print on demand return

วันนี้คุณนกจากฟูจิซีร๊อกซ์ นัดเข้ามาคุยเรื่องเครื่องพิมพ์ดิจิทัลตัวใหม่ เมื่อสามปีที่แล้วได้เคยคุยกันอย่างละเอียด และผมได้เคยไปทดสอบพิมพ์งานถึงที่บริษัทฟูจิซีร๊อกซ์ ตอนนั้นไม่ค่อยรู้ประวัติของบริษัทนี้มากนัก คุณภาพงานก็อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ แต่ต้นทุนเครื่องและต้นทุนพิมพ์ต่อแผ่นแพงเหลือเกิน ในเวลานั้นคิดไม่ออกว่าจะไปหาลูกค้าได้อย่างไร

ปีนี้ วันนี้ คุณนกก็ยังคงเสนอเครื่องพิมพ์ให้เช่นเดิม แต่เครื่องรุ่นใหม่มีคุณภาพสูงขึ้น พิมพ์วัสดุได้หลากหลายขึ้น ที่น่าสนใจก็คือการพิมพ์สติ๊กเกอร์ และการพิมพ์แผ่นใส ส่วนการพิมพ์กระดาษอาร์ต กระดาษปอนด์ก็เป็นสิ่งที่ำทำได้ดีมาตั้งนานแล้ว ที่สำคัญกว่านั้นราคาขายเครื่องก็ถูกลง ราคาค่าพิมพ์ต่อแผ่นก็ถูกลง โครงสร้างการผ่อนก็เน้นให้ปีแรกผ่อนน้อยหน่อย ปีหลังๆจะมียอดผ่อนสูงขึ้น ดูเหมือนเป็นการจูงใจให้ไม่หมดกำลังใจผ่อนตั้งแต่ปีแรก

งานพิมพ์ตามสั่งหรือ print on demand เป็นงานพิมพ์ที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้มากมาย หากจะเอาเครื่องนี้ไปผลิตงานขาย งานตัวนั้นควรจะเป็นงานที่มีราคาสูงและไม่สามารถพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์อ๊อฟเซ็ทมาตรฐานได้ เช่นการพิมพ์โบรชัวร์ที่มีฐานข้อมูลลูกค้าถูกพิมพ์ออกไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นชื่อ ที่อยู่ หรือข้อมูลใดๆที่ลูกค้าต้องการจริงๆ คำว่าฐานข้อมูลก็คือคำว่า database ซึ่งเป็นลักษณะข้อมูลที่ต้องอาศัยการเรียนรู้อย่างลึกซึ้ง ถึงจะสามารถเข้าถึงฐานข้อมูลที่ต้องการได้ (ง่วงนอนมาก เดี๋ยวค่อยมาต่อ

print number

แบบฟอร์มมักจะมีขนาดตั้งแต่ A4 A5 และเล็กลงไปได้อีกนิดหน่อย ใบเสร็จรับเงินก็จะใหญ่ A4 ใบจดออเดอร์อาหารก็เล็กกว่า A5 ลงไปอีกเท่าตัว การพิมพ์งานขนาดเหล่านี้จะสามารถพิมพ์แล้วใส่ตัวเลขด้วยเครื่องพิมพ์ได้เลย เพราะมีตัวเลขสำเร็จรูปให้ใช้ แต่ถ้าไปเจองานขนาดใหญ่กว่า A4 เช่น ขนาด A3 จะต้องใช้เครื่องพิมพ์ออฟเซ็ทที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ ซึ่งจะเป็นเครื่องที่เกิดมาเพิื่อพิมพ์บิลอย่างเดียว ไม่สามารถใช้พิมพ์ใบปลิวสีสันสวยๆได้เลย เครื่องแบบนี้หายาก และน้อยคนที่จะมีไว้ครอบครอง

งานขนาดใหญ่ A3 และต้องพิมพ์ตัวเลขด้วย ผมเลยต้องใช้วิธีพิมพ์กระดาษ A3 ให้เสร็จก่อน แล้วค่อยมาพิมพ์ตัวเลขด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ สิ่งที่จะต้องมีก็คือเครื่องปริ๊นเตอร์ขนาด A3 จะเป็น เลเซอร์ หรือ อิงค์เจ็ท ก็ได้

เล่มที่ xxx เลขที่ xxxxx ต้องใช้ซอร์ฟแวร์หลายตัวในการสร้างขึ้นมา ผมเริ่มจากใช้ excel สร้างตัวเลขทั้งหมดที่ต้องใช้ คือ เล่มที่ 1-30 และเลขที่ 0001-1500 ซึ่งก็จะได้ตัวเลขมาทั้งหมด 1500 บรรทัด แล้วย้ายตัวเลขเหล่านี้ไปไว้ใน access แล้วก็สร้างรายงานเอกสาร ให้พิมพ์ออกมาทีละใบ งงไหม?

แบบฟอร์มที่ลูกค้าต้องการจะเป็นเล่ม เล่มละ 50 หมายเลข หมายเลขหนึ่งๆจะมีเอกสาร 2 แผ่น เป็นต้นฉบับและสำเนา ดังนั้นงานพิมพ์ 30 เล่ม จะต้องใช้กระดาษทั้งหมด 3000 ใบ พิมพ์ตัวเลข 0001 – 1500 สองครั้งนั่นเอง

ลูกค้าสั่งแบบฟอร์ม 2 แบบ อย่างละ 30 เล่ม ยอดรวมก็คือ 60 เล่ม ต้องสั่งพิมพ์ตัวเลข 0001-1500 ทั้งหมด 4 เที่ยว ใช้เวลานานมาก เลยลองจับเวลาดู ถ้านับเวลาเฉพาะที่กระดาษเริ่มไหลออกจากปริ๊นเตอร์ แล้วรอให้ไหลครบ 50 แผ่น จะใช้เวลา 2 นาที 51.40 วินาที แต่ถ้านับเวลาที่ใช้จริงตั้งแต่การหยิบกระดาษป้อนเข้าเครื่อง ซึ่งจะต้องค่อยๆทำ ถ้าเรียงกระดาษไม่ดี เครื่องจะพิมพ์ไม่ตรง แล้วมานั่งสั่งพิมพ์หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ แล้วไปรอกระดาษไหลจนครบ 50 แผ่น จะใช้เวลาทั้งสิ้น 4 นาที 10.55 วินาที คิดแบบหยาบๆก็คือ 50 แผ่นใช้เวลา 5 นาที หรือเฉลี่ยนาทีละ 10 แผ่น ยอดกระดาษ 6000 ใบต้องใช้ 600 นาทีถึงจะเสร็จ เป็น 600 นาทีเต็มๆ ห้ามอู้ ห้ามกิน ห้ามเข้าห้องน้ำ ถ้าว่างจริงๆ ทำสองวันก็เสร็จหมด…….

ส่งของ

งานใบปลิวยอดเยอะ ส่งไกล ทีแรกก็นัดรถรับจ้างเอาไว้ แต่ว่าผนตก รถรับจ้างไม่มีที่กันฝน เลยต้องไปส่งเอง ก็เลยขนขึ้นรถเก๋ง ใส่ของเต็มเบาะหลัง และกระโปรงหลัง รถแอ่น หน้าเชิด แถมลืมเติมลมยางอีกต่างหาก ก็ขับจากบ้านฝั่งธนฯขึ้นทางด่วนแล้วไปส่งที่สนามบินดอนเมือง

ขับช้ามากขอบอก เพราะไม่ค่อยมั่นใจในสภาพรถ แต่ก็ขับไปเพลินๆ ฟังเพลง ฟังรายการวิทยุไปเรื่อยๆ ถึงที่หมายปลอดภัย จอดรถเสร็จ ก็ลงมาขน เห็นรถแอ่นๆเลยถ่ายภาพเก็บไว้ แต่ว่าภาพมันไม่ค่อยสื่อสักเท่าไหร่เลย ใช้มือถือถ่าย เพราะกล้องในรถก็เอาออกหมด ต้องเคลียร์พื้นที่ให้ใบปลิวทั้งหลาย

ตอนบ่ายกลับมาโรงพิมพ์แล้วขนของไปส่งอีกรอบ คราวนี้ไปส่งที่สำนักงานใหญ่ของลูกค้า และไปส่งอีกบางส่วนที่ศูนย์ประชุมสิริกิติ์ ของอย่างเดียวส่งสามที่ บริการดีขนาดนี้เลยนะเนี่ย

ตอนค่ำก่อนกลับเข้าบ้านแวะเติมลมที่ปั๊มน้ำมัน วัดลมยางออกมาได้ 22 จะบ้าตาย ขับไปได้ยังไง เลยเติมให้เป็น 33 ทุกล้อ รถลื่นวิ่งฉิวเลย รถใครอืดๆลองเช็คลมยางดู เผื่อว่ามันจะซึมออกจนยางอ่อนเกินไปทำให้รถอืด

mac mini

เครื่องคอมพิวเตอร์ของแมคอินทอชมีรุ่นหนึ่งที่ออกมาเมื่อปีค.ศ. 2005 นั่นคือเครื่องรุ่น mini g4 1.25Ghz เป็นเครื่องแมคอินทอชในรูปร่างน่ารักมากๆ และเป็นเครื่องแมคอินทอชราคาต่ำที่สุดที่แมคอินทอชเคยทำขาย เป็นรุ่นที่ขายดีมากๆ เน้นสำหรับกลุ่มผู้ใช้งานวินโดส์ที่อยากจะหันมาใช้แมค เครื่องนี้ผมเคยซื้อมาใช้แล้วสามเครื่อง เครื่องแรกได้มาแล้วโดนขโมยขึ้นทำให้มันหิ้วไปด้วย เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆตัวใหญ่ๆมันไม่เอาไป ดันมาเอาตัวเล็กตัวนี้ไป ผมก็เลยไปหาซื้อมาใหม่ และก็ได้เครืื่องมือสองมาครอบครองอีกสองเครื่อง อาจจะดูเหมือนคนบ้าที่ต้องซื้อตุนไว้ แต่จริงๆตั้งใจจะใช้งานมันหลายๆวัตถุประสงค์ ก็เลยซื้อไว้สองตัว ตัวที่สองที่ใช้เป็นตัวหลักผมได้มาในราคาเก้าพันบาท ซึ่งเป็นราคามือสองที่ค่อนข้างสูง แต่ก็เลือกที่จะซื้อเพราะว่าต้องการใช้งาน ส่วนตัวที่สามก็ได้มาในราคาหมื่นสองพันบาท ตัวนี้เล่นเน็ทไร้สายได้ ก็เลยซื้อมาต่อกับทีวีจอใหญ่ที่บ้าน เอาไว้เปิดหนัง เปิดเน็ท ใช้งานในบ้าน เน้นให้เป็นโฮมเอนเตอร์เทนเม้นเซ็นเตอร์

ตัวที่ใช้งานเป็นเครื่องทำงานประจำ ใช้เปิดไฟล์งานอาร์ตเวิร์ค ใช้เล่นเน็ท ใช้ทำงานเป็นหลัก มันก็ทำงานได้ดีสมความตั้งใจ ใช้รับแฟกซ์ได้ด้วย รับแฟกซ์แล้วเปิดดูเป็นไฟล์รูปภาพทำให้ประหยัดกระดาษ เป็นผลดีในด้านสิ่งแวดล้อม แต่เหนือสิ่งอื่นใดมันประหยัดไฟฟ้าอย่างมาก เพราะมันตัวเล็กเลยกินไฟแค่หนึ่งในห้าของเครื่องปกติ

แม้ว่าจะประหยัดไฟแต่ความสามารถมันก็มากล้นไม่แตกต่างไปจากเครื่องใหญ่ๆ ผมเรียนรู้การใช้งานแมคอยู่ปีกว่าก็พอจะรู้เรื่องทางเทคนิค จนในที่สุดช่วงเดือนนี้ที่ผมย้ายออฟฟิศ ผมก็ได้ปรับแต่งลงโปรแกรมที่ผมต้องการใช้งานให้กับแมคมินิตัวเล็กให้ทำงานอย่างคุ้มค่าที่สุด เชื่อว่าไม่สามารถทำให้มันเกิดประโยชน์ไปมากกว่านี้อีกแล้ว ผมตั้งให้มันทำงานดังนี้

1 ใช้เป็นเครื่องรับแฟกซ์จากลูกค้า เมื่อรับแฟกซ์แล้วให้ส่งไฟล์ภาพไปทางอีเมล ทำแบบนี้ประหยัดกระดาษ และทำให้ผมมีสำเนาแฟกซ์เป็นไฟล์รูปภาพเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์อีกด้วย
2 ใช้เป็นเครื่องสำหรับส่งแฟกซ์ออกไปให้ลูกค้า ผมใช้โน๊ตบุ๊คเครื่องประจำตัวแต่สามารถสั่งการให้เจ้ามินิส่งแฟกซ์เอกสารออกไปได้ ทำให้ผมเสนอราคาได้เร็วมาก
3 ใช้ต่อกับปริ๊นเตอร์สองเครื่อง การต่อปริ๊นเตอร์ในวงแลน เวลามีเครื่องที่เป็นแมคและวินโดส์อยู่ในระบบเดียวกัน การแชร์ปริ๊นเตอร์ให้ใช้งานได้ทุกเครื่องเป็นเรื่องที่ยากมาก แมคไม่สามารถใช้เครื่องพิมพ์ที่ต่อกับวินโดส์ได้ บางเครื่องมองเห็นแต่สั่งการไม่ได้ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่มาก แต่ถ้าเอาแมคต่อกับเครื่องพิมพ์ แล้วแชร์ให้วินโดส์ใช้ก็ยุ่งยากนิดหน่อยแต่ก็ทำได้ และตอนนี้ทุกเครื่องในออฟฟิศสามารถใช้งานปริ๊นเตอร์สองตัวหลักได้แล้ว วันข้างหน้าอยากเพิ่มปริ๊นเตอร์ก็เพิ่มได้ไม่จำกัด
4 ใช้มินิต่อกับระบบแลน ตั้งค่าให้มันทำหน้าที่เป็นเว็บเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งทำให้ผมสามารถวางโฮมเพจต่างๆไว้ในออฟฟิศได้ ไม่จำเป็นต้องไปเสียเงินเช่าพื้นที่เพื่อทำโฮมเพจ ไม่ต้องเสียเงินรายปี ปีละหลายพันบาท แต่ก็มีข้อเสียที่ผมต้องจ่ายเพิ่มก็คือค่าไฟที่ต้องเปิดเครื่องทิ้งไว้ทั้งวันทั้งคืน ตอนนี้ผมก็อาศัยเว็บเซิร์ฟเวอร์ส่วนตัวเพื่อแสดงผลภาพถ่ายที่ผมรับจ้างถ่ายให้ลูกค้า ลูกค้าสามารถดูภาพผ่านเว็บเพื่อเลือกและเพื่อตรวจงานได้ ง่ายและประหยัด
5 พอได้ระบบเว็บเซิร์ฟเวอร์แล้ว ผมก็ใช้โปรแกรม Ftp ได้ด้วย ทำให้ผมสามารถเข้าถึงข้อมูลในออฟฟิศได้จากอินเทอร์เน็ต นั่นหมายความว่าผมนั่งทำงานที่ไหนก็ได้ที่สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ ผมก็สามารถเข้าถึงข้อมูลของออฟฟิศได้เสมอ

จริงๆยังสามารถต่อใช้งานมันได้อีกหลายฟังค์ชั่น แต่มันก็ต้องใช้งานร่วมกับจอภาพและคีย์บอร์ดแล้ว ซึ่งผมเลือกจะถอดจอภาพและคีย์บอร์ดออก ทำให้ฟังค์ชั่นอื่นๆไม่สามารถใช้งานได้ แต่ก็มีแผนจะใช้ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการต่อกับเครื่องพิมพ์อีกเครื่องหนึ่ง หรือการต่อกับสแกนเนอร์

ทั้งหมดอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ตัวเล็กๆที่ชื่อ แมค มินิ ค่าตัวไม่ถึงหนึ่งหมื่นบาท

ผลงานที่ไปถ่ายมา

ไปถ่ายภาพอาหารมา  แล้วก็ถ่ายภาพคนด้วย  เตรียมเอาไว้ทำโบรชัวร์ ทำบัตรเชิืญ ทำคู่มือ  เป็นธุรกิจคลีนิคลดน้ำหนักแห่งหนึ่ง  ภาพอาหารก็ดูพอใช้ได้  ภาพคนยังไม่ค่อยดีมาก  ไม่อยากจะโทษแบบว่ายังโพสท์ท่าไม่ดี  แต่ก็ไม่รู้จะกำกับยังไงให้ดีกว่านี้  ลูกค้าเลือกแบบเอง  แต่งหน้ากันเอง  เสื้อผ้าก็เลือกกันเอง  ทุกอย่างลูกค้าคิดเอง  ผมไปถ่ายภาพอย่างเดียว  จริงๆก็น่าจะช่วยเขาคิดใช่ไหม…..

new printing blog

วันนี้ทำเว็บสำหรับโรงพิมพ์ขึ้นมาหนึ่งเว็บ เอาไว้เพื่อให้ลูกค้าเข้ามาดูข้อมูลโรงพิมพ์ เอาไว้รับงาน เอาไว้แสดงตัวอย่างงาน ตั้งใจว่าจะหาลูกค้าให้เยอะขึ้นโดยอาศัยเทคโนโลยีของอินเทอเน็ตมาช่วย

ผมได้รายชื่อผู้ประกอบการที่จะไปออกบู๊ทที่กำลังจะจัดปลายเดือนเมษายนนี้ กะว่าจะทดลองหาลูกค้าโดยการส่งจดหมายแนะนำตัวออกไป และให้ลูกค้าได้เข้ามาดูในเว็บที่เตรียมไว้ ถ้าลูกค้าสนใจก็จะเสนอราคางานพิมพ์ต่างๆ คาดว่าคนที่จะออกบู๊ทน่าจะเป็นคนที่ต้องการสิ่งพิมพ์ไปแจกในงาน ถ้าได้ลูกค้าก็ถือว่าเป็นไปตามแผนที่วางไว้ ถ้าไม่ได้ลูกค้าก็จะทดลองใหม่กับลูกค้ากลุ่มถัดไป ซึ่งก็เป็นลูกค้าออกบู๊ทเช่นเดิม แต่เป็นงานที่จะจัดในอีกสองเดือนข้างหน้า

การหางานด้วยการแนะนำตัวแบบหว่านไปตามรายชื่อ ผมเคยทำแล้วครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน ส่งจดหมายแนะนำตัวพร้อมแนบไปรษณียบัตรตอบกลับไปห้าร้อยชุด มีคนส่งไปรษณียบัตรกลับมา 80 ฉบับว่าสนใจ และ 20 ฉบับจาก 80 ที่ขอข้อมูลเพิ่ม

http://jomthongprinting.blogspot.com/