ทดสอบเครื่องเสียง q box

สัปดาห์ที่แล้วมีพนักงานขายของร้้านเครื่องเสียงร้านหนึ่งโทรศัพท์มาบอกว่าทางร้านจะมีการจัดงานขายแบบเคลียร์แลนซ์ คือลดราคาห้าสิบเปอร์เซ็นขึ้นไป ผมเลยถามกลับไปว่า มีอะไรถูกมากๆ หรือลดเยอะๆไหม ทางร้านเลยให้เข้าไปดูในเว็บ ก็เห็นอุปกรณ์ตัวหนึ่งที่เรียกว่า q box ซึ่งเป็นตัวปรับเสียงชนิดหนึ่ง เคยมีราคาขายอยู่ที่ 2900 บาท ตอนนี้เอามาลดเหลือ 590 บาท

ผมเลยโทรคุยกับเพื่อนเพื่อเล่าให้ฟังว่ามีเครื่องเสียงลดราคาเยอะดี ดูมันน่าสนใจ และเชียร์ว่าให้ซื้อ q box เก็บไว้ เพราะเท่าที่อ่านตามเน็ท และรีวิวทดสอบในหนังสือบางเล่ม ก็ได้รับความเห็นคล้ายๆกันคือเป็นตัวช่วยปรับปรุงคุณภาพเสียงให้ดีขึ้น ทำให้ระบบเสียงที่มีอยู่มีคุณภาพสูงขึ้นอย่างคุ้มค่า เหมาะกับชุดเครื่องเสียงโฮมเธียเตอร์ที่อยากจะได้คุณภาพการฟังเพลงที่ใกล้เคียงเครื่องเล่นซีดีระดับสูงๆกับเขาบ้าง เพราะเป็นที่รู้กันมานานแล้วว่า เครื่องเสียงสำหรับดูหนังจะฟังเพลงไม่ได้เรื่องเลย ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร เครื่องเล่นดีวีดีจะยุคไหนๆ ก็ให้เสียงได้แย่อย่างรับไม่ได้จริงๆ นักทดสอบหลายค่าย จากหลายสำนักพิมพ์ก็ได้ทดสอบ q box แล้วสรุปคร่าวๆไว้ว่ามันสามารถช่วยให้เครื่องเล่นดีวีดี หรือ เครื่องเล่นซีดีราคาถูก มีคุณภาพสูงขึ้นอย่างมาก สามารถรับรู้ได้ทันที ราคาเครื่องเล่นดีวีดีรวมกับ q box ถือว่าไม่มาก แต่ได้คุณภาพที่สามารถสู้กับเครื่องเล่นซีดีที่มีราคาสูงหลายเท่าตัวได้เลย เว่อร์มากๆ

ตั้งแต่มี iPod ผมก็เลิกฟังเพลงจากเครื่องเล่นดีวีดีไปเลย เพราะคุณภาพเสียงมันต่างกันจริงๆ ผมมีเครื่องเล่นดีวีดีเอาไว้ดูหนังแค่บางเรื่อง การฟังเพลงส่วนใหญ่จะใช้ iPod หรือเปิดตรงกับคอมพิวเตอร์เลย และเสียงจากคอมพิวเตอร์ก็ต่อเข้ากับเครื่องขยายเสียงอีกที

หลังจากยุให้เพื่อนซื้อ q box ไปแล้ว ผมก็ฝากซื้อด้วย 2 ตัว เพราะเห็นว่าราคาถูกดี และถ้ามันคุณภาพดีก็ถือว่าได้ของดีในราคาถูก จริงๆ ผมไม่ได้ต้องการเครื่องเสียงชิ้นนี้เลย แต่เห็นว่า ตัวถัง และขั้วต่อ และวงจรจ่ายไฟของเครื่องเสียงตัวนี้มันมีราคาเกินค่าตัวไปเยอะ ลดราคาเหลือ 590 บาท แค่ผมซื้อมาถอดชิ้นส่วนออก เอาตัวถังกับภาคจ่ายไฟไว้ใช้งานก็คุ้มแล้ว และผมมีโครงการจะทำเครื่องเสียงไว้ใช้เองอยู่แล้วด้วย ดังนั้นการสะสมอุปกรณ์ชิ้นนี้เอาไว้ดัดแปลงเป็นสิ่งที่อยู่ในดุลยพินิจ

เมื่อได้ q box มาอยู่ในมือแล้ว ผมเปิดดูข้างในให้หายสงสัย แล้วก็พบว่า มันเป็นสิ่งที่ผมคาดไว้จริงๆ สิ่งที่ยังไม่รู้ก็คือ ไม่รู้ว่าข้างในใช้ ic เบอร์อะไร รู้แต่ว่า มันเป็นวงจรขยายและทำหน้าที่เป็นบัฟเฟอร์ชนิดหนึ่งเท่านั้น เป็นวงจรที่นักออกแบบเครื่องเสียงจะต้อง”คิด”ที่จะใช้อยู่แล้ว สิ่งที่ถือว่าผู้ออกแบบ q box มีความตั้งใจก็คือ การเลือกใช้วงจรจ่ายไฟที่มีการใช้ capacitor ค่อนข้างเยอะชิ้นเพื่อเพิ่มความไวในการจ่ายกระแสไฟฟ้า การเลือกติดตั้งขั้วต่อและวงจรหลักไว้ใกล้ๆกันเพื่อลดระยะทางเดินของสัญญาณให้สั้นที่สุด แต่มันก็เป็นเรื่องของความปราณีตประการเดียวที่มองเห็น แต่สิ่งที่นอกเหนือจากนี้ สิ่งที่อยากสัมผัสคือ ศิลปะการออกแบบ หรือชั้นเชิง หรือ แนวคิดที่แหวกแนว ซึ่งผมสรุปเองว่า ผมมองไม่เห็น จริงๆผมไม่ควรจะคาดหวังว่าจะได้เห็นนวัตกรรมใดๆจากเครื่องเสียงราคาแค่หลักพันบาท

ผมต่อเครื่องเสียง q box เพื่อทดลองใช้งาน เริ่มจากใช้เครื่องเล่นดีวีดียี่ห้ออะไรผมก็ลืมไปแล้ว เป็นเครื่องเล่นดีวีดีที่ผมได้มาเมื่อปีที่แล้ว มันมีช่องต่อสาย HDMI ด้วย แต่ผมไม่ได้ใช้ช่องนี้ เพราะผมไม่มีทีวีเป็นของตัวเอง ที่ใช้งานหลักคือเอาไว้เปิดเพลง ซึ่งจริงๆก็ไม่ค่อยได้เปิด ก่อนจะหยิบมาใช้งานผมต้องเอาผ้าขี้ริ้วมาเช็ดฝุ่นก่อนหลายรอบ สัญญาณเสียงจากเครื่องเล่นดีวีดีผมต่อเข้ากับ q box และสัญญาณออกจาก q box ต่อเข้ากับเครื่องขยายเสียง ซึ่งผมใช้อินทิเกรตแอมป์ VCL รุ่น the legend ปัจจุบันยี่ห้อนี้ตายไปแล้ว ลำโพงที่ใช้เป็นของ MRZ ซึ่งเป็นลำโพงเซอร์ราวด์ ตัวเล็กๆราคาไม่แพง คุณภาพของลำโพงเป็นอย่างไรผมยังระบุไม่ได้เพราะใช้ลำโพงตัวนี้ไม่บ่อย แต่การทดสอบครั้งนี้ ผมตั้งใจหาความแตกต่างของการใช้ และไม่ใช้ q box เท่านั้น คุณภาพของลำโพงจึงไม่เป็นปัญหาในการทดสอบ

สายสัญญาณและสายลำโพงเป็นเกรดธรรมดา เป็นสายจำพวกที่หยิบแถมไม่มีค่าตัว ต่ออุปกรณ์ทุกอย่างเสร็จก็เริ่มฟังแผ่นซีดี เลือกกดปุ่ม bypass ที่ด้านหลัง q box เพื่อให้สัญญาณวิ่งตรงเข้าแอมป์ เสียงที่ได้ก็จะเป็นเสียงจริงของระบบ จะดีจะแย่ก็เป็นผลของระบบเสียงทั้งหมด เมื่อฟังจนรู้แล้วว่าเสียงเป็นอย่างไร ก็กดปุ่ม bypass ให้เด้งออก เพื่อให้สัญญาณเสียงผ่าน q box ตามเจตนาของมัน เสียงที่ได้ยินผมรู้สึกว่ามันดังขึ้นเล็กน้อย ทำให้ได้ยินเสียงเล็กๆน้อยๆมากขึ้น เสียงดัง แต่เสียงไม่เปลี่ยน ไม่เห็นดีขึ้นเลย ผ่านไปสามสิบนาที ผมอยากจะสรุปไว้เลยว่า q box ไม่คุ้ม คุณภาพเสียงยังไม่ดีขึ้นอย่างที่คิด มันแค่เสียงดังขึ้นเท่านั้น แต่มันอาจจะใช้เวลาทดสอบสั้นเกินไปก็ได้ ถ้าจะให้ชัวร์ต้องใช้งานไปสักหลายๆชั่วโมงแล้วค่อยทดสอบจริงจังอีกครั้ง

หลังจากกดปุ่ม bypass ใช้ และ ไม่ใช้สลับไปมาอยู่หลายเที่ยว ผมก็รู้สึกว่า q box ทำหน้าที่ของมันได้ไม่ดีเท่าที่ข่าวลือเขาว่าไว้ คุณภาพเสียงของมันยังไม่สามารถใช้คำว่าไพเราะขึ้นได้เลย จบการทดสอบเที่ยวนี้ ผมนั่งคิดอยู่สักพัก แล้วก็ตัดสินใจ เดินไปหยิบเครื่องแปลงสัญญาณ D/A มาต่อกับเครื่องเล่นดีวีดี โดยเอาสัญญาณดิจิทัลจากเครื่องเล่นดีวีดีมาต่อเข้ากับตัวแปลงสัญญาณดิจิทัลเป็นอนาลอกหรือ D/a ซึ่งเป็นสินค้าของ California Audio Lab รุ่น Gamma เครื่องแปลงสัญญาณดิจิทัลเป็นอนาลอกตัวนี้เป็นเครื่องรุ่นราคาถูกย่อมเยา สมัยออกใหม่ๆราคาหมื่นกว่าบาท แต่ผมซื้อมือสองตอนที่มันมีอายุสิบปี ซึ่งซื้อมาได้ในราคาสองพันห้าร้อยบาท สัญญาณขาออกจาก Gamma ต่อตรงเข้าอินทิเกรตแอมป์ the legend ตัวเดิม ลำโพง MRZ คู่เดิม

เสียงที่ผ่าน Gamma มีความสด และ ใสมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด มีเสียงกลางที่เด่นและเป็นตัวเป็นตน มีไดนามิค มีแรงประทะ มีจังหวะจะโคนที่กระชับ ที่มีน้ำหนักเสียงที่หนักและเบาผสมกันอย่างพอดี เหมือนภาพถ่ายที่วัดแสงพอดี ไม่มืดจนดำ หรือ สว่างจนขาวโพลน เสียงไม่ทึบ ไม่อึดอัด และไม่บาง ส่วนเสียงที่ผ่าน q box กลับเป็นตรงกันข้าม คุณภาพเสียงไม่ดีขึ้น แทบไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงระหว่างการใช้และไม่ใช้ q box เลย เสียงที่จืดชืดอย่างไร ผ่าน q box ก็ยังเป็นแบบนั้น แบบนี้ต้องเรียกว่า q box ไม่ได้ผลถึงจะถูกต้อง

มาคิดอีกทีหนึ่ง q box อาจจะเป็นปรีแอมป์ที่คุณภาพดีมากก็ได้ คือเป็นปรีแอมป์ที่ส่งผ่านสัญญาณเสียงได้อย่างเที่ยงตรง ไม่เปลี่ยนคุณภาพเสียง ถ้าเรามีปรีแอมป์แบบนี้เพื่อใช้งานน่าจะเป็นสิ่งที่ใกล้เคียงอุดมคติ หากติดวอลลุ่มเข้าไป เพิ่มซีเล็คเตอร์เข้าไป มันก็คือปรีแอมป์ทันที

ทำไม q box ถึงไม่ได้ผลกับระบบเสียงของผม ทั้งๆที่คนอื่นเขาทดสอบกันแล้วบอกว่ามันดีขึ้น ถ้าจะวิเคราะห์ในแง่ของอิเล็คทรอนิกส์ q box เป็นอุปกรณ์ประเภท matching impedance หรือ เป็นตัวที่ปรับสภาพความต้านทานของอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกัน พูดภาษาชาวบ้านก็คือ ลดผลความไม่ match หรือความเข้ากันไม่ได้ ลดให้มันน้อยลง หรือลดให้มันไม่เป็นปัญหา ระบบที่มีปัญหากับ impedance matching เลยได้อานิสงค์นี้ ระบบเสียงของผมโดยดั้งเดิมไม่มีปัญหาเรื่อง impedance matching ที่ว่า เพราะเครื่องเล่นดีวีดีมีความต้านทานขาออกเท่าไหร่ไม่รู้ แต่เครื่องเสียงผม the legend มีความต้านทานขาเข้าที่สูงกว่ามาก น่าจะสูงถึง 50k หรือ 100k เสียด้วยซ้ำ เนื่องเป็นวงจรที่ใช้ op-amp และถ้าผมต้องออกแบบ op-amp ผมก็จะออกแบบความต้านทานขาเข้าให้อยู่ในระดับ 50k หรือ 100k แน่นอน พอเครื่องเสียงของผมมีความต้านทานขาเข้าที่สูง จะเอาเครื่องเล่นแบบไหนมาต่อร่วมกันก็จะไม่มีผลความต้านทานไม่ match นั่นเอง เครื่องที่มีปัญหาความต้านทานขาเข้าต่ำเกินไป อาจจะเป็นเครื่องหลอดสูญญากาศ ซึ่งบางครั้งมีความต้านทานต่ำในระดับไม่ถึง 10k ได้ q box มาช่วยปรับความต้านทานก็ทำให้ปัญหามันลดลง มันเลยแสดงผลดีให้ได้ยิน

สรุปว่า ถ้ามีเครื่องเสียงใช้งานปกติอยู่แล้ว การอัพเกรดคุณภาพเสียงด้วย q box อาจจะไม่ให้ผลที่เด่นชัดถ้าระบบเดิมไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าอยากจะปรับปรุงคุณภาพเสียงจริงๆ ลงทุนเพิ่มตัวแปลงสัญญาณ ดิจิทัลเป็นอนาลอกสักตัวไปเลยดีกว่า อย่าง Gamma นี่เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน สามารถเพิ่มคุณภาพเสียงของเครื่องเล่นดีวีดีราคาพันกว่าบาทได้อย่างดี เห็นผลชัดเจน และไม่รู้สึกเสียดายเงิน

ทดสอบ q box แต่ค้นพบว่า D to A อย่าง Gamma นี่มันเป็นของดีคุ้มราคาจริงๆ และลำโพง MRZ ที่เป็นลำโพงเซอร์ราวด์ มีคุณภาพเสียงดีอย่างน่าประหลาดใจ ราคาค่าตัวลำโพงเซอร์ราวด์รวมกับลำโพงเซ็นเตอร์ที่ขายรวมกัน 3 ตู้เขาขายผมเพียง 2700 บาท นับว่าเป็นลำโพงวางหิ้งที่ถูกที่สุดอีกคู่หนึ่งที่เสียงดีน่าใช้

จริงๆแล้วยังมีเหตุผลอีกมากที่ต้องอธิบายว่าทำไมเสียง DVD + D/A gamma ถึงดีกว่า DVD + q box แต่มันจะยาวเกินไป ไว้โอกาสหน้าค่อยโม้เพิ่มเติมดีกว่า

ผลการตรวจ CT SCAN

เมื่อวานพาพ่อไปหาหมอ ไปรับผลการตรวจ CT Scan มะเร็งในปอดของพ่อยังไม่มีอาการแย่ลง ก้อนมะเร็งที่เคยโต 4 cm ลดลงเหลือ 2.5cm แต่มีจุดเล็กๆเกิดใหม่เพิ่มขึ้น หมอให้หยุดการทำเคมีบำบัดไว้ก่อน รอดูอาการอีกสามเดือน เดือนกันยายนให้มาทำ CT Scan อีกครั้ง แล้วนัดตรวจอีกที

พ่อเริ่มมาหาหมอวิเชียร ที่ศิริราชด้วยโรคมะเร็งปอดตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม ผ่านการทำเคมีบำบัดไปแล้วสี่ครั้ง ซึ่งหมอให้หยุดแล้ว ตอนนี้รอดูผลอีกสามเดือน

เครื่องเจาะกระดาษ

หลายวันก่อนช่างพิมพ์เครื่องหนึ่งที่ทำหน้าทีึ่ปั๊มไดคัท เจาะกระดาษ และพิมพ์ตัวเลข ได้ลาออกไป ทำให้งานหลายอย่างสะดุดลง ป้ายสินค้าที่เป็นงานหลักของโรงพิมพ์ก็มีปัญหาว่าไม่มีช่างเจาะรู ผมเลยไปซื้อเครื่องเจาะรูมาใช้งาน ทีแรกก็ไปซื้อเครื่องมือสองมาใช้ และพบว่าเป็นเครื่องรุ่นเล็ก ทำงานค่อนข้างช้า อีกหลายวันต่อมาเลยไปหาเครื่องเจาะเครื่องใหม่มาอีกเครื่องหนึ่งซึ่งเป็นเครื่องใหม่ ขนาดใหญ่กว่าเดิม เจาะกระดาษได้เร็วขึ้น

ตอนนี้ก็เลยมีเครื่องเจาะกระดาษสองเครื่อง หลักการทำงานของเครื่องเจาะกระดาษก็คือแท่นสว่าน ใส่ดอกสว่านสำหรับเจาะกระดาษ ลักษณะดอกสว่านสำหรับเจาะกระดาษจะไม่เป็นเกลียวเหมือนสว่างเจาะไม้ แต่จะเป็นวงแหวนแล้วลับปลายให้คม มอเตอร์ที่หมุนเจาะกระดาษจะต้องหมุนเร็วมากเพื่อให้ความคมบาดลงกระดาษได้ ระยะการเจาะจะขึ้นอยู่กับความยาวของดอกสว่าน

งานติดตั้งสติ๊กเกอร์ที่สายการบินมีปัญหาน่าปวดหัว

ในช่วงหลายสัปดาห์นี้มีงานน่าปวดหัวอยู่รายหนึ่ง เป็นงานพิมพ์สติ๊กเกอร์ขนาดใหญ่เพื่อเอาไปติดกับตู้ใส่อาหารของสายการบิน ขั้นตอนการทำงานก็คือ พิมพ์สติ๊กเกอร์ตามอาร์ตเวิร์ค แล้วก็เอาไปแปะติดบนฝาตู้ ซึ่งตู้เหล่านี้คือตู้ใส่อาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน

ผมเริ่มงานนี้ด้วยการนัดช่างติดตั้งไปลองติดตั้งจริงกับตู้ตัวอย่าง เพื่อทดสอบจับเวลาว่าจะต้องใช้เวลาการทำงานกับตู้ทั้งใบสักเท่าไหร่ ผลการจับเวลาออกมาก็คือ ประมาณตู้ละ 30นาที เมื่อได้เวลาที่แน่นอนแล้ว ผมเผื่อเวลาเอาไว้สองเท่า ทั้งหมดมีประมาณ 120 ตู้ ก็จะใช้เวลาประมาณ 120 ชั่วโมง

ปัญหาเริ่มเกิดทีละอย่าง

1 ปัญหาแรกก็คือ งานจริงสีเพี้ยน เนื่องจากรอบที่ติดตั้งจริง มันเป็นช่วงเวลาที่ซัพพลายเออร์ติดงานอย่างอื่นอยู่ด้วย ทำให้เขายังไม่ได้พิมพ์งานสติ๊กเกอร์ให้ผมเลย ใกล้วันนัดติดตั้งเข้าไปทุกที เขาก็ยังไม่ได้พิมพ์ สุดท้ายได้พิมพ์งานตอนวันก่อนติดตั้ง 1 วัน ผลก็คือ วันรุ่งขึ้นนัดกัน 10.00 น. ช่างติดตั้งไปถึงสนามบินสายไป 1 ชม. แต่สติ๊กเกอร์ที่จะติดตั้งก็มาช้ากว่าช่าง 3 ชม. ลูกค้าไม่พอใจเท่าไหร่นัก วันรุ่งขึ้นผมโทรถามความคืบหน้า ปรากฏว่า ติดตั้งไปได้แค่สองตู้ ก็หยุด เพราะว่า สีเพี้ยนประการหนึ่ง อีกประการหนึ่งก็คือ สติ๊กเกอร์ติดแล้วขอบหลุด ทำให้ส่วนอื่นๆค่อยๆหลุดตามกัน ช่างติดตั้งเพิ่งสังเกตุว่า ต้องมีซิลิโคนทาของสติ๊กเกอร์ด้วยจึงจะทำให้งานเรียบร้อย เลยต้องให้ร้านพิมพ์สติ๊กเกอร์ไปพิมพ์มาใหม่ทั้งหมด และนัดช่างติดตั้งใหม่ พร้อมกับให้นำซิลิโคนติดมาด้วยเพื่อเป็นตัวติดขอบรอบสุดท้าย ซึ่งรายการซิลิโคนนี้มีต้นทุนเพิ่มขึ้นพอสมควร

2 วันนัดติดตั้งครั้งที่สอง สีตรงแล้ว แต่ก็เกิดปัญหาอีก เพราะขนาดตู้ใส่ของใบอื่นๆมีพื้นที่ผิวมากกว่าตู้ที่ทดลองติดในรอบแรก ทำให้สติ๊กเกอร์ที่ทำไปไม่สามารถติดตั้งได้เพราะมันเล็กกว่าตู้ รอบนี้เจอตู้ใหญ่เยอะมาก ทำให้ไม่สามารถติดตั้งต่อไปได้ ต้องยกเลิกการติดตั้งไปอีกครั้ง

3 นัดครั้งที่สาม ให้ร้านสติ๊กเกอร์พิมพ์งานขยายขนาดเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อยเพื่อให้สามารถติดตั้งกับตู้ขนาดใหญ่ขึ้นได้ ซึ่งการเพ่ิมพื้นที่งานพิมพ์ส่วนนี้ก็เป็นต้นทุนเพิ่มอีกเช่นกัน แต่ก็ไม่ได้ไปคิดเงินลูกค้าเพิ่ม เพราะผมต้องการให้งานติดตั้งดำเนินการต่อไปให้เร็วที่สุด รอบนี้ช่างเริ่มติดงานได้มากขึ้น วันแรกของรอบนี้ติดได้ประมาณ 6 ตู้เท่านั้น และวันรุ่งขึ้น ช่างติดตั้งถูกย้ายให้ไปติดตั้งที่โกดังเก็บของ ซึ่งเป็นห้องเก็บของที่อากาศไม่ค่อยถ่ายเท ทำให้มีปัญหาว่าอากาศร้อนจนทำงานต่อไม่ได้ ผมทราบเรื่องเลยแจ้งทางลูกค้า และนัดลูกค้าใหม่ว่าจะเปลี่ยนมาติดตั้งงานตอนกลางคืนแทน ทุกคนเห็นด้วย เลยยกเลิกการติดตั้งตอนกลางวันไป แปลว่าวันนี้ไม่ได้งานเลย

4 นัดครั้งที่ 4 ติดตั้งตอนกลางคืน นัดกับลูกค้าและช่างเอาไว้ว่าจะเริ่มงาน 18.00น. และทำไปเรื่อยๆจนถึง 04.00 น.ของวันใหม่ แต่ก็มีปัญหาจนได้ ตอน 19.00 น. ทางลูกค้าโทรหาผมถามว่าช่างจะเข้ามากี่โมง ผมเพิ่งรู้ว่าช่างยังไม่เริ่มงาน โทรหาซัพพลายเออร์ที่ติดต่อกับช่างก็ได้ความว่า ช่างติดตั้งติดต่อไม่ได้ โทรไปก็ปิดเครื่อง โทรอีกเบอร์ก็ไม่รับสาย ผมโทรหาซัพพลายเออร์บอกให้เขาช่วยแก้ปัญหา คุยกันหลายครั้งมาก จนสองทุ่มกว่า ยังติดต่อช่างไม่ได้ และผมก็ติดต่อซัพพลายเออร์ไม่ได้แล้ว เลยโทรไปขอเลื่อนการติดตั้งกับลูกค้าอีกครั้ง

5 วันอาทิตย์หลังจากช่างหายตัว วันนี้ซัพพลายเออร์ก็ปิดโทรศัพท์ ผมติดต่อใครไม่ได้เลย สุดท้ายก็ต้องบอกลูกค้าไปว่า ช่างหนีงาน และจะต้องแก้ปัญหาโดยการหาช่างติดตั้งทีมใหม่

ตอนนี้กำลังคุยกับช่างติดตั้งอีกทีมหนึ่งอยู่ เขาเสนอราคามาค่อนข้างแพง เห็นแววแล้วว่างานนี้น่าจะขาดทุน เพราะงบบานปลาย แถมช่างติดตั้งทีมใหม่ยังคิดราคาสูงกว่าประมาณการครั้งแรกเสียอีก สุดท้ายเลยต่อรองนิดหน่อย ได้ราคาที่พอสู้ไหว แต่ก็ยังไม่สามารถนัดเข้าไปเริ่มงานอีกครั้งได้ เพราะช่างทีมใหม่ยังไม่รู้รายละเอียดของงาน จะต้องไปเข้าไปดูงานจริงครั้งหนึ่งก่อนถึงจะเริ่มทำงงานได้ แต่วันนี้ พรุ่งนี้ ผมไม่ว่างเลย มะรืนนี้ช่างก็ติดธุระ เลยต้องนัดวันถัดออกไปอีกวันหนึ่ง ภาวนาให้ลูกค้าไม่หงุดหงิดมาก เพื่อจะได้เข็นงานนี้ให้จบลงให้ได้

วันพรุ่งนี้จะต้องปวดหัวกับเรื่องอะไรอีกยังไม่รู้ รู้แต่ว่าหลายวันมานี้เป็นกังวลและนอนไม่ค่อยหลับ เครียดโดยไม่รู้ตัว คิดหาเหตุผลว่าเพราะอะไรถึงโชคร้ายซ้ำซ้อน ผมทำอะไรพลาดไป

digital print problem solved

แก้ปัญหา permission ในการโยนไฟล์จากเครื่อง mac ไปเครื่อง fujixerox ได้แล้ว โดยการอัพเดท mac 10.6.3 ไปเป็น 10.6.4 ซึ่งตัวอัพเดทเพิ่งจะมีปล่อยออกมาเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2553 นี้เอง พออัพเดทเสร็จ ปัญหาก็หมดไปเอง ผมอัพเดทโดยการเลือก software update.. ซึ่งมันจะเช็คข้อมูลอัพเดทตัวล่าสุดให้ว่ามีหรือยัง ถ้ามีแล้วก็จะโหลดให้อัตโนมัติ แต่ถ้ามันพ้นช่วงออกใหม่ไปนานแล้ว จะเข้าไปโหลดตัวอัพเดทเองก็ให้ไปที่ apple.com

รถป้ายแดงของผมตกรุ่นแล้ว

Honda Freed ป้ายแดง อายุสองเดือน วันนี้วิ่งไปหกพันกว่ากิโลเมตร  ยังไม่ได้เข้าศูนย์ครั้งแรกเลย (รถฮอนด้าสมัยใหม่ นัดเข้าศูนย์ครั้งแรกที่ 10000 กิโลเมตร) ตอนนี้ตกรุ่นแล้ว  เหตุเพราะมี Freed ตัวใหม่ออกมา  แต่ก็อาจจะยังไม่มีขายในไทย  แต่สักวันคงมี  เพราะตอนนี้มันวิ่งที่ญี่ปุ่นแล้ว  มันคือ Freed Spike

Freed Spike ทำขายคนกลุ่มเล็กๆที่มีอาชีพดังต่อไปนี้

อาชีพช่างภาพ เอาไว้วางของ ใส่อุปกรณ์กล้อง เอาไว้ไปท่องเที่ยวถ่ายรูป กล้องในภาพเป็นกล้อง canon ถ้าใครใช้ไลก้าอาจจะไม่เหมาะกับ freed เพราะไลก้าเกิดมาเพื่อเก็บภาพข้างถนน หรือแนวภาพ street life นั่นเอง รถของช่างภาพที่ใช้กล้องไลก้าน่าจะเป็น jeeb เก่าๆเสียมากกว่า (เสียมากกว่าใช้ได้ ขับไปซ่อมไป) แต่งตัวบูติกอย่่างในรูปนี้เหมาะกับ freed แล้ว


อาชีพแม้ค้าตลาดนัด เปิดท้ายขายของ คนเคยรวย คนตกงาน


จุดเด่นคือเบาะแถวสองสามารถพับราบเพื่อใช้เป็นพื้นที่วางของได้ทั้งหมดเลย มันดีอย่างนี้นี่เอง แต่ในรูปไม่เห็นเบาะแถวสามเลย คงเป็นการเอาแถวสามออกแล้วใส่ชั้นวางแทนเข้าไป


อาชีพนักกีฬาขี่จักรยานก็ได้ คราวนี้ใส่จักรยานได้มากกว่า 1 คันแล้ว


อาชีพขายพรม ขายต้นไม้ สบายเลย ไม่ต้องเข็นไปขายร้อนๆเหมือนแต่ก่อนแล้ว


จะเห็นว่ามีพื้นที่วางของเยอะมาก มีช่องเต็มรถไปหมดเลย ถ้าเก็บของอะไรไว้จะจำได้ไหมว่ามันอยู่ตำแหน่งไหนของตัวรถ?


แผงภายในยังเหมือนเดิม


รูปทรงภายนอกเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย

พาแม่ไปกินนม

วันเสาร์วันหนึ่ง  หลังจากกินมื้อเย็นกันอย่างพร้อมหน้าแล้ว ก็เลยเถิดไปเดินเล่น หาของหวานกินกัน  พี่สาวเสนอเสาชิงช้า  ไปกินนมมนต์ แล้วก็ดูบรรยากาศแถวๆศาลาว่าการฯ

ร้านนี้มันทำบุญด้วยอะไรก็ไม่รู้  คนเยอะได้แทบจะตลอดเวลา  ถ้าไฟไหม้ขึ้นมาจะเหยียบกันตายไหมเนี่ย เหน็บด้วยความอิจฉาล้วนๆ

นานๆแม่จะออกมาไกลบ้านซะที  พี่สาวกับน้องก็บ้ากล้องอยู่พอตัว  แม่ก็ชอบถ่ายรูปมานานแล้วแต่ไม่ค่อยได้ไปไหนมาไหนด้วยกัน  สิบปีมานี้มีลูกเป็นช่างภาพทำให้มีความทรงจำกับเขาบ้าง  เพราะก่อนหน้านี้  รูปถ่ายครั้งล่าสุดระหว่างลูกกับแม่ คือรูปผมตอนเรียน ม.3  ปีนี้ ลูกเพื่อนจะสอบ ม.1 อยู่แล้ว  ไม่น่าเชื่อจริงๆ

เดินกินเรื่อยเปื่อย  ดูวิว  ห่างจากร้านนมมนต์แค่ยี่สิบเมตร ราวกับว่าเมืองนี้เป็นชนบท  คนน้อยอย่างน่าประหลาด  หรือเป็นเพราะรอดูบอลโลกกันอยู่ที่บ้าน

เสาชิงช้าครั้งที่ยี่สิบ  ตั้งแต่ถ่ายภาพมา  มีเสาชิงช้าบ่อยมาก  มีตั้งแต่กลางวัน เย็น กลางคืน โคตรดึก  เสารุ่นเก่า เสารุ่นใหม่  มีครบเลย

เดี๋ยวนี้เขามีให้เช่าจักรยานขับด้วย  แต่ไม่รู้ว่าเปิดเช่่าตอนกี่โมง  เพิ่งรู้ว่าเดี๋ยวนี้คนเราขี่จักรยานไม่ต้องใช้เบาะนั่งแล้ว  ยืนขี่กันหรืออย่างไร

พอกินลมอิ่มแล้วก็กลับ  เดินทางด้วยรถ  Honda Freed ไม่รู้ว่าเห่อรึเปล่า  สองเดือนขับไปหกพันกิโลเมตร

ภาพชุดนี้ใช้กล้อง Eos350 เลนส์ 18-55is เลือกสะพายกล้องตัวนี้แทน Eos5d เพราะว่าต้องการใช้แฟลชติดกล้อง  ต้องการความเบา  ต้องการอารมณ์สะพายกล้องแบบไม่ต้องกังวล  ไม่เป็นภาระมากเกินไป  อยากได้ภาพที่ดูสบายๆมากกว่าจะตั้งใจถ่ายภาพจนลืมความจรรโลงใจ

digital print problem

ปัญหา permission ในการโยนไฟล์เข้า hot folder ของ xerox จากเครื่องแม็ค 10.6.3

มีปัญหาจริง  ต้องใช้วิธีโยนผ่านเว็บแทน

ไปที่ 192.168.2.70 แล้วเลือก job submission แทน ไปก่อน

วันนี้ยังแก้ปัญหาไม่ได้

ข้อมูลจาก วิฑูรย์   0836192939  เจ้าหน้าที่ของ xerox

ถ่ายรูปงานประชุมประจำปีของไบเทค

ผมได้รับว่าจ้างให้ไปถ่ายภาพงานประชุมประจำครึ่งปีของไบเทค ไบเทคชื่อสถานที่จัดงานสัมมนา งานแสดงสินค้า งานประชุมต่างๆตั้งแต่ระดับเล็กไปจนถึงระดับนานาชาติ ทุกปีไบเทคจะจัดประชุมลักษณะนี้สองครั้ง ในรอบนี้ ผมได้รับมอบหมายให้ถ่ายภาพตลอดงาน ส่วนหนึ่งเพื่อเก็บภาพไว้เป็นข้อมูล ในงานมีการแจกรางวัลแก่พนักงานดีเด่น พนักงานที่ทำงานมาต่อเนื่องยาวนาน ภาพตอนรับรางวัลเป็นช็อตที่ต้องการถ่ายเก็บไว้ ส่วนบรรยากาศการประชุมตลอดวันก็ให้ถ่ายเก็บไว้เรื่อยๆ ซึ่งจะเอาภาพเกือบตลอดวันมาคัดเลือกเอาบางส่วนไปขึ้นแสดงในตอนจบการประชุมตอนเย็น

ต่อไปนี้เป็นภาพที่ผมเห็นว่าเป็นภาพที่ดีในแง่ขององค์ประกอบภาพ ถ้าให้ผมเลือกทำหนังสือภาพของการประชุมครั้งนี้ ภาพเหล่านี้คือภาพที่ผมเห็นว่าเหมาะสม เหมาะที่จะเป็นตัวแทนของเหตุการณ์ทั้งหมด

ไปพัก รีสอร์ท เฌอ ที่ชะอำ กินเค้กบ้านใกล้วัง ที่หัวหิน

ทริปนี้เป็นทริปเร่งด่วนและไม่ได้วางแผนมากนัก เป็นวอยเชอร์ที่แฟนผมเคยซื้อไว้แล้วเมื่อหลายเดือนก่อน และหลังจากเดือนนี้จนถึงวันหมดอายุ คงไม่ว่างไปกันอีกแล้ว เลยต้องรีบใช้สิทธิ์เพื่อไม่ให้เสียเปล่า

เดินทางด้วยรถยนต์คันโปรด Honda FREED รถครอบครัวนั่งได้เยอะ แต่ไปกันสองคน เลยเอาตุ๊กตาหมีติดไปด้วย

ออกเดินทางจากกรุงเทพ 14.30 แวะเติมน้ำมัน E20 เต็มถัง เพื่อทดสอบอัตราสิ้นเปลืองด้วยว่ารถคันนี้กินน้ำมันขนาดไหน เดินทางใช้เวลาไม่นาน สภาพการจราจรค่อนข้างโล่ง ไปถึงที่พักประมาณ 16.30 น. จอดรถ เช็คอิน แล้วก็ถ่ายภาพด้านหน้ากันก่อน เนื่องจากเห็นสภาพท้องฟ้าแล้วสีสวยดี แบบนี้ถ่ายง่าย วัดแสงพอดีฟ้าก็สวยแล้ว

ล็อบบี้ที่นี่สวยมาก สามารถใช้ถ่ายรูปได้ดี โทนสีออกกลางถึงเข้ม ถ่ายภาพยังไงก็แทบจะไม่เสีย ถ้าไม่ย้อนแสงได้ภาพที่ค่อนข้างดีแน่นอน ภาพเหล่านี้ถ่ายด้วยมือถือ samsung รุ่น monte ซึ่งเป็นมือถือที่ถ่ายภาพได้ 3 ล้านพิกเซล ไม่ออโต้โฟกัส ระยะชัดของกล้องมันออกแบบไว้ให้ชัดตั้งแต่ระยะไกลๆจนถึงใกล้ๆประมาณ 1 เมตร เพราะฉะนั้นถ่ายวิวด้วยมือถือตัวนี้ค่อยข้างไว้ใจได้ แถมมี GPS แนบไปกับภาพถ่ายได้ด้วย เวลาเปิดดูในคอมพิวเตอร์จะสามารถดูแผนที่ได้ด้วย

เฌอรีสอร์ท เป็นตึกไม่เล็กไม่ใหญ่ ออกแบบได้ทันสมัย ใช้พื้นที่ได้คุ้มค่าและไม่รกตา ทางเดินด้านข้างก็ยังดูดี ผมชอบมองภาพทางเดินมากว่าภาพด้านหน้าเสียอีก รั้วเป็นแผ่นไม้เรียงตัวกันแทบจะชิดจนบังสายตาได้ แต่ก็ยังมีช่องว่างเล็กๆไว้ให้ระบายความร้อนไม่ให้มันสะสมอยู่ในตึก

เก็บของเข้าที่พักเสร็จแล้วก็ไปหาของกิน ขับรถไปหัวหิน มุ่งหน้าไปที่ร้านน้องเปิ้ล เจตนาจะไปกินที่ร้านข้างๆน้องเปิ้ล แต่หาไม่เจอ เจอน้องเปิ้ลอย่างเดียว ร้านข้างเคียงที่เคยกินก็หายไปไหนไม่รู้ เลยเดินเลือกร้านค้าอยู่สักพัก ไปเจอร้านที่เคยกินอีกร้านหนึ่งคือร้าน ครัวบ้านครู นั่งปุ๊ป สั่งของ แล้วก็ดูวิว

กลับมาถึงที่พักอีกครั้งก็มืดแล้ว ทางรีสอร์ทเปิดไฟสวยดี ล็อบบี้ที่ใช้เพดานเป็นลายฉลุก็ได้โชว์ความสวยงาม ไฟเพดานฝังไว้ด้านข้างตลอดแนวเพดาน ความสว่างกำลังสวยสบายตา เป็นการออกแบบที่ดูดี แต่ก็ไม่รู้ว่าลูกค้าคนอื่่นๆจะมีเวลามาเดินเล่นที่ล็อบบี้ไหม รีสอร์ทสไตล์นี้เหมือนกับว่าจะออกแบบให้ลูกค้าใช้ชีวิตอยู่ในห้องเสียมากกว่า ถ้าอากาศไม่ร้อนมันคงจะน่านั่งคุยกัน ถ้ามีอาหารเครื่องดื่มบริการ หรือมีบอร์ด มีโต๊ะคอมพิวเตอร์ มันใช้ประชุมได้เลย

จบภาพชุดที่ถ่ายด้วยมือถือไปแล้วจะมาต่อด้วยภาพที่ถ่ายด้วยกล้อง DSLR บ้าง โดยใช้ Eos5D และเลนส์ Tanron 28-75 F2.8 เป็นหลัก เพราะแบกมาตัวเดียว

ทางเดินด้านข้างถ่ายด้วยกล้องตัวใหญ่ ลักษณะสีจะอิ่มแน่นกว่า

บางภาพจะเลือกถ่ายมุมเดิมเพื่อเปรียบเทียบกับมือถือด้วย

ตอนเช้าตื่นก่อนแขกคนอื่น หกโมงกว่าก็ออกมาเดิน หน้าร้อนแบบนี้แดดออกเร็วมาก ได้มุมถ่ายภาพหลายภาพ ไม่มีแขกคนอื่นๆมาให้รกสายตา ไปดูบริเวณริมหาด ซึ่งเป็นจุดนั่งชมวิวและกินข้าว

ที่นั่งริมทะเลเป็นโซฟ้าตัวใหญ่ๆ คงเอาไว้นอนดูกันสองคน ถ้าพ้นจากโซฟาก็เป็นน้ำทะเลแล้ว น้ำขึ้นก็ดีไป น้ำลงแล้วน่าหวาดเสียว ตกลงไปขาหัก คอหักแน่ๆ

บริเวณริมหาดนี้จะมีสระน้ำด้วย เป็นอ่างน้ำวนอยู่ภายในสระ ใครอยากจะแช่น้ำในสระก็ทำได้ถ้าไม่อายสายตาคนกินข้าวคนอื่นๆ แต่ถ้ามาแต่เช้ามืด แขกคนอื่นยังไม่ตื่นก็พอไหว

พอหิวก็เริ่มหาของกิน ที่นี่ให้อาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ ที่โต๊ะจะจัดอุปกรณ์การกินไว้แล้ว ตักของมากินได้ตามอัธยาศัย เฟอร์นิเจอร์ที่เลือกใช้ก็ดูดี ภาพร้านอาหารเป็นมุมถ่ายภาพที่ดีเหมือนกัน

ของกินก็จัดไว้น่ากิน ดูดี ถ่ายรูปได้สวยเหมือนกัน

กินเสร็จก็แวะกลับมาอาบน้ำ เก็บของที่ห้องพัก ระเบียงหน้าห้องพักก็เป็นมุมที่ออกแบบน่านั่งใช้ได้ มีโต๊ะ เก้าอี้ และโซฟาเพียงพอให้นั่งคุยกันยาวๆ ถ้ามากันหลายคน มีเรื่องคุยกันเยอะๆ น่าจะสนุกมาก

ก่อนกลับ ขับรถไปที่หัวหินอีกครั้ง ไปกินมื้อเที่ยงที่ร้านเจ๊กแป๊ะ และกินเค้กที่ร้านบ้านใกล้วัง
ที่ร้านเค้กแห่งนี้ค่อนข้างดัง มีหลายคนพูดถึง เลยแวะมาชิมให้รู้ว่าเป็นยังไง
สั่งเค้กมาตามภาพ จานนี้ 90 บาท ราคาแพงระดับโรงแรม แต่ปริมาณค่อนข้างน้อย แบบนี้ถือว่าแพง ที่หลายคนพูดถึงคงเป็นเรื่องของบรรยากาศของร้านเสียมากกว่า

ด้วยความที่เป็นร้านริมทะเล และตกแต่งได้น่ารัก คงเป็นจุดเด่นของร้านนี้มากกว่าคุณภาพของเค้ก

ขากลับถึงกรุงเทพ แวะเติมน้ำมันก่อนถึงบ้าน เติมที่ปั๊มเดิม E20 เช่นเดิม
ระยะทางที่วิ่ง 448 กิโลเมตร เติมน้ำมันเข้าไป 35.24 ลิตร หารออกมาแล้วเท่ากับ 12.7 กิโลเมตรต่อลิตร แต่หน้าปัดของรถบอกอัตราสิ้นเปลืองไว้ 14 กิโลเมตรต่อลิตร สูงกว่าความเป็นจริง ใครจะอ้างอิงตัวเลขในรถต้องระวังด้วยเพราะมันผิดพลาดเยอะเกินไป นับว่าการทดสอบครั้งนี้เป็นตัวเลขการสิ้นเปลืองที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เพราะรถคันเก่าอย่างโตโยต้า โคโลร่ามันทำอัตราสิ้นเปลืองไว้ได้ประมาณ 10-12 กิโลเมตรต่อลิตรอยู่แล้วด้วยน้ำมันแก๊สโซฮอลล์ 95 คันใหม่อย่าง FREED ผมคาดหวังว่าจะได้สัก 13-14 กิโลเมตรต่อลิตร ไว้มีโอกาสยาวๆค่อยๆวัดกันอีกทีด้วยน้ำมันแก๊สโซฮอลล์ 95 เพื่อจะได้เปรียบเทียบกันได้โดยตรง

ไอเดียการจัดไฟหน้างานแต่งงาน

เวลาไปงานแต่งงานมักจะไปเจอซุ้มถ่ายภาพหน้างานที่ดูไม่ค่อยมีชีวิตชีวา ถ่ายภาพกันออกมาแล้วมันดูน่าเบื่อ น่าจะมีการจัดไฟแบบนี้บ้าง เผื่อจะได้บรรยากาศที่ดีกว่า ได้ภาพที่น่าสนใจกว่า

Photo information
Camera: Canon
Model: Canon EOS 350D DIGITAL
ISO: 400
Exposure: 1/100 sec
Aperture: 1.8
Focal Length: 85mm

การถ่ายภาพในสถานะการแบบนี้คงต้องเป็นสป็อตไลท์ และใช้เลนส์สว่างๆ มีระยะยืนให้ช่างภาพได้ถ่ายสักห้าเมตร จะเป็นไปได้ไหมกับงานแต่งงานทั่วๆไป จำนวนคนในภาพประมาณ 5 ไม่เกิน 6 คนก็จะสวย ถ้าจะถ่ายภาพหมู่ ก็ต้องเปลี่ยนเลนส์ เปลี่ยนองค์ประกอบ ไม่น่ายาก ใครอยากถ่ายภาพหมู่ก็ให้ย้ายไปถ่ายมุมอื่น ภาพหมู่ถ่ายตรงไหนก็ได้ เพราะฉากหลังไม่สวยอยู่แล้ว

จากที่ยืนระยะเดิม เดินให้เข้าใกล้ไปอีกหน่อย ภาพจะใหญ่ขึ้น เข้าไปจนพอถ่ายภาพเดี่ยวหรือคู่ ระยะเบลอด้านหลังก็เยอะขึ้น จุดไฟก็จะบวมๆเบลอๆเป็นเม็ดกลมๆที่ใหญ่ขึ้น สวยดี