ถ่ายภาพพรีเว้ดดิ้ง pre wedding คุณน้อยหน่า

ภาพถ่ายพรีเว้ดดิ้ง ของคุณน้อยหน่า  แต่งหน้าทำผมเสื้อผ้าเจ้าสาวและเจ้าบ่าวเตรียมการกันเอง และพาลูกน้อยน่ารักสองคนติดตามมาถ่ายด้วย  การถ่ายก็สนุกสนานและได้ภาพที่ผมพอใจ  ผมถ่ายภาพเด็กเก่งมากในเวลานี้  เพราะฝึกฝนถ่ายรูปลูกของตัวเองมาตลอดหลายปี

ลักษณะภาพอยากได้ความเป็นธรรมชาติ เป็นตัวตนจริงๆ  ไม่ฟุ้ง ไม่ฝัน  และเป็นโมเมนต์ที่อบอุ่น มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า  ต้องเป็นตาช่างภาพเท่านั้น สองวรรคหลังนี้ผมคิดเอง

IMG_5929

 

IMG_5936

 

IMG_5954

 

IMG_5984

 

IMG_6025

 

IMG_6054

 

IMG_6173

 

IMG_6206

 

IMG_6218

 

IMG_6228

 

IMG_6244

 

IMG_6286

 

ก่อนจะเริ่มถ่ายภาพ ก็ได้วางแผนกันไว้ว่าจะถ่ายภาพที่ร้านอาหารที่ทางคุณน้อยหน่าจองไว้จัดงาน  ซึ่งเป็นร้านอาหารที่มีพื้นที่สวยและมีที่ว่างมากพอจะถ่ายได้  แต่ก็ติดปัญหาว่า ร้านอาหารคนแน่นตลอด  การจะไปถ่ายภาพสัก 1-2 ชั่วโมงเป็นสิ่งที่ทำไม่ได้เลย  เลยต้องหาทางเลือกที่สองคือถ่ายที่อื่น ซึ่งเราต้องมาเลือกกัน

มีไอเดียไปถ่ายภาพที่ร้านกาแฟสวยๆ  หาข้อมูลรีวิวร้านกาแฟสวยๆที่พอจะถ่ายรูปได้  หลายร้านก็ดูจะเล็กเกินไป  หลายร้านก็ดูแล้วคนน่าจะเยอะ  บางร้านอาจไม่ชอบกองถ่าย  ทำให้ข้อเสนอนี้ตกไป  ซึ่งผมก็คิดว่า การถ่ายภาพในร้านกาแฟยังไงก็สร้างความรำคาญให้ลูกค้าคนอื่นอยู่ดี

 

เลยนึกถึงสวนสาธารณะ  และที่แรกที่ผุดขึ้นในหัวก็คือ สวนลุมนั่นเอง  สวนลุมเป็นสวนสาธารณะของกรุงเทพที่ใหญ่มากที่สุดของเมืองหลวง  ตั้งอยู่กลางเมืองแถวพระรามสี่ สีลม  ซึ่งเป็นที่สำหรับช่างภาพหัดถ่ายภาพได้ฝึกฝีมือตามสะดวก  สมัยที่ผมหัดถ่าย และ บางช่วงเวลาที่รู้สึกเบื่อ  การถ่ายรุปในสวนลุมเป็นสิ่งที่ทำบ่อย  ผมมีภาพสวนลุมหลายวาระหลายโอกาส  และในครั้งนี้ ก็คิดว่าจจะถ่ายภาพคุณน้อยหน่าที่สวนลุมเช่นกัน

 

ผมนัดเจอกับคุณน้อยหน่าช่วงเย็น เพื่อใช้แสงแดดบ่ายแก่ๆต่อตอนเย็นในการถ่ายภาพ  ผมไปถึงก่อนเวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเพื่อหาที่จอดรถและเดินเลือกตำแหน่งในสวนลุมเพื่อถ่ายภาพ  ตอนเดินสำรวจเส้นทางก็เริ่มที่แถวๆสระน้ำ ซึ่งเวลาคิดอะไรไม่ออกก็มาเริ่มต้นที่สระน้ำไว้ก่อน  และก็เดินไปเรื่อยๆจนเกือบครบรอบ  และก็เลือกได้ว่าจะใช้แนวถนนกับส่วนที่มีต้นไม้สูงบริเวณด้านหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆถนนวิทยุ  ผมคิดว่าต้นไม้สูงด้านนี้มีช่องไฟสวย และมีฉากหลักที่จัดองค์ประกอบง่าย  ประกอบกับเป็นโซนที่คนน้อย ไม่มีใครมาหยุดทำกิจกรรม หรือนั่งปล่อยอารมณ์  ทำให้การถ่ายภาพดูไม่เป็นการรบกวนคนอื่นนัก

 

การถ่ายภาพพรีเว้ดดิ้งเป็นการถ่ายภาพจำนวนากเพื่อคัดเอาภาพที่ถูกใจเพียง 1 หรือ 2 ภาพไปอัดขยาย  เพราะทางคุณน้อยหน่าก็ไม่ได้เน้นว่าจะต้องมีภาพสวยเป็นร้อยภาพ  โจทย์ที่ต้องการภาพใช้งานแค่ไม่เกิน 2 ภาพทำให้ช่างภาพไม่กดดันมาก  และแบบหรือเจ้าบ่าวเจ้าสาวก็ไม่กดดันเช่นกัน  เสื้อผ้าหน้าผมเจ้าสาวดูและเอง  ช่างภาพทำหน้าที่ถ่ายภาพออกมาให้ดีที่สุด  งานนี้ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง และได้ภาพมารอเลือกประมาณ 400 ภาพ

 

ผมจบการถ่ายภาพวันนี้ตอนที่แสงน้อยมากๆแล้ว ตอนเดินกลับก็มีภาพโมเม้นน่ารักที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของเจ้าสาวคือ ภาพให้เด็กขี่คอแล้วก็เดินคุยกัน  ช็อตนี้ไม่ได้เซ็ทอัพอะไรเลย อาศัยเพียงเจ้าสาวและเจ้าบ่าวแบกเด็กตัวน้อยขึ้นไปนั่งขี่คอเล่นๆแล้วเดินไปคุยไป

 

หลังจากแยกย้ายกันกลับ  ผมเลือกภาพที่ชอบบางส่วนส่งให้เจ้าสาวดู และเจ้าสาวก็เลือกภาพที่ชอบกลับมา เพื่อใช้ส่งไปยังร้านทำกรอบรูปที่รอไฟล์ภาพอยู่
ส่วนตอนส่งงานก็ก็อปปี้ไฟลฺลง usb drive แล้วหากล่องมาใส่ให้ดูดี

PHOTO_COLLAGE1515839740180

ภาพจาก polaroid ยุคใหม่ เทียบกับ fuji instax เมื่อเวลาผ่านไปปีครึ่ง

ผมเคยถ่ายภาพเปรียบเทียบระหว่าง ฟิล์ม zink paper ซึ่งเป็นระบบสร้างภาพของ polaroid ที่อยู่ในกล้องยุคใหม่ ซึ่งมันคือระบบการพิมพ์ภาพชนิดหนึ่งที่ polaroid ออกแบบมาทดแทนระบบเก่าอย่าง instant picture ที่ตนเองคิดค้น  zink paper จะใช้ในเครื่องพิมพ์เฉพาะทาง  และมันถูกบรรจุอยู่ในกล้องถ่ายภาพ polaroid ยุคใหม่หลายๆรุ่น  โดยรุ่นที่ผมซื้อใช้คือ z340

ส่วนระบบ instant polaroid ดั้งเดิม กลับกลายเป็นค่าย fuji ที่เอาไปทำขายต่อเนื่องและได้รับความนิยมมาถึงปัจจุบัน และมีแนวโน้มจะขายได้มากขึ้นในแต่ละปี  ผมขอเรียกตามชื่อทางการค้าเลยว่า fuji instax

P_20160505_175002

ภาพที่ได้จาก 2 ระบบนี้ ตอบสนองความด่วน ความใจร้อนของคนถ่ายได้ดีพอๆกัน fuji instax ถ่ายปุ๊ปภาพไหลพรวดออกมา แล้วรอเวลาสัก 2 นาที ภาพถึงจะสมบูรณ์   ส่วน zink paper ก็ถ่ายปุ๊ป ไหลช้าๆออกมา ใช้เวลาไหลออกจากเครื่องพิมพ์ประมาณ 1 นาที  ออกมาแล้วเสร็จเลย สรุปคือภายใน 2 นาทีแรกที่ถ่ายภาพได้  ภาพจากทั้งสองระบบก็พร้อมใช้งาน  ใครชอบแบบไหนก็เลือกได้ตามใจ zink paper สีไม่สดมากแต่ได้ไฟล์ดิจิทัลเก็บไว้  ส่วน fuji instax ไม่มีดิจิทัล เพราะเป็นระบบอนาลอกแท้ๆ  ไม่มีสำเนา  อยากได้ภาพใบที่สองต้องถ่ายใหม่เท่านั้น

ดูโพสท์เก่าที่ผมโพสท์ไว้เมื่อตอนถ่ายครั้งแรกที่นี่

ผมเก็บภาพสองใบนี้ไว้ด้วยกัน และเมื่อไม่กี่วันก่อนก็ได้เหลือบไปดูก็พบว่า สีสันของภาพจาก zink paper เริ่มซีดอย่างน่าตกใจ นับเวลาจากวันที่ถ่ายภาพไว้ก็คือผ่านมาประมาณ 1 ปี 6 เดือน ซึ่งถ้าหากเราไว้ใจปริ๊นท์ภาพลูกรัก เหตุการ์ณที่เราชื่นชอบ ด้วย zink paper เก็บไว้ และทิ้งไฟล์ดิจิทัลไปแล้ว เราคงเสียใจไปตลอดชีวิต  ดังนั้น ใครใช้ polaroid ยุคใหม่ที่ต้องพิมพ์ด้วย zink paper ก็ขอให้เก็บไฟล์ดิจิทัลไว้ด้วยนะครับ  ความทรงจำจะได้ไม่จืดจาง

2017-11-25_10-11-51

 

เปรียบเทียบกล้องฟิล์มกับโทรศัพท์มือถือ

 

ผมใช้โทรศัพท์มือถือ Huawei รุ่น P9 ซึ่งใช้มาได้เกือบปีแล้ว เป็นโทรศัพท์มือถือที่ถ่ายรูปได้สวยมาก  ความสวยนี้มาจากการใช้เลนส์ไลก้า และซอร์ฟแวร์การจัดการภาพของไลก้า ซึ่งสองสิ่งนี้ทำให้โทรศัพท์มือถือของ Huawei ก้าวขึ้นมาเป็นมือถือน่าใช้และมียอดขายดีแบบเทน้ำเทท่า

 

ภาพถ่ายจากโทรศัพท์ที่ใช้เลนส์ไลก้าให้คุณภาพที่ดี ใช้ทดแทนกล้องดิจิทัลระดับเริ่มต้นไปถึงกลางได้เป็นอย่างดี  และผมก็ใช้ถ่ายภาพทุกสิ่งอย่างในชีวิตมาตลอดหลายเดือน  ซึ่งพอมีโอกาสได้ใช้กล้องฟิล์มของไลก้ารุ่นมินิลักซ์  ก็เลยมีโอกาสถ่ายเหตุการณ์ที่ใกล้เคียงกัน หรือ บางเหตุการณ์ก็ถ่ายในเวลาที่ต่อกัน ห่างกันไม่ถึงหนึ่งนาที  บางภาพก็เป็นจังหวะคล้ายๆกัน ก็เลยรวบรวมเอาไว้ดูเพื่อให้คนที่ค้นหาคำตอบว่า กล้องฟิล์มไลก้าดีไหม มือถือใช้เลนส์ไลก้าดีไหม ลองดูข้อมูลภาพเหล่านี้ดูอาจจะเกิดคำตอบขึ้นในใจได้

 

IMG_20170526_070557

 

01012minilux-000062

ภาพเด็กชายขอบฟ้า สะพายกระติกน้ำ ยืนถ่ายภาพในช่วงเวลาเช้าก่อนจะเดินเข้าโรงเรียน  ผมไปส่งลูกและเมื่อจอดรถเรียบร้อยก็เห็นว่าสภาพแสงกำลังสวย อยากจะถ่ายภาพเล่น  เลยหยิบเอากล้องฟิล์มไลก้ามินิลักซ์มาถ่ายไว้สักภาพ  ฟิล์มที่ใช้คือฟูจิ200  เมื่อถ่ายภาพด้วยกล้องฟิล์มเสร็จ ก็จัดการถ่ายด้วยโทรศํพท์มือถืออีกภาพ โดยใช้ huawei p9  โหมดถ่ายภาพของมือถือจะเป็นการตั้งค่าให้ทำด้านหลังเบลอด้วย  ซึ่งผลงานก็ออกมาตามที่เห็น  ภาพบนคือภาพจากโทรศัพท์มือ  ภาพล่างคือภาพจากกล้องฟิล์ม

 

คุณภาพของภาพจากโทรศัพท์มือถือดูด้วยตาแล้ว ก็รู้สึกว่าสวยและคมชัด และดูคมกว่าภาพจากกล้องฟิล์มด้วย  แถมกล้องยังช่วยทำหลังเบลอให้ดูตัวแบบลอยเด่นอีกต่างหาก  แต่หากเราตั้งค่าความเบลอให้เป็นแบบปกติคือมีฉากหลังที่คมชัดใกล้เคียงกล้องฟิล์ม และปรับค่าแสงให้ภาพดูใกล้เคียงกัน เราก็จะได้ภาพต่อไปนี้

PHOTO_COLLAGE1506152285394

 

สำหรับผมแล้ว  ภาพจากฟิล์มจะให้ความรู้สึกที่สว่างมากกว่า ส่วนที่เป็นเงา หรือโทนสีดำจะมีรายละเอียดที่มากกว่า  เงาดำไม่เข้มเท่าโทรศัพท์มือถือ  แสงเงาที่เกิดจากแดดบนเสื้อสีขาว ส่วนสว่างและส่วนไม่โดนแดดของภาพจากฟิล์มจะดูขาวไม่ต่างกันมาก  แต่บนภาพจากโทรศํพท์มือถือให้ความต่างกันมาก  ซึ่งไม่รู้ว่าแบบไหนจะดีกว่ากัน  แต่ผมชอบการไล่น้ำหนักของฟิล์มมากกว่า

 

 

ภาพที่ชาร์จถ่านที่สวยที่สุดในโลก

stock-photo-battery-and-charger-450501607

https://www.shutterstock.com/image-photo/battery-charger-2-450501607

 

ครั้งหนึ่ง apple ก็ขายถ่านชาร์จนะครับ ถ่านชาร์จรุ่นคายประจุช้า ชาร์จเต็มแล้วสามารถเก็บไฟได้นานเป็นปี เป็นนวัตกรรมที่ยอดเยี่ยมที่เราได้เห็นจากยี่ห้อ sanyo eneloop ที่ฮิตกันทั้งโลก และเมื่อ apple ต้องหาถ่านมาใช้กับเม้าส์ คีย์บอร์ดของตัวเอง ก็เลยต้องใช้ถ่านคุณภาพดีที่สุดมาแปะตราและใส่แพ็คเกจสไตล์ apple ซึ่งก็ทำให้สเป็คถ่านของ apple เหมือน eneloop อย่างกับแฝดท้องเดียวกัน หลายสำนักก็เดาว่า คงสั่ง oem จาก sanyo มาเปลี่ยนเสื้อผ้าหน้าผม เติมความขาวให้ที่ชาร์จใหม่ คนอื่นขายหกก้อนหกร้อยบาท apple ขาย หกก้อนพร้อมที่ชาร์จ 1090 บาท ซื้อไว้เมื่อปี 2010 วันนี้ได้ขายได้หลายครั้ง ได้เงินทอนมาหลายสิบบาท ตอนนี้ เม้าส์และคีย์บอร์ดของ apple ออกแบบให้มีแบตเตอรี่ในตัว ไม่ต้องใช้ถ่านกลมๆแบบนี้อีกต่อไป และถ่านพร้อมที่ชาร์จตามภาพนี้คงหมดไปจากตลาดนานแล้วด้วย ที่ชาร์จถ่านที่สวยที่สุดในโลก ใครมีก็เก็บไว้ให้ดีนะครับ ไม่มีใครทำสวยกว่านี้อีกแล้ว

Wutthichai Charoenburi shared Flickr photos with you.

อาชีพตัดผม อาจเป็นหนึ่งอาชีพที่ไม่โดนอินเทอเน็ตทำลาย  เพราะคนในพื้นที่ผมยาวทุกวัน ใช้kerry ส่งหัวไปตัดแล้วส่งกลับไม่ได้  คนที่จะตัดราคาจากทั่วประเทศไม่มี

 

IMG_20170910_164246-01

IMG_20170910_164555

 

present jomthongprint 29aug2017

stock-photo-printing-machine-460504621

present jomthongprint 29aug2017

ผมชื่อวุฒิชัย เจริญบุรี ทำธุรกิจโรงพิมพ์จอมทองมาประมาณ 10ปี

ก่อนหน้านี้ผมทำอะไร 

 

stock-photo-transistor-450324109

ผมเรียนจบ ป.ตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขา ระบบควบคุมและเครื่องมือวัด งานหลักและงานรองของคนคณะนี้คือออกแบบระบบอัตโนมัติทุกอย่างที่ต้องการ  ระบบหุ่นยนต์ทำอะไรได้บ้าง ต้องให้คนคณะนี้ออกแบบและเขียนโปรแกรมควบคุม  ระบบ home automation เปิดปิดไฟ ระบบเข้าออกอาคาร ระบบตรวจจับวัตถุ ตรวจจับความเคลื่อนไหวเป็นของเล่นแก้เบื่อของเด็กคณะนี้ ส่วนผมชอบฟังเพลง ไปเรียนคณะนี้เพราะอยากออกแบบเครื่องเสียงใช้เอง

stock-photo-antenna-tower-for-communication-system-483904171

หลังจากเรียนจบผมไปสมัครเป็นโปรแกรมเมอร์ ไปเขียนโปรแกรมทำระบบ call center ระบบฝากข้อความทางโทรศัพท์ และเล่นอยู่กับระบบเหล่านี้จน เขียนโปรแกรมให้คอมพิวเตอร์ใช้โทรศัพท์บ้านโทรเข้ามือถือมาปลุกผมในวันที่ผมนอนเกือบเช้าและต้องตื่นเพื่อทำงานต่อ  งานระบบโทรศัพท์ทำให้ผมรู้จักกับ database

stock-photo-book-446679460

ระหว่างที่เป็นโปรแกรมเมอร์อาชีพ ผมชอบอ่านหนังสือหลากหลาย โดยเฉพาะหนังสือด้านสารคดีและหนังสือเกี่ยวกับอิเล็คทรอนิกส์ และเริ่มหัดถ่ายรูป ไปๆมาๆ ก็ไปขอเขียนหนังสือ ในที่สุดผมก็เริ่มอาชีพนักเขียน  เขียนงานส่งสำนักพิมพ์ เริ่มแปล และวิจารณ์เครื่องเสียง

688071359

พอหมดสนุกกับการเป็นโปรแกรมเมอร์ ผมก็ลาออกมาหัดถ่ายรูปอย่างจริงจัง  ประกอบกับเป็นนักเขียนเต็มตัว และไปสมัครเรียน ป.โท ที่คณะวิทยาศาสตร์ สาขาเทคโนโลยีทางภาพ  ที่นี่ความรู้เรื่องถ่ายภาพ และงานพิมพ์ในแบบวิทยาศาสตร์ เราเรียนรู้เกี่ยวกับการผลิตภาพและงานพิมพ์ให้ได้มาตรฐาน และการผลิตซ้ำได้คุณภาพเดิม  ที่คณะนี้ไม่ได้สอนเรื่องภาพสวยเลย  คนเรียนจบคณะนี้กว่าครึ่งประกอบอาชีพช่างภาพไม่ได้

stock-photo-printmachine-448866004

 

ผมเริ่มทำงานโรงพิมพ์จริงจังตอนเรียนที่จุฬา ปรับโรงพิมพ์โบราณให้มีความทันสมัย  และเริ่มใช้ระบบดิจิทัลในงานพิมพ์เพื่อความหลากหลายในงานพิมพ์  และเริ่มมีลูกค้าจ้างถ่ายภาพมากขึ้น และลูกค้าถ่ายภาพก็สั่งพิมพ์งาน สั่งทำสิ่งพิมพ์ต่างๆ ลูกค้าในปัจจุบันมาจากลูกค้าถ่ายภาพเกือบ90%

 

stock-photo-paper-448865911

สิ่งพิมพ์ที่โรงพิมพ์จอมทองทำได้มีหลากหลาย ทั้งสิ่งพิมพ์พื้นฐานที่โรงพิมพ์ทั่วไปทำได้และสิ่งพิมพ์ที่ต้องใช้เทคนิคพิเศษ รวมถึงเทคนิคทางฐานข้อมูลซึ่งเราทำได้ดี  งานลูกค้าหลักที่เราภูมิใจคือ ไบเทค นกแอร์  a&w  ซึ่งทุกแห่งนี้ให้งานกับเราด้วยการแก้ปัญหาบางอย่างในเวลานั้น และเราแก้ได้

 

stock-photo-kraft-box-480378358

โรงพิมพ์จอมทอง พิมพ์สิ่งพิมพ์ได้เกือบทุกชนิดตามมาตรฐานโรงพิมพ์ทั่วไป  ใบปลิว หนังสือ แค็ตตาล๊อค กระดาษโน้ต หัวจดหมาย ซองจดหมาย แบบฟอร์มทางธุรกิจ    และด้วยยุคนี้เป็นยุคการค้าขายทางอินเทอเน็ต เราก็มีงานลูกค้าหลักเป็นงานกล่องใส่เครื่องสำอางค์สารพัดรูปแบบ งานกล่องหรือแพ็คเกจจิ้งมีปริมาณสูงขึ้นทุกใบ  เรามีเครื่องจักรที่หลากหลายในการทำงานกล่อง

 

จากการที่ผมเคยรับจ้างถ่ายภาพ การถ่ายภาพแต่งงานก็ทำอยู่หลายปี  และในงานแต่งงานเราก็ค้นพบว่าการ์ดเชิญงานแต่งงานเป็นสิ่งที่ไม่สวยเลย  เราก็เลยริเริ่มทำงานการ์ดแต่งงานที่ดูดีกว่าเดิม  และเป็นที่มาของงานการ์ด letterpress ที่เราทำด้วยเครื่องจักรโบราณหลายๆชนิด เพื่อให้งานมีบุคลิกที่เฉพาะตัวและเป็นสิ่งที่เครื่องพิมพ์ทันสมัยทำไม่ได้  การ์ดเชิญดูดีมีความเป็นตัวของตัวเองสูงเป็นสิ่งที่นำพาลูกค้างานแต่งงานเข้ามามากมาย  หนึ่งในนั้นก็ได้พบกับนักออกแบบการ์ดแต่งงานที่เก่งมากและเราก็เป็นโรงพิมพ์ที่ทำงานทุกโจทย์ของนักออกแบบการ์ด จนเรามั่นใจว่างาน letterpress เราดีที่สุดในประเทศ   และงาน letterpress ที่ซํบซ้อนก็พาลูกค้ารายใหญ่เข้ามา  พางานการ์ดพระราชทานเพลิงศพของอดีตนายกรัฐมนตรีมาให้เราด้วย โจทย์คือเรียบหรูและดูไม่รู้ว่าทำที่ไหน โรงพิมพ์อื่นๆต้องดูแล้วไม่กล้าแย่งงาน  จบงานเหล่านี้เราก็ได้งานหลักแสนจากลูกค้าท่านนี้เป็นประจำ

ปีหน้า เราจะโฟกัสที่งานสำนักพิมพ์  ผมจะเปิดสำนักพิมพ์รับผลิตหนังสือ  และทำหนังสือของตัวเองขาย

 

edf

สิ่งที่เรามองหาในวันนี้ จะมีสายการบิน บางกอกแอร์เวย์ และสายการบินแอร์เอเชีย 

เรามองหาจัดซื้อโรงแรมในกรุงเทพ โรงแรมฮิลตัน โรงแรมในเครือสุโกศลครับ

เรามองหานักเล่านิทาน  นักแต่งนิทาน  เพื่อทำหนังสือนิทานเด็กดี

เรามองหา ผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญในทุกอุตสาหกรรม ที่ควรจะมีหนังสือเป็นของตัวเอง แต่ยังไม่มีคนช่วยทำให้  นักธุรกิจที่ต้องการมีหนังสือของตัวเองวางขายในร้านหนังสือ

รีวิว Eos m5 ทวงบัลลังค์กล้องเจ๋งน่าใช้

 

IMG_5576

ผมใช้กล้อง Eos M รุ่น 1 มาตั้งแต่ปี 2014 ซึ่งมันเป็นกล้อง mirrorless ตัวแรกของ canon ที่ได้รับการกล่าวหาว่าโฟกัสช้า  แม้ว่าในเวลาต่อมา จะมีการออกรุ่น  m2 m3 m10 ออกมาทีหลังในแต่ละปี ความช้าของการโฟกัสภาพก็ยังคงไม่ดีขึ้นนักเมื่อเทียบกับคู่แข่ง  และผมก็ได้เขียนรีวิวไว้แล้วในอดีต ตามอ่านได้ที่ รีวิว กล้อง eos m กล้องดีเลือกเจ้าของ ซึ่งการมาของ M5 ในปีนี้ 2017 เป็นการกลับมาอย่างน่าสนใจ ตรงที่มันโฟกัสได้เร็วขึ้นแล้ว

Eos m5 เป็นกล้อง mirrorless ที่ออกในปีคศ2017 ถือเป็นตัวท๊อปของกลุ่มนี้ของ canon ให้ลูกเล่นต่างๆมาเยอะมากแถมแพรวพราวด้วย  ความละเอียด 24 ล้าน เซ็นเซอร์รับภาพขนาด apsc หรือ 1.6เท่าของ full frame และมีช่องมองภาพในตัวมาให้เลย  หน้าตากล้องเป็นรูปทรงคล้ายๆ  DSLR แต่เล็กกว่ากันสัก30%  เลนส์ที่นำมาใช้ทดสอบในครั้งนี้จะใช้ 22f2 และ 18-150f3.5-6.3 เป็นหลัก

IMG_5572

 

ช่องมองภาพของ M5 ให้สีสันของภาพเมื่อเทียบกับจอหลังแล้วไม่ตรงกัน  ภาพในช่องมองภาพจะให้สีอุ่นกว่า  ถ้าจอหลังดูปกติ ภาพในช่องมองจะดูวอร์มหรืออมเหลืองนิดๆ ดูสวยงาม แต่ถ้าภาพที่จอหลังเป็นภาพโทนอุ่นๆ สีวอร์มอยู่แล้ว ภาพในช่องมองภาพจะสีเหลืองจนดูเพี้ยนไปเลย   ดังนั้น สีสันในช่องมองภาพของ M5 ในเฟิร์มแวร์ติดกล้องมานี้เชื่อถือไม่ได้  ให้ดูจากจอหลังเป็นหลักจะใกล้เคียงความจริงมากกว่า

IMG_0994

การใช้งานกล้อง  Eos m5 เป็นเรื่องง่ายดายไม่แตกต่างไปจาก  DSLR เลย หากเคยใช้ DSLR มาอยู่แล้ว สามารถกล้องตัวนี้ได้ทันทีโดยไม่ต้องมึนงง  การเลือกปรับโหมดการถ่ายภาพชนิด  P Av Tv M มีมาให้อย่างครบถ้วน  และน่าสังเกตุว่า ปุุ่มปรับโหมดการถ่ายนั้น เป็นแบบแป้นหมุนวงกลมที่ต้องกดปุ่มกลางลงไปก่อน แล้วค่อยหมุนวงแหวนไปในจุดที่ต้องการ  การออกแบบเช่นนี้ดูน่ากลัวจะทำให้ปุ่มพังเร็วจากการรีบหมุนโดยลืมกดปุ่ม

IMG_0810

การโฟกัสภาพของ  Eos M5 ทำได้รวมเร็วอย่างน่าประหลาดใจ  เพราะเดิมทีผมผิดหวังกับ eos m และ  m2 m3 ในเรื่องการโฟกัสมานานแล้ว  มาถึง M5 ก็รีบทดสอบความไวของโฟกัสเสียเลย  แค่หยิบกล้องอยู่ในมือ ยังไม่ต้องเอากล้องแนบตา กล้องก็แทบจะโฟกัสเสร็จแล้ว  ลูกเล่นแบบนี้ผมเรียกว่าออกตัวก่อน  คือกล้องชิงโฟกัสก่อนที่จะใช้งาน  หรือจะเรียกว่ากล้องโฟกัสตลอดเวลาก็ได้  โดยจะโฟกัสแล้วล็อคความชัดได้เร็วมาก การเอาตาแนบเพื่อเล็งระยะโฟกัสก็ชัดแล้ว  การย้ายตำแหน่งภาพ ไปโฟกัสจุดอื่นๆในภาพก็ทำได้รวดเร็ว  เรียกว่าทำลายภาพพจน์แย่ๆในอดีตได้ท้ั้งหมดด้วยการส่องช่องมองภาพแค่ครั้งเดียว  ความไวในการโฟกัสรวดเร็วทัดเทียบกับกล้อง  DSLR  ซึ่งผมใช้เทียบกับ  Eos 6d ก็พบว่าเร็วพอกัน ได้ภาพสวยพอกันอีกต่างหาก

IMG_0699

ยิ่งเปลี่ยนเลนส์ติดกล้องไปเป็นเลนส์ฟิกซ์อย่าง 22f2 ทำให้กล้องเร็วขึ้นไปอีก แถมภาพที่ได้ก็มีบุคลิคที่เด่นจากเลนส์มุมกว้างนิดๆ และมีรูรับแสงกว้างระดับ f2 ซึ่งจะให้ฉากหลังที่เบลอนุ่มนวล  สีสันของภาพที่ได้จากกล้อง M5 เป็นโทนสีเดิมๆของ canon ที่ทำได้น่าประทับใจมาตลอด  ภาพที่ถ่ายสวนใหญ่ผมก็ถ่ายซ้ำๆกับภาพที่เคยถ่ายจาก M1 ตัวเดิมที่ใช้มาหลายปี  โทนสีในภาพก็ดีเหมือนเดิม  แต่ที่เพิ่มเติมเด่นชัดคือ โฟกัสเร็วและแทบไม่พลาดเลย

IMG_0683

 

สรุปสั้นเกี่ยวกับ eos m5 เทียบกับ M1 และ 6D

IMG_9389
6d full frame เทพมาตั้งแต่ปี 2014 ตอนนี้ก็ยังเทพอยู่ ราคาถูกสุดของ full frame  ดี หนัก ไว้ใจได้ แบตอีด ถ่ายสินค้าถ่ายไฟสตู ได้หมด ใช้ทำมาหากิน
eos m1 ตัวเล็ก ได้มาเพราะความเล็ก พกง่าย ติดเลนส์ฟิกซ์เล็กๆนี่ใส่กางเกงได้เลย ไม่ต้องใช้กระเป๋ากล้อง ภาพกลางวันเทพ กลางคืนไม่สวยเท่าไหร่ ราคาถูก ใช้เที่ยวต่างประเทศเหมาะมาก ข้อเสียคือ โฟกัสช้า และแบตไม่อึด ไปเที่ยวด้วยแบตสองก้อนยังเซ็ง
ตัวกลาง eos m5 คือจุดบรรจบกันของความดีทั้งสองแบบ  ใหญ่กว่า m1 นิดเดียว ได้ความเล็กบวกกับโฟกัสเร็วภาพเทพ กลางวันสวย กลางคืนก็สวย แบตอึด ใช้ถ่ายภาพไปสองร้อยช็อต แบตยังไม่ค่อยลดเลย ใช้อยู่หลายวันจนเริ่มสงสัยว่า จอแสดงขีดแบตเสียรึเปล่า

ใครจะซื้อกล้องตัวเดียว ใช้สารพัด ค่าย canon ให้ซื้อ eos m5 ไปเลย ใครมี DSLR รุ่นเก่า และไม่รู้ว่าถ่ายสตูคืออะไร ไฟแฟลช ไฟร่มทำงานยังไง ก็ไป m5 ได้  มันเร็ว ดี สวย จน full frame ไม่จำเป็นแล้ว

 

 

IMG_0648

IMG_0676

 

IMG_0677

 

IMG_0688

 

IMG_0691

 

IMG_0698

 

IMG_0702

 

IMG_0708

 

IMG_0719

 

IMG_0726

 

IMG_0732

 

IMG_0784

 

IMG_0795

 

IMG_0839

ภาพถ่ายบางภาพส่งขายstock ก็มียอดเข้า

ปีนหน้าผาที่โรงเรียน

IMG_0962
IMG_0971


กีฬาปีนหน้าผาเป็นกีฬาที่โรงเรียนเพลินพัฒนาสนับสนุนอย่างจริงจัง มีหน้าผาจำลองที่ได้มาตรฐานการแข่งขันให้ฝึกฝน  มีกีฬาสองชนิดที่นักเรียนในเพลินพัฒนาต้องเล่นให้ผ่านคือ ว่ายน้ำ และปีนผาซึ่งคาดว่าจะได้เรียนในช่วงประถม  ช่วงว่างตอนเย็น เด็กๆสามารถมาลงชื่อเพื่อขอเล่นได้ และมันได้รับความนิยมในชั้นอนุบาลอย่างมาก ขอบฟ้าเป็นเด็กอนุบาล2 ก็ไปลงชื่อต่อคิวไว้เพิ่งจะได้เล่นวันนี้เป็นครั้งแรก

ก่อนหน้านี้เกือบปี ก็ได้มาลงชื่อไว้เหมือนกัน แต่ติดธุระสารพัด และบางทีโรงเรียนก็ไม่มีบุคคลากรมาดูแล เลยไม่ได้เล่นสักที  พออยากเล่นมากๆและไม่ได้เล่น ก็เลยไปหาเล่นข้างนอกนิดหน่อยเพื่อให้พอหายอยาก

พาลูกไปปีนหน้าผา

วันนี้ได้เล่นในโรงเรียนก็ประหยัดเงินดี และได้เห็นตัวอย่างของคนอื่นเล่นด้วย จะได้พัฒนา เพราะตอนไปเล่นข้างนอก ไม่มีตัวอย่างวัยเดียวกันให้ดูเลย ก็เล่นไปมั่วๆ ไร้หลักการ  ถ้าจะหัดปีนผาจริงจังก็คิดว่าโรงเรียนเพลินพัฒนาแห่งนี้ก็น่าจะช่วยได้อย่างจริงจัง

บันทึก ปัญหา กระดาษพิมพ์ด้วยหมึก HP ไม่ติด

ลูกค้าของโรงพิมพ์ท่านหนึ่ง สั่งผลิตกระดาษ A4 พิมพ์ข้อมูลสีดำด้านล่าง 1 หน้า เพื่อเอาไปใช้พิมพ์ใบเสร็จรับเงินให้กับสมาชิก งานที่โรงพิมพ์จะต้องส่งให้ลูกค้าท่านนี้ก็คือ กระดาษขนาด A4 พิมพ์ข้อความด้วยระบบการพิมพ์อีอพเซ็ทสีดำ ดังภาพ

2017-08-10_03-33-10

โดยเมื่อลูกค้าใช้งาน จะนำกระดาษใบนี้เข้าไปใส่ในเครื่องพิมพ์เลเซอร์ ซึ่งเป็นของ HP LaserJet Pro 400 Printer M401เมื่อทำการพิมพ์ออกมา กระดาษมีอาการย่นที่ทางออก   และ บางครั้งก็ทำให้เครื่องติดขัด  และมีอาการหมึกพิมพ์ไม่เกาะกระดาษ

2017-08-10_03-44-07

 

IMG_20170810_100625

 

ทางโรงพิมพ์ขอข้อมูลจากลูกค้ากลับมา ขอตัวอย่างกระดาษที่พิมพ์แล้วหมึกไม่เกาะ และตัวอย่างที่หมึกไม่ติดกลับมา ขอรายละเอียดยี่ห้อ รุ่นของเครื่องพิมพ์  และขอรายละเอียดของตลับหมึกกลับมาด้วย ซึ่งลูกค้าก็ให้ข้อมูลครบทุกอย่าง ให้ตัวจริงของตลับหมึกมาเลยดังนี้

IMG_20170810_100643

IMG_20170810_100654

IMG_20170810_100821

IMG_20170810_100915

 

ทางโรงพิมพ์จึงเก็บข้อมูล และไปถ่ายรูปที่ห่อกระดาษที่นำมาพิมพ์งานให้ลูกค้า ซึ่งเป็นกระดาษล็อตเดียวกันกับที่สั่งมาผลิตงาน เป็นกระดาษจาก SCG

2017-08-10_03-33-35

 

ผมติดต่อดีลเลอร์ผู้ที่ขายกระดาษให้ ทางดีลเลอร์แจ้งว่าจะมารับตัวอย่างไปตรวจสอบและจะส่งให้ scg ตรวจสอบ ซึ่งยังไม่สามารถระบุระยะเวลาได้ว่านานแค่ไหน  ส่วนทางลูกค้า ไม่มีของใช้  เพราะธุรกิจของลูกค้าต้องทำทุกวัน  ไม่สามารถรอตรวจสอบได้ ต้องมีกระดาษไปใช้ และลูกค้าให้ข้อมูลว่า กระดาษดับเบิ้ลเอที่ขายตามห้างนั้นได้ทดลองใช้แล้วผลคือทำงานได้ ไม่ติดขัด  และตอนนี้ลูกค้าซื้อกระดาษจากห้างมาใช้ชั่วคราว  สรุปคือกระดาษดับเบิ้ลเอทำงานได้ กระดาษ scg ทำงานไม่ได้

ผมทำการสั่งกระดาษดับเบิ้ลเอจากดีลเลอร์ซึ่งเป็นสเป็คที่ทำไว้ขายโรงพิมพ์  สเป็คนี้จะแตกต่างจากสเป็คกระดาษที่ขายในห้าง และสีของเนื้อกระดาษก็ต่างกัน  กระดาษที่สั่งมาโรงพิมพ์นำมาตัดเพื่อให้ลูกค้าทดลองใช้งาน เราต้องการกระดาษมาทดลองแค่ไม่เกิน 10 แผ่น A4 แต่ดีลเลอร์ไม่มีให้  ผมต้องสั่งซื้อยกรีม ซึ่งสามารถตัดเป็น A4 ได้ 4000 ใบ มาให้ลูกค้าทดลองใช้ 10 ใบ  การทดลองเพื่อแก้ปัญหานี้โรงพิมพ์จ่ายเอง และหากลูกค้าใช้งานได้ดี โรงพิมพ์ก็ต้องซ่อมงานครั้งให้ให้ลูกค้าโดยการสั่งกระดาษยี่ห้อดับเบิ้ลเอมาใช้แทน SCG

สิ่งที่โรงพิมพ์พยายามทำคือดูแลลูกค้า ช่วยให้ธุรกิจของลูกค้าราบรื่น สิ่งที่ดีลเลอร์กระดาษและ SCG ทำคืออะไร ผมรอคำตอบและวิธีการของ SCGอยู่ครับ

 

บันทึกไว้วันที่ 10 สิงหาคม 2560

 

มาต่อกัน…

วันที่ 11 สิงหาคม 2560  ทางดีลเลอร์โทรมาพูดคุยและแจ้งว่า ทาง  scg ขอนัดเข้ามาพบโรงพิมพ์เพื่อชี้แจงปัญหาต่างๆในวันอังคารที่ 15สิงหาคม2560

 

วันที่ 15สิงหาคม2560  ทางดีลเลอร์และตัวแทนของ scg ได้เข้ามาที่โรงพิมพ์ เพื่อพูดคุยชี้แจง เนื้อหาในการคุยเราคุยกันเรื่อง กระดาษสำหรับงานโรงพิมพ์ และ กระดาษสำหรับงานถ่ายเอกสารหรือกระดาษสำหรับเลเซอร์ปริ๊นเตอร์เป็นกระดาษคนละชนิดกัน และไม่แนะนำให้ใช้ผิดวัตถุประสงค์

สิ่งที่ได้รู้เพิ่มเติมก็คือ กระดาษสำหรับพิมพ์อ๊อพเซ็ท จะขายโรงพิมพ์เป็นกระดาษแผ่นใหญ่ มีความชื้นในกระดาษอยู่ในระดับสูงกว่ากระดาษถ่ายเอกสาร เพื่อให้กระดาษโรงพิมพ์สามารถรับหมึกรับน้ำในเครื่องพิมพ์อ๊อพเซ็ทได้ดี เพื่อให้ผลการพิมพ์ออกมาสวยงาม  ส่วนกระดาษสำหรับงานถ่ายเอกสารจะเป็นกระดาษที่มีความชื้นต่ำกว่ากระดาษโรงพิมพ์ ขายเป็นแผ่นตัดสำเร็จ A4 หรือ A3 ไม่ขายเป็นแผ่นใหญ่ให้โรงพิมพ์  ค่าความชื้นในกระดาษที่ต่ำทำมาเพื่อให้สามารถรับความร้อนในเครื่องถ่ายเอกสารหรือเลเซอร์ปริ๊นเตอร์ได้  ดังนั้นการเลือกใช้กระดาษต้องเลือกจากวิธีใช้งานเป็นหลักถึงจะได้ผลที่ดี ไม่เกิดความเสียหาย

หากลูกค้าต้องการกระดาษหัวจดหมายที่จะต้องพิมพ์จากโรงพิมพ์ในระบบอ๊อพเซ็ทเสียก่อน แล้วลูกค้าค่อยนำไปพิมพ์ต่อด้วยเครื่องเลเซอร์ปริ๊นเตอร์ จะยังไม่มีกระดาษที่รองรับสองหน้าที่นี้พร้อมกัน ที่ผ่านมาเป็นการใช้ผิดประเภทมาตลอด  บังเอิญว่าไม่เกิดปัญหา ก็ถือว่ารอดไป  และหากเกิดปัญหาก็เป็นเพราะใช้งานผิดวัตถุประสงค์  นี่คือสิ่งที่ scg พยายามสื่อสารกับผม

 

ความเห็นส่วนตัว

ผมรู้อยู่แล้วว่ากระดาษถ่ายเอกสาร และกระดาษใช้ในโรงพิมพ์เป็นคนละประเภทกัน และผู้ผลิตก็ตั้งใจให้แยกใช้งาน  แต่ในภาคธุรกิจที่ต้องใช้กระดาษหัวจดหมาย  เราต้องฝืนใช้ผิดวัตถุประสงค์ของโรงงานกระดาษมาตลอด แต่มันไม่ผิดวัตถุประสงค์ของภาคธุรกิจ และมันเป็นมาหลายสิบปี มันเป็นแบบนี้ก่อนที่จะมีกระดาษถ่ายเอกสารขายตามห้างเสียอีก  สิ่งที่โรงงานกระดาษคิด ไม่สอดคล้องกับความต้องการของภาคธุรกิจสิ่งพิมพ์  หวังว่าสักวันหนึ่งจะมีกระดาษที่ทำงานได้สองระบบในกระดาษใบเดียวกัน   จริงๆแล้วแค่โรงงานกระดาษ นำกระดาษถ่ายเอกสารมาขายเป็นแผ่นใหญ่ให้โรงพิมพ์ ก็จบแล้ว เพราะตอนผลิตกระดาษ กระดาษมันเกิดขึ้นมาเป็นแผ่นใหญ่ก่อนจะถูกตัดให้เป็น A4 อยู่แล้ว

 

สรุป

ปัญหากระดาษพิมพ์ไม่ติด และติดขัดในเครื่องพิมพ์ ยังไม่ถูกแก้ไข  และสาเหตุคือ ลูกค้าและโรงพิมพ์ใช้ของผิดประเภท