เปลี่ยนหลอดไฟหน้า honda freed

หลายวันก่อนได้เห็นว่าไฟหน้าดับไปหนึ่งข้าง ไฟสูงยังติดอยู่ แต่ไฟหน้าต่ำไม่ติดแล้ว ก็เลยหาข้อมูลว่าฮอนด้าฟรีดใช้หลอดไฟรุ่นอะไร ก็ได้คำตอบว่ารุ่น H4 หาในเน็ตหลายที่ก็เจอแต่ราคาขายหลอดไฟ H4 แบบ LED ดูใน lazada ไม่เจอหลอดแบบธรรมดาเลย ในคลับฟรีดก็มีการแนะนำหลายครั้งว่าให้ใช้ LED ของฟิลิปส์ ราคาประมาณ 9xx บาท

IMG_20190506_153259
หลอดเก่าที่ขาดยี่ห้อ philips รุ่น H4 12342 LL 12v60/55w

ผมไม่ชอบ LED ที่ใช้ในรถยนต์ เพราะมีประสบการณ์แย่ๆมาว่าเคยลองเปลี่ยนไฟท้ายเป็น LED แล้ว อายุการใช้งานต่ำมาก ใช้ได้ไม่กี่วันก็พัง จนต้องไปหาหลอดไฟโบราณหรือหลอดไส้ปกติมาใช้ รอบนี้ก็เลยคิดแล้วว่าจะไม่ใช้ LED เลยหาข้อมูลว่ามีใครขายบ้างโดยไปหาใน marketplace ของเฟสบุ๊ค

วิธีการหาก็พิมพ์ว่า หลอดไฟ h4 แล้วก็ดูว่ามีใครขายแบบราคาถูกๆบ้าง ก็จะพบว่ามีราคาตั้งแต่ 100 บาท ไปถึง หลายร้อยบาท ราคาแพงก็เป็น LED ทั้งหมด ส่วนของถูกก็เป็นหลอดโบราณแน่นอน ผมเลือกภาพหลอดฟิลิปส์ และพิมพ์ภาพที่พบของฟิลิปส์ออกมา ให้ลูกน้องขี่มอเตอร์ไซด์ไปซื้อ ปรากฏว่ายี่ห้อนี้ไม่มี มีแต่ osram ราคาหลอดละ 90 บาท เลยให้ซื้อมา 2 หลอด

ดูวิธีเปลี่ยนในเน็ต ไม่มีตัวอย่างตรงกับฟรีด เจอใน youtube ที่เป็นการเปลี่ยนหลอดไฟ honda city 2015 ก็เดาว่าคงเหมือนกัน เลยจำวิธีแล้วจัดการเปลี่ยนเอง

IMG_20190506_153220

ไฟหน้าของฮอนด้าฟรีดข้างซ้ายและขวามีความยากในการเปลี่ยนไม่เหมือนกัน เพราะไฟขวาจะเปลี่ยนง่าย ไฟซ้ายจะเปลี่ยนยาก ผมนับซ้ายและขวาจากมุมมองคนขับนะ ไฟซ้ายมีอุปกรณ์อีกชิ้นหนึ่งบังไว้ แปลว่า มือที่ล้วงเข้าไปหยิบ ไปแกะ ไปจับสิ่งต่างๆต้องใช้ความรู้สึกทั้งหมดเลย เพราะมองเห็นเพียงน้อยนิด หลอดเก่าที่ขาดคือหลอดยี่ห้อ philips รุ่น H4 12342 LL 12v60/55w

IMG_20190506_153213

หลอดใหม่ที่ซื้อมาคือ Osram p43t64193472 12v 60/55w ตัวเลขจะเยอะไปไหน หลังจากล้วงๆแกะๆอยู่พักใหญ่ เหงื่อตกไปหลายหยด โชคดี ผมทำได้ จบการเปลี่ยนไฟหน้าด้วยดวงที่ดี ไม่มีชิ้นส่วนไหนที่แตกหักเสียหาย ไม่มีของทำเกิน สรุปว่า เปลี่ยนไฟหน้าฮอนด้าฟรีด ทำได้ด้วยตัวเอง และหลอดไฟยี่ห้อ osram H4 ราคาหลอดละ 90 บาท ซื้อจากร้านข้างถนน

ปล ควรเตรียมไฟฉายไว้ด้วย เพราะพื้นที่ในห้องเครื่องมืด มองยาก ไฟฉายที่ฉายลงไปยังจุดที่ต้องทำงานเป็นสิ่งจำเป็น

ธุรกิจซ่อมนาฬิกา

ผมเอานาฬิกาไปเปลี่ยนถ่านเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เป็นร้านซ่อมและเปลี่ยนถ่านนาฬิกาในห้างเซ็นทรัลพระราม2 ร้านนี้ผมเคยใช้บริการมาแล้วในการเปลี่ยนถ่านเมื่อหลายปีก่อน งานเปลี่ยนถ่านเป็นเรื่องไม่ยากสำหรับร้านค้า ช่างสามารถทำได้เลยในเวลาไม่ถึง 1 นาที รอบนี้ก็เช่นกัน ทำได้เรียบร้อย ตอนเปลี่ยนก่อนจะเสร็จ ช่างทักว่า พี่ครับ ยางซีลในเครื่องมันเสื่อมแล้วนะครับ ให้เปลี่ยนด้วยเลยไหม ผมตอบว่าค่ายางคิดเท่าไหร่ ช่างตอบ 100 บาท ผมก็ตอบโอเคเปลี่ยนเลย แล้วก็สรุปค่าใช้จ่าย ค่าถ่าน 350 ค่ายาง 100 บาท รวม 450 บาท

City time

อีกสัปดาห์ต่อมา นาฬิกามีอุบัติเหตุจอแตก แล้วผมก็ไม่ได้ว่างไปซ่อม ล่วงเลยผ่านมาถึงเดือนพฤษภาคม หรือ เดือนกว่าๆ ก็เอาไปซ่อมที่ร้านเดิม ไปเปลี่ยนกระจกนาฬิกา ช่างดูแล้วก็แจ้งราคา 650 บาท ใช้เวลาทำประมาณ 40 นาที ผมก็ตกลง แล้วก็ไปเดินเล่นหากาแฟกิน พอเกือบๆครบเวลาก็เดินกลับมา พนักงานเปลี่ยนกระจกให้เรียบร้อยแล้วแต่ยังไม่ได้ประกอบนาฬิกากลับ พนักงานบอกผมว่า พี่ครับ ยางซีลในเครื่องมันเสื่อมแล้วนะครับให้เปลี่ยนเลยไหม ผมเลยถามกลับไปว่า ค่ายางคิดเท่าไหร่ พนักงานตอบ 100 บาท

Watch breaking

ในใจผมจำได้ว่าเคยเปลี่ยนไปแล้วเมื่อเดือนมีนาคม มันเป็นยางเส้นใหม่แล้ว แต่รอบนี้พนักงานยังแจ้งเปลี่ยนกับผมอีก แต่ว่า ผมก็แกล้งทำไม่รู้เรื่อง เพราะคิดว่า เปลี่ยนกระจกให้ผมได้งานเรียบร้อยดี ผมจะทิปให้อีก 100 บาท ก็ยังได้ เพราะพอใจที่ได้รับการเปลี่ยนกระจกแล้ว ก็เลยให้เขาเปลี่ยนยางซีลให้อีกครั้ง สรุปจบรอบสองนี้ ผมจ่าย 750 บาท เป็นค่าเปลี่ยนกระจก 650 และค่ายาง 100 บาท ถือว่าผมให้เปลี่ยนยางซ้ำให้เป็นการทิปไปแทน

ธุรกิจร้านซ่อมนาฬิกาต้องการทำรายได้เพื่อชดเชยค่าเช่าในห้าง ผมก็เข้าใจอยู่แล้ว ดังนั้นการจ่ายค่าบริการบางอย่างแม้จะแพงกว่าปกตินิดหน่อยก็เป็นสิ่งที่ผมยอมรับได้ ร้านจะหาช่องทางขายของเพิ่ม ขายบริการบางอย่างเพิ่มเติมผมก็ไม่แปลกใจ เพราะแม้แต่เซเว่นตอนซื้อของที่เราต้องการแล้ว พนักงานยังถามเพิ่มเติมเลย รับซาลาเปาเพิ่มไหมคะ รับมันฝรั่งเพิ่มไหมคะ พี่ซื่อสองชิ้นไหมคะจะได้โปรลดราคา……. มันเป็นการถามเพื่อให้เราจ่ายเงินเพิ่มทั้งนั้น ดังนั้นร้านนาฬิกาก็ไม่ต่างกัน ผมจ่ายเพิ่มให้ได้เพราะเขาก็อุตส่าห์มาตั้งร้านสะดวกแก่การเดินทางสำหรับผมแล้ว เพียงแต่ อยากจะให้เนียนกว่านี้หน่อย หรือ ถ้าร้านมีระบบคอมฯจดประวัติการซ่อมลูกค้าเก็บไว้ จะได้ไม่มีเคสขายของซ้ำ มันดูไม่ดี

ภาพจากฟิล์มที่ขายได้

ภาพถ่ายตอนแรกเกิดที่ผมถ่ายลูกด้วยกล้องฟิล์ม ใช้กล้อง Leica minilux ฟิล์มขาวดำยี่ห้อ lucky ที่เคยมีเก็บไว้หลายปีแล้ว  หลังจากที่ถ่ายหมดม้วน  กลับมาอยู่บ้านแล้ว ก็ล้างฟิล์มม้วนนี้ แล้วก็ลองสแกนด้วยกล้องดิจิทัลจนได้เป็นไฟล์ไว้ดู  ผ่านไปหลายปี เลยเอาไปลองขายดู  ปรากฏว่าวันนี้มียอดโหลด ขายได้ด้วย  แม้จะได้เงินเพียงเล็กน้อย  แต่มันเป็นการบอกว่าภาพของเราเป็นที่ต้องการของบางคน  และภาพนี้จะอยู่ในระบบคอมฯตลอดไปจนกว่าโลกเราจะเลิกใช้อินเทอเน็ต

IMG_0284

IMG_0284bw

ภาพนี้มีที่มาจากการสแกนด้วยเลนส์มาโคร ดูรายละเอียดวิธีทำได้จากโพสท์นี้
การสแกนฟิล์มด้วยเลนส์มาโครและกล่องไฟ  

 

 

พาลูกเที่ยวกระบี่ ภูเก็ต 5วัน 4คืน ตอนที่4

เช้าวันที่ 4 ที่โรงแรม Pullman วันนี้ตื่นแบบไม่ต้องรีบ  เราค่อยๆกินข้าว แล้วมาเดินเล่นแถวๆหาดทราย  และมาหยุดเล่นหมากรุกยักษ์ที่ข้างสระน้ำ  หมากรุกสากลมีรูปแบบการเดินคล้ายๆหมากรุกไทย  ผมก็ไม่ค่อยแม่นในกฏกติกา  เล่นหมากรุกไทยได้  ก็เลยเล่นหมากรุกฝรั่งแบบปนมั่วในบางตัว

IMG_9601

เล่นจบแบบมึนงง  กลับจากทริปนี้ขอบฟ้าก็ขอให้แม่ซื้อกระดานหมากรุกสากลให้  แล้วก็หัดเล่นกันอย่างจริงจัง  ระหว่างที่เล่นก็ได้พบนักท่องเที่ยวชาวอินเดียที่เดินผ่านมาดูพวกเราเล่น  แล้วเขาก็ช่วยเล่นนิดหน่อย  พูดคุยกันพอรู้ว่า บ้านเขา อุณหภูมิ 50 องศา  เขามาเที่ยวเมืองไทยสบายกว่าอยู่บ้านเขา

IMG_9609

สายๆวันนี้เราเดินทางไปเที่ยวอควอเรี่ยม  หรือ ศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำที่อยู่ท้ายถนน  สุดถนนที่ใต้สุดของเกาะภูเก็ตเป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ  มีปลาหลายชนิด แม่กับขอบฟ้าไปเดินดูว่าตอนดำน้ำเจอปลาตัวไหนบ้าง ค่าบัตรเข้าชมสำหรับคนไทย 50 เด็ก 20 บาท ถูกมาก

IMG_9622

เราอยู่ในพิพิธภัณฑ์ที่แอร์เย็นสบาย  หลบแดดข้างนอกที่อุณหภูมิสัก 40 องศา  อยู่ถึงกลางวันก็เลือกไปกินอาหารที่ในเมืองภูเก็ต  เราขับรถเข้าถนนรัษดา  ถนนดีบุก ถนนพังงา วนเวียนอยู่ย่านนี้สักพัก  หาที่จอดรถยากมาก  การเดินทางมาเที่ยวภูเก็ตแล้วจะขับรถมาแวะร้านที่อยากแวะในเมืองเป็นเรื่องที่ทำไม่ได้เลย เทียบแล้วเหมือนขับรถเข้าถนนเยาวราช คิดเหรอว่าจะได้จอดหน้าร้านอาหารสักร้าน ไม่มีทางเลย  เราขับรถวนเวียนอยู่สักสองรอบก็โชคดีเจอรถที่กำลังเลี้ยวออก  เลยได้ที่จอด ได้แวะกินเสียที  เราเลือกที่จะกินร้านราดหน้าเจ้าดัง  ร้านนี้ผมเคยมากินแล้วเมื่อหลายปีก่อน  เป็นร้านที่ดังมานาน  มาวันนี้ดังยิ่งกว่าเดิม  มีลูกค้ารอคิวนานมาก  ร้านเต็มแทบตลอดเวลา  ผมกับลูกต้องยืนรอสิบห้านาทีกว่าจะได้โต๊ะ

IMG_9647

รสชาดอาหารอยู่ในเกณฑ์ที่ดี  กินอร่อย แนะนำเพื่อนให้มากินได้  แต่ไม่ได้รสเด็ดระดับห้ามพลาด  ผมแอบคิดไปว่าร้านนี้คนเยอะเพราะมีแอร์มากกว่า  ร้านอื่นๆที่คนน้อยก็ไม่เปิดแอร์  บางร้านก็ไม่มีแอร์  อากาศร้อนสุดๆได้นั่งกินห้องแอร์ใครๆก็ชอบ  ร้านราดหน้าร้านนี้ก็เลยแน่นตลอดเวลา

IMG_9643

อิ่มแล้วก็เดินเล่นดูวิวเมืองเล็กน้อย  สอดส่องแนวตึกแถว เดินอ้อมสี่แยกวนกลับมาที่รถ  เราได้เห็นร้านอาหารอีกมากมาย  แต่ดูไม่ค่อยมีคนแวะกิน  ได้เห็นร้านกาแฟน่านั่งหลายแห่ง  แต่เราไม่ใช่นักท่องเที่ยวที่เวลาเหลือเฟือ  เราไม่อยากนั่งเสพกาแฟในร้านค้าที่ดูดาดดื่นเหล่านี้  แม้ว่าจะรู้สึกอยากแวะ  แต่ลูกอาจไม่สนุก  และเรามีโปรแกรมต้องไปแวะที่อื่นอีกหลายแห่ง

IMG_9649

IMG_9652

IMG_9654

IMG_9659

ที่ตึกแถวใกล้ๆร้านราดหน้ามีงานวาดภาพบนผนังให้ดูด้วย  น่าสนใจสำหรับการพัฒนาให้เป็นจุดแวะถ่ายรูป  ถ้าทำให้ถึงมากกว่านี้จะเป็นแม่เหล็กดูดคนได้อีกจุดหนึ่ง  แต่ว่าต้องแก้ปัญหาจุดจอดรถให้ได้ด้วย

IMG_9663

ร้านกาแฟจำนวนมากที่เราขับรถผ่านดูแล้วก็คล้ายๆกัน  คือเป็นร้านที่เปิดขึ้นมาเพื่อรับนักท่องเที่ยว  แต่ผมก็ไม่เห็นว่านักท่องเที่ยวจะสามารถแวะร้านเหล่านี้ได้เลย  เพราะจอดรถยากมาก  เราขับรถออกจากย่านเมืองภูเก็ต  ภรรยาอยากให้แวะซื้อกาแฟสักแก้วก่อนจะไปแหลมพรหมเทพ  ก็เลยลองเลือกร้านกาแฟที่มีคนรีวิวว่ากาแฟเจ๋งมากๆร้านหนึ่ง  เป็นร้านที่อยู่ในซอกหลีบ กาแฟคร้าฟของที่นี่เป็นสิ่งที่ต้องลอง รีวิวบอกเราอย่างนี้ เราเปิดหาเส้นทางจาก googlemap แล้วลองไปดู  กะว่ากาแฟเจ๋งๆจะตกถึงท้องบ้าง แล้วเราก็พบว่าร้านหน้าตาเป็นแบบนี้

IMG_9664

ลักษณะเหมือนบ้านพักคนงานก่อสร้าง  ผมค้นพบครั้งที่สองในทริปนี้ว่า  คนที่เคยรีวิวร้านอาหารและกาแฟ เขาไม่ได้มีรสนิยมเดียวกับเรา  บางครั้งเราก็เสียความรู้สึกกับข้อมูลที่เกินจริง  โชคดีที่ร้านนี้ปิด  เราเลยได้ไปแหลมพรหมเทพเร็วกว่าเดิม  แต่กว่าจะถึงเราก็เดินทางค่อนข้างนาน ระยะทางไม่ไกล แต่ภูเก็ตรถติด  ติดจนขอบฟ้าหลับไปเลย  ลูกหลับในรถเราตัดสินใจไม่ปลุก ขอบฟ้าเลยไม่ได้เห็นแหลมพรหมเทพ

IMG_9677

หลังจากแวะถ่ายรูปที่แหลมพรหมเทพแล้วเราก็ขับเลยไปอีกประมาณ 5 นาที  เป็นสถานีติดตั้งกังหันลม  ที่มีนักเล่น paragliding กำลังเล่นสนุก  เราไปจอดรถบนสถานีไฟฟ้าใต้กังหันลมแล้วมานั่งดูฝรั่งเล่นเครื่องเล่นน่าสนุก

IMG_9694

แรงลมที่ประทะกับภูเขาแห่งนี้ช่วยหมุนกังหัน และช่วยให้เล่นร่มได้  นักเล่นบังคับให้ร่มลอยไปลอยมา บินขึ้นลงและย้ายไปมาได้เหมือนมีพลังวิเศษ  บางครั้งก็ลอยอยู่นิ่งๆได้ด้วย ดูแล้วน่าสนุกมาก

IMG_9706

แค่เพียงการต้านลมก็บังคับร่มให้ลอยไปลอยมาได้ดังใจ  ผมเริ่มเข้าใจแล้วว่า นกบินอพยพจากขั้วโลกเหนือไปขั้วโลกใต้  หรือ พวกที่อพยพข้ามทวีปนั้น ไปด้วยแรงลมเท่านั้น  ไม่ได้บินไปด้วยการกระพือปีกแบบที่ผมเข้าใจมาตลอด  และมันก็คงมีลมแรงระดับที่พาข้ามทวีปได้แค่ปีละไม่กี่ครั้ง มันถึงมีฤดูอพยพที่แน่นอน  ไม่ใช่อพยพได้ตามอำเภอใจ

IMG_9716

เราเลยขอถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึกสักหน่อย  ฝรั่งนักเล่นก็บังคับร่มให้ลอยมาเข้าเฟรมเพื่อให้ได้ภาพที่สมบูรณ์  แล้วก็เป็นภาพที่เห็น  มุมนี้เมื่อสัก 10 ปีก่อนผมกับภรรยาเคยมาถ่ายรูปร่วมกันแล้ว  เป็นภาพตอนยังไม่แต่งงาน

ภูเก็ต อ้อย บ๊ะ

ภาพด้านบนนี้เป็นภาพที่ถ่ายเมื่อปี 2009

แล้วเราก็กลับมาห้องพักที่โรงแรม  แต่เราแวะกินขนมเค้กที่ถนนท้ายเกาะเสียก่อน  เป็นร้านเค้ก kantary ที่มีชื่อเสียงอยู่เหมือนกัน  รีวิวบอกว่าร้านนี้ขนมอร่อย เราเลยลองแวะดูหน่อย ประเมินด้วยสายตาแล้วน่าจะอร่อยจริง และร้านก็ตกแต่งได้สวยมาก

IMG_9721

IMG_9725

IMG_9727

เราซื้อเค้ก  ไอติม กาแฟ แล้วก็นั่งกินเย็นๆในร้าน หามุมถ่ายรูปไปเรื่อย  ร้านแต่งโทนสีขาว มีแอร์เย็นๆน่านั่ง  เรานั่งแล้วไม่อยากลุกเลย เพราะอากาศข้างนอก 40 องศา

IMG_9732

IMG_9733

IMG_9757

กินอิ่ม เย็น อารมณ์ดี  กลับโรงแรมเล่นน้ำ เดินชายหาด ดูปูเดินไปเดินมา จับเล่นยังได้เลย และวันนี้ได้ดูพระจันทร์เต็มดวงที่โรงแรมด้วย พระจันทร์ดูใหญ่และชัดเจน ตอนขึ้นใหม่ๆที่ขอบฟ้าจะมีสีแดงมาก แล้วค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีส้ม และสีเหลืองตอนที่ลอยสูงขึ้นพ้นแนวภูเขาและตึก

IMG_9783

IMG_9791

เราจบวันนี้เร็วกว่าปกติ  เลือกที่จะกินมื้อเย็นเป็นข้าวกล่องที่ซื้อจากร้านตรงข้ามโรงแรม  ข้าวกล่องที่นี่ขนาดใหญ่มาก  ราคาก็ไม่แพงเลย คิดว่าฝรั่งแถวนี้คงเป็นลูกค้าประจำของร้านค้าย่านนี้

IMG_9801

IMG_9803

กลางคืนเข้านอนเร็ว และอัพโหลดรูปเข้าเว็บได้เรียบร้อย ผลจากการอัพเกรด os ในโน้ตบุ๊ค เน็ตที่นี่แรงและเสถียรดีมาก ที่สำคัญ ไม่เรื่องมาก การเชื่อมต่อไม่มีอะไรซับซ้อนให้รำคาญใจ  อยากรู้จริงๆว่าใครวางระบบเน็ตเวิร์คให้โรงแรมแห่งนี้

nec14 – การออกจากการสนทนา

nec14 - how to leave conversation 9oct2018-p4

ทุกการสนทนาของคนเราจะต้องมีวันจบ เมื่อเราอยู่ในสถานการณ์ที่เราพูดคุยกับผู้อื่นในวง networking อยู่ สิ่งที่เราควรทำก็คือ หาให้เจอว่ามีใครสักคนที่เราควรทำความรู้จักให้มากขึ้น เพื่อลงรายละเอียด พัฒนาความสัมพันธ์ เมื่อหาเจอแล้ว สิ่งที่ควรทำก็คือ ตัดบท จบการสนทนาให้เร็ว และจัดแจงนัดหมายในวันอื่นๆ เพื่อขอคุยกันอีกครั้ง แล้วเราจะตัดจบอย่างไรไม่ให้เสียบรรยากาศ ไม่ให้เสียความรู้สึก

ถ้าเขาเป็น A list เป็นคนที่คาดว่าจะช่วยเหลือทางธุรกิจต่อกันได้ อย่าทำแค่แลกนามบัตรแล้วบอกว่าจะโทรหา สิ่งที่เราควรทำก็คือ แสดงเจตนาว่าเราขอพบเขาในเวลาหลังจากนี้ เพื่อที่จะพูดคุยในรายละเอียด แล้วให้เราจดโน้ตต่อหน้าเขาเลยว่าเราขอจองเวลาของเขา มีปฏิทินก็หยิบมาเขียน มีสมาร์ทโฟนหรือแท็บเบล็ตก็หยิบมาคีย์ข้อมูลทันที ถ้าคู่สนทนาของเราเห็นด้วยว่าควรจะคุยรายละเอียดกันเพื่อพัฒนาธุรกิจซึ่งกันและกัน เขาจะยินยอมให้นัดหมายอย่างแน่นอน

ถ้าเขาเป็น B list เป็นคนที่น่าสนใจ และน่าจะมีอะไรบ้างอย่างเชื่อมโยงกันได้ในอนาคต ให้แลกนามบัตรกันแล้ว แล้วขอบคุณและขอตัวแยกออกไปคุยกับคนอื่นต่อ โดยเราสามารถจะติดต่อภายหลังด้วยการส่งข้อความ ส่งอีเมล หรือไลน์ ไปทักทายในภายหลัง

ถ้าเขาเป็น C list อย่าเสียเวลาคุยนานเกินไป ให้ขอบคุณและขอตัวอย่างสุภาพ อาจจะรู้สึกว่ามันห้วนและสั้นไปหน่อย แต่ไม่ต้องคิดมาก วิธีนี้สุภาพเพียงพอแล้วสำหรับการจบบทสนทนา

nec29- การค้นหาจุดเด่นของตัวเอง

2018-09-25 12.48.31 1

การค้นหาจุดเด่นของตัวเอง
ในการแนะนำตัว หรือการพูดคุยเพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการของเรานั้น  สิ่งที่เราควรจะนำเสนอต่อลูกค้าก็คือสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อลูกค้าที่เรากำลังคุยด้วย  มันก็คือการคุยที่เน้นเรื่องประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับเมื่อใช้บริการเรา  แต่ถ้าเรานึกถึงข้อดีไม่ออก  ไม่สามารถบอกจุดเด่นของเราที่ลูกค้าต้องการได้  เรามีวิธีค้นหาข้อดีเหล่านั้นเพื่อใช้พูดกับว่าที่ลูกค้าคนต่อไปเรามีข้อดีอะไร  เรามีจุดเด่นอะไร  ถ้าเรียบเรียงคำพูดไม่ได้  ให้ลองวิธีนี้คือ  ให้นึกถึงลูกค้าคนที่แล้ว หรือลูกค้าที่เราจบงานมาแล้ว หรือลูกค้าคนที่เราชอบ แล้วลองเล่ารายละเอียดหรือเขียนออกมา สองข้อดังต่อไปนี้

1  ลูกค้าคนนี้ ก่อนมาเจอเรา ลูกค้าเจอปัญหาหรือสถานการณ์อะไร

2  เราแก้ปัญหาอย่างไรให้ลูกค้า  และทำให้ลูกค้าพอใจหรือทำงานต่อได้

การที่เราหาคำตอบสำหรับคำถามนี้เอาไว้  คำตอบเหล่านี้จะเป็นตัวแม่เหล็กที่จะทำให้ว่าที่ลูกค้าเห็นความสำคัญในสินค้าหรือบริการของเรา  มันเป็นวิธีง่ายๆที่ช่วยให้เราหาข้อดีของเราหรือ benefit ที่ลูกค้าจะได้รับ  เป็นเรื่องจริงที่เราลงมือทำและแก้ปัญหาให้ลูกค้าไปแล้ว

 

พาลูกเที่ยวกระบี่ ภูเก็ต 5วัน 4คืน ตอนที่3

IMG_6233

เช้าวันที่3นี้เราตื่นเช้าและได้กินอาหารในพื้นที่ติดทะเลแสนสวย หลังจากกินเสร็จแล้วก็ได้เวลาไปเล่นเรือคายัค ซึ่งมีบริการไว้ให้ลูกค้าโรงแรมได้เล่นรอบละ 1 ชม. ผมกับลูกก็ลงเรือเล่นเลย พายเรือไม่ใช่เรื่องยากถ้าพายสองมือ ส่วนการพายมือเดียวแล้วทำให้เรือแล่นได้ตรงๆเป็นเทคนิคที่ต้องอาศัยการฝึกฝนเล็กน้อย แม้ค้าที่ขายของตามคลองต่างๆในประเทศไทย ชาวไร่ ชาวสวนก็พายมือเดียวมาเป็นร้อยปีแล้ว มันพายมือเดียวข้างเดียวแล้วเรือแล่นตรงทำได้ไม่ยาก ผมก็เคยไปหัดพายที่สวนลุม

IMG_6241

พอพายเรือเหนื่อยได้ที่แล้ว แม่ลูกก็เล่นน้ำต่อ อากาศร้อนเดือนเมษายนของเมืองไทยน่าจะร้อนติดระดับโลก แม่ขอใส่หมวกเล่นน้ำกันเลย แดดแรงมาก อะไรที่โดนแดดจะร้อนจัด แม้แต่เรือพลาสติกที่เรานั่งเล่นยังร้อนเลย

IMG_6292

วันนี้จะเก็บของออกจากโรงแรมทับแขกซันเซ็ต แล้วขับรถไปภูเก็ต ก่อนออกจากโรงแรมก็สังเกตุว่าในโรงแรมมีน้ำตกเล็กๆไหลอยู่ ถามพนักงานว่าน้ำตกพวกนี้เป็นขอบธรรมชาติหรือทำขึ้นก็ได้คำตอบว่า โรงแรมมีตาน้ำอยู่ ตาน้ำอยู่ด้านหน้าโรงแรมเลย ก็เลยมีทางน้ำตกธรรมชาติให้โรงแรม เราก็เลยแวะไปดูตาน้ำ เลยถามต่อว่า แบบนี้โรงแรมใช้น้ำฟรีเลยใช่ไหม พนักงานตอบ ใช่ครับ ตาน้ำได้รับการสร้างเป็นกำแพงล้อมไว้ แล้วมีน้ำผุดออกมาตลอดเวลา น้ำจากป่ามาผุดตรงนี้ สุดยอดมากๆ

IMG_20190418_112710

ขับรถออกจากโรงแรมตอนเที่ยง หาร้านแวะกินกลางวันระหว่างทางไปภูเก็ต ภรรยาเลือกกินร้านหอมเคย เป็นร้านที่อยู่ในปั๊มน้ำมันซึ่งเราจะต้องขับผ่าน ขอบฟ้านั่งในรถได้ไม่นานก็หลับ เราเดินทางประมาณไม่ถึง 1 ชม. ก็ถึงร้านอาหาร ร้านหน้าตาทันสมัย มีรถจอดอยู่เต็มหน้าร้าน ดูแนวโน้มแล้วร้านนี้น่าจะอร่อย

IMG_6304

เมนูแนะนำของร้านนี้คือกุ้งราดซอสมะขาม และ ไข่ฟูปู รายการหลังนี้หน้าตาเหมือนไข่เจียว ผมคงเรียกว่าไข่เจียวถ้าไม่มีใครบอก รสชาดโอเค ราคาโอเคยอมรับได้ ร้านนี้ถือว่าเป็นร้านที่ทำไข่เจียวปูได้อร่อยมาก ผมยกให้เป็นที่สุดของไข่เจียวเลย แค่เมนูนี้ชนิดเดียวก็ถือว่าให้ประสบการณ์การกินไข่เจียวอร่อยๆกับลูกค้าได้แล้ว ผมยังไม่เคยลองกินร้านเจ๊คนนึงที่ได้รางวัลมิชลินที่ขายไข่เจียวจานละเกือบพันบาท ผมมั่นใจว่าประสบการณ์ไข่เจียวของร้านหอมเคยก็ไม่ด้อยไปกว่ามิชลินสตาร์ เพราะมันเป็นเมนูหนึ่งเดียวที่ผมจะเอาไปบอกต่อว่า ร้านนี้กินไข่เจียวอันนี้ก็คุ้มแล้ว ส่วนคุณภาพด้านอื่นๆของร้านก็มาตรฐาน วันธรรมดาที่ไม่ใช่เทศกาลหยุดสงกรานต์ยาวๆแบบนี้น่าจะคนเยอะ เพราะปั๊มน้ำมันแห่งนี้ไม่ใช่ปั๊มใหญ่ ส่วนอื่นๆในปั๊มก็ดูโล่งๆ ไม่ค่อยมีคน มีเพียงแค่ร้านอาหารร้านนี้เท่านั้นที่คนเยอะ แถมภาพราคาใบเสร็จให้ดูด้วยจะได้รู้ว่าราคาไม่แพง เป็นเงินเจ็ดร้อยบาทที่ทำให้เราได้รู้ว่าไข่เจียวเทพแวะมาลองได้ที่นี่

IMG_20190418_131437

ออกจากร้านก็ตรงเข้าภูเก็ต ใช้เวลาขับรถอีกประมาณ 1 ชม. เราเปิดแผนที่ใน googlemaps ขับมาตลอดทริป และเมื่อเข้าภูเก็ตก็ตั้งใจว่าจะแวะไปถ่ายรุปเครื่องบินที่ริมสนามบินเสียก่อน ทริปอันซีนที่แนะนำในหลายๆเว็บก็บอกให้เราไปลองแวะไปถ่ายภาพ เราก็ตั้งค่าใน googlemaps แล้วไปหาดไม้ขาว ไปถึงเราก็งงเป็นใบ้ไปเลย เราไปเห็นเพียงลานจอดรถที่มีรถจอดอยู่สัก 20 คัน มีมอเตอร์ไซด์ติดซาเล้งพ่วงข้างเอาไว้ในนักท่องเที่ยวนั่ง ลานจอดรถหน้าตาเหมือนจะมีตึกขายของ แต่เป็นตึกร้าง ห้องน้ำก็ร้าง ทุกอย่างที่เห็นในบริเวณที่จอดรถดูร้างไปหมดเลย ถามจากมอเตอร์ไซด์รับจ้างเขาก็บอกว่า ต้องนั่งมอเตอร์ไซด์เข้าไปอีกนิดหนึ่งถึงจะไปถึงจดถ่ายรูป เราก็เลยเข้าใจ ค่ารถมอเตอร์ไซด์คนละ 20 บาท เด็กไม่คิดเงิน ก็จอดรถแล้วต่อซาเล้งกัน

IMG_9498
IMG_9500
IMG_9510
IMG_9514
IMG_9518



มอเตอร์ไซด์พาเราไปถึงหาดที่ติดกับสนามบิน เห็นมีคนรอถ่ายรุปอยู่บ้างสัก 10 คน คนในพื้นที่บอกว่าเครื่องบินน่าจะมีขึ้นลงสัก 15นาทีมาลำนึง แล้วเราก็รอดู แล้วก็ได้ถ่ายภาพกับเครื่องบินที่กำลังขึ้น ได้ภาพ จบภารกิจ แต่ทำไมภาพที่เราได้เครื่องบินถึงลำนิดเดียว ไม่เหมือนภาพที่เห็นตามเว็บเลย เก็บความสงสัยนี้ไว้ เดี๋ยวคืนนี้ค่อยหาคำตอบตอนว่างๆก่อนนอน แล้วเราก็นั่งมอเตอร์ไซด์ออกจากจุดถ่ายภาพมายังที่จอดรถ เสียค่ามอเตอร์ไซด์อีกครั้ง ผู้ใหญ่คนละ 20 เด็กไม่คิด จบทริปหาดไม้ขาวเราเสียค่ามอเตอร์ไซด์ไป 80 บาท

ออกจากหาดไม้ขาวก็ตรงเข้าโรงแรม pullman ซึ่งอยู่สุดขอบเกาะ อยู่ด้านท้ายเกาะ เกือบสุดถนน เหตุที่เลือกโรงแรมนี้ก็เพราะ เป็นโรงแรมที่มีมาตรฐานสูงน่าพัก อยู่ใกล้กับพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ อยู่ใกล้ร้านเค้กอร่อยๆ และคนน่าจะน้อยเนื่องจากอยู่ท้ายเกาะ ผู้คนจะไม่พลุกพล่าน

IMG_9529
IMG_9538
IMG_9547
IMG_9548

ที่ห้องพักของ pullman ภูเก็ตนี้ มีสัญญาณ wifi ที่แรงมาก ผมเห็นอุปกรณ์บางอย่างติดอยู่ที่กำแพงหน้าตาเหมือนเป็นตัวที่ทำงานเกี่ยวกับเน็ตเวิร์คหรืออินเทอเน็ต คิดว่าอาจจะเป็นตัวปล่อย wifi ก็ได้ ความเร็วของอินเทอเน็ตแรงมาก ความเสถียรของสัญญาณ wifi ก็สูงมาก เล่นเน็ตได้เพลิดเพลิน และผมใช้โอกาสนี้หาข้อมูลเกี่ยวกับการอัพเกรด os ในโน้ตบุ๊ค แล้วก็ตัดสินใจลองอัพเกรด os ใน macbookair ของผมเลย เพราะโน้ตบุ๊คตัวนี้ไม่ได้อัพเดทมานานแล้วเล่นเน็ตได้อืดมาก ด้วยสาเหตุมาจาก os เก่า และโปรแกรมเบราเซอร์ที่ใช้เล่นเน็ตก็โบราณ สองวันที่ผ่านมาผมถ่ายภาพไปเยอะ แล้วไม่สามารถอัพโหลดภาพเข้าไปเก็บใน flickr ได้ ด้วยเหตุผลว่า flickr.com ไม่รองรับเบราเซอร์โบราณแล้ว และเบราเซอร์ที่ทันสมัยต้องอยู่ใน os ที่ทันสมัย ก็คือเครื่องผมต้องอัพเกรดอย่างเร่งด่วนนั่นเอง และความแรงของเน็ตที่นี้ก็ยอดเยี่ยม ผมอัพเกรด os สำเร็จ มีเบราเซอร์ใหม่ใช้ และอัพโหลดภาพจำนวนมากเข้าไปยัง flickr ได้ เครื่องโน้ตบุ๊คปี 2010 ยังคงทำงานได้ไหลลื่นในปี 2019 ผมภูมิใจในคอมพิวเตอรเครื่องนี้จริงๆ

IMG_9552

ชายหาดของโรงแรมในตอนเย็นน้ำจะลดลงจนเห็นพื้นทรายลงไปเดินเล่นได้ มีสัตว์ตัวเล็กๆอยู่เต็มพื้นที่ ปูลม หอย ปูเสฉวน เดินไปดูไปก็เพลินๆ แต่เล่นน้ำทะเลไม่ได้ เนื่องจากน้ำลดลงไปไกลมาก เราเดินเล่นดูสัตว์เล็กๆน้อยๆ หยิบดู ไล่จับสักพักก็เริ่มมืดแล้ว

IMG_9550
IMG_9555
IMG_9562
IMG_9575
IMG_9596

เดินเล่นทะเลเสร็จก็มาเล่นน้ำในสระต่ออีกรอบ สระน้ำที่นี่ยาวมาก ผู้ใหญ่สามารถว่ายเล่นได้อย่างสะใจ ส่วนเด็กก็มีบริเวณตื้นๆให้เล่น อากาศร้อนทำให้น้ำในสระอุ่นมาก เรียกว่าร้อนก็ได้ ทำให้การเล่นน้ำในทริปนี้ไม่มีความหนาวเลย

มื้อเย็นเราเลือกร้านอาหารท้ายถนนชื่อร้านสวัสดี แต่โชคร้ายร้านเต็ม รถจอดเต็ม เลยต้องมากินร้านตรงข้ามโรงแรมซึ่งก็เป็นร้านสวัสดีอีกสาขาหนึ่งแต่เล็กกว่า และร้านนี้ก็มีอาหารให้สั่งไม่แพงมาก เราจบมื้อเย็นวันนี้ในราคาไม่ถึงห้าร้อยบาท แถมได้นั่งฟังเพลงเล่นสดด้วย

IMG_20190418_201627_1

กลางคืนเราหาคำตอบเกี่ยวกับภาพเครื่องบินที่หาดไม้ขาว อ่านในรีวิวที่เที่ยวหลายๆเว็บที่เขาพูดถึงการถ่ายภาพเครื่องบินเราก็ได้คำตอบคร่าวๆว่า ภาพเครื่องบินที่ดูใหญ่เกิดจากการถ่ายภาพตอนที่เครื่องบินกำลังบินลง…. จบ หายสงสัย เราไปถ่ายตอนเครื่องบินขึ้น พอถ่ายเสร็จเราก็ออกจากพื้นที่ ไม่ได้อยู่ดูตอนเครื่องบินลง เราเลยไม่รู้ว่าขนาดเครื่องบินตอนลงมันใหญ่กว่ามากนั่นเอง

วันนี้เราจบวันแบบหมดแรง ได้ค้นพบว่าร้านอาหารตรงข้ามโรงแรมก็เป็นร้านราคาถูกพึ่งได้ มีอาหารถูกปาก และคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คของผมก็อัพเดททำงานต่างๆได้คล่องตัว อัพโหลดภาพเข้าเว็บเพื่อเตรียมไว้ใช้งานเขียน blog กันได้สบายใจ ส่วนการถ่ายภาพก็ยังคงใช้กล้อง eos m กับเลนส์ 18-55is เป็นหลัก วันนี้ได้ลองภาพถ่ายแนวหัวกลับด้วย ถือว่าเป็นภาพที่ถ่ายที่ให้มุมมองน่าสนใจ

IMG_9555

อย่างภาพด้านบนนี้ พอถ่ายเสร็จก็เห็นว่าเงากำลังสวย ตำแหน่งยืนกำลังดี สามารถเอามากลับหัวแล้วใช้เป็นภาพใหม่ได้เลย ก็เลยถ่ายซ้ำเพื่อเอาไปกลับหัวโดยเฉพาะ

IMG_9556

ภาพถ่ายซ้ำเพื่อรอกลับหัว จะเน้นให้คนอยู่ด้านบน เงาทอดลงด้านล่าง ปล่อยพื้นที่ด้านล่างเยอะๆ แล้วเอาไปกลับภาพเป็นภาพใหม่

2019-04-29_08-24-53


พาลูกเที่ยวกระบี่ ภูเก็ต 5วัน 4คืน ตอนที่2

เช้าวันนี้เราตื่นนอนเร็วมาก เพราะว่ามีนัดกับรถรับส่งที่จะมารับพวกเราที่โรงแรมตอน 7 โมงเช้าเพื่อไปขึ้นเรือสำหรับการเดินทางไปเที่ยวเกาะรอกและเกาะห้า เราก็เลยได้กินอาหารเช้าแบบที่เช้ามากจนไม่มีแขกคนอื่นมาแย่งที่นั่งที่สวยที่สุดของโรงแรม

IMG_20190417_070029_1

เราซื้อทัวร์ของบริษัทนี้ซึ่งเป็นทัวร์ที่พาเราไปเกาะรอกด้วยเรือลำใหญ่ความเร็วสูง บรรยากาศในเรือเต็มไปด้วยคนจีน มีลูกทัวร์ประมาณ 80 คน เป็นคนไทยแค่ 5 คน ส่วนเจ้าหน้าที่เรือเป็นคนไทยทั้งหมดและทุกคนพูดภาษาจีนได้ และไกด์ประจำเรือก็อธิบายทุกอย่างเป็นภาษาจีน พวกเราคนไทยเหมือนเป็นชนชั้น2ที่มาอาศัยคนจีนเที่ยวเลย แต่เจ้าหน้าที่ทุกคนก็น่ารักกับเรา อธิบายออกไมค์ให้คนจีนเสร็จ ก็มาพูดใกล้ๆด้วยปากเปล่าให้ฟังทุกอย่าง เราก็อยู่กับทัวร์ได้อย่างไม่มีปัญหา

IMG_6058
IMG_6061
IMG_6063
IMG_6060

เรือลำนี้เป็นสปีดโบ๊ท บรรทุกคนเต็มลำเรือ มีชูชีพสำหรับทุกคน มีน้ำแจกทุกคน เดินทางจากแผ่นดินประมาณ 2 ชั่วโมงถึงเกาะรอก ชื่อเต็มๆของเกาะรอกคือ อุทยานแห่งชาติเกาะรอก เกาะแห่งนี้เป็นเกาะที่อยู่ไกลที่สุดจากกระบี่ ไกลยิ่งกว่าเกาะพีพี ด้วยความไกลนี้ทำให้นักท่องเที่ยวไม่มาก ทำให้สภาพของเกาะยังคงมีความสวยงาม ถ้าดูจากแผนที่แล้วเกาะรอกจะอยู่ใกล้แผ่นดินที่จังหวัดตรังมากที่สุด แต่ที่ตรังไม่มีนักท่องเที่ยวแนวดำน้ำ เราจึงต้องมาขึ้นที่กระบี่แทน เจ้าหน้าที่เล่าให้ฟังว่าเกาะรอกแห่งนี้มีความสมบูรณ์กว่าเกาะพีพี ปะการังและปลาที่เกาะนี้เยอะและสวยมากจนไม่ต้องไปเกาะพีพีก็ได้

IMG_6066
IMG_6068

เมื่อใกล้ถึงเกาะ เราถ่ายภาพจากบนเรือได้ภาพสวยงามตามนี้เลย กล้อง eos m กับเลนส์ efm 18-55 พร้อมด้วยฟิลเตอร์โพลาไรซ์ cpl ติดหน้าเลนส์ การถ่ายภาพทะเลให้สวยหากเราใช้ฟิลเตอร์โพลาไรซ์แล้วปรับหมุนให้ได้มุมที่พอเหมาะกับแนวแสงแดด เราก็จะได้ความเข้มสดของท้องฟ้าและน้ำทะเลที่ฉูดฉาดน่ามอง เป็นเทคนิคการถ่ายภาพรูปแบบหนึ่ง ภาพที่ถ่ายจบหลังกล้องก็สวยงามเพียงพอ ไม่ต้องไปโพรเซสภาพด้วยคอมพิวเตอร์หรือแอ็พในมือถือแล้ว ตลอดทริปนี้ผมใช้โหมด P ประมาณ 99% ซึ่งเป็นโหมดที่กล้องจะเลือกค่ารูรับแสงและสปีตชัตเตอร์ให้อัตโนมัติ

IMG_6080
IMG_6074
IMG_6085
IMG_6090
IMG_6095

เรากินอาหารกลางวันบนเกาะรอก เป็นแบบบุฟเฟ่ต์ เราเดินต่อแถวไปรอให้เจ้าหน้าที่ตักข้าวและกับข้าวให้ จานกระดาษ ช้อนพลาสติก ใช้แล้วทิ้ง น้ำเปล่ามีเพียงพอ น้ำหวานมีหลายชนิด แต่ไม่ถูกปากคนไทยเลย คิดว่าคงเป็นรสนิยมของคนจีนที่ชอบไม่เหมือนเรา ที่เกาะแห่งนี้มีนโยบายเก็บขยะกลับไปทิ้งที่แผ่นดิน ก็คือขยะทุกชิ้น ต้องขนกลับด้วย ทีมงานของทัวร์ก็เคร่งครัดกฏเหล่านี้ ทำให้เกาะนี้ดูสะอาดตามาก การเล่นน้ำบนหาดจะต้องใส่ชูชีพเสมอ ด้วยเหตุผลว่า ปะการังอยู่ตื้นมาก เจ้าหน้าที่ไม่ต้องการให้เท้าเหยียบโดนปะการังเลย การใส่ชูชีพจะช่วยลดการยืนด้วยเท้าในน้ำได้ ปะการังจะได้ไม่โดนทำลาย จะมีเจ้าหน้าที่คอยสอดส่องไม่ให้นักท่องเที่ยวลงน้ำด้วยตัวเปล่า ผมไม่ได้เล่นน้ำเอง แต่แม่และขอบฟ้าลงไปเล่นกันสนุกสนาน ขอบฟ้าเล่าให้ฟังว่าเห็นปลาหลายชนิดมากในชายหาด

IMG_6104
IMG_6110
IMG_6114
IMG_6119
IMG_6122

เรือลำใหญ่ที่บรรทุกนักท่องเที่ยวมายังเกาะแห่งนี้ไม่สามารถจอดได้ใกล้ๆชายหาด เพราะปะการังอยู่ตื้นมากและเรือก็ไม่สามารถเข้าใกล้หาดได้ ต้องจอดห่างแผ่นดินเป็นร้อยเมตรแล้วให้นักท่องเที่ยวเดินเหยียบทุ่นลอยน้ำที่วางเป็นทางเดินแทน ทางเดินก็จะแกว่งไปแกว่งมาเล็กน้อย

IMG_6129

ปูเสฉวนที่นี่เยอะมากถึงมากที่สุด ในทุกที่ที่เราเดินผ่านไปบนเกาะ ถ้าเรามองหา เราจะพบปูเสฉวน และปูเสฉวนเหล่านี้ไม่ค่อยกลัวคนเลย เราสามารถหยิบมาดูเล่นได้ แล้วก็ปล่อยให้เดินหายไป เดี๋ยวตัวใหม่ก็เดินมาเฉียดๆให้เราได้เห็นอีก

IMG_0062

หาดทรายสีขาวกับแสงแดดจัดมาก เราแทบจะไม่สามารถเดินเล่นบนหาดทรายแล้วมองด้วยตาเปล่าได้เลย มันแสบตาสุดๆ การมาเที่ยวทะเลที่สวยระดับนี้สิ่งที่ไม่ควรลืมติดตัวมาด้วยคือแว่นกันแดด ผมไปเดินเล่นถ่ายรูปห่างจากกลุ่มคนออกไป ตลอดทางเดินที่ผ่านไปนั้นต้องหยีตา หรือแทบจะหลับตาเดินเลย เพราะแดดแรงมาก ทรายสีขาวสะท้อนแดดจนเรามองพื้นก็ไม่ได้ มองฟ้าก็ไม่ได้ มันมีแต่ความแสบตา ส่วนที่ทรายโดนน้ำทะเลจะดีหน่อยที่ไม่แสบตาทำให้มองได้บ้าง การถ่ายภาพ ทะเล หาดทราย ท้องฟ้า แสงแดด วิวที่รวมสิ่งเหล่านี้ไว้ทำให้ภาพจากกล้องสวยมาก ภาพออกมาสวยจนคนชอบการถ่ายภาพเมื่อดูภาพต้องถามว่าที่นี่ที่ไหน หรือตั้งกล้องยังไง

IMG_6156
IMG_6136
IMG_6147
IMG_6161

ทริปมาเที่ยวเกาะครั้งนี้เป็นทริปที่ช่วยรื้อฟื้นความรู้สึกตื่นเต้นในการถ่ายภาพ ความสนุกในการถ่ายภาพสมัยที่หัดถ่ายใหม่ๆ ได้กลับไปใช้ฟิลเตอร์โพลาไรซ์ ได้ปรับหมุนหามุมโพลาไรซ์ แล้วเลือกวิธีวัดแสงว่าจะวัดค่าแสงพอดี หรือ จะอันเดอร์ หรือจะโอเว่อร์เพื่อชดเชยแสง การได้ใช้ความคิด ได้หยิบทักษะการถ่ายภาพอย่างจริงจังมาใช้ช่วยทำให้เราสนุกกับการถ่ายภาพมากขึ้น วันนี้เรามีกล้องดิจิทัลคุณภาพดี การเดินทางไปแหล่งท่องเที่ยวที่สะดวกสบาย ทุกอย่างสงเสริมให้เรามีโอกาสได้รูปที่ดีอยู่แล้ว และการได้ใช้ความคิดก่อนจะเก็บภาพทำให้เราสนุกยิ่งขึ้น ก่อนจะมาถึงทริปนี้ ผมก็ถ่ายภาพไปแบบไม่ได้คิดเลย มันได้แต่ปริมาณ แต่ความสนุกและความอิ่มในการดูภาพมันไม่มี

IMG_6172
IMG_6174

ออกจากเกาะรอกเรือก็พาเราไปอยู่กลางทะเล ไปจอดที่เกาะห้า เป็นเกาะห้าเกาะที่อยู่กลางทะเล เป็นแหล่งดำน้ำดูปะการังและปลาสวยงามจำนวนมาก ขอบฟ้ากับแม่ลงเล่นน้ำกันอีกรอบ ผมลงน้ำไม่ไหวแล้วอยากถ่ายรูปมากกว่า ก็เลยเก็บภาพไปเรื่อยๆ

IMG_6180
IMG_6184
IMG_6187
IMG_6197

เราจบวันนี้อย่างหมดแรง ขอบฟ้ากับแม่นั่งนับว่าวันนี้ที่มาดำน้ำได้เจอปลาอะไรบ้าง ปลาอะไรหายาก นับไปนับมาก็ได้เจอประมาณ 20 ชนิด ถือว่าเป็นวันที่โชคดีมาก เพราะไกด์บอกว่าจังหวะน้ำลงและไหลไม่แรงจะทำให้ปะการังดูตื้น เห็นง่าย ปลาก็จะเจอง่ายกว่า ถ้าเป็นจังหวะน้ำขึ้นและพัดแรง ปลาจะน้อย ระหว่างที่เดินทางกลับเราก็ได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่เรือหลายเรื่อง คนขับเรือเล่าให้ฟังว่า ปกติจะขับเรือไปกลับเกาะพีพีอยู่เป็นประจำ แต่หน้าท่องเที่ยวที่อุทยานเปิดให้ไปเกาะรอกได้ก็จะย้ายมาขับเรือไปเกาะรอก ไกด์อีกคนก็คุยเรื่องปลาให้ฟัง เลยถามถึงฉลามวาฬหรือ whale shark ว่าเคยเจอไหม ไกด์บอกว่าเขาเคยเจอฉลามวาฬด้วย แถมยังเปิดคลิปที่ถ่ายเอาไว้ให้ดูอีก เรือพานักท่องเที่ยวกลับเข้าสู่ฝั่งประมาณ 17.30 น. หมดแรงกันถ้วนหน้า และรถตู้รับส่งจากท่าเรือก็รับเราสามคนมาส่งที่โรงแรม วันนี้เรากินมื้อเย็นที่โรงแรม และนอนอย่างหมดแรง

IMG_6198

กล้อง eos m รุ่นแรก กับ เลนส์ efm18-55is ยังคงเป็นทางเลือกที่ผมจะใช้กับทริปทะเล จริงๆในกระเป๋ากล้องผมมี eos 6d กับเลนส์ 24-105F4L มาด้วย แต่หยิบ eos m มาใช้เป็นหลัก ด้วยความรู้สึกว่า eos m ไม่แพง ราคามือสองไม่กี่พันบาท เลนส์ efm 18-55is ก็ขายมือสองกันสองพันบาท การเอากล้องมาถ่ายทะเล มีขี้นลงเรือ มีละอองน้ำ มีลม มีทราย ผมยังรู้สึกว่าใช้กล้องราคาไม่แพงดีกว่า จะได้ไม่ต้องเอากล้องโปรไปเสี่ยงกับทรายและน้ำ แถมฟิลเตอร์โพลาไรซ์หรือ cpl ที่เคยมีก็เป็นฟิลเตอร์ขนาดเล็ก 52มม. ซึ่งใช้กับเลนส์ efm 18-55is ได้พอดี เป็นเรื่องที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อน เพราะว่า เดิมที ตอนที่ใช้กล้องฟิล์มบ่อยๆ สมัยหัดถ่ายด้วยฟิล์มสไลด์ เลนส์ที่ใช้กับกล้องฟิล์มก็จะมีหน้าเลนส์ 52มม ก็เลยมีฟิลเตอร์ CPL ขนาด 52มม.เอาไว้ใช้ถ่ายภาพแบบเน้นๆ ส่วนกล้องดิจิทัลรุ่นล่างอย่าง eos 350d ที่ผมซื้อใช้ถ่ายงานสารพัดเมื่อสิบกว่าปีก่อน ก็มีเลนส์ติดกล้องเป็น efs 18-55is แต่ว่าหน้าเลนส์ใหญ่ 58มม. ผมก็มีซื้อ cpl 58mm ไว้ด้วยเช่นกัน ตอนที่คิดว่าจะเอา eos m ไปทะเล ก็ไปเอา cpl 58 มาติดกระเป๋าไว้เลย เพราะคิดว่าหน้าเลนส์จะใหญ่เท่ากัน วันก่อนเดินทางลองเอามาทดสอบ ปรากฏว่ามันไม่เท่า เพราะ efm18-55is ตัวนี้มันใช้หน้าเลนส์ 52มม โชคดีมากที่ได้ลองก่อน ไม่งั้นก็จะกลายเป็นแบกของไปเที่ยวแล้วใช้ไม่ได้

IMG_6212

ภาพหลังกล้องออกมาแล้วปลาบปลื้มกับโทนสีที่สด จัดจ้าน และดูสวยขึ้นผิดหูผิดตา eos m ผมใช้มาสักห้าปี เป็นครั้งแรกที่ได้ใช้ cpl กับการถ่ายภาพวิวทะเล เห็นภาพแล้วก็หายเหนื่อย ดูภาพวิวรอบนี้ เทียบกับ eos 6d + 24-105f4L แล้ว ผมคิดว่า ผมชอบ eos m มากกว่า แถมยังน้ำหนักเบา ตัวเล็ก พกง่าย ข้อเสียเรื่องแบตหมดเร็วเราก็ปรับตัวได้แล้ว มีแบตไป 2 ก้อน ถ่ายภาพแล้วไม่ต้องดูภาพบ่อยๆ ถ่ายเสร็จก็กดปิดกล้อง ปุ่มเปิดปิดกล้องของ eos m น่าจะทำงานหนักใกล้เคียงกับปุ่มชัตเตอร์เลย

รออ่านตอนที่ 3 กับทริปกระบี่และภูเก็ต


เพลงคนเก่งคนดี

เพลงนี้ผมได้ยินในงานพิธีปัจฉิมนิเทศ อนุบาล3 ของโรงเรียนเพลินพัฒนา ได้ยินเนื้อเพลงบางประโยคแล้วรู้สึกชอบและอยากหาฟังให้เต็มเพลง ภาษาสวยงามและทำนองที่ฟังง่าย เพลงที่ดีมีคุณค่าแต่ไม่ดัง ต้องขอบคุณผู้ประพันธ์ที่ทำเพลงนี้ขึ้นมา


พาลูกเที่ยวกระบี่ ภูเก็ต 5วัน 4คืน ตอนที่1

ทริปสงกรานต์ปีนี้ ครอบครัวเราเลือกที่จะไปเที่ยวที่กระบี่และภูเก็ต แนวทางที่เลือกก็คือเดินทางไปกลับด้วยเครื่องบิน ระหว่างที่อยู่ในกระบี่และภูเก็ตก็เช่ารถขับ นอนพักที่กระบี่ 2 คืน นอนที่ภูเก็ต 2 คืน และภารกิจสำคัญคือต้องพาลูกไปดำน้ำดูปะการังที่เกาะสวยๆ

IMG_5863

เราเริ่มต้นการเดินทางที่สนามบินสุวรรณภูมิ เลือกใช้สายการบินของการบินไทย เที่ยวบินออก 8.30 ถึงกระบี่ 9.30 โดยประมาณ แล้วก็รับรถเช่าที่จองไว้ตั้งแต่กรุงเทพ เราใช้บริการของ hertz รับรถที่กระบี่ และคืนที่ภูเก็ตตอนขึ้นเครื่องวันกลับ

เราได้รถโตโยต้า yaris ปี 2018 ซึ่งเป็นรถ eco car ที่เครื่องยนต์เล็ก 1200cc การขับรถคันนี้ให้ความรู้สึกที่ดี มันวงเลี้ยวแคบมาก ถนนสี่เลนที่แคบๆเราสามารถกลับรถได้ในการวิ่งครั้งเดียว และช่วงล่างก็แน่นผสมความรู้สึกนุ่มกำลังดี ขับแล้วรู้สึกเหมือนรถขนาดใหญ่

IMG_5898

ที่กระบี่ เราไปเที่ยวสุสานหอยเป็นจุดแรก ด้วยเหตุผลว่าเราอยากให้ขอบฟ้าได้แวะไปดูสิ่งที่หาไม่ได้ในกรุงเทพ สุสานหอยหน้าตาเป็นแผ่นๆ ผมดูไกลๆก็เหมือนแผ่นปูนที่เอาไว้ปูพื้นสนาม ปูพื้นถนน แต่ดูใกล้ๆก็พบว่ามีตัวเปลือกหอยติดอยู่ในแผ่นหินจำนวนมาก มันเลยถูกเรียกว่าสุสานหอย อายุของแผ่นหินนี้ประมาณ 75 ล้านปี เปลือกหอยเหล่านี้มันคงเคยโดนไดโนเสาร์เหยียบมาบ้างในยุคที่ 65 ล้านปีก่อน ในช่วงเวลาที่ไดโนเสาร์ยังไม่สูญพันธุ์

IMG_5899
IMG_5904

ออกจากสุสานหอยเราก็ตั้งใจจะขับไปร้านอาหาร เลยเลือกที่จะไปกินอาหารแถวอ่าวนาง แต่ขอบฟ้าอยากเล่นฟุตบอลแล้ว ตอนขับผ่านชายหาดเลยแวะลงไปเล่นบอลด้วยกัน ขอบฟ้าพกลูกฟุตบอลมาเองด้วย เลยได้ไปเตะเล่นกันริมทะเล พื้นที่ชายหาดอ่าวนางเป็นหาดทรายกว้างๆ ที่พักแถวนี้จะมีถนนกั้นระหว่างตึกกับทะเล คล้ายๆกับพัทยา พอเตะบอลได้พักใหญ่ รู้สึกเหนื่อยได้ที่ก็พักและไปแวะหาร้านกินข้าวแถวนั้น

IMG_5938

เราหาร้านอาหารที่น่าสนใจในพื้นที่ใกล้ๆชายหาด หาข้อมูลจากอินเทอเน็ตได้ร้านครัวธาราที่มีคนแนะนำและรีวิวไว้น่าสนใจ เป็นร้านอาหารที่อยู่ริมหาด ไปถึงจริงๆก็พบกว่าที่จอดรถค่อยข้างน้อย พื้นที่จอดรถดูเหมือนเป็นที่สาธารณะที่มีแต่รถจอดเต็มไปหมด ในร้านไม่มีแอร์ และอาหารทำนาน และไม่อร่อย และ ราคาแพงอย่างน่าตกใจ ผมใช้เงินพันกว่าบาทกินสิ่งที่ไม่อิ่ม ไม่อร่อย และไม่คิดจะกลับมาอีกเลย ประสบการณ์การท่องเที่ยวเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน เราไม่รู้ว่าเราจะเจอความประทับใจหรือผิดหวัง แต่ที่เราได้ก็คือ เราได้รู้ว่ารีวิวนั้นเป็นแค่รสนิยมที่หลากหลาย และคนที่แนะนำร้านนี้คงรวยมากและรสนิยมการกินไม่เหมือนเรา

IMG_5951

ออกจากร้านอาหารเราก็ขับรถเข้าที่พักที่จองไว้ เป็นโรงแรมแนวบูทิคที่อยู่ติดหาดทราย ชื่อโรงแรม เดอะทับแขกซันเซ็ต ลักษณะบ้านพักเป็นหลังแยกอิสระ บ้านพักเรียกตัวกันอยู่เป็นตับ มีพื้นที่ชายหาดที่กว้างใหญ่ มีพื้นที่สำหรับเตะฟุตบอลด้วย ขอบฟ้าได้เล่นน้ำทะเล เล่นน้ำสระ และเตะบอลสนุกไปเลย

IMG_5964
IMG_5973
IMG_5994
IMG_6001

มื้อเย็นของวันนี้เราเลือกไปกินร้านอาหารที่แต่งร้านสวยงามน่ารักที่อยู่ใกล้โรงแรม ชื่อร้าน sabai ba bar เป็นร้านหน้าตาหรู ตกแต่งด้วยไม้ และไม่มีแอร์ แต่ชดเชยด้วยอาหารรสชาดดี ราคาสูงพอใช้ได้เลย แต่ก็เยอะกินอิ่ม ระหว่างที่รออาหารก็ได้ดูคู่แต่งงานที่มาจตัดงานอยู่ที่ริมหาดที่ติดกับร้านด้วย เป็นภาพงานแต่งงานที่น่ารักเหมือนกับหนังโรแมนติกคอมมีดี้ แผนที่ของร้านอาหาร sabai ba bar อยู่ด้านล่าง

Screen Shot 2562-04-25 at 14.11.22
IMG_0036
IMG_0033
IMG_0017

ผมสงสัยอยู่เพียงอย่างเดียวกับร้านอาหารร้านนี้คือ เรือลำที่จอดอยู่กลางทะเลลำนี้ทางร้านได้จ้างให้มาจอดไว้หรือเปล่า เพราะตำแหน่งเรือเป็นตำแหน่งที่มองเห็นจากร้านแล้วอยู่ตรงกับพระอาทิตย์ที่ค่อยๆตกดินพอดี มันเป็นจังหวะและตำแหน่งที่ถ่ายรูปได้ลงตัวมากๆ ถ้าบอกว่าเรือเป็นของเจ้าของร้านผมก็เชื่อ

IMG_0038

วันนี้จบวันแบบอิ่มและร้อนมาก กลับห้องพักแล้วเตรียมตัวเข้านอนเร็วหน่อย เพราะพรุ่งนี้เราจะไปเที่ยวเกาะรอก และเกาะห้า กัน อ่านต่อได้ใน พาลูกเที่ยวกระบี่ ภูเก็ต 5วัน 4คืน ตอนที่2

ด้านล่างเป็นแผนที่ของสุสานหอย โรงแรมทับแขกซันเซ็ต และร้านอาหารสบายบาบาร์ ตามลำดับ



nec01 – อย่าลืมเหตุผลที่เราพบกัน

อย่าลืมเหตุผลที่เราพบกัน

 การทำเน็ตเวิร์คกิ้งที่ดีเป็นอย่างไร  สิ่งที่จะต้องจำให้ขึ้นใจและไม่ลืมก็คือ เราต้องมาประชุมด้วยทัศนคติที่ดี  หรือเราต้องเป็นคนคิดบวก และ คิดถึงการให้ความช่วยเหลือเพื่อนเราไม่ทางใดก็ทางหนึ่งเป็นประเด็นสำคัญ

การคิดบวกมีความหมายครอบคลุมหลายอย่าง  สิ่งหนึ่งที่เราควรจะทำตัว “คิดบวก” ก็คือ ไม่บ่นในสิ่งที่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญของการประชุม หรือ  ลองสังเกตดูนะครับ สมมุตเราไปโรงแรมแห่งหนึ่งที่จัดสัมมนา เรากำลังไปเน็ตเวิร์คกิ้ง  เราเคยได้ยินไหมว่า โรงแรมนี้อาหารไม่อร่อย  ซึ่งจริงๆแล้ว เรามาทำอะไรครับ  เรามาทำธุรกิจนี่คือประเด็นหลัก เราไม่ได้มาเพื่อกินอาหาร  ประเด็นอาหารเป็นเรื่องรอง

หรือ เราเคยได้ยินหรือเป็นผู้บ่นเองไหมว่า ห้องประชุมไม่สวย ลำโพงเสียงไม่ดี ที่จอดรถแย่  สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงประเด็นรองครับ  ประเด็นหลักคือ เรามาประชุม เพื่อสร้างลูกค้าในอนาคต  เรากำลังเพาะบ่ม เรามาเพื่อออกแบบ referral และออกแบบว่าที่ลูกค้า  นั่นคือเรากำลังมาเน็ตเวิร์คกิ้ง

ข้อเสียเล็กๆน้อยๆ ไม่ใช่ประเด็นที่เราควรจะใช้เวลากับมัน สิ่งที่ควรทำก็คือการโฟกัสกับการประชุม การทำให้การประชุมเป็นการประชุมที่มีคุณภาพ สามารถสร้างธุรกิจต่อเนื่องได้ ตรงนี้ต่างหากที่เป็นหัวใจ

อย่าลืมเหตุผลที่เราพบกัน


เทียบกล้องโปร กับ กล้องถ่ายเล่น

canon eos 6d กับเลนส์ 24-105F4L is เป็นชุดถ่ายภาพระดับจริงจังของผมเอง ส่วนชุดพกพาถ่ายเล่นในวันเบาๆ ไม่ได้เอาไปรับงานก็จะใช้ eos m กับเลนส์ efm 18-55 is stm มีโอกาสได้ถ่ายภาพเปรียบเทียบกัน จะแตกต่างกันแค่เพียง eos m จะติด cpl ไว้ที่เลนส์ด้วย

IMG_0039
eos 6d + 24-105is F4L
IMG_6094
eos m + 18-55is + cpl


IMG_20190417_122339
huawei p9

ลองถ่ายในมุมคล้ายๆกันในทริปกระบี่ เป็นทะเลที่เกาะรอก น้ำทะเลสวยใส ชายหาดขาวสะอาด แสงแดดจัดแสบตามากหากมองทรายด้วยตาเปล่า

IMG_0041
eos 6d + 24-105is F4L
IMG_6119
eos m + 18-55is + cpl
IMG_0077
eos 6d + 24-105is F4L
IMG_6198
eos m + 18-55is + cpl

IMG_0071
eos 6d + 24-105is F4L
IMG_6188
eos m + 18-55is + cpl

IMG_0073
eos 6d + 24-105is F4L
IMG_6189
eos m + 18-55is + cpl