อ่านหนังสือ เทียบกับดูหนัง April come she will

ข่วงหยุดยาวสงกรานต์ปีนี้เป็นปีที่ได้หยุดประมาณ 7 วัน ได้ใช้เวลากินและนอนกันจนอิ่มเลย และมีโอกาสได้ลองดูโปรแกรมหนัง พบว่ามีหนังเรื่องหนึ่งน่าสนใจ เป็นหนังญี่ปุ่น ชื่อไทยว่า เมษายนพาใครบางคนกลับมา ชื่ออังกฤษคือ April come she will.

messageImage_1713145065624

ดูใบปิดหนังก็คิดไปแล้วว่าน่าจะเป็นเรื่องของความรักและการถ่ายรูป ยิ่งดูโฆษณา ก็มีตัวอย่างหนังที่มีกิจกรรมถ่ายรูป มีวิวสวยมาก ตัดสินใจทันทีว่าจะเข้าไปดูหนังเรื่องนี้ในช่วงหยุดยาว ลองใช้เวลาตะลุยอ่านรีวิวเกี่ยวกับหนังตัวนี้ ก็เลยพบว่า มันเป็นหนังสือมาก่อน ขายดีในญี่ปุ่นจนมีการแปลไปหลายประเทศ และมีภาษาไทยแล้วด้วย

dpp-14apr2024-IMG_9063

เดินห้างผ่านร้านหนังสือก็เลยจัดมาเล่มนึง เพราะรู้สึกว่าอยากลองอ่านนิยายดูสักครั้ง จำไม่ได้เลยว่าอ่านนิยายครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ หนังสืออยู่กับตัวแล้วแต่ตั๋วหนังยังไม่ได้ซื้อ เพราะหนังไม่ได้ฮิตมาก โรงฉายเลยไม่เยอะ ต้องดั้นด้นไปดูในห้างที่ห่างไกลจากบ้าน

หนังสือสั่งซื้อที่นี่ https://shope.ee/8AA6YrXUOu

01

เหตุผลหนึ่งที่ซื้อหนังสืออ่านก็เพราะว่าอยากอ่านนิยาย และเคยได้คุยกับลูกเรื่องการอ่านหนังสือเทียบกับการดูหนัง เพราะลูกผมอ่านหนังสือแฮรี่พอตเตอร์อย่างติดหนึบ พอลองให้เขาได้ดูหนัง เขาก็บอกว่า หนังไม่ละเอียด หนังสือละเอียดกว่ามาก ผมหาหนังแฮรี่พอตเตอร์ให้เขา 7 ภาค เขาดูไปภาคเดียวแล้วไม่ดูอีกเลย แสดงว่าหนังสือคงละเอียดกว่ามากจริงๆ จนทำให้หนังไม่น่าสนใจ สำหรับลูกผมกับเรื่องแฮรี่พ็อตเตอร์

Screenshot 2567-04-22 at 21.53.24

หลังจากดูหนัง

เนื้อหาดูงงๆนิดหน่อย แต่อาศัยประสบการณ์ที่อยู่มาจนหัวเริ่มหงอก ตีความและอนุมานเอา ก็พอจะเข้าใจเนื้อเรื่องบ้าง เรื่องนี้เฉียดการถ่ายรูปไปนิดหน่อยให้พอมีรสชาติ เนื้อหาเป็นเรื่องของชีวิตรักของพระเอกที่เกี่ยวข้องกับแฟนสองคน คนเก่าเมื่อหลายปีก่อน และคนปัจจุบันที่กำลังจะแต่งงานกัน วิวในหนังก็พอมีให้ดูตามตัวอย่างหนัง ไม่ได้สวยตาแตกอย่างที่คาดหวัง และดูแล้วไม่ต้องใช้วิวเหล่านั้นก็ได้ แต่ถ้าเราไม่ได้สนใจทิวทัศน์หรือภาพแนวท่องเที่ยวธรรมชาติ แนวเนชันแนลจีโอกราฟิค แต่สนใจภาพถ่ายผู้คน บรรยากาศรอบตัวคน เราก็พอจะใช้หนังเรื่องนี้เป็นหนังรวมภาพสวยได้ คนหัดถ่ายภาพใช้หนังเรื่องนี้เป็นแนวทางการเรียนรู้ได้ จะว่าไป ภาพที่ปรากฏให้เห็นมันก็คล้ายๆจะเป็นภาพแนวสตรีทที่มาในโทนอบอุ่น ละมุน โรแมนติค องค์ประกอบภาพส่วนมากจะเรียบง่ายตรงไปตรงมา แต่ความเรียบง่ายนี่แหละที่ยากที่สุดในการถ่ายภาพ เพราะความเรียบง่ายนั้นดูรู้เรื่องและสื่อสารได้ทรงพลัง

หลังจากอ่านหนังสือ

พอดูหนังจบแล้ว อีกสองวันก็ลองอ่านหนังสือดู ใช้เวลาหลายวันอยู่เพราะว่าอ่านนานๆก็ง่วง เนื้อหาในหนังสือค่อนข้างช้า พรรณาเยอะ เนื้อหาต่างๆในหนังสือเยอะกว่าในหนังมาก และเนื้อหาก็สลับไปสลับมาชวนให้งง ต้องใช้สมาธินิดหน่อยที่จะลำดับเหตุการณ์ต่างๆเอง ซึ่งการสลับช่วงเวลาในหนังก็ทำแบบนี้แหละ อยู่ๆก็ตัดไปอดีต อยู่ๆก็เป็นปัจจุบัน จนบางครั้งในหนัง มีฉากที่พระเอกวิ่ง เราไม่รู้เลยว่าวิ่งในอดีต หรือ วิ่งในปัจจุบัน เรื่องราวต่างๆ บุคลิกตัวละคร และเนื้อหาบางส่วนชวนคิดลึก มีบทบรรยายเหมือนเป็นหนังสือโป๊เลย ผมแปลกใจอยู่ แต่ก็ไม่แน่ใจว่า มันเป็นเรื่องปกติของเลิฟซีนที่อยู่ในหนังสือหรือเปล่า เพราะไม่เคยอ่านนิยายรักมาก่อน

1712137683_April Come She Will-030424-1 (1)

สรุปเอง

รู้สึกว่า การอ่านหนังสือคือสิ่งที่จะได้อรรถรสมากที่สุด ส่วนหนังที่เข้าฉายก็เหมือนเป็นการเซอร์วิสคนอ่าน หนังเป็นเหมือนการทำภาพหน้าตาพระเอกนางเอกและตัวละครอื่นๆให้เห็นเป็นรูปธรรม แสดงสถานที่ต่างๆในจินตนาการ เหมือนเป็นนิทรรศการโชว์ภาพในหัวคนแต่งนิยาย มันเป็นตัวขยายรายละเอียดของหนังสือ ถ้าเราดูแค่ส่วนขยายหรือดูแค่ตัวหนังโดยไม่อ่านหนังสือเลย เราก็จะไม่ได้อรรถรสที่แท้จริง เพราะหนังข้ามรายละเอียดไปเยอะมาก เหมือนที่ผมเกิดความรู้สึกอิหยังวะตอนที่เดินออกจากโรงหนัง มันเหมือนไม่ได้ซึมซับอะไรจากหนังเลย เหมือนเคี้ยวอาหารแล้วไม่ได้กลืนยังไงอย่างงั้น แนะนำให้ไปอ่านหนังสือก่อน และเมื่ออ่านจบแล้ว ก็ลองแวะไปดูหนังอีกที เพื่อขยายรายละเอียดของหนังสือ

หนังสือสั่งซื้อที่นี่ https://shope.ee/8AA6YrXUOu

update 24nov2024. ผ่านไปหลายเดือน ในที่สุด หนังเรื่องนี้ก็เข้า netflix

Screenshot 2567-11-24 at 15.30.29

กลับมาอัพเดทอีกครั้ง ุ6dec2024 ตอนนี้หนังเรื่องนี้ฉายทาง netflix แล้ว
อัพเดทอีกที จุดเด่นของหนังเรื่องนี้อยู่ที่บทวิจารณ์ที่เขียนไว้ที่นี่ https://readthecloud.co/april-come-she-will/

สนามบินดอนเมืองมีอาหารถูกขาย

ปกติการไปทำธุระที่สนามบิน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางด้วยตัวเอง หรือไปส่งคนอื่น เรามักจะเจอกับค่าอาหารในสนามบินที่แพงมาก น้ำเปล่า 1 ขวดอาจจะราคา 50-100 บาทก็ได้ อาหารต่างๆที่เคยเห็นในห้างทั่วไป พอไปอยู่ในสนามบินก็ราคาสูงขึ้นหลายเท่าตัว เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องน่าเบื่อสำหรับคนเดินทาง แต่เราก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะร้านค้าเขาตั้งราคาแบบนั้น เราจะไปบังคับให้เขาขายถูกก็ทำไม่ได้

แต่ก็พอจะมีร้านอาหารขายถูกอยู่บ้าง ซึ่งได้เจอโดยบังเอิญ เพราะว่า ผมไปสนามบินไม่บ่อย เคยจ่ายราคาแพง และปีนี้ ก็ได้เห็นร้านราคาถูกตั้งอยู่ ก็เลยมาบันทึกไว้ว่าเจอร้านราคาประหยัดในสนามบิน ซึ่งสนามบินแห่งนี้คือ สนามบินดอนเมือง

ตำแหน่งร้านนี้ตั้งอยู่ในอาคาร 1 ซึ่งเป็นอาคารที่เชื่อมต่อกับอาคารจอดรถ. เมื่อเราจอดรถที่อาคารจอดรถที่รถไม่ค่อยว่างได้แล้ว เราก็ต้องขึ้นลิฟท์ไปที่ชั้น 3 ของอาคารจอดรถ แล้วเดินเข้าอาคาร 1 โดยที่ทางเข้านี้ก็จะมีร้านอาหารตั้งอยู่

IMG_20240413_081250
IMG_20240413_081238

สองร้านนี้ขายราคาไม่แพง ถือว่าถูกมากด้วยหากเทียบกับร้านทั่วไป และยังมีร้านกาแฟอยู่ข้างๆร้านนี้อีกด้วยที่ราคาไม่แพง ก็ลองแวะอุดหนุนกันได้

ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย

นอกจากจะเป็นเรื่องของคนที่ไม่คาดเข็มขัดนิรภัยตอนขับรถแล้ว ยังเป็นการโชว์โง่ของคนบางประเภทอีกด้วย

พาลูกเที่ยวพิพิธภัณฑ์ของเก่าต้องถึงวัยที่เหมาะสม

ขึ้นชื่อว่าพิพิธภัณฑ์จะเป็นสถานที่รวมข้อมูลความรู้เฉพาะทางเอาไว้ เมื่อก่อนตอนลูกเล็กระดับ 3-4 ขวบ พาไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ก็รู้สึกสนุก เพราะเหมือนได้เดินสวนสัตว์ เดินเข้าพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ก็เหมือนเดินดูของเล่น พอพาเข้าพิพิธภัณฑ์ของเก่าลูกก็เหมือนจะไม่เข้าใจ มีแต่พ่อแม่ที่อยากจะเดินดูนานๆ เพราะเด็กในวัยเล็กเกินไปจะยังไม่รู้ว่าสิ่งของโบราณคืออะไร

IMG_0271
IMG_0058
IMG_0050

แต่พอลูกอายุเกิน 10 ขวบ เขาเริ่มมีความทรงจำและความรู้ เริ่มรู้จักถาม เริ่มใช้สิ่งของต่างๆในยุคสมัยปัจจุบัน โทรศัพท์มือถือแบบหน้าจอสัมผัสคือสิ่งที่เขาเห็นมาตั้งแต่เกิด พอมาเจอโทรศัพท์บ้านยุคสามสิบปีที่แล้วก็ถึงกับใช้ไม่เป็น ได้แต่ถามว่ามันใช้ยังไง ตอนนี้นี่เองที่พ่อแม่ได้อธิบายหลักการ วิธีใช้ ทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ว่า คนสมัยก่อนพยายามอย่างมากที่จะสื่อสารให้ได้ โทรศัพท์บ้านที่ดูแล้วไม่รู้จะกดไปหาใคร ไม่มีหน้าจอแสดงผลทำไมถึงคุยกับคนอื่นได้ คุยข้ามประเทศได้

ไปเจอเครื่องพิมพ์ดีด เด็กก็รู้ทันทีว่านี่คือญาติของคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ พ่อแม่ก็รออธิบาย ว่ามันคือพ่อของคีย์บอร์ดแบบที่เราใช้ทุกวันนี้ มีการเรียงตัวหนังสือเหมือนกัน ตัวหนังสือแถวบนมีเรียงเป็นตัว qwerty เหมือนกัน เด็กยืนมองแต่ก็ยังไม่เข้าใจว่ามีตัวหนังสือบนกระดาษได้ยังไง เลยต้องอธิบายกลไกการทำงาน มีสปริง มีก้านเหล็กที่จะคอยเด้งไปพิมพ์บนกระดาษ เสียดายตรงที่เครื่องพิมพ์ดีดอยู่ในสภาพใช้งานไม่ได้ เด็กเลยยังไม่รู้ว่ากระดาษถูกพิมพ์ได้อย่างไร คงต้องหาคลิปใน youtube ให้ดู

DSC00827
พิพิธภัณฑ์บ้านครูกัง จ.ระยอง
DSC00819
เครื่องพิมพ์ letterpress แบบมือโยก ปัจจุบันยังมีบางโรงพิมพ์ใช้งานอยู่
แท่นเติมน้ำมัน
DSC00830
ร้านถ่ายภาพติดบัตร กล้องตัวใหญ่ ฟิล์มใหญ่ งานถ่ายภาพด้วยฟิล์มที่นักเรียนปัจจุบันไม่เคยใช้งานแล้ว
DSC00849
เกมส์วินนิ่งเมื่อก่อนมาเป็นโต๊ะเลย
DSC00898
ครกและสาก ปัจจุบันยังคงเดิม ยังใช้งานอยู่ในร้านอาหารทุกแห่ง ร้านส้มตำยังใช้อยู่ และยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ
DSC00927
ร้านขายของชำ ต้นแบบเซเว่น
DSC00956
เครื่องเล่นแผ่นเสียงยุคแรก ใช้ไขลาน เสียงอู้อี้แค่พอรู้เรื่อง
เครื่องพิมพ์ดีด พ่อแม่ของคีย์บอร์ด
DSC01002
โทรศัพท์บ้านระบบมือหมุน
DSC01027
โทรศัพท์สาธารณะระบบเสียบบัตร
DSC01014
กระติกเก็บน้ำร้อน ต้นแบบของแก้วเยติ กระติกเก็บอุณหภูมิ

DSC01026

การพาเด็กเที่ยวพิพิธภัณฑ์ในตอนที่เด็กสามารถรับข้อมูลได้ สามารถตั้งคำถามได้ ก็จะเกิดการเรียนรู้ รับรู้อดีต รู้หลักการทำงาน เป็นการเที่ยวพิพิธภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ใครมีลูกอยู่ในวัยประถมปลาย ลองพาเด็กเที่ยวพิพิธภัณฑ์ที่แสดงของเก่าดู ช่วงเวลาแบบนี้จะเป็นจังหวะที่ดี พ่อแม่ได้โชว์ภูมิปัญญาสมัยเก่าที่ส่งต่อมาถึงสมัยใหม่ เด็กก็อยากรู้อยากเห็น พ่อแม่ก็ได้หายคิดถึง ได้เล่าให้ลูกฟัง

ถ่ายคลิปในที่ลมแรง ต้องมีตัวป้องกันเสียงลม windscreen

การถ่ายคลิปวิดีโอในปัจจุบันเป็นเรื่องง่าย เพราะทุกคนสามารถใช้สมาร์ทโฟนถ่ายคลิปวิดีโอได้อยู่แล้ว และกล้องดิจิทัลก็มีความสามารถในการถ่ายวิดีโอมาตั้งแต่ต้น ปัจจุบันความสามารถในการถ่ายวิดีโอก็สูงขึ้นเรื่อยๆ ความละเอียดมากขึ้น มีระบบกันสั่นที่ดีขึ้น แต่สิ่งหนึ่งที่พัฒนาไม่ทันคือเทคโนโลยีการป้องกันเสียงลม

s-l1600

การบันทึกคลิปวิดีโอจะมีปัญหาทันทีถ้ามีลมแรงพัดผ่านไมโครโฟนบนกล้อง ทั้งลมจากปาก และลมจากสิ่งแวดล้อม ไมโครโฟนจำนวนมากที่ต้องใช้กับปากคนจะต้องมีตัวฟองน้ำหุ้มเอาไว้ เราจะเรียกตัวฟองน้ำนี้ว่า windscreen เพราะเสียงลมจากปากจะทำให้เกิดเสียงพรึ่บพรั่บ

819U9cS8Z+L._AC_SX522_

ไมโครโฟนอีกหลายตัวจะมีตัวป้องกันลมเป็นแบบมีขน คนไทยก็เรียกขนแมว ฝรั่งก็เรียก dead cat ซึ่งมันก็คือ windscreen ชนิดหนึ่งนั่นเอง

กล้อง Sony Zv-1F เป็นกล้องคอมแพ็คที่ออกแบบมาให้ใช้บันทึกวิดีโอเป็นหลัก เน้นการใช้งานวิดีโอ และไมโครโฟนที่ติดอยู่บนกล้องก็เป็นไมค์คุณภาพดี แต่อย่างไรก็ตาม การใช้งานในที่ลมแรงก็จะมีปัญหาเรื่องเสียงเสมอ การป้องกันเสียงลมที่ดีที่สุดยังคงต้องใช้ตัวป้องกันแบบดั้งเดิม คือ ต้องมี windscreen ซึ่งเราก็จะเห็นตัวขนแมวสีขาวติดอยู่บนกล้อง หากไม่ใช้ก็สามารถถอดเก็บได้ ดังนั้น เมื่อเราจะใช้ Zv-1F ถ่ายคลิปวิดีโอก็ควรติดตัวป้องกันเสียงลมไว้เสมอ

ภาพด้านล่าง คลิปแรกจะเป็นการสาธิตการไม่ใช้ตัวป้องกันเสียงลม ส่วนคลิปด้านล่างจะใส่ตัวป้องกันเข้าไปด้วย ลองฟังเสียงคลื่นริมทะเลเปรียบเทียบกัน แล้วจะรู้ได้ว่า เสียงลมกระแทกไมโครโฟน หรือ เสียงพรึ่บพรั่บเป็นอย่างไร

คลิปบันทึกริมทะเล ลมแรง ไม่ใช้ windscreen

คลิปบันทึกริมทะเล ลมแรง ใช้ windscreen

วิธีใส่ลายเซ็นลงในเอกสาร pdf

เดี๋ยวนี้การสื่อสารผ่านระบบอินเทอเน็ตคือช่องทางหลักของธุรกิจและชีวิตส่วนตัว หลายครั้งที่เราจะต้องเซ็นเอกสารซึ่งต้นทางส่งเอกสารมาเป็นไฟล์ชนิด pdf และเราก็อยากจะเซ็นและส่งกลับไปเลย เมื่อก่อน เราจะต้องพิมพ์เอกสารออกมาเป็นกระดาษ แล้วก็เซ็นชื่อ แล้วก็ถ่ายภาพส่งไฟล์ภาพกลับไป แม้ว่ามันจะใช้งานได้ แต่มันก็ไม่สวย ไม่เรียบร้อย

ถ้าเลือกได้ก็อยากจะเสกลายเซ็นให้ไปโผล่ในเอกสาร pdf ไปเลย แล้วก็ส่งกลับไป ซึ่งถ้าเราใช้คอมพิวเตอร์ของแม็ค เราก็มีวิธีที่จะทำได้ง่าย โดยเราจะอาศัยความสามารถของเครื่องแม็คที่มีกล้องเว็บแคม หรือ โน้ตบุ๊คนั่นเอง และผมเองก็ไม่แน่ใจว่าความสามารถนี้มีมาให้ใช้ตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ผมทดลองใช้งานด้วยเครื่องแม็คบุ๊คแอร์รุ่นที่ออกจำหน่ายในปี คศ 2010 และทดลองใส่ลายเซ็นในปีนี้ ปี คศ 2022

filter

การใช้ฟิลเตอร์โพลาไรซ์ตัดแสงสะท้อน

นักถ่ายภาพมือใหม่ที่พยายามจะถ่ายวิวทิวทัศน์ โดยเฉพาะท้องทะเล จะมีคำบอกต่อให้ได้ยินว่า ให้ใส่ฟิลเตอร์โพลาไรซ์ ให้บิดมุมโพลาไรซ์ให้ถูกต้อง แล้วจะได้น้ำสีเข้ม ได้ฟ้าสีเข้ม ซึ่งเป็นเรื่องจริงประมาณ 60 เปอร์เซ็น ส่วนอีก 40 เปอร์เซ็นคือ ท้องฟ้าต้องมีสีสันอยู่แล้ว ไม่ใช่ขาวโพลน และทะเลต้องมีสีสันอยู่แล้ว ไม่ใช่ทะเลขุ่นๆ

CPL

ภาพน้ำและฟ้าสีสวย น้ำทะเลสีเขียวหรือสีฟ้าก็ตาม เกิดจากน้ำทะเลไม่ขุ่น และท้องฟ้าสีฟ้า เกิดจากไม่มีเมฆปกคลุม อาจจะมีเมฆเป็นก้อนๆก็ได้ หรือ บางทีก็ไม่มีเมฆเลยก็จะเป็นฟ้าสวยๆใสๆ เราจะต้องเห็นสีฟ้าบนท้องฟ้าด้วยตาเปล่าเสียก่อน เราถึงจะไปเลือกใช้เทคนิคใส่ฟิลเตอร์โพลาไรซ์ได้ นอกจากจะได้สีน้ำทะเลที่เข้มขึ้นแล้ว เรายังได้มองทะลุลงไปถึงใต้น้ำด้วย จะได้สีสันของสิ่งที่อยู่ใต้น้ำ มองเห็นรายละเอียดใต้น้ำมากขึ้น

IMG_0073
EF-M18-55mm f/3.5-5.6 IS STM มุมโพลาไรซ์ยังปรับไม่ถูกต้อง
IMG_0072
EF-M18-55mm f/3.5-5.6 IS STM ปรับมุมโพลาไรซ์ให้ตัดแสงสะท้อนที่ผิวน้ำ

ภาพนักดำน้ำหากไม่ใช้ฟิลเตอร์โพลาไรซ์ภาพจะดูไม่น่าสนใจ สีสันต่างๆในภาพจะไม่เข้มสด การใช้ฟิลเตอร์โพลาไรซ์และปรับหมุนให้ได้มุมที่เหมาะสมจะทำให้แสงสะท้อนที่ผิวน้ำลดลง และมองเห็นสิ่งที่อยู่ใต้น้ำมากขึ้น

IMG_3962
EF-M18-55mm f/3.5-5.6 IS STM
IMG_3961
EF-M18-55mm f/3.5-5.6 IS STM + ฟิลเตอร์โพราไรซ์

ฟิลเตอร์โพลาไรซ์จะตัดแสงสะท้อน ให้ดูเก้าอี้หวายที่วางข้างสระน้ำ ภาพที่ไม่ใช้ฟิลเตอร์โพลาไรซ์เราจะเห็นด้านบนของเก้าอี้สะท้อนแสงสว่าง แต่พอเราใส่ฟิลเตอร์โพลาไรซ์ แล้วหมุนฟิลเตอร์ไปเรื่อยๆ จะมีมุมหนึ่งที่ช่วยตัดแสงสะท้อนของแสงบนหวายได้ เมื่อแสงสะท้อนหายไป เราก็เห็นสีเข้มขึ้น

ฟ้าและท้องทะเลก็เช่นเดียวกัน ในบางมุมที่ทะเลสะท้อนแดด หากเราตัดแสงสะท้อนของแสงแดด เราก็จะได้ทะเลสีเข้มขึ้น แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะตัดแสงสะท้อนด้วยฟิลเตอร์โพลาไรซ์ได้ทุกครั้ง มันมีมุมที่เหมาะสม มันมีการทำงานทางฟิสิกส์อยู่เบื้องหลัง

IMG_3932
ƒ/10.0  1/320
IMG_3933
ƒ/8.0
 1/125

ถ้าเราถ่ายภาพตอนเที่ยง พระอาทิตย์อยู่ตรงหัว วิวที่เรามองไปข้างหน้าจะสามารถใช้ฟิลเตอร์โพลาไรซ์มาทำงานตัดแสงสะท้อนได้ นั่นก็คือ ดวงอาทิตย์หรือแหล่งกำเนิดแสง ลากเส้นมาที่วัตถุหรือสิ่งที่เราอยากถ่าย แล้วลากต่อไปที่กล้องของเรา ถ้ามันเป็นมุมฉาก หรือใกล้เคียงมุมฉาก ฟิลเตอร์โพลาไรซ์จะทำงานได้ค่อนข้างดี

ถ้าดวงอาทิตย์อยู่หลังกล้อง สิ่งที่เราถ่ายก็เหมือนจะถ่ายตามแสง แบบนี้ฟิลเตอร์โพลาไรซ์จะไม่มีผล ฟังดูเข้าใจยาก ก็ใช้วิธีใส่ฟิลเตอร์ไปทุกรูปเลยก็ได้ แล้วก็หมุนดูทุกรูป แล้วก็จะได้คำตอบ บางครั้งหมุนแล้วสีเปลี่ยน สีเข้มขึ้น บางครั้งหมุนแล้วไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง ลองจนจำได้ เดี๋ยวก็จะเข้าใจ

IMG_6097
IMG_3953
2020-01-02_10-31-35-01

นอกจากการถ่ายวิวทิวทัศน์แล้วเรายังใช้ฟิลเตอร์โพลาไรซ์กับการถ่ายวัตถุมันวาวอื่นๆด้วย เพื่อให้แสงสะท้อนจากผิวมันวาวเหล่านั้นหายไป จะทำให้เราได้สีสันและรายละเอียดของวัตถุที่ตรงกับความเป็นจริง ดูตัวอย่างจากเครื่องพิมพ์ด้านล่างนี้ได้

FRAME_COLLAGE1555330284743

นอกจากมุมแสงแล้วสิ่งที่ต้องรู้อีกประเด็นคืออัตราการกินแสง หรือ เสียแสง 2สต๊อป คำว่ากินแสงหมายความว่า แสงจะวิ่งเข้าเลนส์น้อยลงเพราะฟิลเตอร์บังไว้ ถ้าเราถ่ายโหดม M วัดค่าแสงก่อนใช้ฟิลเตอร์ได้ที่ f11 สปีดชัตเตอร์ 1/100 วินาที ตอนเราสวมฟิลเตอร์โพลาไรซ์หน้าเลนส์แล้ว เราจะต้องปรับตั้งให้กล้องรับแสงที่ f11 สปีดชัตเตอร์ 1/25 เพื่อให้แสงพอดี

แต่หากเราใช้กับกล้อง Mirrorless หรือ Dslr ที่มีการวัดแสงผ่านเลนส์แล้ว เราไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ เพราะกล้องจะรับรู้ว่าแสงน้อยลง และกล้องจะเลือกค่าการรับแสงให้พอดีกับการใช้ฟิลเตอร์แล้ว กล้องที่ต้องคิดเรื่องอัตราการเสียแสงก็คือ กล้องแมน่วล กล้องฟิล์มโบราณต่างๆที่บางคนยังมีใช้งานอยู่


เวลาเลือกซื้อฟิลเตอร์โพลาไรซ์ เราจะเลือกคำว่า CPL ย่อมายาก Circular Polarize คือเป็นฟิลเตอร์ที่ทำงานร่วมกับเลนส์ออโต้โฟกัสได้ดี และส่วนมากฟิลเตอร์โพลาไรซ์ก็มักจะเป็นชนิดนี้ ส่วนขนาดที่เลือกซิ้อก็ให้เลือกซื้อตามขนาดหน้าเลนส์ที่เราจะใช้ บางทีนักถ่ายภาพบางคนมีเลนส์หลายตัว แต่ละตัวมีขนาดหน้าเลนส์ไม่เท่ากัน แนะนำแบบคลอบคลุมที่สุดก็คือให้ซื้อตามขนาดเลนส์ที่ใหญ่ที่สุด ส่วนตอนเอาไปใช้กับเลนส์หน้าเล็กก็ให้ใช้สเต็ปริงเปลี่ยนขนาดช่วย

การใช้ฟิลเตอร์โพลาไรซ์ในการถ่ายภาพเป็นได้ทั้งการแก้ปัญหาแสงสะท้อน และเป็นวิธีสร้างความน่าสนใจให้กับภาพถ่ายมากขึ้น หากมีเวลาก็ควรจะฝึกใช้งานให้บ่อย หยิบใส่ หยิบออก ปรับหมุนมุมโพลาไรซ์ให้เคยชิน ต่อให้อุปกรณ์ราคาไม่แพงแต่ก็ให้ภาพที่ดีได้ถ้ารู้เทคนิคการสร้างสรรค์ภาพ

อ่านหรือไม่อ่าน

IMG_20240210_141130

เจอหนังสือสองเล่มนี้ในร้านขายหนังสือ วางอยู่ติดกันเลย สุดท้ายผมซื้อเล่มขวาติดกลับบ้านด้วย หนังสือพูดถึงการทำการตลาดในยุคออนไลน์ เล่าเรื่องพื้นฐานที่ควรรู้ แต่กว่าจะได้เริ่มอ่านจริงจังก็ผ่านไปหลายวัน โดยก่อนถึงวันที่เริ่มอ่านจริงจัง ผมผ่านสถานการณ์นั่งมองหนังสือ แล้วก็ได้เข้าใจในบางเรื่อง ตอนที่นั่งมองปกหนังสือนี่แหละ

หลายครั้งที่ผมเล่าเรื่องน่ารู้ให้เพื่อนในกลุ่มฟัง เกี่ยวกับแนวคิด หลักการต่างๆที่ใช้ในการทำการตลาด หรือบางทีก็ส่งลิงค์ในเว็บให้อ่าน เพื่อให้เพื่อนได้ทำความเข้าใจ เพื่อนจะได้เข้าใจแบบเดียวกับเรา แต่ก็พบว่า เพื่อนยังไม่อ่าน ผ่านไปเป็นเดือนบางทีถามกลับไปเพื่อนก็บอกว่าไม่ได้อ่าน คือยังไม่ได้เริ่มทำความเข้าใจในสิ่งที่เราแนะนำ ก็ได้แต่สงสัยว่าทำไมไม่อ่าน ทำไมไม่ไปตามอ่านให้จบ จะได้เข้าใจตรงกัน เวลาทำงานร่วมกันจะได้ไม่สงสัยในวิธีการ

IMG_0714

จนวันที่เจอหนังสือเล่มนี้ พอซื้อแล้วก็พกอยู่ในกระเป๋า ตั้งใจว่าจะนั่งอ่านทำความเข้าใจ บางครั้งก็แวะนั่งร้านกาแฟ ตั้งใจว่าจะอ่านสัก 2 ชม. แต่พอได้นั่ง ก็เปิดคอมฯ ดูโน่นนั่นนี่ ฟังเพลง ดูคลิป ดูข่าว ดูรายการพอดคาสท์ สุดท้ายเวลาผ่านไป 2 ชม. หนังสือไม่ได้หยิบเลย การเริ่มต้นอ่านหนังสือสักเล่มมันทำไมยากอย่างนี้ คนเรามีจังหวะขี้เกียจเริ่มต้นจริงๆ และวันนี้ก็ได้ประสบกับตัวเอง

ผ่านการผลัดวันประกันพรุ่งมาหลายวัน แต่ละวันที่นั่งมองปกหนังสือก็ได้แต่ถอนหายใจ ความรู้สึกยังไม่อยากอ่านยังคงมีอยู่ ก็ทำให้นึกถึงเพื่อนๆหลายคน สิ่งที่เคยส่งให้เพื่อนอ่าน สิ่งที่เคยแนะนำว่าเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ ส่งลิงค์ให้อ่าน เพื่อนไม่กดเข้าไปแม้สักครั้งเดียว มันเลยพอจะเข้าใจความรู้สึกของคนที่ยังไม่พร้อมจะอ่านได้ ต่อให้มีประโยชน์แค่ไหน ถ้าเป็นตอนที่ไม่อยากอ่าน ยังไงก็ไม่อ่าน และก็คาดว่าคนที่ไม่ได้มีนิสัยรักการอ่านบางทีก็คงไม่คิดจะอ่านอะไรยาวๆเลย

IMG_5447

ผ่านไปเกือบสองสัปดาห์ หาเวลาว่างได้หลายชั่วโมง ก็เลยเริ่มอ่าน พบว่าวิธีการที่จะทำให้ได้เริ่มอ่านแบบง่ายที่สุดก็คือให้พกหนังสือเล่มนี้เล่มเดียว ส่วนคอมพิวเตอร์ หูฟัง เครื่องเล่นเพลง หนังสือเล่มอื่น กล้องถ่ายภาพ ของเล่นใดๆอย่าพกเลย ให้เหลือติดมือแค่หนังสือเล่มนี้เล่มเดียว แล้วจะได้เริ่มอ่านจริงๆ หนังสือประมาณสองร้อยหน้าใช้เวลาอ่านประมาณ 4 ชม. ก็จบ การอ่านหนังสือไม่ใช่เรื่องยาก การเริ่มอ่านต่างหากที่ยากมากๆ

รวมภาพจากกล้องหลายตัวในมุมคล้ายกัน

000031
Nikon L35AF + fuji c200

01014minilux-000002
Leica minilux + fuji c200
DSC00291
Sony ZV-1F
01014minilux-000005
Leica minilux + fuji c200
DSC00038
Sony ZV-1F
01014minilux-000021
Leica minilux + fuji c200
DSC00022
Sony ZV-1F
000044
Leica Minilux + fuji c200
DSC00096
Sony ZV-1F
DSCF5515
Fujifilm GFX 50R GF20-35mmF4 R WR
DSC00029
Sony ZV-1F
000045
Contax T3 + fuji c200
000032
Nikon L35AF + Fuji c200
DSC00455
Sony ZV-1F Zoom 2x

ทดลองกล้อง canon eosm vs sony zv-1f

กล้อง Eos M เป็นกล้อง Mirrorless เปลี่ยนเลนส์ได้ของ Canon ที่ทำออกมานานแล้ว มีเลนส์ตัวเล็กสเป็ค 22มม. f2 เป็นเลนส์ที่รูรับแสงกว้างทำให้เหมาะกับการถ่ายในสภาพแสงน้อย นั่นก็หมายความว่าสามารถใช้ถ่ายในสถานการณ์ต่างๆได้ดีตั้งแต่แสงน้อยไปจนถึงแสงปกติ ดังนั้นมันจึงเหมาะที่จะถูกใช้งานเป็นกล้องพกพาที่ใช้งานประจำวัน กล้องและเลนส์เมื่อติดรวมกันแล้วก็จะมีขนาดไม่ใหญ่มาก จะเรียกว่าเป็นกล้องเปลี่ยนเลนส์ได้ขนาดเล็กเกือบจะที่สุดก็ไม่ผิด คุณภาพของภาพก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดีถึงดีมาก ข้อเสียคือถ่ายวิดีโอไม่ค่อยดีตามยุคสมัย แม้จะถ่ายความละเอียด FHD ได้ 1920×1080 แต่ก็ไม่มีกันสั่น และระบบโฟกัสก็ก็ไม่เก่ง หลายครั้งภาพเบลอ ติดตามสิ่งที่เคลื่อนที่ไม่ทัน 

Sony ZV-1F เป็นกล้องคอมแพ็คขนาดเล็ก ติดเลนส์มุมกว้างรูรับแสงกว้างคือ 20มม. f2 ทำให้จัดว่าเป็นกล้องที่ไวแสง สามารถถ่ายภาพในสถานที่แสงน้อยได้ดี ทำให้เหมาะกับสถานการณ์เกือบทุกชนิดที่ตามมองเห็น ระบบโฟกัสภาพนิ่งทำได้ดีมาก ระบบโฟกัสวิดีโอทำได้ดีมาก ทำให้มันสามารถถ่ายภาพนิ่งและวิดีโอได้ดีในตัวเดียว และที่สำคัญคือมีโหมดปรับสีภาพที่เลือกใช้ได้ทันที สามารถจบหลังกล้องได้ภาพโทนสีถูกใจด้วยการถ่ายครั้งเดียว ไม่ต้องไปใช้โปรแกรมปรับสีอื่นๆใดๆ มันจึงเหมาะเป็นกล้องติดตัวเพื่อใช้งานประจำวันอีกตัวหนึ่ง และมันก็ทำงานได้ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ เลือกโทนสีของภาพและวิดีโอให้เป็นสีที่ถูกใจได้ง่าย โดยเฉพาะโหมดสีชนิด FL ที่ย่อมาจากคำว่า film look ที่ให้สีสันเหมือนภาพจากกล้องฟิล์ม ซึ่งเป็นโทนสีที่ช่างภาพส่วนมากจะรู้สึกชอบ ลูกเล่นนี้จึงถูกบรรจุอยู่ในกล้องนั่นเอง

canon eos m + 22f2

IMG_4940

1707584833691

Sony ZV-1F filter FL

DSC00201

1707625520093