การตั้งค่า whitebalance ให้ตรงอาจไม่ใช่คำตอบ

การถ่ายภาพดิจิทัลให้ได้คุณภาพสีเที่ยงตรงเป็นสิ่งที่นักถ่ายภาพควรศึกษาให้เข้าใจ  ควรหัดใช้ระบบการตั้งค่า whitebalance ของกล้องดิจิทัลให้เหมาะสมกับสภาพแสงในขณะนั้น  ภายใต้แสงจากดวงอาทิตย์เราสามารถถ่ายภาพโดยการตั้งค่าเป็น daylight ก็จะให้ภาพที่มีสีสันเที่ยงตรง สวยงาม  ถ้าเอากล้องที่ตั้งค่า Daylight ไปถ่ายตอนเย็นๆค่ำๆ ตอนที่พระอาทิตย์ตกดินไปแล้ว ค่าแสงที่บันทึกก็จะทำให้ภาพดูเป็นโทนฟ้า  หากต้องการให้ภาพมีสีที่ใกล้เคียงตาเห็นก็จะต้องตั้งค่ากล้องให้มีค่า whitebalance เป็น tungstain หรือ cloudy หรือค่าอื่นๆที่ทำให้ภาพในจอดูสีตรงกับที่เรามอง

 

กล้องดิจิทัลก็ฉลาดที่จะให้ระบบ Auto whitebalance มาด้วย กล้องจะปรับสีทุกภาพด้วยระบบ Auto ทำให้สีสันโดยส่วนใหญ่ที่บันทึกไว้จะใกล้เคียงกับที่ตามองเห็น  ซึ่งอาจจะมีบางสถานการณ์ที่ปรับ Auto whitebalance แล้วสียังไม่ตรงอยู่  ส่วนน้อยนี้ถ้าเรายังคงต้องการให้สีเที่ยงตรง เราต้องออกจากระบบ Auto เข้าสู่ระบบ Custom whitebalance เพื่อให้สีเที่ยงตรงจริงๆ

 

IMG_0001

ภาพที่1 ถ่ายภาพด้วยระบบ Auto whitebalance

 

ภาพที่ 1 เป็นการถ่ายภาพด้วยระบบ Auto whitebalance ภาพของบนโต๊ะอาหารจะเป็นฝาชีสีขาวที่ดูอมเหลือง  ส่วนด้านขวาบนโต๊ะอาหารเป็นกระดาษทิชชู่สีขาวที่โดนแสงไฟส่องทำให้ดูเป็นโทนสีอมเหลืองเช่นกัน  สถานการณ์แบบนี้ปรับกล้องด้วยค่า white balance อย่างไรก็ได้สีที่ยังไม่ตรง  ฝาชียังคงไม่ใช่สีขาว ทิชชู่ก็ไม่ใช่สีขาว  ถ้าเราไม่พอใจเหตุการณ์นี้ เราต้องใช้วิธี custom whitebalance

 

IMG_0002

ภาพที่ 2  ภาพถ่ายสิ่งที่เป็นสีขาว

 

วิธีการใช้ custom whitebalance ก็คือ ให้เราถ่ายภาพวัตถุสีขาวในสภาพแสง ณ ตรงนั้น  ก็คือแสงบนโต๊ะอาหารนั่นเอง  และถ่ายภาพวัตถุขาวให้ใหญ่เต็มภาพ หรือ ล้นกรอบภาพเลย  ผมใช้วิธี ปรับโฟกัสแบบแมน่วลให้ภาพเบลอ ไม่โฟกัสอะไรเลย แล้วเอาเลนส์ไปจ่อที่ทิชชู่สีขาว  ให้ในช่องมองภาพเป็นสีขาวทั้งภาพ แล้วกดชัตเตอร์เพื่อบันทึกภาพ  เรื่องสปีตชัตเตอร์ หรือ รูรับแสงไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เราต้องการแค่สีขาวเต็มเฟรม  และภาพไม่ชัด ภาพสั่นก็ไม่เป็นไร

 

เมื่อได้ภาพแล้ว ให้เราเข้าไปที่เมนู  whitebalance แล้วเลือกค่าเป็น custom ซึ่งในกล้องระบบของ canon พอเราเลือกคำว่า custom แล้ว จะมีอีกเมนูหนึ่งขึ้นมาถามว่า จะให้ปรับโทนสีด้วยภาพตั้งต้นภาพใด ก็ให้เราเลือกภาพสีขาวทั้งภาพที่เราเพิ่งถ่ายไป ก็คือภาพที่ 2 นี้ แล้วระบบจะใช้ภาพนี้มาแก้สีให้เรา

 

IMG_0004

ภาพที่ 3  ถ่ายโดยการตั้งค่าเป็น  custom whitebalance

 

ภาพที่ 3 เป็นภาพที่ถ่ายโดยการตั้งค่า whitebalance เป็นแบบ custom ซึ่งจะให้ภาพที่ปรับสีจนทิชชู่ได้สีขาว และฝาชีก็เป็นสีขาว  เพราะบริเวณบนโต๊ะอาหารได้รับแสงสว่างจากสป็อตไลท์ สีบนโต๊ะจะถูกต้องเที่ยงตรง  แต่ฉากหลังที่ดูเป็นสีเพี้ยนก็เป็นเพราะฉากหลังได้รับแสงจากไฟชนิดอื่น

 

ภาพชุดนี้เป็นการสาธิตการใช้ระบบ custom whitebalance  ของกล้องดิจิทัล  เราจะเห็นว่า ภาพสีสันเที่ยงตรงบนโต๊ะอาหารทำได้จริง ตรงวัตถุประสงค์ แต่ภาพรวมของทั้งภาพดูเพี้ยนมากเกินไป  บางทีเราก็ชอบภาพโทนเหลืองของทุกสิ่งในภาพมากกว่าภาพที่สีเที่ยงตรงแค่บางจุด  สิ่งที่เราต้องพิจารณาก็คือ เทคนิคการวัดแสงและการตั้งค่า whitebalance ที่ถูกต้อง จะตอบสนองกับความต้องการหรือตอบสนองกับงานของเราได้ไหม  เรายังคงต้องตัดสินใจว่าจะใช้เครื่องมือ หรือ ไม่ใช้เครื่องมือที่มีอยู่ แต่ต้องตัดสินใจด้วยความรู้ความเข้าใจที่แท้จริง

 

ความเข้าใจจะทำให้เรามีเครื่องมือช่วยสร้างผลงานที่หลากหลาย  สิ่งสำคัญก็คือ เราได้ภาพถ่ายที่ตรงกับจินตนาการของเราไหม   ถ้าเราจะแหกกฏเราก็ควรรู้ทุกกฏเสียก่อน  เพื่อให้เรารู้ว่าเรากำลังแหกกฏจริงๆ ไม่ใช่มั่วแบบไม่มีความรู้

 

 

garmin nuvi 1250 ยังอัพเดทได้ในปี คศ2018

IMG_5788

ผมซื้อ gps ของ garmin รุ่น nuvi 1250 มาใช้เมื่อปี คศ 2011 และใช้งานมาต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันคือในปี คศ 2018 นี้  ซึ่งก่อนหน้านี้ในช่วง 4 ปีหลัง ผมใช้งานมันน้อยลง เพราะว่า ถนนที่ตัดใหม่ๆในช่วงหลายปีนี้ไม่ได้มีในแผนที่ติดเครื่องมา  เพราะผมมีแผนที่ในเครื่อง gps ที่อัพเดทไว้ที่ปี คศ 2011 เท่ากับปีที่ซื้อนั่นเอง

GPS ของยี่ห้อ Garmin จะมีบางรุ่นโฆษณาไว้ว่าอัพเดทแผนที่ฟรีตลอดอายุการใช้งาน คำนี้เคยทำให้ผมเข้าใจผิดคิดว่าอัพเดทได้ตลอดชีวิตคนซื้อ  จริงๆเครื่อง gps มีอายุการใช้งานแต่ผมไม่รู้ว่าอายุการใช้งานนี้ยาวนานกี่ปีตามที่บริษัทกำหนด  แต่ รุ่นที่ผมซื้อไม่ได้สิทธิ์นั้น  คงเป็นเพราะรุ่น 1250 เป็นรุ่นเล็กสุด และยังเป็นรุ่นที่ผมซื้อตอนลดราคาอีกต่างหาก  ราคาสมัยนั้นก็ 3990 บาท

อยู่ๆผมก็อยากจะอัพเดทแผนที่  เลยติดต่อไปที่บริษัทผู้แทนจำหน่าย ผมอีเมลไปแจ้งว่าต้องการอัพเดทแผนที่ในเครื่อง 1250 ซึ่งมีค่าใช้จ่าย และผมก็พร้อมจะจ่าย แต่บริษัทก็ติดต่อกลับมาว่า รุ่น 1250 ไม่สามารถอัพเดทแผนที่ได้แล้ว เพราะบริษัท เลิกซัพพอร์ทเครื่องรุ่นนี้แล้ว  ก็เลยต้องเศร้ากันไป ผมเตรียมใจทิ้งเครื่องนี้ไปแล้ว เพราะว่า ถนนหลายเส้นมันไม่มีในแผนที่  มันยังคงใช้งานได้ดีถ้าเราไปเที่ยวในสถานที่ที่มันมีอยู่ก่อนปี คศ2011  แต่ถ้าที่เที่ยวเกิดใหม่ และร้านอาหารเกิดใหม่หลังปี คศ 2011 เราก็จะหาไม่เจอ

แล้ววันหนึ่ง ผมก็เห็นประกาศขายเครื่อง gps 1250 รุ่นเดียวกับผมเลยในราคาพันกว่าบาท ผู้ขายให้ข้อมูลว่าเขาอัพเดทแผนที่ล่าสุดไว้แล้ว เป็นแผนที่ปี 2018 เห็นแล้วตาลุกวาวเลย  เพราะมันคือคำตอบว่า รุ่น 1250 ยังคงอัพเดทได้  ก็เลยจัดการค้นหาไฟล์แผนที่ซึ่งน่าจะมีใครเก็บไว้รอการแจกจ่าย  และก็พบจริงๆ

การอัพเดทแผนที่เข้าเครื่อง 1250 ผมใช้วิธี ก็อปปี้ไฟล์แผนที่อันใหม่ไปไว้ใน micro sd โดยต้องวางไฟล์แผนที่ในโฟลเดอร์ชื่อ Garmin   แล้วนำเจ้าหน่วยความจำนี้ไปไปยัดไว้ในเครื่อง gps ซึ่งมีช่องใส่เมมโมรี่ชนิดนี้  ตอนเปิดเครื่อง ระบบจะสแกนหาไฟล์แผนที่ในโฟลเดอร์ Garmin  ถ้ามีไฟล์แผนที่อยู่ในนี้ ระบบจะใช้แผนที่ในโฟลเดอร์แทนแผนที่ที่ติดมากับเครื่อง  และผมก็มีแผนที่เวอร์ชั่นล่าสุดใช้งาน

gmapsupp

ทดลองหาร้านอาหารที่เปิดให้บริการในช่วงปี 2016 ผมก็ค้นชื่อเจอในแผนที่ใหม่ ซึ่งถ้าเราไม่อัพเดทผมก็จะหาไม่พบนั่นเอง  แสดงว่าแผนที่ใหม่ใช้งานได้ดี

สรุป gps รุ่น nuvi1250 สามารถอัพเดทแผนที่ได้  มีแผนที่เวอร์ชั่นใหม่ให้ใช้

ขอบคุณโลกอินเทอเน็ตที่มีข้อมูลข่าวสารที่ช่วยให้ผมยังคงใช้งาน gps รุ่นนี้ได้อีกหลายปี

 

อัพเดทเพิ่มเติมหลังจากใช้แผ่นที่ใหม่ในเครื่องเก่าไปได้ 2 เดือน

ในโหมดการแสดงแผนที่ทำงานได้ปกติ  แต่มีปัญหาบางอย่างที่หาสาเหตุไม่ได้ เช่น การค้นหาสถานที่บางครั้งการค้นหาหลุดจากหน้าจอค้นหา  คือ  พอเราพิมพ์ชื่อร้านอาหารที่ต้องการหา พอกด ok เพื่อเริ่มค้นหา เครื่องก็หยุดทำงานเหมือนแฮงค์ แล้วบู๊ทเครื่องใหม่ และเป็นแบบนี้เสมอกับร้านเดิม  ซึ่งยังไม่รู้ว่าเป็นปัญหาที่ซอร์ฟแวร์ไม่เหมาะกับรุ่นของเครื่อง  หรือ แผ่นเมมโมรี่มีปัญหาไม่อ่านข้อมูลส่วนที่เสียหาย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ลดน้ำหนักง่ายๆแบบคนขี้เกียจ ตอนที่3 เลือกวิธี

การลดน้ำหนักมีหลายวิธี  แต่วิธีหนึ่งที่จะไม่ทำเด็ดขาดเลยคือการลดด้วยการกินยา  ด้วยคำขู่มากมายว่ากินยาแล้วลดได้แต่มันจะโยโย่  มันจะผอมแป๊ปเดียวแล้วน้ำหนักก็จะขึ้น แม้ผมจะไม่เคยทดลองกินยา  แต่ก็กลัว  กลัวว่าจะมีผลข้างเคียงอื่นๆที่เราคงไม่ปลื้ม  และอีกอย่าง ก็ไม่รู้จะกินยาอะไร  หายาจากที่ไหน ในชีวิตไม่เคยเข้าคลีนิคเกี่ยวกับการลดน้ำหนักและคลีนิคเกี่ยวกับความงามใดๆเลย

benjakittiP1100770

วิธีออกกำลัง วิธีนี้เป็นวิธีที่เป็นความหวังของคนส่วนใหญ่  อยากผอมให้ออกกำลังกาย  อยากตัวใหญ่ให้ออกกำลังกาย  การออกกำลังกายเป็นยาวิเศษทำให้ตัวเล็กก็ได้  ทำให้ตัวใหญ่ก็ได้  ผมเคยพยายามเหมือนกัน  เมื่อสักสิบปีก่อน ผมอยากจะแข็งแรง อยากมีอายุยืน ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับน้ำหนักตัว  ก็เลยทดลองวิ่ง ผลการวิ่งก็คือ ผมวิ่งไปร้อยเมตรผมก็หอบเหนื่อยจนรู้สึกว่าหายใจไม่ทัน  วิ่งบนเครื่องออกกำลังกายก็วิ่งได้ไม่ถึงนาที หัวใจก็เต้นราวกับว่าจะหลุดออกมาจากร่าง  เพราะคนไม่เคยออกกำลังกายเลย  แม้ผมจะถือกล้องรับจ้างถ่ายภาพได้เป็นวันๆ  แต่ก็ไม่ได้เหนื่อยแบบการวิ่ง  ผมทนวิ่งน้อยๆอยู่หลายครั้ง  ก็ลองไปวิ่งในสวนสาธารณะเล็กๆ  วิ่งไปรอบเดียวก็รู้สึกเหนื่อยมาก อยากจะนั่งพัก  ร้องเท้าที่อุตส่าห์ไปหาซื้อมาก็ทำงานได้ไม่กี่นาที  พอวิ่งขึ้นรอบสองผมก็เดินแล้ว  จบทริปสวนสาธารณะผมวิ่งไป 2 รอบ คนอื่นๆวิ่งไปสิบรอบ  ในใจก็คิดว่า  เดี๋ยวอีกหลายๆครั้งร่างกายก็จะชิน  แล้วผมก็จบการวิ่งด้วยการไปหาอะไรกินต่อตอนค่ำๆ  รู้สึกตัวอีกทีก็กินไป 4 มื้อ  ยิ่งวิ่งก็ยิ่งกินดึก ประกอบกับผมไม่ว่างอย่างสม่ำเสมอ  ก็คือไม่ได้มีความพยายามจัดเวลาให้กับการวิ่งนั่นเอง  ก่อนจะวิ่งผมต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดวิ่ง  รองเท้าถุงเท้าต้องพร้อม  ไปวิ่งให้จบ แล้วก็อาบน้ำ แล้วค่อยกลับเข้าสู่โหมดปกติของวัน  วันที่วิ่งนี้ผมใช้เสื้อผ้า 2 ชุด  มันก็ดูผิดปกติสำหรับชีวิตแบบผม  กลายเป็นความรู้สึกว่าต้องเตรียมตัวเยอะเหลือเกิน ซึ่งมันก็เป็นข้ออ้างทั้งสิ้น  ถ้าผมเจ็บป่วยแล้ววิ่งคือคำตอบผมคงจะยอมทำไม่อ้างอะไร  แต่ผมไม่ได้ไร้ทางเลือก เชื่อว่าการลดน้ำหนักไม่ได้มีคำตอบเดียว  การวิ่งจึงยังไม่ใช่

ผมใช้วิธีกินน้อยลงดีกว่า  คิดได้เท่านี้ก็เริ่มทำเลย  โดยมีเหตุผลว่า การลดน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมจะต้องเผาผลาญพลังงานไปให้ได้ 7000 กิโลแคลอรี่  แต่ถ้าไม่วิ่ง ผมก็ต้องกินอาหารน้อย หรือกินอาหารให้พลังงานติดลบ  ข้อมูลของนักโภชนาการบอกว่า อัตราเฉลี่ยของผู้ชายน้ำหนักประมาณ 80 กิโลกรัมใน 24 ชั่วโมงจะใช้พลังงาน 2500 กิโลแคลอรี่ ตั้งแต่นอน ตื่นมาทำกิจกรรมต่างๆรวมถึงการทำงาน และต่อเนื่องจนถึงเวลากลับเข้านอน  แปลว่าต่อให้เรานั่งเฉยๆหายใจทิ้ง นั่งๆนอนๆก็จะใช้พลังานใกล้เคียงกับตัวเลขนี้ คือ 2500กิโลแคลอรี่    การกินอิ่มพอดีก็มักจะคิดเป็นพลังงานที่กินเข้าไปประมาณ 2500 กิโลแคลอรี่เช่นกัน  ถ้าเราจัดระดับการกินให้พอดีกับระดับการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย  ตัวเราก็จะน้ำหนักคงที่อยู่ได้ไปเป็นปี  ซึ่งทุกคนก็น่าจะเคยมีช่วงเวลาที่น้ำหนักคงที่  คือน้ำหนักไม่ขึ้นไม่ลงแบบนั้นอยู่เป็นปี   เทคนิคน้ำหนักคงที่ก็คือกินแค่พออิ่ม อิ่มแล้วหยุดกิน

2017-03-06_06-00-11

แต่ถ้าจะลดน้ำหนัก ก็ต้องกินให้พลังงานที่เข้าปากมันน้อยลงกว่าปกตินั่นเอง  ถ้ากินน้อยลงไปวันละ 1000 กิโลแคลอรี่   เท่ากับว่า 7 วัน ร่างกายเราจะเผาพลังงานเกินการกิน  ทำให้แคลอรี่ติดลบไป 7000กิโลแคลอรี่  คิดเป็นการลดน้ำหนักได้ 1 กิโลกรัม  ดูเหมือนไม่เยอะ  แต่ถ้าทำครบเดือนก็จะลดไป 4 กิโลกรัม  ถ้าทำไปให้ครบ 4 เดือน เราก็จะลดน้ำหนักลงได้ประมาณ 16 กิโลกรัม  ซึ่งไม่น้อยเลย  ถามอีกแบบหนึ่งก็ได้ว่า  ถ้าเลือกน้ำหนักได้ เราอยากน้ำหนักเท่าไหร่  คำตอบของผมคือ 75 กิโลกรัม เพราะผมสูง 175cm ตามสูตรง่ายๆของน้ำหนักที่เหมาะสม คือ ความสูง – 100cm = น้ำหนักตัวของผู้ชาย นั่นคือผมต้องลด 16 กิโลกรัมนั่นเอง

วิธีกินน้อยลงนี่คือสิ่งที่ผมเชื่อว่าผมทำได้  เพราะมันไม่ต้องเตรียมตัวอะไรเลย  หายใจทิ้งก็เผาผลาญพลังไปเรื่อยๆอยู่แล้ว เราแค่กินน้อยลง  แต่จะกินน้อยยังไงให้มันติดลบสัก 1000 กิโลแคลอรี่ คำตอบก็คือ กินครึ่งจานครับ  เราเคยกินอะไรเต็มจาน ก็เปลี่ยนเป็นกินครึ่งจาน  เคยตักข้าว 2 ทัพพี ก็ตักแค่ 1 ทัพพี  เคยซื้อข้าวกล่องกินก็กินครึ่งกล่องแล้วส่วนที่เหลืออีกครึ่งให้กินมื้อต่อไป  หากซื้อกินมื้อเช้า ก็แบ่งกินเช้าครึ่งนึงกลางวันครึ่งนึง  หากซื้อกินมื้อกลางวันก็แบ่งกินกลางวันครึ่งนึงเย็นครึ่งนึง  สิ่งที่กินทุกอย่างให้ลดลงครึ่งเสมอ

IMG_0440

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดและต้องงดทันที 100% ก็คือ ของหวาน น้ำหวาน  พวกกาแฟเย็นนี่ตัวดีเลย คนเรามักจะอ้วนจากน้ำอัดลม และอ้วนจากกาแฟเย็น  ถ้าเราลดได้ก็จะทำให้แผนการกินน้อยของเราได้ผลทันที  ผมเปลี่ยนจากกาแฟเย็นมาเป็นกาแฟดำ  หากชงเองก็ใส่แต่กาแฟ ไม่ใส่ครีม ไม่ใส่น้ำตาล  หากไปสั่งกินที่ร้านก็สั่งกาแฟดำ  ซึ่งแก้วแรกที่เริ่มกินกาแฟดำก็ต้องบอกว่า เปรี้ยวมาก ฝาดมาก  แต่ก็ทนกินไปให้ชิน  ส่วนขนมหวาน ขนมถุงกรอบๆ  ของกินมันๆที่แสนอร่อยทั้งหลาย ผมงดเลย ไม่แตะไม่กินเลย

DSCF3862

เพียงเท่านี้เราก็จะใช้ชีวิตแบบ เผาผลาญพลังงานได้อย่างสม่ำเสนอ และจะน้ำหนักตัวลดลงได้ตามเป้าคือ 1 กิโลกรัมต่อสัปดาห์

ขอบฟ้า เพลินๆ 13aug2018

IMG_0963.JPG

ขอบฟ้าคุยกับพ่อเรื่องการซ่อมรถ  ขอบฟ้าอยากสร้างรถขาย พ่อถามว่าขอบฟ้าจะขายคันละเท่าไหร่  ขอบฟ้าบอก 200 บาท  คนจะได้ซื้อง่ายๆ  เพราะเมื่อก่อนขอบฟ้าจะขายคันละ 10 ล้านบาท  ตอนนั้นพ่อบอกว่าเราต้องขายของในราคาที่คนอื่นอยากซื้อ
ก็เลยถามต่อว่า ขอบฟ้าจะสร้างรถยังไงให้ขาย 200 บาท ขอบฟ้ายบอกว่าจะเอาขยะมารีไซเคิล  จะเอาพลาสติก กับเหล็กมาจากถังขยะ  แต่เครื่องยนต์น่าจะไม่มี คงต้องซื้อเครื่องยนต์มา  ส่วนแอร์ในรถ ก็ให้เอาแอร์ที่ไม่ดีแล้วในบ้านมาใส่รถ  แล้วบ้านก็ซื้อแอร์เครื่องใหม่
ขอบฟ้าเลยขอให้พ่อช่วยสร้างรถหน่อย  พ่อก็รับปาก  และ เสนอว่า เราน่าจะลองทำคันเล็กๆก่อนแล้วพอทำเก่งแล้วค่อยทำคันใหญ่ๆ  ขอบฟ้าก็เห็นด้วย  พ่อก็เลยแนะนำว่าเราจะเอารถของเล่นคันเก่ามาทำให้เป็นรถที่วิ่งได้ เพราะตอนนี้มันเสียอยู่
แล้วขอบฟ้าก็ทวงพ่อทุกวันว่า จะซ่อมรถคันนี้หรือยัง  วันนี้อย่าลืมรื้อจากห้องเก็บของออกมานะ  ถามทุกวันจนพ่อต้องรื้อให้ และเตรียมของรอซ่อม
ขอบฟ้าถามว่า ตอนพ่อเป็นเด็ก เคยอยากสร้างรถไหม  พ่อบอกว่า เคย
ขอบฟ้าถามต่อว่า แล้วได้สร้างไหม  พ่อบอกว่า ไม่ได้สร้าง
ขอบฟ้าถามว่าทำไมไม่สร้าง  พ่อตอบว่า นั่นสิพ่อก็นึกไม่ออกว่าทำไมถึงไม่สร้าง
ขอบฟ้าถามต่อว่า  ทำไมไม่สร้างตอนที่อยากสร้าง  พ่อ……..  (สลดในใจ  ไว้จะหาคำตอบดีๆมาให้ขอบฟ้าวันหลัง)

ดู “นักเรียน Home School เยาวชนผู้สนใจดาราศาสตร์ ! ด.ช.นพวิชัย เหม่งเวหา Suthichai Live สุทธิชัย Live” ใน YouTube

หลอดไฟท้ายรถยนต์ LED ข้างถนนไม่ทนเลย

IMG_20180804_154132

ภาพหลอด LED ที่เสีย และถอดออกมาทิ้ง  ถ่ายวันที่ 4aug2018

นี่เป็นหลอดไฟท้ายทำหน้าที่ให้แสงสว่างตอนเปิดไฟรถยนต์เมื่อวิ่งกลางคืน และทำหน้าที่ไฟเบรกด้วยเมื่อเหยียบเบรค  หลอดดวงนี้ในรถฮอนด้าฟรีดของผมขาดบ่อย สักหกเดือนก็ขาดแล้ว  ช่างที่ศูนย์บริการบอกว่า โคมไฟท้ายรถผมมันมีน้ำเข้า ทำให้หลอดไฟเสียเร็ว  ต้องเปลี่ยนโคมไฟท้ายรถ

โคมไฟท้ายรถก็คือของฮอนด้านั่นแหละ  โคมรั่วเป็นทุกคัน  ช่างบอกมา  ผมได้แต่ด่าอยู่ในใจว่า ผมไม่ได้อยากได้โคมรั่ว ผมซื้อรถเอารถสภาพใหม่ ของดี  แต่ทำไมฮอนด้าทำโคมรั่วทุกคันให้กับลูกค้าล่ะ  เป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบแน่นอน

เปลี่ยนไฟท้ายฟรีด

ภาพไฟท้ายที่มีรอยแตกอยู่ด้านใน คาดว่าเป็นจุดที่ทำให้น้ำเข้าโคม ภาพนี้ถ่ายวันที่เปลี่ยนเป็นหลอด LED คือวันที่ 9jul2018

ก็เลยลองซื้อหลอดไฟจากร้านอื่นๆดู  คิดว่าหลอด  LED น่าจะทนกว่าหลอดระบบเดิม หลอด LED ขั้ว T20 ตัวนี้ได้มากจากร้านขายของแต่งรถในห้าง  ผมซื้อมาคู่ละ 490 บาท ซึ่งแพงกว่าของศูนย์มาก  และมันก็ทำงานได้ดี  แต่ดีแค่ไม่กี่วันแล้วมันก็พัง  เป็นบทเรียนที่จำแม่นเลยว่า ของข้างถนนไม่ทน สู้ของศูนย์ที่เป็นหลอดระบบเก่าก็ไม่ได้

หลอด LED ขั้ว T20 ซื้อข้างถนน ยี่ห้ออะไรก็ไม่รู้ ซื้อเปลี่ยนวันที่ 9jul2018 และถอดทิ้งวันที่ 4aug2018 ซึ่งมันเสียเปิดไม่ติดก่อนจะถอดไปหลายวันด้วยนะ  สรุปคืออายุการใช้งานประมาณ 25 วัน  ไม่ถึงเดือนพังแล้ว กำลังจะกลับไปใช้ของศูนย์สเป็คโบราณที่มันทนทานกว่ากันมากและราคาถูกกว่ามากด้วยนะครับ honda freed รถดีที่ไฟท้ายห่วย  แต่เราก็ทนใช้ได้เพราะรถมันยังคงน่าใช้

IMG_20180813_173013

หลอดใสๆในภาพบนนี้ด้านขวา 2 หลอด คือหลอด T20 ที่เป็นหลอดไส้ เป็นหลอดโบราณที่ใช้ในรถฮอนด้าฟรีด  หลอดชนิดนี้ยังมีผลิตขายอยู่  และผมก็กลับมาใช้หลอดแบบเดิม เลิกใช้ LED ในฟรีดไปแล้ว  ด้วยเหตุผลเรื่องความทนทาน

การแกะโคมไฟฮอนด้าฟรีด สามารถใช้ไขควงสี่แฉกหมุนน็อตแล้วดึงโคมออกมาเพื่อเปลี่ยนหลอดไฟได้  แต่น็อตที่อยู่กับรถของผมหัวแฉกมันเยินมาก  เข้าใจว่าโดนหมุนแรงๆ โดนหมุนแน่นๆมาก่อน  สี่แฉกมันใช้งานไม่ได้แล้ว  ก็เลยต้องใช้อุปกรณ์ที่เป็นแท่งสามเหลี่ยมหรือตัว  Y มันจะมีวงแหวนล้อมน็อตเอาไว้ทำให้หมุนได้

IMG_20180813_174713

เจ้าเหล็กตัว Y นี้จะมีวงแหวน 3 ระดับ  ระดับที่ใช้กับโคมไฟฮอนด้าฟรีดคือเบอร์ 8  ผมซื้อที่ตลาดนัดอันละ 20 บาท  ส่วนหลอดไฟโบราณ ขา T20 ผมซื้อหลอดละ 60 บาท ร้านอะไหล่ริมถนนทั่วไป  ไม่ได้ซื้อในศูนย์  แต่ราคาในศูนย์ก็ไม่เลวร้ายนะครับ  ใครหาร้านข้างทางไม่ได้ก็แวะศูนย์ไปเถอะ

ซื้อ T20 ได้ที่นี่ https://s.shopee.co.th/AUa1YMgPy6

ส่วนเรื่องน้ำเข้าโคมก็มีหลายท่านในกลุ่มผู้ใช้ฟรีดพบปัญหานี้  เรียกได้ว่าฟรีดแท้ต้องน้ำเข้าโคมทุกคัน มีทางออกที่มีคนแนะนำไว้คือ เจาะรูด้านล่างโคมให้น้ำไหลออก  ผมเห็นด้วยกับไอเดียนี้  น้ำเข้าก็ต้องมีทางให้ออก จะได้ไม่ขังไม่ชื้นข้างใน  เดี๋ยวถ้าได้รื้อเปลี่ยนหลอดไฟอีกครั้งจะเจาะบ้างแล้ว

ลดน้ำหนักง่ายๆแบบคนขี้เกียจ ตอนที่2 เราอ้วนขึ้นได้อย่างไร

“คนเราจะอ้วนขึ้นเพราะกินเยอะครับ”

เป็นคำตอบสั้นๆ  แต่จริง  เดี๋ยวลองมาดูกันยาวๆว่ามันเป็นไปอย่างไรกัน

นักโภชนาการเคยบอกว่า น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมจะคู่กับตัวเลข 7000 กิโลแคลอรี่  หมายความว่า ถ้าเราอยากลดน้ำหนัก 1 กิโลกรัม เราต้องเผาผลาญพลังงานในร่างกายให้ได้ 7000 กิโลแคลอรี่  หรือ ใช้ชีวิตให้ติดลบ 7000 กิโลแคลอรี่ นั่นเอง ซึ่งอาจจะทำโดยการออกกำลังกาย  ขณะเดียวกัน ถ้าเราจะเพิ่มน้ำหนัก 1 กิโลกรัม ก็ต้องกินให้ได้แคลอรี่ตกค้างในร่างกาย 7000 กิโลแคลอรี่  ที่ใช้คำว่าตกค้างก็เพราะว่า ต่อให้เรากินวันนี้เข้าไป 7000 กิโลแคลอรี่  พรุ่งนี้เราก็ขับถ่ายออกไปส่วนใหญ่ คงเหลือค้างไว้ในร่างกายคงจะไม่กี่ร้อยแคลอรี่  แม้จะดูเล็กน้อย แต่ถ้าทำหลายๆวันมันก็สะสมจนน้ำหนักตัวขึ้นมาได้นั่นเอง

นิสัยการกินแหลกนี่แหละที่ทำให้น้ำหนักตัวขึ้น  เพราะผมเป็นคนไม่ออกกำลังกาย  การกินอะไรเข้าไป ก็มีแนวโน้มจะเพิ่มน้ำหนักตัวอยู่แล้ว  สมมุตว่า ถ้าเรากินแล้วแคลอรี่สะสมในร่างกายเป็น +100 กิโลแคลอรี่ต่อวัน  เราจะใช้เวลา 70 วันที่จะน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น 1 กิโลกรัม  หรือสองเดือนเศษ  ถ้าทำต่อเนื่องปีนึงก็จะน้ำหนักขึ้น 100*365 / 7000 ก็จะได้ 5.2 กิโลกรัม  แปลว่า กินเพลินๆ กินทุกวัน กินเกินความต้องการของร่างกายไปเล็กน้อยสักปีนึง น้ำหนักขึ้น +5.2 กิโลกรัม  มันเป็นตัวเลขที่เป็นไปได้  สมมุติว่าเราไม่ได้กินล้นทุกวัน แต่กินแค่วันเว้นวัน เราก็จะน้ำหนักตัวขึ้นปีละ 2.6 กิโลกรัม  ถ้าผ่านไป 10 ปี น้ำหนัก +26 กิโลกรัม  ลองนึกดูว่าจริงไหม  ผมเคยหนัก 67 กิโลกรัมตอนอายุ 20  แต่พออายุ 40 ผมหนักประมาณ 90 กิโล  ส่วนต่างประะมาณ 23 กิโลกรัมนี้มีที่มาจากการกินล้นๆ กินเกินความต้องการ  ก็คือกินแหลกนั่นเอง

20120508_124306

กาแฟเย็นซื้อที่ปากซอยทุกครั้งที่เดินผ่าน

เราคงเคยคุยกับเพื่อนว่าปีนี้กินเยอะมากเลย  ไม่กี่เดือนน้ำหนักขึ้น 5 กิโล  มันก็มาจากการสะสมแบบนี้แหละครับ  ตัวเลข +100 กิโลแคลอรี่ต่อวันมาจากอาหารอะไรบ้าง  เราจะไม่พูดถึงอาหาร 3 มื้อที่เราต้องกินประจำนะครับ  แต่จะไปวิเคราะห์หาที่มาจากอาหารแปลกปลอมที่เราไม่จำเป็นต้องกินแต่เราดันกิน  มันคือ ขนม ของหวานต่างๆ รวมไปถึง กาแฟหวานๆ  จะร้อน จะเย็น ถ้ามีรสหวานก็คือปริมาณแคลอรี่ที่มากเกินความจำเป็นของร่างกายทั้งสิ้น  ของหวานเหล่านี้ต่อให้เราไม่กินเราก็อยู่ได้  แต่เราก็ชอบกิน  มันก็เลยสะสมเกิดเป็นพลังงานส่วนเกินและกลายเป็นน้ำหนักตัวไปในที่สุด

chiangmai-set1- (36)

กาแฟถ้าชงเองก็จะใส่ครีมและน้ำตาลด้วย

ผมกินแหลกอย่างไรบ้าง  ลองไล่ดูนะ  มื้อเช้ากินในบ้าน มีคนเตรียมให้ ผมกินอิ่ม มื้อเช้าใครๆก็กินเยอะอย่างสบายใจ  แล้วก็ต่อด้วยกาแฟร้อน ใส่กาแฟ  1 ช้อน น้ำตาล 1 ช้อน ครีม 1 ช้อน สูตรการชงกาแฟผมจะง่ายๆ 1 1 1 นั่นเอง  แต่บางครั้งก็ทำเป็น  2 2 2 เมื่อใช้แก้วใบใหญ่ขึ้น  สายๆ ประมาณสิบโมงกว่า  มีเดินไปชงกาแฟอีกแก้ว  พอถึงเวลาเที่ยง กินมื้อเที่ยง กินหมดจาน ข้าวราดด้วยผัดกระเพรากับไข่ดาวฟองนึง กินเต็มจาน อิ่ม  ยังมีน้ำอัดลมหรือกาแฟเย็นในมื้อนี้อีกแก้ว

inc huahin2feb2008-_MG_2806

อาหารแสนอร่อย ของทอด และ ปลาหมึกผัดกะเพรา ไขมันเพียบ

แล้วก็กลับมาทำงานรอบบ่าย  ชงกาแฟสักแก้วก่อนเริ่มงานรอบบ่าย  นั่งทำงานไป  บ่ายสามโมงอู้ไปเดินยืดเส้นยืดสาย ชงกาแฟอีกแล้ว  พอเลิกงาน เดินกลับบ้านหรือขับรถกลับบ้าน  ถ้าขับรถก็จะมีกาแฟกระป๋องกินไปกับการขับรถ  ก่อนจะขับรถกลับบ้าน ผมจะผ่านร้านขายลูกชิ้นทอด  ก็ซื้อกินสัก 20 บาท  พร้อมด้วยกาแฟเย็นอีกแก้ว  กลับมาถึงบ้าน กินมื้อเย็นเต็มจาน บางทีก็สองจานขึ้นอยู่กับกับข้าวน่ากินไหม  พอตกดึก ถ้าไม่ง่วงก็ชงกาแฟกินโดยนั่งทำงานหรือนั่งเล่นอินเทอเน็ตไปด้วย  พอตกดึก ก็ไปกินข้างนอก  บางครั้งก็ไปกินข้าวต้มกระเพาะหมู   บ้างก็เป็นเกาเหลากับข้าวถ้วยนึง  บางทีก็ฟู้ดแลนด์ ซึ่งที่ฟู้ดแลนด์จะมีเมนูประจำคือชุดอาหารเช้า ในนี้จะมี ไส้กรอก ไข่ดาว2ฟอง  ขนมปัง2แผ่น เนย แยม มีกาแฟร้อนอีกแก้วที่ผมจะตักครีมและน้ำตาลเติมเข้าไป  และบางวันก็ไปกินราดหน้าผัดซีอิ๊วซึ่งเป็นสิ่งที่ชอบมากๆ  ข้าวขาหมูก็มีขายทั้งแถวบ้านและแถวที่ทำงาน กินบ่อยเหมือนกัน

รูปถ่าย0093

ผัดซีอิ๊ว ทุกพื้นที่ผิวมีน้ำมันฉาบอร่าม ยิ่งมันยิ่งอร่อย

foodK-IMG_6195

ข้าวขาหมูที่ดูเหมือนเนื้อน้อยกว่ามัน

ก็กินซะขนาดนี้จะไม่สะสมจนล้นได้ยังไง  ทั้งหมดที่เล่ามาเป็นการกินใน 1 วัน  และกินแบบนี้เป็นปีๆ ในเวลาไม่กี่ปีที่ผมปล่อยตัวให้เคยชินกับการซื้อกินรายทางและกินหลายมื้อ ทุกอย่างที่กินก็ไขมันสูงทั้งสิ้น  จะเห็นว่าไม่มีเมนูเพื่อสุขภาพเลย  มันก็เลยทำให้น้ำหนักตัวขึ้นไปถึง 91.3 กิโลกรัม  ซึ่งอีกนิดเดียวจะร้อยกิโลอยู่แล้ว  ผมไม่ยอมเด็ดขาด  มันรับสภาพตัวเองไม่ได้  จากคนที่กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน กลายเป็นคนอ้วนไม่มีคอ  ไม่มีเอว  และที่สำคัญ เด็กในบ้านเรียกผมว่าอ้วน  มันเป็นภาพจำของเด็กไปแล้ว  แย่มากจริงๆความรู้สึกแบบนี้

รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี: เราจะสร้าง ‘คน’ ให้เป็น ‘หุ่นยนต์’ ที่แพ้หุ่นยนต์กันไปทำไม

http://www.tcdc.or.th/creativethailand/article/TheCreative/28491

 

ลดน้ำหนักง่ายๆแบบคนขี้เกียจ ตอนที่1 เริ่มต้น

ในชีวิตผมเองไม่เคยคิดว่าเรื่องน้ำหนักตัวจะสร้างปัญหา  หรือ อีกความหมายนึงคือไม่คิดว่าตัวเองจะอ้วน  ตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยก็กินแหลก  สมัยทำงานก็เป็นคนที่กินสารพัด กาแฟ ขนม กินเยอะมาก กินจนหมดโต๊ะ อาหารไม่หมดผมไม่หยุดกิน  และมีแฟนแต่ละคนก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นคนอ้วนไปจีบสาว  เวลาไปจีบใครแต่ละคน เราก็ไปชวนเขากินตลอด  คนที่บ่นเรื่องอ้วนจะเป็นผู้หญิง และผมก็เป็นคนฟังมาตลอด

ใช้ชีวิตจนเพลิน แม้หลังๆจะเริ่มรู้สึกว่าพุงใหญ่ขึ้น  จะรู้สึกว่า เสื้อผ้าชุดเก่าๆเริ่มแคบ แต่ก็ยังไม่ตระหนักว่ามันค่อยๆล้น  กางเกงหลายตัวใส่ไม่ได้  ยิ่งแต่งงาน ยิ่งเลี้ยงลูก ยิ่งกินดึก  บางวันผมก็ออกไปนั่งกินมื้อดึก  พอกินบ่อยๆก็ติดเป็นนิสัย  กลายเป็นว่าวันหนึ่งๆกินสี่มื้อ  นอกจากนี้ยังซื้อกาแฟเย็นกินทุกวัน ร้านที่เดินผ่านจะแวะซื้อประจำ  จนกระทั่งบางวันที่ผมอยากลองเปลี่ยนเป็นเมนูแบบอื่นต้องรีบตะโกนบอกคนขายว่า อย่าเพิ่งชง  ผมจะเปลี่ยนเป็นชาดำเย็นบ้าง  เพราะคนขายจะขายผมทุกวัน แค่เห็นเงาตะคุ่มๆของผมก็ยกถ้วยชงกาแฟขึ้นมาแล้ว

IMG_0341

ภาพนี้ผมแขม่วพุงแล้วนะ  คาดว่าน้ำหนักน่าจะประมาณ 90-91 กิโลกรัม

วันที่ถึงจุดที่ตัดสินใจจะลดน้ำหนักก็คือ  วันที่ลองชั่งน้ำหนักแล้วพบกับตัวเลข 91.3 กิโลกรัม  ผมตกใจสุดขีด และเสียใจอย่างไม่รู้จะเปรียบเปรยอย่างไร  อกหักจากสาวที่จีบไม่ติดสักคนยังไม่รู้สึกเลวร้ายเท่านี้  เพราะความจำในวัยเด็กถึงวัยรุ่นก็คือ  ผมหนัก 67 ตอนเรียนมหาวิทยาลัย และตอนทำงานใหม่ๆก็หนักประมาณ 72-75 กิโลกรัม ส่วนสูง 175cm  คู่กับน้ำหนัก 75 กิโลกรัมตามมาตรฐานชายไทย ผมเคยเป็นคนแบบนั้น  แต่วันที่น้ำหนักพีคไป 91.3 กิโลกรัม เหมือนโดนตบหน้า  เหมือนตราชั่งขึ้นป้ายว่า “ไอ้อ้วน”

IMG_0015

ตอนที่พีคขึ้นไปมากจนเห็นภาพตัวเองแล้วตกใจ

ผมหาวิธีลดน้ำหนักที่ลงทุนน้อยสุด ทั้งตัวเงินและเวลา เนื่องจากเป็นคนงกและคิดว่าคนเราไม่ควรเสียเงินเพื่อออกกำลังกาย  มันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตที่จะออกกำลังโดยไม่ต้องจ่าย  การเข้าฟิตเนสแล้วเสียเงินปีละหมื่นหรือมากกว่านั้นเป็นสิ่งที่ผมไม่ยอมทำแน่นอน  และอีกเหตุผลหนึ่งคือ ผมไม่มีเวลา  มันไม่มีเวลาจริงๆ  ถ้าจะต้องเข้าฟิตเนสวันละ 1 ชม. หรือ วิ่งที่ไหนสักแห่งวันละ 1 ชม. ก่อนไปวิ่งก็ต้องเตรียมตัวและเดินทาง  ตอนวิ่งเสร็จก็ต้องอาบน้ำและเดินทาง  การทำกิจกรรมวิ่ง 1 ชม.คนเราอาจต้องใช้เวลาร่วม 3 ชม. เพื่อจบทั้งกระบวนการ  ดังนั้น ผมไม่ต้องการใช้เวลาขนาดนี้  ถ้ามีเวลาวันละ 3 ชม. ผมอยากเอาไปฟังเพลง เอาไปอ่านหนังสือมากกว่า

อีกหลายเหตุผลคือ  เคยเห็นคนออกกำลังกายอย่างหน้าชื่นตาบานแล้วแชร์ภาพชีวิตดี๊ดีทางเฟสบุ๊คหรือเว็บบอร์ด  ทั้งการวิ่งพร้อมด้วยอุปกรณ์ไฮเทค ร้องเท้าจัดหาเพื่อการวิ่ง นาฬิกานับก้าวหรือนับแคลอรี่ รวมถึงนับอัตราการเต้นของหัวใจ   การขี่จักรยานที่ต้องใช้จักรยานหน้าตาเหมือนลงแข่งพร้อมทั้งเสื้อผ้าหน้าผมแบบเต็มยศราวกับจะไปแข่งโอลิมปิค  จะใช้จักรยานแม่บ้านก็ไม่ได้  …. สำหรับผมเรียกว่าไร้สาระ ไร้ประสิทธิภาพ และหลายคนในภาพ ไม่ผอมลง  ซึ่งมันก็ตามมาด้วยคำอธิบายว่า ไม่ได้ลดน้ำหนัก  เขาออกกำลังหัวใจ   ว้าวมาก  หัวใจก็ต้องออกกำลังนะครับ  ผมยังเข้าไม่ถึง  ผมแค่จะลดพุงและลดน้ำหนักตัวให้กลับไปเป็นคนหุ่นปกติ ไม่ใช่คุณลุงพุงยื่น และมองไม่เห็นปลายเท้าตัวเอง  แต่ผมไม่ปฏิเสธว่าการวิ่งทำให้น้ำหนักลดได้  แต่ผมไม่อยากวิ่ง มันเหนื่อย และไม่ได้การันตีว่าจะผอมลง

การออกกำลังกายหัวใจ โซน 1 2 3 คืออะไร เป็นความรู้ใหม่ และผมตัดสินใจยังไม่รับในตอนนี้  แม้จะทำความเข้าใจไปแล้ว  แต่ก็เลือกไม่รับ รอให้พ้นภารกิจแรกไปก่อน  เพราะว่า ผมยังไม่ให้ความสำคัญในลำดับแรก แม้อนาคตผมจะหัวใจวายจากอะไรสักอย่าง แต่ผมเชื่อว่ามันไม่เกี่ยวกับการออกกำลังกายในวันนี้ วันที่ผมอายุ 40+  เพราะผมปล่อยให้ร่างกายต่อสู่ลำพังมา 40 ปีกว่าปีโดยไม่มีความรู้เรื่องหัวใจแล้ว ดังนั้น ผมปล่อยผ่านไปก่อน  แต่เดี๋ยวการลดน้ำหนักในภารกิจนี้ทั้งหมดจะทำให้เราปรับอาหารการกินเราจะไม่เอาของทำลายหัวใจเข้าร่างกายเช่นกัน เรื่องหัวใจไม่ต้องห่วงเลย

IMG_0109.JPG

ภาพหมู่ พ่อแม่ลูก อ้วนจนรู้สึกอึดอัด

ผมไม่อยากเป็นลุงพุงพรุ้ย  เป็นไอ้อ้วนหน้าตาหน้ากลัว  ลูกผมน่ารัก  แฟนผมน่ารัก ทำไมเขาต้องถ่ายรูปกับไอ้อ้วน  ขอภาพครอบครัวที่สวยงามแบบพระเอกนางเอกเลยได้ไหม  การมีหน้าตาสดใส มั่นใจในตัวเอง และดูแข็งแรงสุขภาพดี มันดีต่อทุกคนในภาพ

เครื่องรับวิทยุ sony

เครื่องรับวิทยุราคาหลักร้อยบาทซื้อในห้าง  เป็นเครื่องรับวิทยุ fm am แบบหมุนหาคลื่น  ใช้ถ่าน AA 2 ก้อน ทำให้ง่ายต่อการใช้งาน พกพาไปไหนต่อไหนได้  คุณภาพเสียงจะเน้นกลางแหลมเป็นหลัก ทำให้ฟังเพลงไม่ได้เพราะมากเท่าเครื่องเสียงชั้นดี  แต่เสียงพูด เสียงพิธีกรจะชัดมาก  เพราะกลางแหลมที่ชัดและโดนปรับให้แทงหูนิดๆ  ฟังนานๆก็รู้สึกล้าหูได้  แต่มันก็ทำหน้าที่ถ่ายทอดข่าวได้อย่างสมบูรณ์  ถ้ามีเหตุการณ์ภัยพิบัติ และต้องติดอยู่ในที่ซึ่งห่างไกลความช่วยเหลือ  การรอฟังข่าวจากทางการทางวิทยุจะเป็นทางเดียวที่มีโอกาสรับสารได้สูงที่สุด  ในญี่ปุ่นประเทศซึ่งมีภัยพิบัติหลายชนิด  วิทยุเป็นสิ่งจำเป็นที่จะอยู่ในถุงยังชีพ

 

IMG_20180109_175823

 

IMG_20180109_175840

 

IMG_20180109_175911

 

IMG_20180109_175855