีเรียลมีหลายชนิด และหลายสี การถ่ายภาพก็จะถ่ายทีละชนิด และเลือกใส่ชามหลายๆสี แล้วเดี๋ยวค่อยไปคัดเลือกเพื่อใช้งานในอาร์ตเวิร์คจริงอีกครั้ง

IMG_0311

 

IMG_0303

 

IMG_0104

 

IMG_0139

 

IMG_0176