กรอบรูปตั้งโต๊ะสุดเท่ห์จากของเหลือใช้

image

การถ่ายภาพโพลารอยด์ในยุคปัจจุบันนี้หนีไม่พ้นต้องใช้ระบบของ fuji instax mini ที่ให้ภาพขนาดเท่าบัตรเครดิต บนกล้องราคาไม่แพงมาก  ภาพเหล่านี้จะต้องซื้อ 1 กล่อง มี 10 ใบ  ถ่ายเสร็จก็เอาไปวางไว้ในลิ้นชัก บางคนติดกระเป๋าสตางค์  บางคนก็หาอัลบั้มสำหรับ fuji instax mini มาใส่ ซึ่งอัลบั้มสำหรับฟิล์มไซ้ร์นี้ก็ไม่แพงมาก  เผลอๆจะเอาสมุดใส่นามบัตรมาใส่ก็ได้ แต่มันไม่สวย

กรอบรูปสำหรับใส่ภาพขนาดบัตรเครดิตเป็นสิ่งหายากมาก ยังไม่เห็นใครขายอย่างจริงจังเลย  ก็เลยลองเอากลักฟิล์มโพลารอยด์ที่ใช้หมดแล้วมาลองใส่ภาพกลับไป ผลก็คือ มันกลายเป็นกรอบรูปสำหรับโพลารอยด์ได้อย่างน่ารักมาก  ทำให้นึกเสียดายกลักฟิล์มเก่าๆไปในบัดดล

ใครมีกลักฟิล์มเก่าๆเก็บไว้ก็ลองเอามาใส่ตั้งโต๊ะ ประดับบ้านดูกันได้นะ  มันสวยกว่ากรอบรูปอื่นๆจริงๆ

 

อาจเป็นที่มาของ imac dalmatian ก็ได้

image

error งานพิมพ์อ๊อพเซ็ท กระดาษวิ่งสองรอบ จากพื้นชมพูเรียบๆ กลายเป็นแพทเทิ้ลดวงๆ  เรียกว่ามัวเร่  เกิดเมื่อเช้า เลยทำให้นึกถึง  imac ตัวนี้ เกิดเมื่อสิบห้าปีที่แล้ว  ดีไซร์เนอร์ imac น่าจะเคยเดินเล่นในโรงพิมพ์ แล้วเห็นตัวอย่าง error เลยเอาไปใช้ออกแบบ imac (เดา)

ถ่ายสินค้าด้วยแฟลชดวงเดียว

การถ่ายภาพสินค้าเพื่อขายหรือทำโบรชัวร์มักจะต้องมีการจัดไฟระดับหนึ่งเพื่อให้ภาพดูดีและมีคุณภาพพอให้นำไปตัดต่อหรือรีทัชต่อได้ การจัดไฟแบบง่ายๆใช้ของน้อยๆเป็นทางเลือกที่เหมาะกับการเริ่มต้นธุรกิจ กล่องไฟแบบดัดแปลง แฟลช1ตัว และตัวส่งสัญญาณแฟลชแบบไร้สาย สามอย่างนี้ทำให้เราสามารถถ่ายภาพสินค้าได้อย่างมีคุณภาพแล้ว

กล่องไฟ อาศัยดัดแปลงกล่องใหญ่ๆที่พอหาได้ นำมาตัดฝาด้านขวา ด้านซ้าย และด้านบนให้เป็นช่องสี่เหลี่ยม แล้วเอากระดาษไขหรือกระดาษขาวบางๆมาติดเหมือนเป็นหน้าต่าง กระดาษขาวจะทำหน้าที่กรองแสงที่เข้าไปในกล่องให้เป็นแสงที่นุ่มนวล ในกล่องไฟให้ใช้กระดาษขาวยาวๆปูจากฝาด้านหลังสูงสุดความสูงของกล่อง แล้วปล่อยยาวลงมาด้านหน้าเพื่อให้พื้นและฉากหลังเป็นสีขาว

IMG_b0220packaging

ขาตั้งแฟลชถ้าหาไม่ได้ เอาขาตั้งไมค์ก็ไม่เสียหาย ผูกแฟลชกับขาตั้งในตำแหน่งที่สูงกว่ากล่องและยิงแสง 45 องศาไปยังกล่อง กะให้แสงจากแฟลชโดนกล่องทางด้านข้างและด้านบน แค่นี้เราก็ได้ระบบการถ่ายสินค้าที่ประหยัดแต่คุณภาพดีแล้ว

IMG_b0218packaging

ในการถ่ายภาพก็ให้ตั้งค่าสปีดของกล้องให้เร็วระดับที่ทำงานกับแฟลชได้ทัน ส่วนมากจะทำได้ที่ระดับ 1/125 วินาที รูรับแสงก็ให้ตั้งค่าประมาณ f11 isoให้เร่ิมที่ 400 ไว้ก่อน กล่องสมัยใหม่มักจะทำงานที่ iso400 ได้โดยไม่เห็นน้อยส์มากวนใจแล้ว ตั้งค่าความแรงของแสงแฟลชให้ได้ความสว่างที่พอกับรูรับแสง ถ้าตัวแฟลชแบ่งระดับไฟไม่ได้ ก็ให้ใช้วิธีตั้งแฟลชให้ห่างกล่องหรือให้ใกล้กล่องเพื่อควบคุมความสว่างของแสงในภาพ แต่การใช้แฟลชที่แบ่งแรงดันหรือระดับความแรงได้จะทำให้เราสะดวกมากที่สุด เพราะหากเราตั้งค่ายิงแสงแฟลช 100% ทุกภาพ แฟลชจะต้องใช้เวลาชาร์จไฟหลายวินาที อาจทำให้การทำงานของเราเสียเวลาและอารมณ์ทำงานสะดุดได้ แต่ถ้าเราตั้งความแรงของแฟลชได้ที่ 1/4 หรือ 25% จะทำให้เราสามารถถ่ายภาพซ้ำได้หลายภาพติดต่อกัน ถ่ายมุมนี้แล้วเปลี่ยนไปถ่ายอีกมุมได้ทันที เพราะกำลังไฟในแฟลชยังเพียงพอต่อการยิ่งแสงซ้ำๆหลายครั้ง

Wutthichai Charoenburi shared a Flickr photo with you.

image

Wutthichai Charoenburi shared a photo with you from the Flickr app! Check it out:

วิธีจัดไฟถ่ายพระเครื่องแบบอนาถา

จัดแสงถ่ายแหวนแต่งงาน

เมื่อสมัยหัดถ่ายรูปใหม่ๆ เวลาเจอภาพสวยๆก็จะทึ่งในความเก่งกาจของช่างภาพ  ยิ่งหากเป็นการจัดแสงด้วยแฟลชแล้วยิ่งทำให้รู้สึกว่าทำยังไงถึงจะฝึกฝนให้ได้ระดับนั้น  แต่พอหัดถ่ายมากขึ้นมีความรู้พื้ันฐานเกี่ยวกับการถ่ายภาพลักษณะต่างๆแล้ว ก็ทำให้เราพอจะแกะรอยของแสงต่างๆได้  ก็เลยถือโอกาสถ่ายแหวนแต่งงานด้วยเทคนิคที่คาดว่าจะทำให้ได้ภาพแบบที่ต้องการ

DSCF1394 นี่คือภาพที่ต้องการ เบื้องหลังก็คือ ต้องจัดแสงให้ตัวแหวนเกิดเขาแข็งๆ ไม่ใช่แสงแฟลชนุ่มๆแบบที่ใช้ถ่ายภาพคน แฟลชที่ใช้กับภาพนี้ก็เลยเลือกที่จะใช้แฟลชยิงเข้าหาแหวนและหนังสือโดยตรง เพื่อให้แสงแข็งๆทำมุมเอียงๆให้เกิดเงาแข็งเป็นเส้นดำชัดเจน DSCF1384

ปรับตั้งค่ากล้องให้มีค่ารูรับแสงกลางๆ และค่าความไวชัตเตอรสูงๆเข้าไว้เท่าที่จะทำงานทันกับแฟลชของเรา ค่าแสงแฟลชจะทำให้พื้นที่ของหนังสือและแหวนได้รับแสงพอดี ภาพจากบรรยากาศจะมืดดำและมีส่งผลต่อภาพของเราเลย

DSCF1395

เมื่อถ่ายในมุมห่างๆเพื่อให้เห็นว่าทุกอย่างทำงานอย่างไร แสงพอดีที่สมุดเป็นอย่างไร และสภาพบรรยากาศที่มืดดำไปเพราะความไวชัตเตอร์สูงๆเป็นอย่างไร เมื่อได้สภาพแสงที่ต้องการแล้ว ก็จัดองค์ประกอบใหม่โดยไม่เปลี่ยนแปลงค่าแสงแฟลช และไม่เปลี่ยนแปลงค่ารูรับแสงและไม่เปลี่ยนความไวชัตเตอร์

เปลี่ยนยางฮอนด้าฟรีด กิโลเมตรที่ 155478

เปลี่ยนยางมาครับ kumho KH17 195-60-15 เส้นละ 1300 บาท
ไม่รู้ว่าดีหรือไม่ดี ทางร้านบอกว่า ของดีราคาถูก ลองหาในเน็ตแล้วไม่เจอคนด่า เลยลองเปลี่ยนดูครับ สัมผัสแรกรถนิ่มทันทีเลย ยังไม่รู้ว่าขับเร็วแล้วเป็นไงเหมือนกัน ยางชุดที่แล้วปี 2012 ครับ ใช้นานลืมเปลี่ยน เห็นอีกทียางหน้าแทบโล้น

12828944_10154081898369214_7711637674730627903_o
774916_10154081897569214_5966824897667852801_o
10262012_10154089607059214_2633770360092815158_n(1)

กระเตงลูกเที่ยวญี่ปุ่น ตอนที่ 3 นิกโก้ โตเกียว

กระเตงลูกเที่ยวญี่ปุ่น ตอนที่ 1 โยโกฮาม่า นิกโก้

กระเตงลูกเที่ยวญี่ปุ่น ตอนที่ 2 นิกโก้ สูงๆหนาวๆ

กระเตงลูกเที่ยวญี่ปุ่น ตอนที่ 3 นิกโก้ โตเกียว

 

เช้าวันต่อมาเราขึ้นรถเมลไปเที่ยวเมืองโบราณของนิกโก้ รถเมลแบบวันเวย์พาเราไปยังจุดท่องเที่ยว รถมาทุก 20 นาทีโดยประมาณ  เราแวะจุดแรกเป็นเมืองโบราณมีวัดอยู่ภายใน ผมจำชื่อไม่ได้เลย ถ่ายรูปไว้นิดหน่อย  เราเดินเล่นที่นี่อยู่พักใหญ่แล้วก็ตัดสินใจว่าจะไม่ไปไหนต่อ นั่งรถออกจากนิกโก้เลยเพื่อให้เราทำเวลาไปถึงโตเกียวได้ทันก่อนค่ำ  เพราะการเดินทางพร้อมเด็กเป็นเรื่องที่ทำเวลาได้ลำบากมาก  การผ่านสองวันแรกที่เราเหนื่อยแสนเหนื่อยทำให้เราตัดโปรแกรมหลายๆอย่างออก

IMG_9294

วัดโบราณในเมืองโบราณของนิกโก้  ถ้าเทียบกับเมืองไทยก็จะประมาณวัดเก่าแก่ของท้องถิ่น มีนักท่องเที่ยวแวะมาตลอดเวลาทั้งคนญี่ปุ่นเองและชาวต่างประเทศ  สังเกตุว่าจะมีวัยกลางคนไปถึงคนแก่เยอะหน่อย  พวกวัยรุ่นหรือวัยนักเรียนจะไม่ค่อยมี  อาจจะเพราะการเดินทางมาวัดไม่ได้สะดวกแบบรถไฟฟ้ามาถึง ต้องนั่งรถเมล์หรือรถส่วนตัวเท่านั้น  ส่วนเด็กๆที่มาแบบทัศนศึกษากับโรงเรียนก็จะพบเห็นเรื่อยๆ

 

IMG_9299

ที่นี่เสียค่าเข้าสถานที่นิดหน่อย แต่เราเลือกจะไม่เข้าเพราะเด็กไม่สนใจความเป็นมา อยากวิ่งเล่น อยากขึ้นลงบันไดมากกว่า   ถือโอกาสถ่ายคู่กับตู้ไปรษณีย์ด้วย  ภาษาญี่ปุ่นอ่านไม่ออก แต่ก็เดาว่าคงบอกว่าที่นี่คือที่ไหน

IMG_9326

 

อุณหภูมิตอนสายๆใกล้เที่ยงก็สูงขึ้นจนอยู่ในระดับที่เดินสบายๆไม่ร้อนไม่หนาว  เป็นความเย็นระดับสบายตัว  น่าอิจฉาคนที่ได้อยู่ในสภาพอากาศแบบนี้จริงๆเลย  ในบางครั้งผมรู้สึกว่า การออกแบบเครื่องเสียงในพื้ันที่อากาศเย็นทำให้เราสามารถออกแบบได้ดีกว่าสภาพร้อนที่ต้องเปิดแอร์  การฟังเพลง หรือการวิเคราะห์เครื่องเสียงในห้องเย็นๆที่ไม่ต้องเปิดแอร์ทำให้เราไม่ต้องฟังเสียงน้อยส์จากลมแอร์  ทำให้เราได้ยินเสียงเล็กๆน้อยๆ ในเครื่องเสียงอย่างชัดเจน  อะไรดี อะไรไม่ดี เครื่องมีสัญญาณรบกวนระดับต่ำๆไหม เราจะได้ยินแทบทั้งหมด  เพราะไม่มีเสียงแอร์มารบกวนนั่นเอง

 

IMG_9336 IMG_9335

ป้ายรถเมล์ในแหล่งท่องเที่ยวก็ไม่ต่างจากบ้านเรามากนัก เป็นป้ายแสดงตำแหน่งรอให้คนมาต่อคิว  แต่ดีกว่าบ้านเราก็ตรงที่รถเมล์มาแทบจะตรงเวลานับเป็นการรอรถเมล์ที่น่าทึ่งมากๆ  ทำไมถึงตรงเวลาขนาดนี้

 

IMG_9338

IMG_9341

รถไฟเกรดธรรมดา วิ่งประมาณชั่วโมงกว่า สนุกตั้งแต่ขึ้นรถ แล้วก็ทะยอยหมดแรงไปทีละคน ขอบฟ้าจะสนุกและคุ้มกว่าทุกคน เพราะได้อีในรถไฟด้วย ส้วมในรถไฟญี่ปุ่นสะอาดแต่ไม่ใช่โถชักโครก  เป็นหลุมเหมือนส้วมซึมที่กดน้ำให้ไหลทำความสะอาดได้  แต่ไม่มีที่ฉีดน้ำ  ต้องใช้กระดาษเท่านั้น  เป็นประสบการณ์ส้วมที่ตื่นเต้นมาก

 

IMG_9352

IMG_9363

เราถึงโตเกียวแบบทุกลักทุเล กระเป๋าใบใหญ่ใช้บริการขนส่งมาแล้วล่วงหน้า กระเป๋าใบเล็กที่หอบไหวกับลูกแสนซนก็ปุเรงปุเรงกันมันจนถึงโรงแรมในโตเกียว  ที่จุดเช็คอินมีอมยิ้มแจกเด็กให้รู้สึกดี  โรงแรมแห่งนี้อยู่ใจกลางเมือง รอบๆมีแต่ห้างและตึกสูง เป็นชีวิตเมืองหลวงแท้จริง

 

IMG_9369

IMG_9387

พอเข้าที่พักเรียบร้อย ตั้งสติได้ก็เดินไปกินมื้อเย็น  ระหว่างทางผ่านจุดสนใจหลายจุด ตึกรามบ้านช่องอลังการใหญ่โต เลนรถยนต์ รถเมล รถไฟขวักไขว่กันหน้าปวดหัว  สถานีรถไฟมีทั้งลอยอยู่บนหัวและใต้ดิน ถ้าใครนัดผมแถวนี้ รับรองไม่เจอกัน  ขอบฟ้าได้รถไฟของเล่นเพิ่มอีก 1 ชิ้น ถือเล่นกันมาตั้งแต่สถานีนิกโก้ และเล่นต่อในโตเกียวอีก  รถไฟคันนี้อยู่ในความทรงจำขอบฟ้าหลายวัน แม้กลับเมืองไทยแล้วก็ยังเล่นอีกเป็นเดือน  ร้านอาหารญี่ปุ่นในห้าง เราแวะกันกันอิ่มหนำสำราญ มื้อนี้ก็ยังไม่เจอปลาดิบ  แวะเดินห้างอีกสองชั่วโมง หมดวัน หมดแรง เดินกลับโรงแรมตอนมืดๆ  ผู้คนมากมายออกมาเดินเล่นกันยังกับมีเทศกลางปิดถนนคนเดิน  แต่มันเป็นเหตุการณ์ปกติที่เกิดขึ้นทุกวันของญี่ปุ่น

 

IMG_9395

กระเตงลูกเที่ยวญี่ปุ่น ตอนที่ 1 โยโกฮาม่า นิกโก้

กระเตงลูกเที่ยวญี่ปุ่น ตอนที่ 2 นิกโก้ สูงๆหนาวๆ

กระเตงลูกเที่ยวญี่ปุ่น ตอนที่ 3 นิกโก้ โตเกียว

วิธีใช้ความรู้ที่ได้จาก BNI (ภาค1)

ผมเป็นสมาชิกของ BNI มา 3 ปีเต็มๆ เข้าสู่ปีที่ 4 แบบมึนงง  เราอยู่กับสังคมแห่งนี้มานาน  โดยผลลัพธ์ที่ได้จากคนในกลุ่มนี้มีไม่มากอย่างที่คาดหวัง  แต่สิ่งที่ได้จาก BNI คือความรู้ติดตัว ความรู้ในการพัฒนา connection เพื่อพาให้ธุรกิจของเราเป็นไปตามแผน  นั่นคือ หากเราไม่มีแผน เราไม่มีผลลัพธ์  ถ้าเรามีแผน เราจะมีวิธีการ มีเครื่องมือ และมีผลลัพธ์

ผลลัพธ์ที่ BNI จะสร้างให้เราได้ก็คือ ทำให้เราสามารถเข้าไปพูดคุยเพื่อนำเสนอสิ่งที่เราอยากขาย ให้กับ ว่าที่ลูกค้าแบบที่จะไม่โดนเมินหน้าหนีแบบคนแปลกหน้า  นอกจากโอกาสการพบคนที่เราอยากพบที่มากขึ้นแล้ว ยังเปลี่ยนวิธีการพูดคุยธุรกิจของเราต่อคนรอบข้างอย่างเด่นชัด  นั่นคือ เราจะมีคำถามติดตัวหลายรูปแบบที่ถามคู่สนทนาแล้วจะทำให้เรามีเรื่องคุยกันต่อ  คำถามเหล่านั้นคือ  “ธุรกิจของคุณมองหาอะไร”  “คุณผ่านวิกฤตทางธุรกิจมาได้อย่างไร”  “งานนี้ใช่ของคุณหรือเปล่า”  “คนที่ผมรู้จักเขามีประโยชน์ต่อธุรกิจของคุณไหม”  คำถามเหล่านี้จะนำมามาซึ่งคำตอบหลากหลาย  ทำให้เกิดการสนทนาที่นำไปสู่ความไว้วางใจที่มากขึ้นระหว่างคนถามและคนตอบ

ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน ผมเป็นคนที่เลิกหวังกับผลลัพธ์ที่ได้จาก BNI เพราะเราเป็นคนที่ไม่ได้มีเวลาเข้าสังคมอย่างมากพอแบบคนที่เขาทุ่มเทให้กับระบบ BNI อย่างจริงจัง  การเป็นตัวจี๊ดในระบบใดระบบหนึ่งมันจะให้ผลที่หรูเริศในแบบที่คนส่วนใหญ่จะไม่เคยได้  ความเชื่อของผมที่มีมาตลอดก็คือ ต้องมีคนสักคนหนึ่งที่ทำงานและทุ่มเทมากกว่าคนอื่นเสมอและคนนั้นจะเป็นคนที่ได้ผลลัพธ์  เหมือนนักฟุตบอลอย่างเวนรูนี่ของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด  โรนัลโด้ของเรียลมาริด  เมสซี่แห่งบาเซโลน่า  ไมเคิลโอเว่นจากลิเวอร์พูล(รายนี้เก่าไปหน่อยแต่ก็เป็นตัวจี๊ดสร้างชื่อในยุคของเขา)

คำว่าทำตามระบบที่เราเคยเข้าใจนั้น เป็นการใช้เวลากับระบบอย่างมหาศาล คนที่เป็นประธาน เป็นรองประธาน เป็นเลขาในกลุ่ม หรือแม้แต่ตัวจี๊ดบางคนที่ดูมีเวลาเหลือเฟือ ก็ต่างใช้เวลาร่วมประชุม ร่วมพูดคุยกันอย่างยาวนาน  ชั่วโมงการประชุมอย่างเป็นทางการสัปดาห์ละ สองชั่วโมง ยังต้องต่อด้วยการประชุมนอกรอบ  มีประชุมจากส่วนกลางอีกหลายโปรแกรมต่อเดือน  และยังต้องต่อด้วยการส้งสรรค์ร่วมกันเพื่อสร้างความสนิทนสนม เช่น เล่นกีฬา ร่วมกิจกรรมอื่นๆใดๆอีกพอสมควร  ความสัมพันธ์ถึงจะเกิด และความไว้วางใจจะตามมา และสุดท้ายคือ โอกาสทางธุรกิจที่มากขึ้น  คนเวลาน้อยอย่างผมได้แต่มองตาปริบๆ  แม้ว่าเราจะเข้าใจว่าการใช้เวลาร่วมกันมันเป็นเส้นทางพาไปสู่ความไว้วางใจซึ่งเป็นด่านแรกของธุรกิจ  แต่เราก็ไม่ได้มีเวลาขนาดนั้น

ผมรับหน้าที่ NEC ในระบบของ BNI คือเป็นคนที่ทำหน้าที่หาเรื่องน่ารู้มาเล่าให้ฟังในห้องประชุม  เป็นคนที่จะโมติเวทหรือพูดให้กำลังใจด้วยความรู้ที่ค้นหามาจากคลังความรู้ของ BNI พูดไปก็ดูคล้ายๆกับเป็นขงเบ้งของกลุ่ม ดูเป็นมันสมอง ดูแล้วมีความเท่ห์ให้เอาไว้โม้กับเพื่อนฝูงได้บ้าง  ซึ่งผมก็ทำได้พอสมควรในระดับนักธุรกิจสิ่งพิมพ์ที่ไม่ได้มีอาชีพเป็นนักพูด  มีสมาชิกหลายคนวิจารณ์ว่าเนื้อหาที่ผมนำเสนอเป็นเรื่องน่ารู้และนำไปปฏิบัติได้ดี ซึ่งมันไม่ใช่ความสามารถของผม แต่เป็นผลของการตกผลึกของผู้ก่อตั้ง BNI ที่เอาประสบการณ์มาเขียนเป็นเรื่องน่ารู้  แต่ท้ายที่สุด ผมเองกลับเป็นคนที่ไม่มีผลลัพธ์ทางธุรกิจในระดับที่คุ้มค่าคุ้มเวลาเมื่อเทียบกับ 50 สัปดาห์ที่ต้องมาประชุม

จนกระทั่ง มาถึงเมื่อสองวันที่แล้ว ที่ผมขอให้เพื่อนช่วยนัดพบนักเขียนท่านหนึ่ง  ด้วยเหตุผลว่าผมมีความใฝ่ฝันเรื่องหนึ่งคือมีนิตยสารของตัวเอง ความฝันที่ปราศจากการลงมือทำมันเรียกว่าความเพ้อฝัน  ผมรู้ดีว่าผมเพ้อฝันมาเป็นสิบปี  จนหลายอาทิตย์ก่อนผมขอให้เพื่อนช่วยนัดนักเขียนให้หน่อย เพราะผมตัดสินใจลงมือทำแล้ว อยากเปลี่ยนภาพฝันให้กลายเป็นภาพจริง อยากมีประวัติที่ประสบความสำเร็จเป็นของตัวเอง ไม่อยากอ่านเรื่องความสำเร็จของบุคคลเก่งๆคนอื่นแล้วเพราะอ่านมาเยอะจนตั้งคำถามว่า เมื่อไหร่จะเป็นเรื่องของเราเองสักที

พอมีเป้าหมาย ก็เริ่มวางแผน การไปสู่เป้าหมายของผมต้องใช้ใครบ้าง ต้องใช้คนในอาชีพไหนบ้าง ผมก็เลยฟอร์มทีมกับเพื่อนคนหนึ่ง แล้วให้เขาช่วยติดต่อกับนักเขียนที่เขารู้จักว่าสามารถทำงานนิตยสารได้  ในที่สุดผมก็ได้นัดพบและพูดคุยกับนักเขียนที่เพื่อนช่วยคัดกรองมาให้  ขบวนการขอให้เพื่อนช่วยเชื่อมผมกับนักเขียนนี่แหละคือความรู้ของ BNI คือ เราต้องเป็นคนที่เพื่อนเราไว้ใจ  และเราไว้ใจเพื่อน  และเราร้องขอจากเพื่อนให้ช่วยแนะนำนักเขียนให้หน่อย  เพื่อนก็ช่วยมองหาและเลือกมาให้  ในหนึ่งชั่วโมงที่ผมได้คุยกับนักเขียน ผมรู้ได้ทันทีเลยว่า นักเขียนคนนี้ยุ่งมาก เวลาน้อย และมีศักยภาพที่พอจะทำงานเขียนกับผมได้  และที่สำคัญ เขารับนัดเจอผมเพราะเพื่อน  นี่คือส่วนเล็กๆของการใช้ความรู้ที่ได้จาก BNI นั่นคือความรู้ของการจัดการกับ connection การร้องขอเป็น profitability ที่ ต้องมี visibility + creditability ประกอบ นี่เป็นเรื่องราวที่ BNI พยายามถ่ายทอด

หนังสือที่ผมจะทำจะต้องวางตลาดในชุมชนแห่งหนึ่ง ผมรู้ว่าทีมของเราจะต้องคุยกับคนที่ดูแลชุมชนแห่งนั้น  ความรู้เรื่อง connection  ก็ทำให้เราวางแผนเข้าหากลุ่มคนเหล่านั้นแบบมีเส้นสาย  คือ จะต้องมีคนกลางคนหนึ่งที่ชุมชนแห่งนั้นไว้ใจ เชื่อใจ เป็นคนกลางที่รู้จักชุมชนนั้นเป็นอย่างดี เป็นคนที่จะพาทีมของผมเข้าไปหาเพื่อแนะนำตัวและบอกเล่าเกี่ยวกับโปรเจ็คที่เราอยากเสนอ  คนกลางนี่คือคนที่จะเชื่อมเรากับเป้าหมาย  ความรู้ของ BNI ทำให้เราวิเคราะห์หาคนกลางว่า คนกลางนี้คือใคร  และได้คำตอบว่า คนกลางน่าจะเป็น ซัพพลายเออร์ที่ทำงานให้ชุมชนแห่งนี้  อาชีพอะไรที่ทำงานให้ชุมชนแห่งนี้  ก็จดรายชื่อออกมาได้ว่า คนบำบัดน้ำเสีย คนเดินไฟ คนติดตั้งอินเทอเน็ต ร้านอาหารใกล้ๆชุมชนหรือในชุมชนแห่งนั้น  คนขายเฟอร์นิเจอร์วัสดุก่อสร้าง  คนล้างแอร์ในชุมชน

ด้วยสถิติของการพบผู้คนที่ BNI เคยมี เราถามหาคนที่สนใจคุยกับเรา 10 คน จะมีคนสนใจฟังสัก 3 คน และมีคนตกลงเพียง 1 คน  ก็คือผลตอบลัพธ์ประมาณ 10%  แปลว่า ถ้าเราอยากจะหาคนกลางที่ช่วยเราพาเข้าหาเป้าหมายได้ เราต้องหาคนกลางสัก 10 คน  แล้วทดลองพูดคุยกับเขา ขอร้องเขาให้ช่วยแนะนำเราเข้าไป

หากเป็นปีที่แล้ว ผมคงจะร้องขอกับสมาชิกในกลุ่มว่า ผมอยากรู้จักเจ้าของชุมชนแห่งนั้น  ซึ่งตลอดเวลาที่ผมเคยร้องขอ ผมไม่เคยเข้าถึงเจ้าของชุมชนหรือตัวบุคคลในเป้าหมายเลย  ผมเคยร้องขอเจ้าของโรงแรม  เคยร้องขอเจ้าของโรงพยาบาล ซึ่งทั้งหมด ไม่เคยมีผลตอบรับ  มันเป็นสาเหตุเล็กๆที่สะสมให้ผมเริ่มหมดความคาดหวังจาก BNI  แต่เมื่อเราได้ฉุกคิดและทดลองทำใหม่  เราเปลี่ยนการร้องหาเป้าหมาย เป็นคนข้างตัวของเป้าหมาย ก็คือซัพพลายเออร์ของเป้าหมาย  แบบนี้เรารู้สึกง่ายขึ้นทันที  …. (ต่อภาค2)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ดูขอบฟ้าเล่นเป็นดีเจ

ขอบฟ้าได้ของเล่นใหม่เป็นเครื่องเปิดเพลง ร้องเพลง ส่งเสียงเอฟเฟ็คได้ วันนี้เป็นดีเจ พรุ่งนี้อาจได้เป็นผู้ว่ากทม.นะครับ

กล้องในมือถือ เชื่อถือไม่ได้

ในงานพิมพ์ตัวหนึ่งที่ลูกค้าได้พูดคุยกับดีไซร์เนอร์  และดีไซร์เนอร์ก็ได้ถ่ายภาพสมุดสีแพนโทนให้ลูกค้าดูสี แล้วทำการเลือกค่าสีที่ถูกใจ  เมื่อเลือกได้แล้ว ดีไซร์เนอร์ก็ส่งภาพถ่ายมาให้โรงพิมพ์  พร้อมทั้งแจ้งว่าลูกค้าเลือกสีเบอร์ใด  ซึ่งสรุปกันว่าเลือกสี 435U ด้วยเหตุผลว่าเป็นค่าสีเทาที่ไม่ค่อยอมเหลืองมากนัก

2016-01-01_12-23-55

ดูจากภาพที่ดีไซร์เนอร์ส่งมา  โรงพิมพ์ก็จัดการเตรียมพิมพ์งาน  แล้วในขั้นตอนการเลือกค่าสีไปบอกช่างให้ผสมสีตามตัวอย่าง ก็เห็นว่า สีที่ลูกค้าเลือกยังคงอมเหลืองอยู่  เพราะโรงพิมพ์ตรวจค่าสีจากสมุดแพนโทน  ซึ่งลูกค้าปลายทางไม่ได้เห็นสมุดสีตัวจริง  แต่เห็นจากภาพถ่ายที่ดีไซร์เนอร์ถ่ายด้วยโทรศัพท์มือถือให้  ก็เลยเริ่มรู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติแน่นอน

 

หลังจากโทรคุยกับดีไซร์เนอร์เรียบร้อยแล้วว่าสีที่ลูกค้าเลือกนั้นยังคงเป็นสีที่ผิด เพราะมันอมสีเหลืองชัดเจนมาก  ทางดีไซร์เนอร์ก็ยืนยันว่าเลือกมาอย่างดีแล้ว  ทำให้ฉุกคิดไปว่า มือถือถ่ายภาพแล้วให้สีเทาไม่ตรงกับความเป็นจริง  ก็เลยสั่งหยุดทุกอย่างเสียก่อนเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายแล้วเริ่มหาเหตุผลที่สีไม่ตรงกับที่ต้องการ

 

สิ่งน่าสงสัยก็คือ โทรศัพท์ถ่ายภาพแล้วสีเพี้ยน ทำให้ทุกอย่างผิดพลาด  ลูกค้าเห็นสีที่เพี้ยน แล้วเข้าใจว่าสีถูกต้อง  แบบนี้ทำให้งานไม่จบแน่นอน  เพราะงานพิมพ์จริงจะสีไม่เหมือนหน้าจอแน่นอน  เลยตัดสินใจถ่ายภาพสมุดสีให้ดีไซร์เนอร์ดูอีกครั้ง  พอลองถ่ายเองด้วยแท็ปเบล็ตก็ปรากฏว่า สีของตัวอย่างออกมาเหมือนของดีไซร์เนอร์เลย  เลยทำให้เข้าใจได้ว่า มือถือและแท็ปเบล็ตต่างก็ถ่ายแล้วสีเพี้ยนทั้งคู๋  เลยเปลี่ยนไปใช้กล้องตัวใหญ่ cano eos m พร้อมเลนส์ 22f2 ที่เป็นกล้องคุณภาพระดับ DSLR ซึ่งน่าจะเก็บรายละเอียดสีต่างๆได้ดีโดยความเพี้ยนต่ำกว่ามือถือ

IMG_9935.JPG

และมันก็เป็นจริง  ภาพจากกล้อง eos m สามารถถ่ายทอดความแตกต่างของสีได้ ระหว่างสีที่ผิดกับสีที่ควรจะเป็นถูกถ่ายออกมาแล้วได้คนละสี สามารถแยกแยะได้เป็นอย่างดี ค่าสีที่เลือกครั้งแรกกลายเป็นสีอมม่วง อมเหลืองมากกว่าปกติ แต่สีที่ลูกค้าอยากได้คือสีเทา งานนี้ทำให้เราค้นพบว่า กล้องมือถือเชื่อไม่ได้ ส่งภาพที่สีต่างกันให้ดีไซร์เนอร์ดู สักพักดีไซร์เนอร์ก็คอนเฟิร์มตามสีที่โรงพิมพ์เลือกให้

พาลูกเที่ยวสวนรถไฟ

ในวันหยุดสุดสัปดาห์ พวกเราหาที่เที่ยวกันในกรุงเทพ แบบที่มีกิจกรรมให้ลูกวัยสามขวบได้ทำ ขณะที่เป็นบรรยากาศแปลกใหม่กว่าการเดินห้างแถวบ้าน  ก็เลยได้ไอเดียว่าจะไปสวนรถไฟกัน

 

สวนรถไฟเป็นสวนสาธารณะที่อยู่ติดกับสวนจตุจักร  สวนจตุจักรที่กล่าวถึงจะเป็นสวนสาธารณะ ไม่ใช่ตลาดขายของ  ตัวสวนรถไฟจะมีลักษณะเฉพาะที่หาไม่ได้จากสวนสาธารณะอื่นๆคือ มีเลนส์สำหรับขี่จักรยาน และมีสวนผีเสื้ออยู่ภายในด้วย  ซึ่งก็เป็นสิ่งที่เราอยากจะพาลูกไปสัมผัสนั่นเอง

 

เราออกเดินทางจากบ้านย่านบางขุนนนท์ตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า เพื่อเดินทางไปสวนรถไฟ  ใช้เวลาเดินทางประมาณสามสิบนาทีไม่นับตอนหลงทาง  จักรยานแม่บ้านคันเดิมที่ขับเล่นกับขอบฟ้ามาตลอดสองปีก็แบกใส่รถมาด้วย  รถฮอนด้าฟรีดเป็นรถที่สามารถบรรทุกจักรยานทั้งคันได้โดยไม่ต้องพับ ไม่ต้องถอดล้อ  เพราะจักรยานไม่แพงด้วย ไม่ได้ออกแบบมาให้ถอดล้อได้ง่ายๆ  เราได้กินข้าวเช้าที่ด้านข้างสวนรถไฟซึ่งมีร้านอาหารเปิดขายอยู๋สักสามร้าน  เรากินเกาเหลาเลือดหมู โจ๊ก ข้าวต้มเครื่อง ซึ่งเมนูเหล่านี้เหมาะกับเด็กเช่นกัน

 

หลังจากกินมื้อเช้าอิ่มแล้วเราก็เริ่มเที่ยวสวนสาธารณะกัน  พาขอบฟ้าขี่จักรยานหนึ่งรอบ แล้วก็มาแวะเล่นสนามเด็กเล่นต่อ  ตอนขี่จักรยานก็เป็นช่วงที่สนุกสนาน  แต่มีเรื่องน่าเบื่อคือ จักรยานคันอื่นที่มาขี่เล่น มาแบบเต็มยศ เสื้อผ้า หมวก รองเท้า และความเร็วที่สูงกว่าจักรยานแม่บ้าน ทำให้เรารู้สึกว่า เรากับลูกไม่ปลอดภัยเลย  แต่ก็ผ่านไปด้วยดี  ไม่ทะเลาะกับใคร

IMG_9961.JPG

สนามเด็กเล่นในสวนรถไฟมีหลายจุด  แต่ละจุดมีขนาดไม่เท่ากัน  บางจุดที่ขอบฟ้าไปเล่นก็มีร่องรอยความเสื่อมโทรมของอุปกรณ์ให้เห็น  สไลเดอร์มีรอยแตก  เหล็กขึ้นสนิมบ้าง  รวมไปถึงมีขี้หมาบางกองให้ดมเล่นด้วย  แต่เด็กก็ยังสนุกได้ไม่มีปัญหา

 

จากสนามเด็กเล่นก็มาต่อสวนผีเสื้อ  ซึ่งที่นี่ ทำเป็นพื้นที่เฉพาะ มีตาข่ายกั้นเอาไว้กันผีเสื้อหนี  ปริมาณผีเสื้อไม่หนาแน่นมาก  มีบอร์ดอธิบายเล็กน้อยว่าผีเสื้อพันธ์ุไหนหน้าตาเป็นอย่างไร  ในพื้นที่สวนผีเสื้อใช้เวลาเดินประมาณ 10 นาทีก็ทั่ว  แต่ถ้าหยุดดู หยุดเฝ้ารอผีเสื้อมาเกาะใกล้ๆมือก็อาจจะใช้เวลานานขึ้น

IMG_9972.JPG

กล้อง eos m กับเลนส์ 22f2 โฟกัสช้ามาแต่ไหนแต่ไร จะถ่ายเด็กก็ยากแล้ว ถ่ายผีเสื้อก็ยางยิ่งขึ้นไปอีก อาศัยผีเสื้อบางตัวดูแก่ๆบินน้อย เกาะนานหน่อยก็พอจะมีภาพผีเสื้อบ้าง แต่เด็กที่เฝ้าดูผีเสื้ออยู่ กว่าจะได้ภาพชัดเท่าที่พอใจ ก็ถ่ายแบบวืดวาดไปหลายที

IMG_9976.JPG

กรุงเทพมีสวนสาธารณะหลายแห่ง ให้ความรื่นรมย์และให้ความสนุกสนานแก่เด็กได้อย่างเพียงพอ ขอขอบคุณผู้เกี่ยวข้องทั้งหลายที่พยายามทำสิ่งเหล่านี้ให้คงอยู่ เด็กเป็นอนาคตของชาติ ทรัพยากรที่ทุ่มเทให้เด็กก็ควรจะเต็มที่ สิ่งที่จะขอให้ทำเพิ่มขึ้นก็คือ บำรุงสถานที่ให้ได้คุณภาพที่ดีเหมือนวันที่เปิดให้บริการใหม่ๆ อะไรที่เก่าก็ซ่อมแซมเปลี่ยนออก หมาแมวจรจัดพาออกไปอยู่ที่อื่นให้เรียบร้อยเพื่อไม่ให้มีกองขึ้หมาข้างๆสไลเดอร์ คนจรจัดที่สร้างปัญหา กองทรายกับกลิ่นฉี่มันเกินทน

IMG_9985.JPG

 

พาลูกไปปีนหน้าผา