ปรับปรุงเครื่องกรองฝุ่น ใส่ฟิลเตอร์คุณภาพสูง

เพื่อนที่ทำงานติดตั้งระบบท่อแอร์และท่อประปาได้คุยกับผมเรื่องฟิลเตอร์กรองฝุ่น  เขาแนะนำให้ผมรู้จักฟิลเตอร์ชนิดหนึ่งที่ใช้ติดกับระบบแอร์  และในบ้านเขาก็ใช้ฟิลเตอร์นี้ในการรับมือกับฝุ่น pm2.5 ที่กำลังปกคลุมประเทศไทยอยู่ในช่วงนี้  และเพื่อนก็ใจดีแบ่งให้ผมมาลองใช้งานดู

pic59734_js mat

 

ฟิลเตอร์ชนิดนี้เรียกว่าอะไรผมก็ไม่ได้รู้จักชื่อที่ถูกต้อง  รู้แต่ว่ามันเป็นชนิด g4 ที่มีคุณสมบัติกรองฝุ่นขนาด 1ไมครอนได้ประมาณ 90% นั่นก็หมายความว่า ฝุ่น pm2.5 ก็สามารถกรองได้อย่างไม่มีปัญหา  ก็เลยทำการทดลองกับกล่อง DIY ที่ทำขึ้นมา

2019-02-10_06-46-13

กล่องนี้ ในตอนที่แล้วผมสร้างจากกล่องใส่นม uht และใช้หน้ากากอนามัย 2 แผ่นแทนฟิลเตอร์กรองฝุ่น  ติดพัดลมด้านหนึ่งของกล่อง  และติดฟิลเตอร์ด้านตรงข้ามกับพัดลม  ผลการวัดค่าด้วยเครื่องวัดฝุ่น Xiaomi air detector ก็ทำงานได้ดีระดับนึงคือลดฝุ่นลงได้ประมาณ 50%  แต่ยังไม่ดีเท่ากับเครื่องฟอกอากาสที่ทำขายกันในห้าง  แต่ก็ถือว่าหลักการทำงานใช้งานได้เช่นกัน

 

เมื่อได้ฟิลเตอร์ G4 มาทดสอบ  ก็จัดการรื้อหน้ากากอนามัยออก แล้วเอาฟิลเตอร์ตัดเท่ากับกล่อง มาปิดแทนหน้ากากอนามัย  ใช้เทปพันสายไฟติดฟิลเตอร์เข้ากับตัวกล่อง  แล้วก็ทดลองใช้งาน วัดค่าฝุ่นที่ออกมาจากกล่องนี้  ผลก็คือ มันทำงานได้ดีมาก  ลดฝุ่นในห้องจาก 10ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เหลือ 1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรเท่านั้น นั่นหมายความว่าฟิลเตอร์ตัวนี้ทำงานได้ตรงสเป็คเลย

 

 

 

IMG_20190209_215444

 

 

IMG_20190209_215409

 

 

 

 

IMG_20190209_215255

 

เห็นแบบนี้แล้วก็รู้สึกอยากจะออกแบบเครื่องกรองอากาศขึ้นมาใช้เองเลย  ถ้าใส่กล่องไม้ในรูปทรงที่ดูดี ใช้พัดลมที่ตัวใหญ่ แรงลมเยอะ และเสียงเบาลง  รวมถึงจะได้ออกแบบกล่องที่ใหญ่พอสำหรับติดฟิลเตอร์ขนาดใหญ่เพื่อให้เครื่องกรองฝุ่นสามารถลดฝุ่นในห้องได้เร็วกว่ากล่องขนาดเล็ก  มันจะเป็นเครื่องกรองฝุ่นที่น่าใช้มาก  เพราะมันสวยตามใจเรา  เพราะมันเป็นของที่เราทำเอง และเพราะมันทำงานได้ดีด้วย

 

 

สรุป

เครื่องฟอกอากาศ หรือเครื่องกรองฝุ่น ใช้เทคโนโลยีไม่ซับซ้อน คนทั่วไปสามารถสร้างขึ้นเองได้  อาศัยเพียงพัดลมและฟิลเตอร์กรองฝุ่นเท่านั้น  พัดลมเราหาได้จากอะไหล่อิเล็คทรอนิกส์ที่เหลืออยู่ในบ้าน  หาได้จากคอมพิวเตอร์เก่า หรือแม้แต่ร้านขายอะไหล่ไฟฟ้าก็น่าจะมีขายอยู่ในราคาไม่ถึง100 บาท  แหล่งจ่ายไฟเราได้จากหม้อแปลงเก่าๆ จะใช้ 12v ก็ได้  จะใช้ 5v ก็ได้ ขึ้นอยู่กับพัดลมที่เราเลือกใช้  หม้อแปลงเก่ามันก็น่าจะมาจากของเหลือในบ้านอีกเช่นกัน  บ้านที่ใช้อินเทอเน็ตความเร็วสูงก็จะมีเร้าเตอร์ที่ใช้งานมายาวนาน เปลี่ยนความเร็วอินเทอเน็ตก็ต้องเปลี่ยนเร้าเตอร์  ของเก่าก็เลิกใช้ หม้อแปลงเก่าจากเร้าเตอร์เก่าๆก็เก็บวางไว้เฉยๆ หรือบางคนอาจใช้หม้อแปลงจากexternal harddisk ที่คนเล่นเน็ตมักจะซื้อติดบ้านไว้อยู่แล้วตั้งแต่อดีตนานแสนนาน  ฮาร์ดดิสก์ที่ซื้อเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ป่านนี้ก็ไม่พอใช้ต้องซื้อใหม่แน่นอน  เหลือหม้อแปลงแน่ๆ  ส่วนฟิลเตอร์ก็จะเป็นตัวสำคัญที่สุด  เราลดฝุ่นได้มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับฟิลเตอร์  หน้ากากอนามัยชิ้นละ 5 บาท 2ชั้นก็10บาท ซื้อได้ไม่ต้องคิดเลย  ใส่ 2 ชั้นก็ทำงานได้   หรือจะใช้ฟิลเตอร์เฉพาะทางแบบผมก็ได้  หรือจะใช้ฟิลเตอร์กรองแอร์ที่อยู่ในรถยนต์ก็ได้  ฟิลเตอร์กรองแอร์ก็ทำงานดักฝุ่นที่ระดับ 0.3ไมครอนได้เช่นกัน  กรองแอร์ในเว็บขายของก็มีราคาชิ้นละร้อยกว่าบาทเท่านั้น

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562  บันทึกไว้เพื่อเป็นแนวทางสำหรับคนงบน้อย และคนไม่อยากซื้อเครื่องกรองอากาศเยอะเกินไป   และในวันนี้ค่าฝุ่นในอากาศก็ลดระดับลงมาอยู่ในระดับปกติแล้ว  มันลดลงมาสัก  7 วันแล้ว  แต่พยากรณ์ค่าฝุ่นจากเว็บก็บอกว่า อาจจะมีฝุ่นปกคลุมอีกระลอกในวันที่ 14-15 กุมภาพันธ์ 2562  เตรียมของไว้ก็ไม่เสียหายนะครับ

.

.

.

.

.

.

.

 

แถมให้อีกภาพครับ

ด้านซ้ายคือยังไม่เสียบไฟ พัดลมยังไม่หมุน เครื่องยังไม่ทำงาน

ด้านขวาคือเสียบปลั๊ก เปิดเครื่องทำงานไปประมาณ 2 นาที

PHOTO_COLLAGE1549821521206

บันทึกขอบฟ้าใส่เล่มใหญ่ 21jan2019

บันทึกขอบฟ้าใส่เล่มใหญ่ 21jan2019

IMG_4938

ขอบฟ้าได้ดูหนังในโรงหนัง  สามารถดูหนังที่มีเรื่องราวซับซ้อนได้  จำตัวละครและความต่อเนื่องของแต่ละตัวได้  หนังเรื่องอินฟินิตี้วอร์เป็นหนังที่ขอบฟ้าอยากดู  และได้มีโอกาสดูทางเคเบิ้ลทีวีหลายรอบ  นอกจากนี้ ยังได้อ่านเรื่องทศกัณฐ์โดยการให้พ่อแม่อ่านให้  และดูจาก youtube ขอบฟ้าจำตัวละครในเรื่องนี้ได้หลายตัว  และก็สนุกกับการดูการฟังซ้ำๆ

 

ขอบฟ้าคุยกับพ่อเรื่องต้นไม้ เรื่องอ๊อกซิเจน เรื่องคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ ขอบฟ้าสนใจเรื่องธรรมชาติของต้นไม้  และได้เรียนรู้เรื่องข้าวและผลิตภัณฑ์ทำจากข้าว  เวลาไปเที่ยวแล้วเจอกิจกรรมเกี่ยวกับต้นไม้และข้าว  ขอบฟ้าก็จะสนใจและร่วมกิจกรรมได้นานและไม่กลัวน้ำโคลน

 

พ่อลูกคุยเรื่องอ๊อกซิเจนมาจากไหน  เอาน้ำมาแยกเป็นอ๊อกซิเจนและไฮโดรเจนได้ ขอบฟ้าจำได้ว่าดาวอังคารมีน้ำแข็งอยู่ที่ขั้วโลกของดาว  และเชื่อมโยงได้ว่าเราน่าจะละลายน้ำแข็งมาใช้  เพราะเราจะมีน้ำ มีอ๊อกซิเจน และมีพลังงานให้ใช้บนดาวอังคาร  ขอบฟ้ายังอยากเป็นนักบินอวกาศ  และอยากเป็นนักฟุตบอล  ขอบฟ้าเคยถามแม่ว่า คนเราสามารถเป็น 2 อย่างได้ไหม  แม่ก็ตอบว่าได้ เราอยากเป็นอะไรก็ได้กี่อย่างก็ได้ที่เราต้องการ

 

ขอบฟ้ายังไม่สามารถยอมรับกับความพ่ายแพ้ได้  บางครั้งก็ดูเหมือนจะดีขึ้น  แต่ก็มีบทเสียใจ ร้องไห้ และไม่เล่นต่อด้วยความกลัวแพ้  พ่อแม่พยายามชวนเล่นหลายกิจกรรมเพื่อให้มีการแพ้ชนะปนกัน เพื่อให้สามารถปรับตัวรับความพ่ายแพ้ให้เป็น

ทำเครื่องกรองอากาศจากของเหลือ

เครื่องกรองอากาศเป็นสิ่งที่ไม่มีอะไรซับซ้อน ต้องการเพียงให้มีลมพัดผ่านฟิลเตอร์ก็ทำงานได้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเครื่องกรองอากาศระดับเทพแค่ไหนก็จะมีหลักการไม่ต่างกัน ในช่วงเดือนมกราคม2562 เป็นช่วงที่ฝุ่น pm2.5 ปกคลุมประเทศไทยหนักมาก หลายคนตื่นตัวเรื่องการป้องกัน หาซื้อหน้ากากกันจนขาดตลาด และเครื่องฟอกอากาศหรือเครื่องกรองอากาศก็ขายดีมากจนหลายๆห้างของหมดกันเลย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผมเองก็ซื้อเครื่องกรองอากาศใช้เช่นกัน และก็ศึกษาหาข้อมูลว่ามันทำงานอย่างไร เมื่อรู้หลักการพื้นฐานแล้วก็รู้สึกว่าอยากทำเอง แต่เราก็ไม่ได้มีฟิลเตอร์ดีๆ และไม่ได้มีพัดลมเงียบๆให้ใช้ หรือมีเราก็ไม่รู้แหล่งผลิตในไทย

แต่สถานการณ์ฝุ่นยังไม่ได้ดีขึ้น โรงเรียนประกาศหยุดเรียน รัฐบาลก็แก้ปัญหาไม่ตรงจุด เราก็ต้องดูแลตัวเอง และในบ้านก็มีห้องหลายห้อง แม้ว่าเราจะซื้อเครื่องกรองอากาศวางในห้องนอน แต่ห้องอื่นๆก็ยังอยากมีระบบกรองอากาศ จะให้ซื้อเครื่องกรองสำหรับทุกห้องก็ใช้เงินเยอะมาก ไม่สามารถจะจ่ายได้ขนาดนั้น เลยลองทำเองดีกว่า

 

 

 

 

 

IMG_20190203_133811

ใน youtube มีตัวอย่างการดัดแปลงง่ายๆหลายอย่าง หลักการก็เพียงแค่นำฟิลเตอร์มาติดกับพัดลม ผมก็เลยลองหาอุปกรณ์เหลือใช้ในบ้านมาลองทำบ้าง ก็ไปรวบรวมของเก่ามาดังนี้

  1. พัดลม ถอดจากคอมพิวเตอร์เก่าๆ เป็นพัดลมระบายความร้อน cpu ใช้ไฟ 12v
  2. กล่องกระดาษได้จากกล่องใส่นมกล่อง uht ที่ลูกกินทุกวัน
  3. หม้อแปลง 5 v หรือ 12v ก็ได้ ซึ่งได้จากอุปกรณ์เก่าๆที่ตัวเครื่องเสียหรือเลิกใช้แล้ว
  4. ฟิลเตอร์กรองฝุ่นใช้ของเหลือจากหน้ากากกันฝุ่นที่มีอยู่

 

 

 

 

 

 

 

IMG_20190203_133642

นำกล่องกระดาษมาเจาะรูด้านหน้าเพื่อใส่พัดลม ด้านหลังเจาะรูเพื่อเป็นช่องอากาศเข้า นำฟิลเตอร์หรือหน้ากากกันฝุ่นมาบังรูด้านหลังไว้ ทำที่คล้องให้กับสายคล้อง เพื่อให้เราเปลี่ยนหน้ากากกันฝุ่นได้สะดวก ต่อไฟเลี้ยง 5v ให้กับพัดลม 12v ซึ่งพัดลมก็ทำงานได้ หมุนเบาลงกว่าสเป็คเต็มกำลัง ลมยังคงพัดและดูดอากาศผ่านฟิลเตอร์ได้ ข้อดีของการใช้ไฟเลี้ยงต่ำลงก็คือ พัดลมจะมีเสียงการทำงานที่เบาลงมาก หากเราใช้งานเต็มกำลังเสียงลมจะดังมาก ดังจนรำคาญเลย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

IMG_20190203_133710

ส่วนหน้ากากที่ใช้เป็นฟิลเตอร์ก็ใช้ของเหลือที่กำลังจะทิ้ง เนื่องจากหน้ากากอนามัยไม่ทน หากโดนน้ำลาย โดนลมหายใจชื้นๆของผู้ใช้งานมันก็จะหมักหมมและไม่น่าใช้แล้ว เป็นของที่เตรียมทิ้ง ผมก็หยิบมาใช้งานแทน เพราะมันไม่เปื้อน และลมเป่าจากพัดลมก็ทำให้มันแห้งไปแล้ว หากเราอยากกรองฝุ่นระดับ pm2.5 เราก็สามารถเลือกใช้หน้ากากที่กันฝุ่น pm2.5 มาใส่ได้เลย แต่ผมเลือกใช้หน้ากากอนามัยแบบธรรมดาซ้อนกัน 2 ชั้น ผู้รู้หลายๆท่านแนะนำไว้ว่าใช้2ชั้นก็จะกรองฝุ่น pm2.5 ได้ 90% นั่นเอง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

IMG_20190203_133626

ประกอบเสร็จก็ทดลองใช้ เสียงพัดลมจากไฟ 5v ให้ความเงียบได้น่าพอใจ คือไม่ดังมาก เราสามารถเปิดเครื่องกรองแล้วฟังเพลงในห้องได้ไพเราะเหมือนเดิม ไม่รำคาญแบบพัดลมแรงๆ ส่วนค่าฝุ่นที่ผ่านเครื่องกรองตัวนี้ก็ลดลงจริง เราดูได้จากมิเตอร์วัดฝุ่นรุ่น Xiaomi air detector

 

 

 

 

 

 

 

 

IMG_20190203_133700

สรุป ระบบกรองอากาศเป็นระบบที่ไม่ได้มีเทคโนโลยีซับซ้อน ต้องการเพียงแค่ระบบพัดลมกับฟิลเตอร์เท่านั้น บริษัทผู้ผลิตในไทยควรจะพัฒนาและทำผลิตภัณฑ์เพื่อกรองอากาศออกมาให้เพียงพอกับความต้องการในประเทศ จะได้ไม่ต้องซื้อของนอกให้เงินตรารั่วไหล

 

IMG_20190205_054610

 

 

 

IMG_20190205_054557

ผลการทดลองใช้เครื่องกรองในห้องทำงาน เป็นห้องมีประตูมิดชิด ไม่เปิดแอร์ เปิดไว้ประมาณ 8 ชั่วโมง ใช้ Xiaomi air detector เป็นตัววัดค่อยเก็บค่าทุกชั่วโมง เร่ิมต้นการวัดที่ค่าฝุ่น39 ได้ผลตามภาพนี้

 

 

 

 

 

 

IMG_20190204_195440

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Screenshot_20190205-051033

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Screenshot_20190205-051043

 

 

Screenshot_20190205-051051

 

 

 

 

Screenshot_20190205-051059

สรุปผลคือ ตัวเครื่องกรองอากาศรุ่น DIY นี้ ลดฝุ่นได้เล็กน้อย เพราะผลการวัดมีค่าฝุ่นลดลงจริงๆ แต่ประสิทธิภาพต่ำกว่าเครื่องที่ทำขายอยู่มาก ด้วยเหตุที่ใช้พัดลมตัวเล็ก และฟิลเตอร์มีพื้นที่อากาศไหลผ่านไม่มาก ถ้าอยากเพิ่มความสามารถให้เครื่องกรองรุ่นนี้ จะต้องใช้พัดลมขนาดใหญ่ขึ้น และใช้ฟิลเตอร์กรองที่ใหญ่ขึ้นเช่นกัน ผมคิดว่าถ้าใช้ในพื้นที่เล็กๆ กรองแค่บนโต๊ะทำงาน หรือ หัวเตียง ก็น่าจะทำให้เรารับฝุ่นน้อยลง ถ้าเราได้เครื่องนี้มาฟรีๆจากเศษวัสดุเหลือใช้ ทำใช้ก็ดีกว่าไม่มีใช้

เริ่มใช้เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi

IMG_0126

 

Xiaomi air purifier 2s ตัวนี้ผมเพิ่งได้มาหมาดๆในวันนี้เลย  สืบเนื่องมาจากช่วงนี้เป็นช่วงฝุ่นปกคลุมประเทศไทย  และกรุงเทพก็อาการหนักมาก  ฝุ่นชนิด pm2.5 มันปกคลุมซะจนถนนหนทางมองไปเจอแต่ฝุ่นสีขุ่นๆ  เลยอยากได้เครื่องฟอกอากาศสักเครื่องมาใช้งาน

IMG_0128

ติดต่อซื้อกับเพื่อนแล้วก็ได้มาในวันนี้  จัดการรื้อออกจากกล่องแล้วก็เสียบปลั๊กๆ เริ่มต้นใช้งานเครื่องฟอกตัวนี้ก็เลยบันทึกภาพเก็บไว้  เมื่อเริ่มเปิดเครื่องโดยการกดปุ่มเพาเวอร์เพียงครั้งเดียวตัวเลขที่แสดงบนจอภาพก็ขึ้นมาระดับ 104 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร   ระบบการทำงานของ Xiaomi 2s ตัวนี้ถูกตั้งให้ทำงานอัตโนมัติ พัดลมดูดอากาศด้านในจะหมุนเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับปริมาณฝุ่น  กดปุ่มเปิดเครื่องครั้งแรก เครื่องจะทำงานในโหมด Auto ทันที  ถ้าฝุ่นเยอะพัดลมจะหมุนเร็ว ได้ยินเสียงชัดเจน แต่ยังไม่รำคาญมาก  และถ้าเข้าสู่ระดับฝุ่นน้อย ไฟแสดงสถานจะจะเปลี่ยนจากแดงเป็นเขียว  พัดลมก็จะหมุนช้าลง

 

ระดับเสียงของพัดลมตอนทำงานปกติแทบไม่ได้ยินเสียงเลยหากเราใช้งานในห้องแอร์  เพราะแอร์ในห้องจะทำงานเสียงดังกว่า Xiaomi ชัดเจน  ทำให้เราไม่ได้ยินเสียงจากเครื่องกรองอากาศเลย  ส่วนในโหมดเบา ตอนที่ฝุ่นน้อยๆ จะต้องนั่งฟังใกล้ๆถึงจะได้ยินเสียงกว่าเครื่องทำงานอยู่  หากเราอยู่ห่างจากเครื่อง 1 เมตร เราแทบไม่ได้ยินเสียงการทำงานของมันเลย  และหากเรากดให้เครื่องทำงานในแบบ night mode เสียงที่ว่าเบาแล้ว ก็จะเบาลงไปอีกเท่าตัว  ต้องเงี่ยหูฟังใกล้ๆ หรือเอามือไปจ่อด้านบนเพื่อสัมผัสดูว่าลมออกไหม ซึ่งลมก็ยังคงออกอยู่ตลอดเวลา  ดังนั้นในเรื่องของเสียง ถือว่า Xiaomi ทำงานได้เบามาก  เบาที่สุดเมื่อเทียบกับเครื่องกรองอากาศอื่นๆที่ผมเคยใช้งานมา

 

จุดเด่นของ  Xiaomi air purifier 2s ก็คือ มีปุ่มเปิดเครื่องแค่ปุ่มเดียวด้านบน  กด1 ครั้งเพื่อเปิด  กด 1 ครั้งเพื่อเปลี่ยนโหมด  หากอยากปิดเครื่องให้กดค้างสัก 3 วินาที เครื่องก็จะปิดตัวเองลง  การมีปุ่มเดียวมันเข้าใจง่าย  เครื่องอื่นๆที่เคยใช้งานมีปุ่มจำนวนมาก  การมีปุ่มมากทำให้เกิดอาการมึนงงว่ามันคืออะไรบ้าง  มันอาจจะเอาไว้ใช้ปรับให้ละเอียดตรงกับความต้องการ  แต่ความต้องการจริงๆในการใช้งานเครื่องกรองอากาศคือ กรองอากาศให้ฝุ่นน้อยที่สุด และอย่าส่งเสียงดัง นั่นก็ใช้แค่ปุ่มเดียวก็พอ ถือว่า Xiaomi เข้าใจความต้องการของผู้ใช้ได้อย่างแท้จริง

 

ลูกเล่นอื่นๆของ Xiaomi 2s ตัวนี้ ก็มีเรื่องหน้าจอแสดงสถานะฝุ่น  pm2.5 และสามารถเชื่อมต่อกับ wifi ในบ้านเพื่อสั่งงานและมอนเตอร์ค่าฝุ่นจาก app  ในโทรศัพท์มือถือได้  แม้ว่าเราจะไม่ใช้อินเทอเน็ต ไม่ได้อยากเชื่อมเข้า wifi เครื่องก็ยังทำงานได้  ยังคงเปิดปิดได้  และยังคงเปลี่ยนโหมดการทำงานด้วยปุ่มกดได้  การมี app เอาไว้สั่งการก็เป็นเพียงทางเลือกอำนวยความสะดวกเท่านั้น

 

ไส้กรองของ Xiaomi เป็นรุ่นที่กรองฝุ่นในระดับ hepa หรืออนุภาคขนาดเล็กได้  ฝุ่น pm2.5 ที่สร้างปัญหาให้กับทั่วโลกก็จะโดนดักเก็บด้วยฟิลเตอร์ตัวนี้ได้  การใช้เครื่องกรองอากาศรุ่นนี้จึงช่วยแก้ปัญหาฝุ่นควันในกรุงเทพได้ดีมาก  หากฝุ่นภายนอกบ้านอยู่ในระดับ ร้อยกว่า  ฝุ่นในห้องนอนก่อนเปิดเครื่องจะอยู่ที่ค่าประมาณ 60-90 หน่วย  และเมื่อเปิดเครื่องทำงาน ภายในเวลาประมาณ 20 นาที ค่าฝุ่นในห้องก็จะลดลงไปเหลือระดับประมาณ 20-30 หน่วย และหากผ่านไปหลายชั่วโมง ค่าฝุ่นก็จะลดลงไปเหลือที่ระดับ 10-20 หน่วย ซึ่งหากเป็นวันที่ฝุ่นด้านนอกน้อย  ค่าฝุ่นในห้องนอนตอนเช้าจะอยู่ระดับไม่ถึง 10 เท่านั้น

 

สรุป

Xiaomi air purifier 2s ทำงานกำจัดฝุ่น pm2.5 ได้จริงในห้องที่ขนาดไม่เกิดสเป็คที่ระบุไว้  แม้จะเอาไปใช้กับห้องที่ใหญ่ขึ้น ปริมาณฝุ่นในห้องก็ลดลงได้เช่นกัน  ก็คือว่าทำงานได้ผลดีมาก  ราคาไม่แพง และเสียงรบกวนของพัดลมเราแทบไม่ได้ยินเลย  นับว่าเป็นของที่ออกแบบมาได้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้อย่างแท้จริง

 

 

ตัวอย่างถ่ายภาพรองเท้าเด็ก

ผมรับงานถ่ายภาพร้องเท้าเด็กมางานหนึ่ง  ลักษณะงานจะต้องจัดถ่ายในภาพแสงที่เคลียร์ ฉากขาว เพื่อใช้ภาพทำแค็ตตาล็อค  และใช้ในเว็บเป็นหลัก  ก็เลยจัดการถ่ายในกล่องดัดแปลงที่ผมใช้ประจำ  กล่องนี้สร้างเงินมาหลายแสนบาทแล้ว  ก็ยังคงใช้งานกันต่อไป  แต่ในครั้งนี้จะมีเรื่องพิเศษกว่าครั้งอื่นๆก็ตรงที่ผมจะให้ลูกเป็นผู้ช่วย

 

PHOTO_COLLAGE1549169504935

 

ปกติการถ่ายภาพลักษณะนี้ผมจะทำงานคนเดียว  วางรองเท้า แล้วถ่ายภาพด้วยแฟลช  ค่าแสงแฟลชก็วัดและปรับตั้งให้แสงแฟลชมีค่าสว่างตามที่ต้องการ แล้วก็หยิบสินค้าไปวาง จัดให้ได้รูปแบบที่ต้องการ แล้วก็ถ่ายภาพ  แล้วก็เปลี่ยนสินค้า  งานส่วนที่เป็นการวัดแสงและการถ่ายก็ยังคงเป็นตัวเราเหมือนเดิม  แต่งานที่หยิบของเข้าไปวาง จัดวางในท่าทางที่ต้องการ และหยิบออกเมื่อถ่ายภาพเสร็จผมก็จัดแจงให้ลูกเป็นคนทำให้  โดยมีข้อตกลงกันว่า ผู้ช่วยทำงานจะมีค่าแรงให้ชั่วโมงละ 60 บาท  ลูกชายผมก็ตกลง  เราก็เลยได้เริ่มงานกัน  แต่รอบนี้ผมจะไม่ใช้แฟลช  เพราะจะยกกล่องมาถ่ายกับลูกที่บ้าน ไม่ได้ถ่ายจากที่ทำงาน  งานถ่ายที่บ้านผมไม่ขนแฟลชมาด้วย  ตัดสินใจใช้แสงธรรมชาติในการถ่ายครั้งนี้

 

IMG_0116
IMG_0094
IMG_20190203_093340

การถ่ายภาพด้วยแสงธรรมชาติเป็นเรื่องที่มีจุดที่ต้องพิถีพิถันหลายจุด สิ่งที่สำคัญมากและต้องทำให้แม่นยำก็คือการตั้งค่า whitebalance ให้ได้ค่าที่ต้องการ เพื่อให้ภาพมีโทนสีที่ถูกต้องที่สุด  การถ่ายภาพในกล่องขาวแบบนี้ผมจะใช้ค่า whitebalance แบบ custom whitebalance ซึ่งในบทความเก่าๆมีการพูดถึงการตั้งค่าแบบ custom ไว้หลายครั้งแล้ว

2019-02-15_05-06-42

ผมจบงานถ่ายภาพครั้งนี้ในเวลาประมาณ 1.30 ชั่วโมง จากการมีผู้ช่วย 2 คน  เลยต้องจ่ายค่าแรงสำหรับ 2 คนเป็นเงิน 120 บาท  พ่อได้งาน ลูกได้ความรู้  ขอขอบคุณนายจ้างผู้แสนดีที่ให้โอกาสในการฝึกฝนลูกเกี่ยวกับการถ่ายภาพ

 

ลดฝุ่นด้วยการลดการใช้พลังงานกันเถอะ

PHOTO_COLLAGE1548430128369

ถ้าวันนึงลูกเราออกไปใช้ชีวิตนอกห้องไม่ได้ ก็เป็นเพราะเราส่งต่อโลกเน่าๆให้เขาเอง ลดการใช้พลังงานคือหนทางเดียวที่จะลดฝุ่นควัน ไม่มีพลังงานทางเลือกที่สะอาดไปกว่าการไม่ใช้พลังงาน อย่าไปรอการแก้ไขจากคนอื่น เริ่มลดการใช้พลังงานเท่าที่เราทำได้ มันดีและเร็วที่สุด

ฝุ่น pm2.5 เป็นฝุ่นขนาดเล็กที่เข้าสู่กรุงเทพมาหลายปีแล้ว  แต่ในหลายปีก่อนไม่มีใครรู้ว่ามันคือฝุ่น pm2.5  แม้แต่ผมเอง ช่วงเดือน ธันวาคม 2560 หรือ 13 เดือนที่แล้วผมก็เจอสถานการณ์ที่มีฝุ่นปกคลุมกรุงเทพ แต่วันนั้นผมยังคิดว่าเป็นหมอกอยู่เลย

IMG_5862

ภาพบนถนนบรมราชชนนี ที่มีแสงแดดส่องแล้วมีลำแสงลอดผ่านสะพานยกระดับ  เกิดเป็นแสงสวยๆวางเอียงๆตามมุมของดวงอาทิตย์  นาทีที่ผมเห็นผมก็ตื่นเต้นดีใจ หยิบกล้องขึ้นมาถ่ายเอาไว้  สิ่งที่อยู่ในภาพนั้น ยังไม่ชัดเท่ากับสิ่งที่มองเห็นด้วยสายตา  ผมดีใจที่มีหมอกลงและแสงสวย  นี่คือความเข้าใจในวันนั้น  หลายเดือนต่อมา มีข่าวว่ากรุงเทพหมอกลงอีกครั้ง   หลายคนก็นึกว่าหมอก  แต่ในเฟสบุ๊คและในโทรทัศน์ลงข่าวว่ามันคือฝุ่นขนาดเล็กหรือ ฝุ่น pm2.5 และมันมีอันตรายมากต่อคนเรา  นั่นก็ทำให้ผมเริ่มเข้าใจสถานการณ์

สิ่งที่ผมเห็นและถ่ายรูปเก็บไว้มันคือฝุ่น pm2.5 นั่นเอง  และจากการประโคมข่าวเรื่องนี้ทำให้เรารู้ว่า ฝุ่นมาจากรถยนต์และโรงงานอุตสาหกรรมเป็นส่วนใหญ่  แต่วันนั้นฝุ่นอยู่กับเราไม่นานก็สลายตัวไป  แต่รอบนี้ มกราคม 2562 ฝุ่น pm2.5 อยู่กับเรานานมาก  นานจนเป็นเดือน  และนี่คืออันตรายต่อชีวิตคนสุดๆเลย

ในต่างประเทศก็ประสบปัญหาแบบนี้  และก็มีมาตรการมากมายออกมา  ทั้งการจำกัดรถที่วิ่งในเมือง  การย้ายโรงงานออกไปอยู่ไกลๆจากเมือง  ส่วนวิธีกำจัดฝุ่นในต่างประเทศไม่พูดถึงเลย  ซึ่งเข้าใจว่าเป็นการแก้ที่ปลายเหตุ และมันแก้ไม่ได้นั่นเอง  ส่วนในไทยก็มีแต่การพูดถึงการกำจัดฝุ่น   เราได้เห็นรถฉีดน้ำ  เราได้เห็นราชการแจกหน้ากากป้องกันฝุ่น  แต่ไม่มีใครใส่ใจที่จะพูดถึงการป้องกันการเกิดฝุ่นเลย

2019-01-25 10.06.10 1

ไม่ว่าเราพยายามกำจัดฝุ่นขนาดไหน  เราก็ยังต้องประสบกับปัญหาฝุ่นอยู่ดี  แต่ถ้าเราลดฝุ่นไม่ให้มันเกิดตั้งแต่ต้น  มันคงดีกว่า  แต่เราจะไปย้ายโรงงานคนอื่นออกนอกเมืองก็ทำลำบาก  เราจะไปห้ามคนใช้รถยนต์ก็เป็นไปไม่ได้  สิ่งที่เราพอจะทำได้ก็น่าจะเป็น การลดการใช้พลังงานลง  เพราะเรารู้แล้วว่าฝุ่นมาจากการเผาไหม้เชื้อเพลิง  ถ้าเราลดการใช้รถยนต์ลงบ้าง ฝุ่นก็ลดลงบ้างนั่นเอง  ถ้าเราลดปริมาณขยะ  เราก็ไม่ต้องเผาขยะมากเหมือนเดิม  ลดขยะทำง่ายๆแค่ อย่ากินเหลือ  อย่าซื้อของเยอะเกินความจำเป็น  นอกจากฝุ่นที่รบกวนเราแล้วก็ยังมีควันพิษต่างๆที่ออกมาพร้อมฝุ่นด้วย  ควันพิษเหล่านี้ก็ไม่ได้หายไปไหน มันอยู่รอบตัวเราทั้งนั้น  หากทำได้เราก็ควรเพิ่มต้นไม้ให้มากขึ้น  มีพื้นที่พอก็ปลูกในสนาม  พื้นที่น้อยก็ปลูกในบ้าน  ปลูกต้นไม้แนวตั้งก็ช่วยให้อากาศดีขึ้นได้  เรื่องเล็กน้อยเหล่านี้แต่ละบ้านพอจะทำกันได้อยู่แล้ว  แค่เราตระหนักว่าเราต้องทำ  เพื่อให้เราไม่ต้องส่งต่อโลกเน่าๆให้กับลูกของเรา

อยู่ๆฝุ่นก็หายไปอย่างเหลือเชื่อ และรถวิ่งดีขึ้น

เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2562 ทางโรงเรียนเพลินพัฒนาประกาศหยุดเรียน 7 วัน ให้ผู้ปกครองมารับนักเรียนกลับตั้งแต่เที่ยงวัน ด้วยเหตุผลว่า  ฝุ่น pm2.5 ที่กำลังปกคลุมประเทศไทยอยู่มีค่าสูงขึ้นเรื่อยๆจนน่ากลัว  ผมก็รีบไปรับลูกกลับมาที่บ้าน  ระหว่างที่ไปรับก็ลองเอาตัววัดฝุ่นติดไปด้วย แล้วก็ลองวัดค่าฝุ่นที่โรงเรียนดู  ได้ตัวเลข 64 โรงเรียนของลูกผมอยู่ที่เขตทวีวัฒนา

IMG_20190121_130525

 

พอกลับมาถึงที่ทำงานของผมก็ลองวัดค่าดูอีกครั้ง  ตำแหน่งทีทำงานของผมคือ เขตจอมทอง  วัดค่าฝุ่นได้สูงมากถึง 133 เป็นตัวเลขที่น่าตกใจมาก

IMG_20190121_141030

 

แล้วค่าฝุ่นก็ค่อยๆสูงขึ้นและอยู่ในระดับร้อยกว่าไปอีกตลอดวันเลย  แม้แต่ตอนค่ำๆ ตอนกลางคืนก็ยังสูงมาก  ไปจนถึงตอนเช้ามืดของวันที่ 22 มกราคม 2562 ที่ผมมีธุระไปประชุมแต่เช้า  ผมไปถึงที่ประชุมประมาณ  6.11 น. และได้ลองวัดค่าดู  ตัวเลขออกมา 83

IMG_20190122_061149

 

และผมอยู่ที่นี่ประมาณ 4 ชั่วโมง  และได้เดินออกจากขึ้นรถอีกครั้ง  ที่ลานจอดรถผมมองเห็นท้องฟ้าดูสดใสดี ฟ้าเป็นสีฟ้า ด้วยความที่เป็นช่างภาพเราก็จะรู้สึกว่าภาพนี้ถ้าถ่ายฟ้าต้องสวยแน่ๆเลย และก็ถ่ายภาพออกมามันก็สวยจริงๆ  พอเห็นภาพผมก็คิดถึงค่าฝุ่นทันทีเลยว่าตอนนี้ฝุ่นเท่าไหร่  ทำไมท่ามกลางมลภาวะฝุ่นที่กำลังระบาดถึงมีฟ้าสวยๆแบบนี้

IMG_20190122_114646

 

ลองวัดค่าฝุ่นออกมาก็ได้ 19 ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าประหลาดใจมาก มันเป็นตัวเลขที่ต่ำระดับห้องนอนชั้นดีที่อากาศบริสุทธิ์เลย  นี่ผมกำลังวัดค่าบนลานจอดรถในย่านพระรามเก้าเลยนะ

IMG_20190122_114252

 

ตั้งแต่ได้ซื้อมิเตอร์วัดฝุ่นตัวนี้มา ผมก็ลองวัดไปหลายสถานที่ หลายสถานการณ์  ตัวเลขที่ต่ำกว่า 20 ที่เคยวัดได้ผมจะต้องใช้เครื่องฟอกอากาศช่วยกำจัดฝุ่นในห้องเป็นเวลาหลายชั่วโมง ตัวเลขของเครื่องวัดถึงจะต่ำได้ขนาดนี้  แต่นี่ผมวัดกลางแจ้ง วัดที่ลานจอดรถ วันนี้มีเหตุการณ์อะไรทำให้ฝุ่นน้อยลงขนาดนี้

IMG_20190122_124720

และได้ขับรถกลับมาที่ทำงาน ระหว่างทางผมรู้สึกว่ารถของผมมีความลื่น มีกำลังที่ดีกว่าเมื่อเช้าอย่างรู้สึกได้  มันเป็นความรู้สึกคล้ายๆกับเราเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง  เครื่องมันลื่นขึ้น ทำงานกระฉับกระเฉงขึ้น  ซึ่งความรู้สึกแบบนี้จะพบได้ทุกครั้งที่เราเพิ่งเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง  รถของผมคือฮอนด้าฟรีด ปี 2010 ที่ใช้งานมาแล้วสองแสนกว่ากิโลเมตร

 

เมื่อกลับมาถึงที่ทำงาน ผมก็ลองวัดค่าอีกครั้งก็ได้ตัวเลข 30 ซึ่งเป็นตัวเลขที่น้อยอยู่ดี  ในตำแหน่งการวัดครั้งนี้เป็นตำแหน่งเดียวกับเมื่อวานที่ฝุ่นลงหนาแน่นมากจนโรงเรียนประกาศหยุดเรียน เมื่อวานผมวัดได้ 133 เลย

 

แอร์ติดระบบฟอกอากาศ ลดฝุ่นไม่ค่อยได้เลย

ในช่วงเดือนมกราคม 2562 ประเทศไทยประสบภาวะ ฝุ่นปกคลุมหนาแน่นจะสร้างผลเสียต่อสุขภาพ  ปริมาณฝุ่น pm2.5 หรือฝุ่นขนาดเล็กมีปริมาณสูงจนทุกคนต้องกังวล  แม้แต่โรงเรียนหลายแห่งก็งดกิจกรรมกลางแจ้ง  และเมื่อฝุ่นตัวนี้มันมากขึ้นเรื่อยๆ โรงเรียนอนุบาลที่ลูกผมเรียนอยู่ถึงกับประกาศหยุดเรียน ให้นักเรียนกลับบ้านด่วนแล้วรออีก 1 สัปดาห์ค่อยไปโรงเรียนอีกครั้ง  นี่คือความโหดร้ายของฝุ่น pm2.5

IMG_20190121_112622

ที่โรงพิมพ์ ในห้องครัวซึ่งผมใช้เป็นห้องทำอาหาร ห้องกินข้าว เป็นห้องดิดแอร์  ปกติจะใช้เปิดแอร์เมื่อมีการนั่งกินข้าวในนี้   และในช่วงฝุ่นระบาด  ผมก็เห็นว่าแอร์ยี่ห้อนี้มีระบบ ฟอกอากาศ  ก็เลยกดให้ระบบนี้ทำงาน  แล้วก็วัดค่าเปรียบเทียบด้วยเครื่องวัดฝุ่น pm2.5 ของ Xiaomi ตอนเปิดใหม่ๆ และเมื่อผ่านไป เกือบ 1 ชั่วโมง

IMG_20190121_112638

 

ผลการวัดเป็นดังนี้

IMG_20190121_102157

วัดค่ได้ 117 เมื่อตอนเวลา 10.21 น.

 

IMG_20190121_110858

วัดค่าได้ 117 เมื่อเวลา 11.08 น.

 

เวลาที่ถ่ายภาพห่างกัน 48 นาที  เปิดการทำงานระบบฟอกอากาศพลาสม่าคลัสเตอร์  แต่ผลการทำงานไม่ได้ช่วยลดฝุ่นลงได้เลย  บางทีผมอาจเข้าใจผิดคิดว่าระบบนี้ช่วยลดฝุ่นในห้องได้  แต่ความเป็นจริงไม่ใช่เลย   สรุปว่า ระบบพลาสม่าคลัสเตอร์ในแอร์ตัวนี้ไม่สามารถช่วยลดฝุ่น pm2.5 ได้

 

 

nec17 – referal source ep3

1  คนใน contact sphere
2 ลูกค้าเก่า
3  คนที่ได้ประโยชน์จากธุรกิจเรา  เช่น ซัพพลายเออร์

4 คนที่เราไปอุดหนุน เช่น ช่างตัดผม ร้านอาหาร ฟิตเนส ร้านกาแฟ

แม้ว่าเราจะไม่ได้ธุรกิจที่ตรงใจจากร้านค้าในข้อ 4 นี้ เช่น ร้านตัดผม ร้านอาหาร ศูนย์บริการรถยนต์  แต่ร้านค้าพวกนี้สามารถแนะนำเราให้กับลูกค้าของร้านได้  ถ้าเรามาอุดหนุนร้านค้าเหล่านี้เป็นประจำ ร้านค้าจะจำเราได้ และควรทำให้ทางร้านได้รู้ว่าเราอาชีพอะไร  งานเราเป็นยังไง  เมื่อมีลูกค้าของร้านพูดถึงหรือถามหาบริการบางอย่างที่เราทำได้ ร้านก็มีแนวโน้มจะนึกถึงเรา มีแนวโน้มจะแนะนำงานให้เราได้นั่นเอง

 

IMG_7270

กรองอากาศในห้องแบบประหยัด

ช่วงเดือนมกราคม 2562 กรุงเทพมีปัญหาฝุ่นปกคลุมหนาแน่นจะน่ากังวล  ซึ่งฝุ่นชนิดนี้คือ pm2.5 ที่เป็นฝุ่นขนาดเล็กกว่าเม็ดเลือดแดง  นั่นหมายความว่ามันสามารถถูกสูดดมและไหลเข้าไปสู่ร่างกายและสามารถเล็ดลอดเข้าสู่อวัยวะในตัวเราได้ง่ายๆเลย  การป้องกันฝุ่นที่ได้รับการแนะนำให้ทำก็คือการใส่หน้ากากกรองฝุ่นเมื่ออยู่นอกบ้าน และหน้ากากจะต้องเป็นรุ่นพิเศษที่สามารถกรองฝุ่นชนิดนี้ได้ด้วย  ซึ่งราคาจะแพงกว่าหน้ากากกันฝุ่นรุ่นธรรมดา  นั่นคือหน้ากากต้องระบุว่าสามารถป้องกันฝุ่น pm2.5 ได้นั่นเอง

 

IMG_4957

ระบบทดสอบ พัดลมวางบนไส้กรอง เป่าลมลงไป ช่องด้านล่างเป็นทางออกของลม

 

ฝุ่นนอกบ้านหนาแน่นมาก และมันก็ค่อยๆซึมเข้าสู่บ้านคน เข้าห้องทุกห้อง  หากเราใช้มิเตอร์วัดปริมาณฝุ่น pm2.5 นอกบ้านวัดได้เท่าไหร่ ในบ้านก็ไม่ได้ปิดสนิทจะมีค่าที่น้อยกว่ากันเพียงเล็กน้อย  เพราะฝุ่นพวกนี้มันกระจายตัวง่าย  ห้องที่เปิดปิดบ่อยหรือไม่ได้ปิดหน้าต่างก็จะมีฝุ่นจากนอกบ้านเข้าสู่ห้องได้  คนที่เป็นโรคภูมิแพ้ก็จะไวกับฝุ่นพวกนี้  หากเราสามารถหาเครื่องกรองอากาศมาใช้ได้ก็ควรจัดทำอย่างยิ่ง  ซึ่งการใช้เครื่องกรองอากาศจะมีผลช่วยลดฝุ่นทุกชนิดในห้องลงได้  และค่าฝุ่นในห้องจะเหลือเพียงเล็กน้อยแทบจะเป็น 0 เลย  แต่มันก็ทำได้ในห้องที่เล็กจำกัด เพราะเครื่องกรองอากาศมีความสามารถระบุไว้ว่ามันทำงานได้ในห้องขนาดไม่เกินเท่าไหร่  และ 1 ห้อง ต้องใช้ 1 เครื่อง  ถ้ามีห้องนอนหลายห้อง ก็ต้องซื้อหลายเครื่อง

 

 

 

IMG_4958

พัดลมวางไว้บนเครื่องกรอง เป่าลมเข้าไส้กรอง

 

แต่หากใครไม่สามารถซื้อเครื่องฟอกอากาศได้สำหรับทุกห้องในบ้าน  แต่ละห้องก็ไม่อยากให้มีฝุ่นก็ขอแนะนำให้ลองดัดแปลงสร้างเครื่องกรองอากาศกันเอง  จะได้ประหยัด และมีใช้ในหลายๆห้องในบ้าน  ซึ่งแนวทางนี้จะมีประสิทธิภาพสู้เครื่องกรองอากาศที่ออกแบบมาขายไม่ได้  แต่มันก็ลดฝุ่นในห้องลงได้  แค่ลดได้ก็น่าทำแล้วครับ จริงไหม

 

หลักการของเครื่องกรองอากาศก็จะมีเพียงแค่ พัดลม และ ไส้กรองอากาศ  พัดลมจะดูดลมหรือเป่าลมเพื่อทำให้ลมที่มีฝุ่นไหลผ่านไส้กรอง  และลมจะผ่านไส้กรอง แต่ฝุ่นไม่ผ่าน  ลมที่ออกจากเครื่องก็จะเป็นลมสะอาด  ก็คืออากาศสะอาดนั่นเอง  เราเพียงเลือกไส้กรองที่มีความสามารถในการกรองอนุภาคเล็กๆ และกรอง pm2.5 ให้ได้ก็ถือว่าใช้ได้แล้ว

 

แนวออกแบบสร้างเอง  ผมใช้พัดลมระบายความร้อนซีพียูถอดมาจากเครื่องคอมพิวเตอร์เก่าๆที่เลิกใช้แล้ว  พัดลมจากคอมพิวเตอร์จะใช้ไฟเลี้ยง 12 v  แต่เราสามารถเลือกใช้ไฟที่น้อยกว่ามาจ่ายให้พัดลมได้ เราอาจใช้เพียง 6 -9 โวลท์ เพื่อให้พัดลมหมุนช้าลง  จะทำให้เสียงรบกวนน้อยลงไปมากซึ่งเหมาะกับการวางไว้ในห้อง  แหล่งจ่ายไฟก็ใช้ไฟจากอแด๊ปเตอร์เก่าๆที่เหลือจากอุปกรณ์อื่นๆ จะ 6v หรือ 9v หรือ 12v ก็ได้

ไส้กรองอากาศผมเลือกใช้ไส้กรองสำหรับแอร์รถยนต์  บางคนเรียกว่ากรองแอร์  แผ่นกรองแอร์นี้ตามสเป็คจะสามารถกรองฝุ่นที่เล็กลงไปได้ถึง 0.3ไมครอน  ซึ่งฝุ่น pm2.5 ก็เป็นฝุ่นที่เล็กกว่า 2.5ไมครอน  ดังนั้นกรองแอร์รถยนต์สามารถกรองฝุ่น pm2.5 ได้พอสมควร  ไอ้ที่เล็กมากๆก็คงต้องปล่อยไป  ก็เลยเลือกกรองแอร์มาใช้ทำเครื่องกรองอากาศ

IMG_20190118_214151

ก่อนใช้เครื่องกรองอากาศที่ทดลองสร้าง

 

วางพัดลมไว้บนกรองแอร์  แล้วใต้กรองแอร์ก็หนุนด้วยสิ่งของเพื่อให้ลมสามารถผ่านไส้กรองออกมาได้  ปล่อยให้ทำงานอยู่ในห้องสักครึ่งชั่วโมง  ค่าฝุ่นละอองที่วัดด้วยเครื่องวัด air detector  ของ xiaomi ก็ให้ผลการวัดลดลง  จาก 46 ไปเป็น 36 ซึ่งลดลงได้บ้าง  แต่ไม่เท่ากับเครื่องกรองอากาศแท้ๆ  นั่นก็อาจเป็นเพราะเราทดลองทำเป็นแค่ระบบทดสอบหลักการ  หากเราต่อกล่อง ห่อหุ้มตัวกรองให้มิดชิด จัดวางให้ลมจากพัดลมผ่านกรองแอร์ได้ 100%    เชื่อว่าจะลดฝุ่นในห้องได้มากกว่านี้  อ้อ ระบบทดสอบนี้ อยู่ในห้องทำงานพื้นที่เล็กประมาณ 8 ตารางเมตรครับ  ถ้าห้องใหญ่กว่านี้ก็ต้องใช้พัดลมใหญ่กว่านี้ ไส้กรองใหญ่กว่านี้ครับ และถ้าเปลี่ยนไส้กรองเป็นรุ่นที่ออกแบบมาสำหรับกรองอากาศในห้องโดยเฉพาะก็น่าจะลดฝุ่นได้เร็วกว่านี้

 

หมายเหตุ

  • หน่วยวัดของ Xiaomi air detector มีหน่วยเป็น ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
  • อากาศในห้องนอนที่ใช้เครื่องกรองอย่างจริงจัง จะแสดงค่าบน Xiao mi ประมาณ 5-12 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
  • ในรถยนต์ที่เพิ่งสตาร์ทก่อนออกจากบ้าน จะวัดค่าฝุ่นในรถได้ 6-10 ไมโครกรัมต่อลูกบาศเมตร

 

 

 

Pm2.5