เพิ่มคุณภาพเสียงคลิปวิดีโอด้วยไมค์ไร้สาย BOYA LINK

การบันทึกคลิปวิดีโอในปัจจุบันพัฒนาไปจากเดิมมาก เราสามารถใช้กล้องวิดีโอ กล้องถ่ายภาพที่ถ่ายวิดีโอได้ หรือ โทรศัพท์มือถือ อย่างใดอย่างหนึ่งจากสามอุปกรณ์นี้ในการบันทึกภาพเคลื่อนไหว แต่คุณภาพเสียงอาจไม่ดีนัก เพราะกล้องก็จะเก็บทุกเสียงที่เราได้ยิน เสียงรบกวนก็ติดเข้ามาด้วย ยิ่งบันทึกคลิปในที่เสียงดัง อย่างเสียงริมถนน เสียงในห้องประชุมที่มีเสียงก้อง เสียงเครื่องขยายเสียงสารพัดทำให้คุณภาพเสียงในวิดีโอไม่ดี

การเลือกใช้ไมโครโฟนมาบันทึกเสียงพูดโดยเฉพาะจะทำให้คุณภาพเสียงในคลิปวิดีโอมีคุณภาพที่ดี ฟังรู้เรื่องและมีผลทำให้คนอยากดูคลิปเพราะฟังง่าย รู้เรื่อง เป็นที่รู้กันว่าคลิปที่ชัดแต่เสียงแย่จะไม่มีคนดู แต่คลิปที่ภาพไม่ดีมากแต่เสียงดีจะมีคนดู คนจะอยากดูคลิปวิดีโอที่เสียงชัด ดังนั้นการหาไมโครโฟนมาช่วยบันทึกเสียงพูดเป็นสิ่งจำเป็นมากในยุคนี้

ไมค์ไร้สายเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการทำคลิปเพื่อใช้เผยแพร่ในอินเทอเน็ต เพราะใช้งานได้สะดวก แต่เดิมอุปกรณ์ไร้สายจะเป็นสิ่งที่น่าปวดหัว เพราะตัวกล้อง และสมาร์ทโฟนแต่ละชนิดมีช่องรับสัญญาณเสียงไม่เหมือนกัน เวลาเราเลือกอุปกรณ์ไมค์มาใช้กับกล้องก็ต้องเลือกชนิดหรือรุ่นที่มีพอร์ตการเชื่อมต่อแบบเดียวกับกล้องที่เราใช้

ถ้าเราใช้กล้องวิดีโอเราจะมีช่องเสียบไมค์แบบ 3.5มม. หรือ XLR แล้วแต่ชนิดของกล้อง เราก็ต้องเลือกตัวรับสัญญาณไมค์ที่สามารถส่งสัญญาณออกมาเป็นแจ็ค 3.5มม. ได้ แต่ถ้าเราใช้สมาร์ทโฟนยุคใหม่ที่ไม่มีพอร์ต 3.5แล้ว มีเพียงแต่พอร์ตชาร์ทไฟชนิด usb-c หรือ พอร์ต lightningของค่ายแอปเปิ้ล ไมค์ไร้สายที่มีตัวรับ usb-c เมื่อเลือกซื้อมาแล้วก็ต้องใช้กับพอร์ตนี้เท่านั้น จะเอาไปใช้กับกล้องวิดีโอ หรือ กล้องถ่ายภาพไฮบริดที่รับพอร์ต 3.5 มม. ก็ไม่ได้ ปัญหานี้ทำให้คนทำงานอาจจะต้องซื้อไมค์หลายชุด บางชุดใช้กับสมาร์ทโฟน บางชุดใช้กับกล้องใหญ่ แม้แต่สมาร์ทโฟนก็ยังมีสองมาตรฐานเสียอีก

IMG_3338

ใช้เวลาหลายปีกว่าจะมีอุปกรณ์ไมค์ไร้สายที่ออกแบบมาให้ใช้ได้กับทุกพอร์ตที่นิยมใช้กัน Boya Link เป็นชุดไมค์ไร้สายที่มีตัวรับเสียงสามารถเสียบพอร์ตได้ทุกชนิดโดยการเลือกเปลี่ยนพอร์ต มีทั้งแบบ 3.5 มม. แบบ usb-c และแบบ Lightning ซึ่งทั้งสามชนิดนี้สามารถถอดเปลี่ยนได้ทันที ตัวไมค์ส่งสัญญาณมี 2 ตัว และทั้งหมดสามารถวางไว้ในกล่องใบเดียว ทำให้เราสามารถชาร์จไฟเข้ากล่องแล้วไฟก็จะชาร์จไมค์และตัวรับสัญญาณได้

IMG_3339

ตัวไมค์ที่รับเสียงจากคนพูดจะมีคลิปหนีบ และมีตัวป้องกันเสียงลมเป็นขนฟูที่สามารถติดไปกับไมค์ได้สะดวก สามารถถอดแล้วเก็บในกล่องได้ด้วย เป็นการออกแบบที่เก็บอุปกรณ์ได้ยอดเยี่ยมมาก นอกจากนี้ไมค์รับเสียงยังมีความสามารถในการตัดเสียงรบกวนด้วย เราสามารถเลือกเปิดหรือปิดการตัดเสียงรบกวนได้ สามารถปรับความดังของไมค์แต่ละตัวได้ ใครพูดเบาก็อาจจะเร่งอัตราขยายของไมค์ตัวนั้นให้สูงขึ้น ทำให้การบันทึกเสียงสามารถปรับความดังของคนพูดแต่ละคนให้ใกล้เคียงกันได้

IMG_3348

ตัวรับสัญญาณที่จะต้องเอาไปต่อกับกล้องก็มีความสามารถที่หาไม่ได้จากไมค์อื่นๆคือ สามารถตั้งค่าให้รับเสียงไมค์สองตัวแล้วรวมเป็นเสียงโมโนได้ เสียงพูดในคลิปจะฟังเป็นโมโน ทุกคนจะมีความชัดเท่ากัน หรือตั้งค่าให้รับเสียงเป็นสเตอริโอก็จะทำให้แยกการบันทึกคลิป คนนึงบันทึกไว้ที่เสียงด้านซ้าย อีกคนบันทึกไว้ที่เสียงด้านขวา ทำให้การตัดต่อในภายหลังสามารถแยกปรับเสียงแต่ละคนได้ เป็นลูกเล่นทางเสียงของคนทำคลิประดับมืออาชีพเลย

สเป็คไมค์ตัวรับเสียง และตัวรับสัญญาณดูได้จากตารางด้านล่างนี้ เป็นสเป็คที่อยู่ในเว็บของ boya

ลองฟังเสียงไมค์ที่บันทึกคลิปการพรีเซ้นในห้องประชุม

ตำแหน่งไมค์ติดไว้ที่สูท ห่างจากปากประมาณ 6 นิ้ว เป็นระยะที่รับเสียงได้น่าพอใจที่สุด ใช้กล้อง Sony ZV-1F บันทึกคลิป ตอนตั้งระดับ record level ก็ให้คนพูดทดลองพูดแล้วดูกราฟเสียงเด้งขึ้นลง ตั้ง level ให้กราฟเสียงเด้งได้สูงสุดแต่ยังไม่แตะจุด 100%

คลิปเล่นเปียโน เป็นการใช้ไมค์ 2 ตัว วางตัวนึงไว้ด้านซ้าย อีกตัววางไว้ด้านขวาของเปียโน โดยวางบนเปียโนเลย เจตนาเพื่อให้รับเสียงเปียโน และรับแรงสั่นสะเทือนด้วย เพื่อให้ได้เสียงที่เป็นเสียงเปียโนตรงๆให้มากที่สุด ตั้งค่าตัวรับให้ทำงานเป็นสเตอริโอเพื่อแยกสัญญาณซ้ายและขวา

รีวิวเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท Canon g3730

ปริ๊นเตอร์ที่ใช้ในบ้านมีให้เลือกใช้ 3 แบบ คือ 1 เลเซอร์ปริ๊นเตอร์ 2 อิงค์เจ็ท 3 ด๊อทเมตริกซ์ ซึ่งทั้ง 3 แบบมีจุดดีจุดด้อยและความเหมาะสมในการใช้งานแตกต่างกัน บางบ้านหรือบางบริษัท sme ขนาดเล็กอาจจะต้องมีทั้ง 3 แบบในอ๊อฟฟิศเลยก็ได้

เลเซอร์ปริ๊นเตอร์จะมีความคมชัดของงานตัวหนังสือที่สุด ตัวหนังสือดำจะคมกริบ เป็นระบบการพิมพ์ที่มีคุณภาพสีดำสูงสุด ให้คุณภาพตัวหนังสือที่คมชัดที่สุด และมีความเร็วสูงสุดด้วย สามารถพิมพ์แบบสีดำอย่างเดียวได้ หรือ พิมพ์สี cmyk เพื่อพิมพ์ภาพแบบรูปถ่ายก็ได้ แต่การไล่น้ำหนักสีในภาพถ่ายจะไม่สวย เพราะให้การไล่น้ำหนักเข้มอ่อนที่ต่อเนื่องไม่ได้ ภาพถ่ายจะไม่สวยเหมือนภาพจากระบบอิงค์เจ๊ท แต่เครื่องพิมพ์เลเซอร์ที่แพงมากๆสเป็คสูงมากๆตัวละเป็นล้านบาทจะให้ภาพที่สวยงามได้ เครื่องใหญ่ราคาสูงจะอยู่ในโรงพิมพ์ ร้านอัดภาพ

เครื่องพิมพ์อิ๊งเจ็ท จะเป็นเครื่องพิมพ์หมึกน้ำ ส่วนมากจะใช้หมึก cmyk จำนวน 4 สีในการพิมพ์ภาพ การพิมพ์ตัวหนังสือไม่คมชัดเท่าเลเซอร์แต่พิมพ์ภาพถ่ายได้สวย ต้องเลือกกระดาษที่ใช้กับเครื่อง ยิ่งเป็นกระดาษพิเศษสำหรับพิมพ์อิงค์เจ็ทก็จะยิ่งให้ภาพที่สวยงาม แต่กระดาษก็มีราคาแพง รวมถึงหมึกพิมพ์ก็มีราคาแพง ส่วนมากหมึกจะแพงกว่าเครื่อง หลายคนเลือกซื้อเครื่องใหม่แทนการซื้อหมึกใหม่มาใส่เครื่องเก่า

เครื่องพิมพ์ด๊อทเมตริกซ์ เป็นเครื่องพิมพ์ที่ใช้พิมพ์แบบฟอร์มกระดาษต่อเนื่อง พิมพ์บิลใบเสร็จต่างๆ สามารถพิมพ์กระดาษก็อปปี้ในตัวที่มีหลายชั้นได้ เราจะพบเครื่องพิมพ์นี้ตามห้าง บริษัทห้างร้านที่ต้องออกบิลมีก็อปปี้ในตัว เป็นของคู่บ้านคู่เมืองของระบบธุรกิจ มีความทนทาน บางเครื่องซื้อมาใช้ได้เกิน 10 ปี เสียก็มีร้านรับซ่อม

canon g3730 เป็นเครื่องพิมพ์อิ๊งค์เจ็ทระบบหมึกน้ำ 4 สี เป็นหมึกที่สามารถซื้อเติมทีละสีได้ ราคาหมึกไม่แพง canon ออกแบบระบบแท้งค์หมึกให้เติมสะดวก สามารถเติมหมึกได้โดยมือไม่เปื้อนเลย ไม่ต้องถือกระดาษทิชชู่ติดมือเวลาเติม ราคาหมึกเติมก็ถูกมาก หมึกดำขวดละ 280 บาท หมึกสีขวดละ 269 บาท ถ้าเติม 4 ขวดใช้เงิน1087 บาท โฆษณาที่กล่องปริ๊นเตอร์ระบุว่าพิมพ์ได้ประมาณ 3000 แผ่น ในกล่องแถมหมึกมากับเครื่องพิมพ์ 1 ชุด เติมแล้วจะเห็นว่าระดับน้ำหมึกที่เครื่องพิมพ์เพิ่มขึ้นมา 50%

g3730 เชื่อมต่อได้ 2 วิธีคือ 1 ทางสาย usb 2 ทาง wifi ตัวเครื่องไม่มีช่องเสียบสายแลน แต่สามารถใช้เป็น network printer ได้ทาง wifi มีตัวสแกนภาพในตัว มีปุ่มกดสำหรับก็อปปี้เอกสารโดยตรง ปุ่ม Black สำหรับสแกนแล้วพิมพ์ออกมาเป็นขาวดำ ปุ่ม Color สำหรับสแกนแล้วพิมพ์ออกมาเป็นสี การสั่งสแกนเป็นไฟล์ต้องทำผ่านคอมพิวเตอร์หรือ application ในสมาร์ทโฟน

นอกจากจุดเด่นเรื่องการเติมหมึกที่ราคาถูกและสะดวกไม่เปื้อนมือแล้ว ขนาดกระดาษที่เครื่องพิมพ์นี้ทำงานได้ก็มีความหลายหลายมาก สามารถพิมพ์กระดาษเล็กสุดคือเท่านามบัตร 5.5x9cm ก็พิมพ์ได้ สามารถพิมพ์กระดาษได้ใหญ่สุดคือ 21x120cm หรือ 4 เท่าของ A4 ต่อกันแนวยาว ซึ่งเหมาะสำหรับทำงาน banner หรือป้ายยาวๆ

ความหนาของกระดาษที่รองรับคือประมาณ 64-260 g/m2 ตัวเครื่องรับประกัน 2 ปี

IMG_3352

IMG_3351
Screenshot 2568-04-12 at 21.45.16
Screenshot 2568-04-12 at 21.45.33

คุณภาพงานพิมพ์อยู่ในระดับที่ดี สามารถให้งานพิมพ์ที่สวยได้ตามคุณภาพกระดาษที่นำมาใช้ ยิ่งใช้กระดาษพิเศษสำหรับอิ๊งค์เจ็ทก็ยิ่งให้ภาพที่สวย

ส่วนงานสแกนภาพก็ทำได้คมชัดมาก ทดลองสแกนภาพถ่ายขาวดำก็ทำได้คมกริบให้น้ำหนัก ให้การไล่โทนสวยงามแต่ก็มีเรื่องแปลกคือ หากสั่งสแกนที่เครื่อง mac โดยระบบปฏิบัติการ osx ก็ได้ภาพไล่โทนสีสวยตามที่บอก แต่เมื่อสั่งสแกนด้วยเครื่องคอมฯระบบปฏิบัติการวินโดส์ 11 กลับให้ภาพที่ไล่โทนไม่ดี ส่วนการสั่งสแกนด้วยโทรศัพท์มือถือก็ให้น้ำหนักภาพที่สวยเหมือน osx

kf-birth2

ภาพที่ได้จากการสแกนครั้งแรก ให้ความละเอียดและการไล่น้ำหนักสีที่ต่อเนื่อง

1744643550093-01

นำภาพมาปรับคอนทราสต์เล็กน้อยเพื่อให้จุดที่ดำสนิทนั้นดำสมจริง ปรับระดับความเทาให้สว่างขึ้น ก็ได้ภาพที่สวยงามเลย

IMG_20250419_131602

ลองพิมพ์กระดาษการ์ดความหนา 250g/m2เล่น ทำงานได้รวดเร็วเป็นปกติ

ทดลองใช้แฟลชตัวเล็ก Canon 90EX

แฟลช 90EX เป็นแฟลชขนาดเล็กใส่ถ่าน AAA จำนวน 2 ก้อน กำลังไฟหรือ guide number น่าจะประมาณ 8 หรือ ต้องตั้งค่ารูรับแสงเท่ากับ F8 เมื่อถ่ายวัตถุ 1 เมตรที่ความไวแสง iso100 แฟลชตัวนี้เป็นตัวที่แถมมากับกล้อง Eos M รุ่นแรกที่เปิดตัวเมื่อปี ค.ศ. 2014 ซึ่งในเวลานั้นกล้องรุ่นนี้คือกล้อง Mirrorless ตัวแรกของ Canon

20250412122055_IMG_3310

เทคโนโลยีการปล่อยแสงแฟลชของ Canon ก้าวล้ำไปมากตั้งแต่สมัยเป็นยุคฟิล์มแล้ว และเมื่อต่อยอดมาถึงยุคของกล้องดิจิทัล แฟลชที่มีให้ใช้ในกล้องรุ่นใหม่ก็มีความสามารถของแฟลชเพิ่มขึ้น และแฟลชแยกที่ต่อบนกล้องก็จะมีความสามารถสูงกว่าที่ติดมากับกล้องด้วย สำหรับ EX90 ตัวนี้แม้จะเป็นแฟลชตัวเล็ก เป็นตัวแถมมากับกล้อง แต่ก็มีความสามารถสูงน่าสนใจ ยกตัวอย่างเช่น สามารถใช้ล๊อคความจำแสงแฟลชได้ หรือ Fe Lock ทำให้ยิงแฟลชด้วยปริมาณแสงที่แม่นยำ ซึ่งผู้ใช้งานต้องหัดใช้ให้เป็นถึงจะได้ความแม่นยำแบบที่ต้องการ

20250412122112_IMG_3311

ยังมีความสามารถในการสั่งการแบบไร้สายเพื่อควบคุมแฟลช Canon ตัวอื่นได้ด้วย ทำให้เราสามารถใช้ EX90 เป็นตัวมาสเตอร์เพื่อควบคุมแฟลช Canon ตัวอื่นที่ติดตั้งรอรับคำสั่งการทำงาน การใช้แฟลชไร้สายแบบมีตัวมาสเตอร์จะทำให้แฟลชในระบบทุกตัวมีความสามารถเหมือนกัน สามารถใช้ลูกเล่นของแฟลชได้เต็มระบบ

20250412102358_IMG_3306

ตัวอย่างภาพถ่ายด้วยกล้อง Eos 6d คู่กับเลนส์ 24-105F4L เปิดที่ f4 auto iso ไม่เปิดแฟลช

20250412102347_IMG_3305

ตัวอย่างภาพถ่ายด้วยกล้อง Eos 6d คู่กับเลนส์ 24-105F4L เปิดที่ f4 auto iso แล้วเปิดแฟลช 90ex

การใช้แฟลช 90EX บนกล้อง Eos 6d จะเป็นการใช้งานแฟลชในโหมด E-TTL เมื่อกดชัตเตอร์ ก่อนที่กล้องจะเปิดรับภาพ กล้องจะส่งแสงแฟลชออกไปเล็กน้อยแล้ววัดแสงสะท้อนที่วัดถุ กำลังไฟแฟลชจะถูกคำนวณปริมาณที่ต้องใช้จริงกับวัตถุนี้ จากนั้นกล้องจะปล่อยค่าแสงที่ถูกต้องออกไปในตอนรับภาพจริง ถ้าเราสังเกตุการยิงแฟลชเราจะเห็นว่าแฟลชมีการกระพริบหลายครั้งก่อนที่จะยิงแสงจริงออกไป

ระบบการวัดแสงแฟลชก่อนการยิงแฟลชจริงเป็นการวัดค่าปริมาณแสงแฟลช ซึ่งในระบบแฟลชที่ซับซ้อนทันสมัยจะมีการคิดแบบนี้ แต่ละค่ายแต่ละยี่ห้อจะมีหลักการทำงานคล้ายกัน Canonเรียกระบบนี้ว่า E-TTL ซึ่งภายหลังมีการอัพเกรดเป็น E-TTL2 ส่วนค่ายกล้องอื่นๆก็มีชื่อเรียกเฉพาะของตัวเอง

สรุป

แฟลช Canon 90EX เป็นแฟลชตัวเล็ก น้้ำหนักเบา ใช้ถ่าน AAA 2 ก้อน เหมาะกับการพกพาติดกระเป๋ากล้อง สามารถนำไปใช้กับกล้องรุ่นโปรที่ไม่มีแฟลชในตัว ให้แสงแฟลชที่เพียงพอกับการถ่ายภาพระยะใกล้ และใช้รูรับแสงไม่แคบมาก ยิ่งใช้กับเลนส์ไวแสงยิ่งเหมาะ แฟลชมีความสามารถสูงสามารถใช้ลูกเล่น FE-Lock ได้ สามารถใช้เป็นตัวมาสเตอร์เพื่อควบคุมแฟลชไร้สายได้ EX90 เป็นของแถมจากกล้องรุ่นอื่นไม่ได้มีขายแยกเดี่ยว ถ้าจะหาซื้อต้องไปหามือสอง ราคาที่เคยรู้คือไม่ถึงหนึ่งพันบาท

dpp-eos6d-23dec2024-IMG_1440
dpp-eos6d-23dec2024-IMG_1441

สองภาพรูปนักฟุตบอลกำลังกินข้าวกล่องนี้ ใช้กล้อง Eos 6d ติดเลนส์ Nikon Fisheye 16mm2.8 ผ่านอแด๊ปเตอร์ แล้วก็ติดแฟลช 90ex บนกล้อง แม้จะใช้เลนส์คนละค่าย แต่แฟลชก็ยังทำงานได้ ภาพแรกไม่เปิดแฟลช ภาพล่างเปิดแฟลชด้วย กล้องจะยังคงประมวลผลแฟลชและสั่งการควบคุมความแรงของแฟลชให้พอดีได้ถ้าระยะของวัตถุไม่ไกลเกินไป

20250412083625_IMG_3291
20250412083652_IMG_3292

ภาพดอกตูมบัวสวรรค์ เปรียบเทียบภาพบนปิดแฟลช ภาพล่างเปิดแฟลช ระยะห่างวัตถุถึงแฟลชประมาณ 1 เมตร

20250412083450_IMG_3286
20250412083458_IMG_3287

ภาพใบไม้บนพื้น ภาพบนปิดแฟลช ภาพล่างเปิดแฟลช ระยะห่างวัตถุถึงแฟลชประมาณ 1.5เมตร

ลำโพงสวย เสียงดี Ikea Eneby20

IMG_2954

ลำโพงบลูทูธได้รับความนิยมมาก ทั้งแบบตั้งโต๊ะ ตั้งพื้นและในแบบหูฟังไร้สาย คุณภาพลำโพงในช่วงสิบปีหลังมานี้ดีขึ้นเรื่อยๆ ดีขึ้นจนน่าทึ่งที่ลำโพงดอกเล็กนิดเดียวแต่ให้พลังเสียงที่ยอดเยี่ยมเหมือนลำโพงตัวใหญ่ ในครั้งนี้ก็จะทดสอบใช้งานลำโพงพกพาอีกตัวหนึ่งที่มีขายใน ikea ห้างขายของแต่งบ้านที่มีสาขาในไทย

ลักษณะทั่วไป

eneby20 เป็นลำโพงพกพาที่วางขายใน ikea อยู่พักใหญ่ ก่อนที่จะหมดและไม่มีขายอีก หน้าตาเป็นทรงสี่เหลี่ยมเหมือนกล่องแบนๆ หน้ากว้าง 20x20cm ลึกประมาณ 8 cm มีหูหิวเป็นเหล็กยึดติดตายตัว ไม่สามารถพับได้ มีหน้ากากลำโพงที่ถอดออกได้ เมื่อถอดหน้ากากแล้วจะพบว่าลำโพงจะมี 2 ตัวขับ คือวูฟเฟอร์ขนาดประมาณ 3.2 นิ้ว และทวีตเตอร์ขนาดประมาณ 1 นิ้ว แหล่งพลังงานของลำโพงตัวนี้จะใช้ได้ทั้งแบบเสียบปลั๊ก รองรับไฟ 100-220v และแบบใช้แบตเตอรี่ ซึ่งจะต้องซื้อเพิ่ม

IMG_2943

ลำโพงมีปุ่มเดียว เป็นปุ่มหมุนได้และกดลงไปได้ เสียบปลั๊กแล้วกดปุ่มลงไปหนึ่งครั้งเป็นการเปิดเครื่อง กดอีกครั้งสั้นๆจะเป็นการปิดเครื่อง เมื่อเปิดเครื่องแล้ว ลำโพงจะเข้าสู่โหมดการจับคู่กับมือถือหรือคอมพิวเตอร์ เมื่อจับคู่ได้แล้วก็ลองเปิดเพลงกันเลย ปุ่มหมุนจะใช้ปรับระดับเสียงดังเบา และถ้ากดปุ่มค้างไว้ประมาณ 3 วินาทีจะเข้าสู่การปรับโทนเสียงทุ้ม กดอีกครั้งสั้นๆจะเข้าสู่การปรับเสียงแหลม และเมื่อปรับเสร็จก็ให้กดปุ่มอีกครั้งเพื่อกลับสู่การใช้งาน ตอนเปิดเครื่องแล้ว หากจะกดให้ยกเลิกการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เก่าให้กดปุ่มค้างไว้ 10 วินาที

คุณสมบัติทางไฟฟ้า
มาตรฐานบลูทูธ 4.2
ถ้าใช้ไฟ 100v จะกินไฟ 640ma
ถ้าใช้ไฟ 220v จะกินไฟ 300ma
เพาเวอร์แอมป์ขับลำโพงวูฟเฟอร์มีกำลังขับ 15 วัตต์
เพาเวอร์แอมป์ขับลำโพงทวิตเตอร์มีกำลังขับ 5 วัตต์
ลำโพงสามารถรับสัญญาณเสียงทางช่อง Aux ได้ ความไวขาเข้า 1.65V
ตอบสนองความถี่ 57-20,000Hz

คุณภาพเสียง

สิ่งที่ได้ยินจากลำโพงตัวนี้ก็คือเสียงกลางแหลมที่ชัด เสียงทุ้มย่านต่ำพอมีให้ได้ยิน ด้านหลังของลำโพงจะเป็นช่องอากาศ ลำโพงถูกออกแบบเป็นลำโพงตู้เปิด รูระบายเสียงเบสที่ด้านหลังจะสะท้อนกับผนังห้องแล้วกลับมาเสริมกับเสียงด้านหน้าเพื่อให้มีเสียงทุ้มที่มากขึ้น เราสามารถเลือกวางลำโพงให้ห่างผนังได้ตามใจ วางชิดเบสจะเยอะ วางห่างผนังเบสจะน้อย เป็นไปตามลักษณะของคลื่นเสียงที่สามารถเสริมกันให้ปริมาณเยอะขึ้นได้

เมื่อวางในระยะที่พอดี เราจะได้เสียงเพลงผ่านลำโพงที่มีย่านเสียงทุ้มกลางแหลมที่พอดี น้ำเสียงมีเบสให้ได้ยินพอสมควร ไม่มีเสียงที่บวมเบลอ เสียงกลางฟังได้ชัดเจน ชัดเหมือนเป็นลำโพงบ้านเลย ส่วนเสียงแหลมก็มีลักษณะที่ใส ไม่กัดหู ฟังดนตรีอคูสติกให้เสียงกลางที่สดน่าฟัง เสียงสะบัดคอร์ดกีต้าร์ให้น้ำเสียงน่าฟัง เพลงกีต้าร์เพราะๆฟังผ่านลำโพงตัวนี้ได้สบายมาก

น้ำหนักเบสไม่มาก เสียงสายกีต้าร์ที่เป็นโน้ตต่ำๆจะไม่ใหญ่โตมาก หากเทียบกับลำโพงตัวโปรดอย่าง fender newport เจ้าตัว eneby จะให้เสียงต่ำที่บางกว่า แม้จะลองปรับทุ้มแหลมช่วยแล้วก็ยังบางกว่า แต่ก็ต้องเข้าใจว่าราคาของ eneby แค่สองพันบาท ไม่มีทางจะไปชนะลำโพงระดับหลักห้าพันหรือหมื่นได้อยู่แล้ว การจัดวางชิดผนังจะทำให้เสียงเบสเยอะขึ้นเป็นเท่าตัว จุดที่ดีที่สุดอาจจะเป็นการวางลำโพงชิดผนังไปเลย

น้ำเสียงออกไปในทางนุ่มฟังสบาย เสียงดีกว่าลำโพงแถมทุกตัวที่เคยได้แถมมา ใช้งานฟังในห้องเล็กๆทำงานได้เป็นอย่างดี ใช้ฟังคนเดียวกำลังดี ระยะที่ให้น้ำเสียงถูกใจคือการฟังห่างประมาณ 2 เมตร เสียงร้องชัดมากจนน่าขนลุก ยิ่งได้ฟังกับเพลงที่บันทึกมาโชว์เสียงร้องเน้นๆยิ่งทำได้ดี โดยรวมแล้วเสียงดีกว่าลำโพงคอมฯทั่วไปเยอะ

ถ้าเปิดอยู่แต่ไม่เสียงส่งไปให้ลำโพงประมาณ 20 นาที ลำโพงจะตัดการทำงานและปิดตัวเองลง ต้องเปิดใหม่เองด้วยการกดปุ่มที่ลำโพง

สรุป

ลำโพง eneby เป็นลำโพงบลูทูธที่พกพาได้ มีหูหิ้ว ใช้พลังงานจากไฟบ้านได้ แต่ถ้าจะใช้แบตเตอรี่ก็ต้องสั่งซื้อแบตเพิ่มมาใส่เอง คุณภาพเสียงเพลงที่ถ่ายทอดออกมาจัดว่าเป็นลำโพงเสียงดี น้ำเสียงเหมือนลำโพงบ้าน ฟังเอาคุณภาพเสียงได้เลย ข้อเสียที่พบคือ เสียงย่านต่ำลึกได้ยินน้อยไปหน่อย แต่ก็เข้าใจได้ว่ามันเป็นของราคาไม่แพง และดอกลำโพงก็ไม่ใหญ่ ฟังเพลงร้องได้ดีมาก ฟังเพลงป๊อปทั่วไปก็ดี ฟังเพลงออดิโอไฟล์กลับยิ่งดี ฟังเสียงพูด รายการทอล์คได้ดี การวางชิดผนังช่วยเพิ่มปริมาณเสียงในย่านต่ำได้เยอะมาก มันอาจเป็นลำโพงวางหิ้งที่ดีมากกว่าจะเป็นลำโพงพกพา

ภาพจากเว็บ ikea

ทดสอบการกันลมของไมโครโฟน

boya-by-mm1-show-image
ไมโครโฟนโดนลมโดยตรง

boya-by-mm1-image
มีตัวหุ้มไมค์เป็นขนปุย

รีวิว Fuji instax mini evo

กล้องฟูจิ instax มีพัฒนาการมายาวนาน ตั้งแต่เป็นกล้องอนาลอกถ่ายแล้วภาพไหลออกมาให้ลุ้นทันทีก็พัฒนามาถึงระบบกล้องไฮบริดที่รวมระบบกล้องดิจิทัลไว้กับเครื่องพิมพ์ฟิล์มinstaxขนาดเล็ก ถ่ายรูปเห็นภาพก่อนแล้วค่อยตัดสินใจว่าจะพิมพ์ภาพหรือไม่พิมพ์ นั่นทำให้ผู้ใช้งานสามารถประหยัดเงินค่าฟิล์มถ่ายภาพได้ หรือ ทำให้ลดการผิดพลาดที่ถ่ายแล้วได้ภาพที่ไม่สมบูรณ์

กล้อง Fuji instax mini evo เป็นกล้องดิจิทัลความละเอียด 5ล้านพิกเซล ที่มีระบบการพิมพ์ฟิล์ม instax ในตัว ตัวกล้องมีปุ่มเลือกโหมดฟิล์มได้ 10 ชนิด และ มีปุ่มเลือกลูกเล่นการแต่งภาพอีก 10 ชนิด ทำให้เมื่อใช้งานผสมกันแล้วก็สามารถสร้างภาพที่แตกต่างกันได้ 100 ชนิด

IMG_20250220_201346

ลักษณะทั่วไป
เป็นกล้องดิจิทัลความละเอียด 5ล้านพิกเซล
มีช่องใส่ micro SD
ช่องชาร์จไฟเป็นแบบ usb-c
มีสายคล้องคอแถมมาด้วย
แบตเตอรี่สามารถถ่ายภาพและพิมพ์ได้ 100 ภาพ
สามารถถ่ายมาโครได้
แฟลชเป็นหลอดไฟ LED

20250323134936_IMG_2918

ในโหมดการถ่ายภาพ ทุกภาพจะถูกบันทึกไว้ในเมมโมรี่ คุณภาพของกล้องดิจิทัลอยู่ในระดับที่แย่มาก ใครคิดจะใช้แทนกล้องดิจิทัลหรือใช้แทนมือถือให้ล้มเลิกความตั้งใจไปเลย เหมือนฟูจิไปเอาเซ็นเซอร์โบราณที่ไม่มีใครเอามาสร้างกล้องตัวนี้ คนที่ชอบกล้องคอมแพ็คอย่างผมยังเผลอคิดจะใช้แทนกล้องฟิล์ม หรือกล้องถ่ายเล่น โดยคาดหวังว่าไฟล์จะมีคุณภาพ แต่เมื่อเห็นไฟล์ที่ได้จากกล้องแล้วก็ล้มเลิกความตั้งใจในการดูภาพแค่ภาพไม่กี่นาที

DSCF0037

DSCF0032

DSCF0033
DSC07306
DSCF0342
DSCF0128
DSCF0222
DSCF0556
DSCF0529
DSCF0651
DSCF0654

ยังดีที่ evo ยังมีอีกความสามารถหนึ่งที่น่าสนใจ คือการทำตัวเป็นเครื่องพิมพ์ เราสามารถโหลด application ที่เชื่อมต่อกับกล้อง แล้วสั่งพิมพ์ภาพจากโทรศัพท์มือถือได้ นั่นทำให้เราได้เครื่องพิมพ์ภาพติดตัวที่สามารถถ่ายภาพได้ ซึ่งส่วนของการถ่ายภาพก็พอทนใช้งานในเวลาฉุกเฉิน ส่วนของการพิมพ์ภาพนั้นให้คุณภาพที่ดีน่าพอใจ ปกติฟิล์ม instax มักจะมีสีสันไม่สวย ภาพไม่คมชัด นั่นเป็นเพราะเป็นการถ่ายภาพตรงๆที่โฟกัสไม่แม่นและวัดแสงไม่ชัวร์ในแบบกล้องอนาลอกดั้งเดิม ภาพ instax ที่เคยมีก็เลยไม่คมชัดและสีไม่สวย แต่เมื่อทำงานในแบบเครื่องพิมพ์ เราเลือกภาพคมชัดสีสวยจากมือถือไปสั่งพิมพ์ เราก็ได้ภาพสีสวยคมชัดตามที่เราต้องการ

1740053908929
DSC07256

IMG_2521

Fuji evo เหมาะกับใคร
Fuji evo เป็นกล้องดิจิทัลที่พิมพ์ภาพได้ เหมาะกับคนที่ต้องการมีประสบการณ์การใช้งานกล้อง instax ที่ยังไม่มั่นใจตัวเอง สามารถเลือกภาพที่จะพิมพ์ได้ ประหยัดการซื้อฟิล์มได้

Fuji evo เหมาะกับคนที่ต้องการพิมพ์ภาพถ่ายแบบทันทีทันใด สะดวกต่อการพกพา แต่ก็จะได้ภาพขนาดเท่าบัตรเครดิตหรือบัตรประชาชนเท่านั้น

Mini evo ไม่เหมาะกับใคร
ไม่เหมาะกับคนที่ต้องการภาพสวยคมชัดระดับเดียวกับเทคนิคการพิมพ์ Dye-sub ซึ่งเป็นเทคนิคการพิมพ์ที่มีคุณภาพสูงสุดสำหรับตลาดผู้ใช้งานทั่วไป อย่างเช่นเครื่องพิมพ์ selphy ของ Canon

ไม่เหมาะกับคนที่ต้องการภาพขนาดใหญ่ เพราะ mini instax ให้ภาพขนาดเล็ก ส่วนคนที่ต้องการภาพขนาดใหญ่ต้องดูเครื่องพิมพ์พกพาระบบอื่น หรือถ้าเป็น instax ก็จะมีรุ่น wide ที่ให้ภาพใหญ่ขึ้น

DSC07264

ตัวอย่างการสั่งพิมพ์ภาพจากโทรศัพท์มือถือ mini evo จะรับคำสั่งพิมพ์จากโทรศัพท์ แล้วก็ส่งภาพออกมา เราต้องรอเวลาอีกประมาณ​2 นาที ภาพถึงจะขึ้นสมบูรณ์มีความคมชัดในระดับที่น่าพอใจ

กาแฟอร่อยไม่แพง

IMG_20250116_114010

กาแฟถุงนี้เจอในร้าน Donki สาขามาบุญครอง ซึ่งเป็นซุปเปอร์มาเก็ตของญี่ปุ่น มีอาหารและของใช้ญี่ปุ่นหลากหลาย และหนึ่งในสิ่งประทับใจก็คือกาแฟตัวนี้ อ่านยี่ห้อไม่ออก ดูจากภาพก็พอรู้ว่าเป็นกาแฟสำหรับชงแบบดริป มีซองสำเร็จรูปมาพร้อมสำหรับการแกะแล้วเทน้ำร้อนเลย

ราคาขาย 239 บาท ได้ 18 ซองเล็ก สามารถชงได้ 18 แก้ว ตกราคาเฉลี่ยแก้วละ 13.27 บาท ซึ่งถือว่าราคาไม่แพงเลยสำหรับกาแฟลักษณะนี้ เพราะปกติกาแฟดริปที่เป็นยี่ห้อไทยก็จะราคาแก้วละประมาณ​30 บาท กาแฟไทยแต่ราคาแรงมากจนรู้สึกไม่อยากกินเลย แม้แต่กาแฟกระป๋องก็ยังราคา 15 บาท

กาแฟดริปจากร้าน Donki เป็นกาแฟดำที่มีรสชาติเปรี้ยวเล็กน้อยพอให้รู้สึก เมื่อกินผ่านคอแล้วยังคงมีรสหวานปะแล่มติดคออยู่นิดหน่อย หอมอยู่ในคอไปพักใหญ่ กลิ่นกาแฟตอนเทน้ำร้อนก็ส่งกลิ่นออกมาให้ดมได้ในระยะประมาณ​1-2 เมตรนี่ รายละเอียดข้างซองบอกว่าให้ชงกับน้ำร้อนปริมาณ 150cc.

การชงกาแฟแบบดริปให้รสชาติกลมกล่อมกำลังดี ไม่ได้เข้มข้นหรือขมลึกๆเหมือนกาแฟดำจากเครื่องชงราคาแพง แล้วกาแฟตัวนี้ก็ไม่ได้คั่วเข้ม มันรสชาติเหมือนคั่วกลางมากกว่า ถือว่าเป็นกาแฟที่กินง่าย ดริปได้สะดวก แต่ถุงใหญ่ที่แกะแล้วจะไม่มีซิบล็อค ผมต้องไปซื้อถุงซิปล๊อคขนาดเล็กมาใส่ซองกาแฟทีละชิ้นเพื่อเก็บกลิ่นไม่ให้จาง เสียเวลาหยิบใส่ถุงเล็กนิดหน่อย แต่ก็ทำให้เก็บกินได้นานขึ้น

ปิ้งแซนวิชด้วยเตาอบ

อาหารเช้าหรืออาหารว่างที่เป็นแซนวิชอบร้อนเป็นของกินที่ซื้อสะดวก ทำง่าย และสามารถซื้อกลับมาทำเองก็ได้ ชาวแค้มปิ้งน่าจะคุ้นเคยเพราะเป็นเมนูทางเลือกที่รองจากมาม่า สินค้าแค้มปิ้งก็มีอุปกรณ์ปิ้งออกมาขาย อย่างเช่น coleman ที่ทำที่ปิ้งแซนวิชดูดีออกมาให้นักกางเต๊นท์ได้ลองใช้

DSC06154

การอบหรือปิ้งแซนชิชเองด้วย coleman sandwich cooker ต้องอาศัยเตา เราสามารถใช้เตาถ่าน หรือเตาแก๊สก็ได้ในการให้ความร้อน ซึ่งเท่าที่ลองใช้ก็ต้องวัดดวงกันในครั้งแรกว่าจะใช้ไฟแรงแค่ไหน ไฟแรงไปก็ไหม้ ไฟอ่อนไปก็ไม่สุกไม่หอมเหมือนที่เห็นในห้างเขาทำขาย

ซื้อ Coleman Sandwich Cooker https://s.shopee.co.th/30Y057Ujxq

20200524172453_IMG_0368
20200530131157_IMG_0417

แต่คราวนี้จะลองให้ความร้อนด้วยเตาอบ ซึ่งคาดว่าจะทำงานได้เช่นกัน เพราะเตาสามารถให้ความร้อนได้สูงและตั้งเวลาได้ เลยลองด้วยการซื้อแซนวิชที่ชอบจากร้านสะดวกซื้อแล้วเอามาใส่ coleman แบบถอดด้ามออก เพื่อจะวางตัว coleman ในเตาอบนั่นเอง

เตาอบที่ใช้คือ toshiba ขนาดเล็ก มีขายในแผนกเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไปราคาประมาณ 1000 บาท ส่วนตัวครอบแซนวิชก็ถอดด้ามออก แล้ววางแซนวิช ปิดฝาครอบเข้าด้วยกัน แล้วใช้ตัวหนีบกระดาษที่เป็นเหล็กหนีบเอาไว้ เนื่องจาก coleman จะออกแบบตัวล็อคไว้ที่ด้ามจับ พอถอดด้ามก็เลยต้องหาตัวหนีบมาหนีบเอาไว้แทนเพื่อให้ฝาปิดสนิท

DSC06158

เตาอบตั้งความร้อนไว้ที่ 230องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของเตาอบตัวนี้ ส่วนระยะเวลาก็ตั้งไว้ที่ 5 นาที เป็นการทดลองครั้งแรกเลยลองเลือกค่าที่จำง่ายไว้ก่อน แล้วก็เปิดให้เครื่องทำงาน

DSC06150

แซนวิชที่เลือกมาทำคือแซนวิชชีส ราคา 37 บาท เป็นแบบที่อร่อยที่สุดในความชอบของผมเอง เมนูขนมปังอบร้อนอื่นๆอย่างขนมปังเนยน้ำตาล หรือขนมปังปิ้งอื่นใดนั้นดูธรรมดาไปหน่อย จะทำกินสนุกๆทั้งทีขอสิ่งที่อร่อยถูกใจไปเลย สำหรับคนที่จะลดน้ำหนักขอแนะนำ ให้ลองกินแซนวิชชีสดู จะได้รู้ว่าถ้ากินของที่ทำให้อ้วนทุกคำต้องอร่อยคุ้มค่าการเสียวินัย 1 มื้อ

DSC06149

ที่อบแบบถอดด้ามวางในเตาอบขนาดเล็กได้ รอเวลาตามที่ตั้งไว้ 5 นาที ไฟแรงสุด 230 องศา เตาตัวนี้ให้ความร้อนทั้งด้านบนและด้านล่าง น่าจะให้ระดับความเกรียมของขนมปังได้พอกันทั้งสองด้าน

DSC06147

รอเวลาเมื่อครบ 5 นาที เตาจะดับเอง แล้วก็หาอะไรมาจับตัวหนีบ แล้วเปิดฝาตัวอบดู

DSC06152

ผลการทำงาน แซนวิชเหลืองอร่าม ความเกรียมระดับพอดีกิน หลังจากหยิบออกมากินเรียบร้อย ดูที่ตัวอบก็พบว่าตัวอบยังคงสภาพปกติ ไม่มีรอยไหม้เกรียม ไม่มีเขม่าเพราะไม่มีควัน ทำให้ล้างทำความสะอาดง่ายมาก ดีกว่าใช้เตาไฟและเตาแก๊สเยอะเลย

สรุป

ตัวอบแซนวิช coleman sandwich cooker ใช้ในเตาอบหรือเตาติ๊งแบบที่ชาวบ้านชอบเรียกได้

เตาอบขนาดเล็กตั้งไฟแรงสุดของเตา 230องศา ระยะเวลา 5 นาที ให้ความเกรียมเหลืองพอดีน่ากิน

เตาอบไม่มีควัน ไม่มีเขม่าจับ ทำให้ล้างทำความสะอาดง่าย

ใครอยู่คอนโดอยากอบแซนวิชกินด้วยอุปกรณ์แค้มปิ้งก็ลองทำได้

ใครยังไม่มีเครื่องอบแซนวิช ไปซื้อเครื่องอบแซนวิชเสียบปลั๊กโดยตรง เครื่องราคาถูกกว่าอุปกรณ์ของ coleman


ฝากให้ย้อนกลับไปดูรีวิว coleman sandwich cooker ที่นี่

ซื้อ Coleman Sandwich Cooker https://s.shopee.co.th/30Y057Ujxq

ซื้อเตาอบ Toshiba. https://s.shopee.co.th/60Bbf1mwnN

เครื่องไล่ยุง Flextail Tiny Repeller S

การทำกิจกรรมกลางแจ้งในสถานที่ต่างๆของประเทศไทย รวมถึงพื้นที่ในบ้านส่วนมากเราจะต้องประสบกับปัญหาแมลงและยุง นอกจากอาการคันและความน่ารำคาญแล้ว การถูกยุงกัดก็เป็นเรื่องที่อันตรายเกินคาด เพราะเป็นที่มาของโรคไข้เลือดออก ไข้มาลาเลีย มีอัตราการเสียชีวิตเพราะป่วยไข้เลือดออกเยอะมาก มีคนตายเพราะยุงกัดมาแล้ว ดังนั้นการป้องกันยุงกัดเป็นสิ่งที่ต้องทำ ห้ามละเลยเด็ดขาด

DSC05527

การไปเที่ยวแบบนั่งกินอาหารริมทะเล ในสวนอาหารพื้นที่โล่งกว้าง หรือนั่งกินนั่งเล่นในสถานที่แค้มปิ้ง เราทุกคนก็เจอกับปัญหายุงกัดเสมอ การไปนั่งดูลูกเตะฟุตบอลตอนเย็นและค่ำ ก็จะต้องทนยุงกัด ต้องหาพัดลม ต้องทาครีมป้องกันยุงกัด ต้องใช้สเปรย์ตะไคร้พ่นช่วยไล่ยุง ซึ่งก็ได้ผลบ้าง ไม่ได้ผลบาง แต่สุดท้ายก็คือไม่ได้ผล เราถึงมีอุปกรณ์ไล่ยุงสมัยใหม่ออกมาให้ใช้กัน และก็มาถึงเทคนิคการไล่ยุงที่ดีอีกแบบหนึ่งคือการไล่ยุงด้วย Flextail Tiny Repeller s ตัวนี้

DSC05523

อุปกรณ์ตัวนี้คือตัวที่จะไล่ยุงด้วยการส่งสารระเหยออกมารบกวนยุง สารระเหยตัวนี้อยู่ในแผ่นสี่เหลี่ยมที่จะต้องมีการให้ความร้อนถึงจะระเหย ระดับความร้อนที่เครื่องนี้ปล่อยสู่แผ่นระเหยประมาณ 110-165 องศาเซลเซียส แผ่นระเหยกันยุงนี้มีขายในบ้านเรามานานแล้วในสินค้ายี่ห้อหนึ่ง เป็นเครื่องให้ความร้อนกับแผ่นระเหยเวลาใช้ต้องเสียบปลั๊กไฟในบ้าน Flextail ออกแบบเครื่องไล่ยุงเครื่องนี้ให้เป็นเครื่องที่พกพาได้ มีแสงสว่างในตัวเพื่อใช้เป็นโคมไฟได้ด้วยหากต้องการ

DSC05522

Flextail Tiny Repeller s ตัวนี้ สามารถตั้งค่าให้ส่งสารระเหยออกมาได้ 3 ระดับ ทำงานที่ระยะป้องกัน 10ฟุต 20 ฟุต และ 40 ฟุต ยิ่งตัวเลขป้องกันเยอะก็ยิ่งหมายถึงปล่อยความร้อนเยอะขึ้น ระยะเวลาใช้งานที่ความร้อนสูงสุดประมาณ 5 ชั่วโมง. แผ่นสารเคมีสามารถใช้งานได้ประมาณ 4 ชั่วโมง

ในส่วนของแสงสว่างก็เลือกเปิดได้ 3 ระดับ และอีก 1 ระดับสำหรับแสงไฟกระพริบช้าๆ การออกแบบให้ทำงานทั้งไล่ยุงและให้แสงสว่างนี้ก็เพื่อให้ใช้งานกับทริปการเดินป่า ตั้งแคมป์ ซึ่งโดยปกตินักท่องเที่ยวนอนเต๊นท์ก็ต้องหาไฟพกพาไปใช้อยู่แล้ว การมีอุปกรณ์ที่ไล่ยุงได้และมีแสงสว่างไว้ใช้งานด้วยก็เป็นความคิดที่ดี

repellentmatsfortinyrepel_642f0c92-e36f-4335-b32b-eff43f0c6885_700x

ตัวอุปกรณ์ใช้วัสดุคุณภาพดีมากในการประกอบ จับถือแล้วรู้สึกถึงความแข็งแรงมาก น้ำหนักพอสมควร น่าจะมีความทนทานทนกระแทกได้ดี ในสเป็คระบุว่าสามารถตกได้ 1 เมตรไม่เป็นอะไร กันน้ำด้วย ตกแล้วหยิบขึ้นจากน้ำได้ไม่พัง ที่ช่องใส่แผ่นระเหยสามารถใส่ได้ 2 แผ่น น่าจะทำให้ระยะทำการป้องกันได้ไกลมากขึ้น

ด้านล่างของอุปกรณ์เป็นแม่เหล็ก สามารถนำไปติดกับวัสดุโลหะได้ ติดประตูรถ ติดเสาเหล็กได้ มีรูเกลียวสำหรับใส่กับขาตั้งกล้องด้วย มีหูหิ้วเอาไว้คล้องกับเชือกด้วย ทำมาเพื่อให้ใช้ได้สะดวกมาก

DSC05533

ข้อมูลจากผู้ผลิต FLEXTAIL Tiny Repeller S

Features

  • 2-in-1 เครื่องไล่ยุงและไฟแคมป์ปิ้ง
  • โหมดป้องกันยุง 3 โหมด (Camping, Outdoor และ Super)
  • เครื่องร้อน 165°C ได้รวดเร็วใน 50 วินาที
  • ไฟแคมป์ปิ้งปรับความสว่างได้ 3 ระดับ (50 ลูเมน, 200 ลูเมน และ 400 ลูเมน)
  • ป้องกันน้ำระดับ IPX5
  • น้ำหนักเบาเพียง 5.3 ออนซ์
  • มีคุณสมบัติแม่เหล็กในตัว
  • มาพร้อมเคสสำหรับเก็บ

Specs

  • ขนาด: 1.4 x 1.4 x 5.7 นิ้ว
  • น้ำหนัก: 5.3 ออนซ์
  • ความจุแบตเตอรี่: 4800 mAh
  • Camping Mode ป้องกัน 10 ฟุต ได้ 20 ชั่วโมง
  • Outdoor Mode ป้องกัน 20 ฟุต ได้ 10 ชั่วโมง
  • Super Mode ป้องกัน 40 ฟุต ได้ 5 ชั่วโมง
  • ไฟแคมปป์ปิ้งปรับความสว่างได้ 50-400 ลูเมน, นาน 10 – 40 ชั่วโมง
  • ระดับการป้องกันน้ำ: IPX5

DSC05534

DSC05532

ผลการทดลองใช้

ลองนั่งเล่นในสนามหญ้าหน้าบ้าน พื้นที่นอกตัวบ้าน ตอนกลางคืน ปกติแทบจะยืนนิ่งๆไม่ได้เลยเพราะยุงเยอะมาก แต่การใช้งานเครื่องไล่ยุงก็ทำให้สามารถนั่งเล่น นั่งฟังเพลงนอกบ้านได้ยาวนานเป็นชั่วโมงโดยไม่ถูกยุงกัดเลย ตัวเครื่องใช้เวลาอุ่นสารระเหยอยู่ประมาณ 5 นาทีถึงจะร้อนได้ที่ หลังจากห้านาทีแรก ก็ไม่เห็นยุงบินมาให้เห็นในสายตาอีกเลย ถือว่าเป็นเครื่องไล่ยุงที่ทำงานได้จริง และทำให้ใช้เวลาในที่กลางแจ้งได้อย่างมีความสุข จัดว่าเป็นอุปกรณ์ยอดเยี่ยมตัวหนึ่งที่ควรมีไว้ใช้จริงๆ

DSC05538
DSC05549
IMG_0828
IMG_0822
IMG_0805

ผู้ผลิตบอกไว้ในเว็บว่าแผ่นระเหยทำงานได้ประมาณ 4 ชั่วโมง แปลแบบไทยเป็นไทยคือ 4 ชั่วโมงแล้วจะป้องกันไม่ได้แล้ว นั่นก็หมายถึง ความสามารถในการไล่ยุงจะลดลงเรื่อยๆ ผมคิดเองว่า 3 ชั่วโมงคือระยะเวลาที่ควรเปลี่ยนแผ่น และจากที่ลองใช้งาน ประมาณชั่วโมงที่ 3-4 ก็เริ่มรู้สึกว่ามียุงบินอยู่ใกล้ๆ ผมมีง้างมือตบยุงไป 1 ครั้งตอนใกล้ครบสี่ชั่วโมง ดังนั้นสรุปด้วยตัวผมเองตรงนี้ว่าใช้แบบหวังผล 3 ชั่วโมงระดับความแรงสูงสุด ควรเปลี่ยนแผ่นแล้ว ส่วนใครที่ใช้แบบระดับความร้อนเริ่มต้น ป้องกันประมาณ 3 เมตร ก็อาจจะใช้ได้นานขึ้น

20241124131838_IMG_0839

ภาพแผ่นระเหย ทางซ้ายคือแผ่นใหม่แกะออกจากซองยังไม่ได้ใช้งาน ทางขวาคืออันที่ผ่านการใช้งานมาแล้วประมาณ 4 ชม.

DSC05582

ติดเครื่องไล่ยุงไว้ที่บานประตูท้ายรถ เปิดท้ายนั่งดูลูกเตะฟุตบอล พักครึ่งแวะมานั่งกินน้ำ ยุงไม่กัด มีบางเวลาที่ดูเหมือนจะมียุงบินเข้ามาเฉียดใกล้ตัวบ้างเป็นบางครั้ง เหมือนยุงบินตามนักฟุตบอลเข้ามาใกล้ๆรถ แต่สักพักก็หายไป ผมนั่งอยู่ที่ท้ายรถนี้ได้สองชั่วโมงโดยไม่ต้องลุกหนีหรือเดินไปเดินมาเพื่อหนียุงอีกเลย

DSC05673

มีอยู่วันหนึ่งไปจอดรถรอลูกเตะบอล เนื่องจากสนามบอลมีจัดงาน มีรถจอดจำนวนมาก เลยต้องแวะออกไปนั่งรอที่อื่น ไปจอดรถรอในปั๊มน้ำมันแทน แล้วก็ลองใช้เครื่องไล่ยุงในรถ เปิดประตูรถให้อากาศถ่ายเท นั่งฟังเพลง นั่งเล่นโน้ตบุ๊คไปเรื่อยๆ อากาศข้างนอกก็เริ่มเย็นทำให้นั่งสบาย ในรถไม่มียุงรบกวนเลย แต่พอลุกเดินไปเข้าห้องน้ำ ก็สัมผัสได้ว่ามียุงบินตามตอนเดินห่างจากรถ ยืนยันได้อีกครั้งว่าไล่ยุงได้ผลจริง เปิดให้เครื่องทำงานโหมดไฟแรงที่สุด ระยะทำงานตามสเป็คบอกไว้ว่าช่วยไล่ยุงได้ไกล 10 เมตร

นึกถึงกิจกรรมดูดาว ถ้ามีเครื่องไล่ยุงแบบนี้อยู่กับกล้องดูดาวก็จะทำให้การดูดาวมีความสุขมาก เพราะทุกทีที่ตั้งกล้องดูดาว จะต้องทนกับยุง ต้องยืนขยับตัวไปมาเพื่อไล่ยุง กระเป๋ากล้องที่พกไปไหนต่อไหนก็มักจะมีครีมกันยุงเป็นซองเก็บไว้ ต่อไปนี้มีเครื่องไล่ยุงทดแทน น่าจะทำให้ทริปถ่ายภาพกลางคืนหรือกิจกรรมกลางแจ้งในตอนมืดเป็นเรื่องที่ไม่น่าเบื่ออีกต่อไป

20241208124528_IMG_1231

ในไทยมีขายแผ่นระเหยยี่ห้ออาร์ตแมท ลักษณะสีฟ้าเหมือนกัน แต่พิมพ์โลโก้สีแดง ขนาดเท่ากัน สามารถซื้อใส่ในเครื่อง Tiny Repeller s ได้เลย และบางร้านค้าที่ขายเครื่องก็แถมเป็นแผ่นอาร์ตแมทแทนก็มี คุณสมบัติการไล่ยุงลองแล้วไม่ต่างกัน แต่อาร์ตแมทมีกลิ่นเมื่ออยู่ใกล้ๆ น่าจะเป็นกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆที่ทำให้ผู้ใช้งานรู้ตัวว่าแผ่นระเหยกำลังทำงาน มีกลิ่นหอมอ่อนๆแค่ให้พอรับรู้ นั่งใกล้เครื่องจะได้กลิ่นชัด แต่ถ้านั่งไกลน่าจะกลิ่นจางมากจนเหมือนไม่มีกลิ่น แต่ว่าบางคนอาจจะไม่ชอบกลิ่นแบบนี้ก็ได้ ตัวผมเองก็ไม่ชอบ แต่ราคาต่อชิ้นก็ถูกมาก หาซื้อง่าย ราคาต่อชิ้นน่าจะไม่ถึง 3 บาท หาซื้อได้ที่ร้านสะดวกซื้อ ร้านในตลาดนัด ในออนไลน์ก็มีเต็มไปหมด

ข้อดี

1 กันยุงได้จริง

2 ไฟสว่าง แสงไฟสีสวยนวลตา

3 มีแม่เหล็กสามารถติดกับผนังเหล็ก ตัวถังรถยนต์ได้ มีรูน็อตสำหรับติดกับขาตั้งกล้อง

4 มีหูหิ้วหรือหูสำหรับคล้อง ทำให้พกห้อยไปกับกระเป๋าหรือเป้ได้สะดวก

5 มีแบตในตัว ทำงานได้ยาวนานหลายชั่วโมง

ข้อเสีย

1 ตอนชาร์จไฟเครื่องจะไม่ทำงาน

2 ไม่มีตัวนับเวลา หรือ ตัวบอกว่าแผ่นระเหยหมดสภาพตอนไหน

3 Repeller S คือรุ่นที่ 2 ที่ไม่สามารถทำงานเป็น powerbank ได้

สั่งซื้อได้ที่นี่

https://s.shopee.co.th/4L2PJREsOw

https://s.lazada.co.th/s.IpWWJ

https://s.lazada.co.th/s.IpclI

DSC06051

ชิมข้าวมันไก่เฉินกง

DSC04091

เฉินกงเป็นชื่อร้านข้าวมันไก่ ในเฟสบุ๊คของร้านแจ้งว่ามีหลายสาขา ผมไปลองกินที่สาขาถนนบางขุนนนท์ ร้านอยู่ริมถนน จอดรถยากมาก เพราะตำแหน่งร้านอยู่ติดทางม้าลาย อยู่ติดกับพื้นที่สีขาวแดง และขาวดำ ก็คือห้ามจอด ประกอบกับถนนบางขุนนนท์มีคนจอดรถแทบจะตลอดถนนในย่านที่มีของกินเปิดขาย ใครขับรถยนต์ไปกินสาขานี้ก็ต้องวัดดวงว่าจะโดนล็อคล้อหรือเปล่า เพราะทีมตำรวจในถนนเส้นนี้หูตาไวมาก น่าชื่นชมที่ขยันทำงานที่ไม่ใช่วัตถุประสงค์หลักของกรมฯ ผมแวะมากินร้านนี้ในครั้งที่สองด้วยการขับจักรยานมาเพราะต้องการจะกินแบบใจเย็น ไม่ต้องกังวลเรื่องจอดรถ ดูภาพประกอบมีจักรยานอยู่หน้าร้าน นั่นแหละของผมเอง

DSC04083

สภาพร้านคนค่อนข้างน้อย ผมไปนั่งในร้านมีโต๊ะนั่งสบายๆ แต่มีมอเตอร์ไซด์มารอรับของเยอะ น่าจะแทบตลอดเวลา สั่งอาหารไปสักพักต้องรออยู่พอสมควรเลยเพราะว่าคิวของไรเดอร์มีหลายคิว อาหารมีราคาตั้งแต่จานละ 50 บาท ขึ้นไป สิ่งที่ดูในรูปแล้วอยากลองกินก็คือเมนู ไก่สับ ผัก ข้าว น้ำจิ้ม ใส่ถาดมา ดูอลังการและราคาไม่แพง

DSC04078

ไก่สับมีความวาวดูฉ่ำน่ากิน เนื้อนิ่ม ไม่แห้ง ใครชอบของนิ่มน่าจะถูกใจสุดๆ เนื้อนิ่มแบบนี้เด็กและคนแก่น่าจะชอบ ส่วนผักลวกพร้อมซีอิ๊วกระเทียมเจียวก็น่ากิน รสชาติดี ตัวเม็ดข้าวคุณภาพธรรมดาไปหน่อย ข้าวมันไก่เทพๆทั้งหลายมักจะเด่นตั้งแต่ตัวข้าว กินเปล่าๆก็อร่อย แต่ร้านนี้ยังไม่ถึงแบบนั้น น้ำซุปใส่ถ้วยเกรดธรรมดาไม่โดดเด่นให้จดจำ น้ำจิ้มมี 2 อย่าง ทั้งคู่เป็นแบบที่ผมไม่ชอบ แต่ก็กินได้ ผมคิดว่าสิ่งที่ดีที่สุดในร้านนี้คือเนื้อไก่ มันนิ่ม อร่อย จนต้องอ่านใบปลิวโฆษณาบนโต๊ะ เป็นเรื่องราววิธีเลี้ยงของฟาร์มไก่

DSC04085

นอกจากไก่ต้มก็มีไก่ทอด มีข้าวขาหมูด้วยแต่วันนี้ไม่ได้ลองกิน เพราะตั้งใจจะกินข้าวมันไก่ให้หายข้องใจ เมนูไก่สับเสิร์ฟพร้อมข้าวที่คุ้นเคยคือข้าวมันไก่โรงแรมแห่งหนึ่ง หลังจากชิมที่เฉินกงแล้วผมก็สรุปว่าเฉินกงอร่อยกว่า ถูกกว่า แม้ว่าอุปสรรคการจอดรถจะทำให้ไม่น่าแวะ แต่การกินแบบเสิร์ฟเป็นถาดมันดูสวยงามน่ากินมากกว่า คนที่สั่งซื้อใส่ห่อกลับบ้านไม่รู้จะจัดจานได้น่ากินเท่าที่ร้านไหม ถ้าคิดแค่เอาใส่ปากเคี้ยวๆแล้วกลืน ไม่ต้องดูความสวยงามก็คงสั่งไรเดอร์หิ้วไปได้ แต่เชื่อเถอะว่ากินที่ร้านมันน่ากินกว่า

จุดควรปรับปรุงคือน้ำซุปที่เสิร์ฟตั้งแต่ลูกค้านั่งโต๊ะ สั่งอะไรยังไม่รู้แต่น้ำซุปเสิร์ฟให้แล้ว และกว่าที่อาหารจะมาเพราะต้องรอคิวไรเดอร์หลายคิว วันที่ผมไปกินผมรอเกือบสิบนาที ทำให้น้ำซุปไม่ร้อน ดูชืดและไม่น่ากิน ส่วนที่ซื้อกลับบ้านทำได้ดีกว่า ห่อด้วยกระดาษ ให้น้ำจิ้มพริกและซีอิ๊วดำสำหรับเด็กที่ไม่กินเผ็ดด้วย ตรงนี้ดี

DSC04089

จุดเด่นคือ ไก่นิ่ม อร่อย ผักก็อร่อย
จุดด้อยของสาขาถนนบางขุนนนท์คือ จอดรถยาก ผมต้องไปจอดไกลมากและก็เสี่ยงจะโดนล๊อคล้อ ถนนนี้เขาล๊อคจริง การขับรถไปกินอะไรในถนนบางขุนนนท์ตอนกลางวันให้เตรียมเงินค่าปรับล็อคล้อด้วย สถานีตำรวจอยู่ห่างจากร้านประมาณ 400 เมตร


เปรียบเทียบภาพถ่ายที่ใช้แฟลช

การถ่ายภาพเป็นการบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเก็บไว้เป็นภาพ ใช้หลักการปล่อยให้แสงผ่านเลนส์ไปตกยังตัวรับภาพแล้วก็บันทึกปริมาณแสงเอาไว้ สมัยโบราณการถ่ายภาพจะต้องทำตอนมีแสงเพียงพอหรือตอนที่มีแสงสว่างก็คือมีแสงจากดวงอาทิตย์ ส่วนการถ่ายภาพตอนกลางคืนหรือถ่ายภาพในที่ร่มเราก็เพิ่มอุปกรณ์อีกตัวหนึ่งขึ้นมาคือ มีไฟส่องสว่างให้กับเหตุการณ์ กล้องถ่ายภาพนิ่งจะรับภาพในเวลาสั้นๆ แสงสว่างที่ฉายไปก็ฉายไปในเวลาสั้นเช่นกันเพื่อประหยัดพลังงาน แสงที่ฉายออกไปเพียงครู่เดียวเลยเรียกว่าแฟลช หรือเป็นไฟกระพริบที่มีความสว่างเพียงพอต่อการบันทึกภาพ

การถ่ายภาพด้วยแฟลชเป็นการแก้ปัญหาแสงไม่พอเพื่อให้บันทึกภาพได้ ต่อมาก็เริ่มมีการใช้แฟลชเพื่อช่วยสร้างสรรค์ภาพให้แตกต่างไปจากเดิมได้ด้วย ช่างภาพจะเริ่มมีทางเลือกว่าจะใช้แฟลชในภาพหรือไม่ กล้องบางตัวมีแฟลชในตัวสามารถเลือกใช้หรือไม่ไม่ใช้ได้ กล้องระดับมืออาชีพไม่นิยมใส่แฟลชไว้กับตัวกล้อง แต่จะมีช่องให้ต่อแฟลชเพิ่ม

การใช้ กับ การไม่ใช้แฟลช ให้ผลกับภาพไม่เหมือนกัน ช่างภาพควรจะรเรียนรู้และทดลองใช้แฟลชให้เข้าใจ แล้วจากนั้นเมื่อเจอกับเหตุการณ์ต่างๆก็ค่อยตัดสินใจว่าจะใช่แฟลชหรือไม่ เพราะบางครั้งมีแฟลชก็ทำให้ภาพสมบูรณ์ขึ้น บางภาพไม่มีแฟลชก็อาจจะสวยกว่า ทุกการตัดสินใจให้ผลลัพธ์ที่แตกต่าง เราต้องตัดสินใจเองว่าอยากได้ลักษณะภาพแบบใด

ภาพถ่ายแบบไม่ใช้แฟลช ภาพแรกคือถ่ายภาพไม่เปิดแฟลช กล้อ eos m โหมด P เลนส์ 18-55mm

IMG_0131

ภาพที่สองเป็นการถ่ายภาพเปิดแฟลช ใช้แฟลช ex90 ติดบนหัวกล้อง eos m เลนส์ 18-55mm

IMG_0132

ภาพโต๊ะหนังสือและเด็กนั่งอยู่นั้น จะเห็นว่าแสงแฟลชจะทำให้ตัวเด็กสว่าง พื้นที่ที่โดนแสงแฟลชเพียงพอจะเห็นภาพเห็นรายละเอียด ไม่ได้เป็นเงาดำ หลายคนก็มักจะบอกว่า ใช้แฟลชเพื่อเปิดเงา หรือ บางคนก็จะบอกว่าใช้แฟลชเพื่อให้เห็นรายละเอียดชัดๆ ส่วนที่อยู่ห่างออกไปที่ขอบภาพหรือหลังห้องด้านซ้ายมือ เป็นจุดที่แสงแฟลขไปไม่ถึง เพราะแสงแฟลชเมื่อส่องกลางภาพจนสว่างเพียงพอแล้ว กล้องจะตัดการทำงานของแฟลช ทำให้ปริมาณแสงที่ไปยังขอบภาพหรือด้านหลังห้องนั้นแทบจะไม่มีผลต่อภาพเลย ภาพใช้แฟลชและไม่ใช้แฟลช ส่วนที่อยู่ห่างออกไปมากๆจึงไม่ได้มีผลอะไรเกิดขึ้น

IMG_0144

IMG_0145

ภาพเด็กนั่งในรถ เป็นการใช้แฟลชเพื่อส่องสว่างระยะใกล้ ผลของแฟลชทำให้เห็นรายละเอียดในเงามืด เห็นรายละเอียดของเบา ซึ่งปกติส่วนที่โดนแสงจะสว่างพอดีในภาพถ่าย แต่ส่วนที่อยู่ในเงาจะเป็นสีดำไม่มีรายละเอียด แฟลชที่ยิงออกไปจะไปส่องสว่างเงาเหล่านี้ และเก้าออี้อยู่ใกล้ๆกับวัตถุหลักหรืออยู่ใกล้กับจุดที่แฟลชทำงานถึง จึงได้รับแสงแฟลชเพียงพอ

เทคนิคการใช้แฟลชมีหลายอย่าง ถ้าให้เขียนทั้งหมดมันจะเป็นตำราถ่ายภาพเนื้อหาเยอะมาก หากบอกเป็นหัวข้อสั้นๆแล้วเอาไปขยายผลต่อเองก็จะได้ประมาณนี้

1 การใช้แฟลชโดยไม่สนใจแสงภายนอก

2 การใช้แฟลชร่วมกับแสงภายนอก

3 การใช้แฟลชมากกว่า 1 ตัว

4 แฟลชที่ให้แสงแข็งกับแสงนุ่ม

5 แฟลชแมน่วล

6 แฟลช ทีทีแอล

7 แฟลช ทีทีแอลแบบแอ๊ดวานซ์

8 แฟลชกับแผ่นสะท้อนแสง

9 แฟลชกับร่มสะท้อนแสง

10 แฟลชกับร่มทะลุ

11 แฟลชมีสาย

12 แฟลชไร้สาย

13 การชดเชยแสงแฟลช

14 อุณหภูมิสีของแฟลช

ที่เขียนออกมา 14 แนวทาง เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการใช้แฟลช ซึ่งตอนที่ใช้งานจริงเราอาจจะใช้สองแนวทางร่วมกันก็ได้ หรืออาจจะหลายแนวทางร่วมกัน หมายความว่า เรามีความน่าจะเป็นที่ต้องคิดต้องเลือกนับร้อยวิธีการใช้แฟลช เช่นการใช้แฟลชแมน่วลร่วมกับร่มสะท้อน ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เกิดจาก 2 แนวทาง

บางสถานการณ์เราอาจจะใช้แฟลชแมน่วล ร่วมกับแผ่นสะท้อนแสง เพื่อถ่ายภาพร่วมกับแสงภายนอก โดยแฟลชจะเป็นแบบไร้สาย และต้องเลือกอุณหภุมิสีด้วย แค่นี้ก็มีเรื่องให้คิดอีกเยอะ

เทคนิคการใช้แฟลชเป็นเรื่องที่มีรายละเอียดจำนวนมาก คู่มืออธิบายการใช้งานแฟลชจะเยอะและหนากว่าคู่มือการใช้งานกล้อง เราอาจจะต้องใช้เวลาในการศึกษาเรื่องแฟลชยาวนานกว่าเรื่องอื่นในวิชาถ่ายภาพ ถ้ามีเวลาเราควรศึกษาอย่างจริงจัง ถ้าไม่มีเวลา ปล่อยมันผ่านไปแล้วบอกกับตัวเองและผู้อื่นว่าเราไม่ชอบใช้แฟลช


leica minilux 2024 กับฟิล์ม Kodak gold200

dpp-IMG_9980

หลังจากส่งกล้อง Leica minilux ที่หลับไหลจากอาการสายแพรขาดไปซ่อมเรียบร้อย ก็ทดลองงานซ่อมกับฟิล์มสักม้วน ยุคปี 2024 ฟิล์มราคาแพงมาก ลองซื้อฟิล์มสีที่ราคาถูกที่สุดในท้องตลาดก็คือ Kodak Gold 200 ราคาม้วนละ 350 บาท แพงอย่างน่าตกใจ แต่ก็อยากลอง

IMG_20240825_183820

กล้อง Leica minilux เป็นกล้องที่รูรับแสงกว้าง วัดแสงแม่น โฟกัสแม่น ถ้าสภาพดีมันคืออุปกรณ์ระดับเทพที่ให้คุณภาพสูง มีข้อเสียอย่างเดียวคือหากเราต้องการถ่ายภาพแบบไม่เปิดแฟลช เราต้องกดปุ่มสั่งการกล้องทุกครั้งที่เปิดกล้อง แถมต้องกดปุ่มถึง 6 ครั้งเพื่อปิดแฟลช ถ้าเราถ่ายภาพในที่แสงน้อย อย่างเช่นถ่ายในบ้าน ถ่ายตอนกลางคืน กล้องจะเปิดแฟลชเสมอ ทำให้ต้องกดสั่งปิดทุกครั้งนั่นเอง

000049

ลองวัดฝีมือการถือกล้องว่านิ่งได้แค่ไหน ภาพในบ้าน แสงสว่างได้จากโคมไฟอ่านหนังสือ ความไวชัตเตอร์น่าจะต่ำจนต้องลุ้นว่าภาพจะสั่นหรือไม่ ผลออกมาก็พอใช้ได้ เลนส์รูรับแสงกว้างระดับ f2.4 ดูจะเก็บแสงโคมไฟได้ดี ให้แสงในภาพดูสวยงาม สวยกว่าตาเห็น ภาพนั่งโต๊ะภาพนี้ให้สีสันและระดับความสว่างที่ถูกใจ ลักษณะภาพสว่างบริเวณกลางภาพ และมืดดำที่ขอบภาพช่วยทำให้จุดสนใจเด่นชัด การไล่ระดับแสงจากสว่างไปมืดบนฟิล์มทำได้รุนแรงเด็ดขาด นั่นเป็นเพราะความสามารถในการรับแสงของฟิล์มต่ำกว่ากล้องดิจิทัลยุคปัจจุบันมาก ภาพโต๊ะหนังสือนี้ถ้าใช้กล้องดิจิทัลหรือโทรศัพท์รุ่นใหม่ในการถ่าย เราจะเห็นรายละเอียดในขอบภาพที่สว่างกว่าภาพนี้ ฉากหลังจะไม่ดำเท่านี้

000045
ภาพในร้านตัดผม ภาพนี้ถ่ายด้วยกล้องดิจิทัลไปแล้วหลายภาพ แต่ก็รู้สึกว่าอยากได้ภาพบนฟิล์มด้วย ก็เลยหยิบ minilux ออกมาถ่าย เล็งโฟกัสที่หน้าของเด็กในกระจก ผลงานออกมาก็คมชัดในจุดที่ต้องการ minilux โฟกัสได้แม่นยำมาก แถมยังวัดแสงได้พอดีเหลือเชื่อ แสงนอกหน้าต่างที่ส่องเข้ามายังจุดนั่งตัดผม พอดีกับแสงภายในร้าน ผมเจตนาให้เห็นแขนของผมเองในภาพนิดๆ เพื่อให้รู้ว่าเราก็อยู่ในภาพเหมือนกัน ลูกตัดผม พ่อถ่ายภาพ โมเม้นนี้มีแค่ตอนเด็กเท่านั้น ถ้าเด็กโตขึ้นเป็นวัยรุ่นก็คงไม่แวะร้านแนวนี้แล้ว

000048

เวลาถ่ายภาพด้วยกล้องฟิล์ม เราจะไม่มีข้อมูลการถ่ายภาพใดๆเลย อาศัยความจำเท่านั้น การดูภาพสแกนก็จะไม่รู้ว่าเป็นภาพจากกล้องตัวไหน ก็เลยจะพยายามถ่ายภาพให้พอรู้ว่าใช้กล้องอะไรโดยการถ่ายภาพตัวเองพร้อมกล้องในกระจก การถ่ายเซลฟี่สะท้อนกระจกทำให้รู้ว่าภาพชุดนี้ถ่ายจากกล้องตัวไหน แต่บังเอิญภาพนี้เงาในกระจกดูเบลอไปหน่อยทำให้ดูยากว่าเป็นกล้องอะไร แต่คนเคยจับกล้องรุ่นนี้ก็จะพอนึกออก พอเดาได้

000061

ภาพถนนเยาวราชตอนกลางคืน เป็นการถ่ายภาพในที่แสงน้อยที่มีข้อจำกัดคือไม่ใช้ขาตั้งกล้อง เพราะว่าคนเยอะมากจนไม่สามารถกางขาตั้งก้องออกมาโดยไม่กีดขวางการเดินทางของผู้อื่น จึงใช้วิธีถือถ่ายด้วยมือ ตั้งโฟกัสบนกล้องเป็นระยะอินฟินิตี้ เพื่อลดความผิดพลาดจากการโฟกัส เพราะตอนกลางคืนมักจะทำให้การโฟกัสทำงานผิดพลาดได้ง่าย ก่อนถ่ายก็สูดลมหายใจเข้าลึกหน่อยจากนั้นกลั้นหายใจแล้วกด

000052
000043
000064



เสริมเกี่ยวกับการใช้แฟลชถ่ายภาพ

IMG_20240825_181237

สองภาพนี้เป็นการยกตัวอย่าง ภาพบนคือการถ่ายภาพด้วยระบบอัตโนมัติ กล้องคิดให้ยังไงก็ถ่ายไปอย่างนั้น สภาพแสงในบ้านค่อนข้างน้อย พอกล้องคิดให้ทุกอย่าง กล้องก็ถ่ายแบบเปิดแฟลชให้ ทุกอย่างในภาพก็จะสว่าง ชัด เคลียร์ ดูรู้ว่ามีอะไรอยู่ในภาพบ้าง ส่วนภาพล่างก็เป็นภาพที่ถ่ายแบบไม่เปิดแฟลช คนถ่ายต้องกดปุ่มสั่งเพื่อปิดแฟลชก่อน แล้วพยายามถือกล้องให้นิ่งในการถ่าย ฟิล์มความไว 200 กับสภาพแสงในบ้านตอนกลางคืนเป็นงานยาก ต้องพยายามมากเพื่อไม่ให้ภาพสั่น แต่ผลลัพธ์ก็ออกมาดีเกินคาด ภาพดูสวยงามกว่า ถูกใจมากกว่าการเปิดแฟลช

InCollage_20250712_212037366

ภาพตัวอย่างเปรียบเทียบกับใช้แฟลชกับไม่ใช้

ภาพม้วนนี้ใช้บริการร้านล้างฟิล์มพร้อมสแกน Toiletlab ส่งฟิล์มห้าโมงเย็น ผ่านไปชั่วโมงกว่าๆก็ได้ไฟล์ทาง google drive แล้ว ร้านทำงานบริการได้ดีน่าอุดหนุน ไฟล์ภาพที่ได้ก็มีขนาดประมาณ 8.9 ล้านพิกเซล (3661 × 2456) สามารถใช้พิมพ์ขนาด A4 แบบคุณภาพสูงได้

Screenshot 2567-08-26 at 20.07.10

Leica minilux ยังคงน่าใช้ในปี 2024 สภาพกล้องยังแข็งแรง สามารถซ่อมบำรุงได้แทบจะทุกอาการ โดยเฉพาะอาการเสียประจำรุ่นอย่างสายแพรขาดก็สามารถซ่อมได้ เพราะมีอะไหล่ขายอยู่ในอินเทอเน็ต ใครยังอยากได้กล้องคุณภาพสูง เป็นไอค่อนของวงการถ่ายภาพอีกตัวหนึ่งก็ลองหามาใช้ได้ มันดีและมันน่าใช้ และที่สำคัญ มันสะกิดให้เราอยากถ่ายภาพ แม้ฟิล์มจะแพงก็เถอะ

บันทึกไว้
ล้างสแกนที่ Toiletlab
ค่าฟิล์ม 350
ค่าล้างพร้อมสแกน 150
ค่าส่งฟิล์มกลับ 70