Category Archives: Uncategorized
ไปนั่งทำงานที่ห้องสมุดแบงค์ชาติ
ในยุคปัจจุบันที่การทำงานและการใช้ชีวิตของคนเราต้องอาศัยอินเทอเน็ตแทบจะตลอดเวลา และการทำงานก็ไม่ได้จับจดอยู่กับที่ทำงานแค่เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป การออกไปพบลูกค้าหรือคุยธุรกิจนอกสถานที่ก็เป็นเรื่องปกติ และส่วนมากก็จะใช้ร้านกาแฟเป็นที่พบปะพูดคุยกัน
การหาที่นั่งนอกที่ทำงานส่วนมากก็จะต้องใช้บริการร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า หรือปั๊มน้ำมัน ซึ่งในปั๊มน้ำมันก็มักจะเป็นร้านกาแฟ แต่ก็รู้สึกไม่สะดวกเพราะร้านกาแฟในปั๊มมักจะอยากให้มีคนหมุนเวียนเยอะๆ คงไม่ชอบให้ใครมานั่งนานๆ ถ้าไปหาที่นั่งในห้างก็มักเป็นร้านกาแฟเช่นกัน ร้านกาแฟสตาร์บัคกลายเป็นทางเลือกที่คนทำงานมักจะใช้บริการ เพราะสั่งกาแฟแก้วนึงนั่งคุยงานหรือนั่งทำงานได้นานๆ มีปลั๊กไฟเสียบใช้งานได้ยาวนานเท่าที่ต้องการ แต่ก็มักจะพบว่าร้านกาแฟยอดฮิตร้านนี้มักจะที่นั่งเต็ม ส่วนมากก็เต็มจากนักเรียนนักศึกษามานั่งทำงาน นั่งอ่านหนังสือ หรือร้านกาแฟอีกหลายแห่งก็ไม่ได้มีปลั๊กไฟให้บริการ การหาที่นั่งคุยนานๆหรือนั่งทำงานยาวๆในห้างหรือในปั๊มน้ำมันก็เลยมักจะหาได้บ้างไม่ได้บ้าง
หลายเดือนมานี้ได้เห็นโพสท์ในโซเชียลมีเดียอยู่เป็นบางวัน มีคนรีวิวว่ามีที่นั่งทำงานแห่งใหม่น่าสนใจ มันคือห้องสมุดของธนาคารแห่งประเทศไทยเปิดหรือในอีกชื่อหนึ่งอย่างเป็นทางการคือ ศูนย์การเรียนรู้ธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดให้บริการตั้งแต่ 9.30-20.00 น. ได้ยินเรื่องเล่าบอกต่อกันมาสักพักแล้วว่าเป็นห้องสมุดที่นั่งสบาย กาแฟไม่แพง วิวสวยหลักล้าน เป็น co-working space ที่น่าสนใจมาก ก็เลยลองแวะไปใช้บริการสักหน่อย
ห้องสมุดแบงค์ชาติตั้งอยู่ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ตั้งอยู่ที่ถนนสามเสน ย่านบางลำพู ตัวตึกอยู่เชิงสะพานพระรามแปด พื้นที่ตั้งอยู่ติดแม่น้ำเจ้าพระยา มีวิวสะพานพระรามแปดเป็นจุดเด่น มีตึกจอดรถที่ดูเป็นระเบียบเรียบร้อย ผู้มาใช้งานต้องรับบัตรเข้าอาคารจอดรถ อาคารห้องสมุดมีกี่ชั้นจำไม่ได้ แต่ห้องสมุดอยู่ชั้นสองเป็นชั้นที่มีวิวริมแม่น้ำสุดอลังการ เป็นจุดนั่งทำงานที่นั่งแล้วเพลินตามาก ส่วนอื่นในชั้นเดียวกันนี้ก็กว้างขวาง มีโต๊ะจำนวนมากภายใน มีโซนนั่งทำงานเป็นโต๊ะใหญ่และโต๊ะเล็ก มีส่วนที่เป็นห้องกระจกป้องกันเสียงสำหรับกลุ่มที่ต้องการพูดคุยกัน ทุกโต๊ะ ทุกที่นั่งสามารถนั่งได้ตามอัธยาสัย ส่วนชั้นหนึ่งเป็นร้านกาแฟมีโต๊ะนั่งเยอะไม่แพ้กัน
เดินเข้าห้องสมุดต้องผ่านจุดตรวจเอ๊กซเรย์เหมือนเดินทางเข้าสนามบิน สแกน qrcode เพื่อเข้าใช้บริการ ตัวห้องสมุดขนาดใหญ่มาก มีหนังสือเยอะ แต่ผมยังไม่ได้ดูละเอียดว่ามีหนังสืออะไรบ้าง เพราะวันนี้ตั้งใจมานั่งทำงาน
ผมโชคดีได้นั่งชิดกระจกชมวิวแม่น้ำและสะพาน จุดที่นั่งทุกจุดมีปลั๊กไฟให้ใช้งาน จำนวนปลั๊กไฟเชื่อว่าเยอะกว่าเก้าอี้ ทุกคนที่มาใช้งานมีปลั๊กไฟให้ใช้แน่นอน สิ่งที่ควรพกติดตัวมาด้วยเมื่อมานั่งทำงานในห้องสมุดคือหูฟัง จะไร้สายหรือมีสายก็ตามสะดวก
ห้องน้ำก็อยู่ในระดับที่ดีเหมือนโรงแรม ร้านกาแฟที่ชั้นหนึ่งก็ราคาไม่แพง แต่งร้านสวย มีคนเยอะมากกว่าในห้องสมุด น่าจะเป็นเพราะนั่งคุยกันได้ ไม่เหมือนในห้องสมุดที่ไม่กล้าใช้เสียงเลย ความเงียบในห้องสมุดเป็นเรื่องสำคัญ ทุกคนพยายามจะไม่ใช้เสียงใครจะคุยโทรศัพท์ต้องเดินออกไปคุยข้างนอก หรือลงไปนั่งที่พื้นที่ข้างร้านกาแฟก็ได้ ที่นั่งมีเยอะ
ห้องสมุดมีหนังสืออยู่เยอะ น่าจะใช้เป็นที่หาความรู้เพิ่มเติมได้ ผมมานั่งทำงานใช้คอมพิวเตอร์เลยยังไม่ได้ลองไปดูที่ชั้นหนังสืออย่างละเอียด ตั้งใจว่าถ้าได้ไปอีกครั้งก็จะลองดูที่ชั้นหนังสือเพื่อหาอะไรอ่านบ้าง เพราะห้องสมุดที่เดินทางง่าย จอดรถสะดวกและนั่งสบายหายากมาก
จอดรถฟรี 4 ชม. ชั่วโมงถัดไป ชม.ละ 20 บาท เป็นราคาที่สมเหตุสมผลมาก ดูจะเป็นราคาถูกเสียด้วยซ้ำเมื่อเทียบกับคุณภาพและสิ่งที่เราจะได้ การลงทุนกับห้องสมุดเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมสำหรับการพัฒนาสังคม ผมเคยมีความเชื่อว่าคนชั่วไม่เข้าห้องสมุด ก็หวังว่าห้องสมุดแห่งนี้จะอยู่ให้บริการไปนานๆ
ภาพแม่ลูก sep2024
นิราศหัวหิน
รองเท้ากีฬาไม่ชอบความร้อน
หลายเดือนก่อนผมพาลูกไปซื้อรองเท้าสตั๊คคู่หนึ่ง ยี่ห้อ adidas รุ่น crazyfast เป็นรองเท้าสำหรับเตะฟุตบอล หน้าตาและความรู้สึกการใช้งานก็ดูจะถูกใจอยู่พอสมควร ใส่เล่นประจำสัปดาห์ละ 4 วัน ดูคุ้มค่าคุ้มราคาอยู่
วันดีคืนดีรองเท้าก็เปียกน้ำ ฝนตกหนักแล้วนักเตะเล่นกลางฝน ผลก็คือรองเท้าเปียกชุ่ม ปกติเวลารองเท้าเปียกก็จะเอามาตากแดดบ้าง ตากพัดลมคอมเพรสเซอร์แอร์บ้าง เพื่อให้แห้งเร็วขึ้น ใช้เวลา 1คืน แต่ครั้งนี้ฝนตกอยู่นอกบ้าน ไม่สามารถนำไปวางตากได้ นึกได้ว่าผมมีเครื่องเป่าลมร้อนที่เอาไว้เป้าเสื้อผ้าให้แห้งเร็วขึ้น ลมร้อนสามารถทำให้ผ้าหมาดๆที่ออกจากเครื่องซักผ้าแห้งได้ภายในเวลา 1 ชม. ผมก็เลยเอารองเท้าเปียกมาเข้าเครื่องเป่าลมร้อน
ผลก็คือร้องเท้าแห้ง แต่พื้นรองเท้าด้านในกลับหลุดออกจากพื้น แผ่นยางด้านในหดตัวแล้วหลุด จะทากาวก็ไม่ได้เพราะแผ่นรองหดตัว ม้วน งอ เดือดร้อนต้องหาที่ซ่อมเร่งด่วน ความมึนก็บังเกิด จะไปหาที่ซ่อมที่ไหนที่รับซ่อมรองเท้ากีฬา เพราะแถวบ้านมีแต่คนซ่อมเสื้อผ้า ซ่อมรถ ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ไม่มีใครขึ้นป้ายซ่อมรองเท้าเลย
จำได้ว่าที่ตลาดแถวโรงเรียนมีร้านซ่อมรองเท้าและกระเป๋าอยู่ แต่ก็จำเบอร์โทรไม่ได้ เลยขับรถไปหาเสียเลย และก็ได้สอบถามว่าสามารถซ่อมได้ไหม ทางร้านดูแล้วแจ้งว่าซ่อมได้ จะเปลี่ยนแผ่นยางด้านในเป็นชิ้นใหม่ ใช้เวลาทำงานทั้งหมดประมาณ 20 นาที สรุปคือซ่อมได้ และซ่อมเสร็จทันใช้งานตอนเย็น ก็เลยจะบันทึกเอาไว้เผื่อให้คนอ่านได้ระวัง อย่าเอารองเท้าไปโดนความร้อนสูงๆ เพราะจะทำให้ชิ้นส่วนหลุดออกจากกันได้ เหมือนอย่างที่ผมเจอ
ร้านซ่อมกระเป๋า รองเท้า นาฬิกา กุญแจ ตั้งอยู่ที่ตลาดธนบุรี
ลิงหลับ
presentation by wtc
ปุ่มกดเข้า bios และ bootmenu
ปุ่มกดเข้าสู่ bios ของเครื่องคอมพิวเตอร์ แต่ละยี่ห้อจะใช้ปุ่มไม่เหมือนกัน ลองดูตามตารางว่าเครื่องไหนใช้ปุ่มอะไร การเข้า bios มีหลายวัตถุประสงค์ แต่ส่วนมากจะเป็นการเข้าไปแก้ปัญหา เพราะถ้าไม่มีปัญหาเราจะไม่ต้องสนใจเรื่องพวกนี้
เข้า BIOS
ASRock: F2 or DEL
ASUS: F2 for all PCs, F2 or DEL for Motherboards
Acer: F2 or DEL
Dell: F2 or F12
ECS: DEL
Gigabyte / Aorus: F2 or DEL
HP: F10
Lenovo (Consumer Laptops): F2 or Fn + F2
Lenovo (Desktops): F1
Lenovo (ThinkPads): Enter then F1.
MSI: DEL for motherboards and PCs
Microsoft Surface Tablets: Press and hold volume up button.
Origin PC: F2
Samsung: F2
Toshiba: F2
Zotac: DEL
เข้า Boot MENU
Acer: Del or F2
Asus: F9
Dell: F12
HP: Esc or F10
Lenovo: F1 or F2
Samsung: F2
แดงเดือด 7:0
ถ้าระบบล่มจะขายของไหม
การไปกินอาหารนอกบ้านในยุคปัจจุบันจะมีทางเลือกเป็นร้านอาหารหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นอาหารตามสั่ง ฟู้ดคอร์ท หรือ ร้านบุฟเฟ่ต์ ซึ่งในร้านบุฟเฟ่ต์ก็จะมีรายการอาหารจำนวนมากให้สั่ง ในอดีตการจดออเดอร์อาหารก็จะใช้พนักงานเดินมาฟังลูกค้าสั่ง แล้วก็จดลงกระดาษ ไปสั่งห้องครัวให้เตรียมของ แล้วเมื่อของทำเสร็จหรือเตรียมเสร็จก็ยกมาเสิร์ฟ
ในร้านที่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์เยอะขึ้นก็จะรับออเดอร์ด้วยเครื่อง smartphone หรือ tablet จิ้มหน้าจอตามสิ่งที่ลูกค้าต้องการที่หน้าจอแล้วออเดอร์ก็จะไปโผล่ในห้องเตรียมของ เมื่อเตรียมเสร็จก็ยกไปเสิร์ฟ
ร้านบุฟเฟ่ต์จะเริ่มมีกระดาษเมนูอาหารหลายสิบบรรทัด ลูกค้าอยากสั่งรายการใดก็ใส่ตัวเลขแล้วก็ยื่นกระดาษให้พนักงาน แล้วก็รออาหารมาเสิร์ฟ ซึ่งต่อมาก็เริ่มเห็นการสั่งอาหารด้วยการใช้มือถือสแกน qrcode แล้วเข้าเมนูเพื่อเลือกสั่งเองเลยด้วยโทรศัพท์ของลูกค้าเอง
ผมเองไม่ค่อยชอบการสั่งอาหารด้วยการสแกน qrcode เพราะว่า มือถือของผมบางครั้งก็แบตอ่อนหรือแบตหมด ทำให้เราสั่งอาหารไม่ได้ ซึ่งหลายครั้งที่เลือกร้านอาหารเมื่อรู้ว่าเป็นร้านที่ต้องสั่งด้วย qrcode เราก็จะเหลือบดูแบตในมือถือก่อน ถ้าแบตเหลือน้อย เราก็จะไม่เข้าร้านนั้น เพราะเข้าไปก็สั่งอาหารไม่ได้ตลอดการนั่งกิน
วันนี้มากินร้านอาหารเป็นบุฟเฟ่ต์ร้านหนึ่ง ร้านให้ใบจดออเดอร์เป็นกระดาษถ่ายเอกสาร คุณภาพตัวหนังสือไม่คมชัดเลย ผมก็แปลกใจนิดหน่อยตอนที่เห็นกระดาษจดออเดอร์ มันเป็นกระดาษที่ถ่ายเอกสารมาจากต้นฉบับที่ไม่ชัด ซึ่งคาดว่ามันก็เป็นต้นฉบับที่ถ่ายเอกสารต่อกันมาแน่นอน ปกติใบจดออเดอร์ในร้านอาหารแนวนี้มักจะต้องสั่งผลิตจากโรงพิมพ์ คุณภาพการพิมพ์ควรจะคมชัด ตัวหนังสือเข้ม เพื่อให้อ่านได้สบายตาและถูกต้อง แต่กระดาษเลอะเลือนใบนี้บางบรรทัดอ่านยากมาก
ผมสั่งอาหารผ่านกระดาษเลอะเลือนแบบนี้อยู่ประมาณหนึ่งชั่วโมง หลังจากนั้นพนักงานก็เอาบิลประจำโต๊ะมาให้แล้วก็มี qrcode ในบิลด้วย พนักงานแจ้งว่าสามารถสแกน qrcode เพื่อเข้าไปดูเมนูแล้วก็สั่งด้วยโทรศัพท์ได้แล้วนะคะ เมื่อตอนแรกระบบล่ม แต่ตอนนี้ใช้ได้แล้ว ผมก็เลยเข้าใจเหตุการณ์ กระดาษเลอะเลือนทำหน้าที่เป็นตัวสำรอง ใช้แก้ขัดตอนระบบล่มนั่นเอง
หลายธุรกิจอยากจะลดปริมาณการใช้กระดาษเพราะเป็นเรื่องของความสิ้นเปลือง ซึ่งผมก็เห็นด้วยที่จะไปสู่ระบบ paperless โดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีให้มากขึ้น การสั่งอาหารจากหน้าจอลดการใช้กระดาษ ลดขยะในโลก ดีต่อสิ่งแวดล้อม แต่ก็ไม่ควรลืมที่จะต้องเผื่อหนทางแก้ไขปัญหาจากระบบล่มด้วย หากระบบล่มแล้วคอมพิวเตอร์สื่อสารไม่ได้ การรับลูกค้า การจดออเดอร์ การคิดเงิน ทุกอย่างยังคงต้องทำงานได้ผ่านระบบแบบเก่า ผ่านมือพนักงาน ผ่านกระดาษจดออเดอร์ ผ่านกระดาษสักใบที่ทำหน้าที่แทนระบบคอมพิวเตอร์
การมีกระดาษจดออเดอร์สำรองไว้เป็นเรื่องที่ควรทำ แม้ร้านคุณจะทันสมัยเพียงใด แต่ถ้าระบบล่มแล้วคุณจะไม่ขายของเหรอ การขายของก็ยังคงต้องทำ กระดาษจดออเดอร์ที่คมชัดควรจะมีใช้ในร้าน เพราะลูกค้ารู้สึกไม่ดีแน่ถ้าคุณใช้กระดาษเลอะเลือนมาทำงาน ลูกค้าไม่รู้หรอกเรื่องระบบล่ม ไม่รู้ว่าระบบคุณเคยทันสมัยแค่ไหน แต่กับระบบพื้นฐานที่ทำงานได้ตลอดเวลาอย่างกระดาษเป็นสิ่งที่จำเป็น และควรจะจัดเตรียมอย่างมีคุณภาพ มันสร้างความน่าเชื่อถือได้ดีกว่ากระดาษที่อ่านแทบไม่ได้
วิธีรับมือกับของถูก
การขายของทุกวันนี้เราจะพบแต่การต่อสู้ด้วยราคา ไม่ว่าจะตั้งราคาไว้เท่าไร จะมีคนตัดราคาเสมอ ดูมืดมนและน่าท้อใจ แต่ในทางปฏิบัติเราจะพบว่า จริงๆแล้วสินค้าทุกราคามีลูกค้าของตัวเอง เพราะลูกค้าไม่ได้เหมือนกันทั้งตลาด คนที่พร้อมจะซื้อแพงกว่าก็มี เราต้องหาเงื่อนไขแห่งการซื้อให้เจอ
ที่ห้างกลางเมือง ดินแดนแห่งติวเตอร์ พ่อแม่พาลูกมาเรียนพิเศษ ระหว่างลูกเรียนพ่อแม่ก็ต้องหาที่นั่งรอ สินค้าที่มีจำกัดย่อมเรียกราคาได้ ที่นั่ง 0 บาท คือของฟรีจากส่วนกลางในห้างที่ทุกคนอยากได้ และมันเป็นของคนที่มาเช้ากว่า มาเร็วกว่า ส่วนคนที่มาไม่ทัน เขาก็ต้องจ่ายค่าที่นั่งเป็นกาแฟ 1 แก้ว สินค้าที่แพงกว่าก็มีโอกาสขายได้ถ้ามันมีจำนวนจำกัด หรือ เวลาขายจำกัด
ลองสร้างความจำกัดขึ้นมาให้ลูกค้า เช่น
– ถ้าไม่ซื้อตอนนี้ของจะหมด
– ถ้าไม่ใช้บริการเรา เราจะรับงานอื่น และคุณต้องรอคิว
– ถ้าลูกค้าขี้เกียจแย่งคิว ก็ขายแบบ VIP เพิ่ม service เพิ่มคุณค่าอื่นๆเข้าไป
ลองใช้ AI ปรับแต่งภาพ
โลกเรามีระบบ AI หรือ Artificial Inteligent มานานหลายสิบปีแล้ว แต่ในช่วงสองปีนี้มีการพัฒนา AI ให้ใช้งานกันได้ง่ายดายบนอินเทอเน็ต การมาถึงของเทคโนโลยี AI เข้ามาสู่คนเราในหลายทิศทาง หลายการใช้งาน มีตั้งแต่การคุยผ่านการพิมพ์ข้อความ Chat สามารถสั่งให้ AI สร้างภาพจากข้อความได้ แค่เพียงพิมพ์บอกว่าเราอยากได้อะไร มีลักษณะอย่างไรก็ได้ภาพมาใช้งานโดยไม่ต้องไปถ่ายภาพเองหรือไปแต่งภาพเอง จนมาถึงสั่งการแก้ไข ปรับแต่ง ภาพ ตัดต่อคลิปวิดีโอ ทุกสิ่งที่อย่างที่คนเราเคยทำในคอมพิวเตอร์สามารถใช้ระบบ AI ช่วยทำได้เกือบทั้งหมดแล้ว
ผมมีภาพเก่าอยู่ชุดหนึ่งที่เคยถ่ายไว้ด้วยฟิล์มขาวดำ งานขาวดำก็ต้องถ่ายเอง ล้างฟิล์มเองทุกขั้นตอน เมื่อต้องการดูภาพจากฟิล์มขาวดำก็ต้องอัดลงกระดาษ หรือไม่ก็สแกนภาพให้เป็นไฟล์ดิจิทัล สแกนแล้วก็เก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ แบ็คอัพไว้ใน cloud อยากดูภาพก็ดูผ่านโทรศัพท์มือถือ และภาพนี้ถ่ายประมาณปี คศ 2004 กล้อง FM2N เลนส์ Nikon 135f2.8. ฟิล์ม Kodak Tmax100
พอรู้ว่าระบบ AI พัฒนาไปไกลมากแล้ว มีความสามารถในการแต่งภาพ สามารถใส่สีให้ภาพได้ ก็เลยทดลองดู เป็นระบบ AI ที่ใช้งานผ่านเว็บไซต์ บนเว็บของ Capcut ซึ่งเป็นผู้ผลิตซอร์ฟแวร์ตัดต่อวิดีโอที่ได้รับความนิยมมาก และบริการแต่งภาพก็เป็นลูกเล่นเล็กๆในระบบซอร์ฟแวร์ทั้งหมดของบริษัท เลยทดลองให้ AI ใส่สีให้ ก็ได้ภาพด้านล่างนี้
ผมคิดว่า AI ทำงานได้ดีมาก ใส่สีของวัตถุธรรมชาติอย่างต้นไม้ใบหญ้าและก้อนหินได้สมจริง ลักษณะแสง สีเข้มอ่อนดูเหมาะสมกับบรรยากาศในภาพอย่างมาก ผมจำไม่ได้แล้วว่าในวันนั้นเพื่อนแต่ละคนใส่เสื้อสีอะไรกันบ้างเพราะมันนานนับยี่สิบปี แต่ดูจากภาพสีที่ปรับแต่งแล้วก็ดูดีและน่าเชื่อถือพอใช้ได้เลย สีหน้า สีเสื้อผ้าดูกลมกลืนกับบรรยากาศของสถานที่ ผมคิดว่าประสบการณ์ของ AI จะเก่ง ถูกต้อง แม่นยำขึ้นเรื่อยๆ เพราะดูเหมือน AI จะรู้จักก้อนหิน มนุษย์ สีผิว ต้นไม้ ต้นหญ้า ดีมากถึงทำสีออกมาได้สมเหตุสมผลและสวยงามน่ามอง
ทดลองกับภาพเก่าอีกภาพหนึ่ง เป็นภาพแม่ลูกที่ผมชอบที่สุดภาพหนึ่งในชีวิตของผมเลย เป็นช่วงเวลาที่ลูกอายุไม่กี่เดือนและแม่ต้องดูแลอาบน้ำปะแป้งแต่งตัวให้เด็กน้อย
สั่งให้ AI ใส่สีให้ ก็ได้โทนภาพออกมาดูสวยงาม มีบรรยากาศแห่งความอบอุ่น ภาพสีน่าจะเหมาะกับภาพที่ต้องการสื่อถึงความรู้สึกที่ละมุนละมัย
แม้หลายคนจะมีความกังวลว่า AI จะเข้ามาแย่งงานจากมนุษย์ แต่ผมไม่คิดอย่างนั้น ผมรู้สึกว่า AI เหมือนเป็น supertool หรือเป็นเครื่องมือวิเศษที่ช่วยให้คนทำงานได้เร็วขึ้น มีคุณภาพการทำงานที่ดีขึ้น ผิดพลาดน้อยลง ความสามารถของ AI จะทำให้มนุษย์เก่งขึ้นโดยเฉพาะคนที่เรียนรู้การใช้งาน AI แน่นอนว่าอาจมีบางคนที่ได้รับผลกระทบจากการเลิกจ้างงานบ้าง เพราะงานซ้ำซากไม่มีมูลค่าเพิ่มนั้นจะถูกโยกไปให้ AI หรือ ระบบอัตโนมัติช่วยทำแทน ซึ่งก่อนจะมี AI ที่แพร่หลายแรงงานคนก็ถูกท้าทายด้วยหุ่นยนต์มาก่อนแล้ว แต่ถ้าคิดให้ดี งานที่หุ่นยนต์ทำมันไม่เคยเป็นของคนมาก่อนเลย เช่น การผลิตรถยนต์ล้านคัน งานนี้ไม่ใช่งานของคนตั้งแต่ต้น งานผลิตรถเดือนละ 5 คัน หรือ 10 คัน นั่นคืองานคน แต่เดือนละแสนคัน ปีละล้านกว่าคัน มันเป็นงานหุ่นยนต์มาตั้งแต่การตัดสินใจทำระดับล้านคันแล้ว เมื่อ AI พัฒนาจนใช้งานง่าย คนเราก็จะมีโอกาสทำงานใหม่ๆที่ท้าทายมากขึ้น จากที่เคยทำไม่ได้ก็กลายเป็นทำได้เพราะมี AI มาช่วย คนจะเป็นผู้ใช้ AI เสมอ เราสร้างงานที่น่าทึ่งได้เพราะเรามี AI เป็นเครื่องมือ และในที่สุด AI ก็จะเป็นแค่เครื่องมือเท่านั้น สมองและจินตนาการของมนุษย์ต่างหากที่จะเป็นสารตั้งต้นของทุกสิ่งหลังจากนี้


























































