Skype – voice over ip

สิบปีที่แล้วผมเคยทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์ ทำงานกับเทคโนโลยีที่เรียกว่า Computer telephony ก็คือการเอาคอมพิวเตอร์มารวมกับการใช้งานโทรศัพท์ การใช้งานที่คนเราคุ้นเคยกับระบบนี้ก็คือระบบตอบรับอัตโนมัติ การบันทึกข้อความวอยซ์เมล ซึ่งตอนนั้น มีเทคโนโลยีที่เพิ่งตั้งไข่ตัวหนึ่งเรียกว่า voice over ip

Voice over ip เกิดขึ้นในยุคที่อินเทอเน็ตเริ่มเป็นสิ่งจำเป็นต่อธุรกิจ แต่ยังไม่ได้รับความนิยมจนเนื่องจากความเร็วของอินเทอเน็ตยังไม่เร็วพอจะส่งข้อมูลเสียงแบบทันทีทันใดได้ แต่ก็มีความพยายามจะลดขนาดข้อมูล ยอมฟังเสียงไม่ดีบ้างเพื่อให้สื่อสารผ่านเครือข่ายได้ สุดท้ายก็มีการใช้งาน voice over ip อย่างเป็นรูปธรรมในรูปแบบของโปรแกรมชื่อ Skype ในช่วงเกือบสิบปีที่แล้ว

หลังจากเปลี่ยนอาชีพเลิกเป็นโปรแกรมเมอร์แล้วหันไปเอาดีทางอื่น ระบบ voice over ip ก็เบ่งบานเต็มที่ มันเติบโตตามความเร็วของอินเทอร์เน็ต และมันก็เป็นธุรกิจการสื่อสารที่ครอบคลุมไปทั่วโลก ไม่ได้จำกัดอยู่กับคอมพิวเตอร์อีกต่อไป การสื่อสารแห่งประเทศไทยก็มีบริการโทรต่างประเทศราคาถูกอย่าง y-tel หรือกด 1234 ก่อนเพื่อเข้าระบบ (ผมไม่เคยใช้) กสท. เอาระบบ voice over ip มาให้บริการประชาชนอย่างลับๆ ไม่ได้โปรโมทอะไรมากมาย การโทรทางไกลต่างจังหวัดหรือต่างประเทศอาจจะถูกเปลี่ยนเป็น voice over ip มานานแล้วโดยที่เราไม่รู้ เพราะมันเป็นเทคโนโลยีต้นทุนต่ำอย่างมาก

วันก่อนก็ได้กลับมาลองเล่น Skype อีกครั้ง แต่ไม่ใช่การใช้งานพ่วงกับคอมพิวเตอร์อย่างในอดีต แต่เป็นการเล่นผ่าน iPod touch ซึ่งเป็นเครื่องเสียงแบบพกพาขนาดเล็กตัวหนึ่งที่มีความสามารถสูงไม่ด้อยกว่าคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ การพูดคุยด้วย Skype ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตไร้สายในยุคปี 2552 เป็นเรื่องที่ทำได้สบายมาก สามารถคุยกันรู้เรื่อง ทันทีทันใด เสียงดีใช้ได้ แค่เราสามารถเล่นเน็ตไร้สายได้ เราก็ใช้ Skype ได้ ประหยัดมากจริงๆ

นอกจากเครื่องเล่นอย่าง iPod touch ที่สามารถใช้ voice over ip ได้แล้ว ยังมีโทรศัพท์ของ nokia อีกหลายรุ่นที่มีความสามารถแบบนี้ คือเป็นโทรศัพท์มือถือที่สามารถเชื่อมต่อกับระบบ wifi หรืออินเทอร์เน็ตไร้สายได้ แต่โนเกียทำได้ดีกว่าถ้าเน้นเรื่องการคุยโทรศัพท์ เพราะโทรศัพท์โนเกียสามารถใช้งานคุยต่อเนื่องได้นานหลายชั่วโมง จุดนี้เป็นจุดที่โนเกียได้เปรียบ เพราะเกิดมาเป็นโทรศัพท์ ไม่ใช่เป็นเครื่องเล่นเพลงอเนกประสงค์อย่าง iPod

งาน GIFT 26apr2009

งาน Gift งานอะไรก็ไม่รู้ เน้นขายของแต่งบ้าน ของขวัญ ฯลฯ จัดที่เมืองทองธานี แฟนชวนไปเดินเล่น ทีแรกก็สงสัยว่างานแบบนี้ขายอะไร คนเดินไปซื้ออะไร พอไปเดินเองก็เจอกับของน่าใช้หลายอย่าง ก็คงเป็นงานขายของประเภทหนึ่ง มีของถูกของแพงให้เลือก แต่ของส่วนใหญ่จะเป็นของน่าซื้อ เป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ช่างคิดดี เช่นเก้าอี้ชิงช้า อยากได้แต่ก็ลังเลนิดหน่อย

เดินไปเดินมาได้ของติดมือมามากมาย ต้องไปซื้อตระกร้าติดล้อมาช่วยใส่ของ ได้กรอบรูปไม้มาสามอัน ได้อัลบั้มกระดาษสามาสองอัน ได้กรอบรูปกระดาษมาสองอัน ได้ไม่ทุบหลังแก้เมื่อย ได้ฝาชีแบบพับได้พร้อมถาดรองอาหาร ได้โต๊ะพับเอาไว้ใช้กับโน๊ตบุ๊ค ได้ถุงกระดาษสาขนาดเล็กๆน่ารัก ได้กระดาษสาสีสวยมาสิบกว่าแผ่น สามชั่วโมงผ่านไปได้ของล้นมือ จากทีแรกที่ไม่รู้ว่าชาวบ้านเขาไปซื้ออะไรกัน

I am not abhisit man

หลังจากเสร็จสิ้นภาระกิจการสำรองข้อมูล(Backup) เลยไปเจอข้อมูลส่วนตัวที่เคยสแกนเก็บไว้ ไม่คิดว่าจะได้ใช้ในอนาคต แต่วันนี้เจอ ก็เลยเอามาโพสท์บอกชาวโลกไว้ ทุกสิ่งที่โพสท์ถือเป็นการเขียนประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของชนชาติ ลูกหลานและคนรุ่นหลังจะได้มีข้อมูลข้อเท็จจริงให้ค้น.

I am not abhisit man. แปลว่า “ผมไม่มีอภิสิทธิ์” หรือ “ผมไม่ใช่อภิสิทธิ์”
เพราะผมไม่หนีทหาร

inc3 trip at pattaya

วันที่ 4-5 เมษายน 2552 ไปนัดเลี้ยงกันกับเพื่อนกลุ่มบางมดที่พัทยา ไปพักกันที่รีสอร์ท มูนไลท์ออนซี
เดินทางไปตอนบ่าย ไปถึงเย็น ตั้งเตาทำอาหารกินกัน วันรุ่งขึ้นไปสวนนงนุช แยกกลับตอนเย็นๆ เพื่อนอีกครึ่งนึงยังอยู่ต่ออีกคืน









นอนไม่หลับ หายใจไม่ออก

อยู่ๆก็เหมือนจะไม่สบาย คัดจมูก นอนไม่ได้เลย เข้านอนเร็วมาก หายใจทางปาก ตีสองกว่าๆก็ตื่นเพราะว่าหายใจลำบาก เลยมานั่งทำงานต่อ ตีสี่กว่าลองกลับไปนอนอีกรอบนึง ก็นอนไม่ได้ หายใจทางจมูกไม่ได้เลย แย่จริงๆ

สุดยอดความพยายาม

เห็นไฟล์นี้แล้วยอมรับในความพยายามเลย วาดภาพทีละภาพถ่ายภาพ แล้วลบ แล้ววาด แล้วถ่ายภาพแล้วลบ
วนเวียนไม่รู้กี่ครั้ง กี่วัน จนได้เนื้อเรื่องแบบนี้
คนทำงานนี้ สมัครงานที่ไหนเขาก็รับ.

เครื่องพิมพ์

เครื่องพิมพ์ชนิดออฟเซ็ท เป็นเครื่องพิมพ์ที่นิยมใช้ทำงานใบปลิวและงานหนังสือทั่วไป เป็นระบบการพิมพ์ที่นิยมมากในปัจจุบัน(พ.ศ. 2552) เครื่องรุ่นนี้อายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี ยังคงเป็นกำลังหลักของโรงพิมพ์ทั่วประเทศและทั่วโลก ราคาซื้อขายเมื่อห้าปีก่อนประมาณ 1.3 ล้านสำหรับเครื่องพิมพ์ 1 สี สภาพดีๆ ตามสูตรคำนวณของผมเอง มันจะคืนทุนตอนที่วิ่งงานไปได้ 10 ล้านรอบ หรือเทียบกับการทำงาน 250 วันเต็มๆ ถ้าใครหางานได้เก่ง ป้อนงานให้เครื่องมีงานตลอดทุกวัน ทำงานเดือนละ 26 วัน ภายใน 10 เดือนก็จะคืนทุน…

nameplate

ติดป้ายชื่อให้โรงพิมพ์ใหม่ เพราะต้องถ่ายภาพไปยื่นประกอบการจดทะเบียนย้ายที่อยู่ นอกจากป้ายชื่อที่มองเห็นบ้านเลขที่แล้ว ก็ยังต้องมีภาพภายในอ็อฟฟิศด้วย ภาพคนงานด้วย.

ย้ายโรงพิมพ์แล้ว

วันที่ 21 มีนาคม 2552 เริ่มย้ายโรงพิมพ์ รถหกล้อขนาดใหญ่พร้อมเครนยกของมาขนเครื่องจักรทั้งหมด ใช้เวลาเกือบวันเครื่องจักร 8 ตัวก็ย้ายที่เรียบร้อย ที่เหลือเป็นโต๊ะ ตู้ และกองกระดาษใช้แรงงานคนค่อยๆขนไปทีละอย่าง

วันที่ 22 มีนาคม 2552 เป็นวันอาทิตย์ คนงานมาช่วยกันขนของต่อ ลูกน้องเก่าของพ่อเอารถกระบะมาช่วยขน 7 ชั่วโมงผ่านไป กองกระดาษทั้งหมดก็ย้ายไปอยู่ที่ใหม่หมดแล้ว ที่เหลือก็คือ เพลท และ บล๊อคปั๊ม และส่วนของออฟฟิศที่ยังไม่รู้ว่าจะย้ายอะไรบ้าง

วันที่ 23 มีนาคม 2552 วันจันทร์ เริ่มต้นใหม่กับโรงงานใหม่ ทุกอย่างใหม่ วุ่นวาย สับสน และเหนื่อยมาก คนที่ดูจะเหนื่อยที่สุดคือพ่อ เพราะอะไรต้องมาเหนื่อยขนาดนี้ เป็นคำถามที่ไม่รู้จะตอบยังไง คนที่ควรจะเหนื่อยน่าจะเป็นลูกๆมากกว่า

วันที่ 24 มีนาคม 2552 วันอังคาร เพ่ิงรู้สึกว่าเริ่มมีปัญหากับการกินอาหาร เวลากินอาหาร ไม่มีคนเตรียมให้ ดูแลตัวเอง ยังปรับตัวไม่ได้ วันนี้หิวมาก บ่ายสองโมงเพิ่งจะได้กิน

วันที่ 25 มีนาคม 2552 วันพุธ ยังวุ่นวายนิดหน่อย แต่ก็เริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้น วันนี้พ่อดูเหนื่อยมากขึ้น อาจจะเพราะว่าล้ามาหลายวัน น่าสงสาร กำลังคิดว่าจะทำงานแทนพ่อยังไงให้แทนได้ 100% มื้อเย็นกินข้าวกล่อง กินแบบนี้มาสามวันติดแล้ว.

สามวันแรกที่ทำงานมายังไม่มีอินเทอเน็ทใช้ ต้องต่อผ่านมือถือ เปลืองเงินนิดหน่อย สั่งงานลำบาก ปริ๊นเตอร์ซื้อใหม่เครื่องนึง ใช้งานได้ดี อุปกรณ์อื่นๆในส่วนของออฟฟิศค่อยๆหามาเพิ่ม ตอนนี้โทรศัพท์เบอร์ใหม่ได้ใช้แล้ว ส่วนอินเทอเน็ตเพ่ิงใช้ได้วันพฤหัส(วันนี้) ทำให้การสั่งงานกลับไปที่ออฟฟิศเก่าทำได้ง่ายขึ้นสะดวกขึ้น ทุกๆอย่างจะค่อยๆย้ายมาที่ใหม่ทั้งหมด.

นั่งนิ่งๆรอเวลา

วันหนึ่งต้องเอารถไปเปลี่ยนกับพี่สาวเพื่อเอารถกระบะมาขนของ รถเก่งที่ใช้งานมานานไม่่ค่อยได้ล้างภายในก็ฝุ่นจับหนามาก เลยต้องไปส่งล้างในห้าง ล้างดูดฝุ่นหนาๆออกไป ระหว่างที่รอก็มานั่งกินกาแฟ ขนมปังนิดหน่อย เตรียมตัวมานั่งรออยู่แล้ว พก ipod มาด้วย พร้อมเพลงใหม่ๆที่เพื่อนก๊อปปี้มาให้ฟัง แนวเพลงแจ๊สฟังสบายเสียงสวยๆ กับกาแฟหอมกรุ่นรสมันร้อนๆ ห้องแอร์เย็นสบาย หนังสือเล่มเล็กอีกหนึ่งเล่ม หนึ่งชั่วโมงผ่านไปไม่รู้ตัว เหลือบดูเวลาก็ต้องรับรถแล้ว มันเป็นช่วงเวลารอคอยที่ผ่านไปเร็วมาก อาจจะเป็นเพราะเพลงเพราะ อาจจะเป็นเพราะหนังสือดี อาจจะเป็นเพราะนั่งสบาย นานๆได้นั่งนิ่งๆแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน