ขอบฟ้า เพลินๆ 17 ธันวาคม 2560


สัปดาห์นี้ขอบฟ้าได้ไปดูนิทรรศการหุ่นยนต์ที่ไบเทค  เป็นงานแสดงหุ่นยนต์หลายชนิด  มีการแข่งขันหุ่นยนต์เตะฟุตบอล  มีท้งหุ่นยนต์รูปร่างเหมือนคนและหุ่นยนต์รูปร่างประหลาด

 

ระหว่างสัปดาห์ขอบฟ้าได้ฟังนิทานก่อนนอนเป็นเรื่องเกี่ยวกับนักวิทยาศาสตร์เก่งๆ  หนึ่งในนั้นคือกาลิเลโอ  พ่อเล่าประวัติทุกคนให้ฟัง  ขอบฟ้าจะจำเรื่องราวของกาลิเลโอได้ค่อนข้างเยอะ  ขอบฟ้ารู้ว่ากาลิเลโอเป็นคนสร้างกล้องดูดาว  เป็นคนทดลองโยนลูกบอลที่หอคอยเมืองปิซ่าร์  และในวันจันทร์ที่จะต้องแต่งตัวเป็นตัวละครขอบฟ้าขอแต่งตัวเป็นกาลิเลโอไปโรงเรียน

 

พาลูกเที่ยวงานเทศกาลริมคลอง

23847395_2430571087167204_3822056172714038451_o (1)

ขอบฟ้า เพลินๆ 11 ธค 2560
วันอาทิตย์ที่ผ่านมา ขอบฟ้าได้มีโอกาสได้ไปเที่ยวริมคลองบางมด ซึ่งเป็นเทศกาลของชุมชนบางมด  ก่อนไปก็ตกลงกันว่า ขอบฟ้าจะกินกลางวันให้เร็ว และนอนกลางวันให้เร็ว เพื่อให้ตื่นทันก่อนสามโมงเย็น แล้วจะได้เดินทางไปร่วมงานกันไม่ค่ำเกินไป  ขอบฟ้าเชื่อฟังโดยดี  กินตามเวลา และเข้านอนกลางวันตามที่ตกลง  ขอบฟ้าสะดุ้งตื่นตอนเกือบสามโมงแล้วก็ปลุก พ่อ แม่ ที่นอนอยู่ข้างๆ  บอกว่า ตื่นได้แล้ว เดี๋ยวไปไม่ทัน

ที่งาน จัดบริเวณวัด และต้องเดินตามทางเดินริมคลองไปอีกเป็นกิโลเพื่อไปร่วมงานตามจุดต่างๆ  ขอบฟ้าได้เล่นทรายสี  ได้ทำตุ๊กตาไล่ฝน  ได้ทำดอกไม้จากหลอด  และได้ปีหน้าผาจำลองด้วย  ที่ทางเดินจุดหนึ่งมีสะพานสูงมาก พ่อเดินจูงมือกับขอบฟ้าข้ามไป ตอนที่อยู่กลางสะพาน ขอบฟ้าบอกว่า สะพานที่นี่สูงมาก  ถ้ารอยตกลงไปต้องตายแน่ๆเลย   พ่อก็คุยกับขอบฟ้าว่า  ถ้าอย่างนั้นเราก็ต้องระวัง จับให้ดี และเดินช้าๆ ไม่ต้องรีบ  ขอบฟ้าก็เชื่อฟัง

IMG_5925

งานนี้มีจักรยานมาให้บริการ เป็นจักรยานยี่ห้อนึง มีมาจอดเป็นร้อยคัน  คนจะใช้ต้องถ่ายถ่าย qr code บนจักรยานเมื่อลงทะเบียนแล้วค่อยเอาไปขี่   ผมลืมเอามือถือไปก็เลยไม่ได้ใช้  เสียเงินซื้อตั๋วขี่จักรยานไปแล้วด้วย  อีกอย่าง  จักรยานเป็นแบบที่นั่งเดียว แต่ผมพาลูกไปด้วยดังนั้นอด  หมดความพยายามใช้จักรยานโดยพลัน  ครั้งหน้าขอให้มีแบบนั่งสองคนนะ  จะได้ตอบโจทย์คนพาลูกเที่ยว

IMG_5928

IMG_5946

ทางเดินไปดูกิจกรรมแต่ละจุดเป็นทางเดินริมคลองค่อนข้างแคบ  และจะต้องใช้เดิน ใช้ขี่มอเตอร์ไซด์ ใช้ขี่จักรยาน  ในวันปกติที่ไม่มีงานมันเป็นทางเดินแสนวิเศษที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อชุมชน  มันทำให้ผูัคนริมคลองเชื่อมต่อกัน  แต่ในวันจัดงานที่มีคนมาเที่ยวหลายพันคน  มันเดินยากมาก  แค่คนอย่างเดียวก็เดินกันได้  แต่ต้องมีจักรยานมาขี่สวนไปมา  มีมอเตอร์ไซด์ด้วย  เดินยากมาก  บางจุดต้องออกัน  บางจุดต้องหลบรถแทบจะตกคลอง  เป็นสิ่งที่อันตรายสำหรับเด็กเล็ก  จริงๆก็อันตรายกัทุกคน

IMG_5950

IMG_5964IMG_5997

IMG_5995IMG_6022

IMG_6025

IMG_6029

ของกินตลอดทางที่มีขายทั้งในงาน ทั้งทางผ่านบ้านคนก็มีให้เลือกซื้อ ราคาไม่แพง  ชาวบ้านกับชีวิตริมน้ำดูมีเสน่ห์น่าหลงใหล แต่ให้มาอยู่แบบนี้ ขอคิดดูก่อน  ในส่วนของการจัดงานก็น่าชมเชยในความคิดสร้างสรรค์  แต่จุดจัดกิจกรรมแต่ละจุดที่วางไว้ไกลและเดินเหนื่อย มันเป็นเรื่องยากของเด็กเล็ก  คำว่าเล็กคือระดับอนุบาล  เพราะเด็กเล็กเดินไม่ทนเท่าผู้ใหญ่  จักรยานที่หามาให้เช่าขับก็ไม่มีที่นั่งสำหรับซ้อนเด็ก  เรือโดยสารที่บริการก็น้อยเกินไป  และการจอดท่าแต่ละท่ากลางทางก็ไม่แน่นอน  สรุปว่า การเที่ยวเล่นในกิจกรรมนี้ไม่เหมาะกับเด็กเล็กเลย เพราะมันเดินทางย้ายไปในแต่ละกิจกรรมได้ลำบากมาก  เกินแรงของเด็กจะเดิน  แม้กิจกรรมจะทำมาสำหรับเด็กก็ตาม

ตกน้ำตอนไปภาคสนาม

24294089_1919920724927843_5675824787670542833_n

ขอบฟ้า ไปเที่ยวภาคสนามกับที่โรงเรียนในวันจันทร์ที่ 4 ธค 2560 ที่ three little pigs farm โดยวันอาทิตย์ก่อนหน้าวันเดินทาง ขอบฟ้าบอกกับแม่ว่า ไม่อยากไป  ดูแล้วไม่สนุก  และบอกว่าที่นี่น้ำเยอะ ขอบฟ้ากลัวตกน้ำ

 
เช้าวันจันทร์ขอบฟ้ายังงอแง ร้องไห้ไม่อยากไป  พ่อกับแม่ก็ช่วยกันกล่อม ช่วยกันพูดเพื่อให้ขอบฟ้าร่วมเดินทางไปกับเพื่อนๆ  เพราะพ่อแม่ไม่อยากให้ขอบฟ้าปฏิเสธกิจกรรมที่ทำกับเพื่อนและโรงเรียน  กว่าจะได้ออกจากบ้านก็ยากกว่าวันปกติ  จนแม่ต้องโทรหาครูว่าให้ช่วยดูเป็นพิเศษหน่อย  พ่อไปส่งขอบฟ้าที่หน้าโรงเรียนเช่นเดิม  ขอบฟ้าไม่ยอมเข้า ครูตูนที่คุยกับแม่มาแล้วก็เลยมาพาเข้าไป ขอบฟ้าเลยยอมเข้าห้องเรียนไปเตรียมตัวเดินทาง
 
ตอนกลางวันครูแจ้งว่าขอบฟ้าตกน้ำ แต่ไม่เป็นอะไร และอาบน้ำล้างตัวเรียบร้อยแล้ว พ่อแม่ตกใจมาก  และไปหาที่ฟาร์มทันที  พอได้ดูสถานที่จริง และได้พูดคุยกับขอบฟ้า ขอบฟ้าบอกว่าตกใจ  แต่ก็พยายามไม่ร้องไห้  ขอบฟ้าขออยู่เล่นกับเพื่อนจนจบทริป และให้แม่ไปรับขอบฟ้าที่โรงเรียน
 
 
 
ตอนนั่งรถแม่กลับบ้าน ขอบฟ้าคุยกับแม่ในรถ  แอมเบอร์ รอยบอกแล้วว่าที่นี่น้ำเยอะ รอยอาจตกน้ำได้  ทีหลังให้เชื่อที่รอยบอกนะ  แม่มาเล่าให้พ่อฟังอีกรอบว่าขอบฟ้าบอกว่าอะไร  พ่อกับแม่พูดไม่ออก  เป็นสิ่งที่พ่อกับแม่เพิ่งจะได้เรียนรู้
 

 
อีกสองวันหลังจากหยุดวันพ่อแล้ว ก่อนไปโรงเรียน แม่กับขอบฟ้าคุยกันว่า  วันนี้โรงเรียนจะพาขอบฟ้าไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล ขอบฟ้าไม่ต้องตกใจนะ  ขอบฟ้าบอก ไม่ตกใจ  และพ่อกับแม่ได้ถามอีกครั้งว่า ขอบฟ้าจำได้ไหมว่าขอบฟ้าตกน้ำได้ยังไง  ขอบฟ้าบอกว่า ขอบฟ้าลื่น  พื้นเปียก  ขอบฟ้ารีบเดิน เลยลื่นตกน้ำ ครูมาช่วยไม่ทัน  ขอบฟ้าบอกว่า ครูทำดีที่สุดแล้ว

รีวิว mi wifi repeater 2

ปกติการใช้ wifi ในบ้านจะมีปัญหาว่า ใช้ไม่ได้ทุกมุมในบ้าน เพราะสัญญาณ wifi ทะลุทะลวงไม่ค่อยดีนัก ตัว router wifi ปล่อยสัญญาณไว้ที่ชั้นล่างหน้าบ้าน หลังบ้านก็จะสัญญาณหาย ต่อให้ไม่หลุดก็แทบจะเล่นเน็ตไม่ได้ หน้าเว็บค้างเพราะข้อมูลไม่ค่อยมา สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นบ่อยๆ จนเราปรับตัวว่า เราไม่ควรอยู่ห่าง wifi กลายเป็นอย่างนั้นไป ในบางครั้ง บางตำแหน่งที่สัญญาณเบาบางมากๆ เข้า wifi ได้ แต่เราจะทดสอบ speed ไม่ได้เลย

สัญญาณwifi ต่ำมาก ต่ำจนทดสอบ speedtest ไม่ได้

อาการถึงกับทดสอบ speedtest ไม่ได้ ก็เลยใช้ app ชื่อ wifi analyzer ตรวจสอบดู ก็พบว่า สัญญาณwifi ที่ชื่อ lookmoo นั้นเบาบางมาก

สัญญาณ wifi ต่ำมาก lookmoo

พอดีมีเพื่อนเป็นตัวแทนขายอุปกรณ์ network และผมได้ปรึกษาแล้วว่า จะทำยังไงให้ wifi เล่นได้ทั้งบ้าน คำตอบที่แก้ปัญหาได้ดีที่สุดก็คือ เดินสายแลนไปทุกห้อง แล้วในห้องก็ใช้ wifi router สักตัวมาปล่อยสัญญาณ ซึ่งเป็นคำตอบที่กำปั้นทุบดินมากๆ ในอดีตผมก็ทำแบบนี้แหละ ไม่ได้ใช้ความรู้ ไม่ได้ใช้เทคนิคอะไรเลย ซื้อของ เดินสายแลน แล้วก็ตั้งค่า wifi ในห้องนั้นๆ

wifi-PC_01

ผมใช้ wifi router เสียไปอย่างน้อย 3 ตัวในช่วงเวลาประมา 10 ปี ผมเสีย apple airport express ไปสองตัว เพราะเสียบสายแลนแล้วให้ตัวมันปล่อย wifi โดยไม่ปิดเลย เสียบปลั๊กค้างไว้เป็นปี พออายุสัก 2-3 ปี ก็พัง โดนไปตัวละสามพันกว่าบาท พอพังไป 2 ตัว รู้สึกว่า ไม่ไหวละ ไม่อยากจ่ายทีละสามพันกว่าบาทแล้ว ก็เลยไปซื้อ wifi router ตัวละ 800 บาทมาใช้ ก็ใช้งานได้ปีกว่า ก็พังอีก ก็เสียบค้างไว้ไม่ปิดยังไงก็อายุสั้น พอถึงเวลาต้องหาตัวปล่อย wifi อีกครั้ง ก็เลยปรึกษาเพื่อนว่า มีวิธีไหนใช้เงินน้อยที่สุด ใช้ของยี่ห้ออะไรดีที่ถูกและทน เพื่อนตอบว่าไม่มีของถูกและทน

2017-12-01_10-09-46

เพื่อนแนะนำให้ใช้ repeater ที่ mi ทำขาย เป็นแท่งหน้าตาเหมือนทรัมไดร์ฟ แล้วเอาไปเสียบกับ usb power ก็ตั้งค่าให้เป็น repeater ได้เลย ชื่อของอุปกรณ์ตัวนี้คือ mi wifi repeater 2 และมันมีความสามารถในการดูดสัญญาณ wifi ที่มีอยู่ในบ้าน มาปล่อยสัญญาณ wifi ใหม่ คนที่อยู่ในพื้นที่อับสัญญาณก็จะได้ใช้เน็ตได้อย่างสบายใจ และที่สำคัญ ราคาแค่ 390 บาท ถูกกว่า wifi router ทุกยี่ห้อ และเอาไปใช้กับ usb power ที่มีอยู่เกลื่อนบ้าน จะไม่เกลื่อนได้ไง ใช้มือถือมากี่เครื่อง พอมือถือเสียแต่ที่ชาร์จไม่เสีย เหลือ wall charge เต็มบ้านเลย

Repeater mi2 กระจายสัญญาณให้ lookmoo
ทดสอบ speedtest ผ่าน mi2

ผมก็เลยจัดการลอง mi repeater2 โดยการเสียบมันไว้กับ powerbank ก่อน แล้วก็ตั้งค่าให้มันเชื่อมต่อกับ wifi เดิม และผมสามารถใช้ wifi จาก mi repeater2 ได้เลย ความเร็วจากจุดที่นั่งทดสอบ ก่อนจะมี repeater จะไม่สามารถทดสอบความเร็วได้ ซึ่งแปลว่า speed ต่ำมาก ต่ำเกินกว่าจะใช้งาน ซึ่งทำให้การใช้งานอินเทอเน็ตได้บ้างไม่ได้บ้าง ดู youtube บางทีก็เงียบหายไปเลย ไม่รู้สาเหตุ บางทีเข้าหน้าเว็บแล้วก็รอข้อมูล ข้อมูลไม่ค่อยวิ่ง แต่พอใช้ผ่าน repeater ก็ได้ความเร็วสูงขึ้นมาถึงระดับ 4.37 Mbps ซึ่งเป็นระดับที่เล่นเน็ตได้ค่อนข้างลื่น และดู youtube ได้ราบรื่น ก็นับว่าเป็นวิธีการเพิ่มความเร็ว wifi ที่ใช้เงินน้อยที่สุดและได้ประสิทธิภาพที่สูงเพียงพอเพื่อให้ใช้งานอินเทอเน็ต เมื่อทดสอบพอใจแล้ว ก็ย้าย repeater ไปเสียบ wall charge ใช้งานถาวร

ในบางมุมที่ทดสอบ บางครั้ง wifi เดิมในบ้านเราแทบจะ connect ไม่ได้เลยเพราะสัญญาณเบาบางมากๆ ซึ่งการใช้ repeater ดูด wifi อ่อนๆ มาปล่อยเป็น wifi แรงๆ ก็ทำได้สะดวกมาก การใช้งาน repeater ช่วยทำให้การนั่งใช้งานอินเทอเน็ตในจุดต่างๆในบ้านหรือในที่ทำงานเป็นเรื่องที่ทำได้แทบจะทุกพื้นที่ วิธีนี้ประหยัดกว่าการเดินสายเพิ่ม และ การตั้งค่าก็ไม่ยาก ไม่ซับซ้อนเลย

ลองฟังคลิปเสียงที่ทำเพิ่มเติมให้ครับ สำหรับคนที่อยากฟังแบบไม่ต้องอ่าน ไม่ต้องมอง

แบบดู(ฟัง) ด้วย youtube

อัดเดทรีวิวเพิ่มเติม

หลังจากที่ใช้งานมาเป็นปี บางช่วงเวลาก็เลิกใช้ เพราะว่ามีการอัพเกรด router ตัวใหม่จากค่าย ais ทำให้สัญญาณอินเทอเน็ตค่อนข้างดีขึ้นมาก ก็เลยไม่ได้ใช้ repeater อีกเลย แต่ว่า ในที่สุด เมื่อสมาชิกในบ้านทุกคนเริ่มใช้โทรศัพท์มือถือมากขึ้นในการดูทีวี ดู netflix มี smart tv กันทุกห้อง และลูกหลานเริ่มเรียน online ทำให้สัญญาณอินเทอเน็ตถูกใช้งานอย่างหนักหน่วง เป็นผลให้ wifi ที่เคยพอใช้ กลายเป็นว่าใช้งานติดขัด บางครั้งก็โหลดข้อมูลไม่ได้ บางครั้งก็เข้า wifi ไม่ได้ ต้องปิดแล้วเปิด router ใหม่เพื่อให้กลับมาใช้งานได้ปกติ และอาการใช้งานเน็ตไม่ได้ก็เกิดขึ้นแทบทุกวัน เลยตัดสินใจ ใช้ repeater มาช่วยขยายสัญญาณอีกครั้ง และการเลือกใช้ครั้งนี้ ก็ลืมวิธีการเบื้องต้นไปแล้ว รู้แต่ว่า เสียบ repeater 2 เข้ากับ อแด๊ปเตอร์ อุปกรณ์ก็ทำงาน เชื่อมตัวเองเข้ากับwifi เดิมในบ้าน แล้วก็ขยายสัญญาณในห้องที่อับคลื่นได้ ในบ้านก็จะมีwifi 2 ชื่อ คือชื่อเดิม กับ ชื่อเดิม_plus และผมมี repeater 2 จำนวน 2 ตัว เลยใช้ในห้องที่ห่างจาก router 2 ห้องเลย

2021-01-31_11-54-25

เมื่อเข้า app ชื่อ mi home ก็จะเห็นอุปกรณ์ของ xiao mi ทุกตัวในบ้าน เลยเข้าไปตรวจสอบแต่ละตัว แล้วทำการ setting เพิ่มเติมเป็นโหมดการขยายสัญญาณ wifi แบบ roaming ผลก็คือ ตัว repeater จะขยาย wifi ตัวหลัก ในชื่อเดียวกับตัวหลัก ทำให้อุปกรณ์ในบ้านสามารถมองเห็น wifi ชื่อเดียว และอุปกรณ์ต่างๆในบ้านจะเลือกเชื่อมเข้า wifi ตัวเดิมตลอด แต่เราจะไม่รู้หรอกว่า มือถือเราเชื่อมเข้า wifi หลัก หรือตัวที่ repeat เพราะมันชื่อเดียวกัน ทำให้การใช้งานอินเทอเน็ตทำงานได้ราบลื่น แก้ปัญหาอุปกรณ์(มือถือและทีวี)เข้าเน็ตไม่ได้ในบางช่วงเวลา

2021-01-31_11-53-02

พาลูกเที่ยวฟาร์มควาย

สุดสัปดาห์เ้ป็นเวลาครอบครัวที่จะหากิจกรรมทำร่วมกัน  การขับรถเดินทางไปเที่ยวสักที่หนึ่งเป็นสิ่งที่ทำได้บ่อยๆ และเป็นการใช้เวลาร่วมกันอย่างสนุกสนานทั้งวัน  ฟาร์มควายแห่งนี้อยู่ในความสนใจของแม่ลูกมาหลายสัปดาห์  สิ่งที่คาดหวังจากฟาร์มแห่งนี้คือประสบการณ์การปลูกต้นไม้ การทำพิซซ่า และการทำไอศครีม

มินิมูร่าห์ฟาร์ม เป็นฟาร์มควาย ข้อมูลของสถานที่เล่าประวัติไว้คร่าวๆ  มีผลผลิตเป็นนมควาย  มีการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ให้กับเด็กๆ  เป็นความรู้เกี่ยวกับการทำเกษตร อย่างการปลูกข้าว ปลูกต้นไม้  การทำอาหาร และมีสัตว์เลี้ยงให้เด็กดู

IMG_0473

มินิมูร่า อยู่ที่ฉะเชิงเทรา เดินทางจากกรุงเทพประมาณ 1 ชม. ค้นหาใน gps หรือ google map ก็ไปได้ไม่ยาก  เมื่อไปถึงแล้วก็พบว่า สถานที่ไม่เล็กไม่ใหญ่  มีพื้นที่จอดรถกว้างขวาง และกิจกรรมที่รองรับนักท่องเที่ยวก็มีหลากหลาย

IMG_0492
IMG_0500

กรงเลี้ยงสัตว์เล็กๆน้อยๆ มีสัตว์อยู่ไม่มาก ให้ความเพลิดเพลินกับเด็กได้เป็นอย่างดี  เหมือนเลี้ยงไว้รับแขก ให้พอดูเล่น  ให้ป้อนอาหารได้บ้าง

IMG_0507
IMG_0512

แครอทสำหรับกระต่ายและกวาง

IMG_0602

ให้นมด้วยเด็กๆตื่นเต้นมาก

IMG_0534

มีส่วนที่เอาไว้เลี้ยงไส้เดือนด้วย  เด็กๆกล้าจับ ผู้ใหญ่ไม่กล้า

IMG_0589

ได้ปลูกต้นไม้ติดหน่อย  กระถางระบายสี แล้วเอาต้นไม้กับดินมาลง  มีเจ้าหน้าที่อธิบายเกี่ยวกับการเตรียมดิน ได้ความรู้เล็กๆน้อยๆ  ได้ใช้เวลาระบายสีกระถางอยู่เกือบสามสิบนาที  ถ้าคนไม่เยอะก็นั่งแช่ระบายไปเรื่อยๆก็ได้

IMG_0546
IMG_0560
IMG_0607
IMG_0612
IMG_0619

เวิร์คช็อปอีกอย่างหนึ่งที่ได้รับความนิยมก็คือการทำพิซซ่า  โดยมีแป้งให้ปั้นให้คลึงเล่น พร้อมกับเครื่องสำหรับแต่งหน้าพิซซ่า  เมื่อปั้นและแต่งเสร็จแล้วก็จะมีเจ้าหน้าที่เอาไปอบในเตาให้  เสร็จแล้วก็ใส่กล่องถือกลับบ้านได้เลย  รสชาติออกมาก็อร่อยดี  ทุกคนจะทำได้รสเดียวกันหมดเพราะวัตถุดิบถูกเตรียมมาเหมือนๆกัน

IMG_0671

นี่เป็นกิจกรรมเดียวที่อยู่ในห้องแอร์ นั่นคือการหัดทำไอศครีม  วัตถุดิบสี่อย่าง ผสมๆๆๆแล้วก็คนๆๆๆๆๆ  ออกมากลายเป็นไอศครีม  ดูแล้วก็ทำไม่ยาก

IMG_0684
IMG_0697
IMG_0708

อีกกิจกรรมหนึ่งที่เป็นไฮไลต์ของที่นี่ก็คือการทำนา  ที่นี่มีแปลงปลูกข้าวให้ลองทำด้วย  มีเจ้าหน้าที่อธิบายขั้นตอนการปลูกข้าวทั้งหมด  และมีอุปกรณ์ให้ลองปลูกจริงๆ  เด็กทุกคนที่ลงมือปลูกจะต้องลงไปย่ำในนาจริงๆ  ซึ่งเป็นนาที่มีน้ำอยู่เต็มแปลง

IMG_0800
IMG_0731
IMG_0739

การปลูกต้นกล้าจะใช้วิธีปักต้นกล้าลงไปในแปลงนา  เด็กทุกคนที่ร่วมกิจกรรมนี้จะเลอะเทอะกันแทบทั้งตัว

IMG_0755

เลอะเทอะแต่ก็สนุก  สิ่งที่เด็กเมืองไม่เคยทำ  เด็กกรุงเทพเห่อกันไปหัดปลูกข้าว  ได้ความรู้  ได้ความสนุก

IMG_0775

ขอบฟ้าสนุกกับการเดินเล่นในแปลงนา  ปักต้นกล้าจนเลอะไปทั้งตัว  มีล้มลงไปคลุกกับน้ำจนตัวมอมแมม

IMG_0788
IMG_0795

และเมื่อได้ปลูกข้าวแล้ว สิ่งสุดท้ายที่เล่นในพื้นที่นี้ก็คือ การเล่นสไลเดอร์โคลน  ใครเล่นก็มอม  สไลด์ลงมาในน้ำ  ทั้งตัวและหัวจะจมมิดไปเลย  ดูอันตรายเหมือนกัน  กลัวจะติดเชื้อในสมองเหมือนนักร้องคนนึงที่เคยเป็นข่าวขับรถตกคูน้ำ แล้วก็ไปนอนป่วยอยู่พักนึง แล้วก็ติดเชื้อในสมอง กลายเป็นเจ้าชายนิทราอยู่เป็นปีก่อนจะเสียชีวิต  หวังว่าเด็กๆจะไม่เป็นไร

ขอจบด้วยประวัติของสถานที่แห่งนี้ครับ

IMG_0801

ภาพจาก polaroid ยุคใหม่ เทียบกับ fuji instax เมื่อเวลาผ่านไปปีครึ่ง

ผมเคยถ่ายภาพเปรียบเทียบระหว่าง ฟิล์ม zink paper ซึ่งเป็นระบบสร้างภาพของ polaroid ที่อยู่ในกล้องยุคใหม่ ซึ่งมันคือระบบการพิมพ์ภาพชนิดหนึ่งที่ polaroid ออกแบบมาทดแทนระบบเก่าอย่าง instant picture ที่ตนเองคิดค้น  zink paper จะใช้ในเครื่องพิมพ์เฉพาะทาง  และมันถูกบรรจุอยู่ในกล้องถ่ายภาพ polaroid ยุคใหม่หลายๆรุ่น  โดยรุ่นที่ผมซื้อใช้คือ z340

ส่วนระบบ instant polaroid ดั้งเดิม กลับกลายเป็นค่าย fuji ที่เอาไปทำขายต่อเนื่องและได้รับความนิยมมาถึงปัจจุบัน และมีแนวโน้มจะขายได้มากขึ้นในแต่ละปี  ผมขอเรียกตามชื่อทางการค้าเลยว่า fuji instax

P_20160505_175002

ภาพที่ได้จาก 2 ระบบนี้ ตอบสนองความด่วน ความใจร้อนของคนถ่ายได้ดีพอๆกัน fuji instax ถ่ายปุ๊ปภาพไหลพรวดออกมา แล้วรอเวลาสัก 2 นาที ภาพถึงจะสมบูรณ์   ส่วน zink paper ก็ถ่ายปุ๊ป ไหลช้าๆออกมา ใช้เวลาไหลออกจากเครื่องพิมพ์ประมาณ 1 นาที  ออกมาแล้วเสร็จเลย สรุปคือภายใน 2 นาทีแรกที่ถ่ายภาพได้  ภาพจากทั้งสองระบบก็พร้อมใช้งาน  ใครชอบแบบไหนก็เลือกได้ตามใจ zink paper สีไม่สดมากแต่ได้ไฟล์ดิจิทัลเก็บไว้  ส่วน fuji instax ไม่มีดิจิทัล เพราะเป็นระบบอนาลอกแท้ๆ  ไม่มีสำเนา  อยากได้ภาพใบที่สองต้องถ่ายใหม่เท่านั้น

ดูโพสท์เก่าที่ผมโพสท์ไว้เมื่อตอนถ่ายครั้งแรกที่นี่

ผมเก็บภาพสองใบนี้ไว้ด้วยกัน และเมื่อไม่กี่วันก่อนก็ได้เหลือบไปดูก็พบว่า สีสันของภาพจาก zink paper เริ่มซีดอย่างน่าตกใจ นับเวลาจากวันที่ถ่ายภาพไว้ก็คือผ่านมาประมาณ 1 ปี 6 เดือน ซึ่งถ้าหากเราไว้ใจปริ๊นท์ภาพลูกรัก เหตุการ์ณที่เราชื่นชอบ ด้วย zink paper เก็บไว้ และทิ้งไฟล์ดิจิทัลไปแล้ว เราคงเสียใจไปตลอดชีวิต  ดังนั้น ใครใช้ polaroid ยุคใหม่ที่ต้องพิมพ์ด้วย zink paper ก็ขอให้เก็บไฟล์ดิจิทัลไว้ด้วยนะครับ  ความทรงจำจะได้ไม่จืดจาง

2017-11-25_10-11-51

 

ชุดเครื่องเสียงพกพาของผม

เครื่องเสียงเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผมเลยก็ว่าได้  ตั้งแต่เด็กๆ ผมก็ชอบของเล่นอิเล็คทรอนิกส์ โตขึ้นสมัยเรียนก็ชอบเดินเล่นบ้านหม้อ ซื้อหนังสือเกี่ยวกับการต่อวงจรไฟฟ้ามาอ่านเล่น  การฟังเพลงก็เป็นความชอบที่ตามมาจากความชอบตัวเครื่อง  นิสัยชอบเปิดเพลงเป็นนิสัยที่ค่อยๆก่อตัวขึ้น ทั้งเพลงเพราะ ทั้งเครื่องเสียงใช้งานสนุกๆ  ได้ทั้งฟังเพลง ได้ทั้งเล่นของเล่น  ก็ทำให้มีเครื่องเสียงในครอบครองหลายชิ้น

บรรดาเครื่องเสียงที่เคยซื้อใช้เอง  มีไม่กี่ตัวที่เป็นตัวโปรดปราน ระดับที่ ผ่านไปกี่ปีก็ยังปลาบปลื้ม  และหาเหตุผลที่จะอยู่กับมันอย่างไม่ค่อยสนใจโลกที่ก้าวหน้าไปเรื่อยๆ  หนึ่งในเครื่องเสียงตัวโปรดตัวหนึ่งก็คือ ipod shuffle ซึ่งเป็นผลผลิตของ apple ที่ทิ้งไว้ให้กับนักฟังเพลง  เจ้า ipod shuffle นี้เป็นเครื่องเล่นเพลงพกพาเครื่องแรกที่ไม่มีหน้าจอ  เป็นเครื่องเล่นพกพาราคาแพงที่สุดเครื่องหนึ่งในวันที่มันเปิดตัว  เครื่องเล่นเพลงจากจีนคุณภาพต่ำ วางขายกันกลาดเกลื่อนด้วยค่าตัวหลักร้อยไปถึงพันกว่าบาท  แต่ ipod shuffle ตัวนี้เปิดตัวด้วยราคาไทย 2990 บาท  แล้วก็มีคนบ้าอย่างผมไปอุดหนุน

หากพิจารณาเฉพาะเรื่องคุณภาพเสียงแล้ว  เจ้า ipod shuffle ตัวนี้เป็นเครื่องเล่นเพลงชนิด mp3 ที่เสียงดีที่สุด ตั้งแต่ apple เคยทำมา  แม้ว่า ipod ตัวใหญ่ที่เก็บเพลงได้เป็นหมื่นเพลงจะได้รับความนิยมไปทั่วโลก  บางรุ่นได้รับการแนะนำว่าเสียงดีเป็นพิเศษ  แต่ทุกตัวที่เสียงดี ต่างก็แพ้เจ้า shuffle ตัวนี้ทั้งหมด  ซึ่งผมเองก็ได้มีโอกาสฟังเปรียบเทียบอยู่บ้าง  นั่นเป็นที่มาของความปลาบปลื้มว่าเราได้ครอบครองของคุณภาพสูงชิ้นสำคัญของวงการเครื่องเสียง

นิสัยการฟังเพลงที่เอาแน่นอนไม่ได้ของผม บางทีก็ฟังผ่านหูฟัง บางทีก็ฟังผ่านลำโพง บางทีก็เอาไปต่อสายฟังในรถยนต์  ทำให้ ipod shuffle และ ipod ตัวอื่นๆที่ผมมี ถูกหยิบเข้าออก ย้ายไปย้ายมาระหว่างบ้าน ห้องนอน และรถยนต์อยู่บ่อยครั้ง  ความรุ่มร้าม ความพะรุงพะรังทำให้ผมคิดอยากจะทำให้มันเรียบร้อย  เลยได้โอกาส เอา shuffle ตัวขาวนี้ไปมัดไว้กับลำโพงพกพาอีกตัวหนึ่ง  ซึ่งมันก็คือลำโพง jbl go ที่ออกแบบมาเป็นลำโพงตัวเล็ก เสียงใหญ่ และเน้นให้ใช้กับโทรศัพท์ผ่านการเชื่อมต่อแบบ bluetooth

IMG_0608

jbl go เสียงดี และ shuffle ก็เสียงดี มันก็เลยถูกนำมาใช้งานร่วมกัน แต่ shuffle ไม่มี bluetooth ก็เลยต้องใช้วิธีเชื่อมต่อด้วยสาย  และเพื่อให้สะดวกในการหยิบจับก็เลยจัดการมัดรวมกันด้วยริสแบนด์เส้นนึง  ผลก็คือภาพลำโพงกับ ipodมีตัวติดกัน มีสายไฟพันอยู่นิดหน่อย ดูราวกับเป็นระเบิดเวลาที่ใช้ก่อการร้ายเลย

การจับคู่กันทำให้ผมได้ภาพน่ารักของมันเก็บไว้  ชุดเครื่องเสียงพกพาในยุคดิจิทัลนี้ ผมว่ามันน่ารักดี  และหยิบไปวางที่ไหนก็มีแต่คนสงสัยปนตลก  และเมื่อได้ยินเสียงมันทำงานร่วมกันก็จะเข้าใจว่า ทำไมผมถึงมัดมันไว้ด้วยกัน

ภาพขายได้ซ้ำใน gettyimages

ภาพนี้ขายได้ทั้งใน shutterstock และใน gettyimages ซึ่งใน getty นี่ก็ขายไปสองครั้งแล้ว  ครั้งแรกได้สองเหรียญ  ครั้งนี้ได้ 22  ปลาบปลื้มมาก

 

Screenshot 2017-11-23 22.32.34.png

อาชีพที่อาจไม่โดนอินเทอเน็ตทำลาย

การมีอินเทอเน็ตทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโลกเราอย่างมหาศาล  ทุกมุมโลก ทุกซอกหลืบแทบจะเข้าถึง เชื่อมโยงและค้าขายกันได้โดยไม่มีความเหลื่อมล้ำ  ทำให้ธุรกิจหลายชนิดเกิดการเปลี่ยนแปลงเฉียบพลัน  อย่างธุรกิจโทรทัศน์ที่เมื่อก่อนประมูลราคากันบ้าเลือด ลงเงินกันเป็นพันเป็นหมื่นล้านบาท ก็โดนการสตรีมสัญญาณภาพและเสียงจากอินเทอเน็ตเบียดซะจนแทบไม่มีคนดูในระบบเก่า  แม้แต่ธุรกิจโรงแรม ก็โดนระบบของ airbnb แย่งลูกค้าห้องพักไป  ธุรกิจแท็กซี่ก็โดน uber และ grab แย่งลูกค้าไป  สิ่งเหล่านี้วงการนักวิเคราะห์และนักการตลาดเรียกว่า digital disruption หรือการสูญหายหรือเสื่อมสลายอย่างฉับพลันจากเทคโนโลยี โดยเฉพาะสิ่งที่มาทางอินเทอเน็ต  ผู้ประกอบการดั้งเดิมไม่สามารถรับมือกับผู้ประกอบหน้าใหม่ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่สูงกว่า สะดวกกว่า และรองรับความต้องการของมวลชนได้ดีกว่า

ร้านอาหารก็จะมีระบบการสั่งสินค้าที่สะดวก รวดเร็ว มีภาพประกอบสวยงาม  มีการจัดส่งสินค้าที่เข้าถึงหน้าบ้านมาแย่งลูกค้าไป  ห้างสรรพสินค้าก็โดนแม่ค้าออนไลน์แย่งยอดขายไปทั้งๆที่คนทำร้านในห้างต้องจ่ายค่าเช่า ต้องสต๊อคสินค้า แต่แม่ค้าออนไลน์ให้ดูสินค้าในห้างแล้วสั่งซื้อกับแม่ค้าโดยตรง  แม้แต่วงการหนังสือพิมพ์ก็ปรับตัวไม่ทัน หนังสือพิมพ์ไม่มียอดโฆษณาจนต้องปิดตัวลง  เพราะผู้คนไปใช้บริการการอ่านข่าวทางโซเชียลเน็ตเวิร์คสารพัดแพลตฟอร์ม  เรียกได้ว่า ผู้คนเข้าไปเสพสื่อและซื้อสินค้าในอินเทอเน็ตกันแทบทุกคน

ผมเองก็ได้รับผลกระทบจากการทำธุรกิจสิ่งพิมพ์  งานใบปลิวน้อยลง  ซึ่งก็เข้าใจว่าน่าจะเป็นเพราะผู้ประกอบธุรกิจหันไปโฆษณาทางเฟสบุ๊คและกูเกิ้ลกันเป็นหลัก  เมื่อก่อนเวลาจะโฆษณา เราก็จะมีวิธีคิดว่า จะใช้เงินทำใบปลิวเท่าไหร่ดี  จะใช้เงินโฆษณาในวิทยุเท่าไหร่  ออกทีวีใช้เงินเท่าไหร่  เดี๋ยวนี้กลายเป็นว่า จะทำยังไงให้ใช้เงินน้อยลง  และจะใช้เงินในช่องทางไหนดีระหว่างเฟสบุ๊ค ไอจี หรือ กูเกิ้ล หรือทั้งสามตัวเลย  นี่คือความคิดตั้งต้นของคนทำการค้ายุคใหม่  ไม่มีใครถามถึงวิทยุ โทรทัศน์ สิ่งพิมพ์ อีกเลย

แต่เมื่อไม่นานมานี้ ผมได้มีโอกาสไปใช้บริการตัวหนึ่งโดยบังเอิญ และมาลองพิจารณาดูแล้วก็พบว่า มันยังเป็นวิถีทางเดิมๆ  ยังไม่คู่แข่งจากอินเทอเน็ตมาแย่งลูกค้า  ไม่มีการตัดราคาจากคู่แข่งที่ห่างไกล  นั่นก็คือร้านตัดผม  พอได้นั่งดู นั่งในร้านนานๆ ตั้งแต่ตอนที่เข้าไป จนถึงคิวที่ได้ตัดเอง และตอนตัดเสร็จได้เห็นว่ามีคนอื่นรอคิวอยู่  ก็แอบคิดวิเคราะห์ไปว่า  คนผมยาวทุกวัน ยังไงก็ต้องแวะร้านตัดผม  คนเราเลิกซื้อหนังสือพิมพ์ได้ แต่ทนผมยาวไม่ได้  คนเราเลิกใช้ใบปลิวไปสู่การโฆษณาในเฟสและกูเกิ้ลได้ แต่ก็ปล่อยให้ผมเผ้ารุงรังไม่ได้   สมัยเด็กๆโรงเรียนยังคงตรวจผมสั้นทุกสองเดือน  ใครผมยาวจะโดนสั่งตัด  ดีมานเหล่านี้ยังคงอยู่  และไม่เคยลดลง

ในขณะที่จำนวนประชากรเยอะมากขึ้น  ปริมาณคนต้องการตัดผมก็เยอะขึ้น ร้านตัดผมก็ควรเจริญรุ่งเรือง  หรือ มีสาขามากขึ้นให้ทันจำนวนประชากร  ซึ่งภาพที่ผ่านตาผมในช่วงยี่สิบปีนี้ก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ  มีร้านตัดผมเกิดใหม่มากขึ้น  มีการแข่งขันกันในถนนเส้นเดียวกันมากขึ้น  แต่ที่น่าสนใจคือ ไม่มีร้านจากที่ห่างไกลมาแย่งลูกค้าหน้าบ้านเรา  นี่เป็นข้อดีที่ค้นพบ ว่า digital disruption ยังไม่ทำลายร้านตัดผม

แม้เราจะเห็นร้านตัดผมราคาแพงในห้าง  ร้านตัดผมที่รับจองทางออนไลน์ถ้าอยากตัดกับช่างในร้าน  แต่ร้านพวกนี้ก็ราคาแพงจนไม่ใช่คู่แข่งของร้านตัดผมชุมชน  ผมก็เคยตัดผมในห้าง  แต่ถ้าเลือกได้ ก็อยากเดินไปตัดที่ร้านแถวบ้าน จ่ายเงินเพียง 60 บาท สำหรับร้านหน้าตาโบราณ หรือ 120 บาทกับร้านติดแอร์อุปกรณ์ดูทันสมัย  หรือบางร้านอย่างมากก็ 150 บาท   แต่ในห้าง ผมเคยโดนไปถึง 600 บาท  ซึ่งเป็นราคาที่ไม่คิดจะไปรอบสองแน่นอน

 

 

2017-09-29 06.12.16 1

 

ร้านตัดผมร้านนี้อยู่ย่านบางขุนนนท์  ผมพาลูกชายมาใช้บริการ  ตอนเดินเข้าไปในร้านก็ดูคนน้อยๆ  คล้ายๆกับภาพที่ผมจินตนาการไว้ว่าธุรกิจโบราณก็ดูซบเซาหน่อย  แต่พอตัดเสร็จและเวลาเย็นสักหน่อย  ก็มีคนเข้าร้านมากขึ้น จนกระทั้งทุกที่นั่งในร้านเต็ม  คนที่มาตัดผมต้องรอคิว  และช่างตัดผมจำนวน 3 คนในร้านก็ทำงานตลอดเวลา

นี่อาจเป็นธุรกิจที่ไม่ได้รับผลกระทบจากอินเทอเน็ต  เพราะคนในพื้นที่ก็ต้องเดินมาตัดผมที่ร้านอยู่ดี  คงหายากมากๆที่จะมีคนสั่งช่างตัดผมให้เดินทาง delivery ไปตัดถึงบ้าน  แม้จะมีบางคนที่ทำอย่างนั้น แต่ผมก็เชื่อว่ามีน้อยจนตัดทิ้งได้  ผู้คนส่วนมากยังคงต้องตัดผมจากร้านค้าใกล้บ้าน  และเชื่อว่าไม่มีร้านตัดผมคู่แข่งจากฝั่งธนไปแย่งลูกค้าที่รังสิต

 

กระดาษรองจานทำด้วย letterpress

ด้วยความหลงไหลในเนื้อกระดาษ ชอบผิวสัมผัสของกระดาษ และชื่นชอบการพิมพ์งานด้วยเทคนิค  letterpress ทำให้ผมคิดถึงการใช้กระดาษเนื้อสวยๆมาทำงานกระดาษรองแก้ว กระดาษรองจาน รวมไปถึงการทำกระดาษจดหมายบริษัทอีกด้วย

IMG_0134

ผมได้มีโอกาสไปคุยกับเพื่อนที่เปิดร้านอาหารและเครื่องดื่มแห่งหนึ่ง เพื่อนเล่าให้ฟังถึงสถานการณ์ที่ร้านค้ามีคู่แข่งมาเปิดขายของคล้ายๆกัน  มีร้านอาหารเพิ่มขึ้นในพื้นที่โครงการ  มีร้านเครื่องดื่มขายน้ำผลไม้ปั่นมาเปิดอยู่ข้างๆ  ซึ่งเพื่อนขายน้ำผึ้งและกาแฟอยู่แล้ว  ทำให้ต้องคิดหาวิธีกระตุ้นยอดขาย วิธีฉีกออกจากคู่แข่ง รวมไปถึงวิธีเรียกร้องความสนใจให้ลูกค้าเดินเข้าร้านของตนมากขึ้น ผมก็เลยเสนอไอเดียกระดาษรองจานพิมพ์ด้วยระบบ letterpress

2017-10-13_10-00-24

ทีแรกก็เพื่อนไม่ค่อยมั่นใจว่าจะสวย แต่ผมก็เชื่อว่ามันสวยจริงๆ  แม้จะพูดคุยกันเกี่ยวกับ letterpress มาหลายครั้ง แต่ก็อยู่ในมิติอื่น  อยู่ในรูปแบบอื่น  การนำ letterpress มาใช้กับกระดาษรองจานดูเป็นเรื่องใหม่  เพราะหลายคนรวมทั้งเพื่อนผมมักจะคิดว่าแพง  แต่ในทางปฏิบัติ เราสามารถเลือกผลิตให้ราคาย่อมเยาลงได้

 

2017-10-10_09-18-33

 

ผมเอาโลโก้บริษัทของผมมาพิมพ์กระดาษเนื้อสีครีมให้ดูเป็นตัวอย่าง  หมึกสีดำกดทับบนกระดาษบางๆเป็นสิ่งที่ดูสวยดี และผมเชื่อว่าถ้ามันถูกวางใต้จาน หรือ ถ้วย มันจะสวย ก็เลยไปที่ร้านเพื่อนแล้ววางให้ดูจริงๆ

 

2017-10-10_09-19-03

 

แล้วมันก็ออกมาเป็นดังภาพที่สองนี้  ถ้วยกาแฟ ที่ใช้ทั้งใส่กาแฟ หรือใส่น้ำผึ้ง วางบนกระดาษรอง มีลวดลาย  letterpress ให้ดูสะดุดตา  วางบนโต๊ะไม้ แสงสว่างจากด้านนอกตึกช่วยส่องให้บรรยากาศบนโต๊ะดูอบอุ่นและเต็มไปด้วยพลังไอเดีย  ทันทีที่เพื่อนผมเห็นภาพนี้ ก็คิดต่อว่า จะเสิร์พเครื่องดื่มบนกระดาษใบนี้ และจะมีดินสอให้เขียนเล่นด้วย

 

lettepress เป็นเทคนิคการพิมพ์มีเสน่ห์ ใครเห็นใครก็รักจริงๆนะครับ

แถมภาพนี้ให้ดูเล่นครับ

2017-10-09 01.54.57 1