ไฟโซล่าเซล

image

โคมไฟโซล่าเซล เป็นโคมไฟที่ออกแบบมาให้ใช้ในสนามหญ้าทั่วไป ด้านบนโคมไฟจะมีแผงโซล่าเซลพื้นที่ประมาณนามบัตร 1 ใบ ภายในดคมไฟจะมีหลอดไฟส่องสว่างอยู่ 1 หลอด มีถ่านไฟฉายแบบชาร์จได้ขนาด AA 1 ก้อน มีเซ็นเซอร์แสง 1 ตัว ที่เหลือจะเป็นพลาสติกขึ้นรูปที่ช่วยให้แสงไฟสะท้อนแสงแวววาว

โซล่าเซลรับพลังงานแสงแดด แปลงเป็นพลังงานไฟฟ้าแล้วเก็บไว้ในแบตเตอรี่่ เมื่อแสงแดดตอนกลางวัน จะเก็บพลังงานเอาไว้ เมื่อสภาพแสงน้อยลง คือเริ่มเข้าสู่ตอนเย็นๆค่ำๆ เซ็นเซอร์แสงรับรู้ว่าแสงเริ่มน้อย มันจะเปลี่ยนโหมดของตัวเอง วงจรอิเล็คทรอนิกส์จะจุดหลอดไฟให้สว่าง

ผมซื้อมาใช้งานกะว่าจะลองเอามาไว้ในห้องนอน เพื่อให้มันให้แสงสว่างตอนกลางคืน เพราะไม่อยากให้ภรรยาเดินเตะของหรือเดินสะดุดอะไรในห้อง เนื่องจากตอนนี้ท้องแก่ใกล้คลอดแล้ว แต่ถ้าจะเปิดไฟในห้องไว้ตลอดเวลาก็จะเป็นการรบกวนการนอน และคงเปลืองไฟอยู่เหมือนกัน ถ้าได้แสงสว่างจากระบบโซล่าเซลล์น่าจะเข้าท่ากว่า

แต่พอเร่ิมใช้งานในห้องนอน แสงสว่างในห้องไม่พอจะทำให้วงจรชาร์จไฟทำงาน เพราะหลอดไฟมันติดตลอดเวลา มันคงคิดว่าเป็นกลางคืนตลอดเวลา แม้ว่าจะเปิดไฟในห้องแล้วทุกดวงก็ตาม หลอดไฟมันติดสว่างไปจนแบตเตอรี่หมดนั่นแหละ สรุปคือถ้าวางในห้องนอน มันจะกลายเป็นของไม่มีค่าเลย แต่ถ้าใครจะดัดแปลงเอาโคมไปติดตรงหน้าต่างก็อาจจะพอใช้งานได้ คงต้องลองดู

เปลี่ยนล้อ honda freed สองปี หกหมื่นกิโลเมตร

ขับรถฮอนด้า freed มา 2 ปีแล้ว ระยะทางประมาณหกหมื่นกว่ากิโลเมตร ก็ถึงเวลาต้องเปลี่ยนยางสักที ผมเองไม่ใช่คนเล่นรถรักรถสักเท่าไหร่ พอใจที่จะขับรถคันเดิม แบบเดิมไม่ต้องแต่งเพิ่ม ยางที่จะต้องเปลี่ยนเลยไม่ได้หาข้อมูลว่าควรจะเลือกอย่างไรดี ยี่ห้อไหนเด่นเรื่องความเงียบ ยี่ห้อไหนเด่นเรื่องเกาะถนน ยี่ห้อไหนเด่นเรื่องประหยัดน้ำมัน ดังนั้นผมไม่คิดจะขวนขวายหายางลักษณะพิเศษเหล่านั้นเลย

สิ่งที่นึกขึ้นมาได้ในหัวก็คือ ถ้าได้ยางเดิม ล้อเดิมก็น่าสนใจ เพราะตั้งแต่รถ freed มีการปรับราคาก็ทำให้ยอดขายเพ่ิมขึ้นอย่างมาก สังเกตุได้จากรถ freed ป้ายแดงวิ่งให้เห็นกันทุกวันในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา เยอะขนาดที่ว่าบางวันเห็นป้ายแดงหลายคันเสียด้วย บางวันผมก็ขับรถตีคู่ไปกับรถใหม่เหล่านั้น ขับไปก็มองไป รถ freed มันมีเสน่ห์ดึงดูดสายตาจริงๆ ซึ่งรถป้ายแดงเหล่านั้นมีหลายคันที่เปลี่ยนล้อทันทีที่ออกจากโชว์รูม ผมเลยประกาศรับซื้อไว้ในคลับ thaifreed.com

ทีแรกว่าจะขอซื้อแค่ยางอย่างเดียว แต่ก็ไม่ค่อยมีใครขาย สุดท้ายเลยตัดสินใจซื้อทั้งล้อเลยดีกว่า รถที่ใจดีขายให้ผมเขาก็เข้ามาแจ้งในประกาศว่า รถเขาเพิ่งออกได้สองสัปดาห์ ล้อเก่าวิ่งไปประมาณ 300 กิโลเมตร ผมตกลงซื้อไม่ลังเลเลย ถึงวันที่ไปขนล้อเหล่านั้นกลับมาติดรถตัวเอง ดูจากตัวเลขที่ยางแล้วระบุวันที่ผลิตไว้ตอนเดือนมีนาคม ปี2012 ซึ่งเป็นข้อมูลที่สอดคล้องว่ารถคันนี้ขายถึงลูกค้าปลายเดือนพฤษภาคม 2012 ผมเลยมั่นใจว่าได้ของคุณภาพดีตามสภาพ คือสภาพเกือบ 100เปอร์เซ็นต์ ในราคาเก้าพันบาท ยางพร้อมล้อแม็กซ์ ราคานี้ผมถือว่าถูก เพราะว่า ถ้าให้ไปซื้อยางใหม่ไปเลย ผมอาจต้องจ่ายเส้นละสามพันบาทขึ้นไป การที่ได้ล้อพร้อมยางมาในราคาที่ต่ำกว่า แม้ต่ำกว่าแค่เพียงนิดเดียวผมก็ถือว่าคุ้มสำหรับผม เพราะเมื่อเปลี่ยนของใหม่ใส่เข้าไป ผมยังสามารถเอาของเก่าไปขายได้อีกที

ผมจำไม่ได้ว่าใครเป็นคนสั่งสอนกันทั่วบ้านทั่วเมืองว่ายางรถยนต์มีอายุการใช้งานประมาณสองปีถ้านับตามเวลา หรือ 40000 กิโลเมตรถ้านับตามระยะทาง ผมก็จำตัวเลขเหล่านั้นมาตลอด และรถคันเก่าก็พยายามเปลี่ยนตามระยะทางที่่ว่า แต่กับ freed คันนี้ผมขับเพลินจริงๆ และช่วงจังหวะที่มันเลยสี่หมื่นกิโลเมตรผมก็ลืมที่จะเปลี่ยนยางให้มัน มันอาจจะเป็นเพราะปลายปีทีแล้วผมยุ่งมากกับภาระต่างๆทั้งงานและปัญหาน้ำท่วม และปัญหาสุขภาพของพ่อผมเอง ก็เลยไม่ได้เปลี่ยนตอนถึงเวลาที่ควรเปลี่ยน

พอได้ยางจากรถป้ายแดงมา ก็หาร้านริมทางแวะเปลี่ยนทันที ค่าแรงเปลี่ยนทั้งล้อทางร้านบอกราคาล้อละ 50 บาท สี่ล้อ 200 บาท ไม่รู้ว่าถูกหรือแพง แต่ผมก็ขี้เกียจเปลี่ยนเอง รอช่างเปลี่ยนครบทั้งสี่ล้อแล้วเช็คน็อตอีกทีว่าใส่ครบทุกตัว เพราะเคยอ่านผ่านๆในเว็บพันทิพย์ว่าเคยมีรถเข้าศูนย์แล้วทางศูนย์ใส่น็อตไม่ครบ หรือไขไม่แน่น อ่านแล้วจำแบบหลอนๆ กลัวมากเรื่องช่างมักง่าย

เปลี่ยนของใหม่เข้าไป ถอดของเก่าเก็บ ทำการล้างล้อเก่าให้สะอาด สภาพล้อเก่ายังดูดีอยู่เลย ยางไม่ได้สึกจนโล้น การวิ่งไปสองปี ในระยะหกหมื่นกิโลเมตรผมเข้าใจว่าดอกยางจะสึกมากกว่านี้ แต่เท่าที่เห็นมันยังมีระยะความลึกอยู่มาก น่าจะใช้งานได้อีกนาน แต่เพื่อนก็เตือนไว้ว่าถ้าเปลี่ยนได้ก็ควรเปลี่ยน แม็กส์บางวงสภาพแทบจะร้อยเปอร์เซ็น มี 1วงที่มีรอยขีดข่วนเล็กน้อย อีก 1 วงมีขีดยาวลึก ซึ่งผมจำไม่ได้เลยว่าเอาไปเบียดกับอะไรมา จากนี้คงจะทะยอยประกาศขายออกไป

การได้ล้อและยางสภาพป้ายแดงมาใช้มันก็คือล้อใหม่ ยางใหม่นั่นแหละ ความนุ่มของยางทำให้รถสะเทือนน้อยลง ความรู้สึกจากการได้เปลี่ยนยางมันทำให้เรารู้สึกเหมือนรถเราสภาพดีขึ้นคล้ายๆรถใหม่ อีกทั้งยังได้เปลี่ยนล้อเก่าที่มีตำหนิชวนรำคาญสายตาออกไปด้วย ผ่านเรื่องยางไปผมเริ่มนึกถึงโช้คอัพแล้ว กะว่าอีกสักปีหรือสองปีจะลองประกาศซื้อโช้คป้ายแดงอีกสักที เพราะสมาชิกที่เล่นใน thaifreed.com มีคนเปลี่ยนโช้คอยู่เนืองๆ ขอบคุณ thaifreed.com อย่างมากที่่เป็นสังคมออนไลน์ที่นอกจากได้ความรู้แล้วยังเปิดโอกาสสมาชิกได้แลกเปลี่ยนข้าวของเครื่องใช้เกี่ยวกับรถอีกด้วย ที่นี่อบอุ่นครับ

รีวิว leica minilux

Richman toy or Poorman leica with Leica Minilux compact camera

Leica Minilux

กล้องไลก้า รุ่น มินิลักซ์ เป็นกล้องถ่ายรูปใช้ฟิล์ม ติดเลนส์ 40 มม. มาให้ ไม่สามารถซูมได้ รูรับแสงของเลนส์กว้างสุด f2.4 ถือว่าเป็นเลนส์ไวแสงระดับหนึ่ง ใช้ถ่านขนาด cr123a ซึ่งพอจะหาซื้อได้ในห้างและร้านสะดวกซื้อ ราคากล้องตัวนี้สมัยออกใหม่ๆคิดเป็นเงินประมาณสองหมื่น ในยุคที่ดิจิทัลยังไม่แพร่หลายกล้องรุ่นนี้ถือเป็นกล้องคอมแพ็คไฮเอนด์ บางคนบอกว่ามันคือ poorman leica หรือเป็นไลก้าคนยาก เพราะกล้องแมน่วลของไลก้าพร้อมเลนส์ในยุคนั้นราคาเกือบแสนทุกตัว มีเพียงกล้องคอมแพ็คตัวนี้เท่านั้นที่ราคาระดับสองหมื่น ใครเงินน้อยแต่อยากได้ไลก้าก็ต้องเล่นคอมแพ็คตัวนี้

แต่อีกฝั่งหนึ่งของผู้ใช้ บางคนบอกว่ากล้องคอมแพ็คตัวนี้คือของเล่นคนรวย เพราะกล้องคอมแพ็คยี่ห้ออื่นขายกันอยู่ในระดับหลักพัน แพงระดับหลักหมื่นมีแค่ไม่กี่ตัว และทะลุสองหมื่นคงมีเพียงแค่ไลก้าตัวนี้ และกล้องอีกสองสามตัวที่ติดกลุ่มกล้องน่าสะสม

ผมเจอกล้องตัวนี้ประกาศขายอยู่ในเน็ตก็รีบโทรศัพท์เพื่อนัดดูของทันที ราคาที่ได้มาหลักพันทำให้รู้สึกว่าผมโชคดี แม้ว่ากล้องรุ่นนี้จะมีชื่อเสียงเรียงนามว่ามันจะต้องรวนในส่วนที่เป็นสายแพรที่เชื่อมต่อเลนส์อยู่ด้านใน แต่ ณ วันนี้ที่มันยังคงใช้งานได้ เงินประมาณเจ็ดพันบาทสำหรับกล้องไลก้า กล้องที่มีบุคคลิกของไลก้าอยู่เต็มตัว ผมคิดว่ามันน่าลอง

เมื่อได้กล้องมาแล้วผมก็ไปขุดฟิล์มขาวดำที่เคยซื้อไว้มาลองถ่ายเล่น ตอนล้างฟิล์มก็เป็นปัญหาเช่นกัน เพราะว่าฟิล์มขาวดำหาคนรับจ้างล้างค่อนข้างยาก แถมยังไม่รู้ว่าเขาจะล้างให้เราแบบปราณีตไหม คนเล่นขาวดำจึงต้องล้างฟิล์มเองเป็นส่วนใหญ่

จุดเด่นของกล้องตัวนี้นอกจากจะเป็นเลนส์ไลก้าที่คุณภาพดีแล้ว ระบบของกล้องก็น่าสนใจมาก มันเป็นกล้องคอมแพ็คออโตโฟกัสที่สามารถรับเป็นแมน่วลโฟกัสได้ โดยเราสามารถเลือกระยะโฟกัสเป็นโซนได้ เช่นจะให้มันโฟกัสที่อินฟินิตี้ไปเลยก็ได้ หรือปรับแป้นหมุนระยะโฟกัสไปตามระยะต่างๆที่กล้องออกแบบเอาไว้ การเลือกโซนโฟกัสแบบนี้เหมาะกับช่างภาพที่คุ้นเคยกับการถ่ายภาพด้วยระบบไฮเปอร์โฟกัส ซึ่งมันเป็นการกำหนดระยะชัดที่เราต้องการได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ยังมีระบบ Av หรือการเลือกรูรับแสงที่เราต้องการแล้วให้กล้องหาความไวชัตเตอร์ที่ทำให้วัดแสงพอดีได้โดยอัตโนมัติ มันมีลูกเล่นระดับโปร แต่อยู่ในบอดี้กล้องคอมแพ็ค คนที่เป็นช่างภาพระดับจริงจังน่าจะถูกใจลูกเล่นเหล่านี้

ลองถ่ายลองล้างอัดกัน ฟิล์มที่ใช้ส่วนใหญ่จะเป็นฟิล์ม fomapan ล้างด้วยน้ำยา Kodak d76 และทำการสแกนภาพด้วยสแกนเนอร์ตั้งโต๊ะ Epson perfection4490

tag minilux 24aug2012-29


ภาพเครื่องพิมพ์อ๊อพเซ็ท

scan-2012-minilux-jul-09


หมาบ้านเรากับหมาบ้านเขา

scan-2012-minilux-jul-17


เครื่องเล่นเพลงในรถยนต์ยุคดิจิทัล ใช้ ipod ต่อกับระบบในรถซะเลย

scan-2012-minilux-jul-15


เครื่องดื่มในรถเพื่อให้การเดินทางปราศจากความง่วง

scan-2012-minilux-jul-11


แม่ของลูก

tag minilux 24aug2012-28


กองกระดาษและเครื่องตัดในโรงพิมพ์

scan2012-minilux24aug2012-15


ก๋วยจั๊บหมาที่ใช้ชีวิตเหมือนคน

scan2012-minilux24aug2012-19


สวนหลังบ้าน

scan-m-2012-09


งานแต่งงานเอ็ม

ภาพลูกชายอายุ 1 วัน สแกนด้วยวิธีถ่ายภาพแผ่นฟิล์มด้วยกล้องดิจิทัลกับเลนส์มาโคร

(ดูวิธีสแกนฟิล์มขาวดำ)

30สิงหาคม2560 อัพเดท

เจ้า minilux ตัวนี้ ผมใช้ถ่ายภาพขาวดำอยู่หลายม้วน แล้วมันก็ประสบกับชะตากรรมสายแพรขาดและไม่สามารถซ่อมได้อยู่หลายปี  กล้องนอนนิ่งอยู่ในลิ้นชักอยู่ตลอด  จนกระทั่งมีเพื่อนทางเน็ตทักมาว่า มีคนซ่อมได้แล้วนะ ให้ลองติดต่อช่างเฮงดู  ผมก็ได้เล่าให้เพื่อนท่านนั้นฟังว่า ผมได้เคยติดต่อช่างเฮงแล้วรอบหนึ่ง ช่างเฮงแจ้งกับผมว่า ไม่มีอะไหล่สำหรับซ่อม และไม่รู้ว่าจะมีอะไหล่อีกไหม  เพื่อนก็บอกกลับมาว่า ตอนนี้เปลี่ยนไปแล้ว ช่างเฮงซ่อมได้แล้ว  ผมแทบกรี๊ดดดดดดดด  แล้วก็รีบไปหาช่างเฮงโดยพลัน

อีก 1 เดือนต่อมาหลังจากส่งซ่อม ผมได้กล้องกลับมาในสภาพที่สวยงามพร้อมใช้ สภาพกล้องสะอาดเอี่ยมถ่ายรูปได้แสนสวย  กล้องทำงานได้ครบถ้วนทุกฟังค์ชั่น สายแพรที่ขาดช่างเฮงแจ้งว่าในอีเบย์มีคนขายอยู่ทำให้สามารถซ่อมอาการนี้ได้  ขอบคุณอีเบย์ ขอบคุณช่างเฮง ขอบคุณเพื่อนจากเน็ตที่เราไม่รู้จักกันมาก่อน แล้ว minilux ก็ฟื้นคืนชีพ  พร้อมด้วยการทดลองใช้กับฟิล์มสีกันซะที

เหตุที่ผมทดลองใช้ฟิล์มสีในปีนี้ก็เพราะ เพื่อนสนิทคนนึ่งหัดถ่ายภาพมาพร้อมกันได้มาเรียนวิชาล้างฟิล์มขาวดำกับผม ซึ่งเพื่อนก็ได้ซื้อกล้องไลก้า m ไว้ใช้  ใช้กับฟิล์มสีมาหลายม้วน และจะลองฟิล์มขาวดำ เลยมาเรียนล้างฟิล์มกับผม  ผมจึงได้รู้ว่า ยังมีฟิล์มสีขายอยู่ และเป็นฟิล์มรุ่นใหม่ๆ  ไม่ใช่ฟิล์มเก่าเก็บ ผมหายโง่หายเชยไปเลย  ก็เลยได้ซื้อฟิล์มสีใหม่ๆมาลองถ่ายเล่น

01014minilux-000050
01014minilux-000031
01013minilux-000068
01013minilux-000066
01013minilux-000044
01012minilux-000048
000058

ความคมชัดของเลนส์ติดกล้อง miniliux ตัวนี้อยู่ในระดับสุดยอด คมกริบเกินกว่ากล้องคอมแพ็คทั่วไป  แถมยังคมกว่าเลนส์กล้อง SLR อย่าง nikon 35-70 มม. และ 50f1.8 ที่บิดโฟกัสด้วยตัวเองอีกด้วย  นับว่าเป็นกล้องที่น่าใช้สุดๆ  ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมมันถึงเป็นที่หมายปองในตลาดมือสองอย่างต่อเนื่องยาวนาน  และมีทีท่าว่าจะนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ  โดยสถิติการอ่านรีวิวชิ้นนี้แต่ละปี มีคนอ่านเยอะขึ้น  ผมมีความสุขจริงๆเลยที่ได้ครอบครองกล้องตัวนี้ และมีภาพแสนคลาสิคจากกล้องที่เราโปรดปราน  ก่อนจะเขียนรีวิวเพิ่มเติม ผมก็จัดการแพ็คกล้องลงกระเป๋าติดตัว เพื่อรอโอกาสถ่ายภาพในชีวิตประจำวันอีกครั้ง  จะมีอุปกรณ์การถ่ายภาพสักกี่ชิ้นที่ทำให้เราอยากออกไปถ่ายรูป    ถ้าเราหาอุปกรณ์ชิ้นนี้เจอ เราก็จะมองข้ามข้อจำกัดของมัน และอยู่กับเหตุการณ์ที่เราอยากบันทึกภาพไว้เท่านั้น

IMG_20170523_175036-01

ลองไฟฟังรีวิวเป็นเสียง เป็นการรีวิวเพิ่มเติม เนื้อหาแตกต่างจากบทความนี้ เป็นแง่มุมการใช้งาน คลิกฟังต่อที่ลิงค์นี้ได้ครับ https://pockethifi.wordpress.com/2019/07/23/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87-leica-minilux/



ขับรถ honda freed ขับมาแล้วสองปี

เราต้องแยกให้ออกระหว่างคำว่า สมรรถนะ กับ ความรู้สึกนะครับ

ผมได้รถฟรีดมาใช้ตอนปี 2553 เดือนเมษายน นับเป็นผู้ใช้รุ่นโง่บุกเบิก (ขอเหน็บฮอนด้านิดนึง) ตอนนี้ก็ผ่อนมาได้ครึ่งทางแล้วครับ เหตุที่เลือกก็เพราะตั้งใจเอามาใช้กับคนในครอบครัว

ฟรีด เป็นรถมหาสนุกครับ ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้วิ่งชนะวิออส หรือแคมรี่ มันออกแบบมาให้ใช้งานสำหรับความบันเทิงของคนในครอบครัว ลองคิดดูนะครับว่า มีรถคันไหนนั่งได้เกินห้าคนแล้วไม่อึดอัดบ้าง

การมีรถที่สามารถอำนวยความสะดวกให้กับพ่อแม่และคนแก่หลายๆคนเป็นเรื่องที่อิ่มในความรู้สึก มันวัดด้วยเงินไม่ได้  เอารถสปอร์ตสองที่นั่งมารับแม่ไปกินข้าว แม่ผมบอกว่า นั่งไม่สบาย เข้าออกลำบากมาก ดังนั้นเรื่องตัวเงินตัดไป  คนอายุเยอะเขาผ่านโลกมาเยอะ ของแพงเขาก็พอรับรู้ แต่ของน่าใช้มันวัดได้ที่รอยยิ้ม

รูปถ่าย0235

ถ้ามีเรื่องต้องเข้าออกโรงพยาบาล ผมยืนยันเลยว่าฟรีดเหมาะสม ตำแหน่งที่นั่งที่สูงของฟรีด มันเหมาะกับคนป่วยที่ไม่ต้องออกแรงพยุงตัวเองมาก  ถ้าใครเคยปวดหลังจะรู้ว่าการเข้าออกรถเก๋งมันใช้แรงที่หลังเยอะ พ่อผมป่วยเข้าออกโรงพยาบาลอยู่พักใหญ่ การมีรถแบบฟรีดทำให้ความรู้สึกในการเดินทางไปโรงพยาบาล มันเป็นกิจกรรมหนึ่งๆที่ไม่น่ากลัว ไม่น่าเบื่อ  ลองจินตนาการว่าถ้าต้องไปโรงพยาบาลด้วยแท็กซี่ กับรถเก๋ง มันไม่ต่างกัน มันจะรู้สึกว่าไปโดนเชือด ไปให้หมอด่า  แต่ถ้าไปด้วยฟรีด มันเป็นอีกเรื่องหนึ่งเลย มันคล้ายๆกับการไปหาข้าวนอกบ้านกิน บรรยากาศมันจะไม่เครียด พอความเครียดน้อย มันจะช่วยให้มีความสุขเพิ่มขึ้นจากภาวะการป่วยได้ ตอนพ่อผมเริ่มป่วยหนักและต้องใช้คนอุ้มเข้าออกจากรถ ประตูไฟฟ้าของฟรีดก็ช่วยให้การเข้าออกไม่ลำบากมาก ตอนนี้พ่อผมเสียไปแล้ว  ผมมั่นใจอย่างมากว่าตัดสินใจไม่ผิดที่ซื้อฟรีด  เพราะตอนที่เลือกรถคราวนั้น ผมลังเลระหว่างฟอร์ดโฟกัส TDCI ที่แรงและประหยัด  ส่วนฟรีดเลือกเพราะพ่อเลยและมันได้รับใช้พ่อผมเกือบสองปี

DSCF4355

DSCF4371

เทียบกับรถกระบะยกสูงยอดฮิตทั้งหลาย ช่วงน้ำท่วมผมได้มีโอกาสใช้วิโก้สี่ประตูยกสูง ความรู้สึกมันก็เหมือนฟอร์จูนเนอร์ไม่ผิดเลย มันใหญ่ นิ่ง เอิกเกริก จอดยากเหมือนกัน พละกำลังเหลือเฟือมาก ผมขับวิโก้ไปซื้อปูน 20 ถุงมาทำกำแพงกั้นน้ำ มันเป็นสิ่งที่ฟรีดทำไม่ได้ แต่ถ้าพูดถึงเรื่องการใช้งานประจำวัน ผมว่ามันใหญ่ไป แม่ผมต้องปืนขึ้นรถ แค่นี้้ก็ไม่ค่อยดีแล้ว พี่สาวพาพ่อกับแม่หนีน้ำท่วมไปต่างจังหวัด พ่อผมทรมานมาก เพราะไม่ค่อยแข็งแรง ผมอยากให้พี่สาวสลับรถเอาฟรีดไปแทน แต่พี่สาวกับแม่ก็ไม่อยากเสี่ยง เพราะไม่รู้จะไปเจอน้ำที่ไหน ตอนขนของส่วนตัวและเสื้อผ้าด้วยวิโก้สี่ประตู ด้านหลังเป็นกระบะเปลือย มันขนได้น้อยกว่าฟรีด เพราะของที่ไม่ต้องการให้โดนฝนหรือโดนน้ำต้องยัดในห้องโดยสาร กระเป๋าเสื้อผ้าของพ่อแม่ และของใช้คนป่วยยัดแทบไม่พอ พ่อนั่งหน้า แม่ผมต้องนั่งตัวลีบๆแถวสองไปกับกองของใช้ทั้งหลาย นาทีนั้นผมรู้สึกอยากได้ไมโครบัสมาใช้แทนจริงๆเลย

พี่สาวผมอีกคนซื้อแคมรี่ 2.0 มาใช้เมื่อสามเดือนก่อน แล้วก็ขับมาแลกกับผมเลยตอนออกจากโชว์รูม ผมเลยได้ใช้แคมรี่ป้ายแดงตั้งแต่หลักกิโลที่ห้าสิบ  ขับมาสามเดือน ใช้ไปแล้วแปดพันกิโล เหตุที่เขาเอามาแลกก็คือ เขาอยากลองขับฟรีดดูบ้าง  จะยืมผมขับเปล่าๆเป็นเดือนก็เกรงใจ

Camry 2.0

สามเดือนที่ผมขับแคมรี่ก็ค้นพบหลายๆอย่าง  ข้อดีของแคมรี่ก็คือ นุ่ม นิ่ม นิ่ง แรงดี ขับไปต่างจังหวัดสบายมาก  ผมสามารถเดินทางไปต่างจังหวัดได้เร็วกว่าฟรีดอย่างชัดเจน มันยอดเยี่ยมครับถ้านั่งคนเดียวหรือสองคน  แต่…….แต่พอนั่งห้าคน  สามคนด้านหลังแคมรี่มีอาการเมื่อยอย่างมาก ฟังจากคำบอกเล่าของแม่ยาย  แม่ยายนั่งรถผมไปเที่ยวพัทยา ไปพักหนึ่งคืน กลับมาบ้านนอนตัวงอเลย เพราะนั่งแถวหลังไปและนั่งเบียดไปสามคน  ผมกับแฟนนั่งหน้า เนื่องจากผมขับและแฟนกำลังท้อง เลยไม่ได้ให้คนแก่นั่งหน้า  เหตุการณ์คล้ายๆกัน ผมกับแม่ กับพี่สาว และน้อง และแฟน นั่งฟรีดไปพัทยา  ไปกินข้าวไกลๆ  ไปกลับแล้วคนนั่งทุกคนสบายดี คนที่เมื่อยคือผมเอง เพราะขับฟรีดด้วยความเร็วร้อยกว่า  มันต้องใช้สมาธิมากกว่าแคมรี่  แต่จบทริปแล้วก็สบายๆ ทุกคนมีความสุขกับการเดินทาง  แม่บอกว่า นั่งฟรีดเหมือนนั่งห้องรับแขก มันสบาย โปร่ง

อัตราสิ้นเปลืองของฟรีดผมเคยเข้าใจว่าประหยัด แต่พอได้ลองแคมรี่แล้วผมกลับพบว่าแคมรี่ทำอัตราสิ้นเปลืองได้ดีกว่า  โดยเฉพาะการขับในเมือง  ผมวัดด้วยระยะทางแปดพันกิโล จดค่าน้ำมันทุกถังที่เติม ฟรีดที่ผมขับทำได้อัตราเฉลี่ย 9-10กิโลเมตรต่อลิตร  ส่วนแคมรี่ทำได้ 10-11  ทางไกล ตอนผมไปเที่ยวพิษณุโลก สุโขทัย ทริปนั้นทั้งทริปผมจำตัวเลขไม่ได้แต่คุ้นๆว่าประมาณ 13-14 กิโลเมตรต่อลิตร  ส่วนแคมรี่ ผมขับลงใต้ไปเที่ยวชุมพร ไปกลับทั้งทริปทำได้ประมาณ 12-13 กิโลเมตรต่อลิตร

ประตูของแคมรี่มันไหลครับ ปกติประตูรถยนต์จะมีระยะการเปิดได้หลายระดับ  เปิดนิดเดียวตอนเจอที่แคบ  เปิดระยะกลางๆเพื่อให้ขึ้นลงได้สบาย  เปิดสุดๆเลยเน้นกว้างเอาไว้เผื่อขนของเข้ารถ  คราวนี้ ประตูฟรีดมันก็มีระยะแบบนี้เหมือนกัน แคมรี่ก็มี  แต่ของฟรีดมันจะหยุดค้างที่สเต๊ปต่างๆได้เลย ไม่ไหลต่อ

แต่ของแคมรี่มันจะมีระยะให้เรารู้ว่ามันมีสเต๊ป แต่มันไม่หยุดค้างให้  พอเราเปิดแคบๆเพื่อระวังรถที่จอดข้างๆ ปล่อยมือจากประตูเมื่อไหร่  มันจะค่อยๆไหลออกไป แล้วก็ไปกระแทกค้นข้างๆ ผมเจอเหตุการณ์นี้บ่อยๆ ส่วนฟรีดเปิดนิดเดียวมันก็ค้างแบบนิดๆให้ แต่ถ้าเจอที่แคบมากๆ ก็ลงทางประตูสไลด์ไปเลย ผมก็ว่านี่แหละรถสำหรับเมืองหลวงอย่างแท้จริง

ตอนนี้แฟนผมท้องแก่แล้ว ก็เตรียมความพร้อมเรื่อง car seat เอาไว้ ไม่มีรถเก๋งคันไหนที่ติด car seat  1 จุดที่แถวสอง แล้วยังนั่งได้อีก 5 คน รวมคนขับ มีแค่ฟรีดนี่แหละ  จริงๆต้องบอกว่ามีแต่ MPV ที่ทำได้  ซึ่งในตลาดก็มียี่ห้ออื่นๆใกล้เคียงให้เลือก แต่ ฟรีด เป็น MPV ที่ประหยัดน้ำมันที่สุด และหน้าตาดีที่สุด  และมีประตูสไลด์

ผมไม่แปลกใจที่แคมรี่ขายดี เพราะใครได้ลองขับย่อมถูกใจทุกคน ระหว่าง วิออส อัลติส แคมรี่ ให้เลือกหยิบฟรี ทุกคนย่อมหยิบแคมรี่แน่นอน แล้วถ้าเลือกระหว่าง แคมรี่กับฟรีดล่ะ ผมก็จะยกมือบอกว่า ผมเลือกฟรีด ตอนนี้ผมแลกกลับแล้ว เพราะว่าฟรีดเป็นรถที่เอาใจคนนั่ง ไม่ได้เอาใจคนขับ ผมมีความสุขเมื่อคนที่นั่งรถไปกับผมมีความสุข  เหตุผลมันเรียบง่ายแค่นี้จริงๆ

IMG_8228



IMG_8228, originally uploaded by pockethifi.

ดูภาพเก่า ผ่านมาเกือบปี เจ้าบ่าวสะพายกล้อง ข้อเสียของการถ่ายภาพดิจิทัลคือ ผลัดวันประกันพรุ่งที่จะดูและจัดระเบียบภาพ

รดน้ำดำหัว รุ่นยุบสภา

รดน้ำดำหัว รุ่นยุบสภา

review SALA Phuket พาเที่ยวศาลาภูเก็ตรีสอร์ท ภาค1

หลังจากผมกับแฟนแต่งงานได้ประมาณสองเดือน เราก็แวะมาเที่ยวภูเก็ตโดยแฟนได้ทำการซื้อวอยเชอร์ในงานท่องเที่ยว แล้วก็เลือกมาภูเก็ต พักที่ ศาลารีสอร์ต ชื่อเต็มผมไม่สนใจ ผมจะเรียกแค่นี้ เราเดินทางด้วยเครื่องบิน สายการบินนกแอร์ ขึ้นเครื่องบินที่ดอนเมือง

DSCF1792Phuket2011Full

ครั้งหนึ่งผมเคยได้รับการติดด่อเพื่อติดสติ๊กเกอร์บนตู้ใส่สัมภาระบนเครื่องบิน โดยที่ทางเจ้าของเครื่องบินแจ้งว่าผนังตู้มันค่อนข้างลื่น ผมไม่เคยได้สังเกตเลยว่ามันลื่นแบบไหน พอได้มาขึ้นเครื่องอืกครั้งก็พบว่ามันลื่นจริงๆ โชคดีแล้วที่่ผมไม่ได้รับงานนี้ เพราะว่าไม่เคยเห็นพื้นผิว ไม่เคยได้ดูหน้างานก่อนเริ่มทำ

DSCF1793Phuket2011Full

มาถึงสนามบินภูเก็ตก็แวะไปรับรถที่จองไว้ล่วงหน้า รถจอดรอที่สนามบินเลย เป็นรถฮอนด้าซิตี้รุ่นใหม่ล่าสุดของปี 2554 เป็นรุ่นท๊อปของซิตี้ คุณภาพรถดีมาก เลขไมล์ในรถวิ่งมาแค่สองพันกว่ากิโลเมตร ค่าเช่ารถจำไม่ได้ แต่ก็ไม่แพงมาก คุณภาพรถเก๋งของฮอนด้าซิตี้คันนี้ไม่เลว มันมีความนุ่มนวลและกำลังดีใช้ได้ ถ้าผมต้องเลือกรถเก๋งซีดาน ราคาไม่แพง อ็อพชั่นครบ ผมว่าฮอนด้าซิตี้น่าสนใจมากๆ

DSCF1797Phuket2011Full

อีกไม่กี่นาทีผมก็มาถึงรีสอร์ต ที่จุดต้อนรับมีเครื่องดื่ม welcome drink ให้ด้วย ลักษณะการออกแบบที่นี่เน้นสี่เหลื่ยม สีเคร่งขรึม โซฟาสีแดงช่วยให้พื้นที่ดูดีขึ้นมาก ถ่ายรูปได้สวยเกินตาเห็น ใครนั่งก็หล่อ สาวนั่งก็สวย

DSCF1801Phuket2011Full

ข้างๆจุดต้อนรับเป็นห้องทำงานเล็กๆพร้อมชุดรับแขก ไม่แน่ใจว่าทำไว้ให้ใครใช้ แต่มันก็ดูดี เป็นการออกแบบที่น่ามอง ลักษณะสี่เหลี่ยมไม่ใหญ่เกินไป ถ้าบ้านมีพื้นที่กว้างพอผมก็อยากได้แบบนี้ไว้สักมุมเหมือนกัน ผมรู้สึกว่าการได้นั่งใช้เวลาในโต๊ะทำงานด้วยบรรยากาศที่เป็นส่วนตัว เป็นเจ้าของบ้าน มันเป็นความรื่นรมย์แบบหนึ่ง

DSCF1805Phuket2011Full

DSCF1807Phuket2011Full

กำแพงปูนออกแนวดิบๆ ทางเดินมีหญ้าแซมเรื่อยๆ ป้ายบอกข้อมูลเป็นกระดาน เน้นว่าที่นี่ดีไซน์เป็นสี่เหลี่ยม เปิดประตูรั้วเข้าไปในแต่ละห้องจะมีสระน้ำและมีห้องนอนแยกเป็นห้องอีกชั้นหนึ่ง สระน้ำกว้างพอให้เล่นจนเหนื่อย ประตูหัองมาแนวสี่เหลี่ยมเล่นลายแนวตั้ง

DSCF1810Phuket2011Full

DSCF1814Phuket2011Full

ด้านข้างสระน้ำเป็นกระจกพร้อมอ่างอาบน้ำ อ่างล้างหน้า ดูหรูหรา มีอุปกรณ์เสพสปาเตรียมไว้ให้พร้อม อาบน้ำล้างหน้าแปรงฟันก็ทำได้แถวนี้เช่นกัน แต่ว่าต้องทนยุงทนแมลงได้นะ เพราะที่นี่โอเพ่นแอร์ ฝักบัวอยู่ด้านข้าง แหงนหน้ามองฝักบัวจะได้แถมท้องฟ้า

DSCF1815Phuket2011Full

DSCF1825Phuket2011Full

DSCF1836Phuket2011Full

DSCF1841Phuket2011Full

ในห้องนอนเป็นเตียงขนาดคิงไซ้ร์ + 1 หรือมันยาวกว่าคิงไซ้ร์ปกติ (แฟนบอก) สามารถตีลังกาจากซ้ายไปขวาได้โดยที่ยังไม่ตกออกจากเตียง หัวเตียงมีไฟส่องสว่างสำหรับอ่านหนังสือของใครของมันแยกกันเด็ดขาด ใครนอนทีหลังอยากอ่านหนังสือก็ตามใจ ไม่รบกวน หลังเตียงออกไปเป็นเค้าเตอร์บาร์ มีอุปกรณ์เครื่องดื่มรอไว้ให้ใช้ เอามาเป็นซับเจ็คในภาพถ่ายก็สวยดี เวลามาเที่ยวรีสอร์ตแนวนี้ไม่ค่อยได้หยิบใช้หรอก เพราะของในมินิบาร์มันราคาไม่ถูกเลย

DSCF1850Phuket2011Full

ข้างเตียงด้านหนึ่งเป็นโซฟา ข้างเตียงอีกด้านหนึ่งเป็นโต๊ะทำงาน ใช้วางคอมพิวเตอร์ก็ได้ ที่นี่มีอินเทอเน็ตให้เล่น หน้าห้องเป็นสระว่ายน้ำ ออกจากเตียงก็กระโดดลงน้ำได้เลย ทุกอย่างอยู่ในรั้วส่วนตัวปิดมิดชิด อยากแก้ผ้าเล่นน้ำก็ไม่ต้องกลัวใครเห็น

ออกไปดูนอกห้องกันบ้าง รีสอร์ตแห่งนี้อยู่ติดทะเล พื้นที่ด้านนอกเป็นสระน้ำใหญ่ เป็นห้องอาหาร เป็นจุดชมวิว มีเตียงรอให้มานั่งเล่น มีเค้าเตอร์เครื่องดื่ม สนามที่นี่กว้างมาก สามารถเล่นฟุตบอลหรือกีฬากลางแจ้งได้เกือบทุกชนิด กว้างจนหมดความพยายามจะเดินไปเอาเท้าจุ่มทะเล

ริมทะเลมีต้นไม้ใหญ่สามารถใช้เป็นองค์ประกอบในการถ่ายรูปได้ มีชิงช้าแขวนไว้บริการหญิงสาวช่างฝัน ทำไมต้องมานั่งชิงข้าริมทะเลด้วย ตอนนั่งเหม่อออกไปอยากรู้เหมือนกันว่าคิดอะไร

และก็เป็นธรรมเนียมที่จะต้องมีภาพนั่งชิงช้าคู่กัน กล้องฟูจิ x100 ไม่มีขาตั้งกล้อง อาศัยวางบนกิ่งไม้ โฟกัสไว้ล่วงหน้า ตั้งเวลาถ่ายให้เรียบร้อย กดแล้ววิ่งเข้ามาอยู่ในภาพทำหน้าไม่เหนื่อยแม้ว่าจะหายใจแรงกว่าปกติก็ตาม ทำอยู่สามเที่ยวก็ได้ภาพน่าพอใจ ไปรีสอร์ตแพงก็แบบนี้แหละ จะหนีบเพื่อนที่เป็นช่างภาพไปด้วยก็รู้สึกเปลืองเงิน กดแล้ววิ่งแบบนี้ต้องหัดให้ชำนาญเพราะมีอีกหลายทริป

สระน้ำด้านนอกนี่ใหญ่สะใจมาก แต่ก็ไม่ได้ลงเล่นเพราะไม่อยากแต่งชุดว่ายน้ำโชว์พุงเดินผ่านสาธารณะชนออกมา ถ้าไม่มั่นใจว่าหุ่นดีขอผ่านดีกว่า เพราะถ้าลงเล่นในสระใหญ่เมื่อไหร่จะมีคนมองแน่นอน เพราะแทบไม่มีใครเล่นเลย

ห้องอาหารเป็นแบบกินไปชมวิวไป โต๊ะริมที่ดูใกล้ชิดทะเลมากกว่าโต๊ะอื่นเล็กน้อยอยู่ในทำเลที่โดนแดดตอนบ่าย โต๊ะอื่นๆที่วางกลางห้องโถงจะนั่งสบายกว่า น่าเสียดายโต๊ะริมเป็นอย่างมาก แถมนอกจากแดดแล้วยังมีผ้าใบบังลมทำให้รู้สึกอืดอัดเสียอีก ถ้าลมไม่พัดมันก็ไม่ใช่ทะเล ถ้าลมพัดมันก็กินอาหารลำบาก มันก็เลยต้องมีผ้าใบพลาสติกมาบังลมไว้ กลายเป็นว่าใครนั่งโต๊ะริมต้องทนดูผ้าใบขุ่นๆไปด้วย แต่ถ้าลมสงบเราก็จะได้ธรรมชาติที่สวยงามกลับคืนมา

ตอนเย็นๆก็แวะออกไปหาของกินในตัวเมือง ตามโพยที่พยายามค้นคว้ามาก็มีคำแนะนำให้ไปลองกินที่ร้านอาหาร “ระย้า” อยู่ในตัวเมืองภูเก็ต ขับวนอยู่ในเมืองสองสามรอบก็หาเจอ เป็นร้านอาหารไม่เล็กไม่ใหญ่ อยู่ในตึกเก่าโบราณ  แม้แต่ปลั๊กไฟก็ยังโบราณ ตึกน่ะโบราณก็สวยดีดูมีคุณค่า แต่ปลั๊กไฟเก่าผมไม่ค่อยศรัทธาเท่าไหร่เพราะว่ามันอันตราย

อาหารในร้านก็เป็นเมนูท้องถิ่น อาหารทะเล ปลา แกง น้ำพริก รสชาดก็ออกแนวรสจัด ปนเผ็ด  บรรยากาศในร้านก็ดูโล่ง คนน้อยแทบไม่มีใครแวะมาเลย ตอนที่ผมไปก็มีแค่โต๊ะผมโต๊ะเดียว  สักพักหนึ่งก็มีเพิ่มอีกหนึ่งโต๊ะ กินอิ่มเสร็จแล้วก็ยังไม่มีใครเข้ามาเพิ่ม  อาจจะเพราะว่าวันนี้ไม่ใช่วันหยุดก็ได้ ทำให้สามารถเลือกนั่งโต๊ะไหนก็ได้ตามใจ ผมเลือกนั่งมุมที่มีหน้าต่างเพราะจะได้ถ่ายรูปสวยกว่ากำแพงล้วนๆ

ร้านนี้ท่าทางจะเป็นร้านที่มีชื่อเสียงพอสมควรเพราะมีบอร์ดเซ็นชื่อโชว์อยู่ด้วย  บรรยากาศรอบๆร้านก็ออกแนวต้นไม้เยอะ ท่าทางยุงเยอะ กินอิ่มแล้วผมก็รีบออกเพราะไม่อยากโดนยุงหาม

ออกจากร้านอาหารก็หาของหวานกิน แฟนผมทำการบ้านมาอย่างดี ชี้เป้าไปที่ถนนใกล้ๆ ขับรถไปไม่กี่นาที แวะกินเค้กสักก้อนก่อน  แต่โชคร้ายที่วันนี้เค้กมีน้อยเพราะเป็นวันคนน้อย ทางร้านก็เลยมีเค้กเอาไว้รับรองแขกไม่มาก เมนูพื้นฐานก็มีแค่เท่าที่เห็น

บรรกาศของร้านก็ตกแต่งเรียบง่ายออกสไตล์ดิบๆ เพดานและกำแพงก็เป็นปูนเปลือยเป็นส่วนใหญ่ ยกของมาวางให้ดูเป็นระเบียบ ติดแอร์ให้เย็น เอาเค้กวาง เอากาแฟวางก็เปิดเป็นร้านไว้รับลูกค้าได้แล้ว  ผนังด้านข้างก็ระบายสีแบบแนวเปื้อนๆมั่วๆ แต่ก็สวยดี

ผมนั่งกินเค้กและเครื่องดื่มเล็กน้อย  ฝรั่งข้างๆสองคนนี้ผมเดาว่าไม่ได้มาด้วยกัน เพราะลักษณะการสื่อสารระหว่างสองคนนี้ดูแล้วเหมือนต่างคนต่างมา และเดาต่อว่าผู้หญิงกำลังจีบผู้ชายอยู่ แต่ช่างพวกเขาเถอะ  ผมกินเค้กเสร็จก็กลับแล้ว

กลับที่พักนอนหลับสบาย ตื่นสายๆ แล้วก็ออกมากินอาหารเช้าที่สุดอลังการยิ่งกว่าที่พักอื่นๆที่เคยไปมา  เพราะอาหารเช้าที่นี่นอกจากจะมีบุฟเฟ่ต์ของว่างให้ตักตามใจแล้ว ยังสามารถสั่งสเต๊กในเมนูได้คนละจานอีกด้วย

พอกินอิ่มแล้วก็เดินเล่นสำรวจรอบๆ  บรรกาศตอนเช้ายังคงรู้สึกเย็นสบายไม่อบอ้าวแบบเมื่อวานตอนบ่าย  แสงแดดกับอาคารสี่เหลี่ยมมันก็ดูเพลินตา  เค้าเตอร์เครื่องดื่มมีขวดสารพัดสีสันสดใส  เหมาะกับการเก็บภาพไว้ดูสวยๆ

จริงๆแล้วยังมีที่นั่งบริเวณนี้อีกมากมายที่ออกแบบไว้ให้นั่งปล่อยเวลาหายใจทิ้งได้เป็นวันวัน  แต่ว่าอากาศกลางปีของเมืองไทยมันไม่ค่อยจะเย็นสักเท่าไหร่นั่งไม่นานก็เหงื่อออกกันให้เหนียวตัว  ถ้ามากันหลายคนน่าจะได้เปิดวงเล่นไพ่กันครบขาบนโซฟากลมๆใหญ่ๆที่เห็น

เดินแวะไปชายหาดนิดหน่อยไปถ่ายภาพเก็บวิวริมทะเลบ้าง มาทะเลก็ควรจะได้รูปชายหาดและเรื่องราวขอบทะเลกลับไปบ้าง เหลียวซ้ายและขวาไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวเลย อาจจะเป็นเพราะค่าใช้จ่ายที่นี่มันแพงก็ได้คนมาพักถึงน้อยและไม่พลุกพล่าน  ซึ่งแตกต่างกับหาดสาธารณะทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด  มองไปมองมาเจอแต่ซากเรือที่จงใจยกมาวางไว้เฉยๆกับ รถเข็นที่ไม่น่าจะจงใจวางแต่บังเอิญมันจอดอยู่ตรงนี้พอดี เลยได้ภาพกลับไป

 

โปรดติดตามตอนต่อไป