งานท่องเที่ยว งานท่องเที่ยว ทำโบรชัวร์ไปให้เขาแจกครับ
Category Archives: Uncategorized
โอนน้ำ โอนไฟ แล้วก็ค่าประกันเล็กๆน้อยๆ
วันนี้นัดไปโอนกรรมสิทธิ์การใช้น้ำ และ ไฟ จากเจ้าของตึกคนเก่ามาเป็นของเราเอง เริ่มต้นที่การปะปา เจ้าของเก่าค้างค่าน้ำไว้เท่าไหร่ต้องจ่ายให้ครบ แล้วก็ทำเรื่องได้ การทำเรื่องโอนกรรมสิทธิ์ จะต้องโอนสิทธิ์ และ เงินค่าประกันด้วย เงินค่าประกันถ้าไม่โอนให้ ก็ต้องยกเลิก เจ้าของใหม่ก็ต้องไปจ่ายเงินค่าประกันเอง เจ้าของเก่าจะโอนค่าประกัน หรือ จะยกเลิกต้องเอาใบเสร็จรับเงินค่าประกันมายื่น ใครทำเรื่องไว้ตั้งแต่บรรพบุรุษก็ต้องไปขุดใบเสร็จออกมาให้ได้ ถ้าไม่มีก็ต้องไปแจ้งความ ทั้งๆที่ในทะเบียนข้อมูลก็มีระบุไว้ว่ามีเงินค่าประกัน ทำไมไม่ให้เขาทำเรื่องยกเลิกได้โดยตรง ใบเสร็จรับเงินเมื่อสิบปีที่แล้วใครจะไปเก็บไว้ ทำให้คิดไปว่านโยบายนี้เป็นนโยบายทำมาหากินกับเงินประกันของประชาชน ใครขยันทำเรื่อง และอดทนไปแจ้งความก็จะคืนเงินให้ ใครไม่อยากเรื่องมากก็จะไม่ได้คืน เงินประกันบ้านหลังหนึ่งหกร้อยบาท สิบล้านหลังเป็นเงินหกพันล้าน…….
โอนไฟง่ายกว่าที่คิด ไม่เห็นต้องแจ้งความเลย…… เงินค่าประกัน ก็อยู่ในทะเบียนไง เปิดข้อมูลดูก็รู้ จะโอนก็ทำเรื่องกันนิดเดียว ไม่เห็นต้องยุ่งยาก การไฟฟ้าน่ารักกว่าปะปาเยอะเลย
เอกสารลักษณะเดียวกัน ธุรกรรมแบบเดียวกัน แต่กลับทำให้เป็นเรื่องที่ยุ่งยากแตกต่างกัน ไม่เข้าใจเลยว่าคนวางนโยบายใช้ส้นเท้าข้างซ้ายหรือขวาคิด.
เรื่องวุ่นๆ กับ netbook
เมื่อวานลงโปรแกรมให้โน้ตบุ๊คตัวเล็กของเพื่อน เพิ่งซื้อมาหมาดๆตามคำแนะนำของผมเอง แล้วก็ให้ทางร้านลงโปรแกรมมาให้อย่างพร้อมใช้ แต่แล้วก็มีปัญหาเรื่องโปรแกรมป้องกันไวรัสที่อยู่ๆ ก็รวนทำให้เครื่องไม่สามารถใช้งานอะไรได้เลย ไม่สามารถคลิกเพื่อสั่งการได้ เลยพยายามเอาโปรแกรมป้องกันไวรัสออก ตัวโปรแกรมก็ไม่ยอมให้ทำแจ้งว่าโปรแกรมกำลังทำงานอยู่ ไม่สามารถเอาออกได้ จะลงทับไปเลย มันก็ไม่ยอมเหมือนเดิมแจ้งแบบเดิมเลย “(กู)ทำงานอยู่ อย่ามายุ่ง”

สุดท้ายหมดความพยายาม เลยใช้วิธี Restore ซึ่งเป็นเทคนิคที่ acer ออกแบบไว้ให้ใช้กับโน๊ตบุ๊คเกือบทุกรุ่นของตัวเองที่แถมวินโดส์ XP มาให้ โดยการกดปุ่ม Alt+F10 ตอนบูทเครื่อง เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการ restore ซึ่งจะทำให้เครื่องคืนสภาพเหมือนตอนออกจากโรงงาน หรือ factory restore ก็คือมาแบบวินโดส์เพียวๆแล้วก็โปรแกรมแถมนิดหน่อยให้พอใช้งานได้
ตอนทำ restore ใช้เวลาประมาณ 45 นาทีจึงเสร็จ ได้วินโดส์พร้อมโปรแกรมแถม พบว่าโปรแกรมแถมคือ microsoft office เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดที่อนุญาตให้ใช้ได้ 60 วัน ระหว่างนี้ใช้ได้ใช้ไป พอครบ 60 วัน มันจะใช้ไม่ได้แล้ว ซึ่งเป็นวิธีการขายซอร์ฟแวร์วิธีหนึ่ง คือให้ลองใช้ ทำให้ติด แล้วในที่สุดก็ต้องซื้อ ผมลงโปรแกรมสำหรับเปิดไฟล์เอกสาร microsoft office ตัวอื่นให้ใช้แทนด้วย เป็นซอร์ฟแวร์ opensource คืออนุญาตให้ใช้ฟรี ไม่คิดเงิน ซึ่งหลายๆคนที่ได้ใช้แล้วก็บอกต่อกันว่าสามารถแทน microsoft office ได้เลย ซอร์ฟแวร์น่าใช้ตัวนี้ชื่อว่า openoffice3.0
คิดแบบขี้โกงนิดหน่อย วันหลังถ้าซอร์ฟแวร์แถมเกิดหมดอายุ ก็ทำการ restore อีกทีก็ได้นี่นา เครื่องก็จะกลับไปเป็นเหมือนตอนแรก ก็จะใช้ซอร์ฟแวร์แถมได้อีก 60 วัน ก็ restore ไปเรื่อยๆก็น่าจะได้ เดี๋ยวอีกสองเดือนจะบอกให้เพื่อนลองทำดู…. แต่การทำแบบนี้ เอกสารและรูปภาพและเพลง และไฟล์อื่นๆที่เก็บไว้ในเครื่องก็จะหายไปด้วย ต้องเก็บข้อมูลสำคัญไว้ใน thumbdrive หรือ ฮาร์ดดิสก์ภายนอกเสมอ แล้วค่อยคิด restore
7-11 ก็ปิดได้นะ
วันก่อนระหว่างที่อยู่ศูนย์ประชุมสิริกิติ์ ผมส่งของเสร็จแล้ว และมีอาการเหมือนไข้ขึ้น เลยจะหาซ์้อยากิน จำได้ว่ามีร้านสะดวกซื้ออยู่ เลยแวะเข้าไป แล้วก็พบว่าร้านปิด ผมก็เลยไม่ได้ยา บอกกับคนอื่นว่าร้านเซเว่นปิด คนที่คุยด้วยกลับไม่เชื่อว่ามันจะปิด คิดว่าผมล้อเล่น พูดเพ้อเจ้อ
ของเล่นน่ารัก
ทำงานไปเรื่อยๆ แล้วก็แก้เบื่อไปดูกล้อง ไปเจอเว็บขายกล้อง ซึ่งมีของอย่างอื่นขายด้วย ก็เลยไปเจอ เครื่องยิงจรวด น่ารักมากๆ คิดได้ไง
ปิดงาน event หมายเลข 1
วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2552 เป็นวันจัดงานแจกรางวัลบริษัทฝรั่งที่ผมกับเพื่อนๆเป็นผู้รับจ้างจัดงาน ความเดิมตอนที่แล้วลูกค้ามัดจำไว้แล้วแต่จัดงานไม่ได้เพราะสนามบินมีปัญหาโดนม๊อบปิดจนประเทศเสียหายไปแสนล้าน ผมกับเพื่อนเสียความรู้สึกแสนเจ็บใจ แล้วสัปดาห์ที่แล้วเพื่อนก็โทรมาบอกว่างานจะจัดวันนี้
ผมก็เลยต้องไปยืนแสดงตัวเป็นเจ้าของงาน ไปรอรับเงินค่าจ้างส่วนที่เหลือ ไปถือเงินสดไว้จ่ายค่าตัวนักเต้นที่จ้างมาแสดงในงาน แล้วก็จบลงด้วยดี เก็บเงินได้ครบถ้วน แยกย้ายกันตอนเกือบห้าทุ่ม เป็นประสบการณ์ที่ดี เพราะเป็นประสบการณ์ที่ได้เงิน หวังว่าในอนาคตต่อไปจะมีงานประเภทนี้อยู่เรื่อยๆ ของใช้เหลือจากงานนี้ก็เก็บไว้ใช้ในงานต่อไปได้ จะได้ประหยัดต้นทุนได้บางส่วน ถ้าทำไปนานกว่านี้คงมีของเต็มบ้าน โชคดีที่ไปซื้อโรงงานใหม่ไว้แล้ว มีพื้นที่ให้เก็บของเหลือเฟือ
คุยกับแม่เรื่องการเก็บเงิน
คุยกับแม่เรื่องการเก็บเงิน
วันอาทิตย์วันหนึ่ง ผมตื่นเช้าและนั่งคุยกับแม่ในช่วงสายๆ เราคุยกันในเรื่องของโรงพิมพ์ เจ้าของตึกที่เราเช่าอยู่ส่งหนังสือให้เราออกจากตึกโดยไม่มีสาเหตุ โรงพิมพ์เลยต้องหาสถานที่แห่งใหม่ แม่รู้อยู่แล้วว่าต้องมีวันนี้ แม่เตรียมพร้อมรับมือและบอกให้ช่วยกันหาที่ มีตึกในซอยข้างๆที่เคยเสนอขายไว้ พ่อจะเป็นคนไปคุยต่อรองเอง
แม่อบรมเรื่องการเตรียมความพร้อม การใช้ชีวิตที่ไม่ประมาท มีคำพูดดีๆหลุดออกมามากมาย ผมนั่งฟังอย่างตั้งใจ การประหยัด การเก็บหอมรอมริบเป็นสิ่งที่จะต้องทำทั้งชีวิต วันนี้ที่เกิดเรื่องจะต้องย้าย ถ้าแม่ไม่ช่วยพ่อเก็บเงินมาตลอดสิบกว่าปี เราจะต้องสู้กับปัญหาด้วยมือเปล่า ไม่มีเครื่องมือ ไม่มีอาวุธ ไม่มีความพร้อม แล้วจุดจบก็คงจะไม่ดี การเก็บเงินต้องทำทั้งชีวิต ถ้าไม่เก็บตั้งแต่วันนี้ (วันนี้ของแม่หมายถึงทุกๆวันในชีวิตของแม่) ได้มาแล้วใช้ไปไม่รู้จักเก็บ วันหนึ่งที่เดือดร้อนเราจะตายไปพร้อมกับปัญหา ซึ่งเป็นสิ่งที่แม่เรียกว่าประมาท แม่ไม่ชอบคนประมาทกับชีวิต แม่เลยสอนให้ลูกๆอย่าประมาท อย่าสร้างหนี้ อย่าไปซื้อของที่ไม่จำเป็น
อวดรูปตัวเอง
โน๊ตบุ๊คเกือบหาย เฉียดมากๆ
เมื่อวานไปกินข้าวที่ร้านสิบสามเหรียญสาขาราษฎร์บูรณะ แล้วเอาโน๊ตบุ๊คไปเปิดดูรูปด้วย ดูเสร็จก็เก็บวางไว้ใต้โต๊ะ กินเพลินๆ อากาศเย็นๆ บรรยากาศริมน้ำ ขากลับก็เช็คบิลเดินออกมาตัวเบา ไม่ได้ติดโน๊ตบุ๊คออกมาด้วย ส่งสาวเสร็จแล้วรู้สึกว่าอาจจะลืมอะไรบางอย่าง เลยจอดรถข้างทางแล้วไปเปิดท้ายรถดู โน๊ตบุ๊คไม่อยู่ท้ายรถ ใจหายเฮือกเลย โทรบอกเพื่อนให้ช่วยโทรถามที่สิบสามเหรียญให้หน่อย ระหว่างนั้นก็เหยียบเต็มที่เลยเพื่อกลับไปที่ร้านอาหาร คันเร่งโดนเหยียบมิด รถคนแก่กลายเป็นรถซิ่งไปในทันที ขับรถอันตรายมาก รถร่วมเรียกพ่อได้เลย เหยียบไปทำใจไป เรื่องลืมของเป็นเหตุการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตของทุกคน ใครๆก็ต้องมีเรื่องผิดพลาดหรือลืมของทั้งนั้น แต่โน๊ตบุ๊คตัวนี้มันแพง แถมค่าประกันเครื่องก็แพงอีกต่างหาก ประกันในที่นี้คือประกันเครื่องเสียหาย ไม่ได้ประกันเครื่องหาย ถ้าหายไปก็เคลมไม่ได้ ทำใจ ทำใจ แต่ก็โชคดีอยู่อย่างหนึ่งคือ ก๊อปปี้งานด่วนงานสำคัญไว้แล้ว ไม่งั้นความเสียหายคงไม่หยุดแค่เครื่องคอมเครื่องเดียว
อีกสองนาทีได้รับโทรศัพท์จากสาวสวยว่าทางร้านเก็บไว้ให้แล้ว รู้สึกดีมากๆ ต้องขอบคุณน้ำใจของเด็กเสริฟ จากรถซิ่งเหยียบมิดกลายเป็นรถเต่ากินลม ค่อยๆไปก็ได้ไม่รีบแล้ว คิดอยู่ในใจว่า จะทิปเด็กในร้านเท่าไหร่ดี.
Christmas at Chocolate shop
วันนี้ผมมีนัดไปพบสาวที่ร้านช็อคโกแลตแห่งหนึ่งกลางกรุงเทพ เป็นร้านขายแต่ช็อคโกแลต มีหลายแบบให้เลือก ต้นสังกัดอยู่ที่เบลเยี่ยม บรรยากาศในร้านน่ารักน่านั่ง ผมเคยมานั่งหลายครั้งแล้วและมีความคิดว่าวันคริสมาสต์ได้มานั่งที่นี่ก็คงรู้สึกดี แล้วก็ได้มานั่งในวันคริสมาสต์จริงๆ เพียงแต่ว่ามาตอนกลางวัน ถ้าเป็นตอนกลางคืนก็อาจจะได้บรรยากาศอีกแบบหนึ่ง แต่มากลางวันก็ดีอยู่อย่างหนึ่งคือถ่ายรูปค่อนข้างง่าย ผมติดกล้องถ่ายภาพไปด้วย เลือกใช้โหมดถ่ายภาพแบบปัญญาอ่อน คือตั้งความไว 400 แล้วก็เลือกโปรแกรม P เพื่อให้กล้องหาค่ารูรับแสงและสปีดชัตเตอร์ให้อัตโนมัติ เลนส์ใช้ 18-55is ที่มีระบบกันมือสั่น ช่วยให้ภาพคมชัดแม้สภาพแสงจะไม่มากก็ตาม ปล่อยให้เทคโนโลยีทำงานของมันไป ส่วนคนถ่ายกับคนนั่งด้วยกันก็ปล่อยให้อารมณ์พาไป ถ่ายภาพต้องสนุก ลืมคนในร้านไปสักชั่วขณะ ภาพที่ได้ก็จะเป็นภาพที่น่าจดจำ
ยุ่งเหยิงจริงๆเลย ชีวิตปลายปี
ไม่รู้ว่าไปโชคดีอะไรมา ช่วงที่เศรษฐกิจบ้านเมืองกำลังดิ่งตัวแย่ลง โรงงานปิดตัว คนงานโดนลอยแพ แต่โรงพิมพ์กลับมีงานล้นเต็มไปหมด ทำงานไม่ทัน ยิ่งเจอลูกค้าหลายรายที่ไม่ได้เตรียมตัวล่วงหน้า อยู่ๆก็อยากทำปฏิทินแจก คิดได้วันที่ยี่สิบ จะแจกก่อนสามสิบ ยังไม่มีอาร์ตเวิร์ค เหนื่อยเลย
บางรายอยากได้ของวันทีึ่ 24 คุยกันอย่างดีตั้งแต่วันที่ 20 ว่าจะส่งข้อมูลทุกอย่างให้ สุดท้าย ข้อมูลมาช้าแถมมีปัญหา ทำงานมาไม่เรียบร้อย เดือดร้อนผมต้องมานั่งแก้ไขอาร์ตเวิร์คให้ ซ้ำยังจะมีการเปลี่ยนข้อมูลอีก ทุกอย่างช้าไปกว่ากำหนดสองวัน แต่จะเอาของวันเดิม ลูกค้าแบบนี้ไม่รู้จะสวดมนต์บทไหนให้ดี (แต่ผมสวดไม่เป็นหรอก ด่าเป็นอย่างเดียว)
งานออแกไนซ์ที่ทำกับเพื่อนต้องเข้าไปคุยกับว่าที่ลูกค้า ไปนำเสนอข้อมูลและงบประมาณ เตรียมข้อมูลกันขันแข็ง วันที่นัดกับลูกค้าผมดันป่วย แต่ก็พยายามไป ออกจากบ้านแต่เช้ากะว่าไปถึงออฟฟิศลูกค้าเร็วๆหน่อยจะไปหาของกิน ขับรถไปที่ตึก SM Tower ซึ่งอยู่ข้างๆโรงพยาบาลพยาไท2 ก็ต้องไปเจอกับสภาพการจอดรถที่วิกฤตมากๆ รถเยอะที่น้อย ที่จองก็ห้ามจอด ต้องวนรถขึ้นไปถึงชั้นสิบ ชั้นสิบจอดกันไม่เป็นระเบียบ จอดกันขวางเลน ขับเข้าไปได้ แต่ต้องถอยออก วนลงมาข้างล่างก็ยังไม่มีที่จอด สุดท้ายก็เลยต้องออกจากตึกไปโดยไม่ได้จอด เสียเวลาไป 30 นาที โทรบอกเพื่อนว่าผมหมดความอดทนแล้ว แต่เพื่อนก็ยังอุตส่าห์บอกให้ทน สุดท้ายผมเลยเอารถไปจอดฝั่งตรงกันข้าม ซึ่งเป็นสถานีโทรทัศน์ช่อง 5 ผมบอกกับยามว่าผมจะไปออกรายการข่าว ยามเลยให้เข้าไปจอดรถ พอได้จอดก็รีบลงมาแล้วมายืนรอเพื่อนที่กำลังเดินทางไปหงุดหงิดบนตึกต่อจากผม ผมขึ้นรถเพื่อนแล้วก็วนแบบที่เคยวน จนวนลงมาเหมือนเดิม แต่รอบนี้โชคดีที่มีคนถอยรถออก 1 คัน เลยได้จอด ถ้ามาเร็วกว่านี้ หรือมาช้ากว่านี้ก็พลาดแล้ว …… สงสัยเพื่อนทำบุญมาเยอะกว่า
คุยกับลูกค้าเสร็จผมแยกกับเพื่อนเพื่อรีบกลับมาทำงานต่อ ไปที่จอดรถของช่อง5 แล้วสตาร์ท เสียง แชะ แชะ แชะ โอพระเจ้า สตาร์ทไม่ติด อาการเหมือนแบตหมด ผมรู้สึกว่าผมกำลังถูกลงโทษ ข้อหาขโมยที่จอดรถโดยไม่ได้มีธุระกับที่แห่งนั้นจริงๆ ห้าวินาทีผ่านไป ผมรู้ว่ารถแบตหมดเพราะเปิดไฟหน้ารถทิ้งไว้ ผมเปิดไฟหน้ารถเพราะว่าบนตึกนรกที่จอดรถยากๆนั้นค่อนข้างมืด และรถสวนกันอันตราย เลยต้องเปิดไฟหน้า ทุกคันก็เปิดไฟหน้า แต่ตอนผมขับออกจากตึกผมลืมปิดไฟ สิบวินาทีผ่านไป ผมเอื้อมมือไปปิดไฟ แล้วหายใจอีกเฮือก ขอให้ติดเถอะวะ แล้วสตาร์ทอีกครั้ง โชคดี แบตเตอรี่ยังไม่หมดเกลี้ยง พอปิดไฟหน้ารถ ก็มีแรงสตาร์ท เลยได้ขับรถออกมาโดยไม่ต้องขอความช่วยเหลือจากยามและรถคันข้้างๆ ไม่เช่นนั้นคงต้องโดนถามว่ามาทำไม ติดต่อกับใคร แล้วความคงแตก หวังว่าการติดต่อธุรกิจครั้งนี้จะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ดี ไม่งั้นจะกากบาทตึก SM ว่าเป็นที่ซึ่งไม่ควรไปเหยียบอีกเลยในชาตินี้
บ่ายๆกลับมาโรงพิมพ์มีงานต้องสั่งการ ทำเพลท ตรวจอาร์ตเวิร์คหลายตัวมากๆ และมีของต้องส่งอีกอย่างน้อย 4 ที่ ซึ่งปกติผมจะไปส่งเองทั้งหมด แต่วันนี้มันไม่ทันจริงๆ เลยต้องให้มอเตอร์ไซด์ไป 2 งาน รถรับจ้างไปอีกที่หนึ่งและผมไปอีกที่หนึ่งถึงจะทัน ยอดรายรับเดือนนี้คงทะลุ ทำสถิติ new high แน่ๆเลย
ตอนเย็นๆเริ่มแสบจมูก เร่ิมไข้ขึ้น ทรมาน อยากนอน แต่ยังกินข้าวได้ปกติเพราะหิวมาก พรุ่งนี้มีเรื่องปวดหัวรออยู่อีกหลายเรื่อง เตรียมคำตอบไว้แล้ว อะไรจะแย่มันก็แย่ไปเรื่อยๆจริงๆ มันเป็นไปตามกฏของเมอฟี่
ฟ้อนต์ประหยัดหมึก ความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมที่ไม่เคยคิดว่าจะมี
ไปอ่านข่าวตามเว็บต่างๆจนเจอเรื่องดีๆเรื่องหนึ่ง ฟ้อนต์สำหรับการใช้งานที่ออกแบบให้ประหยัดหมึก พอเห็นแล้วร้องอ๋อทันที ทำไมความคิดดีๆแบบนี้เราถึงคิดไม่ออก คนทั้งโลกก็คิดไม่ออก ทั้งๆที่เทคนิคแบบนี้ก็เป็นเรื่องใกล้ตัว สมัยเด็กๆตอนที่หัดสร้างหุ่นยนต์ไปวิ่งแข่ง มีกติการะบุว่าน้ำหนักของหุ่นต้องไม่เกินที่กำหนดไว้ ตอนสร้างหุ่นก็ทำไปชั่งไป ตอนสุดท้ายพอหุ่นเสร็จก็น้ำหนักเกินกันทุกทีม การเจาะรูที่โครงสร้างให้พรุนเป็นสิ่งที่ถูกนำมาใช้ แล้วผลการลดน้ำหนักด้วยการเจาะรูก็ช่วยให้โครงสร้างเบาขึ้นจนผ่านข้อกำหนดเบื้องต้น สิบกว่าปีผ่านมา พอมาเห็นตัวหนังสือเจาะรูเลยถูกจริต ชอบมากๆกับความคิดสร้างสรรค์ครั้งนี้ของมนุษย์เรา ตามไปดูต่อและโหลดมาใช้ได้ตามใจเลยครับ






