การทดลองของเด็ก ป2

ขอบฟ้าเรียนชั้น ป2 ตอนนี้กำลังเรียน onlineเนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด19 และสิ่งที่ได้รับมอบหมายให้ทำคือการค้นคว้าสิ่งที่ตัวเองสนใจ และทำในรูปแบบที่เป็นงานวิจัย ซึ่งในยุคของผมผมจะเรียกว่าทำรายงาน แต่ยุคของลูกจะเป็นรายงานที่ต้องเลือกหัวข้อเอง ตั้งคำถามด้วยตัวเอง และหาคำตอบด้วยวิธีการทดลอง ซึ่งมันดูซับซ้อนกว่าสิ่งที่ผมคาดไว้

IMG_20200520_090000

นอกจากการเรียน online ในรูปแบบที่มีการโต้ตอบ ใช้โปรแกรม zoom วันละ 2 ครั้ง ครั้งละประมาณ 1 ชม. เรียนผ่านการพูดคุยหน้าจอแล้ว ก็มีงานที่จะต้องทำส่งทุกวัน เป็นการส่งการบ้านแบบให้ตอนเช้าแล้วส่งตอนบ่าย มีสิ่งที่เรียกว่างานวิจัยที่ให้ทำต่อเนื่องหลายๆสัปดาห์แต่ให้ทะยอยส่งทีละส่วน และในสัปดาห์นี้ก็เป็นงานวิจัยที่มาถึงขั้นตอนการทดลอง ลูกผมก็ออกแบบการทดลองออกมาเป็นการวิ่งและการเลี้ยงลูกฟุตบอลบนสนามหญ้าและสนามปูนเพื่อเปรียบเทียบกัน

IMG_20200614_101454

พ่อแม่ก็เลยต้องเป็นผู้ช่วยทำงานวิจัยไปโดยปริยาย พ่อแม่ต้องหักห้ามใจไม่ให้ช่วยเหลือจนกลายเป็นทำงานแทนเด็ก ปล่อยให้เด็กได้ออกแบบคิดจินตนาการไป แล้วพ่อแม่ก็เป็นมือเป็นเท้า เป็นผู้ช่วย และเป็นผู้ให้คำแนะนำ ประคองให้เด็กได้คิดได้ทำไปทีละนิด

สิ่งที่สนุกกับการร่วมทำงานวิจัยก็คือ ได้เห็นจินตนาการของลูก ได้เห็นว่าลูกได้เรียนรู้อะไรบ้างในการทำงานหาคำตอบสักหนึ่งเรื่อง การเรียนแนวทาง project base learning มันคงเป็นแบบนี้นี่เอง แนวทางของโรงเรียนเป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร พ่อกับแม่เพิ่งจะได้สัมผัสจริงจังตอนลูกอยู่ ป2 อาจเป็นเพราะโควิด19ก็ได้ที่ทำให้พ่อแม่ได้มีโอกาสอยู่ในขั้นตอนการเรียนรู้ของลูกอย่างเข้มข้น หากเป็นช่วงเวลาปกติไม่ได้มีโรคระบาด สิ่งเหล่านี้ก็คงเป็นสิ่งที่พบเจอแค่ในรั้วโรงเรียน ในห้องมีเด็ก 29 คน ก็จะมี 29 โปรเจ็ค ครูคงปวดหัวน่าดู

IMG_20200513_133023

สิ่งที่เด็กในชั้นเรียนได้ทำในโปรเจ็คของเขาเองก็จะเป็นขั้นตอนการทำงานวิจัยเต็มรูปแบบ คือ มีที่มาที่ไป มีสมมุติฐาน หาข้อมูล ออกแบบวิธีการทดลอง ทดลอง สรุปผลการทดลอง และสุดท้ายแถมให้ก็คือ คำถามว่าจะเอาไปต่อยอดอย่างไร สิ่งที่เด็ก ป2 ยุคนี้ทำมันเหมือนสมัยผมเรียนมหาวิทยาลัยเลย

แม้ว่าเนื้อหาสิ่งที่เด็กจินตนาการจะเรียบง่ายและมีคำตอบอยู่แล้วในโลกของผู้ใหญ่ แต่มันก็ใหม่กับชีวิตของเขา จะให้เด็กไปหาคำตอบใหม่ๆได้ยังไง ผมกับแม่ขอบฟ้าก็มองงานของลูกแล้วก็แอบคิดต่อยอด แอบออกแบบการทดลองกันเองให้รัดกุม สุดท้ายพอได้สติก็ปล่อยให้ลูกทำเอง คิดเอง ผิดพลาด และ ไม่รัดกุมในแบบเด็กๆ เพราะผลการทดลองไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องใหม่ เขาไม่ใช่ ป.โท หรือ ป.เอก เขาแค่ป2

ผ่านไปหลายสัปดาห์ งานดำเนินการมาถึงสรุป หลังจากอ่านบทสรุปงานวิจัยของขอบฟ้าแล้ว ก็ดีใจที่มีการสรุปว่า ผลการทดลองไม่เป็นไปตามสมมุติฐาน ผมเข้าข้างคนที่ทดลองแล้วได้คำตอบว่าไม่ใช่ เพราะชีวิตจริงเราจะมีความสำเร็จแค่วิธีเดียว แต่เรามีเป็นร้อยวิธีที่ผิด การค้นหาแล้วพบกับวิธีที่ผิดจึงเป็นเรื่องปกติ มันไม่ได้เป็นเรื่องเสียหาย นึกถึงคำพูดหล่อๆที่ไม่รู้ใครแปลมาให้ เอดิสันบอกว่า เขาไม่ได้ล้มเหลวพันครั้งในการสร้างหลอดไฟ แต่การสร้างหลอดไฟมีพันวิธี ไม่กล้าเอามาสอนลูกหรอก ผมไม่ใช่นักคิด ไม่ใช่นักพูดให้แรงบันดาลใจ ผมเป็นแค่ผู้ช่วยงานวิจัย

เที่ยวนอนเต๊นท์แบบสุดทางจริงๆ

ไม่คิดว่าเตาไฟจะทำงานได้หลายหน้าที่ขนาดนี้

new normal ของงานแสดง และพิพิธภัณฑ์

ด้วยความอยากรู้ว่าจะต้องจัดการวางระบบการให้บริการผู้คนอย่างไร ก็เลยไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์เพื่อดูวิธีการจัดการ ที่นี่เป็นศูนย์กลางของวิทยาศาสตร์ของประเทศ การจัดนิทรรศการที่เน้นเรื่องความปลอดภัย ระวังการติดเชื้ออย่างเต็มที่น่าจะได้รับการออกแบบมาอย่างเหมาะสมและน่าเชื่อถือที่สุด

เริ่มจากการลงทะเบียนทางเว็บไซต์ว่าเราจะมาเที่ยว ทางเจ้าของสถานที่น่าจะจำกัดจำนวนคนที่จะลงทะเบียนเข้าชมเอาไว้ว่าไม่เกินจำนวนที่รัฐบาลกำหนด คนที่ลงทะเบียนจากทางบ้าน เมื่อมาถึงสถานที่แล้วก็จะยังเข้าไม่ได้ทันที ต้องผ่านจุดคัดกรอง ตรวจอุณหภูมิ หากต่ำกว่า 37 ก็จะอนุญาตให้ผ่านเข้าไปได้ จากนั้นก็ต้องไปนั่งรอในพื้นที่ที่จัดไว้ เก้าอี้นั่งรอก็จะวางห่างกันประมาณ 1.5 เมตร เมื่อตรวจสอบคนที่นั่งรอกับรายชื่อที่แจ้งไว้เรียบร้อยแล้วก็จะอนุญาตให้เข้าได้ โดยจะติดสติ๊กเกอร์ไว้ที่เสื้อเพื่อเป็นสัญญลักษณ์ว่าผ่านการลงทะเบียนและได้รับอนุญาตให้เข้าแล้ว และเราต้องสแกนแอพไทยชนะด้วยเพื่อ check in

IMG_20200607_094305

ระหว่างทางที่เดินผ่านก็จะเห็นสติ๊กเกอร์ที่พื้นอยู่ตลอดทาง เก้าอี้นั่งพักระหว่างทางก็มีสติ๊กเกอร์เตือนเอาไว้ว่าให้พยายามรักษาระยะห่างของแต่ละคนไว้ อย่าเผลอเข้าใกล้กัน

IMG_20200607_101144

ที่จุดแสดงข้อมูลภายในพิพิธภัณฑ์ ทุกจุดที่อาจจะต้องใช้มือสัมผัสกับสิ่งของหรือหน้าจอ ก็จะมีเจลแอลกอฮอล์วางไว้ข้างๆเลย เมื่อกดเล่นหน้าจอแสดงผลเรียบร้อยแล้วก็ให้กดเจลแอลกอฮอล์เพื่อล้างมือเลย เจลจะถูกวางไว้ทั่วบริเวณ

IMG_20200607_095529
IMG_20200607_113606

เมื่อถึงเวลามื้อกลางวัน เราออกจากพิพิธภัณฑ์ก็สแกน qrcode ไทยชนะของพิพิธภัณฑ์เพื่อ check out แล้วไปที่โซนขายอาหารจะล้อมรั้วเอาไว้ มีจุดเช็คอิน มี qrcode ของไทยชนะที่เราต้องสแกนเพื่อ check in ก่อนแล้วค่อยเดินเข้า จะมีเจ้าหน้าที่แจกบัตรติดเสื้อ บนบัตรจะมีตัวเลขบอก เขาใจว่าจำนวนบัตรจะเท่ากับจำนวนคนที่สามารถเข้าโรงอาหารได้ตามข้อกำหนด โรงอาหารแคบก็อาจจะมีจำนวนคนได้รับอนุญาตน้อย ซึ่งเลขที่ติดอยู่บนบัตรจะเรียงลำดับจาก 1 ไปถึงจำนวนที่กำหนด หากบัตรถูกแจกหมด ก็คงจะยังไม่ให้คนใหม่เข้า คนเก่าที่ใช้บริการพื้นที่เสร็จแล้วก็ควรจะรีบออกมา แล้วรีบคืนบัตรให้กับเจ้าหน้าที่เพื่อนำไปให้คนอื่นได้เวียนใช้

IMG_20200607_113353

โต๊ะนั่งทานอาหารจะเป็นแบบโต๊ะยาว คนนั่งจะนั่งหัวโต๊ะ ไม่หันหน้าเข้าหากัน บน
โต๊ะมีสติ๊กเกอร์ติดไว้เพื่อบกว่าต้องนั่งมุมนี้ โต๊ะ 1 ตัวนั่ง 2 คน การรับบัตรคิวแล้วเข้ามานั่งกินนั่นแปลว่าเราได้ที่นั่งแน่นอน แบบนี้ประเสริฐ

IMG_20200607_114431

IMG_20200607_112539

บนโต๊ะจะมีสติ๊กเกอร์เตือนให้เว้นระยะห่าง และเมื่อเรากินอาหารเสร็จ นำภาชนะไปทิ้งที่ถังขยะกันเอง แล้วตอนเดินออกให้คืนบัตรเลขคิว และสแกน qrcode ไทยชนะของศูนย์อาหารเพื่อ check out

IMG_20200607_114652

หากเราแวะร้านขายของที่ระลึก ก็ต้องสแกน qrcode ของร้านขายของเพื่อ check in ซึ่งตรงนี้เพิ่งจะได้เห็นว่า มีระบุจำนวนคนเอาไว้ด้วย ตัวเลข 28 น่าจะหมายถึงจำนวนคนที่มากที่สุดที่ยอมให้อยู่ในร้านขายของที่ระลึกพร้อมกัน ซึ่งก็ถือว่าไม่มาก ไม่น้อย และเมื่อซื้อสินค้าแล้ว เมื่อออกจากร้านก็ต้องสแกน qrcode อีกครั้งเพื่อ check out

IMG_20200607_114727

IMG_20200607_140431

โต๊ะจัดกิจกรรม จัดตำแหน่งการนั่งทำไว้ที่หัวมุมโต๊ะ โต๊ะละ 2 คน ระยะห่างของสองคนนี้น่าจะประมาณ เกือบ 2 เมตร

IMG_20200607_142512

ที่ห้องน้ำก็มีคำเตือนให้เว้นระยะห่าง และติดสติ๊กเกอร์ไว้ตั้งแต่ในห้องน้ำ แล้วค่อยๆต่อแถวออกมานอกห้อง โดยสติ๊กเกอร์จะติดห่างกันประมาณ1.5-2 เมตร หากคนใช้ห้องน้ำเยอะ ก็คงจะต้องยืนรอที่สติ๊กเกอร์

ตกอยู่ในภวังค์ กับ งานวิจัยของในหลวง

ที่พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า ตั้งอยู่ในรั้วเดียวกับพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ เพิ่งเปิดทำการเมื่อปี พ.ศ. 2562 พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นสถานที่ให้ความรู้ที่หลากหลายและทันสมัย เหมาะกับการพาลูกไปเดินเล่นสักหลายๆชั่วโมง และส่วนหนึ่งในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก็จะมีงานแสดงผลงานของในหลวงรัชกาลที่ 9

ผมพาลูกไปเดินดูในพิพิธภัณฑ์หลายครั้ง และมีโอกาสได้หยุดเก็บรายละเอียดนานๆ เพราะพาลูกไปเข้าเวิร์คช็อปทำสิ่งประดิษฐ์ 1 ชั่วโมง เลยได้มีโอกาสอ่านข้อมูลของในหลวงอย่างละเอียด และไปพบกับ โครงการวิจัยตัวหนึ่งชื่อ โครงการแกล้งดิน ซึ่งเป็นชื่อที่แปลกประหลาด แต่ก็ดูลึกล้ำกับแนวคิดมาก

IMG_20200607_134108

การแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นสิ่งที่พระมหากษัตริย์ไทยพระองค์นี้ได้ทำด้วยเวลาเกือบทั้งชีวิตของท่าน พระมหากรุณาธิคุณสูงลิบจนไม่น่าจะมีใครทุ่มเทเพื่อคนอื่นได้เท่านี้อีกแล้ว ไม่ใช่เพียงแค่เวลาที่มอบให้กับประชาชน แต่คุณภาพของงานก็อยู่ในระดับสูง งานวิจัยหลายงานแก้ปัญหาให้กับชาวบ้านได้อย่างฉลาดล้ำ จะมีกษัตริย์ที่ไหนที่เป็นนักคิด นักประดิษฐ์ และนักวิทยาศาสตร์ ที่เพียบพร้อมขนาดนี้

IMG_20200607_134055

ผมอ่านแนวคิดของโครงการแกล้งดินแล้วก็ตกอยู่ในอาการทึ่ง และรู้สึกภาคภูมิใจไปพร้อมกัน ในฐานะประชาชน งานนี้แก้ปัญหาได้อย่างฉลาดและทรงคุณค่า ในฐานะของคนที่เคยเรียนวิศวะ และ วิทยาศาสตร์ ผมถามตัวเองว่า งานวิจัยแบบนี้เราจะคิดได้ไหม จะริเริ่มได้ไหม จะคิดนอกกรอบแบบนี้ได้ไหม วันหนึ่งข้างหน้า เมื่อลูกผมต้องทำงานวิจัยทางวิชาการ ผมจะพาเขามาอ่านบทความนี้ ที่พิพิธภัณฑ์นี้อีกครั้ง หวังว่างานแสดงผลงานของในหลวงรัชกาลที่ 9 จะไม่ถูกปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไปเสียก่อน เพราะตอนนี้ลูกผมอายุยังไม่ถึงแปดขวบเลย

IMG_20200607_133944
IMG_20200607_133835_1
IMG_20200607_133915
IMG_20200607_133924
IMG_20200607_133841
IMG_20200607_133852
IMG_20200607_133857
IMG_20200607_133934

Aune M1 player

IMG_0269

Stock M1 build with PCM1793 as DAC and NE5532 + OPA2134 as amplifier. It’s able to push 700 mW into 32Ω load

เครื่องเล่นเพลง Aune M1 เป็นเครื่องเล่นเพลงที่มีคุณสมบัติเฉพาะ ใช้งานค่อนข้างยากแต่ก็มีคุณภาพที่สูงมาก มันเป็นเครื่องเล่นไฟล์ชนิด wav เท่านั้น ไม่สามารถเล่น Mp3 หรือ Flac ได้เลย แถม Wav ที่เล่นได้ต้องมีสเป็คแค่ 16bit 44.1kHz เท่านั้น จะเป็น Wav ระดับ Hi-res หรือ 24bit ก็ไม่ได้ นี่เป็นความเฉพาะเจาะจงที่ทำให้ใช้งานยาก

IMG_0285

เวลาที่เราได้ไฟล์เพลงมาจากการซื้อ Mp3 เราก็เล่นไม่ได้ เวลาโหลดไฟล์เพลงใน Bittorrent ก็มักจะได้มาเป็น Flac ก็เล่นไม่ได้ นานๆทีถึงจะมีคนปล่อยไฟล์เป็นแบบ wav 16bit มาให้ ซึ่งมักจะเป็นเพลงเก่าหรืออัลบั้มที่ออกมานานแล้ว เพราะ Flac เพิ่งมาฮิตในยุคหลังๆ หากเราย้อนไปในยุคแรกของไฟล์ดิจิทัล และยุคของ ipod ช่วงแรกเรายังหาไฟล์ wav ได้ง่าย แต่พอโลกเรามีเครื่องเล่นเพลงยี่ห้ออื่นๆที่เล่นไฟล์ Flac ได้ เราก็จะพบไฟล์ Flac ได้บ่อยมากและตอนนี้ก็เป็นไฟล์ที่ฮิตมากที่สุดในโลกของ Bittorrent สุดท้ายในปัจจุบันหาเราอยากได้ไฟล์ wav เราแทบจะต้อง rip ไฟล์ออกจากแผ่นซีดีของเราเอง

การ rip ไฟล์เพลงเองก็หมายความว่าเราจะต้องมีแผ่นซีดีเป็นของตัวเอง หรือไม่ก็ยืมเพื่อนมา rip ดังนั้น ความยุ่งยากของการใช้ M1 เป็นเครื่องเล่นก็คือ กว่าจะได้ฟังมันมีขั้นตอนที่ยุ่งยาก และมันก็อาจจะทำให้เบื่อหน่ายได้ ซึ่งเหตุผลเรื่องความยุ่งยากก็ทำให้ M2 ออกมาทดแทน M1 โดยเพิ่มความสามารถในเรื่องการเล่นไฟล์เพลงได้หลากหลายอย่างแท้จริง และทำให้ M1 เป็นของที่ถูกเมิน

สิ่งที่ทำให้ผมยังคงชอบที่จะใช้งาน Aune M1 ก็คือ ปุ่มวอลลุ่มที่เป็นแบบอนาลอกโบราณ เป็นแบบที่ใช้งานได้เข้าใจง่าย ความคุ้นเคยกับการบิดสุดด้านทวนเข็มนาฬิกาเพื่อปิดเสียงเงียบ หรือค่อยๆหมุนตามเข็มนาฬิกาเพื่อเพิ่มเสียงทีละนิด ทำให้เราได้ระดับเสียงที่ถูกใจเราทุกครั้งที่หมุน มันดีกว่าปุ่มกดดิจิทัลที่บางครั้งเรากดเพิ่มนิดเดียว แต่มันเพิ่มความดังให้เราเยอะเกินไป เนื่องจากผมเคยเจอเครื่องเล่นที่ปุ่มปรับความดังมันมีระยะสเต็ปของดิจิทัลที่ค่อนข้างห่าง level ที่เราฟังรู้สึกเบาไป พอกดเพิ่มเสียงไปอีก 1 คลิก ระดับเสียงก็ดังเกินไป มันไม่มีระยะความดังที่พอดีกับหูของเรา การมีปุ่มวอลลุ่มโบราณที่บิดไปมากน้อยตามใจเราจะทำให้เราตั้งระดับเสียงที่ถูกใจที่สุดได้ง่ายดายมาก และอย่างที่สองก็คือ มันเสียงดี ซึ่งข้อนี้เป็นสิ่งที่เราได้ยินกับหู แล้วเรารู้สึกว่าเราพอใจเสียงแบบนี้แล้ว

จุดสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ชอบก็คือการมี digital out ทำให้การอัพเกรดระบบเป็นเรื่องง่าย เราสามารถเลือกใช้ Dac ตัวอื่นมาต่อเพื่อถอดรหัสเสียงดิจิทัลได้ เราเลือกสไตล์เสียงของ Dac ที่มาต่อได้ แม้ว่าเราจะพอใจกับเสียงที่มันแปลงเป็นอนาลอกให้แล้ว แต่เราก็มี Dac ตัวอื่นๆในใจเราอีกหลายตัวที่เราอยากลอง ยังคงมี Dac ระดับไฮเอนด์ที่ราคาตกมากๆให้เราลองซื้อลองเล่นดู เครื่องเล่นเพลงที่มีสัญญาณ digital out ในท้องตลาดปัจจุบันเป็นสิ่งที่หายากมาก เครื่องเล่นส่วนใหญ่จะตัดความสามารถตรงนี้ออกไป อาจจะเพราะไม่จำเป็น อาจจะเพราะ Dac รุ่นใหม่ๆเสียงดีกว่า Dac เก่าสเป็คต่ำ ก็เป็นได้ แต่เราเป็นนักเล่น อะไรที่ลองเล่นได้ก็อยากเล่น เครื่องเล่นเพลงที่ต่อ digital out จึงเป็นตัวเลือกที่ต้องการใช้งานนั่นเอง ถามว่า ipod มีสัญญาณ Digital out ให้เราใช้หรือไม่ ก็ตอบว่า ไม่มี เราจะต้องใช้อุปกรณ์เสริมราคาหลายพันบาทเพื่อที่จะใช้ดึงสัญญาณ digital out ออกจาก ipod ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ต้องจ่ายเพิ่มและใช้งานไม่สะดวก เพราะอุปกรณ์ที่ดึงสัญญาณดิจิทัลให้เรานั้นมันคือแท่นวางที่มีช่องเชื่อมต่อสารพัดช่องนั่นเอง เราแทบจะพกพาไม่ได้เลย

คุณภาพการเล่นเพลงของ Aune M1 ไม่มีข้อกังขา ผมรู้สึกว่ามันดีเหมือนเครื่องเล่นซีดี รู้สึกว่ามันดีเหมือนการเล่นไฟล์เพลงคุณภาพสูงบนคอมพิวเตอร์ แต่มาในรูปแบบของอุปกรณ์พกพาขนาดกระทัดรัด ในอดีตผมเคยฟังเพลงอย่างจริงจังกับเครื่องเสียงรถยนต์ นักเล่นยุคเก่าก็จะชอบต่อเครื่องเล่นซีดีแบบหลายแผ่นในรถ เพื่อให้สามารถเปิดแผ่นที่ชอบได้สัก 6 แผ่นเป็นอย่างน้อย เครื่องเล่นแผ่นซีดีบางรุ่นก็ใส่ได้ 10 แผ่น เทียบกับเครื่องเล่นเพลงดิจิทัลอย่างปัจจุบันที่ใส่เพลงได้เป็นร้อยเป็นพันเพลงแทบไม่ได้เลยในแง่ความสะดวก และการพกพาเพลงไปฟังบนรถ

ในวันที่เราเดินทางต่างจังหวัด เราต้องขับรถประมาณ 10 ชั่วโมง เราต้องใช้ซีดีกี่แผ่นเพื่อจะเปิดเพลงให้ได้ 600 นาทีเท่ากับเวลาที่รถวิ่ง ซีดี 1 แผ่นเรามีเพลงประมาณ 50 นาที จะฟังตลอดเส้นทางต้องมี 12 แผ่น และต้องเป็นแผ่นที่เราชอบทั้งหมด และชอบทุกเพลงด้วย ซึ่งมันเป็นเรื่องยากมาก สุดท้ายผมก็เคยขนซีดี 50 แผ่นติดรถไปเที่ยวยาวๆไกลๆ

พอใช้เป็นเครื่องเล่นเพลงอย่าง ipod ผมก็มี 1000 เพลงอยู่ในฝ่ามือ นั่นเป็นความสะดวกของการฟังเพลงผ่านไฟล์เพลง และเมื่อ ipod ครองโลก การจะมีเครื่องเล่นเพลงอะไรที่เจ๋งกว่าออกมาและมีจุดขายที่เด่นชัดย่อมเป็นเรื่องยาก ในตลาดเครื่องเล่นเพลงก็หาตัวที่จะทำมาดีกว่า ipod ก็แทบไม่มีเลย และนี่ก็คือโชคและจังหวะที่ดีที่ Aune มีเครื่องเล่นตัวนี้ออกมา แต่มันไมไ่ด้ออกมาแทน ipod ที่จุเพลงได้เป็นพันเป็นหมื่น แต่มันออกมาแทนเครื่องเล่นซีดี ทั้งแบบแผ่นเดียวและแบบหลายๆแผ่น เพราะเราจะก็อปปี้ไฟล์เพลงจากแผ่นซีดีลงบนหน่วยความจำแล้วนำไปเปิดเล่นเปิดฟังในสถานที่ที่เราต้องการ

คนรักแผ่นซีดีน่าจะรักชอบเครื่องเล่นไฟล์เพลงแบบนี้ เพราะมันให้คุณภาพเสียงที่ดีมากทัดเทียมกับเครื่องเล่นแผ่นซีดี แต่มันเก็บไฟล์เพลงได้มากกว่า มันสามารถเก็บเพลงได้หลายสิบแผ่นเสียด้วย การเปิด การเลือกเพลง ก็ทำได้ง่ายดาย คนที่ซื้อ Aune M1 น่าจะเป็นคนที่มีแผ่นซีดีอยู่ในบ้านค่อนข้างเยอะ และยังคงหลงใหลกับแผ่นซีดีเหล่านั้น ความสุขของการมีไฟล์เพลงจากแผ่นออดิโอไฟล์เป็นร้อยเพลงติดตัวออกจากบ้านไปเที่ยวเล่น อยากฟังเมื่อไหร่ก็ได้ฟังเพลงคุณภาพสูง เหตุผลเหล่านี้ทำให้เรายอมซื้อเครื่องเล่นเครื่องนี้ได้ไม่ยากเลย

แต่ ipod ก็เล่นเพลง wav ได้และจุได้เยอะเหมือนกัน แล้วเราอยากได้อะไรที่ ipod ให้ไม่ได้ล่ะ นั่นคือคำตอบที่ชัดเจนยิ่งขึ้น เพราะจุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของเครื่องเล่น Aune M1 ก็คือ มีภาค headphone amp ที่ดีมาก มันสามารถส่งกำลังขับไปใช้งานกับหูฟังขนาดใหญ่ได้ สามารถใช้งานกับหูฟังความต้านทานสูงได้ เพราะหูฟัง Fullsize มักจะต้องการพลังงานในการผลักดันตัวไดรเวอร์ส่งเสียงที่มากเพียงพอ ipod จะกำลังไม่พอเมื่อใช้กับหูฟังขนาดใหญ่ ซึ่ง Aune M1 ทำได้ค่อนข้างดี

จุดเด่นที่ชัดเจน ทำให้เรายอมใช้งานและอดทนกับความยุ่งยากในการเล่น เมื่อเราเตรียมเพลงให้พร้อม แล้วเปิดไฟล์เพลงนั้นๆด้วย Aune M1 พร้อมหูฟัง Fullsize สักตัว เราจะพบว่า สิ่งที่เรายอมแลก ที่เรายอมยุ่งยาก มันให้คุณภาพเสียงที่ดีมากนั่นเอง และทำให้เราไม่อยากกลับไปฟัง ipod ในแบบเดิมๆอีกเลย

IMG_20210806_220238

อัพเดทสิ่งที่เพิ่งค้นพบ

Aune M1 มีโหมดการเล่นลับที่ซ่อนไว้ นั่นคือ pro mode ที่จะเล่นไฟล์เสียงให้น้ำเสียงที่แตกต่างไปจากเดิมเล็กน้อย วิธีการเข้าระบบ pro ก็คือ ตอนเปิดเครื่องให้กดปุ่ม play ค้างไว้ แล้วค่อยเลื่อนสวิตซ์เปิดเครื่อง เมื่อเปิดแล้วเครื่องจะเข้าระบบ Pro และจะมีตัวหนังสือสีแดงขึ้นในจอภาพ หากเลือกใช้แล้ว การปิดแล้วเปิดใหม่ครั้งต่อไป ก็จะติดเป็นโหมด Pro ไปตลอด แต่หากจะเลิกใช้โหมด Pro นี้ ก็ให้ใช้วิธีเหมือนตอนเข้า ก็คือขณะปิดเครื่องอยู่ ให้กดปุ่ม play ค้างไว้ แล้วค่อยเลื่อนสวิตซ์เปิด ตัวเครื่องเล่นก็จะออกจากโหมด Pro แล้วกลับสู่ระบบปกติ

ปิ้งแซนวิชกับ coleman sandwich cooker

coleman_sandwish_3

อุปกรณ์แค้มปิ้งชนิดหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ ที่ปิ้งแซนวิช เพราะเป็นอุปกรณ์ที่เหมาะกับการทำอาหารกินง่ายๆในขณะที่เที่ยวแบบนอนเต๊นท์ เจ้าสิ่งนี้ผมเห็นในเน็ต และรู้สึกว่ามันเรียบง่ายและน่าใช้ เลยสั่งซื้อมาเก็บไว้ รอจังหวะได้ไปเที่ยวนอนเต๊นท์แล้วจะไปทำแซนวิชกิน

20200524170609_IMG_0357

โควิด19 ทำให้การท่องเที่ยวดับวูบ อุทยานแห่งชาติประกาศปิดไม่มีกำหนด ดังนั้นทริปนอนเต๊นท์ทำอาหารกินก็ต้องงดด้วยเช่นกัน แต่เราก็มีอุปกรณ์แล้วก็ทำกินเล่นเองในบ้านก็ได้ แต่จะให้เท่ห์และมีเหตุผลที่ดีหน่อยก็ต้องหาข้ออ้าง เพราะในบ้านมีที่อบแซนวิชไฟฟ้าอยู่ เลยหาเรื่องเก็บใบไม้แห้งมาทำเชื้อเพลิง โดยมีผู้สมรู้ร่วมคิดและลงมือทำด้วยเป็นลูกชายผมเอง

20200524170555_IMG_0355

coleman sandwich cooker ออกแบบมาเป็นกระทะอบแซนวิชสองชิ้นประกบกัน ด้ามจับถอดออกจากกระทะได้ ตอนใช้งานจะหมุนเกลียวเข้าไป มีตัวล็อคที่ด้านมือจับไม่ให้กระทะสองใบแยกออกจากกัน ตอนใช้งานก็แค่ประกอบขึ้นมา แล้ววางแซนวิชเข้าไปด้านใน ปิดกระทะ แล้วปิ้ง…

20200524170627_IMG_0358

แซนวิชปกติเราก็ต้องเตรียมขนมปังและไส้ที่ใส่ก็ต้องจัดหามา แต่ด้วยความง่าย เซเว่นมีแซนวิชพร้อมอบให้เราใช้ ผมซื้อ แซนวิชชีส เอาไว้ทำกิน ปกติก็จะทำด้วยเครื่องอบไฟฟ้า เป็นแบบเสียบปลั๊กไฟ แป๊ปเดียวก็เสร็จ แต่พอจะทำกับ coleman เราก็ต้องมีขั้นตอนยากๆหน่อย คือ กวาดใบไม้แห้งมารวมกัน จุดไฟใช้ใบไม้แทนถ่าน แล้วก็ปิ้งบนเตาไฟ

20200524171351_IMG_0359

ควันขโมงลอยออกไปไกล ถ้าช่วงนี้มีปัญหา PM2.5 คงโดนข้างบ้านนินทาแน่นอน แต่ในเวลานี้เป็นช่วงเวลาการระบาดของโควิด19 เรื่องฝุ่น 2.5 เป็นเรื่องเล็ก ดังนั้นเราก็จุดไฟกันห้านาทีก็คงไม่มีใครว่า ควันไฟเยอะเมื่อตอนที่เริ่มเผา พอเปลวไฟเริ่มเยอะขึ้นควันก็จาง ไฟจากใบไม้แห้งร้อนเพียงพอจะทำให้แซนวิชสุก เกรียม วางกระทะแซนวิชด้านละ 2-3 นาที กะประมาณด้วยความรู้สึก ใช้จมูกดมกลิ่นชีสที่ร้อน ถ้ากลิ่นเริ่มโชยหอม ก็กลับกระทะสักรอบ

20200524171442_IMG_0361

ผ่านไปประมาณ 5 นาที ไฟก็มอด ใบไม้แห้งที่เตรียมไว้ก็หมด แซนวิชคงเสร็จพอดี เปิดออกมาสีเหลืองเกรียมน่ากิน ให้ลูกลองกินดูก็ได้คำตอบว่า อร่อย เป็นอันเสร็จการทดสอบ coleman และ สภาพของกระทะก็ดำๆ ต้องล้างเขม่าออก และดูเหมือนจะดำล้างไม่ค่อยออกด้วย

20200524172449_IMG_0367

ชีวิตดีๆกับความสะดวกของเครื่องทำแซนวิชไฟฟ้าตัวละห้าร้อยบาท ก็สู้ coleman ที่ต้องปิ้งต้องจุดไฟไม่ได้ coleman ราคาในเว็บ 950 บาท ค่าส่งต่างหาก ผมลองใช้งานเพราะอยากได้ของไปใช้เที่ยวตอนนอนเต๊นท์ ถ้าการท่องเที่ยวนอนโรงแรมยังไม่สามารถมั่นใจเรื่องความปลอดภัยจากเชื้อไวรัสได้ การนอนเต๊นท์ก็น่าจะเป็นช่องทางที่มีอยู่เพียงอย่างเดียวให้พวกเรายังคงได้เที่ยวกันอยู่ ไทยเที่ยวไทยก็จะเป็นกิจกรรมที่พาประเทศเราผ่านวิกฤตินี้ไปได้ แม้จะสะบักสะบอม เศรษฐกิจยับเยินไปแล้ว แต่เราก็น่าจะยังมีแรงเที่ยวในประเทศกันอยู่ ขอให้รายได้ไปถึงประชาชนทั่วประเทศ อ้าว….. จบแบบไม่เกี่ยวกับแซนวิชเลย

coleman sandwich cooker https://shope.ee/1fo6rkUB8g

20200524173255_IMG_0373

ครัวซองต์อร่อย จากโรงแรมคูณ

ในช่วงเวลาที่โควิด19 ระบาด สายการบินกำลังจะล่มสลาย นักท่องเที่ยวหดหายไปทั้งหมด ประเทศปิด โรงแรมในประเทศไทยไม่มีคนเข้าพัก ธุรกิจร้านอาหารถูกสั่งปิดชั่วคราวห้ามนั่งกินในร้าน งานสัมมนายกเลิก การปรับตัวเพื่อรับมือกับวิกฤตไวรัสฆ่าคนรอบนี้ทำให้โรงแรมและร้านอาหารต้องขายของผ่านระบบซื้อกลับบ้าน

IMG_20200506_124952
IMG_20200506_124959

ด้วยสาเหตุที่เราต้องซื้อของกลับบ้าน ก็เลยได้มีโอกาสแวะชิมอาหารของโรงแรมแห่งหนึ่ง รสชาติอาหารหลายอย่างทำได้ดี ผมรู้จักกับเจ้าของ และเจ้าของได้ขอให้มาลองชิมก่อนขายอย่างเต็มรูปแบบ จากการพูดคุยก็ทราบว่าเชฟหรือพ่อครัวของโรงแรมก็ทำอาหารตามมาตรฐานของโรงแรม แต่ใส่กล่องขายให้ซื้อกลับบ้าน ดังนั้นรสชาติอาหารจะมีคุณภาพระดับโรงแรมเลย

IMG_20200506_125002
IMG_20200506_125946

อาหารหลายอย่างหน้าตาดี รสชาติดีและสร้างสรรค์ แต่ที่ประทับใจมากๆก็คือครัวซองต์ของโรงแรม เพราะหอมตั้งแต่เห็นพนักงานหยิบเข้าถุง แอบฉีกกินก่อนจะขึ้นรถกลับบ้าน ซึ่งมันอร่อยมาก แต่ก็คิดว่าจะรีวิวคร่าวๆให้เหมือนสภาพจริง คือ รอเวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมงแล้วค่อยกิน เพราะจะได้เหมือนลูกค้าซื้อกลับบ้าน

IMG_5366_0
ภาพจากโรงแรม

บนทางด่วนที่ขับรถกลับ ดูเวลาเมื่อครบ 30 นาที ก็หยิบครัวซองต์มากิน รสชาติยังคงดีเหมือนเดิม แค่ไม่ได้ร้อนแบบนาทีแรก แต่ก็อุ่นๆ ยังกินได้อร่อย ความกรอบของขนมปังด้านนอก กับ ความนิ่มของเนื้อแป้งด้านในยังมีความแตกต่างที่ชัดเจน กรอบนอกนุ่มในมันยังคงมีอยู่แม้เวลาผ่านไป30 นาทีแล้ว สิ่งที่รับรู้ได้อีกอย่างก็คือ แต่ละเลเยอร์ของขนมปังมีสัมผัสที่แยกเลเยอร์ได้ชัดเจน ไม่ได้มีเนื้อเดียวเป็นก้อนแบบครัวซองต์ซุปเปอร์มาเก็ตหรือแบบที่ซื้อตามร้านสะดวกซื้อ นานๆได้กินครัวซองต์แบบนี้ก็ถูกใจดี

IMG_5372_0
ภาพจากโรงแรม

ผ่านไป 60 นาที ลองหยิบกินอีกชิ้น รสชาติยังอร่อยอยู่ ไม่จืด ไม่ชืด ความร้อนเกือบหมดแล้วแต่ด้านนอกของขนมปังไม่ได้กรอบแข็งเท่าเดิม พอกินหมดชิ้นด้วยความสงสัยผมเลยขับรถไปฟู้ดแลนด์แล้วซื้อครัวซองต์กิน ก็ได้ข้อสรุปว่า ครัวซองต์โรงแรมคูณ อร่อยมากจริงๆ แล้วราคาก็เท่ากับราคาขายในร้านกาแฟตามห้างเท่านั้น

ฉากกั้นบนโต๊ะอาหาร

หลังจากที่ทั้งโลกประสบปัญหาโควิด19 จนทำให้ต้องมีการเก็บตัว รัฐบาลสั่งห้ามไม่ให้ประชาชนไปในที่สาธารณะที่จะมีการแออัดหรืออยู่ใกล้กันกับคนอื่น ทั้งโลกและประเทศไทยประสบเหตุการณ์มีคนเสียชีวิตหลายแสนคน ตอนนี้ ผ่านมาประมาณ 4 เดือน เราก็เริ่มปรับตัว รัฐบาลอนุญาติให้ออกจากบ้าน จากคำสั่งปิดร้านอาหารห้ามนั่งกินที่ร้าน ต้องซื้อกลับบ้านเท่านั้นก็มีการอนุญาตให้นั่งกินที่ร้านได้ แต่จะต้องมีการป้องกันอย่างดี ทุกคนต้องมีระยะห่างระหว่างกัน หรือทำ social distance

ร้านอาหารก็จะต้องมีการกั้นคอกเพื่อไม่ให้ทุกคนอยู่ใกล้ชิดกัน นวัตตกรรมหรือสิ่งประดิษฐ์ที่กำลังเป็นที่ต้องการสำหรับร้านอาหารก็คือ ฉากกั้นที่ใช้วางบนโต๊ะอาหาร ซึ่งส่วนใหญ่จะทำมาจากอะคลีลิคหรือกระจก

20200513071651_IMG_0274

เพื่อนโรงพิมพ์ของเราก็ทดลองทำฉากกั้นขึ้นมาบ้าง โดยทำจากโฟมและแผ่นพลาสติกใส ความเบาของวัสดุสองอย่างนี้จะทำให้เรามีฉากกั้นคุณภาพดี ช่องมองใส และน้ำหนักเบา แม้ว่าจะไม่สามารถตั้งภายนอกอาคารได้ เนื่องจากจะโดนลมพัดจนล้ม แต่หากใช้ในอาคาร หรือ ใช้ในห้องแอร์ เราก็สามารถใช้ได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องล้ม และสุดท้ายด้วยความที่เป็นวัสดุเบาทำให้มันปลอดภัย แม้จะล้มหรือตกใส่เท้า ก็ไม่ทำให้เราบาดเจ็บ

ตัวอย่างฉากกันหรือ table partition เป็นแบบนี้

20200513073241_IMG_0281
20200513071540_IMG_0270

หากใครสนใจก็ลองติดต่อเข้ามาสั่งเราทำได้ครับ เพราะเราก็อยากให้ธุรกิจร้านอาหารสามารถให้บริการลูกค้าท่ามกลางวิกฤตโควิดครั้งนี้

HBL 2/3 ขอบฟ้าส่งงาน

7may2020

IMG_20200507_081015
IMG_20200507_084355
IMG_20200507_152309

8may2020

IMG_20200508_075949
2020-05-08_10-55-29
IMG_20200508_140318

12may2020

2020-05-12_02-31-08
2020-05-12_02-33-42

13may2020 มุมโปรดในบ้าน

IMG_20200513_134916
20200513103218_IMG_0289
IMG_20200513_133023
2020-05-14_11-12-36
IMG_20200513_145129

14may2020 มุมการทำงาน

95127
95128
IMG_20200513_140607

16may2020

2020-05-16_10-08-40

20may2020

IMG_20200520_090103

21may2020

2020-05-21_11-23-03

22may2020

34682
34681

เอาสติ๊กเกอร์แช่น้ำ

สติ๊กเกอร์ที่เราผลิต เราใช้ระบบหมึกที่ไม่ละลายน้ำ ทำให้สติ๊กเกอร์ของเราสามารถโดนน้ำได้ เปียกน้ำได้ ลงน้ำได้ แช่น้ำได้ เหมาะกับงานติดกล่องอาหาร ข้อมูลที่อยู่บนสติ๊กเกอร์ไม่เลอะเลือน ไม่ละลายน้ำ

ติดต่อ วุฒิชัย โทร 0819373130
email:pockethifi@gmail.com
line:pockethifi

งานสิ่งพิมพ์มีบาร์โค้ดควรทดลองสแกนด้วยอุปกรณ์จริง

โรงพิมพ์ของเรารับพิมพ์สิ่งพิมพ์ทุกชนิด ขอแนะนำงานพิมพ์สติ๊กเกอร์สำหรับติดกล่อง ติดขวด ติดแพ็คเกจจิ้งต่างๆ ราคาย่อมเยา หลายครั้งที่ลูกค้าสั่งผลิตสติ๊กเกอร์หรือป้ายสินค้า แล้วมีส่วนบาร์โค้ดที่อ่านค่าหรือสแกนไม่ได้ นั่นเป็นเพราะพื้นที่บาร์โค้ดอาจน้อยเกินไปจนเครื่องสแกนทำการอ่านค่าไม่ได้ ทุกครั้งที่เราพิมพ์งานที่มีบาร์โค้ดอยู่ในงานเราจะทดสอบการสแกนจริงด้วยเครื่องสแกนบาร์โค้ดแบบเดียวกับที่ใช้ในห้าง เพื่อความมั่นใจว่า สิ่งพิมพ์ตัวนี้สามารถใช้งานบาร์โค้ดได้

ติดต่อ วุฒิชัย โทร 0819373130
email:pockethifi@gmail.com
line:pockethifi