ออกแบบวอย์เชอร์สำหรับรับงานพิมพ์ดิจิทัล ใครซื้อวอยเชอร์พิมพ์ได้ราคาถูก
จากปกติพิมพ์หน้า A3 ตลาดทั่วไปคิดหน้าละ 70 บาท ใช้วอยเชอร์เหลือหน้าละ 10 บาท เหมาะสำหรับคนทำงานกราฟิคเอาไว้ปรู๊ฟงานให้ลูกค้า หรือธุรกิจทั่วไปที่ต้องการทำใบปลิว นามบัตร ทำโปสเตอร์ เมนูอาหาร เพราะงานสั่งน้อยชิ้นจะเหมาะกับดิจิทัล
Category Archives: printing
งานเข้า ไหลมาเทมา
สักสองวันก่อนเพิ่งจะเคลียร์งานเร่งด่วนทุกอย่างให้หมดไปได้ รู้สึกโล่งๆ งานที่เหลืออยู่ก็ไม่เร่ง ค่อยๆทำไป บังเอิญเครื่องพิมพ์ในโรงพิมพ์มีปัญหาเครื่องหนึ่งเลยซ่อมยาวหลายวัน บังเอิญช่างพิมพ์หยุดไปอีกคน เครื่องจักรเลยน้อยลงไปสองเครื่อง แต่ก็ดูเหมือนจะไม่เดือดร้อนนัก เพราะไม่มีงานอะไรเร่งด่วน บรรยากาศการทำงานก็เนิบๆ สบายๆ
แล้วอยู่ๆวันนี้ก็เริ่มมีงานใหม่เข้ามา สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์โทรมาแจ้งว่าจะทำงานกล่อง ก็เลยแวะไปรับตัวอย่างมา อีกไม่กี่ชั่วโมงถัดมาก็โทรมาแจ้งเพิ่มว่าจะทำสูจิบัตรคู่กับกล่องด้วย ทุกอย่างเอาสิ้นเดือนเพราะจะต้องใช้แจกในงาน และต้องจัดถวายองค์หญิงด้วย สรุปแล้วจะทำงานพิมพ์ยากๆสองอย่าง
อีกรายเป็นลูกค้าเก่า เมื่อวานเพิ่งส่งจดหมายข่าวฉบับที่ 1 ไปให้ใช้ วันนี้ส่งข้อมูลฉบับที่ 2 มาให้จัดอาร์ตเวิร์คแล้ว คาดว่าจะต้องทำส่งช่วงปลายเดือนเช่นกัน
อีกรายเป็นบริษัทของเพื่อน สั่งทำนามบัตร ต้องทำสองบริษัท บริษัทแรกเป็นบริษัทเปิดใหม่ ต้องออกแบบนามบัตรให้ด้วย ก็ออกแบบส่งไปเมื่อวาน วันนี้คอนเฟิร์ม ให้เพ่ิมเติมข้อมูลนิดหน่อย แล้วก็สั่งพิมพ์เลย บริษัทที่สองก็เป็นชื่อเก่า เคยทำแล้ว สั่งพิมพ์ทั้งคู่ แต่ต้องทำอาร์ตให้ตรวจก่อน ก็เลยต้องทำอาร์ตเวิร์ค ส่งช่างทำอาร์ตข้างนอกก็ไม่ได้ เพราะช่างกำลังทำงานกล่องของสถาบันวิจัยฯอยู่
อีกราย เป็นลูกค้าจาก A&W ทำนามบัตรเหมือนกัน นามบัตรราคาถูก ถูกเพราะเป็นงานบริการ บริการเพราะรองานใหญ่ ทำไปเรื่อยๆ วันนี้ก็แจ้งคอนเฟิร์มให้พิมพ์นามบัตรได้ ก็ต้องเตรียมอาร์ตเวิร์คที่ตรวจเสร็จแล้วไปพิมพ์ด้วยระบบดิจิทัล ส่งช่างอาร์ตทำไม่ได้ เพราะกะจะพิมพ์พรุ่งนี้ และช่างอาร์ตติดงานสถาบันวิจัยฯอยู่
อีกรายโทรมาแจ้งว่าตรวจปรู๊ฟแล้ว แก้ไขอาร์ตเวิร์แล้วให้โหลดไฟล์ตัวใหม่แล้วทำเพลทได้เลย ก็เลยต้องโหลดไฟล์ และสั่งทำเพลท ส่งไปแล้ว พรุ่งนี้รอปรู๊ฟเพลท
อีกรายเป้นลูกค้าประจำและสั่งงานบ่อย “นกแอร์” เตรียมโบรชัวร์ไทยเที่ยวไทย ทำใบเสนอราคา ตีราคางานป้ายโปรโมท รวมแล้วห้ารายการ งานยังไม่เริ่มผลิต แต่ต้องใช้เวลาตีราคาเป็นชั่วโมงเลย
ออกแบบนามบัตรรับงานถ่ายภาพ
หลังจากที่ได้หนังสือเกี่ยวกับอาร์ตเวิร์ตสวยๆมาดูอยู่พักใหญ่ๆ ก็เริ่มเอาแบบในหนังสือมาใช้กับงานของตัวเองบ้าง จะเรียกว่าลอกก็ได้ เลือกรูปแบบนามบัตรสวยๆมาใช้งาน จ้างช่างอาร์ตทำอาร์ตเวิร์คเป็นต้นแบบ แล้วก็เปลี่ยนภาพ เปลี่ยนข้อความเป็นของตัวเอง แล้วก็ได้งานออกมาตามที่ต้องการ เป็นนามบัตรรับจ้างถ่ายภาพอย่างเป็นทางการของตัวเอง
งานพิมพ์ทำเร็วๆ แต่ก็ทำนานกว่าที่คิด
มีลูกค้าคลีนิคต้องการทำจดหมายข่าว รูปแบบที่จะพิมพ์ก็คืองานพิมพ์ขนาด A3 พับเป็น A4 สิ่งที่โรงพิมพ์ต้องทำก็คือเอาเนื้อหามาเปลี่ยนให้เป็นอาร์ตเวิร์ค ผมยังไม่มีช่างกราฟิคเป็นของตัวเอง ก็เลยต้องทำอาร์ตเวิร์คเอง และการทำอาร์ตเวิร์คก็มีทางเลือกหลายแบบ จะทำด้วยโปรแกรมอะไรก็ได้ตามใจ เลยนึกถึงโปรแกรมตัวหนึ่งของ apple ซึ่งเป็นโปรแกรมจัดหน้าเอกสารที่ชื่อว่า Pages
โปรแกรมนี้เป็นโปรแกรมที่ใช้งานค่อนข้างง่าย ถ้ามีรูป และข้อความอยู่แล้ว โปรแกรมนี้สามารถทำงานให้เสร็จได้ในเวลาไม่กี่นาที ผมก็เลยเลือกใช้โปรแกรมตัวนี้ทำงานให้ลูกค้า ซึ่งผลก็คือ ผมทำงานได้เร็วมากจริงๆ หลังจากที่ลูกค้าส่งข้อมูลดิบ และภาพต่างๆมาให้ ผมก็แค่ลากมาวางในรูปแบบสำเร็จรูปที่มีอยู่แล้ว แล้วก็ปรับขนาดภาพ ปรับขนาดตัวหนังสือ แล้วก็เสร็จ.
แล้วก็ส่งให้ลูกค้าตรวจ แล้วลูกค้าก็แก้กลับมา มีเปลี่ยนภาพ มีเปลี่ยนข้อความบ้าง แล้วก็แก้กลับไป กว่าจะจบสิ้นขั้นตอน ก็ส่งตรวจและสั่งแก้ 8 ครั้ง เป็นการทำงานที่เริ่มต้นได้เร็วมาก แต่ก็จบงานนานกว่าที่คิด
เปิดบริษัท เรื่องยุ่งกว่าที่คิด
ผมกำลังจะเปิดบริษัทเพื่อทำงานเกี่ยวกับสิ่งพิมพ์ พอเริ่มต้นก็มีเรื่องให้คิดอีกเยอะ เปิดเป็นบริษัท เป็น หจก เป็นคณะบุคคล เป็นบุคคลธรรมดา …… การเปิดกิจการจะต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งจากทั้งสี่อย่างนี้ ซึ่งแต่ละอย่างมีจุดดีไม่เหมือนกัน มีข้อจำกัดไม่เหมือนกัน แค่ตัดสินใจเลือกแบบเดียวให้ได้ก็ปวดหัวแล้ว เพราะดันขอข้อมูลจากผู้รู้ไว้หลายคน แต่ละข้อมูลก็มีสิ่งที่จะต้องเอามาคิดให้ถี่ถ้วน นับเป็นเรื่องปวดหัวเรื่องที่หนึ่ง
สมมุตว่าได้ข้อสรุปแล้วว่าจะทำแบบใด ก็ต้องเลือกชื่อ และทำโลโก้ ทำตรายาง ต้องคิดชื่อ ต้องออกแบบโลโก้ กว่าจะได้ชื่อ กว่าจะออกแบบโลโก้ก็ใช้เวลาพอสมควร ผมได้ชื่อและออกแบบโลโก้เสร็จแล้ว ก็เอาไปสั่งทำตรายาง ทำตรายางก็อุตส่าห์เลือกแบบมีหมึกในตัวเพื่อความสะดวกไม่ต้องพกถาดหมึกให้วุ่นวาย ผลก็คือได้ตรายางหมึกเยิ้มๆมาอันหนึ่ง ใช้งานจริงไม่ได้เลย มันเลอะเทอะ สุดท้ายก็ต้องทำใหม่ เป็นเรื่องปวดหัวเรื่องที่สอง แต่ความปวดหัวระดับเบาบาง แก้ไขได้ทันที
ตรายางชุดแรกที่ได้มา เอาให้คนจดทะเบียนดู เขาออกความเห็นว่า มันเป็นแถบสีทึบกว้างๆ มันเหมือนตรายางเสีย เพราะมันปั๊มให้เรียบไม่ได้ ผมก็เข้าใจ เขาอยากให้เปลี่ยนโลโก้ใหม่ ผมถามว่า มันผิดข้อบังคับอะไรหรือไม่ เขาบอกว่าไม่ผิด แต่อาจจะสร้างปัญหาได้ในอนาคต เพราะว่ามันเหมือนตรายางเสีย อาจจะทำให้ทางธนาคาร หรือราชการไม่ยอมรับ… ผมก็เลยจำเป็นต้องเปลี่ยนโลโก้ ต้องออกแบบใหม่ เริ่มต้นใหม่ เป็นเรื่องปวดหัวเรื่องที่สาม แต่เป็นระดับเบาบาง แก้ไขได้ทันที
ผมเลือกจะจดทะเบียนเป็นบริษัท ต้องใช้ชื่อคนอื่นหุ้นส่วนด้วย ผมเลยใช้ชื่อผม และไปขอพี่สาวมาให้ร่วมชื่อด้วย ตอนแรกผมคิดว่าใช้สองคน เลยเตรียมเอกสารสองคน พอทางคนจดทะเบียนแจ้งว่าต้องใช้สามคน เลยต้องรอเอกสารจากพี่เขยอีกคนหนึ่ง เป็นเรื่องไม่ปวดหัว แต่ต้องรอ…
ทุนจดทะเบียนเท่าไหร่ดี? ห้าหมื่น หนึ่งแสน ห้าแสน หนึ่งล้าน ผมจะเอาตัวเลขเท่าไหร่ล่ะถึงจะเหมาะสม ผมจะซื้อเครื่องจักราคาสองล้านกว่า ผมจะใช้ทุนจดทะเบียนแค่ห้าหมื่นได้ไหม คนทำบัญชีบอกว่าอาจจะโดนตรวจสอบได้ เพราะว่าทุนจะทะเบียนไม่เหมาะสมกับเครื่องจักร แล้วผมจะระบุตัวเลขเป็นล้านไปเลย แล้วจะเอาทรัพย์สินจากไหนมาแสดงให้มันครบล้าน งง และ งง ไม่ค่อยเข้าใจขั้นตอนและวิธีคิด ตอนนี้ก็ยังไม่ได้คำตอบเป็นเรื่องปวดหัวเรื่องที่สี่
ผมจะจดทะเบียนแบบเปิดบิล vat ได้ด้วย ผมจะซื้อเครื่องจักรสองล้านกว่า ค่า vat หรือภาษีมูลค่าเพ่ิมประมาณสองแสน ผมสามารถเคลมคืนมาได้ ก็คือบางคนบอกว่าเอาเป็นเงินสดออกมาได้ บางคนบอกว่าเคลมเป็นเครดิตดีกว่า หมายความว่าให้เคลมแล้วค้างเงินไว้กับสรรพกร ถึงเวลาต้องจ่ายค่าภาษีมูลค่าเพิ่มแต่ละเดือนก็ไม่ต้องจ่ายจริง ให้หักจากเครดิต ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะถ้าใครเคลมเป็นเงินสดออกมา เสี่ยงจะโดนสอบ ผมก็รู้ จะสอบอะไรก็สอบไปสิ ผมไมไ่ด้ปิดบังซ่อนเร้นอะไร แต่คนทำบัญชีก็บอกว่า ไม่ควรให้เกิดการสอบใดๆ เพราะไม่รู้ว่าจะโดนอะไรบ้าง…. สรุปว่า ผมควรจะได้เคลมเงินสดค่าภาษีมูลค่าเพิ่มออกมาหมุนเวียน เพราะเป็นเรื่องที่ทำได้ แต่ดันเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำ เป็นเรื่องปวดหัวเรื่องที่ห้า
เครื่องจักรที่กำลังจะซื้อเป็นเครื่องที่ขายพร้อมซอร์ฟแวร์การควบคุมสี การควบคุมสีทำให้คุณภาพงานมีจุดเด่นที่เอาไปโปรโมทได้ เครื่องของบริษัทผมสามารถพิมพ์ได้สีเที่ยงตรง นี่คือสิ่งที่ผมอยากได้ และเซลส์ขายเครื่องก็บอกว่าทำได้ แต่เพื่อนผมอีกคนที่เป็นคนขายซอร์ฟแวร์การควบคุมสีประเภทนี้ก็ให้ความเห็นว่า มันยากที่จะทำให้ได้แบบที่ผมต้องการ เพราะมันมีปัจจัยเบี่ยงเบนเยอะ เขาไม่เคยคิดว่ามันจำทำได้แม้จะเป็นสิ่งที่อาชีพของเขาต้องทำให้ได้… อ้าวววววววววว เป็นเรื่องปวดหัวเรื่องที่หก นอกจากจะลดความต้องการลง ไม่ต้องแม่นยำก็ได้ แบบนี้ก็จะหายปวดหัวในประเด็นนี้ ผมเลยต้องปวดหัวซ้ำซ้อน ว่าจะลดอ็อพชั่นนี้ดีไหม ลดลงไปก็จ่ายน้อยลง แต่ก็จะเอาไปเป็นจุดขายแย่งตลาดไม่ได้ …. ปวดหัวเรื่องที่เจ็ด ต่อเนื่องจากเรื่องที่หก
ยังไม่หมด แต่เดี๋ยวค่อยมาปวดหัวต่อ….
ถ่ายรูปเหนื่อยมาก
วันนี้วันที่ 29 กรกฎาคม 2552 ผมมีนัดกับหน่วยงานราชการแห่งหนึ่งเพื่อถ่ายรูปอาหารในงานประกวดอาหารเพื่อสุขภาพรายการหนึ่ง ทีมงานปรึกษากันแล้วว่าจะให้ผมถ่ายภาพอาหารที่ทำเสร็จแล้ว เก็บภาพเพื่อนำไปใช้ทำเมนูอาหาร ก่อนวันงานเจ้าภาพก็ได้ปรึกษาเพิ่มเติมว่าอยากได้ภาพวิดีโอขอให้ช่วยถ่ายให้หน่อย ผมก็รับปาก ตอนเช้าวันงานเลยต้องแบกกล้องสองตัวคือกล้องภาพนิ่งกับกล้องวิีดีโอ
เช้าก่อนเจ็ดโมงผมถึงโรงแรมดุสิตปริ๊นเซส เขตประเวศ อยู่ข้างซีคอนสแควร์ ผมถ่ายวิดีโอเก็บภาพไปเรื่อย สลับภาพนิ่งเป็นบางจังหวะเพื่อเก็บบรรยากาศของงาน หอบข้าวของพันคอพะรุงพะรังเต็มตัว ยกกล้องสลับกันไปมาประมาณสองชั่วโมงกว่า แล้วพอถึงเวลาก็เอาภาพวิดีโอไปส่งต่อให้ทีมงานซึ่งทำหน้าที่เตรียมภาพขึ้นฉายในช่วงพิธีการ คนตัดต่อวิดีโอทำงานได้เร็วมาก ใช้เวลาสองชั่วโมงวิดีโอก็พร้อมใช้ ระหว่างที่ทีมงานกำลังตัดต่อวิดีโอ ผมก็เริ่มจัดไฟ จัดอุปกรณ์สำหรับถ่ายภาพอาหารตามที่เคยจัด สองชั่วโมงผ่านไปผมเก็บภาพได้ครบและเสร็จพอดีกับทีมที่ทำวิดีโอ ผมได้ดูวิดีโอนิดหน่อยระหว่างการตัดต่อก็รู้สึกดี ดีที่เรามีส่วนช่วยให้งานมันเป็นไปตามที่ออกแบบไว้
ผมเก็บของและออกจากงานมาก่อนที่พิธีการจะเริ่ม ทีมงานทุกคนยกเว้นผมก็เข้าไปในห้องประชุมของโรงแรมที่จัดงาน เตรียมตัวรับเสด็จฯ ….. ผมรีบออกมาเพราะมีคิวต้องไปส่งของอีกจุดหนึ่งซึ่งนัดลูกค้าไว้แล้ว น่าเสียดายที่ไม่ได้อยู่ดูบรรยากาศพิธีการ
วันนี้เหนื่อยมากจริงๆ ถ่ายวิดีโอก็ใช้ความคิดเยอะไม่แพ้การถ่ายภาพนิ่ง แถมยังใช้พลังงานมากกว่าอีกด้วย เพราะต้องคอยประคองกล้องให้อยู่ในมุมที่เก็บภาพได้สวยงามแทบจะตลอดเวลา คอก็สะพายกล้องภาพนิ่งตัวใหญ่ไว้อีกตัว หัวไหล่ก็มีกระเป๋ากล้องอีกหนึ่งใบ ถ้าไม่ได้อยู่ในห้องแอร์เหงื่อคงหยดเป็นถัง
ขับรถออกจากสถานที่จัดงานรู้สึกเหนื่อยและง่วงมากเนื่องจากวันนี้ตื่นเช้ามืดและทำงานแทบตลอดเวลา ผมตอบแทนร่างกายของผมด้วยอาหารบุฟเฟ่ต์โรงแรมหนึ่งมื้อก่อนขับรถออกมา(เจ้าภาพเตรียมไว้ให้) และกาแฟเย็นแก้วโตที่สตาร์บั๊คสาขาศูนย์ประชุมสิริกิติ์ หิ้วโน๊ตบุ๊คไปนั่งกินไปพร้อมดูรูปที่ถ่ายไปตลอดวัน ดูไปดูมาสัปหงกไม่รู้ตัว โชคดีที่น้ำลายไม่ไหล
วันนี้แม้จะเหนื่อยแต่ก็ได้งาน และได้แจกนามบัตรไปอีกหลายใบ เพราะคนทำงานหลายคนในงานนี้มาจากหน่วยงานต่างๆคนละที่กัน พอได้ร่วมงานกันก็เลยได้คุยว่าเราทำงานอะไร รับงานประเภทไหน การเป็นผู้ประกอบกิจการโรงพิมพ์ก็ทำให้ได้คุยเพ่ิมเติมว่าหน่วยงานของเขากำลังจะจัดพิมพ์เอกสาร และโบรชัวร์ ผมก็ยิ้มและบอกว่า ยินดีครับ.
วิดีโอเกี่ยวกับงานพิมพ์
การพับด้วยเครื่องพับ
การตัดกระดาษ
การนับกระดาษ
การเย็บมุงหลังคา
sawasdeephoto real start
เว็บขายภาพที่ถูกเตรียมการมาตลอด 1 ปี เตรียมแบบทำบ้างไม่ทำบ้าง มาวันนี้ก็ได้เวลาคลอดเสียที ตอนนี้ทะยอยอัพโหลดรูปเข้าไปเรื่อยๆ ถ้าทำได้วันละ 100 รูป สิ้นปีนี้คงได้สัก 10000 รูปเป็นอย่างน้อย
ถ้านำสต๊อคที่ถ่ายสะสมไว้มาใส่จนครบแล้ว จะเริ่มทำการถ่ายใหม่เพื่อเพิ่มรูปแบบภาพอื่นๆที่น่าสนใจ ตอนนี้มีเนื้อหาที่อยากถ่ายเพิ่มเท่าที่นึกออกคือ ภาพแนวอ๊อฟฟิศ แนวครอบครัวพวกเด็กวิ่ง ผู้ใหญ่จูงเด็ก ภาพแม่อุ้มเด็ก และภาพสิ่งของ พวก ผลไม้ ของกินต่างๆ
ไม่รู้ว่าจะต้องอดนอนอีกแค่ไหนถึงจะอัพโหลดรูปได้ครบ 10000 ภาพ โดยทุกภาพจะมีคีย์เวิร์ดที่ต้องนั่งคิดนั่งอ่านไปทุกๆภาพ แม้จะดูเป็นงานหนักแต่มันก็เดินมาเกินครึ่งทางแล้ว ออกจากจุดเริ่มต้นมาแล้ว วิ่งต่อไม่เหนื่อยเท่ากับก้าวแรก
Typewriter
เครื่องพิมพ์ดีดยี่ห้อ OLYMPIA ผมได้มาในราคา 100 บาท เป็นเครื่องพิมพ์ดีดภาษาอังกฤษ สภาพใช้งานได้ดี สามารถสลับสีที่จะพิมพ์ได้สองสี คือสีแดงกับสีดำ เป็นลูกเล่นที่ผมเพิ่งรู้ว่ามีอยู่ในเครื่องพิมพ์ดีดด้วย เอามาก็ยังไม่รู้ว่าจะใช้ทำอะไร แต่ลองพิมพ์ชื่อตัวเองดูแล้วก็รู้สึกว่ามันใช้งานง่ายดี แต่ห้ามพิมพ์ผิดเท่านั้นเอง
ผมสามารถพิมพ์ข้อความใส่กระดาษแผ่นนี้ได้ในเวลาแค่บรรทัดละ 10 วินาที แผ่นนี้ผมทำได้ในเวลา 40 วินาที ซึ่งผมคิดว่า มันเร็วกว่าตอนที่ผมเปิดโปรแกรม word ในเครื่องคอมพิวเตอร์ แล้ว new file แล้วพิมพ์ 4 บรรทัด แล้วสั่ง Print แล้วเลือกเครื่องพิมพ์ แล้วก็นั่งรอ……นิดหน่อย และถ้าจะเปลี่ยนสีตัวหนังสือ ก็ต้องคลิกเลือก แล้วเลือกเมนูตัวอักษณ เลือกคั่งค่า property ของตัวหนังสือ แล้วเลือกสี
แต่เครื่องพิมพ์ดีดมันก็ถูกโละ เพราะมันไม่ยืดหยุ่นเท่ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ ไม่สามารถเก็บต้นฉบับไว้ในเครื่องได้ จะแก้ไขดัดแปลงข้อความก็ไม่ได้ ……. ผมก็ไม่คิดว่าผมจะพิมพ์ข้อความยาวๆด้วยเครื่องพิมพ์ดีด แค่ลองเล่นสนุกๆเท่านั้น แต่ถ้าจะเอาไว้พิมพ์เช็ค บัตรเชิญเข้างาน มันก็ดูเท่ห์ไม่น้อย เพราะมันบอกถึงความตั้งใจของคนพิมพ์ได้ชัดเจนมาก
ผมเอากระดาษลายผ้ามาลองพิมพ์ชื่อด้วยเครื่องพิมพ์ดีดเพื่อใช้แทนนามบัตร เครื่องพิมพ์ดีดเครื่องนี้สามารถเปลี่ยนสีหมึกได้สองสีคือแดงและดำ ข้อความสั้นๆที่เห็นสี่บรรทัดนี้ดูเหมือนจะพิมพ์ไม่ยาก แต่การพิมพ์ข้อความด้วยเครื่องพิมพ์ดีดมีข้อจำกัดที่คอขาดบาดตาย นั่นก็คือห้ามพิมพ์ผิด
เครื่องพิมพ์ดีดถูกปลดระวางไปนานแล้วจากการใช้งานในสำนักงานทั่วไป จะเหลือก็เพียงการพิมพ์ข้อความสั้นๆบนเอกสารสำคัญที่ห้ามทำซ้ำ แต่ในที่สุดมันก็ถูกปลดระวางอย่างสมบูรณ์แบบ เครื่องที่เห็นในภาพผมได้มาจากบริษัทประกันภัยรายหนึ่ง
ถ้าไม่ใช้เครื่องนี้พิมพ์ข้อความบนสิ่งพิมพ์ที่ห้ามเลียนแบบ ก็ต้องหันไปใช้เทคโนโลยีอื่นๆเพื่อป้องกันการทำซ้ำ ซึ่งคงจะสามารถทำได้เยอะๆ ไม่ต้องมานั่งเสียเวลาพิมพ์ทีละใบ
on demand – healtcare wellness book
ธุรกิจสุขภาพ โรงพยาบาล สถานเสริมความงาม ลดความอ้วน บางที่อยากจะทำสมุดประจำตัวคนไข้(ลูกค้า) ในสมุดประจำตัวจะมีข้อมูลการตรวจ การรักษา ตารางต่างๆ พร้อมด้วยข้อมูลที่ต้องการให้ลูกค้าอ่าน อย่างเช่น โปรแกรมลดน้ำหนัก จะมีตารางอธิบายเรื่องการกิน อาหารที่แนะนำ มีรูปอาหาร มีรายละเอียดของอาหาร มีกำหนดการว่าเดือนหนึ่งๆควรกินอะไรไม่เกิดเท่าไหร่….. ข้อมูลทำเป็น guidebook เล่มหนาเท่ากับพ๊อกเก็ตบุ๊คขนาดถือด้วยมือเดียว ความหนาสัก 60 หน้า เข้าเล่มไสกาว พิมพ์ 4 สีทั้งเล่ม
ถ้าจะไปพิมพ์หนังสือขนาดเล็ก 4 สี 64 หน้า ขนาด A6 ทำเพลทพิมพ์ต้องใช้เพลทสัก 12000 บาท ต้องทำทีละ 500 เล่ม ยอดรวมทั้งหมดน่าจะประมาณ 31000 บาท หารต่อเล่มก็ได้เล่มละ 62 บาท ถ้าทำแค่ 200 เล่ม จะกลายเป็นเล่มละ 140 บาท และทุกเล่มหน้าตาเหมือนกัน แต่ถ้าใช้ระบบดิจิทัล ใช้เครื่องพิมพ์ที่สามารถพิมพ์เปลี่ยนข้อมูลได้ ก็จะสามารถทำข้อมูลเฉพาะเล่ม เฉพาะลูกค้าได้ สั่งทำทีละเล่ม ต้นทุนเครื่องดิจิทัลจะใช้กระดาษ 4 แผ่น A3 ซึ่งคิดเป็นค่าพิมพ์แผ่นละ 10 บาท ต้นทุน 40 บาท ทำเล่มทีละเล่มใช้เครื่องทำเล่มแยกต่างหากเป็นงานค่าแรง คิดค่าทำเล่ม 10 บาท ก็จะรวมทุน 50 บาทต่อเล่ม ขายสัก 300 บาทต่อเล่ม ถ้าเขามีลูกค้า 10 คนก็ได้ 3000 ถ้ามี 50 คนก็ได้ 15000 ซึ่งทุกคนจะมีรายละเอียดในเล่มไม่ซ้ำกันเลย
ก่อนจะไปถึงการพิมพ์เป็นเล่ม ก็จะได้ค่าจ้างในส่วนของการทำอาร์ตเวิร์ค 64 หน้า จำนวน 2 หรือ 3 แบบ เพื่อเตรียมไว้เป็นเทมเพลตใส่รายละเอียดของลูกค้า งานอาร์ตเวิร์ึคตัวนี้คิดเป็นค่าจ้างประมาณ 10000 บาทต่อชุด ลูกค้าอาจจะจ่ายครั้งเดียวทำไว้ 2-3 แบบ คิดเป็นค่าอาร์ต 30000 บาท ตรงนี้เป็นค่าใช้จ่ายการเตรียมข้อมูล ไม่ว่าจะพิมพ์ด้วยระบบโบราณแบบต้องทำเพลท หรือ พิมพ์ด้วยระบบดิจิทัลไม่ต้องทำเพลท(และพิมพ์เล่มเดียวก็ได้) ลูกค้าก็ต้องจ่ายอยู่ดี
on demand – pocketbook
งานพิมพ์ on demand สำหรับทำพ๊อกเก็ตบุ๊ค สำนักพิมพ์สามารถสั่งพิมพ์หนังสือที่อยากลองตลาดด้วยระบบ on demand ต้นทุนต่อเล่มอาจจะราคาเท่ากับถ่ายเอกสาร ลองพิมพ์จำนวนน้อยๆเพื่อทำการทดลองขายว่าได้รับการตอบรับดีหรือไม่ อาจจะพิมพ์แค่ห้าสิบเล่ม ซึ่งต้นทุนต่อเล่มอาจจะราคา 150 บาท ลงทุน 7500 มีหนังสือมาลองขาย ตรงนี้ประหยัดกว่าค่าทำเพลท สามารถปรับเปลี่ยนต้นฉบับได้เรื่อยๆ ถ้าเนื้อหาลงตัว การตอบรับเป็นที่น่าพอใจค่อยเอาไปทำเพลทพิมพ์จำนวนเยอะๆ
สำนักพิมพ์ทั้งเล็กและใหญ่ ก็น่าจะได้ประโยชน์ หน่วยงานต่างๆที่ต้องทำหนังสือเพื่อแจกหรือใช้ในงานสัมมนาก็ได้ประโยชน์ เว็บสำหรับนักเขียนหน้าใหม่ก็สามารถมีหนังสือขายได้ตามสั่ง
กลุ่มลูกค้า E-book ก็น่าสนใจ หนังสือเป็นต้นฉบับในคอมพิวเตอร์ พิมพ์ทำเป็นเล่ม ราคาเท่ากับถ่ายเอกสาร ได้หนังสือน่าเปิด เปิดอ่านที่ไหนก็ได้
fujixerox x700 cost
เครื่องพิมพ์ดิจิทัลของ fujixerox เป็นเครื่องที่เหมาะนำมาทำงาน print on demand ต้นทุนค่าเครือง 2.65 ล้านบาท ผ่อนห้าปี คิดรวมดอกเบี้ยแล้วเกือบ 3.2 ล้านบาท
หารย่อย 3.2ล้าน/5 = 640000 บาท ต่อปี
640000/52 สัปดาห์ = 12307 บาทต่อสัปดาห์
12307 / 5 วันต่อสัปดาห์ = 2461.4 บาทต่อวัน คิดที่การทำงานห้าวันต่อสัปดาห์
การทำกำไรวันละประมาณ 2500 บาท หาได้จากอะไรบ้้าง
///////////////////////////////////////////////////////////////////////
ถ้าทำกรอบรูป ขนาด A3 ขายกรอบละ 300 บาท
ต้นทุนพิมพ์ 5 บาท ต้นทุนไม้ 30 บาท
เหลือกำไร 265 ต่อชิ้น แบบนี้ขายวันละ 10 อัน
ทำโฟโต้บุ๊ค เล่มละ 800 บาท มี 10 แผ่น 20 หน้า
ต้นทุน 5 ใบพิมพ์ (พิมพ์สองหน้า) x 9 บาท ทำปก50บาท รวมทุน 95 บาท
กำไร 705 บาท แบบนี้ต้องทำ 4 เล่มต่อวัน
อัดภาพจัมโบ้ พิมพ์หน้าเดียว ใบใหญ่ตัดได้ 8 ภาพ ขายใบละ 4 บาทขายได้ 32 บาท
ต้นทุน 5 บาท หารเป็นต่อใบ 5/8 = 0.625 บาท
กำไรใบละ 4-0.625 = 3.375 บาท ต้องทำ 2500/3.375 = 740.74
หรือต้องทำภาพจัมโบ้ 741 ใบต่อวัน
ถ้าคิดแบบนี้ เหนื่อยน่าดู กว่าจะหางานจนคืนทุน
///////////////////////////////////////////////////////////////////////
2500 บาทต่อวัน หรือ 12500 บาท ต่อสัปดาห์
ถ้าถ่ายภาพเวดดิ้ง 1 ครั้ง พร้อมทำอัลบั้มรูปให้ 1 เล่ม
สมมุตว่าต้นทุนทำเล่ม เล่มละ 200 บาท ขายแพ็ดเกจถ่ายรูป 15000 บาท
เท่ากับได้ค่าแรงถ่ายรูป 15000 – 12500ค่าผ่อนเครื่อง – 200 = 2300 ต่อสัปดาห์ต่อ 1 งาน
ถ้ามองเป็นเดือน เดือนนึงต้องผ่อนเครื่อง 12500×4 = 50000 บาท
ค่าช่างภาพ 1 คน จ้างเป็นเดือน 15000 ค่าช่างทำผมแต่งหน้า 10000
รวมแล้ว 50000+15000+10000 = 75000 บาท
ต้องรับงานถ่ายเวดดิ้ง 15000 ต่องาน เป็นจำนวน 5 ครั้ง ถึงจะเท่าทุน
รู้สึกว่าเหนื่อยกว่าเดิม
///////////////////////////////////////////////////////////////////////
คิดใหม่ว่าลงทุน 3.2 ล้าน ถ้าทำกำไรหน่วยละ 50 บาท ต้องทำกี่หน่วย
3200000 / 50 = 64000 หน่วย ขายอะไรได้ 64000 ชิ้นต่อ 5 ปี
หรือขาย 64000/5 = 12800 ชิ้น ต่อปี
นั่นสิ ขายอะไร
งานสัมมนา คนเข้างาน 100 คน ลงทะเบียน รับป้ายชื่อ …..
พิมพ์ป้ายชื่อ พร้อมสูจิบัตรแจกคนละ 1 ชุด คิดคนละ 50 บาท กำไรคนละ 40 บาท
100 คน กำไร 4000 บาท ยังได้ค่าผ่อนเครื่องไม่ถึงสองวัน…..
บัตรเข้างานเทศกาลเทียน 5000 คน จะเอาเงินจากกลุ่มนี้คนละเท่าไหร่?
ถ้าคนละ 100 บาท ได้เงิน 5 แสน ผ่อนเครื่องได้ 1 ปี
เอาเงินคนละ 100 บาท ต้องทำอะไรให้เขาบ้าง คงต้องมีระบบเว็บลงทะเบียน
ปริ๊นท์บัตรเข้างานติดชื่อ มีหน้าด้วยยิ่งดี แถมปฏิทินพกพาด้วย
……… ยังไม่จบ





