หัดกระโดดน้ำ
ทุกวันนี้การเรียนรู้หลายๆอย่างสามารถหาได้จากอินเทอเน็ต และเมื่อเด็กคนนึงอยากกระโดดน้ำให้สวยแบบในหนัง ก็เลยลองเปิด youtube เพื่อดูวิธีการ มีคนหลายคนที่สอนเป็นวิดีโอ เลือกดูสักสองคลิปแล้วทำตาม ใช้เวลาหัดประมาณ 3 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 1 วัน
ภาพก่อนไปโรงเรียน
เช้าวันหนึ่งก่อนจะออกจากบ้านไปโรงเรียน แม่ลูกเตรียมตัวขึ้นรถ วันนี้พ่อไปส่ง ในมือพ่อมีกล้องตัวหนึ่งที่ใส่ฟิล์มไว้ถ่ายเล่น ฟิล์มขาวดำที่ซื้อไว้นานแล้วหลายปี กับกล้องเก่าเก็บที่นานๆใช้ที แม้โทรศัพท์จะเป็นอวัยวะติดมือผู้คน แต่การถ่ายภาพอย่างตั้งใจก็เป็นกิจกรรมที่สนุก การมีภาพธรรมดาในรูปแบบของฟิล์มก็นับว่าเป็นเรื่องไม่ธรรมดาในยุคสมัย 5G.
กล้อง nikon fm2n
เลนส์ nikon 50f1.8
ฟิล์ม ilford pan100
Film developer D76 20องศา 7 นาที
กระดาษอัดภาพ ilford Kentmere
Paper developer Kodak Dektol
วิธีดึงฟิล์มออกจากกลัก
การถ่ายภาพด้วยฟิล์มส่วนมากเราก็ใส่ฟิล์มเข้าไปในกล้อง แล้วก็ถ่ายๆๆๆๆๆๆ หมดม้วน กล้องก็จะกรอฟิล์มกลับ หรือ ถ้าเป็นกล้องแมน่วลเราก็ต้องหมุนฟิล์มกลับเอง และเมื่อหมุนฟิล์มกลับเข้ากลักไปแล้วก็นำไปส่งร้านล้างต่อ
แต่ก็มีบางคน บางสถานการณ์ที่เราจำเป็นต้องดึงฟิล์มออกจากกลักอีกครั้ง บางคนเผลอหมุนเล่นแล้วฟิล์มใหม่ๆยังไม่ได้ถ่ายดันหมุนเข้ากลักไปเสียก่อน หรือบางคนอยากจะล้างฟิล์มเองก็ต้องหาวิธีดึงฟิล์มออกจากกลักให้ได้ เพื่อจะนำไปโหลดฟิล์มเข้าแท็งค์ล้างฟิล์ม
การดึงฟิล์มจะมีอุปกรณ์สำเร็จ แต่ถ้าเราไม่อยากซื้อ ก็ใช้วัสดุที่น่าจะหาได้ในบ้านหรือในเซเว่นในร้านเครื่องเขียนแทน ดูตามคลิปวิดีโอได้เลย
รีวิวฟิล์มขาวดำกับกล้อง Harman Reusable Camera
กล้อง Harman Reusable Camera เป็นกล้องที่ขายมาเป็นเซ็ต แถมฟิล์มมา 2 ม้วน เมื่อปีก่อนผมได้รีวิวกล้องตัวนี้ไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่เป็นการรีวิวหรือทดลองใช้กับฟิล์มสี เพราะเจตนาอยากจะเห็นภาพเร็วๆ เนื่องจากการเตรียมอุปกรณ์เพื่อล้างฟิล์มขาวดำจะต้องใช้ของจำนวนมาก และใช้ความพยายามในการล้างฟิล์มเองด้วย ทำให้ตัดสินใจเลือกฟิล์มสีไปก่อนเพื่อความสะดวกและจะได้รู้ผลเร็ว ซึ่งก็ได้เห็นคุณภาพของกล้องราคาไม่แพงตัวนี้กันแล้ว และถือว่าน่าพอใจกับกล้องตัวนี้ กลับไปอ่านรีวิวได้ที่นี่
กว่าจะได้มีโอกาสใช้ฟิล์มขาวดำในชุดของมันเองก็ผ่านไปอีกหลายเดือน ผมใช้กล้อง Harman
Reusable กับฟิล์มในชุดคือฟิล์ม Kentmere pan400 กลักสีม่วงสวยงาม ฟิล์มตัวนี้เป็นฟิล์มขาวดำ ความไวแสง 400 ต้องล้างด้วยน้ำยาขาวดำแท้ ผมเลือกใช้น้ำยา Kodak D76 ซึ่งเป็นน้ำยามาตรฐานของฟิล์มขาวดำ ตามสูตรของผู้ผลิตจะแนะนำเอาไว้ว่า ถ้าล้างด้วยน้ำยา D76 จะต้องล้างที่อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส และใช้เวลาล้าง 9.30 นาที
และเมื่อล้างเสร็จขั้นตอนทุกอย่างแล้ว ก็เลยสแกนภาพด้วยมือถือ โดยการถ่ายภาพฟิล์มแล้วนำไปปรับแต่งด้วยซอร์ฟแวร์ เพื่อให้ได้ภาพขาวดำออกมา ภาพที่ได้เป็นภาพที่ไม่ค่อยคมชัดนัก อาจจะเป็นเพราะวิธีสแกน หรืออาจจะเป็นเพราะกล้องมีระยะชัดตายตัว ปรับโฟกัสไม่ได้ ทำให้บางภาพที่ถ่ายใกล้กับตัวแบบจะทำให้ภาพดูไม่คมชัด หรือ โฟกัสไม่ตกอยู่บนตัวแบบ
ข้อดีของ Harman Reusable Camera คือ มันเป็นกล้องคอมแพ็คที่ออกแบบมาเพื่อให้มือใหม่ได้ทดลองใช้ ไม่มีระบบวัดแสง มีแต่การเปิดแฟลชหรือปิดแฟลชเท่านั้นที่ดูเป็นลูกเล่นให้เลือกปรับแต่ง กล้องใช้แบตเตอรี่ขนาด AAA จำนวน 1 ก้อนเพื่อใช้งานในการเปิดแฟลช หากใช้ในที่แสงพอดีกับสเป็คกล้อง ก็จะให้ภาพที่มีน้ำหนักเข้มอ่อนพอดี ภาพเหตุการณ์ที่มีแสงแดดอ่อนบนกล้องตัวนี้มีคุณภาพดีเกินราคา แต่หากไปเจอกับที่มืด หรือเหตุการณ์ในร่มเงา ในห้อง ในตึก สภาพแสงในบ้านมักจะน้อยอยู่แล้ว กล้องคอมแพ็คชัตเตอร์คงที่แบบนี้จะให้ภาพอันเดอร์ทันที การเปิดแฟลชช่วยก็จะพอทำให้ได้ภาพ แต่แสงแฟลชก็ไม่แรงนัก ภาพที่เปิดแฟลชถ่ายในบ้านยังคงดูอันเดอร์อยู่
หากจะสรุปถึงคุณภาพของกล้องและฟิล์มของบ็อกเซ็ตชุดนี้ กล้องคอมแพ็คเปลี่ยนฟิล์มได้มีกลไกการทำงานที่แม่นยำ สปีดชัตเตอร์ระดับ 1/100 วินาทีโดยประมาณพร้อมรูรับแสง f10 ทำให้มันเหมาะกับการถ่ายภาพในที่มีแสงสว่างมากพอ อย่างเช่นตอนกลางวัน ภาพตัวแบบที่โดนแสงแดดโดยตรงจะให้คุณภาพที่ดี หากถ่ายในที่แสงน้อยก็ต้องเปิดแฟลชเสมอ และพยายามยืนใกล้แบบเอาไว้ เพราะแสงแฟลชจากพลังงานแบตเตอรี่ก้อนเดียวก็ทำงานได้ในระยะประมาณ 1-1.5เมตรเท่านั้น
ทดลองนำฟิล์มไปอัดขยายด้วยกระบวนการห้องมืด ก็อัดภาพออกมาได้สวยงามดี ภาพที่ถ่ายมาค่าแสงพอดีก็จะสามารถอัดภาพออกมาได้มีน้ำหนัก มีส่วนขาวสุดและดำสุดในภาพ ดังนั้นการเลือกถ่ายภาพด้วยกล้อง Harman Reusable ก็ควรจะเลือกสถานการณ์ที่เหมาะสมกับสเป็คกล้องไว้ก่อน ก็คือ แสงแดดส่อง หรือ แดดกำลังดี จะให้ภาพที่ดีที่สุด หลีกเลี่ยงการถ่ายภาพในที่ร่ม หลีกเลี่ยงภาพในบ้านในอาคารที่ไม่มีแสงธรรมชาติ
บ็อกเซ็ตชุดนี้ให้ความสนุกสนานได้ดี แต่ต้องอาศัยคนที่มีความชำนาญในการล้างฟิล์มด้วย ค่าใช้จ่ายกล้องพร้อมฟิล์มประมาณ 1000 บาท ค่าน้ำยาล้างฟิล์มประมาณ 1000 บาท ซึ่งน้ำยาจะใช้ล้างได้เกินสิบม้วน ใครมีน้ำยาล้างฟิล์มอยู่แล้วก็ไม่ต้องซื้อ แต่ใครไม่มีก็ต้องลงทุนกันหน่อย หรือ ถ้าจะไปจ้างคนอื่นล้างก็หายากและราคาก็แพงระดับหลายร้อยบาทต่อม้วน ค่าใช้จ่ายหลังการถ่ายภาพที่สูงระดับนี้คงทำให้มีคนลองเล่นไม่มากนัก
สั่งซื้อได้ที่ https://shope.ee/1q7YfKc1bU
ล้างฟิล์มขาวดำ ilford pan100
วันนี้อยากล้างฟิล์มที่ถ่ายเก็บไว้นานแล้ว แถมยังโหลดฟิล์มเข้าแท้งค์สแตนเลสไว้เกือบปี ทั้งฟิล์ม ทั้งแท้งค์นอนนิ่งอยู่ในถุงดำมาตลอด กลัวผงน้ำยา Kodak D76 จะหมดอายุ เลยทดลองล้างดู
ขั้นตอนพื้นฐานก่อนล้างฟิล์มก็คือ การเตรียมน้ำยา ซึ่งผมเลือกใช้ D76 ของโกดักแบบผง นำมาละลายน้ำด้วยอัตราส่วน ผง D76 16.6g ละลายในน้ำประมาณ 300CC หรือเท่ากับน้ำใน 1 แท้งค์สแตนเลสที่จะใช้ล้างฟิล์มนั่นเอง จริงๆตัวเลข300CC นี่ผมไม่มั่นใจว่าจะถูกต้องไหม เพราะไม่มีถ้วยตวงที่แม่นยำ เลยใช้วิธีตวงน้ำด้วยแท้งค์ล้างฟิล์มเสียเลย เพื่อความชัวร์
เมื่อผสมได้แล้วก็ทดลองประสิทธิภาพของน้ำยาเสียก่อน เพราะว่าตัวผงและน้ำยาฟิกเซอร์เข้มข้นเป็นของกึ่งสำเร็จรูปที่ซื้อมานานเกิน 1 ปีแล้ว ผมไม่แน่ใจเรื่องการหมดอายุ เลยทดลองใช้หัวฟิล์มที่ตัดเป็นชิ้นเล็กๆจากม้วนฟิล์มที่จะล้างออกมาจุ่มทดสอบ ฟิล์มที่จุ่มในน้ำยา d76 ประมาณ 25 วินาที จะให้สีเข้มดำ ส่วนฟิล์มที่จุ่มลงฟิกเซอร์ 25 วินาที จะให้ความโปร่งใสมองทะลุได้เหมือนฟิล์มล้างเสร็จแล้ว และผลการทดลองก็ได้ผลตามที่คาดหวัง คือ น้ำยายังมีประสิทธิภาพที่ดี น่าจะใช้งานล้างฟิล์มได้
เมื่อได้น้ำยาที่พร้อมใช้งานแล้ว ก็ลดอุณหภูมิน้ำยาด้วยถ้วยน้ำแข็ง วัดอุณหภูมิด้วยเทอโมมิเตอร์ เราจะทำการล้างฟิล์ม ilford pan100 ด้วยน้ำยา D76 ที่อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส ใช้เวลา 7 นาที ซึ่งเป็นตัวเลขที่ผู้ผลิตฟิล์มแนะนำ ตัวเลขเหล่านี้มีอยู่ในกล่องใส่ฟิล์ม และมีอยู่ในอินเทอเน็ต หากเราทำกล่องฟิล์มหาย เราก็จำเป็นต้องพึ่งพาข้อมูลจากอินเทอเน็ต
ขั้นตอนการล้างก็คือ จับเวลาเริ่มต้นตั้งแต่เริ่มเทน้ำยาเข้าไปในแท้งค์ พยายามเทน้ำยาให้หมดและไม่หกไม่หยดทิ้งออกนอกแท้งค์ เมื่อเวลาผ่านไปทุก 30 วินาที ให้ทำการเขย่าแทงค์ล้างฟิล์มประมาณ 5 วินาที แล้ววางแท้งค์ไว้กับโต๊ะหรือพื้น อย่าใช้มือจับ เพื่อป้องกันอุณหภูมิไม่ให้ขึ้นสูง จากนั้นก็รอเวลาครบ 1 นาที แล้วเขย่าอีกประมาณ 5 วินาที ทำอย่างนี้จนครบ 7 นาที เมื่อครบนาทีที่ 7 นี้แล้วก็เทน้ำยาออก จะเทคืนใส่ขวดที่เตรียมไว้ก็ได้ เราสามารถเก็บน้ำยาไว้ล้างฟิล์มม้วนอื่นได้อีก ส่วนมากผมจะใช้น้ำยา 2 ครั้ง
การจับเวลาผมใช้วิธีเขียนตัวเลขเรียงไปเลย ต้องการล้าง 7 นาที ก็เขียน 1 2 3 4 5 6 7 ให้ครบทุกตัว แล้วแต่ละนาทีที่ผ่านไปผมก็จะติ๊กบนตัวเลขไปทีละตัว เพื่อให้เราใช้เวลาล้างอย่างถูกต้องแม่นยำ ป้องกันการลืมว่า ผ่านไปกี่นาทีแล้ว เมื่อครบ 7 นาทีแล้ว ก็เทน้ำยาออก และเทฟิกเซอร์ใส่แทน เวลาฟิกส์จะใช้ประมาณ 5 นาที ขั้นตอนฟิกส์นี้ไม่จำเป็นต้องคุมอุณหภูมิแล้ว เพราะฟิกส์จะหยุดทุกอย่างให้เร็วที่สุด เมื่อเทฟิกส์ออกก็ล้างด้วยน้ำเปล่าเปิดให้ไหลทิ้งสัก 20 นาที เพื่อให้น้ำชะล้างสารเคมีต่างๆออกไป ผมเลือกเอาขวดน้ำขนาดใหญ่ มาเจาะรูให้มีน้ำไหลทิ้งได้ที่ด้านล่างขวด แล้วก็ปล่อยน้ำเข้าที่ด้านบน เพื่อให้น้ำท่วมฟิล์มและชะล้างสารเคมีตกค้างออกไปกับน้ำ
ก่อนจะเก็บฟิล์มมาตาก ให้หยด น้ำยา โฟโต้โฟล์ 1 cc ลงไปผสมกับน้ำที่กำลังไหลทิ้ง เพื่อให้ไม่มีคราบน้ำเกาะบนฟิล์มตอนแห้งตัว เมื่อหยด จากนั้นก็เก็บฟิล์มมาตากได้เลย ตากฟิล์มให้ทิ้งตัวเป็นเส้นตรง เมื่อฟิล์มแห้งสนิทแล้วก็ให้เก็บมาตัดใส่ซองพลาสติกใส หลังจากนี้จะนำไปทำ contact sheet หรือ สแกนเป็นไฟล์ภาพดูในคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือก็ตามสะดวก
ด้วยความที่ไม่ได้มีอุปกรณ์กล่องไฟจะถ่ายภาพทั้งม้วนเพื่อทำ contactsheet ก็เลยจะใช้วิธีถ่ายภาพทีละเฟรมเพื่อดูผลงานก่อน ผมใช้โฟมที่ยัดมากับสินค้าเป็นตัวประคองฟิล์ม แล้วก็ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพฟิล์มตรงๆเลย ภาพที่ได้จะต้องนำไปผ่านโปรแกรมกลับสีดำเป็นขาว และ ขาวเป็นดำ ปรับแต่งโทนกลางภาพให้เข้มสว่างตามที่ชอบ แล้วก็จะได้ภาพขาวดำออกมา
เมื่อดูภาพคร่าวๆแล้วว่าเป็นภาพที่ต้องการ ก็เข้าห้องมืด อัดภาพลงบนกระดาษ เราต้องใช้ห้องที่มืดสนิท มีแท่นอัดภาพขาวดำ และมีถาดน้ำยาสร้างภาพ ถาดน้ำยาล้างน้ำ และมีที่ตากที่หนีบภาพ ขั้นตอนการทำงานในห้องมืดจะคล้ายๆกับที่เราเคยเห็นในหนังหลายเรื่อง และเมื่อได้กระดาษมาแล้วก็เอามาดู เอามาใส่อัลบั้มภาพเก็บไว้
ฟิล์มขาวดำ น้ำยาล้างฟิล์ม อุปกรณ์การล้าง ห้องมืด น้ำยาสร้างภาพในการอัดลงกระดาษ สารเคมีต่างๆที่เกี่ยวข้องยังคงมีขายในยุคปัจจุบัน ถ้าโลกนี้มีอุบัติเหตุทำให้คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์พัง งานถ่ายภาพด้วยฟิล์มยังคงเป็นทางเลือกที่บันทึกภาพได้ แต่โลกเราน่าจะไม่แย่ขนาดนั้นหรอก
ภาพถูกใจที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย
นานมากแล้วที่ไม่ได้ถ่ายภาพลูกในจังหวะที่เป็นธรรมชาติ และถูกใจในเหตุการณ์จริงๆ จังหวะที่รถกำลังวิ่ง ลูกก็โทรศํพท์ด้วยระบบ Video call หาแม่ที่บ้าน การพูดคุยก็ดำเนินไปเรื่อยๆ เสียงในสายก็บอกว่ามองไม่ค่อยเห็น ผมก็เลยหยิบไฟฉายมาให้ลูกใช้ส่องเพื่อให้มองเห็น ลูกก็หยิบไฟฉายไปส่องตัวเอง ผมได้ยินปลายสายพูดลอยออกมาว่าเห็นแล้ว ก็เลยหันไปดู รถก็วิ่งอยู่ แต่ก็เห็นว่าลูกกำลังคุยกับแม่และใช้มือส่องไฟให้ตัวเอง ภาพนี้เป็นจังหวะน่ารักน่าเอ็นดู ในใจคิดออกมาทันทีเลยว่า ถ้าลูกโตเป็นวัยรุ่นจะไม่น่ารักแบบนี้อีกแล้ว ภาพนี้ต้องถ่ายให้ได้ แต่ก็ไม่มีโทรศํพท์มือถือในมือ เพราะโทรศัพท์กำลังถูกใช้งานอยู่ในมือลูกนั่นเอง
ข้างๆตัวมีเป้ที่ผมใช้ประจำ ในเป้มีกล้องถ่ายรูปอยู่ ก็เลยคลำลงไปในเป้ หยิบกล้องออกมา เปิดกล้อง ปรับโหมดกล้องไปในตำแหน่งที่จำได้ว่าเป็นโหมดถ่ายภาพ และกล้องถูกใช้งานถ่ายภาพในโหมด Av รูรับแสง f2 อยู่แล้ว เพราะเพิ่งใช้ถ่ายภาพวันตรุษจีนไปเมื่อสามวันก่อน ค่า setting ต่างๆในกล้องยังเป็นค่าที่เหมาะสมกับสถานการณ์นี้อยู่ แต่การจะถ่ายภาพให้ฉากหลังดำในตอนกลางคืนนั้นจะต้องมีการชดเชยแสงในทาง – ด้วย เพื่อให้บรรยากาศในภาพเป็นโทนสีดำมืดนั่นเอง เลยตั้งค่าชดเชยแสงเป็นค่า -2 จากนั้นก็เล็งกล้องถ่ายเลย อาศํยว่ากล้องเป็นระบบออโตโฟๆกัส กดปุ่มชัตเตอร์ลงไปครึ่งหนึ่ง แล้วรอจังหวะให้กล้องส่งเสียงตี๊ด ซึ่งหมายถึงกล้องโฟกัสภาพเรียบร้อยแล้ว ก็กดถ่ายเลย ทั้งหมดทำตอนรถยังวิ่งอยู่ ได้ภาพเบี้ยวๆมาหลายภาพ และภาพที่โชว์นี้คือภาพที่ไม่เบี้ยวนัก เป็นภาพที่มีตำแหน่งองค์ประกอบภาพที่ดีที่สุดเท่าที่จะถ่ายภาพได้ตอนรถวิ่งและตาไม่มองนายแบบ
เมื่อดูภาพในจอมคอมพิวเตอร์ก็รู้สึกพอใจมากที่สามารถเก็บภาพได้ตามที่ใจคิด กล้อง eos m1 พร้อมเลนส์ 22f2 นับเป็นคู่หูที่ไว้ใจได้ จริงๆ
Roberto Baggio
แบตเตอรี่ 18650 แบตยอดฮิตใน gadget
อุปกรณ์จำพวกเพาเวอร์แบงค์ และ พัดลมพกพา รวมถึงใส้ในของแบตเตอรี่โน้ตบุ๊คนิยมใช้แบตเตอรี่ชนิด 18650 กันทั้งนั้น แบตประเภทนี้มีขนาดใหญ่และมีแรงดันอยู่ที่ 3.7 V ของใช้ส่วนมากเมื่อซื้อมาใหม่ๆ จะได้แบตเตอรี่แถมมาด้วย แต่แบตแถมก็อายุสั้นเก็บไฟได้ไม่นาน ที่ตัวแบตเองไม่มียี่ห้อ ใช้ไปไม่กี่เดือนก็แบตเสื่อมเสียแล้ว
ลองหาแบตเตอรี่ในเว็บดู ก็มีร้านค้าหลายร้านที่มีขาย มีราคาตั้งแต่ก้อนละ 15 บาทไปถึง ร้อยกว่าบาท ซึ่งเป็นช่วงราคาที่กว้างมาก ปริมาณไฟที่เป็นหน่วยมิลลิแอมป์ ก็มีตั้งแต่ 1800-3600mA จริงๆก็ดูเหมือนจะใส่มามั่วๆ แถมบางตัวก็ใส่ว่าจุ 9900 mA ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้เลย
แบตที่อยู่ในพัดลมพกพาก็เสื่อมแล้ว เลยตัดสินใจเสี่ยงซื้อสักร้านหนึ่งในเว็บ แล้วก็เลือกระดับราคาก้อนละประมาณ 45 บาท คือไม่เอาต่ำสุดและไม่เอาสูงๆ ลองซื้อมา 2 ก้อนเพื่อใส่พัดลม 2 ตัว ผลก็คือ ใช้งานได้ เก็บไฟได้นานกว่าตอนได้พัดลมมาใหม่ๆเสียอีก น่าจะสรุปสั้นๆได้ว่าแบตยี่ห้อที่เสี่ยงซื้อมีคุณภาพดี และยังไม่เสื่อมในวันที่วางขาย ตัวแบตมียี่ห้อ มีสติ๊กเกอร์รับประกันติดอยู่ด้วย ใครอยากซื้อใช้ก็ลองไปหาดูนะครับ ยี่ห้อAWT กล่องสีดำ
คลิปน่ารัก
คลิปนี้ตั้งใจถ่ายเก็บไว้เพื่อดูการสร้างภาพของฟิล์ม fuji instax แต่เสียงที่เข้ามาด้วยเป็นเสียงของแม่ลูกร้องเพลงแข่งกัน กลายเป็นคลิปที่น่าฟังมาก
พิมพ์สติ๊กเกอร์เรื่องไม่ยาก
งานพิมพ์สติ๊กเกอร์เป็นดวงๆได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะหลายคนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด19ต่างก็หันมาทำอาชีพที่สอง อาจจะเป็นเพราะตกงาน อาจจะเป็นเพราะโดนสั่งให้หยุดงานแล้วไม่ได้รับเงินเดือน การทำของขายหรือทำของกินขายเป็นช่องทางเดียวที่ทำได้ง่ายและได้เงินทันที และเมื่อตัดสินใจจะทำของขายก็ต้องมียี่ห้อสินค้าของตัวเอง การติดต่อสั่งพิมพ์ฉลากกับโรงพิมพ์ก็เป็นช่องทางที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่การพิมพ์ในอดีตเราจะต้องพิมพ์จำนวนมากเพื่อให้ราคาต่อหน่วยลดลง
แต่ปัจจุบัน รูปแบบการทำงาน และลักษณะอาชีพที่ลูกค้าเลือกทำก็มักจะต้องการลดต้นทุนสินค้าให้ได้มากที่สุด การสั่งโรงพิมพ์ผลิตจำนวนมากแม้จะได้ราคาต่อหน่วยที่ถูกลง แต่ก็ต้องสั่งจำนวนมาก ทำให้ยอดเงินที่ต้องจ่ายให้โรงพิมพ์ก็จะมากตาม ดังนั้นระบบการพิมพ์ดิจิทัลที่ทำจำนวนน้อยๆได้ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ และยิ่งสามารถตัดสติ๊กเกอร์เป็นดวงเพื่อให้เกิดความสะดวกในการใช้งานก็ดูเป็นทางเลือกที่ประหยัดและสะดวกไปพร้อมกัน ถ้าเราจะทดลองตลาดจำนวนไม่กี่ร้อยดวงระบบการพิมพ์ดิจิทัลพร้อมไดคัทก็เหมาะสมกับสถานการณ์นี้ และถ้าวันหลังเมื่อสินค้าติดตลาด จะต้องทำใหญ่ ทำเยอะขึ้น ระบบการพิมพ์ปกติอย่างอ๊อพเซ็ทที่ทำทีละหมื่นหรือแสนดวงจะทำได้เร็วกว่าแบบดิจิทัลก็จะเหมาะสมกว่า ใครสนใจจะทำสติ๊กเกอร์ติดกล่อง ติดแก้ว ติดขวด ก็ติดต่อมาได้ครับ เราจะช่วยเลือกวิธีการผลิตที่ประหยัดและมีความเร็วที่เหมาะสมกับธุรกิจให้ได้ ขอบคุณครับ
เที่ยวร้านอาหารแถวปทุมธานี
ร้านอาหาร 1000ไม้ คาเฟ่แอนด์ฟาร์ม เป็นร้านอาหารอยู่ย่านปทุมธานี มีธุระไปแถวรังสิตก็เลยแวะร้านนี้ดู เป็นร้านอาหารที่อยู่ในถนนซอย มีพื้นที่ร้านติดแม่น้ำ ขนาดร้านใหญ่พอสมควร สามารถจอดรถได้ประมาณ 20-30 คัน แต่ก็เต็มตลอดเวลา บ้านเรือนประชาชนรอบข้างร้านก็ปรับพื้นที่เป็นที่ฝากรถ นับว่าเป็นร้านที่นำรายได้มาสู่เพื่อนบ้านจริงๆ
ร้านอาหารตกแต่งหลายแนว มีคาเฟ่สวยๆให้นั่ง มีอาหารให้สั่ง มีฟาร์มปลูกผักไม่ใช้ดินโชว์ด้วย พื้นที่นั่งด้านนอกอาคารก็มีหลากหลายบรรยากาศ มุมตกแต่งแบบแค้มปิ้งก็สวยน่าถ่ายรูป มีมุมกิจกรรมเล็กๆ หลายอย่างให้เด็กได้ลองเล่น ได้ใช้เวลากับงานศิลปะ เรียกได้ว่าเป็นร้านอาหารที่เน้นให้ลูกค้าได้แวะถ่ายรูป นั่งดูแม่น้ำ และปล่อยให้ลูกเล่นได้ เหมาะกับครอบครัวที่พาเด็กมาเที่ยวเล่นเปิดหูเปิดตา จะบอกว่าเป็น playground ในรูปแบบของร้านอาหารก็ได้ อาหารที่นี่รสชาดปกติ ผักคงใช้ที่ปลูกกันในฟาร์มแห่งนี้เลย แถมหนอนในจานผักมาด้วยนะ สดจริง
ร้านอาหารมีแม่น้ำอยู่ด้านหลัง เป็นพื้นที่เปิดโล่ง ถ้าจัดกิจกรรมดูดาว ดูนก และนอนเต๊นท์ได้จริงๆก็น่าสนใจมากสำหรับคนกรุงเทพที่หิวธรรมชาติ ยิ่งในยุคโควิดที่เราไม่กล้าเที่ยว การนอนเต๊นท์ในที่สวยและสะดวกก็เป็นทางเลือกที่อยากเลือก








































