Nikon v1 50f1.8
Category Archives: Uncategorized
www.bniconnectglobal.com เครื่องมือของสมาชิก
ในช่วงเวลาสักสิบกว่าปีที่แล้วเวลาที่เราจะหาสินค้า หรือจะซื้ออะไรสักอย่างหนึ่งที่ไม่มีขายอยู่ในระแวกบ้านของตัวเอง เราก็มักจะต้องหาจากในอินเทอเน็ต ไปดูตามเว็บรวมลิงค์ และบางคนก็ดูจากสมุดหน้าเหลือง และในเวลาต่อมา เมื่อเรามี google ให้ใช้ เราก็ค้นหาจากหน้าแรกของ google ได้เลย เราไม่ต้องไปเสียเวลาเข้าเว็บรวมลิงค์ต่างๆ ไม่ต้องเปิดสมุดหน้าเหลืองอีกต่อไป นับเป็นเรื่องที่สะดวกจริงๆ
ส่วนสมาชิก bni นอกจากการหาจาก google แล้ว เรายังสามารถค้นหาสินค้าและบริการของสมาชิกท่านอื่นในเว็บของ bnithailand.com ได้ด้วย แล้วทำไมเราจึงต้องหาจากใน bni ก็ต้องบอกว่า ประการแรก google ในปัจจุบันให้ผลการค้นหาที่แย่ลงเรื่อยๆ และไม่ได้ให้ผลลัพธ์เป็นผู้ผลิตโดยตรง หรือหาสินค้าก็ไม่ค่อยเจอโรงงานผลิต มักจะเจอแต่คนกลางที่ทำเว็บมาดักลูกค้าไว้ซึ่งเป็นเรื่องน่ารำคาญ ประะการที่สอง ถ้าเราได้ผู้ผลิตที่เป็นสมาชิก bni เหมือนกันเราก็พอจะใจชื้นว่าเราน่าจะได้รับบริการที่ดีและราคาเป็นไปตามจริง ไม่ได้ถูกบวกเพิ่มหลายต่อ
สิ่งทีสมาชิก bni ควรจะทำก็คือ เราควรใส่ข้อมูลสำคัญของธุรกิจเราเองเพื่อให้ผู้ค้นหาสามารถพิมพ์หาแล้วเจอเรา หากเราไม่ใส่คำสำคัญใดๆเพิ่มเติมให้ตัวเราเองมันก็จะทำให้ผู้ค้นหา ค้นแล้วไม่เจอเรา มันเป็นเรื่องที่เสียโอกาสอย่างมาก แทนที่เราจะได้ลูกค้าที่ต้องการสินค้าของเรา แต่เรากับพลาดการถูกค้นพบ เพราะว่าเราไม่ได้ใส่ข้อมูลให้เขาค้นหานั่นเอง
นี่เป็นตัวอย่างของการค้นหาบริการ ลองหาคำว่า accounting สิ่งที่เว็บ bnithailand.com หาให้ก็จะเป็นสมาชิกที่มีอาชีพ accounting ในแต่ละแช็ปเตอร์ ซึ่งก็จะแสดงผลให้ตามที่แนบภาพมาให้ดู
เราลองค้นหาโรงพิมพ์ที่ทำงานพิมพ์ระบบ offset ซึ่งเป็นระบบการพิมพ์ประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เป็นระบบการพิมพ์สำหรับการพิมพ์หนังสือและใบปลิวต่างๆ เมื่อลองค้นหาด้วยคำว่า offset เราก็ได้ผลดังภาพ
จากผลการค้นหาจะเห็นว่า เราเจอสมาชิกสองท่านที่ทำงานระบบ offset ซึ่งทั้งที่จริงแล้ว ทุกโรงพิมพ์ทำงาน offset ทั้งสิ้น และโรงพิมพ์ที่เป็นสมาชิก bni จะอยู่ในทุกแช็ปเตอร์ การค้นหาควรจะเจอสัก 15 รายชื่อ แต่การที่เราเห็นแค่ 2 รายชื่อก็เพราะมีเพียงสองคนนี้เท่านั้นที่ใส่คำสำคัญหรือ keywords ในคำว่า offset นั่นเอง
เราลองมาค้นหาด้วยคำว่า letterpress ซึ่งเป็นระบบการพิมพ์รูปแบบหนึ่งที่มักจะพบในโรงพิมพ์รุ่นเก่า ผมมีระบบการพิมพ์แบบนี้อยู่เช่นกัน และก็ได้ทำการใส่คีย์เวิร์ดคำนี้ไว้ในข้อมูลของผมเองด้วย ผลการค้นหาก็จะเป็นไปตามภาพคือ เจอชื่อผมคนเดียว
และเมื่อคลิกที่ชื่อที่ค้นเจอแล้ว ระบบก็จะพาเราไปดูข้อมูลในหน้าเว็บที่เป็นพื้นที่ของชื่อนั้นๆ
ถีบสามล้อ
การทักทายแบบไม่ปฏิเสธลูกค้า
สวัสดีครับ คนไม่รักสันโดษ
เวลาเราไปเจอใครก็ตามที่ถามทุกข์สุขกัน คำถามที่มักจะเจอก็คือ เป็นไงบ้าง งานเยอะไหม มีอะไรน่าสนใจรึเปล่า และเราก็มักจะตอบกันแบบเคยชิน ก็ดี เรื่อยๆ ยุ่งมาก คำตอบแนวนี้จะทำให้คนตอบไม่ค่อยคึกคักเท่าไหร่ คนฟังก็เหมือนกัน คือฟังแล้วไม่อยากทำงานต่อ ฟังแล้วเนือยๆ เปลี่ยนเรื่องคุยดีกว่า แทนที่คนถามจะส่งต่อลูกค้าให้เรา พอเจอเราตอบว่า ยุ่งมาก เขาก็ไม่กล้าส่งลูกค้าให้ซะแล้ว
สิ่งที่เราควรทำก็คือ ตอบคำถามให้สร้างสรร ตอบคำถามให้นำไปสู่งานใหม่ คำตอบควรจะพาธุรกิจเข้ามา ไม่ใช่ปฏิเสธธุรกิจ เรามีคำตอบดีๆให้ลองเอาไปปรับเล็กน้อยเพื่อใช้กับธุรกิจของทุกท่านครับ
ช่วงนี้เป็นไง แทนที่จะตอบว่า ก็ดี ยุ่งมาก ลองเปลี่ยนเป็น
A1 ชีวิตตอนนี้เยี่ยม ผมกำลังจะจบงานลูกค้ารายใหญ่
A2 ผมกำลังสนุกมาก เพราะผมกำลังขยายแฟรนไชน์
มันอธิบายว่าคุณงานเยอะ แต่คุณยังมองหาความก้าวหน้าและงานที่มากขึ้น
งานเยอะไหม แทนที่จะตอบว่า เรื่อยๆ งานเยอะทำไม่ทันเลย
A1 ปีนี้ผมมีลูกค้าใหม่ 8 รายแล้ว แต่ผมตั้งเป้าไว้ที่ 20
A2 ยอดขายเพิ่มขึ้น 50% และผมวางแผนจะเพิ่มคนงาน
A3 ช่วงที่ผ่านมายอดขายเป็นไปตามเป้า เรากำลังวางแผนเพิ่มเป้า และเพิ่มลูกค้า
มีอะไรใหม่ มีอะไรน่าสนใจไหม แทนที่จะตอบว่าตอนนี้ว่างๆ ไม่มีอะไรใหม่
A1 ผมกำลังเทรนพนักงานขายคนใหม่ คนนี้ท่าทางขายเก่ง
A2 ผมให้สัมภาษณ์หนังสือไปเล่มหนึ่ง คาดว่าจะได้วางแผงเร็วๆนี้
A3 ตอนนี้ผมกำลังลงเรียนคอร์สการลดขั้นตอนการบริหารงานขาย
นี่เป็นตัวอย่างการตอบคำถามที่เรามักจะต้องตอบในชีวิตประจำวัน เราควรจะเตรียมคำตอบเหล่านี้เอาไว้ในใจ ตอบให้ขึ้นใจ เพื่อจะให้มันดีกว่าการตอบว่า เรื่อยๆ หรือ ยุ่งมาก
เพราะถ้าคุณตอบว่ายุ่งมาก เพื่อนคุณที่กำลังจะส่งลูกค้ามาให้อาจจะเปลี่ยนใจไม่กล้าส่ง
อย่าลืมว่า เราพบกันใน bni เพราะเราอยากได้ธุรกิจใหม่ อยากได้ลูกค้าใหม่
ลูกตัดเล็บ เปรียบเทียบกล้อง eos m vs nikon v1
เป็นเรื่องน่าตื่นเต้นมากสำหรับคนเป็นพ่อที่เห็นลูกชอบตัดเล็บเล่น เหตุการณ์นี้น่ารักจะไม่อยากให้ผ่านไป ทุกวันที่ลูกค่อยๆโตขึ้นความไร้เดียงสาจะค่อยๆหายไป สิ่งที่ทำได้สำหรับบันทึกความทรงจำก็คือถ่ายภาพเก็บไว้ และ ถ่ายวิดีโอเก็บไว้
ในเวลาสองวันติดกันขอบฟ้าตัดเล็บทุกวัน ตัดให้พ่อบ้าง ตัดตัวเองบ้าง ถือโอกาสถ่ายวิดีโอเก็บไว้ โดยใช้กล้องสองตัว วันแรกใช้กล้อง canon eos m ติดเลนส์ 22f2 เปิดโหมด P และปรับค่า iso auto ถ่ายเป็นวิดีโอ Full HD
ขอบฟ้าชอบการตัดเล็บ ทั้งตัดให้ตัวเองและตัดให้คนอื่น คงเป็นความสนุกของเด็กที่เล่นอะไรแปลกๆไม่เคยเล่น เวลาเอาที่ตัดเล็บมาจ่อแล้วบีบกดให้มีเสียงขอบฟ้าจะพอใจ แต่ถ้าตัดแล้้วไม่มีเสียงกิ๊ก ขอบฟ้าจะบอกว่า บ๊ะตัดไม่เป็น ให้แม่ตัดให้ ให้ยายตัดให้
ส่วนอีกคลิปหนึ่งด้านล่างเป็นการถ่ายด้วยกล้อง nikon v1 ติดเลนส์ 10f2.8 ปรับโหมด P ค่า iso auto วางกล้องไว้บนชั้นวาง
จากวิดีโอทั้งสองคลิปนี้จะเห็นได้ว่า วิดีโอที่ถ่ายโดย nikon v1 จะไม่มีอาการโฟกัสวืดเลย เทียบกับ canon eos m ที่จะมีจังหวะวืดวาด ต้องขยับโฟกัสใหม่บ่อยครั้ง การติดตามวัตถุทำได้ไม่ดี ทั้งๆที่การเคลื่อนไหวในภาพก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไร การมีเลนส์ติดกล้องอย่าง 22f2 นั้นไม่ช่วยให้ canon เร็วขึ้น หรือ ผิดพลาดน้อยลง สมองกลที่ทำการประมวลผลเรื่องโฟกัส canon eos m นั้นแย่กว่า nikon v1 อย่างมาก ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะ nikon v1 หรือ series 1 ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อกำหนดมาตรฐานใหม่ ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เป็นกล้องเล็กแต่คุณภาพหัวแถว แตกต่างจาก canon ที่ทำ eos m ออกมาแบบไม่ได้ตั้งธงว่าจะต้องให้มันดีขึ้น เป็นการเอากล้องที่มีอยู่แล้วมาตัดอะไหล่บางชิ้นออกแล้วขายเลย ไม่ได้ใส่สิ่งใหม่ๆลงไป แปลแบบบ้านๆก็คือ eos m เป็นกล้องน้องเล็กและพิการที่คลานตามรุ่นพี่ออกมาเท่านั้น
Watch “ประจานพวกรถหรูนิสัยแย่” on YouTube
ประจานพวกรถหรูนิสัยแย่
เพิ่งได้ดูคลิปดัง รถขับสวนเลนส์แล้วทำตัวพาล มีข่าวแถลงว่าเป็นรถทูต มีความเห็นบางคนบอกว่ารถทูตมีเอกสิทธิ์ทำแบบนี้ไม่ผิด เซ็งมากๆกับวิธีคิดของกฏหมาย เซ็งมากๆกับความประพฤติของคนในรถคันนี้ เพิ่งรู้ว่าเป็นทูตแล้วถ่อยได้ ทูตประเทศไหนครับ จะได้ส่งเมลคุยกับประเทศนั้นสักหน่อย จะบอกว่านิสัยแบบนี้คนที่เมืองไทยเขาเรียกว่ากุ๊ย
การส่งต่อลูกค้า
วันนี้เราจะมายกตัวอย่างการส่ง ref ที่เป็นธุรกิจต่อเนื่องให้สมาชิกในทีมนะครับ
เริ่มต้นจาก มีนักอสังหาฯ ไปรับงานขายบ้านเดี่ยวหลังหนึ่ง ลูกค้าของเขาเป็นเศรษฐี แต่ไม่มีเวลาประกาศขายเองจึงเลือกใช้บริการนักอสังหาริมทรัพย์หรือตัวแทนขายบ้าน นักอสังหาฯ เริ่มงานบริการของเขากับลูกค้า สิ่งที่ตามมาก็คือ นักอสังหาฯ มีประสบการณ์สูง รู้ว่าบ้านสะอาดมีโอกาสขายได้สูงกว่าบ้านสกปรก ก็เสนอบริการทำความสะอาดเพิ่มเข้าไป นักอสังหาฯ รู้ว่า ภาพถ่ายบ้านสวยๆ จะทำให้ลูกค้าสนใจมากกว่าภาพถ่ายคุณภาพต่ำ ก็เสนอบริการถ่ายภาพเพิ่มให้ ขั้นตอนการขายยังดำเนินไปถึงการสั่งพิมพ์ป้ายแบนเนอร์อีกด้วย
จะเห็นได้ว่า การติดต่อลูกค้าหนึ่งครั้งจะไม่จบแค่เพียงหนึ่งบริการ แต่เอเจ้นสามารถยิงคำถามไปยังลูกค้าเพื่อถามหาบริการอื่นๆที่เขามองหา ทั้งบริการที่ลูกค้าอยากได้โดยตรง และบริการต่อเนื่องที่เราสามารถคอนซัลให้กับลูกค้าได้ เพื่อนำธุรกิจส่งต่อให้กับทีม
การถามเพื่อชี้นำลูกค้าเป็นสิ่งที่ช่วยให้เราสามารถส่งลูกค้าเข้าสู่สมาชิกท่านอื่นๆได้
หลังจากวันนี้ ให้ท่านลองดูนะครับ เมื่อท่านบริการลูกค้าของท่านเสร็จแล้ว ให้ลองถามถึงสิ่งที่เขาต้องการเพิ่มเติม หรือ ให้ท่านลองวิเคราะห์ลูกค้าของท่าน แล้วเสนอสิ่งที่ลูกค้าควรจะใช้หรือสิ่งที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อลูกค้าของท่านเพื่อนำพาลูกค้ามาใช้บริการอื่นๆในทีมของท่าน ถ้าคุณเป็นมืออาชีพเพียงพอ ถ้าลูกค้าไว้ใจคุณอยู่แล้ว การแนะนำ การคอนซัลใดๆของคุณ หรือการนำเสนอเซอร์วิสอื่นๆของทีม คุณจะทำได้อย่างเป็นธรรมชาติ และลูกค้าไม่รู้สึกว่าถูกยัดเยียด ตราบใดที่คุณหาของดี หรือ บริการดีๆให้ลูกค้า
ข้อมูลเรียบเรียงจาก http://businessnetworking.com/
ลองแชร์จาก g+
http://www.youtube.com/user/pockethifi/videos
ขอบฟ้ากับสไลเดอร์
เย็นวันหนึ่งกับการเฝ้ามองและเล่นกับลูก ใช้กล้อง nikon v1 ถ่ายวิดีโอไปเรื่อยๆ มีหลายคลิป ไฟล์นี้เป็นหนึ่งในหลายสิบคลิปที่ถ่ายเก็บไว้
ทดลองล้างฟิล์มขาวดำ
ทดลองล้างฟิล์มขาวดำ
ผมขอบงานถ่ายภาพขาวดำ ก็เลยพยายามศึกษาและหัดล้างอัดเองเมื่อสักสิบปีก่อน มีอุปกรณ์ทุกอย่างตั้งแต่การล้างฟิล์มไปจนถึงเครื่องอัดภาพ แต่พอเริ่มทำงานอื่นๆเต็มตัว งานอดิเรกอย่างการล้างอัดฟิล์มขาวดำก็ไม่ได้ทำอีกเลย
ปีนี้ผมตั้งใจจะลองล้างอัดอีกครั้ง แต่พอจะไปใช้สารเคมีตัวเดิมที่เคยใช้ก็ปรากฏว่าไม่มีขายแล้ว เลยต้องเปลี่ยนสารเคมีเป็นตัวอื่น และก็ต้องมีการทดลองล้างก่อน ก่อนที่จะไปล้างฟิล์มที่คาดหวังตัวจริง
สารเคมีตัวที่หาซื้อได้ในปี พศ. 2555 นี้ คือโกดัก D-76 ชนิดผง น้ำหนักของทั้งซอง 415 กรัม ใช้ละลายน้ำ 3.8 ลิตร เพื่อเตรียมเป็นน้ำยาเข้มข้น เมื่อจะล้างจริงต้องเอาน้ำยาเข้มข้นไปผสมน้ำอีกเท่าตัวเพื่อใช้งาน สรุปสุดท้ายก็คือ ผลโกดัก d-76 จะผสมสุดท้ายเป็นน้ำยาใช้งานได้ 7.6 ลิตรนั่นเอง แต่การผสมน้ำยาเพื่อใช้ทั้งซองมันไม่ค่อยเหมาะกับผมสักเท่าไหร่ เพราะน้ำยาทั้งหมดจะล้างฟิล์มได้ประมาณ 25 ม้วน ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าจะใช้งานได้ครบภายในเวลากี่เดือน อายุของน้ำยาที่ผสมแล้วจะอยู่ได้ประมาณ 2 เดือน ถ้าเก็บไม่ดี จะอยู่ได้ 6 เดือนถ้าเก็บดี
ผมเลยใช้วิธีหารด้วย 25 เสียเลย เอาน้ำหนักทั้งหมด 415g หารด้วย 25 ได้ 16.6 กรัมเพื่อเอาไว้ใช้กับฟิล์ม 1 ม้วน จากนั้นก็อาศัยการชั่งน้ำหนักผง d-76 ทีละ 16.6 กรัมแทน เดือดร้อนต้องไปซื้อเครื่องชั่งดิจิทัลมาใช้งาน กว่าจะหาเจอว่าต้องซื้อที่ไหนก็ใช้เวลาอีกหลายวัน
ได้เครื่องชั่งมาแล้วก็เริ่มล้างฟิล์มเลย ผมไปเอาขวดน้ำดื่มขนาด 600cc มาเป็นขวดผสมสารเคมี เอาน้ำใส่แท้งค์ล้างฟิล์มแล้วเทลงขวดน้ำดังกล่าว เอาปากกาเมจิกขีดไว้ว่าน้ำต้องอยู่ระดับนี้ จากนั้นก็เอาขวดพร้อมน้ำไปเข้าไมโครเวฟเพื่ออุ่นน้ำให้ได้ประมาณ 50องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่ระบุไว้บนซอง ใส่ผง d-76 จำนวน 16.6 กรัมเข้าไปแล้วคนให้เข้ากัน
พอเตรียมน้ำยาล้างฟิล์มเสร็จ ก็เตรียมน้ำยาตัวที่สองซึ่งทำหน้าที่หยุดสภาพของฟิล์มหรือ fixer อีกขวด ซึ่งก็ใช้ขวดน้ำดื่มขนาดเดิม เทน้ำยา fixer สำเร็จรูปไว้ในขวดความสูงเท่ากับน้ำยาล้างฟิล์มตัวแรก
ก่อนจะล้างต้องเอาน้ำยาทั้งสองขวดไปแช่ตู้เย็นเสียก่อน เพราะการล้างฟิล์มต้องใช้อุณหภูมิประมาณ 20-24 องศา เวลาในน้ำยาประมาณ 4-7 นาที ซึ่งต้องไปดูข้างกล่องฟิล์มว่าเขาออกแบบให้ล้างที่อุณหภูมิที่เท่าไร เวลากี่นาที แต่ละยี่ห้อจะใช้อุณหภูมิและเวลาไม่เท่ากัน การถ่ายภาพขาวดำจึงควรจะเก็บกล่องกระดาษที่ใส่ฟิล์มเอาไว้ก่อนจนกว่าจะล้างเสร็จเพื่อดูข้อมูลตอนล้างนี่เอง
ฟิล์ม lucky ความไว 100 ผมซื้อเอาไว้ตั้งแต่ปี คศ 2008 มันหมดอายุตอนปี 2010 ผมถ่ายเล่นไว้ตั้งแต่ช่วงแรกที่ได้มา แล้วก็ค้างในกล้องตั้งแต่นั้นจนมาถึงวันนี้ 15 กรกฎาคม 2555 หรือปี 2012 ถึงจะได้เอามาล้าง ฟิล์มหมดอายุไปแล้ว แต่ผมก็ไม่ได้ซีเรียส กะแค่ว่าลองล้างเล่นๆ
กล่องฟิล์มระบุระยะเวลาไว้ว่า 24องศาเซลเซียส เวลา 3.5 นาที ผมก็เลยล้างไปซะ 4 นาที เพื่อชดเชยนิดหน่อยสำหรับฟิล์มหมดอายุ ซึ่งการชดเชยไม่มีหลักการที่แน่นอน ใช้วิธีเดาล้วนๆ ล้างฟิล์ม 4 นาที เขย่าแท้งค์ทุกครึ่งนาที แล้วแช่ด้วยน้ำยา fixer อีก 5 นาที จากนั้นเอาไปแช่น้ำไหลทิ้งเรื่อยๆประมาณ 10 นาที เสร็จแล้วก็เก็บตาก ทุกภาพติดขึ้นมาน่าพอใจ ฝีมือการโหลดฟิล์มเข้าแท้งค์ของผมยังใช้ได้ โหลดฟิล์มไม่ติดเลย ทุกพื้นที่ของฟิล์มโดนน้ำยาสม่ำเสมอ ไม่ด่าง ไม่แหว่ง
ที่หัดมาทั้งหมดก็เป็นการเตรียมตัวสำหรับการถ่ายภาพลูกของผมเอง ผมจะเก็บภาพลูกเป็นฟิล์ม ไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงอยากมีภาพลูกเป็นฟิล์ม ทั้งที่มีกล้องดิจิทัลอยู่กับตัว…
View original post 31 more words
Watch “ขอบฟ้าแปรงฟังเอง 4พฤษภาคม2557” on YouTube






















