การงานพื้นฐานอาชีพของ ป4 ปี 2565

เมื่อพูดคำว่าการงานพื้นฐานอาชีพ ทำให้เรานึกย้อนไปในสมัยประถม เราเรียนวิชานี้ และแทบจะจำไม่ได้เลยว่าสมัยนั้นเราเรียนอะไรกันบ้าง แต่จากชื่อเราก็คงพอเดาได้ว่าก็น่าจะเป็นงานฝีมือที่ทำเป็นอาชีพได้ ยุคสมัยของพ่อแม่เมื่ออยู่ในวัยเด็กคงจะเรียนเรื่องเกี่ยวกับ เย็บปักถักร้อย ผมนึกออกแค่นี้จริงๆ

ปีนี้ ปี พศ 2565 โลกเราพัฒนาไปไกลมาก พวกนักการตลาดคุยกันถึงเรื่องเมตาเวิร์ส ระบบการสื่อสารอินเทอเน็ตคือหัวใจของธุรกิจ การดูสื่อภาพและเสียงจะดูผ่าน youtube และ social network มีอาชีพใหม่หลากหลายที่เกิดขึ้น ขณะเดียวกันก็มีอาชีพที่สูญหายเพราะหมดสมัย และการงานพื้นฐานอาชีพของเด็ก ป4 ในพศ.นี้ทำให้ผประหลาดใจและรู้สึกชื่นชมพร้อมกัน

ลูกมาขอยืมกล้องถ่ายรูปไปโรงเรียน เพื่อจะเอาไปเรียนวิชาการงานพื้นฐานอาชีพ ลูกเล่าให้ฟังว่าโรงเรียนมีอาชีพให้เลือกเยอะมาก แต่ลูกบอกกับผมแค่ว่า เขาเลือกอาชีพ รีวิว และถ่ายภาพ ซึ่งครูจะจัดกลุ่มให้ตามที่เหลือ และสุดท้ายก็ได้วิชารีวิว ส่วนถ่ายภาพนั้น บังเอิญได้เรียนเพราะมีการเลื่อนวิชากันเล็กน้อยทำให้ได้ไปเรียนถ่ายภาพ 1 คาบ

IMG_0344

1คาบของลูกที่เรียนถ่ายรูปจะต้องใช้กล้อง ก็เลยมาขอยืมจากพ่อ ด้วยความที่พ่อมีกล้องหลายตัวก็เลยเอามาเรียงให้เลือก มีกล้อง DSLR ตัวใหญ่เลนส์ใหญ่ที่พ่อเอาไว้ถ่ายภาพรับจ้าง มีกล้อง mirrorless ตัวเล็กเลนส์เล็กที่พกพาง่าย มีกล้องโพราลอยด์ด้วยที่เอามาให้ดูแต่ไม่ให้เลือก เพราะต้องใช้ฟิล์มโพลารอยด์ซึ่งมีราคาแพงมาก สุดท้ายลูกเลือกกล้องตัวเล็ก อย่าง eos m พร้อมเลนส์ตัวเล็ก 22f2 ซึ่งเป็นชุดกล้องและเลนส์ที่ขนาดเล็กแต่คุณภาพสูงมาก ลูกเลือกเพราะได้ลองถ่ายภาพแล้วเทียบกันแล้ว พบว่าภาพจาก eos m ให้ภาพสวยกว่า eos 6d

IMG_6111

ผ่านไปสองวัน ลูกกลับมาพร้อมกับภาพในเมมโมรี่ 4 ภาพ ภาพที่ส่งงานคือภาพก้อนหินในถุง หัวข้อการถ่ายภาพคือ สิ่งลึกลับ ครูชมว่าขอบฟ้าถ่ายภาพได้ดี ขอบฟ้าบอกครูว่าเพราะพ่อผมเป็นตากล้องครับ ก็นับว่าเป็นเรื่องน่าดีใจที่ลูกรู้ว่าพ่อเป็นตากล้อง พ่อชอบถ่ายภาพนั่นเอง สอบถามลูกอีกนิดเกี่ยวกับวิชาที่ครูสอน ครูไม่ได้สอนการถ่ายภาพเบื้องต้น ให้เด็กไปถ่ายเลย ซึ่งจุดนี้น่าสนใจ เพราะลูกเรียนวิชาถ่ายภาพ เจตนาเพื่อให้เล่าเรื่องด้วยภาพ ประเด็นนี้ผมคิดเอง ก็เห็นว่า ถูกต้องแล้วที่ไม่ได้สอนการถ่ายภาพเบื้องต้น เพราะกล้องถ่ายภาพเป็นแค่อุปกรณ์ การใช้งานอุปกรณ์ให้ถูกต้องจะต้องเป็นสิ่งที่ค้นหามาเอง วิชาเรียนควรมุ่งเน้นที่วัตถุประสงค์ ซึ่งก็น่าจะเป็นการเล่าเรื่อง ส่วนการรีวิวที่ลูกเลือกจริงๆ เดี๋ยวคงได้รู้ว่าเรียนอะไรกันบ้าง และได้ถามลูกแล้วว่าอยากจะรีวิวอะไร ลูกบอกว่าจะรีวิวส์เม้าส์

IMG_6091

การงานพื้นฐานอาชีพในยุคนี้มีอาชีพรีวิว มีอาชีพช่างภาพ ถือว่าเป็นเรื่องประหลาดใจสำหรับพ่อแม่รุ่นผมมาก เพราะว่าเป็นสิ่งที่เกินคาด เป็นพัฒนาการอย่างหนึ่งที่โรงเรียนพยายามทำ เป็นเรื่องน่าชื่นชม ก็หวังว่าจะมีอาชีพที่สนุกและน่าสนใจอีกหลายๆอาชีพที่เลือกมาอยู่ในหลักสูตร ผมคาดหวังว่าจะมีอาชีพนักวิเคราะห์ข้อมูล สตรีมเกมส์ นักแข่งอีสปอร์ต เขียนเว็บ เขียนโปรแกรม ทำคอนเท้นต์หลายๆแบบ รวมถึงอาชีพทางเกษตรที่มาพร้อมเทคโนโลยีอย่างสมาร์ทฟาร์มด้วย สิ่งเหล่านี้ไม่รู้จะมีจริงไหมสำหรับเด็กประถม แค่หวังว่าจะมีอาชีพใหม่ๆให้เด็กได้ลอง

ภาพถ่าย panorama ที่ชอบ

DSCF8074

การถ่ายภาพที่ให้ภาพกว้างมากเป็นพิเศษเราจะเรียกกว่า panorama ซึ่งสัดสวนภาพจะมีความยาวต่อความสูงของภาพที่เยอะมาก อย่างในโรงหนังที่ให้ภาพกว้างที่สุดก็จะประมาณ 2.39:1 หรือภาพ panorama ระดับเบาๆที่มีให้เลือกถ่ายเป็นวิดีโอในกล้องถ่ายภาพทั่วไปก็จะเป็นภาพสัดส่วน 16:9

แต่ภาพนี้ เป็นภาพแม่ลูกกำลังหลับอยู่ ผมใช้กล้อง Fuji x100 มาถ่ายภาพนี้ ตั้งกล้องให้ถ่ายภาพด้วยระบบ sweep panorama คือเป็นการกดชัตเตอร์กล้องเพื่อรับภาพ แล้วหันกกล้องไปเรื่อยๆจากซ้ายไปขวาจนกว่าจะพอใจ ซึ่งจะเป็นมุมกวาดรับภาพประมาณ 120-180 องศากันเลยทีเดียว ก็เลยหยิบเทคนิคนี้มาใช้ถ่ายภาพตอนแม่กับลูกตอนหลับ จากเตียงแม่สู่เตียงลูก ท่านอนก็สุดแสนจะสอดคล้องกัน เป็นจังหวะที่หายากมาก การถ่ายภาพนี้ออกมาถือว่าให้ลักษณะภาพที่ตรงกับใจ แม้ว่าคุณภาพความคมชัดจะไม่มาก ภาพไม่คบกริบ แต่มันก็เป็นภาพที่ถ่ายจากสถานการณ์จริง ไม่ได้จัดถ่าย ไม่เซ็ทอัพใดๆให้ภาพดูสวย ใช้ความพยายามที่จะกดชัตเตอร์แล้วถือกล้องให้นิ่งและลากต่อเนื่องเท่านั้น

สิ่งที่วิทยุอนาลอกโบราณมีดีกว่ารายการในอินเทอเน็ต

IMG_8376

ในประเทศที่มีภัยธรรมชาติบ่อยครั้งอย่างประเทศญี่ปุ่น นอกจากการมีถุงยังชีพหรือ survival bag แล้ว วิทยุระบบอนาลอกคือสิ่งที่ยังควรมีติดตัวด้วย แม้ญี่ปุ่นจะมีความเจริญมากเพียงใด แต่ในห้างแผนกเครื่องใช้ไฟฟ้าก็จะมีมุมที่ขายเครื่องรับวิทยุอยู่ด้วย และในบรรดาเครื่องรับวิทยุที่วางขาย จะต้องมีอย่างน้อย 1 แบบที่เป็นแบบไม่ต้องใส่ถ่านวางขายอยู่ มันใช้พลังงานการปั่นไฟจากแกนหมุน พอหมุนไดนาโมในเครื่องก็จะมีกระแสไฟฟ้าไปทำให้วิทยุทำงานได้ นี่คืออุปกรณ์การรับข่าวสารที่เป็นทางเลือกแรกในประเทศที่ต้องสู้กับภัยธรรมชาติ

สิ่งที่วิทยุอนาลอกโบราณมีดีกว่าระบบการฟังข่าวสารผ่านอินเทอเน็ตคือไม่ต้องใช้อินเทอเน็ต เปิดแล้วเสียงออกทันทีในวินาทีแรก ไม่ต้องพิมพ์หาชื่อ ไม่ต้องเสียบหูฟัง ไม่ต้องล็อคอิน การฟังข่าวสารจากคลื่นยวิทยุจะไม่ต้องอยู่ในวังวนของข้อมูลกะลาครอบที่เอาอกเอาใจผู้ใช้งานแบบที่เราได้มีประสบการณ์กับโซเชียลมีเดีย ไม่ต้องเสพสิ่งที่ AI จัดสรร การฟังวิทยุจะได้ฟังความคิดเห็นคนอื่น ได้ฟังเพลงที่สังคมชอบ ได้รับข่าวสารนอกแวดวงของเราเอง ได้เปิดหูรับเรื่องใหม่ๆ

ข้อเสียคือ ไม่มี spotify youtube podcastจากคนที่เราคุ้นเคย ไม่มีสปอยล์ซีรี่ย์ที่เราอยากรู้ตอนจบเร็วๆ ไม่มีเรื่องเล่าจากนักอ่านหนังสือที่ทำให้เราไม่ต้องซื้อหนังสือเอง ไม่มีรายการพูดคุยเรื่องกีฬาที่เราชอบฟัง


พาลูกเที่ยวนครนายก

นครนายกเป็นจังหวัดที่อยู่ติดกรุงเทพทางด้านทิศตะวันออก เวลาจะเดินทางไปเราก็ต้องไปทางรังสิตและต่อไปที่นครนายก ผ่านคลอง 1 2 3 4 5 ไปเรื่อยๆ ที่รังสิตคลอง5 คือจุดที่จะเลี้ยวไปพิพิธภัณฑ์วิทยาศสตร์ ขับไปไกลๆก็จะเข้าสู่เขตจังหวัดนครนายก ซึ่งแหล่งท่องเที่ยวของนครนายกส่วนมากเป็นธรรมชาติ เป็นน้ำตก และเป็นทางขึ้นเขาใหญ่อีกทางหนึ่ง ส่วนทางขึ้นอีกด้านก็จะเป็นทางสระบุรี

สมัยเด็กๆผมเคยไปเที่ยวน้ำตกนางรอง วังตะไคร้ เคยอ่านข้อมูลมาว่าน้ำตกที่สูงที่สุดในประเทศไทยคือน้ำตกสาลิกาซึ่งอยู่ในจังหวัดนครนายก ทั้งหมดที่กล่าวมาทริปนี้เราไม่ได้ไปเลย แค่ขับรถผ่านเท่านั้น แล้วเราไปไหนบ้างล่ะ จุดประสงค์หลักของทริปนี้คือเชื่อนขุนด่านปราการชล เราจะไปดูวิวทุ่งหญาสวยๆที่เห็นภาพในเน็ตแล้วราวกับเป็นภาพวาดจากนิทาน

เราจองที่พักเป็นโรงแรมสีดารีสอร์ต ซึ่งไม่ได้รู้หรอกว่าที่นี่ดังหรืออยู่มานานแค่ไหน แต่พอคุณภรรยารู้ว่าผมจองโรงแรมสีดา เขาก็บอกอ๋อ ที่นี่เปิดมานานแล้ว หรือเก่านั่นเอง ในโรงแรมมีกิจกรรมหลายอย่าง คิดว่าจะให้ลูกได้เล่นในโรงแรมเต็มวันเลย แล้วอีกวันค่อยไปเที่ยวเขื่อนก่อนจะกลับ ทุกอย่างวางแผนไว้ว่าจะไม่วางแผน แวะร้านอาหารเท่าที่เห็นว่าน่าสนใจ ลูกเล่นอะไรชอบก็เล่นต่อ เปลี่ยนแผนได้ตลอดเวลา

IMG_20220722_161051
IMG_20220722_165349

ก่อนเข้าโรงแรมที่พัก เราแวะร้านกาแฟที่เลี้ยงนกเยอะมาก มีปลาคาร์ฟให้ดู แวะถ่ายรูปกันพอหายเหนื่อย และมื้อเย็นเราก็หาร้านอาหารใกล้โรงแรมสักร้าน ได้ร้านชื่อริมธาร เป็นร้านอาหารขนาดใหญ่ มีลำธารไหลอยู่ในร้านเลย เราไปกินก็แสงหมดแล้ว ถ่ายรูปออกมาก็ดูมืดๆ คิดว่าตอนกวางวันน่าจะดูสดใสกว่านี้ หน้าตาตอนยังไม่กินก็ดูหงุดหงิดโมโหหิว กินเสร็จแล้วก่อนกลับแวะถ่ายรูปกับป้ายชื่อร้านก็ยิ้มออก

IMG_0001
IMG_0008

วันต่อมาอีกทั้งวันเราใช้เวลาในโรงแรมโบราณ โดยที่เมื่อคืนขอบฟ้าโวยวายเรื่องห้องเก่า มืด ดูเปลี่ยวๆ เราก็เลยขอทางโรงแรมเปลี่ยนห้องเปลี่ยนตึก โรงแรมก็ใจดีเปลี่ยนให้ พวกเราเองก็แอบคิดว่าถ้าเปลี่ยนไม่ได้ก็จะย้ายโรงแรม เงินจองที่จ่ายไปแล้วก็จะทิ้งไป แต่ก็โชคดีที่ไม่ต้องย้าย เราได้ห้องที่ดีขึ้นเล็กน้อย ไม่อับ ไม่เปลี่ยว แต่ความเก่าก็ชวนให้รู้สึกนึกถึงหนังผีนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้เล่าให้ลูกฟัง สรุปคือเราได้ห้องที่พักได้สบาย ดูเก่า แต่ก็สบายใจกว่าเดิมเล็กน้อย

IMG_0014

เราตื่นเช้ามาก็ได้เห็นทุ่งหญ้า มุมแสงตอนเช้ากับต้นไม้ กับสะพาน กับม้าตัวนั้น มันดูเป็นภาพในจินตนาการเลย เสียอย่างเดียวเราเห็นเสาประตูฟุตบอลไกลๆ ม้าที่เลี้ยงไว้ไม่รู้ว่ามีกี่ตัว แต่เห็นมาเดินเล่นกินหญ้าอยู่สองตัว และก็ดูต้งใจยืนโชว์ให้เราได้เก็บภาพ กล้อง DSLR ตัวตกรุ่นกับเลนส์ที่เพิ่งจะส่งซ่อมสภาพใช้งานได้ เราได้ภาพที่ถูกใจในการถ่ายครั้งแรกเลย วิวนี้มันเกินคำบรรยายจริงๆ

IMG_0038

IMG_0062
IMG_0100
IMG_0119
IMG_0133
IMG_0181
IMG_0216

หนึ่งวันในโรงแรมที่มีกิจกรรมหลายอย่างก็ทำให้หมดเวลาไปโดยไม่รู้ตัว แม้ว่ากิจกรรมทั้งหมดจะมีบางส่วนที่ปิดตัวลง คงเหลือให้เล่นให้ทำแค่ไม่ถึง 50% แต่ก็เป็น 50% ที่พอใช้ได้ เจ้าหน้าที่เล่าให้ฟังว่าลูกค้าน้อยลงทำให้พนักงานต้องลดจำนวนลง พอพนักงานน้อยลงก็เลยดูแลกิจกรรมทุกอย่างไม่ได้ เลยต้องเลือกปิดบางอย่างไป วันนี้เราก็เลยได้เดินดู เดินชมทุ่งหญ้า ให้อาหารแกะ ถ่ายรูปเล่นหลายๆมุม ขี่รถ ATV กันสองรอบเลย เปลืองแต่ก็สนุก ได้ขี่ม้าด้วย ลูกขี่ พ่อกับแม่เดินตาม เพราะม้าเป็นขนาดเล็ก ไม่สามารถให้ผู้ใหญ่ขี่ได้ แล้วก็มีกิจกรรมปีนหน้าผาที่พ่อแม่ยืนดูอย่างตั้งใจ ได้ยิงปืน BB gun ได้ขี่จักรยานทั้งพ่อแม่ลูก ซึ่งจักรยานรอบพื้นที่โรงแรมเป็นรอบใหญ่มากๆ มีจังหวะขึ้นเนินปั่นไม่ไหว มีจังหวะลงทางลาดยาวๆ สนุกมาก ปั่นกันไปห้ารอบก็หมดแรง

1658577125154-01
IMG_20220724_052504

ปลั๊กไฟในห้องพักเป็นปลั๊กสเป็คโบราณ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คที่เตรียมไปไม่สามารถเสียบใช้งานได้ ต้องหาปลั๊กพ่วงหรือ อแด๊ปเตอร์แปลงขาปลั๊กมาใช้ด้วย และสิ่งที่น่าตื่นเต้นกับสีดารีสอร์ตก็คือความเก่า เราได้เห็นอุปกรณ์โบราณอย่าง เครื่องเป่าผม ที่ดูทีแรกก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่พอหยิบสายมันออกมาก็เข้าใจเลยว่ามันคืออะไร

ในเช้าอีกวันเราก็เดินทางไปที่เขื่อนขุนด่านปราการชลซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของทริปนี้ เรารู้แค่ว่ามีทุ่งหญ้าสวยๆให้เราดู ส่วนระหว่างทางเป็นยังไงเราก็ไม่ได้หาข้อมูลไว้ ไปเริ่มต้นกันที่บนเขื่อน ถึงจะได้รู้ว่าเราต้องนั่งเรือไปเที่ยว เรือออกตั้งแต่หกโมงเช้า ค่าเรือคนละ 200 บาท เราไปสามคนก็จ่ายไป 600 บาท แต่เราไม่ได้จ่ายตอนขึ้นเรือนะ เราจ่ายตอนสุดท้ายของทริป ก่อนเรือจะกลับ

IMG_0288
IMG_0339
IMG_0435
IMG_0383
IMG_0433

พวกเราเคยอ่านข้อมูลว่าการเดินลุยดงหญ้า ดงหิน ในบางเวลามันลื่นมาก บางทีถ้าฝนตกจะล้มกลิ้งกันเป็นว่าเล่น ก็เลยเตรียมตัวใส่ชุดที่เผื่อจะลุย เผื่อเปื้อน รองเท้าผ้าใบ ทุกอย่างเตรียมพร้อมสำหรับการเดินลุย แต่พอมาเจอกับสถานการณ์จริง บางจุดก็ไม่ได้ลื่นมาก เราคงโชคดีที่ฝนไม่ตก แถมเพื่อนร่วมทริปหลายคนก็แต่งตัวมาราวกับเดินแบบ สาวๆแต่งตัวกันไม่กลัวเปื้อนเลย

IMG_0439
IMG_0514
1658663365629-01
IMG_0673

ทริปเขื่อนนั่งเรือไปดูทุ่งหญ้าใช้เวลารวมกันประมาณ 2 ชั่วโมง เราไปขึ้นเรือกันประมาณ 06.15 น. เรากลับออกมาจากเขื่อนก่อนเก้าโมงเช้า กลับไปกินมื้อเช้าที่รีสอร์ต เพราะเขื่อนกับรีสอร์ตห่างกันประมาณ 5 นาทีรถยนต์เท่านั้น ทริปนี้ทำให้เรารู้ว่านครนายกอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพเลย ตลอดทางตั้งแต่ออกจากกรุงเทพ ขับรถมานครนายก ขับไปขับมาหาร้านกินข้าวหลายมื้อ ขับไปเขื่อน แล้วตอนกลับก็แวะพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ก่อนกลับด้วย พอถึงบ้านจอดรถในบ้านแล้วก็ถ่ายภาพระยะทางที่วิ่งไปทั้งหมด 304 กิโลเมตร ใช้น้ำมันครึ่งถังเท่านั้น เป็นเรื่องน่าสนใจมากที่เราได้เที่ยวสนุกและใช้น้ำมันไม่มาก

IMG_0830

ส่งซ่อมเลนส์ canon 24-105f4L

IMG_3054

เลนส์ canon 24-105f4L ที่ใช้งานมานานหลายปีในมือผม และอาจจะนานอีกหลายปีในมือคนอื่นก่อนหน้านี้ก็คงถึงเวลาที่มันจะโทรม และเสีย อาการเสียของเลนส์ที่พบก็คือ เมื่อถ่ายด้วยค่า f ที่มากกว่า f4 กล้องจะขึ้น error แล้วก็หยุดการทำงาน ต้องปิดแล้วเปิดใหม่ แต่ถ้าตั้งค่า f เอาไว้แค่ f4 หรือ ค่ารูรับแสงกว้างสุดของเลนส์กล้องจะทำงานปกติ ถ่ายได้ปกติ สันนิษฐานว่า การใช้รูรับแสงที่กล้องต้องสั่งให้เลนส์หรี่รูรับแสงให้แคบลงจะทำให้ระบบมีปัญหา ระบบการควบคุมรูรับแสงคงเสียหายอยู่ ก็เลยจัดการส่งไปที่ศูนย์เพื่อซ่อมแซม

20220806191710_IMG_0007

ศูนย์ canon อยู่ที่อาคารสาธรทาวเวอร์ อยู่หัวมุมสี่แยกถนนนราธิวาสตัดสาธร ที่ศูนย์แห่งนี้ในปัจจุบันมีลูกค้าแวะเวียนไปไม่มาก ไม่รู้ว่าเพราะกล้องเสื่อมความนิยม หรือ โควิดทำให้คนน้อย หรือแม้แต่โควิดทำให้กล้องไม่ค่อยถูกใช้งาน ปริมาณกล้องเสียเลนส์เสียเลยไม่เยอะ ก็ได้แต่เดาไปเรื่อย เมื่อส่งไปซ่อม ช่างก็ตรวจสอบอาการอยู่หลายวัน แล้วก็โทรกลับมาแจ้งค่าใช้จ่ายพร้อมอธิบายอาการเสีย และอธิบายราคาค่าซ่อมต่างๆ และราคานี่แหละที่ทำให้ตกใจมาก

เจ้าหน้าที่ศูนย์ canon อธิบายว่า เลนส์ตัวนี้เป็นเลนส์หิ้ว ไม่ได้ขายผ่านระบบของประเทศไทย ทำให้ราคาค่าบริการต่างๆต้องคิดราคาเต็ม ไม่มีส่วนลด เพราะปกติ ค่าบริการอุปกรณ์ที่ขายผ่านตัวแทนประเทศไทยจะคิดค่าบริการลดราคา 50% คิดค่าอะไหล่ลดลง 30% (ผมอาจจำผิดเพราะเขียนโพสท์นี้หลังจากรับเลนส์กลับมาใช้งานนานเป็นเดือนแล้ว) นั่นทำให้ค่าใช้จ่ายในการซ่อมเลนส์ครั้งนี้อยู่ที่ 8368.47 บาท ตอนที่รู้ราคาก็ตกใจพอสมควร และในวินาทีที่คุยโทรศัพท์กับเจ้าหน้าที่ ผมก็ย้อนนึกไปถึงตอนที่ซื้อเลนส์ตัวนี้มา ผมซื้อมือสองจากร้านกล้องถ่ายภาพ โดยผมซื้อบอดี้มือหนึ่งเป็นของตัวแทนไทยมีประกันถูกต้องทุกอย่าง แต่ผมเลือกใช้เลนส์มือสองเพราะเห็นว่าราคาถูกลงไปจากราคามือหนึ่งประมาณครึ่งหนึ่ง เพราะด้วยความเชื่อมั่นว่าเลนส์เกรดโปรของ canon จะทน และสามารถซ่อมได้เกือบทุกอาการ ดังนั้นผมก็เสี่ยงกับของมือสองได้ แต่ตอนที่ซื้อก็ไม่คิดว่าเลนส์จะเป็นของหิ้ว คิดว่ามันคงเป็นมือสองประกันศูนย์ ซึ่งตอนซื้อก็ไม่ได้ถามว่ามันเป็นของหิ้วหรือของประกันศูนย์

IMG_20220806_210154

กลับมาที่การสนทนากับศูนย์ canon ผมรู้ว่าราคาเลนส์ตัวนี้ที่เป็นมือสองในปัจจุบันซื้อขายกันอยู่ที่ประมาณ 9000-12000 บาท แล้วแต่สภาพ ณ นาทีนั้้นผมลังเลอยู่ว่าจะยกเลิกการซ่อมแล้วไปซื้อมือสองใช้ดีไหม แต่คิดแล้วก็ไม่อยากเสี่ยงว่าถ้าซื้อมือสองมาแล้วจะมาเจออาการเสียแบบรูรับแสงหมดอายุแบบนี้หรือเปล่า ก็เลยตัดสินใจซ่อมในราคาตามที่แจ้ง จ่ายแปดพันกว่าบาทแล้วได้ของที่ซ่อมบำรุงเรียบร้อยกลับมาใช้น่าจะดีกว่าไปเสี่ยงกับมือสองตัวอื่นๆ

พอพ้นเรื่องราคาไปแล้ว ผมก็คุยกับเจ้าหน้าที่ต่ออีกสักพัก ถามเรื่องระยะเวลาที่ศูนย์จะสต๊อคอะไหล่ของเลนส์รุ่นต่างๆว่าจะมีให้ซ่อมไปอีกนานแค่ไหน เพราะได้ข่าวว่า canon จะเลิกผลิตกล้อง DSLR และจะทำให้เลิกผลิตเลนส์เม้าท์ EF ด้วยแน่ๆ เนื่องจากตอนนี้ canon ตั้งหน้าตั้งตาพัฒนาระบบกล้องและเลนส์รุ่นใหม่อย่าง Eos R พร้อมเลนส์ชนิด RF ที่เป็นเม้าท์เลนส์ชนิดใหม่แต่เพียงอย่างเดียว เจ้าหน้าที่ก็ให้ข้อมูลว่า เลนส์หลายๆตัวของ canon จะสต๊อคอะไหล่ไว้ประมาณอย่างน้อย 20 ปี นั่นหมายความว่าถ้าภายใน 20 ปี ก็น่าจะพอมีอะไหล่ให้ซ่อมได้ และยังมีเลนส์บางรุ่นอย่าง Ef 70-200L f2.8 ที่จะมีอะไหล่สต๊อคไว้ถึง 29 ปี นั่นถือว่าเป็นระยะเวลาที่นานมากสำหรับผลิตภัณฑ์สักตัวหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องน่าดีใจที่บริษัทพยายามดูแลช่างภาพที่ใช้อุปกรณ์เกรดโปรอย่างยาวนาน แต่ก็นับเป็นเรื่องเศร้าอีกประเด็นหนึ่งที่เกิดขึ้นคือ ผมอยู่มานาน และกำลังจะถึงระยะเวลาที่เลนส์จะหมดเวลา 29 ปีแล้ว เพราะเลนส์ 70-200 f2.8 ถูกผลิตครั้งแรกปี คศ 1995 พอนับไป 29ปี มันก็จะไปถึงปี 2024 นั่นเอง ซึ่งมันคือเวลาอีกไม่นานแล้วหลังจากนี้

การซ่อมเลนส์ครั้งนี้ทำให้ผมเข้าใจแล้วว่าการซื้อของมือสองทำไมเราถึงต้องสอบถามว่าเป็นของประกันศูนย์หรือประกันร้าน(ของหิ้ว) เพราะมันมีผลกับการคิดราคาค่าซ่อมและค่าอะไหล่ในอนาคตนั่นเอง ต่อไปก็จะได้ระวังไม่ซื้อของประกันร้านอีก จะได้ไม่ต้องตกใจตอนส่งซ่อมเหมือนครั้งนี้

รีวิวเลนส์ canon 24-105f4 L

IMG_20220713_162126

เลนส์ canon 24-105f4 L ตัวนี้เป็นเลนส์ซูมคุณภาพสูงจากค่าย canon ที่ทำออกมาขายหลายปีแล้ว โดยปกติเลนส์เกรดสูงของ canon จะใช้คำว่า L ติดไว้ในชื่อของเลนส์ เลนส์เกรด L จะมีคุณภาพของภาพที่คมชัด ใส และปกติจะไวแสง ส่วนมากก็จะมีรูรับแสงระดับ 2.8 หรือ น้อยกว่านี้ แต่ก็มีเลนส์ L บางตัวที่รูรับแสงแคบหรือเป็นตัวเลขที่มากกว่า 2.8 อย่างเช่นเลนส์ตัวนี้ที่มีรูรับแสง f4

IMG_3052

ความใสคือจุดเด่นของเลนส์ L และช่วงซูมที่กว้างระดับ 24-105mm ก็เป็นช่วงเลนส์ที่ได้ใช้งานบ่อยในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การถ่ายภาพวิวโดยการใช้ช่วงที่เป็นมุมกว้าง การถ่ายภาพทั่วไปที่ใช้ช่วงซูม กลางๆ จนถึงถ่ายภาพบุคคลที่ใช้ช่วงเลนส์ 85 -105มม. เลนส์ตัวนี้เหมาะกับสถานการณ์ส่วนใหญ่ในชีวิตประจำวัน และสถานการณ์ที่มักจะได้พบตอนท่องเที่ยว การมีระบบกันสั่นทำให้การถ่ายภาพในที่แสงน้อยไม่เป็นปัญหา แค่สภาพแสงในบ้านที่พอมองเห็น หรือแสงสว่างจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ เลนส์ตัวนี้ก็บันทึกภาพเก็บแสงได้ ต่อให้ปริมาณแสงในภาพแม้จะน้อยไปกว่าที่กล่าวมาแต่ถ้าตามองเห็นมันก็มากพอสำหรับกล้องยุคใหม่ที่ตั้งค่าความไวแสงได้สูงลิบ

การใช้เลนส์ L เพื่อทำงานระยะยาวเป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมที่สุด เพราะนอกจากคุณภาพที่ดีมากแล้ว การบริการหลังการขายของ canon ก็ทำได้ดีน่าชื่นชม เลนส์เกรด L จะได้รับการดูแลในระบบศูนย์บริการที่ยาวนานมาก มีอะไหล่เอาไว้ซ่อมบำรุงไปอย่างน้อย 20 ปี บางรุ่นมีอะไหล่สต๊อคไว้ได้ถึง 29 ปี ตามข้อมูลที่พนักงานในศูนย์บริการได้เคยพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน และต่อให้ศูนย์จะเลิกสต๊อคอะไหล่ หรือ อะไหล่หมดจากบริษัทแล้ว โลกเราก็มีอุปกรณ์ยี่ห้อ canon ให้เราซื้อมือสอง ให้เราหาอะไหล่จากเลนส์เก่าไปได้อีกยาวนาน ใช้กันได้ตั้งแต่ลูกเกิดจนเรียนจบมหาวิทยาลัยก็เป็นไปได้

IMG_0262

2014-11-29 30 ขอบฟ้า เขาใหญ่-IMG_0067

IMG_0433
16:9

เลือกรูรับแสงตอนถ่ายภาพ

ปกติการถ่ายภาพจะมีเรื่องของรูรับแสงมาเป็นส่วนที่กำหนดลักษณะภาพ บางภาพอยากได้ฉากหลังเบลอ ให้วัตถุชัดแล้วที่เหลือเบลอเพื่อให้มีความเด่นอยู่บนวัตถุเท่านั้น เราจะเรียกว่าชัตตื้นคือมีช่วงชัดน้อยๆ ส่วนภาพที่จะถ่ายให้ชัดทั้งหมดก็มักจะเป็นภาพวิวทิวทัศน์ เราจะเรียกภาพที่ชัดทั้งภาพหรือเกือบทั้งภาพว่าชัดลึก

IMG_20200711_165315


สิ่งที่กำหนดความเป็นชัดตื้น หรือ ชัดลึก คือค่ารูรับแสงของเลนส์ที่เราใช้ หากเราใช้รูรับแสงกว้าง หรือเปิดรับแสงมากๆ หรือ ค่ารูรับแสงเป็นเลขจำนวนน้อย จะหมายถึงเปิดรูรับแสงกว้าง ลักษณะภาพจะมีความชัดแค่ช่วงน้อยๆ หรือชัดตื้น ส่วนภาพที่มีรูรับแสงเล็ก หรือ แคบ หรือเป็นตัวเลขที่มากขึ้น จะให้ลักษณะภาพชัดเกือบทั้งภาพ จุดเด่นก็ชัด ฉากหลังก็ชัด การเลือกรูรับแสงจึงเป็นสิ่งที่ควรเรียนรู้และเลือกใช้ตามความเหมาะสมของภาพนั้น

ภาพตัวอย่างด้านล่างที่นำมาลงนี้มาจากการถ่ายภาพ 3 ภาพ แล้วนำมาวางเรียงกัน ภาพส่วนบนเป็นภาพที่ถ่ายด้วยเลนส์ 24-105มม. ใช้รูรับแสงที่ f4 จะเห็นว่าต้นไม้ชัด ฉากหลังเบลอ ส่วนภาพตรงกลางของตัวอย่างจะเป็นการปรับรูรับแสงให้เล็กลง หรือ มีตัวเลขรูรับแสงที่มากขึ้น ต้นไม้จะชัดอยู่เหมือนเดิม แต่ฉากหลังจะมีความชัดมากขึ้น พอจะดูรู้ว่าฉากหลังเป็นอะไร และภาพส่วนสุดท้ายคือภาพที่ใช้รูรับแสงแบบเล็กมาก ประมาณ f22 ฉากหลังจะยิ่งชัดมากขึ้นไปอีก

20220702153238_IMG_1027
f4
20220702153242_IMG_1028
f11
20220702153246_IMG_1029
f22

ธุรกิจโรงพิมพ์

ธุรกิจโรงพิมพ์

นักฟิสิกส์ที่มีชื่อเสียงอย่าง สตีเฟ่น ฮอบกิ้นส์ ผู้ซึ่งได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ และเป็นบุคคลที่ได้รับการยกย่องว่าน่าจะเก่งกว่า ไอสไตล์ เคยให้สัมภาษณ์โดยสำนักพิมพ์แห่งหนึ่งเกี่ยวกับเทคโนโลยีในโลกนี้ เขาถูกถามว่าเทคโนโลยี หรือ ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ใดๆที่เขาคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุด หรือ ยอดเยี่ยมที่สุดในความเห็นของเขา เขาตอบว่า เทคโนโลยีทางการพิมพ์ โดยให้เหตุผลว่า การพิมพ์ทำให้การค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์สามารถจดบันทึกและเผยแพร่ และสามารถส่งต่อไปให้คนอื่นได้ ทำให้คนใหม่สามารถต่อยอดความรู้เดิม นำไปสู่การพัฒนาทางวิทยาศาสตร์ที่ต่อเนื่อง

print machine 2013-IMG_8356Full

ครอบครัวของผมได้รับธุรกิจโรงพิมพ์มาแบบไม่ได้ตั้งใจ มีคนมาขอความช่วยเหลือทางการเงินจากพ่อ โดยการเสนอขายหุ้นในธุรกิจโรงพิมพ์ พ่อก็ใจดีจ่ายเงินช่วยแล้วถือหุ้น 50 เปอร์เซ็น สุดท้ายพอธุรกิจอยู่รอด ก็แยกทางกัน พ่อผมก็เลยซื้อหุ้นเอาไว้ทั้งหมด แล้วก็เริ่มธุรกิจโรงพิมพ์แบบไม่มีความรู้ทางการพิมพ์เลย

การทำธุรกิจโรงพิมพ์ด้วยระบบเถ้าแก่ และไม่มีพื้นฐานเป็นเรื่องยากมาก โรงพิมพ์จอมทองรับผลิตงานพิมพ์ตามสั่ง เครื่องจักรมีอะไรอยู่ เคยทำงานอะไรก็ทำไปอย่างนั้น  ยุคแรกไม่ได้มีการวางแผนพัฒนา ไม่ได้มีเทคโนโลยีอะไรมาช่วยลดต้นทุน แต่การทำแบบลูกทุ่งของพ่อ คือลุยทำไป เจอปัญหาก็ไปถามคนที่มีประสบการณ์มากกว่า พ่อก็ดิ้นรนจนอยู่ได้ และส่งลูกเรียนจนจบทุกคน  เคล็ดลับการทำงานของพ่อก็คือ ทำงานทุกวัน ได้รับเงินทุกวัน ไม่มีเวลาไปใช้เงิน เอาเงินไปลงทุนเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตได้ มันทำให้โรงพิมพ์สามารถเพิ่มเครื่องจักรได้เท่าตัวในทุกห้าปี และรับงานได้เยอะขึ้น

letterpress-printing-IMG_0004Full

โรงพิมพ์มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เคยมีปัญหาเรื่องคนงานขโมยเงิน เคยมีปัญหาเรื่องการป่วยจนนอนโรงพยาบาลของพ่อ ทำให้แม่ต้องเข้ามาช่วยงาน จากระบบเถ้าแก่ก็กลายเป็นระบบเถ้าแก่กับเมีย ปัญหาไม่มีเงินหมุนเวียนจากการปล่อยเครดิตนานเกินไปเป็นปัญหาใหญ่ทำให้แม่พยายามแก้ไขเป็นสิ่งแรก  เงินที่รอการเก็บก็ตามเก็บมาอย่างรัดกุม  เราได้เคล็ดลับการทำงานเพิ่มขึ้นอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้โรงพิมพ์พัฒนาได้เร็วขึ้นก็คือ ทำงานทุกวัน รับเงินทุกวัน และออมเงินทุกวัน โรงพิมพ์จอมทองไม่เคยมีหนี้สินอีกเลยตั้งแต่ช่วงสิบปีแรกที่เราเริ่มควบคุมเครดิตของลูกค้าให้เป็นไปตามกำหนด

1615209343334-01

ในช่วงเวลาตั้งแต่เด็กจนโต ผมสนใจเรื่องราวสารพัดเรื่อง อยากมีงานทำ อยากมีอาชีพ อยากมีความสนุกในการทำงาน มีคนเคยให้แนวคิดไว้ว่าถ้าคุณเจอสิ่งที่คุณชอบ คุณจะทำมันได้โดยไม่เหน็ดเหนื่อย ถ้าคุณเจองานที่คุณชอบ คุณจะไม่ต้องอดทนทำงาน เพราะมันเป็นสิ่งที่คุณชอบ ตอนประถมผมเคยอยากได้กล้องถ่ายรูปและยังคงสงสัยว่าทำไมถึงถ่ายรูปแล้วมีรูปอยู่บนฟิล์ม ก็เลยไปชวนให้พี่สาวหุ้นซื้อกล้องถ่ายภาพด้วยกัน แล้วตอนถ่ายเล่นก็ลองเปิดฝาหลังดู ฟิล์มสีน้ำตาลในกล้องที่ถ่ายไปแล้วน่าจะมีภาพอยู่บนฟิล์ม แต่ก็ไม่มี นึกขึ้นได้ว่า เขาต้องเอาฟิล์มไปล้างก่อน ผมก็เลยถอดฟิล์มไปล้าง เอาไปล้างในอ่างล้างจาน ฟิล์มก็ยังไม่มีภาพ นึกขึ้นได้อีกครั้งว่า เราน่าจะล้างด้วยน้ำร้อน ก็เลยต้มน้ำ แล้วเอามาราดบนแผ่นฟิล์มเลย ผลก็คือฟิล์มสีน้ำตาลค่อยๆเปลี่ยนสีไป จนกลายเป็นฟิล์มใส พลาสติกใสๆ สีน้ำตาลที่เคยมีมันหลุดละลายลงท่อน้ำไปแล้ว จบการล้างฟิล์ม ผมไม่ได้ภาพ และผมสรุปผลว่า ล้างฟิล์มเป็นเรื่องยาก ล้างฟิล์มด้วยน้ำเปล่าไม่ได้ ล้างฟิล์มด้วยน้ำร้อนก็ไม่ได้

ตอนตัดสินใจเรียนมหาวิทยาลัย ผมเลือกเรียนวิศวะ ด้วยความเชื่อว่า การสอบเข้ามหาวิทยาลัยในยุคของผมคนเก่งจะเลือกหมอกับวิศวะ ถ้าผมไม่ติดอย่างใดอย่างหนึ่งในสองชนิดนี้ แสดงว่าผมไม่เจ๋งจริง เป็นความคิดโง่ๆที่ไม่มีครูแนะแนวมาพูดคุยด้วย และแล้วผมก็ติดวิศวะ แล้วเราก็รู้ว่าโลกกว้าง คนเก่งมีอยู่เต็มไปหมด ผมเรียนสาขาระบบควบคุมและเครื่องมือวัด ซึ่งพูดไปหลายคนก็จะไม่เข้าใจชัดเจน ผมก็เป็นแบบนั้นในปีแรกที่เข้าไปเรียน ผมมักจะบอกทุกคนว่าผมเรียนอิเล็คทรอนิกส์เพื่อจะได้ไม่ต้องอธิบายต่อว่าระบบควบคุมคืออะไร เครื่องมือวัดทำไมต้องเรียน มันมีแค่ตราชั่งกับมิเตอร์รึเปล่า

IMG_0820

ผมสนใจเครื่องเสียง การเรียนวิศวะสาขานี้ทำให้ผมกระตือรือล้นที่จะเรียนในบางวิชา เพราะบางวิชาเหล่านั้นจะทำให้ผมสามารถออกแบบและสร้างเครื่องเสียงใช้เอง นั่นเป็นแรงจูงใจเดียวที่ทำให้ผมเรียนจนจบ ตอนปีสี่ที่นักศึกษาวิศวะต้องทำโปรเจ๊คเพื่อจบ มีการจับกลุ่มกันทำสามคนต่อหนึ่งโปรเจ๊ค ห้องผมมี28 คน หารสามแล้วเหลือเศษหนึ่ง ผมยกมือขออาจารย์ทำคนเดียวเลย โดยผมให้เหตุผลกับอาจารย์ว่า ผมอยากรู้ว่าจะทำคนเดียวได้ไหม สามคนก็ทำกันหืดขึ้นคอ ถ้าทำคนเดียวได้ ผมคงภูมิใจมาก ผมอยากให้คนจำว่าผมไม่เหมือนคนอื่น ผลก็คือเพื่อนส่งงานจบกันก่อนกำหนดเล็กน้อยและมีเวลาไปเที่ยวเล่นที่ต่างจังหวัดกันทั้งห้อง แต่ผมจบงานช้ากว่าคนอื่นไปสองสัปดาห์ ทำให้ไม่ได้ไปเที่ยวยกกลุ่มในทริปสุดท้ายก่อนออกจากมหาวิทยาลัย  และไม่มีใครพูดถึงโปรเจ๊คอีกเลย  และผมไม่ได้ดังหรือถูกพูดถึงอีกเลยเช่นกัน

มีเหตุผลหลายอย่างที่ทำให้ผมจบช้า เรื่องตัวงานไม่ได้มีปัญหา แต่สิ่งที่เป็นปัญหาก็คือ ผมทำเล่มวิทยานิพนธ์ด้วยหน้าตาของนิตยสาร ไม่ได้เป็นรูปเล่มมาตรฐานบัณฑิตวิทยาลัย ไม่ได้ใช้ฟ้อนต์อังสนาตามระเบียบ ไม่ได้เว้นวรรคขึ้นหน้าใหม่แบบมาตรฐานของมหาวิทยาลัย ไม่ได้กั้นหน้าซ้ายและกั้นหน้าขวาตามกฏ ไม่ได้เรียงลำดับชื่อรูปภาพ นั่นเป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้ผมจบช้าและไม่ได้เที่ยวกับเพื่อน เพราะต้องมานั่งทำรูปแบบวิทยานิพนธ์ให้ถูกกติกาของมหาวิทยาลัย

2019-01-26 07.03.32 1

ตอนเรียนวิศวะ ผมสนใจแต่เรื่องการทำเครื่องเสียง ไม่ได้สนใจคอมพิวเตอร์เลย และวิชาเขียนโปรแกรมที่มีในคณะวิศวะก็เป็นเรื่องที่ผมไม่เคยเข้าใจ ผมสอบได้คะแนนต่ำสุดในมหาวิทยาลัย ซึ่งผมเผลอคิดไปว่าผมคงโง่เรื่องเขียนโปรแกรม จนกระทั่งวันที่ผมเรียนจบผมได้งานทำเป็นโปรแกมเมอร์ เขียนซอร์ฟแวร์ระบบตอบรับโทรศัพท์อัตโนมัติ มีระบบฝากข้อความ มีระบบฐานข้อมูลที่ต้องเก็บวอยซ์เมลของคลิปเสียงของคนนับพันคน ผมสามารถเขียนโปรแกรมเป็นอาชีพได้เพราะมีเจ้านายใจดี อธิบายว่าการเขียนโปรแกรมคืออะไร อธิบายโครงสร้างและวิธีคิดของคอมพิวเตอร์มันเป็นอย่างไร แค่การอธิบายภาพรวมไม่นาน ผมก็เข้าใจและสามารถพัฒนาโปรแกรมต่างๆได้เอง  และในอีกไม่กี่เดือนต่อมาซอร์ฟแวร์ที่เขียนขึ้นมาก็ทำเงินเลี้ยงบริษัทได้   นี่เป็นเรื่องที่สองที่ผมเรียนรู้ว่าโลกเรามีอาจารย์มากมาย แต่ทุกคนไม่ได้มีความสามารถในการสอน

IMG_0559

ผมกลับมาหัดล้างฟิล์มอีกครั้งตอนที่เรียนจบมหาวิทยาลัย และได้เริ่มหัดถ่ายรูปอีกครั้ง ครั้งนี้ตั้งใจจะล้างฟิล์มและอัดภาพให้เป็น และผมก็ใช้เวลาประมาณสองปีที่หัดถ่ายภาพ และมีความสามารถพอที่จะรับงานถ่ายภาพได้ เมื่อถ่ายภาพมาถึงจุดหนึ่งผมเริ่มอยากเรียนต่อเพื่อให้ผมถ่ายภาพได้ดียิ่งขึ้น ผมก็เลยไปเรียนคณะวิทยาศาสตร์ของจุฬาฯ ในหลักสูตรปริญญาโท ชื่อคณะ เทคโนโลยีทางภาพ หรือ imaging technology

2021-02-26_05-45-37

ทีนี่เรียนเกี่ยวกับการถ่ายภาพ และเรียนเกี่ยวกับเทคโนโลยีทางการพิมพ์ ซึ่งระบบการพิมพ์ก็เป็นระบบการสร้างภาพชนิดหนึ่งและเป็นพระเอกของคณะนี้ด้วยซ้ำ ความฝันที่จะเรียนถ่ายภาพของผมหยุดลงชั่วคราวเพราะนักศึกษาที่เรียนคณะนี้ไม่ได้ซีเรียสกับการถ่ายภาพ  ผลงานภาพถ่ายของกลุ่มนักเรียนไม่ได้เน้นไปที่ความสวยงามในแบบที่ผมชอบ ในขณะที่นักศึกษานิเทศฯ และสถาปัตย์ฯถ่ายภาพได้ถูกใจกว่า ซึ่งผมพบว่าในคณะนี้ไม่ได้สอนให้ถ่ายภาพสวยชวนฝัน แต่สอนให้เข้าใจขั้นตอนการเกิดภาพ เน้นเรื่องการผลิตภาพให้ได้คุณภาพ  เน้นการทำซ้ำให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมือนเดิม ผมเลยเลือกที่จะไปหาที่เรียนเกี่ยวกับถ่ายภาพจากที่อื่น เลยไปเรียนที่โรงเรียนสารพัดช่าง ในหลักสูตรตอนเย็นวันละสามชั่วโมง เป็นคอร์สระยะสั้น 150 ชั่วโมง ค่าเล่าเรียนชั่วโมงละ 1 บาท  ผมได้ความรู้เกี่ยวกับการถ่ายภาพขาวดำ การล้างอัดภาพขาวดำอย่างเต็มระบบจากโรงเรียนสารพัดช่าง  แต่ผมก็เรียนจุฬาฯจนจบและได้ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีการพิมพ์ต่างๆ เป็นความรู้แบบที่เถ้าแก่โรงพิมพ์ไม่เคยได้รับ และไม่มีทางรู้เลยถ้าไม่เดินเข้ามหาวิทยาลัย  ผมใช้เวลาช่วงนี้หัดล้างอัดภาพขาวดำ  หัดถ่ายภาพ หัดวิจารณ์ภาพจากอาจารย์ที่สารพัดช่าง และเรียนรู้เกี่ยวกับการพิมพ์ระบบต่างๆ ในทางวิทยาศาสตร์กับอาจารย์ที่จุฬาฯ

ก่อนผมเรียนจบปริญญาโทผมก็เริ่มงานโรงพิมพ์เต็มตัว พ่อผมมีเหตุต้องนอนโรงพยาบาลนานสองเดือน เถ้าแก่ป่วยโรงงานก็แทบเจ๊ง ผมเร่ิมงานโรงพิมพ์แบบทันทีทันใด รับช่วงต่อแบบไม่คาดฝัน ซึ่งเมื่อวานนี้ยังขับรถไปเที่ยวถ่ายรูปอยู่เลย  ผมเรียนจบโทช้ากว่าปกติ เพราะต้องทำงานเต็มตัว และ ผมมีปัญหากับการทำเล่มเอกสารอีกแล้ว คือวิทยานิพนธ์เขาไม่ยอมให้ผมพิมพ์รูปแบบตามใจ ผมจบโทด้วยโปรเจ๊คการบีบอัดข้อมูลให้เล็กลงเพื่อใช้เก็บไฟล์ภาพที่อยู่ในขั้นตอนการผลิตแม่พิมพ์ ถ้าเรียกให้หรูหรา ก็ต้องบอกว่า ผมเป็นเจ้าของระบบการบีบอัดข้อมูลชนิดหนึ่ง ที่เป็นการบีบอัดแบบ lossless compression มันช่วยให้อุตสาหกรรมการพิมพ์สามารถพัฒนาไปต่อไปได้ในอีกหลายอย่างถ้ามีคนนำไปต่อยอด

โรงพิมพ์จอมทองพัฒนาหลายอย่างขึ้นมาใหม่ ตั้งแต่วิธีการคิดราคาที่สมเหตุสมผล การผลิตที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น การเก็บข้อมูลลูกค้าที่สามารถสืบค้นได้ง่าย หลายอย่างเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่ดีขึ้น ราคาถูกลง มีเครื่องพิมพ์ดิจิทัลเข้ามาให้ใช้ โรงพิมพ์ยุคใหม่ต้องมีระบบปรู๊ฟสีก่อนพิมพ์จริง ความแม่นยำของสีต้องถูกต้องมากกว่าระบบลองผิดลองถูก โรงพิมพ์ขยายธุรกิจได้ด้วยเงินออม เราไม่มีหนี้สินกับธนาคาร เราไม่ได้จ่ายดอกเบี้ยให้ใคร และเราลงทุนกับเครื่องพิมพ์ดิจิทัลขนาดย่อมๆแต่ราคาเท่ารถเบนซ์  ขณะที่เจ้าของยังขับรถญี่ปุ่นอยู่

โรงพิมพ์ในมุมมองของผมนั้น เป็นที่รวมของความรู้หลากหลายที่ผมสะสมมา ผมชอบอ่านหนังสือ ชอบหนังสือที่มีภาพสวย  ผมก็มีโอกาสได้ผลิตสิ่งพิมพ์เอง ผมชอบถ่ายภาพ ภาพสวยๆในโบรชัวร์ผมก็มีส่วนร่วมกับมัน บางงานผมถ่ายภาพด้วยตัวเอง ผมเคยทำงานกับฐานข้อมูล  เคยเป็นโปรแกรมเมอร์  โรงพิมพ์จึงมีงานพิมพ์ชนิดพิเศษตัวหนึ่งที่สามารถเปลี่ยนชื่อ หรือเปลี่ยนข้อมูลของงานพิมพ์ได้โดยที่ไม่ต้องทำเพลทใหม่  นั่นคือการพิมพ์ดิจิทัลที่ใช้ข้อมูลจากในคอมพิวเตอร์มาเป็นข้อมูลหลักที่แตกต่างกันในแต่ละใบ เราเรียกการพิมพ์ฐานข้อมูลนี้ว่าเป็นงาน Variable data printing

งานพิมพ์ที่อาศัยฐานข้อมูลที่เราพบบ่อยก็คือ บิลค่าน้ำ ค่าไฟ ในบิลแต่ละใบจะมีรายชื่อเจ้าของบ้านที่ไม่เหมือนกัน มีที่อยู่แตกต่างกัน มีตัวเลขที่ต้องจ่ายไม่เท่ากัน บ้าน 1 ล้านหลัง ก็มีบิล 1 ล้านใบที่มีชื่อไม่ซ้ำ นั่นคืองานพิมพ์ฐานข้อมูลที่เราพบได้ในทุกวัน ทุกบ้าน ทุกคนเคยจับมาแล้ว โรงพิมพ์ของผมก็มีความสามารถในการผลิตงานเหล่านี้เช่นกัน แต่เราทำในรูปแบบของใบปลิว การ์ดเชิญ การ์ดโปรโมชั่น ของขวัญ ปฏิทิน โปสการ์ด ซึ่งสิ่งพิมพ์เหล่านี้เรามักจะไม่ค่อยเจอว่ามีการพิมพ์ชื่อและข้อมูลของลูกค้าแต่ละคนลงไป เพราะมันเป็นสิ่งใหม่กับวงการพิมพ์ในประเทศไทย

มีโปรแกรมเมอร์มากมายที่ทำงานกับฐานข้อมูลได้ มีเถ้าแก่โรงพิมพ์มากมายที่รับงานใบปลิว งานสคส งานการ์ดเชิญ แต่ไม่เคยมีโรงพิมพ์ที่มีคนสองคนนี้อยู่ในที่เดียวกัน มีโรงพิมพ์ที่สามารถพิมพ์งานดาต้าเบสได้ไม่กี่คนในประเทศนี้ คนนึงก็กำลังพิมพ์บิลค่าน้ำอยู่ คนนึงก็กำลังพิมพ์บิลค่าไฟอยู่ อีกคนก็กำลังพิมพ์บิลค่าโทรศัพท์อยู่ ทุกคนมีงานใหญ่อยู่ในมือแล้ว แต่ไม่มีใครทำพิมพ์ สคส บัตรอวยพร ใบปลิว การ์ดเชิญ หรือใบโปรโมชั่นที่ระบุชื่อและคัสต้อมข้อมูลเลย โรงพิมพ์ของผมสามารถรองรับงานที่กล่าวมา  แล้วทำไมต้องเป็นโรงพิมพ์จอมทอง ที่อื่นทำได้ไหม ไปหาคนที่พิมพ์บิลค่าไฟเลยดีไหม เราสามารถไปหาเขาได้ แต่เขาจะพิมพ์ให้หรือเปล่า   บางครั้งโรงพิมพ์ทำคุกกี้มาแจกโดยที่ฉลากพิมพ์ชื่อผู้รับไว้แตกต่างกัน เราทำแค่แจกสมาชิก  ถ้าเราอยากได้งานแบบนี้ คนที่ทำบิลค่าน้ำ บิลค่าไฟ เขาไม่รับงานแนวนี้ แล้วมีโรงพิมพ์ไหนทำแบบนี้ได้บ้าง ถ้าหาเจอโทรบอกผมด้วย

นอกจากงานพิมพ์ที่อาศัยเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัยแล้ว เรายังมีงานพิมพ์ที่กำลังสูญหายอยู่อีกตัวหนึ่งด้วย นั่นคืองานพิมพ์ letterpress ซึ่งเป็นเทคโนโลยีทางการพิมพ์ตัวแรกที่เกิดขึ้นในโลก  เครื่องพิมพ์เครื่องแรกถูกคิดค้นด้วยคนชื่อโยฮันเนิส กูเทินแบร์ค เป็นคนเยอรมัน งานพิมพ์ชิ้นแรกของโลกในระดับอุตสาหกรรมคืองานพิมพ์คัมภีร์ไบเบิ้ล งานพิมพ์ letterpress คือการเอาวัสดุแข็งมาแกะสลักเป็นตัวหนังสือที่เราต้องการเราจะเรียกว่าแม่พิมพ์ แล้วก็เอาหมึกมาทาบนแม่พิมพ์ แล้วก็เอากระดาษมาสัมผัสกับหมึกบนแม่พิมพ์ มันคือเทคนิคเดียวกับตรายางที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบัน งานพิมพ์ letterpress จะให้สีที่เข้มเท่ากันทั้งหน้า ไม่สามารถทำสีเข้มสีอ่อนในบล๊อกเดียวกันได้ ไม่สามารถพิมพ์ภาพเหมือนจริง หรือภาพถ่ายได้ งานพิมพ์ letterpress เสื่อมความนิยมไปแล้วตั้งแต่โลกเรามีเครื่องพิมพ์อ๊อพเซ็ท 4 สี งานอ๊อพเซ็ทคืองานที่มีภาพจริงสวยงาม หนังสือ นิตยสาร หนังสือพิมพ์ ใบปลิวแจกหน้าห้าง งานพิมพ์ 99 เปอร์เซ็นที่เราเห็นเป็นงานอ๊อพเซ็ททั้งสิ้น

20210427163427_IMG_0339

งาน letterpress กำลังได้รับความนิยมในกลุ่มของคนทำการ์ดแต่งงาน มันสามารถพิมพ์บนกระดาษหนาได้ มันให้น้ำหนักกดทับที่จมลึก หรือ นูนป่องออกมาได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่งานอ๊อพเซ็ท และงานพิมพ์ดิจิทัลให้ไม่ได้ งานกระดาษหนาเหล่านี้ได้รับความนิยมมากขึ้น ในขณะที่มีผู้ผลิตงานแบบนี้น้อยลงเรื่อยๆ ในประเทศไทยถ้าคุณจะทำงานพิมพ์การ์ดเชิญระบบ letterpress เมื่อคุณเข้าไปหาข้อมูลในอินเทอเน็ต กูเกิ้ลหน้าแรกจะให้คำตอบกับคุณว่าคุณมีทางเลือกให้ติดต่อแค่ไม่กี่บรรทัด  หนึ่งในหลายบรรทัดจะพบ thailetterpress   ที่นี่คือโรงพิมพ์ของผมเอง  โรงพิมพ์เรามีเครื่องพิมพ์ letterpress ที่ยังทำงานได้  ช่างพิมพ์มีประสบการณ์การทำงานแนวนี้มาอย่างยาวนาน  และเราชอบทำงานสวยแปลกตาอย่าง letterpress  ด้วยเช่นกัน

IMG_0625

แม้ว่าโลกเราจะพัฒนาไปสู่โซเชียลเน็ตเวิร์คกันแล้ว  หนังสือพิมพ์  นิตยสารทะยอยปิดตัว  แต่สิ่งพิมพ์ยังคงมีอยู่และค่อยๆขยายตัวในบางอุตสาหกรรม  อย่างเช่น  ในกลุ่มแพ็คเกจจิ้ง สินค้ายังต้องการกล่อง คู่มือ  ในกลุ่มอาหารและการท่องเที่ยว เรายังต้องการสติ๊กเกอร์หรือฉลากติดบนกล่องอาหารหรือซองบรรจุอาหาร  ในกลุ่มหนังสือเรียน  นักเรียนยังต้องใช้ตำรา  หนังสือพ็อกเก็ตบุ๊คเราก็มีคนอ่านเพิ่มขึ้น  รายชื่อหนังสือในทำเนียบของร้านขายหนังสือก็เพิ่มขึ้น  มีนักอ่านเพิ่มขึ้น  มีนักเขียนเพิ่มขึ้น  สินค้าราคาสูงทั้งหลายต่างก็ต้องการใบปลิวหรือแค็ตตาล๊อค  เพราะคนที่จะซื้อของราคาสูงเหล่านั้นย่อมเป็นคนที่ถือโบรชัวร์อยู่ในมือ  เพราะคงไม่มีใครซื้อรถยนต์โดยไม่หยิบเอกสารแค็ตตาล๊อคมาอ่าน  หรือ คงไม่มีใครซื้อรถด้วยการกดสั่งผ่านระบบมาเก็ตเพลสในเว็บช็อปปิ้งต่างๆ  สิ่งพิมพ์ยังคงมีบทบาทและหน้าที่  โรงพิมพ์ก็ต้องปรับตัวทำงานในรูปแบบที่ตลาดต้องการ

กินขนมและกาแฟที่ craftman coffee บำรุงเมือง

เจริญกรุง บำรุงเมือง เฟื่องนคร คือชื่อถนนที่อยู่ในบทเรียนสมัยประถม จำได้ว่าเป็นถนนแห่งแรกที่รัชกาลที่ 4 ดำริให้สร้างใช้งานในกรุงเทพ และปัจจุบันก็ยังคงเป็นถนนสำคัญของประเทศ แถมยังเป็นย่านเก่าแก่ที่มีความนิยมท่องเที่ยว เดินเล่น หาของกินเล่น

IMG_20220417_131759

ร้านกาแฟ craftman แทรกตัวอยู่ในดงตึกแถวในย่านเสาชิงช้า ต้องเดินเข้าทางถนนบำรุงเมือง ทางเข้าเป็นซอกตึกที่ไม่มีป้ายบอก คนจะมาถูกต้องเป็นคนเคยมา คนเคยมาต้องเป็นคนเคยหลงหาทางเข้าไม่เจอสักรอบหรือมากกว่านั้น ตึกเก่าแก่แห่งนี้เป็นโรงพิมพ์แห่งแรกของประเทศไทยสร้างสมัยรัชกาลที่5 เคยเป็นโรงพิมพ์ที่ทำงานให้ราชการและปิดกิจการไปตั้งแต่ปี พ.ศ.2504 ปัจจุบันถูกดัดแปลงเล็กน้อยให้เป็นร้านกาแฟ เพราะเจ้าของร้านกาแฟนิยมใช้ตึกเก่าบ้านเก่ามาทำร้านกาแฟ และเพราะทายาทเจ้าของตึกก็อยากจะรักษาตึกที่เป็นโบราณสถานเอาไว้ เราก็เลยได้มีโอกาสมาเดินเล่น กินขนมในตึกเก่าแต่น่ามองแบบนี้

IMG_20220417_131849

ตึกโบราณแห่งนี้ทำให้นึกถึงตึกยาวของโรงเรียนสวนกุหลาบ ผมคงชอบตึกแบบนี้เพราะเคยเรียนที่ตึกยาว กำแพงหนาๆเป็นลักษณะเด่นของตึกทรงนี้ ช่องหน้าต่างบนความหนาของกำแพงสามารถนั่งเล่นนอนเล่นได้เลย เอกลักษณ์แบบนี้หาไม่ได้อีกแล้วในตึกสมัยใหม่ แสงสว่างส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาเป็นมุมแสงสวยที่ทำให้ช่างภาพต้องหยุดมอง และคงจะได้หยิบกล้องหรือโทรศัพท์มือถือมาถ่ายภาพเก็บไว้ แสงหน้าต่างเป็นแนวทางการจัดแสงที่เหมาะกับการถ่ายภาพคน ไปเที่ยวที่ไหนที่มีหน้าต่าง และเป็นช่องแสงเข้าสู่ห้องก็ใช้เป็นมุมถ่ายรูปได้แทบจะไม่เคยผิดหวัง

20220417120108_IMG_0492

สั่งกาแฟ น้ำหวาน และขนม แล้วก็รอ ระหว่างที่รอก็อ่านมือถือ อ่านหนังสือ ใครจะนั่งร้านกาแฟแนวนี้ให้เตรียมหนังสือมาอ่านเล่นด้วย การกินกาแฟในร้านสวยไม่ใช่แค่รสชาติกาแฟ แต่น่าจะได้นั่งอ่านหนังสือสักพัก เมื่อก่อนคนคงอ่านหนังสือพิมพ์ นิตยสาร ยุคนี้ก็อ่านมือถือ อ่านเรื่องชาวบ้านจากเฟสบุ๊ค และโซเชียลเน็ตเวิร์คอีกสารพัด ได้อ่านข่าวน้องมิลลิ เอาข้าวเหนียวมะม่วงไปขึ้นเวทีคอนเสิร์ตระดับโลก น้องกำลังทำงานของ รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงต่างประเทศ กระทรวงท่องเที่ยวด้วย ทำน้อยได้มาก ทำครั้งเดียวได้งานสามกระทรวงเป็นอย่างน้อย คนคุณภาพแบบนี้อยากปรบมือให้นานๆ

20220417121008_IMG_0515

สงกรานต์ปีนี้พวกเราเที่ยวเล่นในกรุงเทพกันตลอดสัปดาห์ พาลูกเที่ยวพิพิธภัณฑ์แวะร้านอาหารที่ไหนก็ไม่ต้องรอคิว ไม่ต้องไปเจอรถติดยาวนานหลายชั่วโมง เป็นช่วงเวลากรุงเทพสงบสุข ถ่ายรูปเล่น อ่านหนังสือ สะสางงานอดิเรกอื่นๆที่ทำค้างไว้

2022-04-18_03-29-24

2022-04-18_03-30-19

IMG_20220417_104734

ราคาขนมและเครื่องดื่มภาพนี้ 715 บาท ราคาสูง ไม่สามารถจะมากินได้บ่อยๆแน่นอน คุณภรรยาบอกว่าขนมเค้กดี อร่อยถูกใจแถมยังซื้อกลับบ้านอีกต่างหาก ส่วนเมนูเครื่องดื่มไม่ได้โดดเด่น ถ้าจะพาใครมากินที่นี่ก็จะมาเพราะตึกเก่าสวยดี มาเพราะมีที่จอดรถดี มาเพราะขนมอร่อยดี

2022-04-18_03-28-55

เที่ยวกาญจนบุรี เกินคาดทุกเรื่อง ตอนที่3

เช้าวันใหม่ วันที่สามของทริปเป็นวันเดินทางกลับ เราไปหามื้อเช้ากินในตัวเมือง เป็นร้านกาแฟโบราณที่มีชื่อเสียง มีคนแวะกินค่อนข้างเยอะ นักท่องเที่ยวจากจังหวัดอื่นมักแวะมากินมื้อเช้าที่นี่ ร้านโกกุ๊ก มีกาแฟใส่น้ำส้มด้วย จริงๆถ้าดูภาพแล้วน่าจะเรียกว่าเป็นน้ำส้มใส่กาแฟมากกว่า อาหารอื่นๆก็อร่อยได้มาตรฐาน เป็นมื้อเช้าราคาไม่แพงและอิ่มมาก

IMG_5251
IMG_5252

จากเมื่อวานที่เห็นมีคนพายเรือซับบอร์ดเล่นในแม่น้ำแคว มันดูไม่อันตราย น้ำไหลเอื่อยๆ ไม่มีเรือหางยาวซิ่ง ไม่มีเรือใหญ่ที่สร้างคลื่นน้ำรุนแรงแบบเจ้าพระยาในกรุงเทพ ก็เลยลองเล่นกันดูบ้าง ขอบฟ้าชอบกิจกรรมออกแรงทุกอย่าง ยิ่งได้พายซับบอร์ดในแม่น้ำใหญ่ขนาดนี้ยิ่งตื่นเต้น

IMG_5287
IMG_5276
IMG_5285

จบจากพายเรือ เราก็แวะเที่ยวตลาดย่านสะพานข้ามแม่น้ำ ซึ่งมันก็อยู่ในระแวกเดียวกันหมด เราเดินเล่น ถ่ายภาพกันสักพักก็กลับกรุงเทพ โดยรวมแล้วเที่ยวกาญจนบุรีรอบนี้ได้ประสบการณ์การเที่ยวที่เกินคาดหมายจริงๆ ตั้งแต่ได้ใกล้ชิดสัตว์มากๆในสวนสัตว์ ได้ดูพิพิธภัณฑ์คุณภาพ ได้เล่นไต่เชือกในป่า ได้พายเรือในแม่น้ำ และได้รู้ว่ากาญจนบุรีมีศักยภาพในการท่องเที่ยวมากจริงๆ

IMG_0533
IMG_0522

ขอปิดจบด้วยภาพที่ชอบ คือภาพพ่อแม่ที่ขอบฟ้าช่วยถ่ายให้ และแม่ก็อุตส่าห์ช่วยถ่ายภาพช่างภาพตัวน้อยให้ด้วย เป็นจังหวะที่ชอบที่สุดในทริปนี้

IMG_20220119_205724

เที่ยวกาญจนบุรี เกินคาดทุกเรื่อง ตอนที่1

เที่ยวกาญจนบุรี เกินคาดทุกเรื่อง ตอนที่2

เที่ยวกาญจนบุรี เกินคาดทุกเรื่อง ตอนที่2

IMG_0371

ตอนที่สอง เช้าวันใหม่เรายังคงเก็บภาพบางส่วนจากที่พักอีกนิด แสงเช้าเป็นแสงที่มีลักษณะสีสวย แสงไม่แรงเกินไป ถ่ายภาพแสงเช้าค่อนข้างได้สีสันสดใส หลายอย่างในชีวิตประจำวันจะดูดีขึ้นเมื่อถ่ายภาพตอนเช้าแดดไม่แรง และที่ไปของวันนี้คือ ถ้ำกระแซ ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งในประวัติศาสตร์ เป็นจุดที่สร้างทางรถไฟเลียบแนวภูเขา ซึ่งเป็นจุดที่สร้างยากมาก ทำให้คนงานที่ส่วนใหญ่เป็นเชลยศึกในสงครามโลกครั้งที่2ต้องล้มหายตายจากไปจำนวนมาก และถ้ำกระแซก็ยังมีจุดชมวิวมองเห็นทางรถไฟสวยงาม มองเห็นแนวแม่น้ำไหลอยู่ข้างล่างดูสงบเย็น ส่วนในถ้ำก็มีพระพุทธรูปองค์ใหญ่อยู่องค์หนึ่ง

GOPR1983

IMG_5245

IMG_0380
IMG_0388

GOPR1969

ออกจากเส้นทางรถไฟสายมรณะ เราก็เดินทางไปยังจุดที่มีรางรถไฟอีกจุดหนึ่งที่อยู่ในภูเขา เป็นการตัดช่องเขาเพื่อสร้างราง เจตนาคือการสร้างเพื่อหลบสายตาศัตรู เป็นเส้นทางที่ทหารญี่ปุ่นสร้าง ทหารฝรั่งที่บินทิ้งระเบิดก็หาไม่เจอ เพราะปกคลุมด้วยป่าหนาแน่น แรงงานที่ถูกเกณฑ์มาสร้างก็คือคนไทยและฝรั่งที่ถูกจับเป็นเชลย ทางรถไฟในช่องเขานี้สร้างและใช้งานในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และเชลยศึกชาวออสเตรเลียที่หลบหนีไปได้ก็มีความพยายามกลับมาสร้างอนุสาวรีย์เมื่อสงครามจบ มีการค้นหาตำแหน่งการก่อสร้างอยู่นาน และเมื่อพบแล้วก็มีการขอจัดตั้งอนุสาวรีย์ให้กับพื้นที่แห่งนี้ และทางจังหวัดกาญจนบุรีก็เรียกสถานที่แห่งนี้ว่า เขาช่องขาด เพราะลักษณะของพื้นที่มีการตัดเจาะภูเขาเป็นช่องเพื่อทำให้รถไฟวิ่งผ่านได้นั่นเอง

IMG_0451
IMG_0469
IMG_0464
IMG_0427

ออกจากเขาช่องขาดเราก็ไปเล่นกิจกรรมกลางแจ้งที่ Treetop เป็นการเล่นไต่เชือกไปตามเส้นทางในป่า มีจุดต้องปล่อยไหลยาวๆข้ามบ่อน้ำใหญ่สนุกมาก พ่อแม่ลูกเล่นพร้อมกันได้ ได้อยู่ในป่าอากาศสดชื่น การไต่เชือกเป็นการฝึกใช้สมาธิที่ดีเลย

มื้อเย็นเรากลับมากินแถวสะพานข้ามแม่น้ำแคว มีร้านอาหารจำนวนมากที่อยู่ในบริเวณนี้ เราเลือกกินร้านที่อยู่ริมน้ำ มีโต๊ะให้นั่งบนแพ มีอาการโคลงเครงนิดหน่อยแต่ก็พอทนได้ ราคาอาหารแถวนี้ก็ราคาระดับกรุงเทพ วิวแม่น้ำก็มีกิจกรรมทางน้ำให้ดู มีคนนั่งเรือเล่น พายเรือเล่น เป็นแม่น้ำที่ไหลไม่แรงดูน่าจะทำกิจกรรมต่างๆได้ไม่อันตราย

GOPR2023
IMG_0483

กลับที่พักอย่างหมดแรง วันนี้ได้เล่นสนุกมากโดยเฉพาะกิจกรรมไต่เชือกในป่า จบกาญจนบุรีวันที่2

ย้อนกลับไปอ่านตอนที่ 1

เที่ยวกาญจนบุรี เกินคาดทุกเรื่อง ตอนที่1

2022-01-21_11-38-20

ในความทรงจำเมื่อพูดถึงกาญจนบุรีก็จะนึกถึง แพลอยน้ำ สะพานข้ามแม่น้ำแคว ทางรถไฟสายมรณะ เขื่อนศรีนครินทร์ น้ำตกไทรโยค สังขละบุรี ซึ่งเป็นทริปกาญจนบุรีเมื่อสักยี่สิบปีก่อนที่ผมไปกาญฯเป็นครั้งแรก ตอนนั้นเป็นการไปเที่ยวกับเพื่อนกลุ่มถ่ายภาพ และผมก็นึกไม่ออกว่ากาญจนบุรีจะมีอะไรมากกว่านี้อีก

ในปี คศ 2022 ผมกับครอบครัวได้ไปเที่ยวที่กาญจนบุรีกัน รอบนี้เป็นการเลือกสถานที่เที่ยวโดยคุณภรรยา แต่ละที่ก็จะเน้นความสวยและเน้นให้ลูกได้เปิดหูเปิดตา เราออกจากกรุงเทพอย่างไม่รีบร้อน เพราะตั้งใจจะไปแบบค่อยๆเที่ยว จุดแรกเลือกไปสวนสัตว์เปิดซาฟารีปาร์ค  โดยจุดเด่นของที่นี่ก็คือมีการป้อนอาหารยีราฟจากในรถด้วย แค่นี้ก็เป็นประสบการณ์สุดยอดมากแล้วสำหรับทริปครอบครัว

GOPR1905

สวนสัตว์แห่งนี้เป็นแบบขับรถดู และมีส่วนเดินดูด้วย แต่การขับรถดูคือไฮไลท์ที่ต้องทำ เพราะเราจะได้ใกล้ชิดสัตว์และะได้ป้อนอาหารยีราฟ กวาง ม้าลาย และนกกระจอกเทศด้วย แต่เสือไม่ได้นะ มีให้ดูอย่างเดียวห้ามป้อนอาหาร โดยเราจะต้องซื้ออาหารที่ทางสวนสัตว์เตรียมไว้ให้เท่านั้น เข้าใจว่าเป็นการป้องกันอาหารปนเปื้อน หรือ สารเคมีตกค้างในแครอท เพราะทางสวนสัตว์ไม่รู้ว่าอาหารที่นักท่องเที่ยวซื้อเข้ามาเองจะมีที่มาจากไหน อันตรายหรือไม่ก็ไม่สามารถรู้ได้

GOPR1908

ใครจะไม่ขับรถตัวเองเข้าไป ก็จะมีรถบัสบริการ แต่รถบัสไม่มีแอร์ ต้องทนร้อนหน่อยนึง ข้อดี่ของรถบัสคือ หน้าต่างกว้าง ยีราฟจะมุดยื่นคอเข้าไปในรถได้เยอะ และกินอาหารจากมือเลย ประสบการณ์นี้หาไม่ได้ในกรุงเทพ พวกเราเลือกจะขับรถตัวเองเข้าไป รถฮอนด้าฟรีด กระจกก็ใหญ่กว่ารถเก๋งนิดหน่อย เราก็ไม่คิดว่าจะได้ดูยีราฟยื่นคอเข้ามาใกล้ๆระดับนี้ และในคลิปด้านล่างนี้คือที่สุดของการให้อาหาร

IMG_0074

นอกจากขับรถดูแล้ว เราก็ได้ดูโชว์ช้าง และ ได้เข้าไปให้อาหารในกรงนกด้วย สวนสัตว์ที่นี่ไม่ได้ใหญ่โต แต่กิจกรรมโดนใจเด็กมากๆ

IMG_0126
IMG_0010
IMG_0144

https://goo.gl/maps/SpbqEyzu2Yr3MbZW9

รอบบ่ายเราออกไปหาข้าวกิน เลือกร้านที่อยู่ใกล้ๆตัวเมือง เพราะเราจองที่พักไว้ใกล้สะพานข้ามแม่น้ำแควมากๆ ร้านอาหารคีรีมันตราสวยอลังการมากๆ เป็นร้านอาหารที่ตกแต่งสถานที่ได้ดูหรูหราใหญ่โต มีวิวภูเขาเป็นของตัวเอง มุมแสงแดดและการเลือกจัดผังของสวนทำได้สวยมาก แม้แต่ช่างภาพก็ตื่นเต้นที่ได้เห็น เชื่อว่าทุกคนที่แวะกินข้าวที่นี่จะต้องเดินถ่ายรูปต่อจากกินข้าวแน่นอน

IMG_0250
IMG_0244
IMG_0230
IMG_0181

ตอนเย็นเราก็เข้าที่พัก ชื่อโรงแรมคือ อินจันทรี เป็นโรงแรมริมน้ำ วิวโค้งน้ำของแม่น้ำแควทำให้อยากนั่งกินอะไรก็ได้ในร้านอาหารของโรงแรม ตั้งแต่แสงแดดยามเย็นที่ส่องแสงสีทอง ชวนให้อยากนั่งดูนานๆ บางมุมก็ยิ่งสวยเมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว

IMG_0333
IMG_0337

เที่ยวกาญจนบุรี เกินคาดทุกเรื่อง ตอนที่2