ดู “เตะบอลที่ดีแคลลอน” ใน YouTube
ช่วงนี้เป็นช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก ขอบฟ้ามีทีมที่ชอบคืออาเจนติน่า เพราะขอบฟ้าชอบเมสซี่ ขอบฟ้าชอบเรื่องราวของเมสซี่ และขอบฟ้าก็มีเสื้อฟุตบอลทีมชาติอาเจนติน่า และ ทีมสโมสรบาเซโลน่า
ขอบฟ้ามีอาการเศร้าและผิดหวังที่ทีมอาเจนติน่าแข่งแล้วแพ้ เมื่อหลายเดือนก่อนก็จะเสียใจร้องไห้ ตอนนี้ก็จะไม่ร้องแล้ว แต่ก็ดูยังมีอาการเสียใจอยู่นิดหน่อย
ขอบฟ้าชอบไปร้านขายเครื่องกีฬาในห้าง เพื่อไปทดลองเตะฟุตบอล ทางห้างมีโกลขนาดใหญ่ให้ทดลองเตะเล่น ขอบฟ้าก็ไปเล่นบ่อยมาก เป็นขาประจำมาหลายสัปดาห์แล้ว นอกจากฟุตบอลแล้วขอบฟ้าก็มีโอากาสได้ลองตีปิงปองดู และก็เล่นได้ดี ดูเข้าใจกติกาและสามารถตีโต้กับพ่อได้หลายครั้ง
ขอบฟ้าชอบการ์ตูนกับตันซึบาสะ ตอนนี้หัดวาดภาพตัวการ์ตูนบ่อยมาก และเริ่มอยากมีทรงผมชี้ๆแบบตัวการ์ตูน
กล้องดิจิทัลจะมีการปรับค่า white balance หรือสมดุลย์สีขาวโดยอัตโนมัติ ซึ่งจะมีคำเรียกว่า Auto white balance และกล้องทุกตัวจะตั้งค่านี้ไว้เป็นค่าเริ่มต้นของการถ่ายภาพ หากเราใช้กล้องโดยไม่ปรับแต่งอะไร กล้องจะปรับ Auto white balance ให้กับทุกภาพ ซึ่งก็มักจะได้ภาพที่ดีโดยส่วนใหญ่ กล้องดิจิทัลตัวใหญ่ไปถึงเล็ก รวมถึงกล้องในโทรศัพท์มือถือก็ตั้งค่าแบบนี้ และได้ภาพที่ดีโดยรวม
แต่ก็มีบางสถานการณ์ที่การปรับแบบ Auto white balance ให้ผลได้ไม่พอใจ มักจะเกิดในการถ่ายภาพตามร้านอาหาร โรงแรม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นไฟสีเหลือง หากเป็นกล้องฟิล์ม ถ่ายภาพกลางแจ้งได้สวยพอเอามาถ่ายภาพในอาคารหรือในห้อง ก็จะให้ภาพอมเหลืองไม่น่าดู กล้องฟิล์มปรับค่า white balance ไม่ได้ ทำได้เพียงการใส่ฟิลเตอร์แก้สีไว้ที่หน้าเลนส์ ซึ่งก็แก้ปัญหาได้บ้างไม่ได้บ้าง
กล้องดิจิทัลสามารถเลือกปรับค่า white balance ให้เหมาะสมกับภาพได้ ถ้าเราไม่ใช้ Auto เราจะมีค่าให้เลือกอีกหลายค่า ไม่ว่าจะเป็น Daylight Tungsten Cloudy Warm Cool สารพัดชื่อแล้วแต่จะเรียก แต่ทั้งหมดก็คือการเลือกค่า white balance ให้แตกต่างไปเพื่อผลของภาพที่เราพอใจ
แต่สุดท้ายเราก็ยังอาจจะเจอปัญหาอยู่ดีกับสภาพแสงในบางห้องที่ให้แสงไม่ถูกใจ และเลือกค่า white balance ทุกค่าแล้วก็ยังไม่เหมือนจริง ไม่เหมือนตาเห็น เช่นภาพในห้องนอนหรือร้านอาหารที่ใช้ไฟสีเหลือง แล้วภาพเสื้อผ้า ภาพอาหารสีสันไม่เป็นไปตามจริง การแก้ไขที่มากกว่าการเลือก white balance แบบเดิมก็คือการใช้ custom white balance
ภาพ 6065 เป็นภาพแม่ลูก ผมถ่ายเป็นภาพแรกด้วยค่า Auto White Balance ซึ่งให้ภาพสีสันไม่ถูกใจ สีอมเหลืองอมแดงจนไม่สวย เสื้อขาวก็ไม่ขาว ผิวก็ส้มจนน่าเกลียด
ภาพ 6066 เป็นภาพที่ลองเปลี่ยนค่า White balance เป็นค่าอื่นๆ ในภาพเป็นการเลือกค่า tungsten ซึ่งภาพที่ได้ก็ให้สีเปลี่ยนเปลี่ยนไป แต่ก็ยังเพี้ยนอยู่ดี จุดที่ควรขาวก็ไม่ขาว จุดที่ควรดำก็ไม่ดำ
นี่เลยเป็นเหตุให้เราต้องหัดใช้ custom white balance เพราะผลการทำ custom white balance จะทำให้เราได้จุดขาวที่แสดงสีขาวจริงๆ ในภาพตัวอย่างก็คือ หมอน และเสื้อบนตัวเด็กจะต้องเป็นสีขาว วิธีการก็คือ ให้ถ่ายภาพสีขาว หรือ วัตถุสีขาว หรือ จุดที่เราอยากให้ขาว ให้ทั้งภาพมีแต่สีขาว ผมเลือกถ่ายบนหมอนสีขาว ได้ภาพข้างล่างนี้
ภาพ 6067 ภาพหมอนสีขาวทั้งภาพ ไม่ต้องสนใจว่าจะถ่ายด้วยโหมด white balance อะไรขอแค่เพียงเป็นภาพของวัตถุสีขาว ส่วนสีที่เห็นในจอภาพจะอมสีอะไร ถูกต้อง หรือ ผิด ยังไม่ต้องสนใจ สนใจแค่ทั้งภาพคือวัตถุชิ้นเดียว ไม่มีสีอื่นปน
จากนั้นก็ไปตั้งค่าในกล้อง ว่าจะใช้ white balance แบบ custom หรือการเลือก custom white balance พอเราเลือกค่านี้ กล้องจะถามเพิ่มเติมว่า จะใช้ภาพอะไรเป็นภาพตั้งต้นของ custom ก็ให้เราเลือกภาพวัตถุสีขาว ซึ่งก็คือภาพหมอนของผมนั่นเอง ผมก็เลือกภาพ 6067 ให้กับกล้องไป จากนั้นกล้องก็จะจำค่าและปรับสีด้วยค่า custom
ภาพ 6068 ถ่ายด้วยค่า custom white balance
แล้วเราก็ถ่ายภาพใหม่อีกครั้ง ด้วยค่า custom white balance ก็จะได้ภาพที่สีตรง อะไรควรขาวก็ขาว เสื้อขาว หมอนขาว ผมสีดำ เป็นค่าสีที่เที่ยงตรงและดูสวยกว่าค่าเพี้ยนๆ
เมื่อเราถ่ายภาพด้วยฟิล์มขาวดำ การจะทำภาพ contact sheet โดยไม่ต้องใช้ห้องมืด ก็มีแต่การทำด้วยกล้องดิจิทัล อาศัยถ่ายภาพฟิล์มผ่านกล่องไฟ แล้วใช้ app ในโทรศัพท์มือถือปรับภาพของฟิล์มนั้นให้เป็นภาพขาวดำ ขั้นตอนการปรับสีด้วย app ก็ให้ดูตามวิดีโอในโพสท์นี้ครับ
กล่องไฟอาศัยดัดแปลง เอาถังขยะสีขาวขุ่นมาคว่ำหน้าลง แล้วเอาไฟส่องที่ด้านหลัง ด้านหน้าที่มองเห็นก็ติดฟิล์มขาวดำทั้งซองพลาสติกเอาไว้
ใช้กล้องดิจิทัลวางบนขาตั้งแล้วถ่ายภาพ ซึ่งเราอาจจะใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายก็ได้ เมื่อได้ภาพฟิล์มบนกล่องไฟแล้ว ก็จัดการปรับโทนสีด้วย app ที่ชื่อ snapseed
สุดท้ายเราก็จะได้ภาพ contact sheet ที่ใช้ดูเป็นไกด์ในการอัดขยายภาพในห้องมืดต่อไป หรือบางคนก็เก็บ contact sheet เอาไว้ดูเลย
กล้องดิจิทัลที่ผ่านมือผมมาไม่มากมาย เพราะไม่ใช่นักทดสอบหรือนักเล่นที่ซื้อกล้องกันหน้ามืด แต่ก็มีซื้ออยู่หลายตัว แต่ละตัวที่ซื้อจะมีบุคลิกบางอย่างที่เราต้องการก็เลยซื้อ และโดยส่วนตัวเป็นคนชอบภาพขาวดำ ก็มักจะทดลองภาพขาวดำจากกล้องทุกตัว เพื่อให้รู้ว่า กล้องตัวไหนให้ภาพขาวดำได้ถูกใจคนที่ชอบขาวดำจริงๆบ้าง ซึ่งรสนิยมขาวดำของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับประสบการณ์จริงในงานขาวดำของแต่ละคนด้วย โดยผมเองก็ผ่านการล้างฟิล์มและอัดภาพขาวดำแท้ๆมาบ้าง สิ่งที่เห็นแล้วชอบภาพจากกล้องตัวไหนในแง่ขาวดำ ก็เป็นเหตุผลจากภาพขาวดำนั้นคล้ายๆงานขาวดำจริง และกล้องตัวนี้ก็ให้ภาพขาวดำได้ถูกใจ แม้จะไม่ทดแทนงานขาวดำแท้ๆ แต่ก็เกือบทำได้ คือทำให้เราไม่โหยหางานกระดาษขาวดำมากนัก
กล้องตัวที่ชอบขาวดำของกล้องก็คือ polaroid z340 ซึ่งเป็นกล้องที่สามารถพิมพ์ภาพออกมาได้นั่นเอง สิ่งที่ซ่อนอยู่ในกล้องตัวนี้ก็คือ โหมดขาวดำของกล้องเทพมาก
กล้องพร้อมใช้ที่พบมักจะเป็นกล้องที่ใช้ฟิล์มสี เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ลืมกล้องไว้ที่บ้าน ซื้อในห้างแล้วใช้เลย ในยุคดิจิทัลกลืนกินทุกอย่าง และมือถือถ่ายภาพสวยมีกันเกลื่อนไปหมด กล้องพร้อมใช้ก็ตายลงไปพร้อมกับฟิล์มถ่ายภาพ ยังคงเหลือเล็ดรอดอยู่เล็กน้อยในมุมเล็กๆของตลาดซื้อขาย และในอินเทอเน็ต
กล้องพร้อมใช้ที่ผมเห็นวางขายในร้านขายของชำที่ญี่ปุ่น ผมเห็นครั้งสุดท้ายเมื่อปี คศ 2015 และไม่เคยเห็นที่ไหนอีกเลย ส่วนกล้องที่อยู่ในบทความนี้ คือกล้องพร้อมใช้ที่ใช้ฟิล์มขาวดำแท้ๆ ผลิตโดยบริษัท ilford ชื่อว่ากล้อง ilford camera
แพ็คเกจอธิบายไว้ว่า เป็นกล้องที่ใช้ฟิล์มขาวดำรุ่น HP5 ความไว 400 กล้องมีระยะชัด 1 เมตรเป็นต้นไป มีแฟลชในตัว ถ้าใช้แฟลชไม่ควรห่างแบบเกิน 3 เมตร มีฟิล์มทั้งหมด 27 ภาพ
ขนาดกล้องไม่เล็กไม่ใหญ่ ผู้ใหญ่ใช้ได้ เด็กก็ใช้ได้ ผมลองให้ลูกถือเล่นก็อยู่ในมือได้มั่นคงดี กล้องพลาสติก เมื่อถ่ายหมดม้วนก็ต้องแงะฟิล์มออกมาล้าง การแงะก็จะทำให้กล้องเสียใช้ซ้ำไม่ได้ ฟิล์มที่ได้ก็นำไปล้างด้วยขั้นตอนขาวดำแท้ๆ ซึ่งในตลาดเมืองไทย ไม่มีร้านรับล้างฟิล์มขาวดำแล้ว จะมีแค่รับกลุ่มนักเล่นที่รับจ้างล้างฟิล์มที่หาได้ตามอินเทอเน็ต แต่ผมล้างเองได้ก็ง่ายหน่อย
ขั้นตอนการล้างก็ใช้น้ำยา id-11 ที่เพื่อนแบ่งไว้ให้ใช้ คุณภาพของฟิล์มที่ออกมาก็อยู่ในระดับพอเห็นภาพ แต่ดูแล้วไม่ได้เนื้อฟิล์มที่สวยใสแบบฟิล์มกลักอายุน้อยๆสดใหม่ คงเป็นเพราะอายุฟิล์มในกล้องตัวนี้มันเก่า อาจหมดอายุไปหลายปีแล้ว ฟิล์มขาวดำที่หมดอายุยังคงเก็บภาพไว้รอล้างได้หลายปี ถ่ายแล้วเก็บไว้ล้างตอนลูกโต เราก็จะได้ภาพในอดีตกลับมา สร้างความตื่นเต้นได้อยู่
คุณภาพของภาพก็อยู่ในระดับของกล้องของเล่นหรือ toy camera แนวฮิสเตอร์ แนวโลโม่ แนวเด็กแนว แนวบ้องแบ๊วไร้การเรียนรู้ ไม่ว่าจะแนวไหนก็คือถ่ายได้ ใช้งานได้ ได้ภาพ และมีเรื่องไปโม้ไปเล่าต่อในแก๊งค์ ในแง่ของคุณภาพก็สู้กล้องคอมแพ็คทั่วไปหรือกล้อง SLR เปลี่ยนเลนส์อื่นๆไม่ได้ ในแง่ของการพกพาก็ไม่ได้เล็กจนใส่กระเป๋ากางเกงได้ นอกจากความอยากลองแล้ว ผมยังหาเหตุผลที่ดีในการใช้งานมันไม่ได้เลย
ถ้าผมต้องไปในที่ธุรกันดาร พื้นที่ห่างไกล ไม่มีไฟฟ้าใช้ หรือไปดวงจันทร์ ผมอาจจะอยากพกกล้องตัวนี้ไปด้วย แต่ถ้าในพื้นที่ที่เราใช้ชีวิตประจำวันได้ มีมือถือ มีอินเทอเน็ตให้ใช้ ผมจะใช้กล้องตัวนี้ด้วยเหตุผลอะไรก็ยังนึกไม่ออก การลองเล่นก็ได้คำตอบแล้วว่า กล้องใช้งานได้ ผมซื้อ ilford camera ตัวนี้จาก amazon ซื้อไว้ 5 ตัว ก็ไม่เข้าใจว่าจะซื้อเยอะๆไว้ทำไม อาจจะกลัวว่าถ้าวันนึงเกิดอยากเล่นซ้ำอีกครั้งแล้วจะไม่มีให้เล่นก็เป็นได้









การย้อนเวลากลับไปดูอดีตเป็นเรื่องน่าตื่นเต้น เราสามารถที่จะรับรู้ความตื่นเต้นได้จากการดูหนัง ดูการ์ตูน ในทีวี การ์ตูนเรื่องโดเรม่อนมีตัวโดเรม่อนเป็นตัวละครที่ทำให้เรารู้ว่าการเดินทางข้ามเวลาคืออะไร การเดินทางย้อนอดีตและการเดินทางข้ามเวลาไปสู่อนาคตเป็นไปได้ในทางจินตนาการ และเป็นสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์หลายคนก็พยายามหาวิธีข้ามเวลา มีสมมุติฐานมากมายเกี่ยวกับการเดินทางข้ามเวลา ถ้าเราติดตามบทความเกี่ยวกับฟิสิกส์และจักรวาลเราจะเจอเรื่องเวลาเต็มไปหมด
แม้ว่าวันนี้เราจะไม่รู้ว่าเราจะต้องทำอย่างไรกับการข้ามเวลา แต่เราสามารถสัมผัสความรู้สึกของการข้ามเวลาได้ มันน่าตื่นเต้น มันน่าสนใจ และถ้ารู้ว่าจะรู้สึกดีขนาดนี้จะเตรียมการข้ามเวลาเอาไว้เพื่อจะได้รู้สึกดีแบบนี้บ่อยๆ
ผมเดินทางข้ามเวลาหรือย้อนเวลาได้น่ะเหรอ ยังไม่ได้หรอกครับ แต่ได้รับความรู้สึกนั้นแล้วจากการนั่งมองรูปถ่ายเก่าๆที่ไม่เคยเห็น การถ่ายภาพเป็นการหยุดเวลาในภาพไว้ เหตุการณ์นั้นถูกทำให้คงที่ สิ่งที่อยู่ในภาพนั้นจะไม่เปลี่ยนแปลง แต่คนเรา และผู้คนทั่วโลกต่างก็ถ่ายภาพกันมาตลอดชีวิต แล้วจะมาบอกว่าย้อนเวลากันทำไม นั่นสิ อย่าเพิ่งสับสน มันเป็นอย่างนี้
หากเราถ่ายภาพ และ ดูภาพเหล่านั้น เราก็จะมีความทรงจำเหล่านั้น และมันก็จะไม่เหมือนการย้อนเวลา มันเป็นความทรงจำที่เข้าสู่ตัวเราในเวลานั้น แต่หากเราได้ดูภาพที่เราไม่เคยเห็น เป็นภาพที่เราอยากเห็น แต่เพิ่งจะเคยเห็น แบบนี้มันคือได้อรรถรสของการย้อนเวลา ผมกำลังรู้สึกดีกับการดูภาพถ่ายลูกตัวเองในช่วงชีวิตหนึ่งๆขณะที่เขายังเป็นเด็กน้อย สามารถหกล้มได้ตลอดเวลา ซึ่งในเวลาปัจจุบันลูกผมกำลังจะอายุ 6 ขวบ แต่การได้ดูภาพตอนเขาอายุ ขวบกว่าๆ มันฟิน มันปลาบปลื้ม เราไม่เคยเห็น และเราเพิ่งได้เห็น
ลูกเราโตครั้งเดียว โตแล้วโตเลย เด็กตัวเล็กๆหน้าตาไร้เดียงสา เราไม่สามารถเห็นได้อีกแล้วในชีวิตปัจจุบัน เหมือนกับที่เราส่องกระจกก็พบตัวเราเองในปัจจุบัน เราไม่สามารถมองเห็นตัวเราตอน 1 ขวบได้อีก ถ้าเราไม่ถ่ายรูปไว้ แต่การได้เห็นภาพในอดีตที่มันเป็นภาพที่เราลืมไปแล้ว เราอาจไม่เคยรู้เลยว่ามีภาพนี้อยู่ มันสร้างความตื่นเต้นไปกับภาพอย่างยิ่ง สิ่งนี้แหละที่ทำให้รู้สึกดี และถ้ารู้ว่ามันจะรู้สึกดีขนาดนี้ จะถ่ายภาพแบบนี้เก็บไว้ในทุกๆช่วงเวลา
ถ่ายภาพแบบไม่เห็นภาพ แล้วเราจะทำได้อย่างไร ก็ถ่ายด้วยฟิล์มไง หาเราถ่ายด้วยกล้องดิจิทัล หรือถ่ายด้วยโทรศัพท์เราก็เห็นภาพไปแล้ว ภาพเหล่านี้ก็จะหมดความน่าสนใจลงไป แรงดึงดูดมันไม่มี แต่กับภาพจากฟิล์ม ภาพที่เราเพิ่งล้างฟิล์มออกมาแล้วดูเหตุการณ์ในภาพ ก็เหมือนเราได้ย้อนเวลาจริงๆ อารมณ์ตอนเห็นภาพมันเป็นความรู้สึกยากจะบรรยาย เรื่องความรู้สึกต้องสัมผัสเองถึงจะเข้าใจ
ฟิล์มม้วนนี้ ผมถ่ายไว้เมื่อไหร่ผมก็ลืมไปแล้ว แต่ดูจากเหตุการณ์ในภาพก็น่าจะช่วงที่ลูกผมอายุ ประมาณ 2 ขวบ ซึ่งมันก็เท่ากับว่าผ่านมาประมาณเกือบ 4 ปี 4ปีของเด็กไม่เหมือน 4 ปีของผู้ใหญ่ ภาพตัวผมเมื่อ 4 ปีที่แล้วดูไม่แตกต่างจากตอนนี้มาก แต่ของเด็ก 2 ขวบ กับ เด็ก 6 ขวบ มันต่างกันลิบลับ และความลิบลับนี่เองที่ทำให้คนดูภาพรู้สึกดี
ยังคงมีภาพที่น่าดูอีกหลายภาพ ผมอัดภาพออกมาเป็นกระดาษหลายใบ การล้างฟิล์ม การอัดภาพขาวดำเป็นศาสตร์และศิลป์ที่ให้ความสุขทั้งคนถ่ายภาพ คนล้างฟิล์ม คนอัดภาพ และคนดูภาพ ใครทำเองทุกขึ้นตอนก็ฟิน 4 เท่า
อย่างภาพลูกผมถ่ายคู่กับรถของเล่นคันนี้ อายุลูกในภาพก็น่าจะประมาณขวบเศษ เด็กวัยนี้ยังพูดไม่ชัดเลย เหตุการณ์นี้แม้ว่าผมจะเป็นคนถ่ายภาพไว้เอง แต่เป็นการถ่ายด้วยฟิล์ม และไม่ได้ล้างทันที เพิ่งมาล้างเมื่อ 4 ปีผ่านไป ก็เลยได้เห็นภาพอดีตที่ลืมไปแล้ว การย้อนเวลามันให้ความรู้สึกแบบนี้นี่เอง
การเตรียมตัวเพื่อย้อนเวลาในแบบของผมก็คือ การถ่ายภาพด้วยฟิล์มเก็บไว้ ยังไม่ต้องล้าง เพื่อจะได้ไม่ต้องดู รอเวลาให้ผ่านไปนานๆหน่อย ถ้าเป็นไปได้ ตอนนี้อยากจะถ่ายภาพด้วยฟิล์มเก็บไว้ปีละ 2 ม้วน เพื่อให้ในอนาคตผมสามารถได้ย้อนเวลากลับมาดูได้ทุกช่วงปี กล้องฟิล์ม ม้วนฟิล์มยังคงมีอยู่ในโลกเรา ถ้าจะใช้ก็มีให้ใช้ กล้องฟิล์มเป็นกล้องที่บันทึกภาพด้วยความละเอียดมหาศาล ไม่มีระบบดิจิทัลใดๆมาทดแทนได้ การใช้งานแม้จะยุ่งยากและสิ้นเปลือง แต่สิ่งที่มันให้กับเรา ในอนาคตเงินเท่าไหร่ก็ซื้อไม่ได้ นั่นคือ เวลาในอดีต อย่าเพิ่งแย้งว่า ดิจิทัลถ่ายแบบไม่ดูก็ทดแทนได้เหมือนกัน หลายคนอาจคิดเช่นนั้น แต่สิ่งหนึ่งที่ผมเชื่อว่าดิจิทัลทดแทนไม่ได้ มันไม่เหมือนฟิล์ม ก็เพราะหน่วยความจำมันพังได้ แต่ฟิล์มไม่พังครับ ในความเป็นจริงฟิล์มมันอาจมีวันพังก็ได้แต่ฟิล์มที่ผมเคยสัมผัสมาตลอดชีวิต ผ่านมาเกินครึ่งชีวิตแล้ว ไม่มีม้วนไหนที่พังเลย
กาลครั้งหนึ่ง ในประเทศไทยเคยมีโปรโมชั่นขายยาสระผมแถมกล้องถ่ายรูป ซึ่งกล้องที่แถมในคราวนั้นคือกล้องพลาสติก มีเคสกันน้ำ สกรีนยี่ห้อยาสระผมไว้ที่ตัวกล้องด้วย นับตั้งแต่การขายครั้งนั้นก็มีกล้องตัวใหม่ที่มีชื่อในวงการถ่ายภาพ “กล้องโดฟ” เป็นกล้องสำหรับนักถ่ายภาพแนวโลโม่ อะไรที่ไม่ต้องวัดแสง ไม่ต้องโฟกัส ยกขึ้นมาแล้วกดเลย ถือว่าเป็นแนวโลโม่ และกล้องโดฟคือของที่ต้องมี
กล้องโดฟเป็นกล้องพลาสติก ระยะเลนส์ 28mm focus free แปลว่าไม่ต้องโฟกัส มันจะชัดทั้งภาพ คาดว่ารูรับแสงของเลนส์ตัวนี้จะประมาณ f8-11 ไม่ต้องใส่ถ่าน เวลาถ่ายภาพจะต้องกะสภาพแสงให้เป็นสภาพแสงแดดออก ค่อนข้างแรง คือมีแดดที่ทำให้มีเงาค่อนข้างชัด ใช้กับฟิล์มความไว 200 น่าจะพอดี และการที่มันมีเคสกันน้ำก็ทำให้มันถูกทดลองใช้ใต้น้ำด้วย
การถ่ายภาพบนดินทั่วไปเราก็พกเฉพาะกล้องแต่เพียงอย่างเดียว เคสกันน้ำไม่ต้องใส่ ใส่ฟิล์มแล้วกดถ่ายไปเรื่อยๆ ถ่ายแต่ละครั้ง จะต้องหมุนฟิล์มแก๊กๆๆๆๆๆ พอหมดม้วนจะได้ภาพประมาณ 36 ภาพ ภาพจะสวยถ้าแดดจัด ความคมชัดของภาพวิว ภาพระยะไกลก็พอใช้ได้ ถ่ายใกล้มากๆจะเบลอนิดหน่อย เพราะระยะชัดน่าจะอยู่ที่ประมาณ 1.5 เมตรเป็นต้นไป (เดา)
สภาพแสงแดดจัดแบบนี้เหมาะกับกล้องโดฟ ยกขึ้นมาเล็งแล้วกดเลย ไม่ต้องวัดแสง ไม่ต้องโฟกัส
อะไรที่โดนแดดก็คือได้ภาพทั้งหมด ไม่มีพลาด ไม่มีคำว่ามืด
ตัวกล้องขนาดเล็กสามารถยัดไว้ในกระเป๋าเสื้อ กางเกง หรือเป้ แม้แต่กระเป๋าสะพายของสาวๆก็น่าจะได้ ผมพกไว้ถ่ายเล่นตอนไปขึ้นเครื่องบิน นั่งรถรับส่งไปยังลานจอดเครื่องบิน คนเยอะๆ ของพะรุงพะรังก็ยังหยิบถ่ายได้ เพราะว่าสามารถใช้งานได้ด้วยมือเดียว
แม้แต่การถ่ายผ่านกระจกรถออกมาข้างนอกก็ยังได้ภาพ มันเป็นกล้องสำหรับนักเดินทางอย่างแท้จริง ถ้ามีทริปไปเมืองหนาวผมเชื่อว่ากล้องโดฟจะเป็นกล้องที่ทำงานได้ตลอดทริป พึ่งพาได้
ลองใช้กับฟิล์มสีที่หมดอายุถ่ายภาพที่โดนแดด ก็ยังได้ภาพโอเค แม้ว่าตอนได้ภาพสีจากฟิล์มบูดจะดูจืดๆ แต่พอสแกนแล้วปรับเป็นขาวดำ ปรับคอนทราสต์ช่วยก็ได้ภาพที่พอดูได้ สิ่งสำคัญในภาพก็คือ เหตุการณ์ที่เราต้องการเก็บไว้ ภาพนี้ผมปลาบปลื้มกับความไวของกล้องโดฟมาก จังหวะเด็กสองคนที่กำลังช่วยกันเข็นรถของเล่นไม่ให้ตกลงไป ถ้าใช้กล้องโปร คุณภาพระดับโลก ผมก็ไม่มั่นใจว่าจะโฟกัสได้ทันวินาทีนี้ไหม
ใช้กับฟิล์มใหม่ ก็ให้สีสันสดใส ขอเพียงให้ตัวแบบโดนแดด ที่เหลือก็ให้เป็นหน้าที่ของฟิล์มและกล้อง ภาพสถานการณ์บางอย่างเราต้องการแค่ภาพบันทึก ไม่ได้ต้องการคุณภาพเนี้ยบ อีกอย่าง กล้องของแถมค่าตัวแค่สองร้อยบาท จะต้องการอะไรจากมันบ้างล่ะ
ลองลงน้ำกันบ้าง ใส่ฟิล์มความไว200 แล้วใส่เคสกันน้ำ แล้วก็ลงน้ำกันเลย แต่ต้องไม่ลืมว่าตัวแบบต้องโดนแดด ผมเลยให้เด็กเล่นน้ำในตอนที่มีแดดส่องลงสระน้ำ แล้วก็ถ่ายให้ใกล้หน่อยระยะประมาณ 1.5 เมตรจากกล้อง
ถ้าแบบเริ่มไกลออกไป จะรู้สึกว่าคอนทราสต์น้อยลง ดังนั้นการถ่ายเล่นใต้น้ำต้องพยายามอยู่ใกล้ๆเอาไว้
กิจกรรมใต้น้ำ ยิ้มให้กล้องก็สนุกสนานกันทั้งเด็กและคนถ่ายภาพ เคสกันน้ำทำงานได้ดี แม้จะกดยากไปหน่อย แต่ก็พอใช้งานได้ น้ำหนักกดชัตเตอร์ของเคสกันน้ำจะค่อนข้างมากทำให้เด้กห้าขวบกดไม่ลง พ่อต้องกดแทน บางครั้ง ผมก็ใช้นิ้วโป้งกดเลย เพื่อให้ได้ภาพ ณ วินาทีที่ต้องการจริงๆ
ถ้าเข้าใกล้กล้องเกินไป ภาพจะเบลอนิดหน่อย แต่ได้สีสันจัดเต็ม นั่นเป็นเทคนิคที่ต้องคอยระวังคือ ถ่ายภาพใต้น้ำต้องพยายามอยู่ใกล้ๆกัน
ในวันที่กล้องดิจิทัลยังแพงอยู่ การถ่ายภาพใต้น้ำก็มีแค่กล้องโดฟกับกล้องโปรอย่างนิโครนอสเท่านั้น แต่ถ้าคุณใช้นิโครนอส ก็ต้องจ่ายหลายหมื่น กล้องโดฟแค่ 200 บาท ได้ยาสระผมมาใช้ด้วยตอนขึ้นจากน้ำ เข้าท่าดีนะ
กล้องพลาสติก หรือ toy camera อย่างกล้องโดฟตัวนี้ได้รับความนิยมมาเป็นสิบปี บางครั้งก็ถูกนำไปแถมกับสินค้าตัวอื่น บางครั้งก็มีคนขายกล้องตรงๆไม่สกรีนยี่ห้อ ในเน็ตน่าจะหาได้ในราคาร้อยกว่าบาท นับว่าเป็นความบันเทิงระดับรากหญ้าที่ให้ความประทับใจระดับโลก คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม
กล้อง toy รุ่นใหม่หาซื้อได้ที่นี่ https://s.lazada.co.th/s.Q4lct?cc
คำเตือน
กล้องโดฟต้นฉบับสีขาวที่ออกมาเมื่อสิบกว่าปีก่อน มาพร้อมกรอบพลาสติกกันน้ำ ทั้งคู่ใช้งานร่วมกันได้ดี แต่กล้อง toy camera สีสันหลากหลายที่ผลิตใหม่ มีขายเกลื่อน และผมได้มาเป็นของแถมในเซ็นทรัล เป็นกล้องที่ดูเหมือนออกจากโรงงานเดียวกัน มีพลาสติกกันน้ำเหมือนกัน และคิดว่าจะงานได้เหมือนกัน ผมเอาไปออกทริปลงน้ำแล้ว ปรากฏว่า ใช้งานในน้ำไม่ได้ครับ กดชัตเตอร์ได้ แต่หมุนฟิล์มขึ้นภาพใหม่ไม่ได้ เป็นปัญหาที่พลาสติกกันน้ำกับกล้องทำงานไม่สัมพันธ์กัน ผลก็คือ ผมลงน้ำ ถ่ายได้รูปเดียว หมุนฟิล์มเพื่อขึ้นชัตเตอร์ครั้งใหม่ไม่ได้ ใครจะใช้กล้องทอยออกทริป กรุณาลองสถานการณ์จริงก่อน เสียฟิล์มสักม้วนลองใต้น้ำให้รู้เรื่องก่อนว่าทำงานได้ไหม มีปัญหาไหม ถ้ามีปัญหาจะได้ไม่ต้องพกลงน้ำ เพราะถ้าคุณไปเจอปัญหาตอนอยู่ใต้น้ำ มันเสียดายโอกาส แต่ถ้าจะใช้ทั่วไปไม่ลงน้ำ ก็ซื้อได้เลยตามสะดวก
ขอบฟ้าหัดเล่นฟุตบอลมาหลายเดือนแล้ว และได้ไปเรียนฟุตบอลที่สนามสัปดาห์ละ 1ครั้ง ความชอบฟุตบอลมีมาสักพักก่อนหน้านี้ ขอบฟ้าได้ดูคลิปวิดีโอจาก youtube เกี่ยวกับนักฟุตบอลระดับโลกหลายคน ขอบฟ้าจำชื่อนักฟุตบอลที่เป็นตำนานดังได้หลายคน และคนที่ขอบฟ้าชอบที่สุดคือ เมสซี่
แม่ซื้อหนังสือแรงบันดาลใจมาใช้อ่านก่อนนอน ในเล่มนั้นมีเรื่องราวของคนเก่งหลายคน หลายอาชีพ และมีนักฟุตบอลที่ชื่อเมสซี่ด้วย ขอบฟ้าชอบความเก่งและความพยายามของเมสซี่
ขอบฟ้าเป็นแฟนบอลของเมสซี่ ใส่เสื้อทีมบาเซโลน่าไปเรียนฟุตบอล ใส่เสื้อทีมชาติอาเจนติน่าด้วยในบางโอกาส และตามเชียร์เมสซี่ คอยดูผลการแข่งขันทางทีวี
มีการแข่งขันครั้งหนึ่ง ทีมเมสซี่แพ้ ทำให้ต้องตกรอบ ขอบฟ้าดูภาพข่าวจบแล้วหน้าเสีย แล้วหันกลับมาถามพ่อว่า แข่งจบหรือยัง หมดเวลาหรือยัง มีต่อเวลาไหม ถามเหมือนไม่อยากให้เกมส์จบแบบเมสซี่แพ้ พ่อก็ตอบว่า จบแล้ว ขอบฟ้าถามว่า แล้วใครเข้ารอบ ใครตกรอบ พ่อตอบว่าเมสซี่ตกรอบ ขอบฟ้าก้มหน้าร้องไห้ ซุกหน้าไปกับหมอน แล้วร้องไห้อยู่หลายนาที แม่ต้องมาปลอบใจให้ขอบฟ้าหายเสียใจ
ถือโอกาสสอนว่า คนเก่งที่สุดในโลกก็มีวันแพ้ ทุกคนต้องแพ้สักครั้ง และต้องอดทนต่อความรู้สึกแพ้ให้ได้
พ่อนั่งดูอาการขอบฟ้าแล้วอิจฉาขอบฟ้ามากๆ อิจฉาในความรักและการมีความรู้สึกร่วมต่อทีม การเชียร์กีฬาให้สนุกต้องมีทีมที่รักและตามเชียร์ไปเรื่อยๆ ความรู้สึกดีใจและเสียใจไปกับทีมเป็นสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน น่าอิจฉาวัยเด็กและช่วงเวลาเหล่านี้
แถมวิดีโอที่ขอบฟ้าเล่นฟุตบอล