ช้างอาบน้ำในคลอง
ภาพถ่ายจากฟิล์มโพลารอยด์เป็นภาพถ่ายที่มีสเน่ห์มาก เพราะมันเป็นภาพจากเทคโนโลยีการผลิตภาพที่เกิดขึ้นมานานหลายสิบปี เกิดมาก่อนจะมีเทคนิคการพิมพ์ภาพสีจากคอมพิวเตอร์เสียอีก ไม่ว่าเทคโนโลยีการพิมพ์ภาพ หรือ การผลิตภาพแบบใดที่คิดขึ้นมาใหม่ในยุคดิจิทัล ต่างก็ไม่เคยเร็วไปกว่าภาพโพลารอยด์ ซึ่งนั้นคือเทพความเร็ว จนโลกเราต้องมีคำว่า instant เพื่อใช้กับภาพแบบโพลารอยด์
นอกจากความเร็วแล้ว บุคลิกของภาพโพลารอยด์ก็มีความน่ามอง มันมีความผิดพลาด มีความเพี้ยนเล็กๆน้อยๆ บางภาพก็อาจมากหน่อย แต่มันเป็นแนวทางที่หลายคนชอบ มันน่าดูมากจนซอร์ฟแวร์คอมพิวเตอร์ยังต้องเลียนแบบภาพแนวโพลารอยด์ และเราก็มีซอร์ฟแวร์การปรับภาพให้เป็นแนวโพลารอยด์ให้ใช้ นั่นคือซอร์ฟแวร์ชื่อ Poladroid ซึ่งเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ทำงานบนระบบปฏิบัติการ osx ของ apple ภายหลังทราบว่ามีเวอร์ชั่นทำงานบนวินโดส์ด้ย โดยซอร์ฟแวร์ตัวนี้สร้างขึ้นในปีประมาณ คศ 2008 และมีอยู่เวอร์ชั่นเดียว ไม่มีอัพเดทอีกเลย
แค่เราลากไฟล์ภาพดิจิทัลไปวางในพื้นที่ของโปรแกรม ตัวโปรแกรมก็จะแปลงภาพ ใส่กรอบภาพให้อัตโนมัติ และมีการหน่วงเวลาให้ค่อยๆแปลงภาพ ทำให้เราได้สัมผัสกับการสร้างภาพแบบฟิล์มโพลารอยด์ ผลลัพธ์ของไฟล์ภาพจะเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ ไม่มีลายน้ำใดๆ ไม่มีชื่อโปรแกรมติดอยู่ในภาพ นับเป็นความใจกว้างของเจ้าของซอร์ฟแวร์อย่างมาก
สปสช.เปิดช่องทางประชาชนลงทะเบียนด้วยตัวเอง ผ่านเว็บไซต์ สปสช. สู่ระบบการดูแลผู้ติดเชื้อโควิดที่บ้าน (Home Isolation) นำผู้ติดเชื้อโควิด-19 จับคู่กับคลินิกชุมชนอบอุ่น ศูนย์บริการสาธารณสุข หรือโรงพยาบาล เพื่อเข้าสู่ระบบดูแลติดตามโดยเร็ว แจงสายด่วน 1330 กด 14 มีปริมาณสายจำนวนมาก จึงได้เพิ่มช่องทางออนไลน์เป็นอีกทางเลือก
ข้อมูลสถิติจากศูนย์ข้อมูลโควิด19 สายด่วน 1111 และแหล่งอื่นๆ
ข้อมูลจาก สำนักงานศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงมหาดไทย (ศบค.มท.)
ทุกวันนี้การเรียนรู้หลายๆอย่างสามารถหาได้จากอินเทอเน็ต และเมื่อเด็กคนนึงอยากกระโดดน้ำให้สวยแบบในหนัง ก็เลยลองเปิด youtube เพื่อดูวิธีการ มีคนหลายคนที่สอนเป็นวิดีโอ เลือกดูสักสองคลิปแล้วทำตาม ใช้เวลาหัดประมาณ 3 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 1 วัน
คลิปนี้ตั้งใจถ่ายเก็บไว้เพื่อดูการสร้างภาพของฟิล์ม fuji instax แต่เสียงที่เข้ามาด้วยเป็นเสียงของแม่ลูกร้องเพลงแข่งกัน กลายเป็นคลิปที่น่าฟังมาก
ร้านอาหาร 1000ไม้ คาเฟ่แอนด์ฟาร์ม เป็นร้านอาหารอยู่ย่านปทุมธานี มีธุระไปแถวรังสิตก็เลยแวะร้านนี้ดู เป็นร้านอาหารที่อยู่ในถนนซอย มีพื้นที่ร้านติดแม่น้ำ ขนาดร้านใหญ่พอสมควร สามารถจอดรถได้ประมาณ 20-30 คัน แต่ก็เต็มตลอดเวลา บ้านเรือนประชาชนรอบข้างร้านก็ปรับพื้นที่เป็นที่ฝากรถ นับว่าเป็นร้านที่นำรายได้มาสู่เพื่อนบ้านจริงๆ
ร้านอาหารตกแต่งหลายแนว มีคาเฟ่สวยๆให้นั่ง มีอาหารให้สั่ง มีฟาร์มปลูกผักไม่ใช้ดินโชว์ด้วย พื้นที่นั่งด้านนอกอาคารก็มีหลากหลายบรรยากาศ มุมตกแต่งแบบแค้มปิ้งก็สวยน่าถ่ายรูป มีมุมกิจกรรมเล็กๆ หลายอย่างให้เด็กได้ลองเล่น ได้ใช้เวลากับงานศิลปะ เรียกได้ว่าเป็นร้านอาหารที่เน้นให้ลูกค้าได้แวะถ่ายรูป นั่งดูแม่น้ำ และปล่อยให้ลูกเล่นได้ เหมาะกับครอบครัวที่พาเด็กมาเที่ยวเล่นเปิดหูเปิดตา จะบอกว่าเป็น playground ในรูปแบบของร้านอาหารก็ได้ อาหารที่นี่รสชาดปกติ ผักคงใช้ที่ปลูกกันในฟาร์มแห่งนี้เลย แถมหนอนในจานผักมาด้วยนะ สดจริง
ร้านอาหารมีแม่น้ำอยู่ด้านหลัง เป็นพื้นที่เปิดโล่ง ถ้าจัดกิจกรรมดูดาว ดูนก และนอนเต๊นท์ได้จริงๆก็น่าสนใจมากสำหรับคนกรุงเทพที่หิวธรรมชาติ ยิ่งในยุคโควิดที่เราไม่กล้าเที่ยว การนอนเต๊นท์ในที่สวยและสะดวกก็เป็นทางเลือกที่อยากเลือก
การประกอบลู่วิ่งไฟฟ้าที่บ้านไม่ใช่เรื่องยาก ทางผู้ผลิตมีเครื่องมือที่แถมมาด้วยในกล่อง แต่คู่มือไม่ละเอียด ไม่มีภาพชิ้นส่วนว่าน็อตตัวไหนต้องใส่ที่ส่วนไหน ปล่อยให้ลูกค้าเดาเอาเอง บางครั้งก็เดาผิด แล้วก็เลยต้องใช้เวลาในการลองผิดลองถูกใส่น็อต สิ่งที่แถมมาในกล่องจะมีเอกสารและครื่องมือรวม 1 ถุง ในถุงจะมีของทั้งหมด 6 อย่างตามภาพ
1 คือ น้ำมันหยอด เอาไว้ใส่ใต้สายพาน คู่มือบอกว่า สองเดือนหยอดหนึ่งครั้ง
2 3 4 คือ หกเหลี่ยม เอาไว้ไขในส่วนต่างๆ โดยเบอร์ 3 จะเป็นตัวที่มีความหนาที่สุด เป็นตัวที่เอาไว้ตั้งระดับสายพานไม่ให้เอียงซ้ายหรือขวา
5 คือเครื่องมืออะไรก็เรียกไม่ถูก แต่ไม่รู้ว่าใช้ตอนไหน คู่มือไม่ได้บอกว่าต้องใช้ด้วย
6 คือคู่มือ
ในการประกอบจริงพบว่า ผมต้องไปหาเครื่องมือที่เอาไว้จับหัวน็อตไม่ให้หมุน หน้าตาแบบนี้ เข้าใจว่าช่างบางคนจะเรียกว่า กุญแจเลื่อน เราสามารถหมุนระยะห่างของตัวกุญแจเลื่อนให้มีขนาดที่พอดีกับหัวสกรูตัวเมีย นับว่าเป็นเครื่องมือที่จำเป็นมาก แต่ทางผู้ผลิตไม่ได้แถมมา เมื่อประกอบลู่วิ่งเป็นทรงที่พร้อมใช้งานแล้ว เราก็ต้องตั้งระดับขาให้พอดีกับพื้น เพื่อไม่ให้เครื่องโยกคลอนได้ง่าย เพราะการวิ่งบนลู่วิ่งจะเป็นการก้าวเท้าหรือกระโดดบนลู่วิ่ง แรงเท้ากระแทกลงไปจะทำให้เกิดเสียงดัง ถ้าฐานวางไม่ได้ระดับลู่วิ่งก็จะมีการสั่นสะเดือนที่รุนแรง มันสั่นและโยกแรงจนไม่อยากวิ่ง ดังนั้นการประกอบและจัดวางต้องค่อยๆทำให้ชัวร์
ถ้าเป็นไปได้ควรหาผ้าหนาๆมารองใต้ลู่วิ่งด้วยจะทำให้แรงกระแทกไม่ดังมาก และลู่วิ่งก็จะมั่นคงยิ่งขึ้น เท่าที่ตามอ่านจากอินเทอเน็ต บางคนจะใช้เสื่อโยคะมารอง บางคนใช้พรม บางคนใช้กระดาษลูกฟูกใบใหญ่มารอง ที่จริงแล้วกล่องที่ใส่ตัวมันมาก็น่าจะใช้วางรองได้ แต่ผมก็งกกล่อง อยากจะเก็บกล่องเอาไว้เผื่อใช้ประโยชน์อย่างอื่นแทน
การลองวิ่งครั้งแรก
การวิ่งบนลู่วิ่งไม่เหมือนกับการวิ่งในสนาม เพราะเราต้องมีสมาธิในการก้าวเท้า เนื่องจากพื้นที่สายพานค่อนข้างเล็ก การก้าวเท้าที่ระยะสั้นไปหรือยาวเกินไปก็จะทำให้เท้ามีโอกาสหลุดไปเหยียบพื้นที่นอกสายพานได้ง่าย การหัดวิ่งครั้งแรกๆจะพบกับการเหยียบผิดอยู่หลายครั้ง และการลงน้ำหนักเท้าที่ผิดปกติหรือผิดจังหวะก็จะทำให้สายพานสะดุด ทำให้ตัวเรามีอาการเสียหลักเล็กน้อย ซึ่งก็ทำให้ตกใจอยู่บ้าง แต่เมื่อได้วิ่งไปหลายวันเราจะเริ่มปรับตัวได้
ตอนที่1
การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ทำให้อายุยืน ทุกคนรู้แต่ก็ไม่สามารถทำได้ทุกคน มีข้ออ้างสารพัด แม้แต่ตัวผมเองก็มีแต่การผลัดวันประกันพรุ่งมาตลอด จนอายุเยอะขึ้น ร่างกายกำลังเข้าสู่วัยลุงอย่างเป็นทางการ จากที่เคยกินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วนก็กลายเป็นอ้วนได้ง่ายขึ้น จนถึงวันที่ต้องกินน้อยลงเพื่อลดน้ำหนัก ก็ทำได้อยู่ไม่กี่เดือน น้ำหนักลด แต่หิวและอยากอาหารจนสุดท้ายคุมน้ำหนักได้สามปี น้ำหนักก็ค่อยๆขึ้น แม้เราจะกินน้อยจนเป็นนิสัยแล้ว นี่คือสัญญาณของความเป็นลุงที่กำลังเกิดกับตัวผมเอง
การลดน้ำหนักไม่ใช่เรื่องยาก แต่การจะทำให้น้ำหนักไม่เพิ่มนี่ยากกว่า สุดท้ายการกินน้อยก็ทำไม่ได้ เลยต้องหาวิธีทำให้ร่างกายได้เผาผลาญพลังงาน เลยตัดสินใจเริ่มวิ่งดีกว่า เพราะว่า การวิ่งเป็นการออกกำลังกายที่ลงทุนน้อยที่สุดแต่ได้ผลลัพธ์ที่ดีต่อสุขภาพหลายอย่าง หากเราโชคดี บ้านหรือที่พักอยู่ใกล้สวนสาธารณะก็ทำให้เราสามารถไปวิ่งได้สะดวก แต่ช่วงเวลาที่วิ่งก็จะโดนจำกัดแค่ตอนเช้าและเย็นเท่านั้น เพราะตอนกลางวันแดดร้อนมาก ส่วนกลางคืนก็อันตรายเกินไป
ยิ่งในยุคโควิดระบาดหนักมาก การออกนอกบ้านไปทำกิจกรรมต่างๆจะเป็นความเสี่ยงในการติดเชื้อ การวิ่งออกกำลังกายในที่สาธารณะก็เลยต้องระวังและถ้าโชคไม่ดี รัฐบาลสั่งปิดที่สาธารณะขึ้นมา เราก็จะไม่ได้วิ่งอีก การอยู่บ้านเพื่อหยุดการแพร่เชื้อเราก็โดนขอร้องแกมบังคับให้อยู่กับบ้านให้มากที่สุด ทำให้การวิ่งออกกำลังกายต้องทำในบ้านแทน และก็เป็นที่มาของการวิ่งบนลู่วิ่งไฟฟ้า
ตลอดชีวิตที่ผ่านมาแทบจะไม่ได้ออกกำลังกายเลย แม้อดีตเคยวิ่งอยู่บ้างไม่กี่รอบสนาม แต่ก็เป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ผมยังจำได้ว่า ครั้งแรกที่เคยวิ่งบนลู่วิ่งของเครื่องออกกำลังกายเมื่อสัก 20 ปีก่อน ผมวิ่งได้แค่ 200 เมตรก็เหนื่อยและหายใจไม่ทันแล้ว ล้มตัวลงนอนและรู้สึกว่าหัวใจจะเต้นหลุดออกจากร่างเลย ตั้งแต่นั้นมาก็เลยไม่อยากออกกำลังกาย และเลือกใช้วิธีกินน้อยเพื่อลดน้ำหนักแทน เพราะผมขี้เกียจนั่นเอง
ลู่วิ่งมีมากมายหลายชนิดให้เลือก ตั้งแต่สองพันบาทไปถึงหลายๆหมื่น มีทั้งแบบไฟฟ้า และแบบไม่ใช้ไฟฟ้า ที่แรกก็เคยคิดว่า ลู่วิ่งแบบไม่ใช้ไฟฟ้าเป็นของกระจอก เป็นของมือใหม่ ถ้าจริงจังขึ้นมาหน่อยก็ต้องเป็นลู่วิ่งไฟฟ้า แต่ก็ได้ค้นพบว่า ลู่วิ่งบางชนิดเป็นแบบไม่ใช่ไฟฟ้าที่มีราคาครึ่งแสนก็มีขาย แถมมีคนซื้อแล้วรีวิวให้ดูด้วย สำหรับมือใหม่อย่างผมบอกตามตรงเลยว่าซื้อมั่วๆแต่เน้นราคาไม่แพงเป็นหลัก ก็เลยได้ตัวนี้มา ในราคาสามพันห้าร้อยบาท
มันราคาถูกกว่าลำโพงที่ผมเคยซื้อ ราคาถูกกว่าเลนส์กล้องถ่ายรูป ราคาถูกกว่าของเล่นหลายๆอย่างที่เคยซื้อมา นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ตัดสินใจซื้อได้ง่ายคือ ของเล่นยังแพงกว่านี้เลย ของที่ทำให้อายุยืนก็ให้รีบซื้อซะแล้วเริ่มออกกำลังกายเสียที อะไรที่ไม่เคยทำก็ให้ลองทำ ยิ่งเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพแล้วยิ่งควรได้เริ่มให้เร็วที่สุด
ลู่วิ่งไฟฟ้าดีหรือไม่ดียังไงตอนนี้ยังไม่สามารถจะบอกได้เต็มที่ แต่เมื่อได้ลองใช้ ได้ลองวิ่งหลายครั้ง ผ่านไปประมาณ 7 วันก็เริ่มค้นพบไปทีละอย่าง ว่าเราชอบหรือไม่ชอบอะไรบ้างกับลู่วิ่งตัวนี้
สิ่งที่ชอบ
1 มีที่วางมือถือหรือแท็บเบล็ต ตรงนี้เป็นสิ่งจำเป็นแล้วสำหรับยุคนี้ บางเครื่องที่แพงและออกแบบมาละเอียดกว่านี้จะมีที่วางแก้วน้ำด้วย แต่เครื่องนี้ราคาประหยัด เอาแค่ที่วางมือถือก็พอ
2 ราคาไม่แพง ถือว่าถูกเลยก็ได้เมื่อเทียบกับของฟุ่มเฟือยอื่นๆในชีวิต
3 โชคดีที่เลือกรุ่นที่สามารถปรับความเร็วได้สูงถึง 10 km/h เพราะวิ่งไปหลายๆวัน เราเริ่มรู้แล้วว่าเราชอบที่ความเร็วระดับใด บางเครื่องที่เห็นขายตามห้างหรือในเว็บ ทำความเร็วได้เพียง 6km/h ซึ่งไม่พอสำหรับการวิ่งเลย
สิ่งที่ไม่ชอบ
1 มันไม่แข็งแรง ไม่มั่นคงเท่าไหร่ รู้สึกว่า ถ้าวิ่งชนแล้วลู่ล้มแน่ๆ
2 เสาด้านหน้าทีทำขึ้นมาให้ใช้แสดงผล และเผื่อให้มือจับ มันยืดติดกับฐานด้วยน็อตแค่สองตัว มันไม่แข็งแรงเหมือนลู่วิ่งตัวใหญ่
3 พื้นที่วิ่งน้อยไป สายพานสั้นไปนิดหน่อย ความกว้างของสายพานก็แคบ แต่ก็อาศัยการปรับตัวทำให้ชินได้
รออ่านตอนที่ 2นะครับ