บริการหลังการขาย ฟูจิซีร๊อกส์ ไม่ประทับใจ

หลังจากใช้งานเครื่องพิมพ์ Fujixerox x700 และเป็นลูกค้ามาปีที่ 6 โดยในช่วงปีแรกผมมีการพูดถึงการใช้งานและบ่นเรื่องบริการไปหลายอย่าง ด้วยงานที่เยอะขึ้น เราก็ทำงานไปโดยไม่ได้บ่นอะไรอีก เพราะตอนมีปัญหาเราก็ลืมที่จะบันทึกเอาไว้ พอแก้ปัญหาได้ เราก็รีบทำงานส่งลูกค้าแล้วก็ลืมที่จะกลับมาจดบันทึกเอาไว้

WP_20150928_001

มาวันนี้ มีปัญหาเกิดขึ้น และผมมีเวลาบันทึก ก็เพราะว่า วันเสาร์ประมาณ 16.30 น. เครื่องพิมพ์มีปัญหาบางส่วนของภาพหายไปตอนพิมพ์ และเป็นปัญหาทุกแผ่นที่พิมพ์ เปลี่ยนไฟล์ก็ไม่หาย เลยแจ้ง callcenter ไป ปกติจะต้องมาถึงภายในเวลา 2 ชั่วโมง ซึ่งเป็นข้อตกลงการใช้บริการ แต่วันเสาร์ไม่มีช่าง standby แล้วรอวันจันทร์ก็ได้

วันจันทร์ 10.30น. ช่างยังไม่มา โดยก่อนหน้านี้หนึ่งชั่วโมงก็ได้โทรไปตามแล้ว แต่ก็ยังไม่มีใครให้คำตอบว่าช่างจะมาเมื่อไหร่ งานของโรงพิมพ์ที่รับปากลูกค้าไว้ต้องเลื่อนส่งงาน งานจะโดนรีเจ๊คหรือเปล่าเราก็ยังไม่รู้ เพราะลูกค้าของโรงพิมพ์ท่านนี้เป็น เอเจนซี่ เขารับงานจากโรงพิมพ์แล้วก็ต้องไปส่งงานให้ลูกค้าของเขาอีกที เดิมทีก่อนเครื่องมีปัญหาเราก็นัดลูกค้าว่างานจะเสร็จวันเสาร์ พอเครื่องมีปัญหาก็เลยต้องเลื่อนออกไป แล้วโรงพิมพ์ก็ไม่กล้านัดกับเอเจนซี่แล้ว เพราะไม่รู้ว่าช่างของฟูจิซีร๊อกส์จะเข้ากี่โมง

10.45น. ผมมีเวลาว่างนิดหน่อย เพราะงานต้องรอ ต้องรอช่างซ่อมเครื่องฟูจิซีร๊อกส์x700 ระหว่างที่รอก็เลยบันทึกเอาไว้อ่านกันลืม โรงพิมพ์เป็นลูกค้ามาหกปีแล้ว จ่ายเงินตรงเวลาทุกเดือน เรารักษาสัญญาณกับฟูจิซีร๊อกส์ว่าเราจะใช้บริการและจ่ายเงิน เราตรงไปตรงมา แต่ช่างบริการของฟูจิซีร๊อกส์กลับไม่สามารถทำตามสัญญาได้ สัญญาคือจะเดินทางมาซ่อมเครื่องภายใน 2 ชั่วโมง ซึ่งรอบนี้ เราก็คาดว่าช่างคงมาช้าไม่ทันตามสัญญา ที่เราคาดเดาว่าไม่ทัน เพราะหลายๆทีที่มีปัญหาช่างก็มาทันบ้าง ไม่ทันบ้าง

ทำงานปริ๊นภาพและติดตั้ง

มีลูกค้าให้ทำงานพิมพ์ภาพถ่ายแล้วทำเป็นสติ๊กเกอร์ไปติดในกล่องไฟ ร้านของลูกค้าเป็นร้านขายกระเป๋าและของที่ระลึก เน้นลูกค้าต่างชาติที่มาเที่ยวในประเทศไทย หลังจากที่รับข้อมูล วัดพื้นที่เรียบร้อย ก็ทำไฟล์ภาพและนัดวนติดตั้ง

20150831_210734

20150831_210936

20150831_193408

P_20150828_112154//embedr.flickr.com/assets/client-code.js

P_20150828_103810//embedr.flickr.com/assets/client-code.js

P_20150828_103810//embedr.flickr.com/assets/client-code.js

เปลี่ยนแบต honda freed 2558

เปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์กันอีกครั้งหนึ่ง อาการแบตเสื่อมถามหาอีกแล้ว ก่อนหน้านี้ประมาณ 2-3 สัปดาห์ รถฟรีดมีอาการ ประตูไฟฟ้าไม่ทำงานในบางจังหวะ ซึ่งเป็นอาการไม่รับคำสั่งจากรีโมท และไม่รับคำสั่งจากการกดเปิดที่สวิตซ์ในรถ ไม่ใช่เพราะลืมเข้าเกียร์ P หรือ ลืมเหยียบเบรกซึ่งมักจะเกิดกับคนที่เพิ่งได้รถมาใหม่ๆและยังไม่ชินกับประตูไฟฟ้าของฮอนด้า และสัญญาณที่ทำให้มั่นใจว่าแบตเสื่อมอย่างแน่ชัดคือ สตาร์ทไม่ติด

อาการสตาร์ทไม่ติดยังไม่รุนแรงมาก เพราะผมพกเพาเวอร์แบงค์ที่สามารถพ่วงสตาร์ทรถยนต์ได้ ช่วงสองสัปดาห์ที่แบตเสื่อมและผมไม่ว่างเข้าร้านเพื่อเปลี่ยนแบต รถสตาร์ทไม่ติดสามครั้งในช่วงสองสัปดาห์ บางทีพ่วงสตาร์ทแล้วก็ปกติใช้งานได้ ปิดเครื่องสตาร์ทใหม่ได้หลายวัน เลยทำให้ไม่รีบร้อนที่จะเปลี่ยนแบตเตอรี่เท่าไรนัก

รถผมอายุหกปีแล้ว วิ่งมาแล้ว 142823 กิโลเมตร เปลี่ยนแบตมาสองครั้ง ครั้งนี้จะเป็นครั้งที่สาม หรือเป็นแบตเตอรี่ลูกที่ 4 ของรถคันนี้ จังหวะขับรถผ่านร้านเดิมที่เคยอุดหนุนและเคยเขียนรีวิวเอาไว้แล้ว รอบนี้สอบถามเจ้าของร้านแนะนำแบตเตอรี่ลูกละ 1800 บาทให้ เป็นแบตแห้ง ไม่ต้องเติมน้ำกลั่นบ่อย ผมบอกว่า เคยทำ 1500 บาท เจ้าของร้านบอกว่า รุ่นนั้นก็มีแต่จะเป็นแบบต้องเติมน้ำบ่อยกว่า แต่คุณภาพไม่ต่างกัน ผมก็เลยเลือกของถูกที่คุณภาพไม่ต่างกันแทน ก่อนจะสั่งให้เปลี่ยนก็ค้นบล๊อกตัวเองหาข้อมูลที่เคยเขียนไว้และก็พบว่าครั้งที่แล้วผมก็ใช้รุ่นของถูกต้องเติมน้ำกลั่นบ่อยนี่แหละ ซึ่งหลังจากเปลี่ยนแล้วก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร

เจ้าของร้านคงจำผมไม่ได้ แต่ผมจำได้ เถ้าแก่คนเดิม แบตเตอรี่รุ่นเดิม วิธีการเปลี่ยนเหมือนเดิม ทุกอย่างเหมือนเมื่อหลายปีก่อน ลองย้อนกลับไปอ่านได้เลย พอเปลี่ยนเสร็จก็จ่ายเงิน ออกจากร้าน รูปถ่ายที่บันทึกไว้ก็ทะยอยเอามาโพสท์เพื่อเป็นรีวิวครั้งที่สองของร้านนี้ แต่ครั้งนี้มีภาพเพิ่มเติมก็คือ มีใบเสร็จรับเงินของร้านให้ด้วย มีชื่อร้าน มีเบอร์โทร ใครสนใจบ้านใกล้ร้านนี้ก็เก็บไว้เป็นทางเลือกได้

P_20150815_174845

ใบเสร็จรับเงิน มีชื่อร้าน ที่อยู่ เบอร์โทร

P_20150815_132749

แบตเตอรี่ 3K รุ่น NS40ZL กำลังไฟ 35แอมป์

P_20150815_133019

มีสายพ่วงแบตมาพ่วงไฟเลี้ยงจากแบตภายนอกไว้อีกก้อนหนึ่ง เครื่องเสียงรถก็จะไม่รีเซ็ท ไม่ต้องตั้งใหม่

P_20150815_133008

P_20150815_133101

แกะกล่องเติมน้ำกลั่น แล้วก็มาอัดไฟเข้าไป นั่งรอ 15 นาที

 

ขับรถออกจากร้าน เถ้าแก่บอกว่า ให้ขับนานๆหน่อย  ตอนจอดรถ ให้จอดติดเครื่องค้างไว้ก่อน 15 นาที  เหตุผลเพราะแบตเตอรี่ใหม่ต้องการอัดไฟให้เยอะๆไว้ก่อน 

เพลินพัฒนา เตรียมอนุบาล งานเล่านิทานให้ลูกฟัง

ละครวันแม่ เพลินพัฒนา 14aug2015

โรงเรียนเพลินพัฒนา มีการจัดงานสัปดาห์เล่านิทานให้ลูกฟัง โดยให้ผู้ปกครองของชั้นเตรียมอนุบาลจนถึงอนุบาล3 ผลัดกันมาเล่นละครในช่วงเช้าหลังเข้าแถวกันตลอดสัปดาห์ ซึ่งสัปดาห์นี้ตรงกับวันแม่แห่งชาติ ทั้งสัปดาห์มีเรียน 4 วัน ก็พอดีชั้นปีละ 1 วัน เริ่มจากอนุบาล3ก่อนแล้วไล่มาจนถึงเตรียมอนุบาลในวันสุดท้าย

ขอบฟ้าเรียนเตรียมอนุบาล ดังนั้นคิวการเล่นละครก็อยู่ในวันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม 2558 โดยการเตรียมการต่างๆมีแม่ของเด็กกลุ่มหนึ่งเป็นอาสาสมัครมาช่วยกันเล่นละคร เตรียมอนุบาลมี 4 ห้อง ส่งอาสาสมัครมาช่วยกันทำกิจกรรม บรรดาแม่ๆหลายท่านก็อาสาเล่นละคร เป็นนักแสดง ส่วนผมก็อาสาเป็นช่างภาพ มีพ่อบ้านอื่นเป็นช่างภาพเช่นกันก็แบ่งหน้าที่กัน ผมถ่ายภาพนิ่ง อีกท่านถ่ายวิดีโอ

ส่วนของละครก็ได้รับความร่วมมือจากแม่ๆทั้งหลายเป็นอย่างดี ตั้งแต่การเตรียมเนื้อเรื่อง ดัดแปลงเนื้อเรื่อง กำหนดตัวละคร เสื้อผ้าชุดประกอบต่างๆ และการนัดซ้อมนอกรอบ ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ ละครผ่านไปได้ด้วยดี ข้อคิดต่างๆที่สอดแทรกไปในละครก็ถ่ายทอดได้ตรงไปตรงมา เชื่อว่าเด็กหลายคนก็รับสารได้

ภาพถ่ายวันซ้อมและวันจริงผมถ่ายเสร็จก็อัพโหลดเข้าไปเก็บไว้ใน flickr.com เพื่อให้สามารถแบ่งปันหรือแชร์ให้คุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นได้ดูสะดวกๆ เพราะในทางปฏิบัติคงไม่สามารถก๊อปปี้ไฟล์ใส่แผ่นไปแจกได้ทุกคนอยู่แล้ว การฝากไฟล์ไว้แบบ online น่าจะเป็นทางเลือกที่ทำให้ทุกท่านเข้าถึงได้ง่ายที่สุด

ต่อไปนี้คือภาพประวลคร่าวๆของละครในกิจกรรม “เล่านิทานให้ลูกฟัง” เริ่มจากภาพวันซ้อมกันก่อน
IMG_8505

IMG_8520

IMG_8528

IMG_8531

IMG_8547

และก็มาถึงวันจริงนักแสดงรวมตัวกันตั้งแต่ 8.00 น. และเริ่มแสดงในเวลาประมาณ 8.30 น.
IMG_0001

IMG_0002

IMG_0005

IMG_0006

IMG_0011

IMG_0014

IMG_8558

IMG_0028

IMG_0029

IMG_0035

IMG_0045

IMG_0071

IMG_0089

IMG_0098

Fisherman รอบสอง

รีสอร์ท ฟิชเชอร์แมน หาดเจ้าสำราญ ครั้งนี้มาเป็นครั้งที่สองในรอบหนึ่งเดือน  ในครั้งนี้ก็พอรู้งานแล้วว่าจะต้องพบกับอะไรบ้าง  การถ่ายภาพในรอบนี้เลยไม่ใช้กล้องตัวเดิม  เพราะครั้งที่แล้วใช้ eos m ไปเต็มทริป  รอบสองเลยเปลี่ยนเป็น eos 6d แทน  โดยใช้คู่กับเลนส์ 70-200 f2.8 เป็นหลัก

fisherman2-IMG_8206fisherman2-IMG_8202

fisherman2-IMG_8226fisherman2-IMG_8243

fisherman2-IMG_8254fisherman2-IMG_8257

fisherman2-IMG_8259fisherman2-IMG_8291

fisherman2-IMG_8279

คอมพิวเตอร์ในความทรงจำ

P_20150731_091251

คอมพิวเตอร์สีสันสดใส ชื่อของมันคือ imac ซึ่งมีผลิตออกมาตั้งแต่ช่วงปี คศ. 1997 ซึ่งเป็นการปฏิวัติวงการคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะที่สำคัญครั้งหนึ่งของโลกเรา

 

ใครจะคิดว่าคอมพิวเตอร์ราคาแพงซึ่งเป็นเครื่องมือทำมาหากินของคนมีฐานะจะเปลี่ยนจากหน้าตาบึ้งตึงเป็นสีสันราวกับขนมหวาน  จากคอมพิวเตอร์ชิ้นส่วนจำนวนมากมีสายรุงรังกลายเป็นคอมพิวเตอร์ที่รวมสิ่งจำเป็นทุกอย่างไว้ด้วยกันทั้งหมด ตั้งแต่จอภาพ เมนบอร์ด พอร์ตสำคัญที่ต้องใช้งาน และ แฟกซ์โมเด็มที่เอาไว้ต่ออินเทอเน็ตก็รวมอยู่ในเครื่องเดียว

P_20150731_094207

imac เป็นคอมพิวเตอร์ที่สร้างสีสันทั้งบนโต๊ะคอมพิวเตอร์ และบนแผงหนังสือ  ในยุครุ่งเรืองของ imac จอลูกกวาดเหล่านี้ หนังสือทั้งแผงก็แทบจะต้องใช้ imac ผลิตทั้งนั้น  มีผู้นำเข้าบางรายที่ขายของให้โรงพิมพ์มาตลอดยังจัดชุด imac พร้อมสแกนเนอร์ ขายรวมกันในราคาเจ็ดหมื่นบาทในยุคที่ทองราคาแค่บาทละไม่ถึงหนึ่งหมื่นบาท

 

คอมพิวเตอร์ PC ที่เราต้องไปเดินหาซื้อชิ้นส่วนที่พันทิพย์พลาซ่าแล้วนำมาประกอบให้ใช้งานได้ต้องใช้เงินประมาณสามถึงสี่หมื่นบาท แต่กับ imac ที่เลือกอะไรไม่ได้เลยดันขายกันอยู่ที่ระดับ 6หมื่นบาท  ซึ่งในยุคของมันและวัยของผม ผมไม่มีเงินซื้อหรอก เพิ่งทำงาน ฝรั่งเศสเพิ่งได้แชมป์บอลโลกครั้งแรก

P_20150731_091452

กว่าจะได้มีโอกาสใช้ apple ก็ต้องปาเข้าไปในช่วงปี คศ 2004 ซึ่งเป็นปีที่ผมออกมาทำงานโรงพิมพ์ของครอบครัวแล้ว อาชีพโปรแกรมเมอร์ที่เคยเขียนโค้ดทุกๆวันก็วางมันไว้ในอดีต  คอมพิวเตอร์ที่เน้นเรื่องฟังค์ชั่นถูกวางไว้ในความทรงจำ แล้วก็มองหา imac สีสวย มือสอง มาเป็นเครื่องมือเครื่องใช้  โน้ตบุ๊ค PC ราคาสี่หมื่นกว่าบาทก็ยกเก็บ ในช่วงเวลานี้ผมเลือกจะซื้อของด้วยอารมณ์และความสวยงามเป็นหลัก  imac dv 450Mhz เป็นของมือสองราคา 4500บาทที่ผมดิ้นรนไปหาซื้อมา  ในวันแรกที่มันอยู่บนโต๊ะทำงาน ผมก็ใช้มันทำงานให้ลูกค้ารายหนึ่ง ปิดงานจบได้และเก็บเงินมีกำไรห้าพันบาท  ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นกันด้วยดี imac ตัวนี้ซื้อแล้วทำเงินตั้งแต่วันแรก  นับว่าเป็นความโชคดีอย่างมากที่มันเป็นของมือสองราคาไม่แพง  ถ้าเป็นมือหนึ่งราคาใกล้ๆแสน มันคงต้องใช้เวลาทำงานนับเดือนหรือนานกว่านั้น  จากจุดเริ่มต้นกับ imac มือสอง ผมก็เริ่มซื้อของใหม่บ้างเป็น ibook g4  mac minig4 2 ตัว ซื้อ macbook pro ซื้อ mac mini intel  macbookair ssd  ในช่วงสิบปี

IMG_3109

ในเวลานี้  ปี คศ 2015 อายุ imac สีแดงสดใสก็เข้าสู่วัยชรา  อายุ 16 ปี มันไม่ควรจะทำงานอะไรได้แล้ว  แต่มันก็ยังใช้งานได้ ผ่านการเปลี่ยนอะไหล่อย่างฮาร์ดดิสก์ไปแล้ว เพิ่มแรมให้แล้ว  คีย์บอร์ดและเม้าส์ที่เป็นชุดของมันก็เสียและหายไปแล้ว  แต่มันก็ยังเปิดติด เอาเม้าส์และคีย์บอร์ดอื่นๆมาใช้แทนได้  แม้ลำโพงจะเสียงแตกพร่า แต่ก็ยังเสียบสายไปเข้าเครื่องเสียงเพื่อฟังเพลงได้  มันเล่นอินเทอร์เน็ตในสมัยของโซเชียลเน็ตเวิร์คได้ช้ามาก  ลำพังแค่จะหาข้อมูลที่ต้องการ หาลิงค์ที่ต้องการ ก็อาจจะต้องใช้เวลาหลายนาที  เพราะว่ามันถูกออกแบบมาให้ใช้กับอินเทอเน็ตในความเร็วระดับโมเด็ม 56k เท่านั้น  เรื่องการดู youtube ทำไม่ได้เลย

 

การใช้งานที่เหมาะสมกับความสามารถของมันเองก็คือการเปิดเพลง และการดูหนัง DVD การฟังเพลงจะอาศัยโปรแกรม iTune ที่เคยโหลดเก็บไว้เมื่อหลายปีก่อนถึงจะพอทำงานได้ไม่อืดอาด  เนื่องจาก  iTune เป็นโปรแกรมที่อัพเดทบ่อยมาก บ่อยระดับเดือนเว้นเดือนเลยด้วยซ้ำ   ด้วยเหตุผลที่ apple พยายามทำให้ iTune เป็นศูนย์รวมทุกอย่างของอุปกรณ์ไฮเทคทันสมัย เมื่อก่อน  iTune ทำหน้าที่เป็นเพียงเครื่องเล่นเพลงและเครื่องก๊อปปี้ไฟล์เพลงลง ipod เท่านั้น  แต่ iTune รุ่นใหม่ๆต้องดูและจัดการ  ipod ipad iphone ที่ซับซ้อนและเรื่องเยอะมากขึ้นทุกวัน  การได้ใช้ iTune โบราณจะทำให้เรารู้สึกว่าทุกอย่างมันเรียบง่าย  ฟังค์ชั่นไม่กี่อย่างก็พอที่จะทำงานได้บนคอมพิวเตอร์เก่าๆอย่าง imac ตัวนี้

IMG_3129

ไดร์ฟ dvd แบบ slot  ที่ติดมากับเครื่องนี้เร่ิมมีปัญหาแล้ว  ใส่แผ่นเปิดหนังดูได้ แต่ตอนเอาแผ่นออกเป็นเรื่องที่ต้องลุ้น  เพราะช่องทางเอาแผ่นออกดูเหมือนจะแคบเกินไป  กดสั่งการให้แผ่นออก แต่แผ่นไม่ออก  คือออกมาแค่พยายามไหลมาจ่อที่ปากทาง แต่ไม่ดันแผ่นออกมาจากเครื่อง  ทำให้เจ้าของเครื่องต้องเอากระดาษติดด้วยเทปสองหน้าแล้วแหย่ไปรอภายในเพื่อให้แผ่นไหลออกมาติดกับเทปกาว แล้วค่อยดึงกระดาษกาวออก

 

ด้วยความที่มันเป็นเครื่องเล่นที่มี usb เพียง 2 ช่อง ซึ่งหากเสียบกับเม้าส์และคีย์บอร์ดไปแล้วก็แทบจะเสียบอะไรต่อไม่ได้  เดิมทีคีย์บอร์ดที่แถมมากับ imac จะเป็นรุ่นที่มี hub ในตัว 1 ช่อง สามารถเอาเม้าส์มาเสียบ  usb บนคีย์บอร์ดได้อีกทอดหนึ่ง  แต่คีย์บอร์ดและเม้าส์รุ่นคู่หูของ imac ตัวนี้หายไปแล้ว พอใช้คีย์บอร์ดอื่น เม้าส์ยี่ห้ออื่น ก็ช่อง usb หมดพอดี  จะเพิ่ม usb wifi ก็ไม่ได้  การจะเล่น internet มาตัว imac โบราณนี้เหลือเพียงพอร์ต lan เท่านั้น  ซึ่งก็ต้องเดิน lan แสนยุ่งยากมาใช้  สุดท้ายจนปัญญา เลยต้องไปใช้ ระบบ ac lan แทน  คือตัวเชื่อมสัญญาณ  lan ผ่านสายไฟ AC ในบ้านนั่นเอง  โดยตัวส่งสัญญาณจะอยู่ใกล้ๆ router เสียบสาย lan เข้ากับ router  ส่วนตัวรับก็มาเสียบอยู่ข้างๆ  imac โดยตัวรับจะมีช่องให้เสียบสาย lan ได้ 2 ช่อง ทำให้เราสามารถใช้งาน imac กับ internet ได้

 

imac รุ่นนี้มี firewire ให้ 2 ช่อง  ทำให้เราสามารถใช้ฮาร์ดดิสก์ที่เชื่อมต่อผ่าน firewire ได้สะดวก  และทำให้เราได้ความเร็วในการโอนข้อมูลข้ามไดร์ฟที่สูงมาก  หากเราจะย้ายข้อมูลเพลงสัก 10Gb ด้วยช่อง usb1 เราคงใช้เวลาหลายชั่วโมง  แต่กับ firewire ในเวลาไม่เกิน 5 นาทีก็เสร็จแล้ว

 

ความละเอียดของหน้าจออยู่ที่ 1024×768 จุด  อาการจอภาพ CRT เริ่มรวนก็มีให้เห็น บางครั้งเมื่อเครื่องร้อนจัดก็ทำให้จอไม่มีภาพไปเฉยๆ  ต้องปิดเครื่องแล้วเปิดใหม่บ่อยๆ  ส่วนลำโพงที่อยู่ในจอก็มีเสียงแตกหมดแล้ว ไม่สามารถฟังเพลงได้อีกต่อไป  สิ่งที่ควรจะทำเพื่อให้ imac สามารถฟังเพลงได้ก็คือ เสียบสาย mini 3.5 เข้าช่องหูฟัง แล้วนำสัญญาณเพลงไปขยายด้วยเครื่องขยายเสียงภายนอกอีกที  กับอีกวิธีหนึ่งก็คือ ใช้ iTune เปิดเพลงแล้วเลือกให้เสียงเพลงไปดังที่ airport express ที่อยู่ในวง lan เดียวกัน  แบบนี้ก็ทำงานได้ดีไม่มีสะดุด

 

imac รุ่น dv เป็นรุ่นที่มีสีพลาสติกแบบใส  ชวนให้มองเข้าไปด้านใน  ในความรู้สึกส่วนตัวผมชอบซีรีย์นี้มากกว่า imac รุ่นแรกที่เป็นสีขุ่น   แต่ตัวที่อยากได้มากกว่าตัวอื่นๆก็คือ imac dv ที่เป็นลายดอกไม้  ซึ่งเป็นสิ่งที่หายากมาก  ผมหามาตลอดเกือบสิบปี ไม่เคยเจอประกาศขายเลย และอีกตัวที่อยากได้คือรุ่น cube ซึ่งถือเป็นการออกแบบที่กล้าหาญและสวยงามที่สุดของโลกคอมพิวเตอร์เลย  การรื้อของเก่าออกมาใช้งานเป็นเรื่องของอารมณ์ล้วนๆเลย   แม้ว่ามันจะช้า เสียเวลามากมาย แต่สิ่งที่ได้มันคือความสุขเล็กน้อย  ความสุขที่เราได้ครอบครองของบางสิ่งที่เราเคยยืนมองอยู่หน้าตู้แต่ในเวลานั้นเราไม่มีเงินซื้อ

my dog and mac - 6apr2007 -IMG_0175

ขอบฟ้า ภูผา มิลิน เป่าเค้ก

kobfa-home-IMG_0055

วันเกิดลุง ขอบฟ้า ภูผา มิลิน ร่วมกันเป่าเค้กแทนเจ้าของวันเกิด

การถ่ายภาพเด็กให้ดูดีจะต้องมีเรื่องต้องคิดหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นอิริยาบทที่จะต้องน่าสนใจ หรือเป็นจังหวะไฮไลท์ของเหตุการณ์ รวมถึงการเลือกใช้เลนส์และรูรับแสงให้เหมาะกับสถานที่ด้วย การที่เด็กเป่าเค้กวันเกิดเหตุการณ์ที่ควรจะจับภาพให้ได้ก็คือ ภาพเค้ก เด็ก รอยยิ้ม เทียน ปากกำลังเป่า สิ่งเหล่านี้ถ้ามีประกอบอยู่ในภาพให้มากที่สุดก็จะยิ่งทำให้ภาพมีความน่าสนใจ อย่างภาพตอนเป่าเทียนผมก็มีถ่ายเอาไว้ แต่จังหวะการเป่าและการยิ้มหรือสายตาของเด็กยังไม่ลงตัว องค์ประกอบของภาพหยิบผลไม้ขึ้นมาชูภาพนี้มีองค์ประกอบย่อยๆมากกว่าภาพอื่น คือมีรอยยิ้ม มีเค้ก มีสายตาที่มอง ทุกอย่างมาพร้อมกันในจังหวะพอดีจังหวะนี้ วินาทีนี้คือภาพที่สวยที่สุด

ส่วนเรื่องการเลือกใช้เลนส์ ผมเลือกใช้เลนส์ช่วง 85mm เพื่อให้ความเพี้ยนของภาพน้อยที่สุด เพราะช่วงเลนส์ 85มม. นี้ จะเป็นช่วงที่นิยมใช้ถ่ายภาพคน ส่วนรูรับแสงก็เลือกรูรับแสงกว้างสุดของเลนส์นั่นคือ 1.8 เพื่อให้ฉากหลังเบลอ ทำให้กลุ่มเด็กมีความโดดเด่นกว่าฉากหลัง

การวัดแสง ผมเลือกการวัดแสงพอดีเป็นหลัก แต่เป็นการวัดแสงพอดีที่บริเวณโต๊ะหรือขาโต๊ะ ซึ่งเป็นส่วนที่โดนแสงน้อยกว่าด้านหลัง ฉากหลังที่เป็นกระจกหน้าต่างจะดูสว่างมาก แต่ก็ไม่ได้มีปัญหากับส่วนสำคัญในภาพ และเลือกที่จะถือกล้องให้เอียงด้วย เพื่อให้อารมณ์ของภาพดูมีการเคลื่อนไหว

จบภาพหลังกล้องเป็นไฟล์ jpg แล้วก็นำมาปรับแต่งด้วย app มือถืออีกเล็กน้อย ผมเปลี่ยนโทนสีของภาพให้เพี้ยนอมเขียวอมฟ้านิดๆ ปรับให้ส่วนมืดดูสว่างขึ้น เพื่อให้ดูเป็นลักษณะของฟิล์มที่ถ่ายมาแบบอันเดอร์นิดๆ การปรับแต่งภาพเป็นเรื่องความชอบของแต่ละคนไม่มีผิดถูก ดังนั้น อยากปรับอะไรก็ปรับไปตามใจได้เลย

รีวิวคอมพิวเตอร์อัดแท่ง compute stick ของ intel

คอมพิวเตอร์ในความทรงจำมีรูปทรงที่ใหญ่โตมาโดยตลอด ตั้งแต่เป็นกล่องสี่เหลี่ยมโอบไม่รอบ จนค่อยๆปรับให้เล็กลง แล้วในปี คศ 2005 เราก็ได้พบกับ mac mini จาก apple ที่ทำให้วงการคอมพิวเตอร์มีสีสันและมีเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะที่ขนาดเล็กลง สามารถประหยัดพื้นที่บนโต๊ะทำงานได้มากมาย 20150713180402_IMG_7938

บริษัทคอมพิวเตอร์ที่มีเครื่องแบบตั้งโต๊ะทะยอยออกผลิตภัณฑ์ขนาดเล็กออกมาเลีียนแบบ mac mini กันหลายยี่ห้อ  ซึ่งผมเองก็เป็นเจ้าของ mac mini อยู่สี่เครื่อง  ตอนนี้พังไปหนึ่งเครื่องไม่ทราบสาเหตุ บางตัวใช้งานเปิดกัน 24 ชั่วโมง เปิดไว้ทั้งปีด้วยซ้ำ  แถมยังไปซื้อเครื่องของ Dell รุ่น zino มาใช้อีก 2 เครื่อง ซึ่งเป็นเครื่องที่เลียนแบบ mac mini มาเต็มๆเลย  ส่วนใหญ่ทุกเครื่องยังคงทำงานของมันได้ดี เปิดใช้งานทุกวัน 20150713180437_IMG_7939

แล้ววันหนึ่งก็มาถึงช่วงเวลาที่โทรศัพท์มือถือมีพลังความสามารถสูงเพียงพอ สามารถเล่นอินเทอเน็ตได้ง่ายดายและทำงานเอกสารได้บ้างพอให้แก้ไขข้อมูลได้ไม่ยาก   ทั้งยังสามารถทำงานแต่งภาพกราฟิคง่ายๆได้ด้วย ก็เริ่มมีคนทำอุปกรณ์เล็กๆคล้ายมือถือแล้วตัดจอออก ต้องเอามาเสียบสายจอภาพและต่อคีย์บอร์ดกับเม้าส์เพื่อใช้งาน มันก็เลยเล็กแบบที่เรายังแปลกใจ สุดท้ายเราก็มีคอมพิวเตอรขนาดใหญ่กว่านิ้วมือเพียงเล็กน้อยพร้อมด้วยพลังประมวลผลที่พอเพียงสำหรับการใช้งานทั่วไป นั่นเป็นที่มาของคอมพิวเตอร์สติ๊กของอินเทล 20150713181115_IMG_7953

แท่งคอมพิวเตอร์นี้มีขนาดใหญ่กว่าบัตรประชาชนนิดเดียว  มีพอร์ตที่สำคัญคือ พอร์ต HDMI ที่เอาไว้เสียบกับช่องรับภาพของทีวีได้เลย ภาพและเสียงจะถูกส่งไปยังทีวีทั้งหมด   และมีช่องต่อไฟเลี้ยงแบบ mini usb ที่สามารถใช้อแด๊ปเตอร์ของแท็บเบล็ตที่ให้ไฟ 5v 2A มาใช้งานกับมันได้เลย  เจ้าตัว stick นี้ยังมีช่องเสียบเมมโมรี่แบบ micro sd หนึ่งช่อง  มีช่องเสียบ  usb2 แบบมาตรฐานอยู่หนึ่งช่อง  มีบลูทูธ 4.0 มี wifi b/g/n 20150713180715_IMG_7943

ทีแรกคิดว่าเจ้า stick ตัวนี้ไม่มีพัดลม  แต่พอส่องดูดีๆก็เห็นอยู่ด้านใน  ซีพียู atom 1.3GHz quad-core Bay Trail Atom Z3735F มีแรมให้ 2G และให้พื้นที่เก็บข้อมูลแบบ SSD จำนวน 32G ซึ่ง อาจจะดูน้อยไป  เพราะเมื่อบู๊ทวินโดส์ขึ้นมาก็พบว่าตัวมันเหลือพื้นที่ให้ใช้งานอีกประมาณ 14G เท่านั้น วินโดส์ 8.1 ที่แถมมาในตัวจะเป็นรุ่นลิขสิทธิ์ถูกต้อง  นั่นหมายความว่าเจ้าคอมพิวเตอร์อัดแท่งตัวนี้เกือบจะเป็นเครื่องคอมฯพร้อมใช้  คือแค่หาคีย์บอร์ดกับเม้าส์มาเสียบ ก็สมบูรณ์และทำงานได้แล้ว หรืออาจจะใช้คีย์บอร์ดและเม้าส์แบบบลูทูธก็ได้ แต่ผมยังไม่ได้ลอง ได้แต่ใช้ชุดคีย์บอร์ดเม้าส์ไร้สายที่มีตัวส่งเป็น usb แต่เพียงอย่างเดียว

เมื่อลองเล่นเปิดเครื่องครั้งแรกก็รู้สึกว่าเปิดได้เร็วมาก ด้วยอานิสงค์ของ SSD ภายในรวมกับความสามารถของ windows8 ที่ทำมาให้เน้นเปิดเครื่องได้เร็วอยู่แล้ว ระยะเวลาตั้งแต่เปิดเครื่องจนถึงหน้า login ใช้เวลาประมาณ 24 วินาที ซึ่งเป็นระยะเวลาของการรอให้กดปุ่มเพื่อเข้าไป setup ตัวเครื่องหรือเลือก boot menu อยู่ถึง 10 วินาที นั่นแปลว่ามันใช้เวลาบู๊ทเครื่องจริงๆแค่ประมาณ 14 วินาทีเท่านั้น ซึ่งความเร็วระดับนี้พอๆกับ macbook air ปี 2011 ที่ผมยังคงใช้งานได้ดีอยู่ในปัจจุบันเลย patition list comstick intel

ตรวจสอบพื้นที่เก็บข้อมูลภายใน พบว่า ถูกแบ่ง partition เอาไว้ 3 ส่วน คือส่วนของ EFI 100mb ซึ่งทำหน้าที่แทน bios และส่วนที่สองมีพื้นที่ 21.93Gb เป็นส่วนที่เก็บข้อมูลการทำงานของวินโดส์เอาไว้ และพื้นที่การบันทีกข้อมูลก็จะบันทึกลงช่องนี้ ส่วนที่สามเป็นส่วนสุดท้ายขนาดประมาณ 6.35Gb เป็นพื้นที่สำรองที่ซ่อนเอาไว้ เอาไว้ใช้ restore วินโดส์ให้กลับมาปกติเหมือนตอนออกจากร้านใหม่ๆ การต่อไฟเลี้ยงให้กับเจ้าคอมพิวเตอร์แท่งนี้จำเป็นต้องใช้อแด๊ปเตอร์ที่ให้กำลังไฟเพียงพอระดับ 2A เท่านั้น เพราะเมื่อลองต่อกับ wall charge หรืออแด๊ปเตอร์ที่แถมมากับโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเป็น mini usb เหมือนกันแต่มีกำลังไฟเพียง 1A ก็พบว่าเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องนี้ไม่ยอมทำงาน ส่วนของคีย์บอร์ดที่จะใช้เพื่อเข้าไป setup เครื่องก่อนบู๊ทหรือจะกดคีย์บอร์ดเข้าไปเลือก boot menu จะต้องใช้คีย์บอร์ดระบบ usb ตรงๆเท่านั้น ระบบไร้สายผ่านตัวส่ง usb ยังทำงานในตอนบู๊ทไม่ได้

cpu1234

ความเร็วในการใช้งานส่วนของวินโดส์ถือว่าเร็วมาก เพราะคลิกเปิดบราวเซอร์ก็ทำได้ในเวลารวดเร็ว จะพิมพ์ตัวหนังสือเพื่อค้นหาข้อมูลต่างๆก็ทำได้เร็ว ไม่หน่วงให้รำคาญใจเหมือนซีพียูอะตอมยุคแรก เปิดดู task manager พบว่าซีพียูมีอยู่ 4 core ซึ่งทุก core มีโหลดของตัวเองในระดับใกลเคียงกันทั้งหมดเลย ดูแล้วทำให้เข้าใจว่า windows8.1 จัดสรรพลังการประมวลผลทั้ง 4coreให้แบ่งกันทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เปิดอินเทอเน็ต ดูมิวสิควิดีโอใน youtube ก็ทำได้รวดเร็ว ไม่สะดุด ถ้าความเร็วอินเทอเน็ตไม่ต่ำเกินไป youtube ไม่สะดุดเลยแม้แต่วินาทีเดียว กดดูแบบ full screen ก็ทำได้ไม่มีปัญหา จากนั้นก็ลองเปิด 2 หน้าต่าง เปิด youtube เพื่อดูมิวสิควิดีโอคนละตัวกัน ตั้งใจจะทดสอบเมื่อเปิด youtube พร้อมกันสองเรื่อง ก็พบว่า ทำงานได้ดีไม่มีปัญหา มีจังหวะการอึ้งนิดหน่อยในตอนกดเล่นใหม่ๆ แต่ก็เล่นได้ต่อเนื่องทั้งสองคลิป

ลองลงโปรแกรม openoffice เพื่อใช้งานทำเอกสารต่างๆ เปิดปิดได้เร็ว และพิมพ์ตัวหนังสือได้ไม่หน่วง ไม่ช้า ให้ความรู้สึกแตกต่างไปจากซีพียูอะตอมในความทรงจำจริงๆ เพราะว่าโดยส่วนตัว ผมมีโน้ตบุ๊ค acer w511 ที่ใช้ซีพียูอะตอมเช่นกันแต่เป็นรุ่นที่ไม่ได้ใหม่มาก ซึ่ง w511 จะมีอาการพิมพ์ตัวหนังสือแล้วบางทีตัวหนังสือขึ้นไม่ทันนิ้ว ทำให้การพิมพ์ข้อมูลต่างๆไม่ค่อยสนุก แต่กับเจ้าคอมพิวเตอร์แท่งนี้พิมพ์งานมันส์ใช้ได้ครับ

comstick pi 1m

ด้วยความสงสัยก็เลยโหลดโปรแกรมทดสอบความเร็วมาลองกันเล่นๆ นั่นคือโปรแกรมที่ชื่อ super pi ที่ครั้งหนึ่งในยุคก่อนปี คศ 2000 โปรแกรมนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในการเปรียบเทียบความเร็วของเครื่องคอมพิวเตอร์ และผลการทดสอบ super pi ระดับ 1Mb ก็ทำได้ที่ 50 วินาที ซึ่งเป็นพลังประมวลผลของซีพียูแค่ 1core จาก 4 เท่านั้น ทำให้มั่นใจลึกๆว่าเมื่อใช้กับ browser และ application รุ่นใหม่ๆที่เขียนโปรแกรมมาให้ใช้งาน multi cpu ได้ จะทำให้ความเร็วสูงขึ้นกว่านี้ เลยไปค้นหาข้อมูลทดสอบความเร็วของ macbookair ปี 2011 ที่ใช้ซีพียู core2duo 1.4gz รหัส s9400 ก็พบกว่า ประสิทธิภาพของintel stick กับ macbookair มีคะแนนใกล้เคียงกันเมื่อทำงานแบบ multitread

การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆทำไม่ได้เลย เพราะช่อง usb เมื่อใช้กับตัวส่งสัญญาณเม้าส์และคีย์บอร์ดไร้สายแล้ว เราก็ไม่สามารถเสียบอะไรเพิ่มได้อีก ทำให้รู้สึกอยากได้ usb hub ขึ้นมาทันที และควรจะเป็น usb hub รุ่นที่เสียบไฟเลี้ยงได้ด้วย เพราะเมื่อทดลองใช้ hub รุ่นที่ไม่มีไฟเลี้ยง พบว่าใช้ได้เพียง 2 อุปกรณ์เท่านั้น คือเม้าส์และคีย์บอร์ด จะเสียบ usb soundcard เป็นชิ้นที่ 3 ใน hub ก็ทำไม่ได้แล้ว ถ้าไฟจากพอร์ต usb มีอาการไฟไม่พอ จะทำให้เครื่องคอมฯมองไม่เห็นอุปกรณ์ usb เหมือนกับโปรแกรมที่ดูแลระบบ usb จะตัดการทำงานของ usb ออกทั้งหมด วิธีแก้ไขมีทางเดียวก็คือ ต้องกดปุ่มเจ้าคอมพิวเตอร์อัดแท่งให้ปิดตัวเองแล้วเปิดให้มันเริ่มทำงานใหม่เท่านั้น ซึ่งหากเราเลี่ยงไปใช้เม้าส์และคีย์บอร์ดแบบ bluetooth อาจจะพอทำให้เหลือพอร์ต usb ไปใช้งานอย่างอื่นได้

สรุป
เจ้าคอมพิวเตอร์อัดแท่งเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำงานได้เต็มระบบไม่ต่างไปจากคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะทั่วไป พลังประมวลผลของซีพียูอะตอมในแท่งนี้มีมากเพียงพอสำหรับงานทั่วไป ทั้งการเล่นอินเทอเน็ตและการทำเอกสาร ซึ่งจริงๆแล้วน่าจะเหมาะกับนักเขียน blogger และ นักเล่นโซเชียลเน็ตเวิร์คส่วนใหญ่ การลงโปรแกรมเฉพาะทางอื่นๆก็พอทำได้ไม่เลวร้าย มันอาจจะเรนเดอร์งานได้ไม่เร็วเท่ากับซีพียูตระกูล i5 i7 อื่นๆ แต่มันก็ทำงานได้ถ้าจำเป็นต้องทำ เพราะพลังประมวลผลก็ไม่ได้ต่ำเตี้ยเลวร้าย มันดีกว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ในยุค 5 ปีที่แล้วอยู่พอตัวเลย โดยเฉพาะการใช้งานมัลติมีเดียที่เล่นวิดีโอจาก youtube ได้อย่างลื่นไหล และมันจะเยี่ยมมากหากมันถูกนำไปใช้เป็น webserver หรือ อุปกรณ์โหลดบิท เพราะมันประหยัดไฟแท้จริง

มันไม่เหมาะกับใคร
ถ้าต้องการใช้คอมพิวเตอร์เชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆใดๆอย่างปริ๊นเตอร์ สแกนเนอร์ external drive หรือต้องการต่อสองจอ เจ้าแท่งนี้ไม่เหมาะแล้ว เนื่องจากไม่มีช่องที่จะใช้งานร่วมกัน เพราะพอร์ตเต็มแล้วจากการเสียบเม้าส์และคีย์บอร์ด

มันเหมาะกับใคร
มันคงจะเหมาะกับคนที่มีคอมพิวเตอร์พื้นฐานอยู่แล้วและต้องการเครื่องอื่นๆเพิ่มเติม  และรู้ว่าจะใช้เจ้าแท่งนี้ทำงานอะไรโดยเฉพาะมากกว่า เช่นใช้เป็นตัวแสดงผลจอภาพแบบควบคุมจาก center ได้ ใช้เป็นเครื่องเล่นอินเทอเน็ต ใช้เป็นมอนิเตอร์กล้องวงจรปิด ใช้ดูหุ้น ระบบ home automation ใช้กับร้านอินเทอเน็ตสาธารณะ ใช้กับห้องเรียนและสำนักงานที่ต้องการเครื่อง client จำนวนมากและไม่ต้องดูแลเยอะ

ขอขอบคุณ blessing solution ที่ให้ยืมมาลองเล่นครับ