slide-img744 from the old time year 2001.
IMG_8345
IMG_8345
ถ่ายภาพขวด
การ์ดแต่งงาน letterpress
การ์ดแต่งงานที่พบในปัจจุบันมีหลายรูปแบบ แบบที่ทำยากและไม่ค่อยพบว่ามีใครเขาทำกันคือแบบ letterpress ปกติเวลาได้รับการ์ดแต่งงานเราก็จะได้รับการ์ดสีครึมหรือสีชมพู ในนั้นก็จะพิมพ์ด้วยตัวสีทอง หรือสีเงิน เป็นงานปั๊มทองเค ในโรงพิมพ์จะเรียกว่า เคทอง หรือ เคเงิน คำว่า “เค” มาจากไหนผมก็ไม่แน่ใจ แต่มันก็คือการเอาบล็อกเหล็กมาติดกับแผ่นความร้อนแล้วเอาไปกดแผ่นทองชนิดพิเศษ แผ่นทองเมื่อโดนความร้อนจะละลายติดกับกระดาษ แรงกดและความร้อนจะทำให้ทองติดบนกระดาษ การพิมพ์แบบนี้ก็เป็น letterpress ประเภทหนึ่ง แต่มันไม่มีสี
เมื่อต้นเดือนนี้ผมทำการ์ดแต่งงานให้ลูกค้ารายหนึ่ง เจ้าภาพต้องการอารมณ์ letterpress คือตัวหนังสือมีรอยจมลงไปอย่างเด่นชัด ผมดูอาร์ตเวิร์คแล้วก็เลือกที่จะพิมพ์ด้วยระบบอ็อพเซ็ทแทนที่จะพิมพ์ด้วยบล็อกเหล็กตรงๆ เพราะว่ากระดาษที่ใช้เป็นสีขาวงาช้าง มีการย้อมสีพื้น ตัวหนังสือเป็นสีประมาณสามสี การพิมพ์ letterpress ลงบนพื้นที่กว้างๆเป็นสิ่งที่ไม่น่าทำ มันเหมือนตรายางที่ไม่สามารถจะกดหมึกได้เรียบตลอดกระดาษ ยิ่งกระดาษมีรอยเป็นลอนๆเสียด้วยยิ่งพิมพ์แล้วไม่สวย
ผมใช้วิธีพิมพ์อ็อพเซ็ทด้วยสีพิเศษจำนวน 4 สี ค่าสีระบุตามรหัสสีของ pantone ทำเพลทสีพิเศษ 4 ใบ ผสมสีตามตัวอย่างของ pantone พิมพ์จริง 1 รอบเพื่อให้ลูกค้าตรวจ เมื่อสีผ่านแล้วก็ค่อยพิมพ์จริงทั้งหมด กระดาษเท็กเจอร์ เลือกกระดาษชื่อ ACQ สีขาวงาช้างความหนา 300g พอพิมพ์เสร็จก็เอาบล็อกเหล็กสำหรับทำงานปั๊มจมมาทำการปั๊มต่อ ก็คือมีบล็อกเหล็กสองแผ่น แผ่นบนจะเป็นตัวผู้มีตัวหนังสือตรงกับอาร์ตเวิร์คตัวหนังสือทุกคำ แผ่นล่างจะเป็นบล็อกตัวเมีย ปั๊มจมเพื่อสร้างรอยกดให้เหมือนเป็นงาน letterpress โดยตั้งน้ำหนักกดให้ไม่มากเกินไป เอามือลูบผ่านตัวหนังสือจะรู้สึกจมก็พอ
ตอนที่อยู่ในขั้นตอนการพิมพ์และปั๊มก็ลุ้นว่าจะออกมาสวยไหม พองานจบก็โล่งใจ สวยตามที่คิดไว้ หยิบตัวอย่างมาถ่ายภาพเก็บไว้ การถ่ายภาพรอยจมของกระดาษเป็นเรื่องที่ยากเหมือนกัน ต้องใช้เลนส์มาโครโฟกัสใกล้ๆ เลือกแนวแสงสว่างให้ช่วยเน้นรอยจมให้ดูชัดขึ้น ก็ได้ภาพตามที่เห็น
ลงหนังสือ weddingguru
ภาพงานแต่งและรายละเอียดเบื้องต้นในงานแต่งงานของผมได้ลงในหนังสือ wedding guru เป็นฉบับประจำเดือนมกราคม 2555 แม้ว่าข้อมูลจะเพียงเล็กน้อยแต่ก็รู้สึกดีใจที่ได้ลง เพราะปีหนึ่งๆมีคู่แต่งงานมีหลายพันหลายหมื่นคู่ การได้ลงข้อมูลของงานในหนังสือเหล่านี้ก็เป็นเรื่องน่าภูมิใจ และเอาไว้คุยโม้กับเพื่อนฝูงได้สนุกปาก

งานแต่งงานของผมจัดวันที่ 12 มิถุนายน 2555 ใช้เวลาเตรียมงานประมาณ 6 เดือนไม่จริงจัง แต่จะเข้มข้นในสองเดือนสุดท้าย ซึ่งตอนช่วงเวลาเข้มข้นนั้นผมแทบไม่ได้ทำงานอย่างอื่นเลย ผลของงานออกมาตามภาพที่เห็น แม้ว่าจะมีข้อบกพร่องให้ติได้อยู่หลายข้อ แต่ผมก็ให้อภัยตัวเอง ไม่คิดจะจัดงานซ้ำในรอบแก้ตัว
ทีมงานที่จัดงานให้ผมได้แจ้งกับผมหลังจากจบงานไปสองเดือนว่ามีหนังสือสนใจอยากจะเอาข้อมูลในงานผมไปลง ซึ่งผมก็ไม่มีปัญหา (อยากอยู่แล้ว) ก็เลยนัดคุยกับทีมงานของหนังสือ คุยกันเดือนตุลา หนังสือออกมกราคมปีถัดมา
ผมเห็นภาพที่ลงหนังสือแล้วก็ทำให้นึกถึงเหตุการณ์ต่างๆในงาน มีภาพหลายภาพที่ผมชอบมากกว่าที่เห็นในหนังสือ อีกอย่างหนึ่ง ผมเองก็คิดจะเขียนสรุปเกี่ยวกับงานแต่งงานของตัวเองบ้างเช่นกัน แต่ก็ไม่ได้มีเวลาว่างที่ยาวนานพอจะสรุปความคิดให้ตกผลึกได้ มีหนังสือออกมากระตุ้นทำให้ความอยากเขียนกลับมาใหม่ เดี๋ยวจะค่อยๆเขียนออกมา เพราะสิ่งที่พยายามทำก่อนจะจัดงานแต่งงานมันน่าจดจำกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในงานเสียอีก
ระหว่างไปถ่ายภาพคู่เก็บไว้ใช้ในงาน
ทองที่ใช้ในพิธี
![]() |
| From for wordpress5 |
คนขายแหวน
| From for wordpress5 |
แหวน
ตุ๊กตาของแจกในงาน
ลองชุดเจ้าสาว

สมุดโน้ตแทนของชำร่วย

เข็มกลัดติดเสื้อให้สต๊าฟและเจ้าภาพใช้

ป้่ายร้อยของแจกอื่นๆในงาน

จานรองแก้ว
เจ้าสาว
ตอนแจกการ์ดเพื่อน

การ์ดแต่งงานรุ่นผู้ใหญ่

การ์ดแต่งงานรุ่นที่ออกแบบตามใจ แต่ไม่ได้แจก

ดูสถานที่โรงแรมกลางเมือง

ไปดูโรงแรมใกล้บ้าน


ดูสถานที่จัดงานเช้าแบบเล็กๆ

ดูสถานที่ ราชนาวีฯ ติดเจ้าพระยา

ซ้อมดนตรี

ระดมทุน

ลองทำของชำร่วย

กล่องรับซองจากญาติ ผ่านมาหลายงานแล้ว เตรียมไว้แต่ไม่ได้ใช้

ดูสถานที่ ตรัยย่า

รูปแบบการถ่ายภาพหมู่ในงาน แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ถ่ายแนวนี้ เพราะลืม
เปลี่ยนแบตเตอรี่ honda freed
รถยนต์ Honda Freed ใช้งานมาประมาณ 50000 กิโลเมตร ผมเอาเข้าศูนย์ฮอนด้าแถวบ้านเพื่อเช็คระยะ เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ช่างที่ศูนย์มีการตรวจสอบเช็คของเหลวต่างๆในรถให้ตามปกติ ตรวจสอบสภาพไฟแบตเตอรี่แล้วก็แจ้งว่าควรจะเปลี่ยนแล้ว พร้อมกันแนบผลการตรวจให้ดูด้วย
ผมถามราคา พนักงานที่ศูนย์แจ้งราคามาว่าประมาณ 2900 บาท ผมรู้สึกว่าแพงไปหน่อย ก็เลยไม่เปลี่ยนในศูนย์ ตั้งใจจะเปลี่ยนข้างนอก เพราะคุ้นๆว่าแบตรถ city civic และ accord จะถูกกว่านี้
ขับรถออกไปใช้งานปกติ การเปลี่ยนแบตเตอรี่รอบนี้ผมตั้งใจจะเปลี่ยนก่อนที่จะไฟหมดตามสภาพ ขับรถมาสิบปี เปลี่ยนแบตมาห้าครั้ง ทุกครั้งไฟหมดสตาร์ทไม่ติดเสมอ รอบนี้ก็เลยตั้งใจว่าจะต้องรีบเปลี่ยนก่อนจะต้องพ่วงสตาร์ท
หลายวันต่อมาผมขับรถไปร้านบีควิกสาขาแถวบ้าน ไปดูราคาแบตเตอรี่ ในใบปลิวของร้านมีราคาเริ่มต้นที่ 2190 บาท เป็นราคาของแบตเตอรี่ขนาด 35 แอมป์ ผมแจ้งรุ่นรถ Honda freed กับเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่เข้าไปในห้องสักครู่ก็ออกมาพร้อมใบราคา รถผมต้องใช้ 45 แอมป์ ราคาอยู่ที่ 2490 บาท ผมรู้สึกลังเลนิดหน่อย ก็เลยไม่เปลี่ยนที่นี่
ขับรถไปร้านริมถนนดีกว่า เพราะผมจำได้ว่ารถคันเก่าของผมเป็นรถเก๋งเครื่องยนต์ 1600CC เปลี่ยนแบตเตอรี่ไม่เคยเกิน 2000 บาท ออกจากราชพฤกษ์เลี้ยวรถมาจอดที่ถนนวุฒากาศ ร้านแรกที่เจอเป็นร้านท่อเฮดเดอร์และแบตเตอรี่ เช้าวันอาทิตย์ใครเปิดร้านผมคิดว่าร้านนี้ตั้งใจทำงาน จอดรถให้เขาดู เถ้าแก่ในร้านดูแบตแล้วก็บอกว่าน่าจะประมาณ 35 แอมป์ ราคา 1500 บาท ผมทำท่าคิดนิดหน่อยแล้วก็บอก “เปลี่ยนเลยครับ”
จากนั้นเถ้าแก่ก็แกะแบตยี่ห้อ 3k จากกล่องใหม่ แล้วก็เอาไปเติมน้ำกลั่น แล้วก็มาเสียบไฟชาร์จเบื้องต้นก่อน เถ้าแก่บอกว่าให้นั่งรอชาร์จไฟประมาณ 20 นาที
ส่วนแบตลูกเก่าที่ยกออกมาก็ไม่ได้มีสเป็คอะไรบอกไว้ แต่ขนาดต่างๆมันเท่ากับแบตลูกที่ผมกำลังจะเปลี่ยนก็เลยคิดว่าคงไม่มีปัญหาอะไร
ก่อนจะยกแบตลูกเก่าออก ทางร้านมีแบตสำหรับการพ่วงไฟชั่วคราวสำหรับการเสียบไฟค้างไว้ด้วย การเปลี่ยนแบตทั่วไปถ้ายกแบตออกทันที การตั้งค่าของระบบแอร์และระบบไฟต่างๆของรถยนต์จะทำการ reset ค่าทั้งหมด การร reset ค่าต่างๆไม่ใช่ปัญหาอะไร เพราะแอร์มันก็เปิดขึ้นมากดปรับให้เย็นลงได้ไม่ยาก แต่ที่มักจะมีปัญหาปวดหัวก็คือเครื่องเสียงที่ตั้งค่าซับซ้อน เท่ากับว่าเราต้องปรับแต่ง จูนเสียงใหม่เลย มันเป็นเรื่องน่าเบื่ออย่างหนึ่ง ร้านนี้มีแบตเตอรี่แบ็คอัพให้ระหว่างเปลี่ยน ผมคิดว่ามันเป็นความปราณีตอย่างหนึ่งของร้านนี้
ติดตั้งเสร็จลองสตาร์คเครื่อง ทุกอย่างปกติ แอร์และเครื่องเสียงอยู่ในค่าเซ็ทอัพค่าเดิม จ่ายเงินแล้วก็ขับออกมา
ลูกนก
ลูกนก ตกมาจากไหนไม่รู้เหมือนกัน ผมเจอมันที่ลานจอดรถโรงพยาบาลพญาไท2 ได้คุยกับ รปภแล้ว เขาช่วยย้ายเอาไปวางไว้ที่รังนกอีกที่หนึ่งที่อยู่ใกล้ๆกัน ก็หวังว่าคงจะอยู่รอดปลอดภัย
ถ่ายภาพด้วยมือถือ samsung galaxy note
ต้นไม้หลังบ้าน
ถ่ายด้วยกล้อง fuji x100
ติดตามเรื่องร้องเรียนแท็กซี่ไม่รับผู้โดยสาร (ตอน2)
ตอนนี้เป็นตอนที่ 2
เป็นการติดตามเรื่องที่ได้ร้องเรียนไว้
กลับไปอ่านได้ที่ตอนแรก
เริ่มจากวันที่ 19 ธค 2554 19.10 น. เรียกแท็กซี่แล้วไม่ไป จึงทำการร้องเรียน 1584
วันที่ 29 ธค 2554 ไปติดตามผลครั้งที่ 1
ได้ข้อมูลว่าจะออกหนังสือเรียกตัว รอ 15 วัน
วันที่ 11 มค 2555 ไปติดตามผลครั้งที่ 2 โทร 022718888 ต่อ 3416
เจ้าหน้าที่ชื่อ อรอุมา แจ้งดังนี้
หนังสือเรียกตัวแท็กซี่ได้ทำการออกไปเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2554
มีเวลาให้มารายงานตัว 30 วัน ถ้าไม่มารายงานตัวจะอายัดทะเบียนรถ
ผมก็งงกับสิ่งที่เจ้าหน้าที่อธิบายสองครั้งไม่เหมือนกัน แต่ก็ได้ข้อมูลมากขึ้น
รอดูกันต่อไปเรื่องนี้ยังไม่จบ
งานฌาปนกิจ นรินทร์ เจริญบุรี
บรรยากาศหน้าเตาเผาศพของพ่อ จัดที่วัดมงคลวราราม ถ่ายภาพโดยเพื่อนกลุ่มถ่ายรูป กล้อง fuji x100 โหมด ขาวดำ+ฟิลเตอร์สีแดง
กระดูกที่เหลือจากการเผาศพ
หลังจากมีการเผาศพไปแล้ว วันถัดมาทางวัดก็เรียกไปเก็บกระดูก ซึ่งสามารถจะนำไปเก็บไว้ที่บ้านหรือนำไปลอยอังคารก็ได้ ก่อนจะเก็บใส่ภาชนะที่เรียกว่า โกศ ก็จะมีการเรียงกระดูกที่เหลือมาให้ดูเป็นรอบสุดท้าย กระดูกทั้งตัวเผาเหลือเท่าที่เห็นในภาพ ชิ้นส่วนต่างๆจะถูกเรียงเพื่อให้ใกล้เคียงรูปร่างของคน กระดูกชิ้นขาวๆจะถูกหยิบใส่โกศ บริเวณหัวจะมีกระดูกจากฟันค่อนข้างเยอะ ซึ่งก็ได้ความรู้ว่า ไฟไหม้แล้วฟันยังเหลืออยู่
กระดูกบางส่วนถูกเก็บใส่โกศ ส่วนใหญ่ที่เหลือจะห่อผ้าเก็บไว้เพื่อนำไปลอยน้ำต่อไป
ถ่ายภาพด้วยกล้อง fuji x100 โหมดขาวดำ+ฟิลเตอร์สีแดง
Panorama shot
ถ่ายภาพที่ระลึกเพื่อนที่มาร่วมงานศพของพ่อ


ถ่ายด้วย fuji x100 โหมด พาโนรามา 120 องศา โฟกัสภาพที่ตรงกลาง
แล้วเริ่มแพนกล้องจากด้านซ้ายไปขวา ลองถ่ายสองครั้งได้ภาพตามที่เห็น
โหมดสีของกล้องปรับเป็นโหมดขาวดำ+ฟิลเตอร์สีแดง











