Category Archives: Uncategorized
ขอบฟ้ากับสไลเดอร์
เย็นวันหนึ่งกับการเฝ้ามองและเล่นกับลูก ใช้กล้อง nikon v1 ถ่ายวิดีโอไปเรื่อยๆ มีหลายคลิป ไฟล์นี้เป็นหนึ่งในหลายสิบคลิปที่ถ่ายเก็บไว้
ทดลองล้างฟิล์มขาวดำ
ทดลองล้างฟิล์มขาวดำ
ผมขอบงานถ่ายภาพขาวดำ ก็เลยพยายามศึกษาและหัดล้างอัดเองเมื่อสักสิบปีก่อน มีอุปกรณ์ทุกอย่างตั้งแต่การล้างฟิล์มไปจนถึงเครื่องอัดภาพ แต่พอเริ่มทำงานอื่นๆเต็มตัว งานอดิเรกอย่างการล้างอัดฟิล์มขาวดำก็ไม่ได้ทำอีกเลย
ปีนี้ผมตั้งใจจะลองล้างอัดอีกครั้ง แต่พอจะไปใช้สารเคมีตัวเดิมที่เคยใช้ก็ปรากฏว่าไม่มีขายแล้ว เลยต้องเปลี่ยนสารเคมีเป็นตัวอื่น และก็ต้องมีการทดลองล้างก่อน ก่อนที่จะไปล้างฟิล์มที่คาดหวังตัวจริง
สารเคมีตัวที่หาซื้อได้ในปี พศ. 2555 นี้ คือโกดัก D-76 ชนิดผง น้ำหนักของทั้งซอง 415 กรัม ใช้ละลายน้ำ 3.8 ลิตร เพื่อเตรียมเป็นน้ำยาเข้มข้น เมื่อจะล้างจริงต้องเอาน้ำยาเข้มข้นไปผสมน้ำอีกเท่าตัวเพื่อใช้งาน สรุปสุดท้ายก็คือ ผลโกดัก d-76 จะผสมสุดท้ายเป็นน้ำยาใช้งานได้ 7.6 ลิตรนั่นเอง แต่การผสมน้ำยาเพื่อใช้ทั้งซองมันไม่ค่อยเหมาะกับผมสักเท่าไหร่ เพราะน้ำยาทั้งหมดจะล้างฟิล์มได้ประมาณ 25 ม้วน ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าจะใช้งานได้ครบภายในเวลากี่เดือน อายุของน้ำยาที่ผสมแล้วจะอยู่ได้ประมาณ 2 เดือน ถ้าเก็บไม่ดี จะอยู่ได้ 6 เดือนถ้าเก็บดี
ผมเลยใช้วิธีหารด้วย 25 เสียเลย เอาน้ำหนักทั้งหมด 415g หารด้วย 25 ได้ 16.6 กรัมเพื่อเอาไว้ใช้กับฟิล์ม 1 ม้วน จากนั้นก็อาศัยการชั่งน้ำหนักผง d-76 ทีละ 16.6 กรัมแทน เดือดร้อนต้องไปซื้อเครื่องชั่งดิจิทัลมาใช้งาน กว่าจะหาเจอว่าต้องซื้อที่ไหนก็ใช้เวลาอีกหลายวัน
ได้เครื่องชั่งมาแล้วก็เริ่มล้างฟิล์มเลย ผมไปเอาขวดน้ำดื่มขนาด 600cc มาเป็นขวดผสมสารเคมี เอาน้ำใส่แท้งค์ล้างฟิล์มแล้วเทลงขวดน้ำดังกล่าว เอาปากกาเมจิกขีดไว้ว่าน้ำต้องอยู่ระดับนี้ จากนั้นก็เอาขวดพร้อมน้ำไปเข้าไมโครเวฟเพื่ออุ่นน้ำให้ได้ประมาณ 50องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่ระบุไว้บนซอง ใส่ผง d-76 จำนวน 16.6 กรัมเข้าไปแล้วคนให้เข้ากัน
พอเตรียมน้ำยาล้างฟิล์มเสร็จ ก็เตรียมน้ำยาตัวที่สองซึ่งทำหน้าที่หยุดสภาพของฟิล์มหรือ fixer อีกขวด ซึ่งก็ใช้ขวดน้ำดื่มขนาดเดิม เทน้ำยา fixer สำเร็จรูปไว้ในขวดความสูงเท่ากับน้ำยาล้างฟิล์มตัวแรก
ก่อนจะล้างต้องเอาน้ำยาทั้งสองขวดไปแช่ตู้เย็นเสียก่อน เพราะการล้างฟิล์มต้องใช้อุณหภูมิประมาณ 20-24 องศา เวลาในน้ำยาประมาณ 4-7 นาที ซึ่งต้องไปดูข้างกล่องฟิล์มว่าเขาออกแบบให้ล้างที่อุณหภูมิที่เท่าไร เวลากี่นาที แต่ละยี่ห้อจะใช้อุณหภูมิและเวลาไม่เท่ากัน การถ่ายภาพขาวดำจึงควรจะเก็บกล่องกระดาษที่ใส่ฟิล์มเอาไว้ก่อนจนกว่าจะล้างเสร็จเพื่อดูข้อมูลตอนล้างนี่เอง
ฟิล์ม lucky ความไว 100 ผมซื้อเอาไว้ตั้งแต่ปี คศ 2008 มันหมดอายุตอนปี 2010 ผมถ่ายเล่นไว้ตั้งแต่ช่วงแรกที่ได้มา แล้วก็ค้างในกล้องตั้งแต่นั้นจนมาถึงวันนี้ 15 กรกฎาคม 2555 หรือปี 2012 ถึงจะได้เอามาล้าง ฟิล์มหมดอายุไปแล้ว แต่ผมก็ไม่ได้ซีเรียส กะแค่ว่าลองล้างเล่นๆ
กล่องฟิล์มระบุระยะเวลาไว้ว่า 24องศาเซลเซียส เวลา 3.5 นาที ผมก็เลยล้างไปซะ 4 นาที เพื่อชดเชยนิดหน่อยสำหรับฟิล์มหมดอายุ ซึ่งการชดเชยไม่มีหลักการที่แน่นอน ใช้วิธีเดาล้วนๆ ล้างฟิล์ม 4 นาที เขย่าแท้งค์ทุกครึ่งนาที แล้วแช่ด้วยน้ำยา fixer อีก 5 นาที จากนั้นเอาไปแช่น้ำไหลทิ้งเรื่อยๆประมาณ 10 นาที เสร็จแล้วก็เก็บตาก ทุกภาพติดขึ้นมาน่าพอใจ ฝีมือการโหลดฟิล์มเข้าแท้งค์ของผมยังใช้ได้ โหลดฟิล์มไม่ติดเลย ทุกพื้นที่ของฟิล์มโดนน้ำยาสม่ำเสมอ ไม่ด่าง ไม่แหว่ง
ที่หัดมาทั้งหมดก็เป็นการเตรียมตัวสำหรับการถ่ายภาพลูกของผมเอง ผมจะเก็บภาพลูกเป็นฟิล์ม ไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงอยากมีภาพลูกเป็นฟิล์ม ทั้งที่มีกล้องดิจิทัลอยู่กับตัว…
View original post 31 more words
Watch “ขอบฟ้าแปรงฟังเอง 4พฤษภาคม2557” on YouTube
ballbot
Honda freed กับสิ่งที่เคยคิดเอาไว้
เมื่อสี่ปีก่อน ตอนที่จะตัดสินใจซือรถฮอนด้าฟรีด ผมมีภาพในใจอยู่ว่าอยากจะใช้รถให้คุ้ม มีภาพการเปิดท้ายรถเพื่อนั่งเล่น นั่งดูวิว และในที่สุดในวันที่ลูกผมเริ่มโต ผมก็พาลูกมานั่งเล่น และใช้ท้ายรถเป็นที่นั่ง
รถคันหนึ่งมันเป็นองค์ประกอบในชีวิต แม้ผมจะไม่ได้ชอบรถ ไม่ได้เป็นนักแข่งรถ แต่ผมก็อยากจะมีไลฟ์สไตล์และความทรงจำที่เกี่ยวข้องกับรถ ผมคิดว่าภาพถ่ายที่เราใช้รถทำอะไรมันเป็นเรื่องเล่าที่น่าสนใจกว่าการยืนถ่ายภาพแบบตัวตรงอยู่ข้างรถ มันอาจจะเป็นวิธีการเล่าเรื่องของคนเป็นช่างภาพก็ได้
เด็กชายขอบฟ้าครับ ลูกชายผม รถคันนี้พาขอบฟ้าไปเกิด และเติบโตมาด้วยกัน
รูปถ่ายจากกล้องเก่า canon eos350d
กล้องดิจิทัลอายุไม่ค่อยนานก็ตกรุ่น กล้องที่ออกมาทีหลังสักสามปีจะมีคุณภาพดีกว่ากล้องเก่าเสมอ มันเป็นปกติของดิจิทัล ภาพนี้ถ่ายด้วยกล้อง eos350 ซึ่งออกมาในปีประมาณ คศ 2005 นับรวมถึงวันนี้ก็เก้าปี ยังใช้งานได้ดี มันใส่เมมโมรี่แบบ compact flash รองรับความจุสูงสุดได้แค่ 8Gb ความละเอียดกล้องระดับ 8 ล้านพิกเซล ให้ไฟล์ภาพประมาณ 3 Mb ใส่หน่วยความจำไปเต็มที่ ถ่ายได้ประมาณ 2700 ภาพ ถ่ายวันละสิบภาพก็ใช้เวลาเกือบปีกว่าจะเต็ม น่าจะมีใครสักคนที่พัฒนาถ่านใส่กล้องให้มันมีไฟอยู่ต่อเนื่องทั้งปี จะได้หยิบมาถ่ายได้สบายใจ เอาไปลุยก็ไม่กลัวพัง เอาไปวางลืมไว้ก็อาจได้คืนเพราะอาจไม่มีใครอยากได้
กล้องตัวนี้ถ่ายยากกว่ากล้องสมัยใหม่ เพราะระบบการรับแสงยังไม่ดีมาก ต้องคิดต้องละเอียดเหมือนถ่ายด้วยฟิล์มสไลด์ ถ่ายในที่แสงน้อยก็ไม่ค่อยสวย ตั้งความไวให้สูงขึ้นก็ให้ภาพไม่เนียน แต่ว่ามันก็ให้ภาพได้ ดีกว่าไม่มีถ่าย บางเวลาเนื้อหาสำคัญกว่าอุปกรณ์ ถ้าต้องวิ่งไปหยิบกล้องโปรรุ่นใหม่ที่ท้ายรถมาถ่ายลูกตอนจังหวะแบบนี้ แสงหน้าต่างสวยๆแบบนี้ ลูกตกเตียงตายพอดี
ถ่ายภาพด้วยกล้อง olympus omd em5
ภาพถ่ายลูกกำลังซนเป็นงานยากมากสำหรับตากล้องมือใหม่ที่ไม่มีความรู้เลยว่าต้องปรับกล้องอย่างไร กล้องแบบไหนถึงจะถ่ายได้ทัน
ส่วนมือกลางๆและมือเก่าๆที่มีประสบการณ์มาพอสมควรก็จะมีความเห็นไปในแนวทางว่า ถ้าแสงน้อยจะถ่ายยาก เพราะสปีดต่ำ กล้องจะสั่น ภาพจะสั่น ทำให้ภาพด้อยคุณภาพ ถ้าเป็นกล้องฟิล์ม การถ่ายภาพเด็กที่ไม่อยู่นิ่งในห้องนอนจะเป็นเรื่องที่แทบเป็นไปไม่ได้เลย เพราะความไวแสงของฟิล์มมักจะมีเพียงแค่ระดับ iso200 หรือ 400 เท่านั้น เพราะคงไม่มีใครเตรียมฟิล์มความไว 800 หรือ 1600 ไว้ติดบ้านหรอก
การถ่ายภาพเด็กด้วยกล้องดิจิทัลเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น ง่ายตรงที่สามารถถ่ายภาพเยอะๆแล้วค่อยเอามาคัดเอาเฉพาะที่ชัดที่สุดก็ได้ แต่กล้องดิจิทัลในระดับเริ่มต้นถึงกลางๆก็มักจะมีปัญหาว่าโฟกัสไม่ทัน ความไวแสงของกล้องไม่สูงมาก แม้จะใช้กล้องระดับโปร เลนส์ระดับโปร ก็ใช่ว่าจะถ่ายภาพเด็กในสภาพแสงน้อยได้ เพราะผมก็มีกล้องทุกตัวตั้งแต่กล้องราคาถูก กล้องโบราณ กล้องฟิล์ม และกล้องดิจิทัลระดับกลาง ระดับโปร แต่ผมก็ยังถ่ายภาพได้คุณภาพไม่สูงเท่าที่พอใจ
ปัญหาของการถ่ายภาพเด็กในที่แสงน้อยคือการโฟกัสไม่ทัน โฟกัสที่หน้าแป๊ปเดียว เด็กก็ก้มหน้าบ้าง หันหน้าไปทางอื่นบ้าง หรือ ลุกยืนหรือเดินไปเลยก็มี การโฟกัสแล้วค่อยขยับกล้องมาจัดองค์ประกอบภาพเป็นเรื่องที่เสี่ยงต่อการหลุดโฟกัส แถมยังต้องปรับรูรับแสงให้กว้างเพื่อให้สปีดชัตเตอร์สามารถขึ้นได้สูงที่สุดเท่าที่สภาพแสงจะอำนวย
ผมก็เลยไปยืมกล้องของเพื่อนมาตัวหนึ่ง เป็นกล้องที่มีความสามารถรองรับกับปัญหาที่ผมเจอได้เกือบทั้งหมด เร่ิมจากการโฟกัสด้วยการสัมผัสหน้าจอแล้วให้ภาพชัดทันที ตามมาด้วยการถ่ายภาพด้วยการสัมผัส ก็คือแตะหน้าจอบริเวณที่ต้องการใช้ภาพชัด กล้องก็จะโฟกัสอย่างรวดเร็วและถ่ายภาพทันที ประกอบกับการใช้เลนส์ที่ไวแสงระดับ f 1.4 ช่วยทำให้สปีตชัตเตอร์ไม่ต่ำเกินไป
กล้องตัวที่เอามาลองตัวนี้คือ olympus omd e-m5 พร้อมเลนส์ panasonic 25 f1.4 สองชิ้นนี้รวมตัวกันทำให้โอกาสที่จะได้ภาพมีสูงมาก เพราะระบบการโฟกัสแบบสัมผัสหน้าจอของกล้องทำงานได้เร็วทันใจ ภาพเด็กที่หันมาเพียงแค่เสี้ยววินาทีก็สามารถเก็บบันทึกไว้ได้
นอกจากนี้ยังมีระบบโฟกัสตามหน้าคนที่ทำให้กล้องคอยปรับระยะโฟกัสให้พอดีกับหน้าคนตลอดเวลา ทำให้การถ่ายภาพคนในสภาพแสงน้อยมีความผิดพลาดเรื่องการโฟกัสน้อยลง ยิ่งประกอบกับกล้องดิจิทัลสมัยใหม่สามารถเพิ่มความไวแสงหรือ iso ให้สูงได้มากกว่าเดิมหลายเท่า ความไวชัตเตอร์ที่ได้ก็จะสูงตามไปด้วย โอกาสได้ภาพเบลอแทบจะไม่มีเลย
ลองเล่นกล้องโพลารอยด์ fuji instax
ภาพนี้ถ่ายขอบฟ้าด้วยกล้อง fuji instax mini8 ภาพขนาด 2×3 นิ้ว แม้จะไม่ใหญ่โต แต่ก็มากพอจะให้ความสุขแก่คนถ่ายภาพได้
การถ่ายรูปโพลารอยด์ได้รับความนิยมมาตลอดหลายสิบปี แต่พอมีกล้องดิจิทัลราคาถูกให้ใช้ผู้คนก็แห่ไปเล่นกล้องดิจิทัลกัน ปล่อยให้โพลารอยด์เงียบเหงาอยู่ในโลกเล็กๆแต่เพียงลำพัง
ฟูจิทำกล้องโพลารอยด์ออกมาขายเองในช่วงก่อนกล้องฟิล์มจะเสื่อมความนิยม ราคาการถ่ายภาพหนึ่งภาพของโพลารอด์อยู่ที่ระดับประมาณ 25-30 บาทต่อภาพ แล้วแต่ว่าคุณสามารถซื้อฟิล์มได้ถูกแค่ไหน เป็นทางเลือกที่แพงมากเมื่อเทียบกับการอัดภาพจากฟิล์มภาพละ 3 บาท ในพื้นที่กลางเมืองกรุงเทพ
แต่ในปัจจุบันฟิล์มหายาก ล้างอัดยากกว่าเดิมเพราะไม่ค่อยมีร้านรับทำแล้ว โพลารอยด์ก็ค่อยๆได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น เพราะมันด่วน มันได้ภาพทันที
=================================================
เพิ่มเติม ให้ดูตอนที่ภาพค่อยๆปรากฏขึ้นหลังจากถ่าย
ทดสอบ multi function jump starter แบตสำรองสตาร์ทรถได้
รีวิว powerbank jumpstart
ทดสอบ powerbank
แบตเตอรี่เสริมสำหรับอุปกรณ์จำพวกมือถือและแท็บเบล็ตนับเป็นสิ่งจำเป็นไปเสียแล้วในยุคของอินเทอเน็ตไร้สาย เดี๋ยวนี้ใครซื้อมือถือที่เป็นสมาร์ทโฟนมักจะต้องพ่วงแบตเตอรี่เสริม หรือ powerbank อีกชิ้นหนึ่งไปด้วยกัน เพราะมือถือต่างๆเดี๋ยวนี้มีความสามารถสูง ซึ่งก็ต้องใช้พลังงานเยอะเป็นปกติ มือถืออย่าง iphone ที่ฮิตกันเกลื่อนเมืองหากจะให้ถือออกจากบ้านตอนเช้้าโดยไม่พกสายชาร์จไปด้วยจะเป็นสิ่งที่สร้างความกังวลใจให้กับผู้ใช้อย่างยิ่ง ส่วนมือถือค่ายอื่นที่ใช้ os android ยิ่งหน้าจอใหญ่ แบตยิ่งหมดเร็วเป็นเงาตามตัว
ราคาค่าตัวของแบตเสริม มีพอร์ต usb เอาไว้ใช้กับสายชาร์จนั้นมีราคาตั้งแต่ประมาณ 400 – 3000 บาท ขึ้นอยู่กับความจุของแบตเตอรี่ ผมเคยซื้อแบตเสริมอยู่รุ่นหนึ่งความจุประมาณ 5500 มิลลิแอมป์ มีหลอดไฟส่องสว่างให้ด้วย มาพร้อมสายชาร์จที่เปลี่ยนหัวได้หลากหลายเพื่อใช้กับมือถือหลายยี่ห้อ ตอนนั้นราคาประมาณ 2700 บาท ซึ่งเป็นทางเลือกที่น่าเชื่อถือที่สุดที่มีอยู่ในตลาด ถ้าเป็นรุ่นถูกๆ ราคาไม่เกินพันบาทมักจะมีความจุเพียง 2000 มิลลิแอมป์เท่านั้น ซึ่งชาร์จมือถืออย่าง iphone ได้ไม่ครบ 1 รอบด้วยซ้ำ
เวลาผ่านไปปีกว่า แบตเตอรี่เสริมหรือ powerbank สารพัดยี่ห้อออกสู่ตลาด ต่างก็ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม เพราะมือถือต่างซดพลังงานกันเยอะขึ้น ราคา powerbank เริ่มถูกลง ในขณะที่ความจุหรือกำลังไฟสูงขึ้น วันนี้เราเลยมีทางเลือกมากขึ้น ก็เลยเป็นที่มาของการทดลองใช้แบตเตอรี่เสริมตัวหนึ่งที่มีจุดเด่นที่มากกว่าการชาร์จมือถือ นั่นคือมันสามารถใช้พ่วงสตาร์ทรถยนต์ที่แบตเตอรี่หมด หรือแบตเสื่อมได้ด้วย
แบตเตอรี่เสริมที่ทดลองใช้ในครั้งนี้เป็นของนำเข้าจากเกาหลี มีชื่อเรียกว่า multifunction jump starter เป็นแบตเตอรี่เสริมที่ให้ไฟขาออกในรูปแบบพอร์ต usb กำลัง 2000 มิลลิแอมป์ มีความจุไฟอยู่มี่ 12000 มิลลิแอมป์ หมายความว่ามันสามารถจ่ายไฟต่อเนื่อง 2000 มิลลิแอมป์ที่พอร์ต usb ได้นานถึง 6 ชั่วโมง ทางผู้ผลิตระบุความสามารถของแบตเตอรี่เสริมตัวนี้เอาไว้ว่าสามารถชาร์จ iphone4 ได้ 7 รอบ ซึ่งถือว่ามากเกินพอ
การประจุหรือชาร์จไฟให้ powerbank ตัวนี้จะใช้อแด๊ปเตอร์ 12V 1A ซึ่งในกล่องมีอแด๊ปเตอร์เสียบไฟบ้าน และ เสียบกับที่จุดบุหรี่ในรถยนต์มาให้อย่างละ 1 เส้น ใช้เวลาชาร์จจากไฟหมดจนเต็มประมาณ 4 ชั่วโมง มีหลอดไฟแสดงผลปริมาณไฟที่เหลืออยู่เป็นหลอดไฟห้าระดับ
การใช้พ่วงสตาร์ทรถยนต์จะมีสายไฟเฉพาะมาให้ ปลายด้านหนึ่งเป็นแจ๊คสี่เหลี่ยมคู่ ใช้เสียบบน powerbank อีกปลายด้านหนึ่งเป็นคีมคีบสีแดงและดำเพื่อใช้คีบไปที่ขั้วแบตในรถยนต์ ที่บริเวณกลางสายพ่วงจะมีตุ่มสี่เหลี่ยมอยู่ในยางหุ้มเข้าใจว่าเป็นฟิวส์ป้องกัน ในคู่มือแนะนำว่าการพ่วงสตาร์ตรถยนต์ เมื่อสตาร์ตติดแล้ว ให้ถอดสายออกจากขั้วแบตในรถ หรือถอดสายจาก powerbank ออกภายใน 30 วินาที คาดว่าจะเป็นการป้องกันไฟวิ่งย้อนกลับจากตัวไดชาร์จหรือตัวปั่นไฟในรถมาเข้า powerbank เพื่อป้องกันความเสียหาย
การพ่วงสตาร์ตรถยนต์ได้เป็นเรื่องน่าสนใจ เพราะปกติเวลาไฟรถหมด หรือ แบตหมด แบตเสื่อม การพ่วงสตาร์ตเป็นสิ่งที่ลำบากมาก ต้องเรียกรถเพื่อนหรือรถแท๊กซี่มาจอดด้านข้าง ต้องหันหน้าให้กัน หรือหันด้านรถให้ถูกต้อง เพราะสายพ่วงสตาร์ตที่มีขายมักจะมีความยาวไม่มาก ถ้ารถไม่จอดแทบจะติดกันจะเชื่อมสายไม่ถึง ต่อให้เชื่อมสายถึงแล้ว ถ้าสายพ่วงเล็กเกินไปก็สตาร์ตรถไม่ได้อีก ใครเคยพ่วงสตาร์ตจะเข้าใจดี
การทดสอบสตาร์ตรถเลยใช้วิธีถอดสายกราวน์ออกจากแบตที่อยู่ในรถเลย เพราะแบตในรถยังไม่เสื่อมไฟยังไม่หมดเลยถอดแบตออกไปเลย แล้วใช้สายพ่วงสตาร์ตที่มากับ powerbank คีบสายแดงไปกับขั้วบวก คีบสายดำไปกับสายขั้วลบเดิม แล้วก็ทดลองสตาร์ต ผลก็คือ สตาร์ตติดจริง ถ่ายเป็นคลิปไว้ให้ดูด้วย
เครื่องมือใช้ไขน็อตขั้วแบตคือประแจเบอร์ 10 https://s.shopee.co.th/5VBH5NG3C6
มีคนรู้จักได้ซื้อไปใช้แล้วเช่นกัน และก็ได้มีการส่งข่าวกลับมา บางคนเล่าว่า ได้ใช้กับรถตัวเองทันที เครื่องยนต์เบนซิน 1600 ซีซี แบตอ่อน สตาร์ทไม่ติด ได้ลองพ่วงแล้วสตาร์ทติดในครั้งเดียวเลย และวันต่อมาเขาก็ได้ช่วยเพื่อนร่วมถนนที่มีปัญหาแบตหมด ได้ทดลองใช้กับรถคันอื่น อย่าง camry 2.0ก็สตาร์ได้ง่ายๆ บิดสตาร์ทครั้งเดียวติด
พี่อีกคนก็โทรมาเล่าให้ฟังว่า เขาตั้งใจซื้อไปใช้กับรถโตโยต้า สปอร์ตไรเดอร์ เป็นรถเครื่องยนต์ดีเซล 3000cc เป็นรถแวนรุ่นที่ปรับปรุงมาเป็นฟอร์จูนเนอร์นั่นเอง รถคันนี้น่าจะอายุเกิน 10 ปีแล้ว เป็นรถที่เขาไม่ค่อยได้ใช้ และปัจจุบันจอดตายอยู่ สตาร์ทไม่ติดเนื่องจากแบตหมด พอลองพ่วงเข้าไปก็สตาร์ทติดในครั้งเดียว พี่เขาเล่าว่า powerbank ตัวนี้ทำงานตรงใจเขามาก สรุปว่าบรรลุวัตถุประสงค์ ซื้อ powerbank ตัวนี้เพราะตั้งใจจะใช้กับรถยนต์
อัพเดท วันที่ 1 มีนาคม 2557
มีเพื่อนเอาไปทดสอบกับ bmw e46 ซีรีย์ 3 รุ่น 325i เปลี่ยนเครื่องเป็น3000ซีซี ทดลองเปิดไฟหน้าจนแบตหมด สตาร์ทไม่ติด แล้วลอง jumpstart ผลก็คือ สตาร์ทติดในครั้งเดียวครับ
อัดเดท วันที่ 4 มีนาคม 2557
เพื่อนเอาไปทดสอบกับเบนซ์ e-class e220 ปี 1996 ทดสอบโดยการเปิดไฟหน้าลดจดแบตหมด สตาร์ทไม่ติด แล้วใช้ powerbank พ่วง สามารถสตาร์ทติดได้ในครั้งเดียว
ซื้อประแจเบอร์ได้ที่นี่ ผมใช้เบอร์ 10 https://s.shopee.co.th/5VBH5NG3C6
แม่ครับมันจะกัดผมรึเปล่า
ขอบฟ้า กับ ก๋วยจั๊บ เพื่อนต่างวัย ก๋วยจั๊บอยู่บ้านมาเจ็ดปี ยังคงเป็นผู้อาศัยที่ไม่เคยบ่น ขอบฟ้าไม่ได้นอนบ้านนี้ แต่มาถึงก็เป็นเจ้าบ้าน หมาต้องหลบถ้าขอบฟ้าจะนอน ก๋วยจั๊บรู้ตัวว่าเกิดเป็นหมายังไงก็ต้องเจียมตัว บางทีก็ต้องถูกไล่ออกไปเดินเล่นนอกบ้านทั้งๆที่อยากจะเล่นกับขอบฟ้า
ตึกยาว โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
ตึกยาว ตั้งอยู่ที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย เป็นโรงเรียนเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย



















