จับภาพกล้องโทรทรรศน์ James webb ได้

ในวันที่ 25 ธันวาคม 2564 ที่บริเวณใกล้ๆกับศาลายา ผมได้ไปร่วมงานปาร์ตี้ปีใหม่กับกลุ่มพ่อแม่ผู้ปกครองของเด็กนักเรียน และในช่วงเวลาหัวค่ำหลังจากที่กินมือเย็นไปหายหิวแล้ว ก็ลองเอากล้องดูดาวมาส่องดาวเล่น ขณะเดียวกันก็เอากล้อง Gopro9 มาตั้งถ่ายภาพดาวกลางคืนในโหมด Night Timelapse ก็จะได้วิดีโอตัวนี้มา และพบว่า มีเหตุการณ์น่าสนใจบนท้องฟ้า ก็คือ มีวัตถุเคลื่อนที่คล้ายดาวหางโผล่มาให้เห็นด้วยตาเปล่า

สิ่งที่คล้ายดาวหางนี้เมื่อดูข้อมูล ดูข่าวดาราศาสตร์แล้วก็พบว่ามันคือภาพของ กล้องโทรทรรศน์ชื่อ James Webb กำลังเดินทางออกจากโลกเพื่อไปสู่วงโคจรในอวกาศ โดยจะไปอยู่ห่างโลก 1.5 ล้านกิโลเมตร และมันจะโคจรเป็นบริวารของดวงอาทิตย์ แทนที่จะเป็นโลก James Webb จะอยู่ระหว่างโลกและดาวอังคาร หน้าที่หลักของมันก็คือถ่ายภาพจากที่ที่ไกลมาก โครงการนี้ตั้งใจจะส่งกล้องขึ้นไปรับสัญญาณอินฟาเรดที่เกิดจากการฟอร์มตัวเป็นดาวฤกษ์ในยุคแรกๆของอวกาศ หรือประมาณ 13000 ล้านปีก่อน หากกล้องทำงานได้ปกติ เราก็จะได้ข้อมูลต้นกำเนิดของอวกาศมากขึ้น ซึ่งเราต้องลุ้นให้กล้องทำงานได้ไม่ผิดพลาด

เทคโนโลยีหลายอย่างถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อสร้างกล้องตัวนี้ มีเรื่องน่าสนใจหลายหัวข้อ ถ้าให้เขียนจากความทรงจำที่เคยดูผ่านๆตา ก็จะมีส่วนของฉนวนแสงอาทิตย์ ที่ทำหน้าที่กันความร้อนจากด้านที่รับแสงไม่ให้ส่วนของการรับภาพและวงจรต่างๆโดนความร้อนเลย ซึ่งจะเป็นผ้าใบ 5 ชั้น

การรับภาพของเจมส์เว็บบ์จะอาศัยเทคนิคการรับภาพแบบกล้องนิวโทเนียน คือรับแสงสะท้อน แต่จะเป็นแสงอินฟาเรด การรับแสงสะท้อนต้องอาศัยกระจกสะท้อนที่มีความเรียบมากๆเพื่อความแม่นยำ เพราะแสงที่เดินทางมาไกลระดับ 13000 ล้านปีแสง จะถือเป็นระยะทางที่ไกลที่สุดเท่าที่มีในเอกภพ ดังนั้นการเบียงเบนเล็กน้อยก็ทำให้รับแสงผิดพลาด ความเรียบของผิวสะท้อนนั้นฉาบด้วยทองคำ และมีความเรียบระดับที่ ถ้าขยายกระจกให้ใหญ่เท่ากับประเทศไทยถึงญี่ปุ่น ส่วนไม่เรียบของกระจกจะสูงกว่าพื้นเรียบไม่กี่เซนติเมตรเท่านั้น

ที่ตัวสะท้อนแสงกลับไปกลับมาเพื่อเข้าสู่เซ็นเซอร์รับภาพ จะมีกระจกรวมแสง(หรือเลนส์รวมแสง) อีกตัวหนึ่งก่อนถึงเซ็นเซอร์ที่จะทำหน้าที่เป็นตัว image stabilizer หรือตัวกันสั่น ที่ช่วยให้การรับภาพมีความคมชัดยิ่งขึ้น อาจเป็นกล้องดูดาวตัวแรกของโลกที่มีระบบกันสั่นในแบบเดียวกับกล้องถ่ายภาพ

การประกอบตัวกล้องจะต้องมีการทดสอบชิ้นส่วนน็อตทุกตัวชิ้นส่วนต่างๆทุกชิ้นส่วนต้องผ่านการทดสอบในห้องลดอุณหภูมิไปอยู่ที่ระดับติดลบมากๆเสียก่อน เพื่อความมั่นใจว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์ผิดพลาด เพราะเราออกไปซ่อมกล้องตอนที่เราปล่อยไปแล้วไม่ได้

การปรับมุมเอียงไปเอียงมา การหมุนตัวของกล้อง จะใช้ไจโรสโคป3ตัว หมุนเพื่อสร้างแรงเหวี่ยงให้มีการหมุนตามที่ต้องการ เป็นหลักการทางวิทยาศาสตร์ของโมเม้นที่เกิดจากการหมุน

ยังมีแง่มุมอื่นๆอีกมากที่เป็นความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่เราต้องใช้กับกล้องอวกาศตัวนี้ ถ้ามีข้อมูลเพิ่มเติมจะทะยอยเอามาลงเพิ่มครับ และตอนนี้เจ้ากล้องตัวนี้เดินทางไปถึงไหนแล้ว ก็ลองแวะดูที่ลิงค์นี้ได้ครับ

Source: Where Is Webb? NASA/Webb

หลังจากผ่านไปครึ่งปี วันที่ 12jul2022 เราก็ได้เห็นภาพที่ตั้งใจถ่ายจากกล้อง James webb กันแล้วคือภาพนี้

NASA’s Webb Delivers Deepest Infrared Image of Universe Yet

ดู “PYMK EP28 ไอน์สไตน์ นักฟิสิกส์ผู้ปฏิวัติความเข้าใจของมนุษย์เกี่ยวกับอวกาศและเวลา” ใน YouTube

การจัดแสงถ่ายรูปแบบประหยัด

IMG_20190615_171816

การถ่ายภาพสินค้าประเภทเครื่องสำอางค์หรือของที่เป็นขวด เป็นตลับแล้วอยากให้ดูแพง ก็ต้องอาศัยการจัดแสงนิดหน่อย ซึ่งเคล็ดลับการจัดแสงไม่ได้ซับซ้อน แสงที่สวยคือแสงธรรมชาติ ถ้าเราสามารถใช้แสงธรรมชาติมาเป็นแสงหลักในภาพได้เราก็ควรทำ

เลือกแสงหน้าต่างที่ส่องลอดเข้ามาในห้องครัว อาศัยผ้าผืนนึงปูเป็นฉากหลังและผนังด้านหลัง จัดผ้าเข้ามุมให้เป็นมุมฉากกับพื้นและผนัง เอาสินค้าวางบนผ้า แล้วก็ให้แสงหลักคือแสงที่ส่องมาจากด้านบน

แสงเข้าจากด้านบนจะทำให้แสงที่ส่องเข้าด้านหน้าดูน้อยเกินไป เลยต้องมีตัวช่วยสะท้อนแสงอีกตัวส่องแสงสะท้อนด้านบนเข้าไปที่ด้านหน้า ถ้าเราใช้แผ่นสะท้อนแสงสีขาว นุ่มๆ ผิวด้านๆ เราจะได้แสงนุ่มเคลียร์ แต่ในภาพนี้ดูแล้วไม่ค่อยเหมาะ เลยเลือกใช้ฝาหม้อที่เป็นอลูมิเนียมมีพื้นผิวเป็นลอนๆไม่เรียบมาช่วยสะท้อนแสง คาดหวังให้แสงสะท้อนมีลักษณะเป็นหย่อมๆดวงๆไม่สม่ำเสมอ เพื่อส่องตัวผลิตภัณฑ์ให้ดูแวววาว ผลก็คือแสงสะท้อนจากตัวสะท้อนโลหะให้แสงมีความนุ่มและแข็งในบางส่วน ผสมกันลงตัวพอดี เป็นแนวทางที่น่าสนใจมากสำหรับการจัดแสง

เราไม่กล้าบอกหรอกว่าวิธีนี้คือวิธีที่ดีที่สุด เพราะว่าการถ่ายภาพแบบเน้นความเร็วและความง่ายเราก็พยายามทำในเวลาและทรัพยากรจำกัด ถ้าจะเข้าสตูดิโอถ่ายภาพจริงจังมันก็อาจจะดีกว่านี้มาก แต่เวลาและงบประมาณอาจจะจบกันที่เป็นหมื่นบาท หรือ หลายหมื่นบาท ซึ่งคงไม่คุ้มค่ากับสินค้าราคาไม่แพงและไม่ได้มีขายจำนวนมากแบบสินค้าขึ้นห้างแค่มันดีกว่าไม่พยายาม เราก็รู้สึกพึงพอใจแล้ว เห็นภาพเห็นแนวทางแบบนี้เราก็เท่ากับได้เรียนรู้ด้วยว่าแสงแนวนี้ต้องใช้อุปกรณ์อย่างไรและเลือกใช้สถานการณ์แสงอย่างไร

ครบ 10 ปี เครื่องพิมพ์อ๊อพเซ็ท

IMG_0089

โรงพิมพ์ของผมซื้อเครื่องพิมพ์อ๊อพเซ็ท 4 สี มือสองเข้ามาใช้งานตั้งแต่ช่วงปี 2554 ซึ่งเป็นปีที่ประเทศไทยมีภัยน้ำท่วมใหญ่ และเป็นปีที่พ่อผมเสียชีวิตจากโรคมะเร็งในช่วงปลายปี พ่อผมมีโอกาสได้เห็นเครื่องพิมพ์ 4 สี วางอยู่ในโรงพิมพ์ ผมรู้สึกว่ามันเป็นความสำเร็จของคนปากกัดตีนถีบคนนึงที่ดิ้นรนทำมาหากินและสร้างครอบครัว ส่งลูกเรียนจบและมีอาชีพทิ้งไว้ให้ลูกหลาน

DSCF4375


เครื่องพิมพ์ไฮเดลเบิร์ก เป็นเครื่องพิมพ์มือสอง ผมไม่รู้ประวัติของเครื่องนี้เท่าไหร่นัก แต่มันมาตั้งในโรงพิมพ์ในตอนที่มิเตอร์บนเครื่องชีไปไป 47327770 รอบ ซึ่งผมถ่ายภาพนี้ไว้ในวันที่ 16ธันวาคม2554

20111216_173452

เวลาเลยผ่านมาเหมือนไม่นาน รู้ตัวอีกทีก็ครบ 10 ปี มันเป็น 10 ปีที่มีความเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง เรามีช่วงเวลาที่ทำงานไม่ทัน งานล้นมือ เรามีช่วงเวลาที่งานซบเซา บางวันต้องปิดเครื่อง ปิดไฟโรงงาน และในช่วงที่มีโควิดระบาดหนักๆ ช่างพิมพ์หลายคนในโรงพิมพ์ก็ต้องหยุดงานเพราะติดเชื้อ โรงพิมพ์ทำงานต่อไม่ได้ งานบางงานต้องไปขอให้โรงพิมพ์อื่นช่วยเหลือช่วยพิมพ์ให้

วันที่ครบ 10 ปี คือ 16ธันวาคม2564 ผมถ่ายภาพนี้เก็บไว้อีกครั้ง

2021-12-16_05-02-45

มิเตอร์ขึ้นเลข 77740023 ซึ่งพอนำมาคิดหักลบกับตัวเลขเริ่มต้นแล้ว ก็จะได้

77740023 – 47327770 = 30412253 หรือประมาณ 30 ล้านรอบ

ตัวเลข 30 ล้านรอบนี้บอกอะไรเราบ้าง

ถ้านับงานกระดาษใบปลิว A4 พิมพ์ 2 หน้า เราจะพิมพ์งานนี้ไปแล้ว 60 ล้านใบ ผมก็ไม่รู้ว่ามันมากหรือน้อย เครื่องพิมพ์เครื่องนี้ทำเงินให้เราเกินค่าตัวของมัน แม้ว่าธุรกิจสิ่งพิมพ์จะเป็นดาวร่วงในมุมมองของนักบริหารและนักการตลาด แต่เราก็ยังคงต้องทำอาชีพนี้อยู่ และปรับเปลี่ยนงานพิมพ์ไปพิมพ์สิ่งที่ผู้คนยังต้องใช้งาน หนังสือพิมพ์ไม่มีคนซื้อแล้ว เราก็ไม่ต้องพิมพ์ นิตยสารขายไม่ได้แล้วเราก็ไม่ต้องพิมพ์ ซึ่งสองอย่างนั้นก็ไม่เคยเป็นงานของโรงพิมพ์เราอยู่แล้ว แต่ประเทศเรายังต้องการกล่องใส่อาหาร กล่องใส่ขนม อาหารเสริม เครื่องสำอางค์ ยังต้องการโบรชัวร์ ยังต้องมีเอกสาร คู่มือผลิตภัณฑ์ ยังต้องมีหนังสือให้ความรู้ พ็อกเก็ตบุ๊ค นิยาย การ์ตูน หนังสือเรียน ยังมีสติ๊กเกอร์อีกหลายชนิดสำหรับติดกล่อง ติดขวด ติดตามสินค้าและกล่องต่างๆ

เทคโนโลยีทางการพิมพ์ของโลกเราเริ่มต้นจากการเรียงพิมพ์ด้วยตัวหนังสือโลหะ จาก letterpress สู่การพิมพ์ offset และเป็นระบบดิจิทัลในปัจจุบัน ที่น่าทึ่งก็คือ ทุกเทคโนโลยียังคงมีอยู่ในปัจจุบัน ไม่มีของใหม่ที่ไปทำลายของเก่า ในโรงพิมพ์เรายังมี letterpress ที่ขาดไม่ได้ ยังมี offset ที่เป็นกำลังหลักของวงการพิมพ์ และมีดิจิทัลสำหรับงานเร่งด่วนและพิมพ์ข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงไปทุกใบได้ ทุกเทคนิคการพิมพ์ในปัจจุบันยังคงมีบทบาทอยู่ วงการพิมพ์ไม่ได้ล่มสลาย การปรับตัวของผู้บริโภคทำให้ความจำเป็นในการใช้สิ่งพิมพ์เปลี่ยนรูปแบบไป สิ่งที่แน่นอนก็คือ ไม่มีใครซื้อขนมที่ไม่มีแพ็คเกจห่อหุ้ม ไม่มีใครซื้อยากินเป็นเม็ด ทุกคนต้องการของกินที่อยู่ในหีบห่อหรือในกล่อง ไม่ใช่แค่ของกิน แต่ของขายในห้างในมาเก็ตเพลสก็ต้องการหีบห่อและเอกสารประกอบทั้งนั้น โลกเรายังต้องมีสิ่งพิมพ์

ฟุตบอลอุ่นเครื่อง

20211211174623_IMG_0012

วันที่ 11 ธันวาคม 2564 ขอบฟ้าไปเตะฟุตบอลอุ่นเครื่องรุ่นอายุ 8-9 ปี จัดโดยโค้ชที่สอนฟุตบอล ซึ่งขอบฟ้าจะมีเรียนสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เมื่อก่อนจะมีเรียนมากกว่านี้ แต่พอโลกเรามีโควิด และมีการล็อคดาวน์สลับเปิด สลับปิดกันมาหลายครั้งก็เลยหยุดเรียนไปพักใหญ่ เพิ่งจะกลับมาเรียนอีกครั้งในช่วงปลายปีนี้

20211211182436_IMG_0074

ฟุตบอลเด็กเป็นเกมส์ที่ดูสนุกและขัดใจไปพร้อมๆกัน เด็กหลายคนยังเล่นฟุตบอลไม่มีทิศทาง เตะบอลไม่มีความหมาย หลายคนเตะเพื่อให้บอลไปข้างหน้า เตะให้ออกจากตัว สิ่งเหล่านี้คงเป็นพัฒนาการตามอายุ โค้ชคงจะต้องค่อยๆสอนกันไป และสิ่งที่ดูดีสำหรับการแข่งขันวันนี้คือ ไม่มีผู้ปกครองตะโกนสั่งเด็กจากข้างสนาม ทำให้เกมส์การแข่งขันมีความสนุก เด็กได้เล่น ได้ตัดสินใจ แม้ว่าจะขัดใจคนดูในบางครั้ง แต่ก็เป็นบรรยากาศที่ดี

20211211190210_IMG_0122

ระหว่างเกมส์ หากเด็กทำผิดกติกา กรรมการในสนามจะสอน จะอธิบาย ทำให้เด็กได้เรียนรู้ ก็นับว่าเป็นการอุ่นเครื่องที่ได้ประโยชน์ เด็กได้ออกกำลัง ได้ใช้สมอง ได้ฝึก ได้แก้ไขในสิ่งที่เข้าใจผิดเกี่ยวกับฟุตบอล และได้ฝึกให้เคารพทุกคน ยืนเข้าแถว จับมือ จบเกมส์แบบมีรอยยิ้ม ทุกอย่างสวยงาม

20211211190650_IMG_0128

ตัวอย่างการถ่ายภาพพลุน่าสนใจ

merry christmas

ผ่านมาแล้วหลายปีใหม่ หลายคริสมาสต์ แต่ละปีก็เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ขอให้ขอบฟ้ามีสุขภาพแข็งแรง และมีทัศนคติที่ดีสำหรับการพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ

2015-01-01 newyear partyIMG_0183
IMG_0226.JPG
2014-11-29 30 ขอบฟ้า เขาใหญ่-IMG_0071
IMG_0110

ปฏิทิน 365+1 วัน

20211209174712_IMG_0170

ในทุกเทศกาลปีใหม่ เราจะได้พบเห็นปฏิทินหลายชนิดที่ทำมาแจกเพื่อให้เราได้ใช้งานปฏิทินปีถัดไป ปฏิทินที่มีอยู่เราจะเริ่มต้นวันที่ 1 มกราคมเสมอ ไม่ว่าจะเป็นของใครทำแจก และจะมีวันที่เรียงไปถึง 31 ธันวาคมของปีถัดไป ก็จะครบ 1 ปี หรือบางครั้งเราก็จะพบว่า บางเล่ม ให้วันที่เลยไปถึง 31 มกราคมของปีถัดไป หรือเป็นปฏิทิน 13 เดือนนั่นเอง

จริงๆปฏิทินแค่มีวันที่เกิน 12 เดือน ก็น่าจะใช้งานได้แล้ว และไม่จำเป็นจะต้องเริ่มต้นวันที่ 1 มกราคมเสมอไป ผมอธิบายเรื่องนี้กับคู่แต่งงานคู่หนึ่ง ถ้าวันแต่งงานเป็นวันที่ดีสำหรับครอบครัวเรา เราก็นับหนึ่งวันแต่งงาน แล้วปฏิทินของคู่รักก็นับไป 12 เดือน ไปครบรอบวันสุดท้ายของเล่มตรงกับวันนี้ปีหน้าก็ได้นี่นา นี่คือที่มาของคำว่า 365 +1

ผมก็เลยทำปฏิทินให้คู่รักคู่หนึ่งที่มาพิมพ์การ์ดแต่งงานกับผม เมื่อแจกการ์ดแล้ว จัดงานผ่านไปแล้ว มีภาพประทับใจในวันงานแล้ว ผมก็ไปเลือกภาพจากเฟสบุ๊คของเจ้าบ่าวเจ้าสาว เลือกภาพที่เขายอมให้เผยแพร่ได้มาเขียนบทความ และขอนำไปใช้ทำของที่ระลึก ทางเจ้าภาพไม่ขัดข้อง ก็เลยนำมาทำปฏิทินเล่มนี้

วันแรกของวันดีๆของคู่รักคู่นี้อย่างเป็นทางการคือวันแต่งงาน ผมเริ่มวันแรกของเล่มด้วยวันแต่งงาน และทำปฏิทินไปอีก 12 เดือน + 1 วัน ก็คือ จะมี 13 เดือนนั่นเอง วันสุดท้ายของเล่มคือวันครบรอบแต่งงาน เจ้าภาพบอกว่าเก๋ดี เขาก็ชอบไอเดียนี้ ผมก็รู้สึกดีใจที่มีคนชอบ และมันก็จะช่วยเตือนคู่รักด้วยว่า วันครบรอบแต่งงานจะมาถึงเมื่อไหร่ ผมทำ 2 เล่มให้คู่รักเผื่อเขาอยากจะเก็บยาวๆเล่มนึง และใช้งานเล่มนึง


หนังสือดี สำหรับคนอยากสร้าง connection

วันนี้ผมได้ค้นพบหนังสือดีเล่มหนึ่งที่น่าใช้เวลาอ่านอย่างมาก เป็นหนังสือที่ได้แถมมาจากการอบรมครั้งหนึ่งของ bni ประเทศไทย โดยหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่แปลมาจากต้นฉบับของ Dr Ivan misner ผู้ก่อตั้้ง BNI หนังสือเล่มนี้ชื่อว่า The Connector Effect

Ivan Misner เป็นผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิสัยทัศน์ขององค์กรเครือข่ายธุรกิจ BNI

บริษัท BNI เป็นบริษัทที่สอนการขยายธุรกิจด้วยเทคนิคการตลาดแบบบอกต่อ ซึ่งผมเป็นสมาชิกของ BNI มาหลายปีแล้ว และก็ได้รับการบอกต่อ แนะนำลูกค้าให้กับธุรกิจของผมเองอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ผมก็แนะนำลูกค้าของผม เพื่อนของผมไปอุดหนุนสมาชิกคนอื่นในกลุ่มด้วย การบอกต่ออย่างมีระบบทำให้การขยายธุรกิจเป็นเรื่องสนุก และเบื้องหลังการบอกต่ออย่างได้ผลก็มาจากองค์ความรู้ที่ BNI รวบรวมเอาไว้และถ่ายทอด สอนให้กับสมาชิกได้ทำตาม

IMG_20211206_192935

เคล็ดลับที่ไม่ลับก็คือ คนจะบอกต่อเพื่อนให้มาอุดหนุนเรา มันต้องเกิดจากความไว้วางใจว่าคนแนะนำเขาเชื่อถือเรา ไว้ใจเรา เขาจึงกล้าแนะนำคนอื่นมาอุดหนุนเรานั่นเอง ความไว้ใจสร้างได้ ความน่าเชื่อถือสร้างได้ และมีตัวอย่างมากมายที่เกิดขึ้นทุกๆวัน ทุกๆสัปดาห์ที่เราไปร่วมประชุมกับกลุ่ม

กรณีตัวอย่างที่อยู่ในหนังสือเล่มนี้ บางส่วนก็เป็นเรื่องน่าตื่นเต้นสำหรับผม เมื่ออ่านมาพบก็รู้สึกว่า การทำให้ผู้คนประทับใจก็เป็นวิธีการสร้างความน่าเชื่อถือได้เช่นกัน กรณีตัวอย่างในนั้นก็คือเรื่องต่อไปนี้

IMG_20211207_074436

สิ่งที่ได้จากการอ่านย่อหน้านี้ไม่ได้ยิ่งใหญ่ ไม่ได้แปลกประหลาด แต่มันเป็นเรื่องเล่าที่จูงใจให้ทำตามถ้ามีโอกาส ความประทับใจในการประกอบอาชีพมันจะดีที่สุดถ้ามีคนชื่นชมเรา และเขาไปบอกต่อคนอื่นในเรื่องราวแนวนี้ ใครทำงานอยู่และกำลังจะขยายธุรกิจ ขอให้ได้ลองมาเข้ากลุ่มกับนักธุรกิจแนวบอกต่อแบบนี้ รับรองว่าจะมีความอยากทำงานมากขึ้นแน่นอน เพราะว่าแนวคิดและองค์ความรู้ของ BNI ทำให้เราอยากมุ่งมั่นพัฒนาธุรกิจของเรา ซึ่งมันเป็นแง่มุมที่ดี มันดีกับตัวเราเอง

ทดลองไมค์ไร้สาย usb-c

ในยุคของการสื่อสารทันสมัยแบบดูหนังดูทีวีผ่านอินเทอเน็ตได้ง่ายๆนั้น การทำสื่อที่เป็นวิดีโอจะเป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เมื่อก่อนเราอ่านบนหนังสือ เรามีการฟังบนรายการวิทยุ จนกลายเป็นการดูรายการทีวีหรือรายการวิดีโอใน youtube สื่อกระแสหลักได้กลายเป็นวิดีโอไปหมดแล้วในยุค คศ2021 คนที่อยากบันทึกคลิปวิดีโอเพื่อบันทึกเก็บไว้ดูเล่น หรือ ทำคลิปวิดีโอเพื่อเป็นเครื่องมือสื่อสาร เพื่อทำรายการชนิดต่างๆ กลายเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายขึ้น นอกจากเป็นเพราะโทรศัพท์มือถือที่พัฒนามาไกลมากจนทุกอย่างทำได้จบจากโทรศัพท์เครื่องเดียวแล้ว อุปกรณ์เสริมอย่างไมโครโฟนก็พัฒนามาไกลไม่ต่างกัน

ไมโครโฟนจากเดิมที่ต้องเป็นไมค์ตัวใหญ่ มีสายยาวหลายเมตร ก็มีการพัฒนาให้เป็นรูปแบบไร้สาย จากเดิมที่ต้องต่อเข้ากับช่องต่อชนิด 3.5มม. ในกล้องวิดีโอหรือในช่องเสียบไมค์ของโทรศัพท์ ก็กลายมาเป็นช่องเสียบชนิด usb ซึ่งช่วยลดความยุ่งยากในการใช้งานได้อย่างดี

ไมค์ไร้สายชนิดพอร์ต usb-c ตัวนี้สั่งจากเว็บ aliexpress เป็นไมค์ที่มีตัวส่ง 2 ตัว ตัวรับ 1 ตัว นั่นหมายความว่าสามารถใช้ไมค์สองตัวพร้อมกัน สามารถใช้ทำรายการพูดคุยกันสองคนได้สะดวก โดยไม่ต้องใช้สายให้พะรุงพะรัง ตัวรับสัญญาณเป็นชนิด usb-c สามารถเสียบตรงเข้ากับโทรศัพท์มือถือที่ใช้พอร์ตชาร์จแบบ usb-c ได้เลย ซึ่งโทรศัพท์ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ที่มีขายในปัจจุบันก็ใช้พอรตแบบนี้กันเกือบทั้งหมดแล้ว โดยตัวรับเสียงจะดึงกำลังไฟจากมือถือออกมาใช้ ส่วนหากใครจะเอาไปใช้กับมือถือ iphone ก็ใช้เสียบผ่านอแด๊ปเตอร์แปลงได้ ที่เจ่งก็คือ ตัวรับมี่ช่องให้เสียบ usb-c อีกช่องด้วย ทำให้เราสามารถชาร์จไฟผ่านตัวรับเสียงแล้วส่งต่อไปยังพอร์ตของโทรศัพท์ทำให้เราสามารถใช้ไมค์ไร้สายได้ยาวนานมากโดยไม่ต้องกลัวโทรศัพท์แบตหมด

ตัวไมค์สองตัวที่มากับกล่องเป็นไมค์รับเสียงรอบตัว มีแบตเตอรี่ในตัว ใช้ได้กี่ชั่วโมงต้องไปหาอ่านในคู่มือ เวลาชาร์จไฟจะต้องใช้สายชาร์จ usb-c มาเสียบ ในชุดมีไมค์สองตัวแต่สายชาร์จมีให้แค่เส้นเดียว คุณภาพเสียงเท่าที่ฟังผ่านๆก็อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ ฟังรู้เรื่อง ลองฟังจากในคลิปดูครับ

ไมค์ตัวนี้เหมาะกับคนทีต้องการบันทึกรายการวิดีโอที่ต้องคุยกันสองคน เหมาะกับการไลฟ์ทางเฟสบุ๊คหรือ youtube เพราะการเชื่อมต่อง่ายดาย ลดความยุ่งยากและข้อผิดพลาดต่างๆ เนื่องจากการใช้ไมโครโฟนภายนอกกับโทรศัพท์มือถือเป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจเยอะ ต้องเรียนรู้คำว่า Trs Trrs ซึ่งเป็นลักษณะของช่องเสียบแบบ 3.5มม. และในบางโปรแกรมที่ใช้ถ่ายวิดีโอก็ไม่รองรับการต่อไมค์ภายนอกที่เสียบผ่านช่องหูฟังด้วย และปัจจุบันโทรศัพท์หลายๆรุ่นก็ตัดช่อง 3.5มม. ออกไปแล้ว อุปกรณ์ไมค์ที่เคยใช้กับช่อง 3.5 จะเอามาใช้เลยทันทีก็ทำไม่ได้ ดังนั้น ถ้าเป็นไมค์ที่เสียบทางช่อง usb-c ก็จะแก้ปัญหาต่างๆได้เกือบทั้งหมด

นอกจากการใช้กับโทรศัพท์แล้ว เราก็ยังนำไปใช้กับคอมพิวเตอร์ได้ด้วย คนที่จำเป็นต้องทำรายการ หรือแคสเกมส์ หรือประชุมออนไลน์บ่อยๆน่าจะช่วยลดความยุ่งยากได้ น้ำเสียงที่รับได้ชัดและมีความคล่องตัวจะทำให้เราสนุกกับการทำรายการมากขึ้น

ปลูกต้นไม้ด้วยหลอดไฟ LED

20211126200657_IMG_0093

การปลูกต้นไม้ในบ้านเป็นเรื่องที่ได้รับคำแนะนำว่าอย่าทำ เพราะว่าแสงสว่างไม่เพียงพอ และต้นไม้อาจจะคายคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ออกมาเยอะในตอนกลางคืนทำให้คนในบ้านได้รับอากาศไม่ดี สองสาเหตุนี้เป็นสิ่งที่บอกต่อกันมายาวนาน

ผมลองเอาต้นไม้มาวางไว้ในห้องน้ำ จัดชั้นวางและหลอดไฟ LED ให้กับต้นไม้ หลอดไฟเป็นหลอดไฟขนาดเล็กมาก น่าจะทำไว้เพื่อประดับตกแต่ง ไม่ได้เน้นการให้แสงสว่างที่เพียงพอต่อการทำงานหรือใช้งานส่องสว่างในพื้นที่ทำงาน แต่ก็อยากลองดูก็เลยติดไฟแบบนี้ แล้วก็ถ่ายรูปเก็บไว้ แสงสว่างในห้องน้ำจะเป็นแสงจากหลอดไฟกลางห้องเท่านั้น ไม่มีแสงจากภายนอกเข้ามาเลย ดังนั้น ต้นไม้จะได้แสงไฟจากหลอดไฟ LED เท่านั้น ทั้ง LED เส้นที่เปิดไว้ตลอดเวลา และ LED กลางห้องซึ่งเปิดใช้งานตอนที่มีคนใช้ห้องน้ำ

ผ่านไป 1 สัปดาห์ ต้นไม้โทรม เหี่ยว เหลือง ใบแห้งกรอบ จบการทดลอง ต้นไม้คงได้แสงสว่างไม่พอ คงสังเคราะห์แสงไม่ได้ ไฟ LED ตกแต่งแนวนี้ไม่เหมาะที่จะใช้เป็นแหล่งแสงสำหรับการเจริญเติบโตของต้นไม้ เราควรมองหาหลอดไฟ LED ในรูปแบบอื่นๆ


ข้อมูลการถ่ายภาพ
กล้อง canon eos 6d

เลนส์ canon macro 100mm

ขาตั้งกล้อง