while the moon was smiling

 

พระจันทร์ยิ้ม  ปรากฏการณ์ที่ผมเห็นตั้งแต่หัวค่ำ  แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร  แต่ก็ต้องเริ่มคิด ตอนที่โทรศัพท์ดัง

18.39 น้ำโทรมา  อยู่บ้านไหมช่วยถ่ายพระจันทร์ให้หน่อย

19.11 เอก  เฮ้ยๆ  มึงดูพระจันทร์เด่ะ  หน้าห้างเซ็นทรัลถ่ายกันเต็มเลย  สะดวกถ่ายมั้ย เอาหน่อยน่ะ

19.15 ก้อย นี่ๆ  เธอช่วยถ่ายให้หน่อยนะ  คนในรถถ่ายไม่ติดเลย

19.34 อุ๋ย ช่วยถ่ายพระจันทร์ให้หน่อยนะคะ  สวยมากเลย

19.37 ปุ๊ก  พระจันทร์ยิ้ม  ถ่ายได้รึเปล่า เพื่อนอยู่หน้ากสิกร ต่างคนต่างถ่ายรูปเต็มไปหมด

19.38 พี่ตั๊ก  ดูพระจันทร์สิ  สวยดีนะ อย่าลืมถ่ายรูปไว้นะ

19.52 เจี๊ยบ  ดูพระจันทร์สิ  ถ่ายรูปไว้รึยัง

ผมก็เลยจัดการถ่ายซะ  แล้วก็ปรับขนาดภาพนิดหน่อยให้น่าดู  ไม่รู้ผิดจรรยาบรรณรึเปล่า

การถ่ายภาพพระจันทร์ลักษณะนี้จะต้องอาศัยความเข้าใจเรื่องการวัดแสงในระดับลึกพอสมควร  ถ้าเราปล่อยให้กล้องทำการปรับภาพอัตโนมัติ หรือเป็นระบบวัดแสดงเฉลี่ยทั้งภาพ หรือ ปรับกล้องไปโหมดกลางคืนเราก็จะไม่ได้ภาพพระจันทร์เป็นสีส้มนวลตา  แต่จะได้ภาพขีดสีขาวๆ ไม่เห็นรายละเอียดของผิวพระจันทร์   แม้ว่าโลกเราจะเป็นกลางคืน แต่พระจันทร์ที่โดนแสงอาทิตย์นั้นเทียบแล้วมันคือกลางวันบนโลกพระจันทร์  เราก็ต้องปรับกล้องให้เหมือนเราถ่ายภาพตอนกลางวัน นั่นก็คือ วัตถุได้รับแสงจากดวงอาทิตย์แต่ไม่แรงมาก  เทียบกับการปรับหน้ากล้องได้ประมาณ F4-F5.6 บนความไวชัตเตอร์ 1/125 iso100   ใครใช้เลนส์ซูมเยอะๆ ต้องเพิ่มความไวชัตเตอร์เพื่อป้องกันมือสั่น ก็อาจจะต้องตั้ง iso ให้สูงขึ้น

ถ่ายเล่นอีกที eos1000d


ภาพคุณหมออีกครั้ง โหมด P iso800 ถ่ายเป็นไฟล์ raw แล้วไปแก้ไวบาลานซ์ในโปรแกรม DPP3.4
โปรแกรม DPP เป็นโปรแกรมแปลงไฟล์ Raw ของกล้อง canon ให้เป็นไฟล์ภาพ Tif หรือ Jpg การประมวลผลจากไฟล์ Raw โดยซอร์ฟแวร์จะเป็นการทำงานที่ควบคุมคุณภาพได้ดีกว่าให้กล้องเป็นคนประมวลผลแทนเรา นักถ่ายภาพระดับจริงๆจังและอาชีพจึงถ่ายภาพด้วย Raw ทั้งสิ้น แม้แต่ผมเองที่ไม่จริงจัง และไม่อาชีพ ยังเห็นดีเห็นงามด้วยเลย

ทดลองใช้ Eos 1000d

กล้อง eos 1000d เป็นกล้องรุ่นเล็กสุดประหยัดสุด แนะนำให้เพื่อนซื้อ ความละเอียดสิบล้านพิกเซล พร้อมฟังค์ชั่นไลฟ์วิว ที่ทำให้เห็นภาพก่อนถ่าย ใช้งานได้ง่ายๆเหมือนกล้องรุ่นเล็กๆทั่วไป พอได้ของมาก็ขอลองเล่นนิดหน่อย เลนส์แถมเป็นเลนส์ 18-55is มีระบบกันมือสั่น ลองเล่นโหมดไลฟ์วิว สปีดต่ำๆ ภาพชัดอย่างไม่น่าเชื่อ ระบบกันสั่นนี่มันมีประโยชน์ต่อวงการถ่ายภาพจริงๆเลย


ภาพนี้ใช้โหมดไลฟ์วิว โปรแกรม P รูรับแสง 5.6 ความไวชัตเตอร์ 0.8 วินาที ไม่น่าเชื่อว่าถือด้วยมือเปล่ายังได้ภาพชัด


ภาพนี้ใช้กล้องวางแนบพื้นโต๊ะ ใช้โหมดไลฟ์วิวช่วยโฟกัส โหมด P เหมือนเดิม ให้กล้องเลือก iso ให้ พอถ่ายเสร็จก็ดูข้อมูลการถ่าย กล้องรายงานว่า f5.6 สปีด 1/30 วินาที iso800

สองภาพที่ยกตัวอย่างมานี้ ถ้าเป็นยุคของกล้องฟิล์มและเลนส์โบราณ  คงต้องอาศัยขาตั้งกล้องและการก้มๆเงยๆจนปวดหลังเท่านั้นถึงจะได้ภาพออกมาอย่างที่เห็น  ถ้ามีโอกาสจะเอากล้องตัวนี้ไปถ่ายตอนกลางวันแสงสวยๆ และถ่ายคนสวยๆบ้าง เพราะกฏข้อที่หนึ่งของการถ่ายภาพให้สวยคือต้องถ่ายของสวยๆ

เทคโนโลยีช่วยให้การถ่ายภาพลดข้อผิดพลาดลงไปได้เยอะมาก  สิ่งที่เหลือนอกเหนือจากนี้คือการพัฒนามุมมองทางศิลปะ  หรือจินตนาการของคนถ่ายเท่านั้นเองว่าจะคิดอะไร และเลือกใช้อุปกรณ์อย่างไรเพื่อทำงานให้ได้ตามใจนึก

ความผิดพลาดที่น่าดู

ประมาณปี คศ 2004 ผมยังคงไม่ได้ใช้กล้องดิจิทัลใดๆ  และยังสนุกกับการหัดถ่ายภาพในรูปแบบต่างๆ  นอกจากงานภาพขาวดำที่ผมพยายามเรียนรู้จนเข้าใจกระบวนการแล้ว  การถ่ายภาพด้วยฟิล์มใหญ่ขนาด 6x6cm ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่อยู่ในความสนใจของผม  เพราะการถ่ายภาพแฟชั่นในระดับอาชีพจะใช้ฟิล์มประเภทนี้เสมอ  แต่ผมไม่มีเงินพอจะซื้อกล้องแพงๆเหล่านั้นได้  เพราะต้องจ่ายเกือบแสน  แต่ผมก็ดั้นด้นไปหากล้องเก่าโบราณมาเล่นจนได้  

 

กล้องตัวนี้ใช้ฟิล์ม 6x6cm หรือฟิล์ม 120 (ตามที่ในวงการถ่ายภาพเขานิยมเรียกัน  ส่วนกล้องทั่วไปใช้ฟิล์มเล็กจะเรียกว่า 135)  การใช้งานกล้องโบราณตัวนี้จะมีโอกาสผิดพลาดสูง  ตั้งแต่การใส่ฟิล์ม  การเลื่อนฟิล์ม  และการเอาฟิล์มออกจากกล้อง  การถ่ายภาพแต่ละครั้งเมื่อถ่ายไปแล้วจะต้องหมุนฟิล์มให้เคลื่อนที่ไป  ฟิล์มส่วนที่ถ่ายไปแล้วจะขยับออกจากช่องรับภาพ  กล้องสมัยใหม่(สำหรับช่วงเวลานั้น)จะออกแบบให้ถ่ายแล้วง้างคานขึ้นชัดเตอร์เพื่อเลื่อนฟิล์ม  ถ้าไม่เลื่อนฟิล์ม ปุ่มชัดเตอร์จะกดไม่ลง  เป็นการออกแบบไม่ให้ถ่ายภาพซ้อนลงไปบนฟิล์มเดียวกัน  แต่กล้องโบราณที่ผมใช้  กลไกมันอยู่ตัวใครตัวมัน  หมายความว่า จะเลื่อนหรือไม่เลื่อนฟิล์ม  ปุ่มชัตเตอร์ก็ยังคงทำงานได้เหมือนเดิม  ถ้าเราลืมเลื่อนฟิล์ม  แล้วกดชัตเตอร์ซ้ำลงไป  ภาพก็จะซ้อน  ตามรูปที่เห็นนี่แหละ  แต่ภาพนี้กลับกลายเป็นดี  ตอนถ่ายภาพแรก  ผมให้เพื่อนช่วยถ่ายให้  ผมเล็งองค์ประกอบให้เพื่อนดู แล้วก็ไปยืนในภาพ  ให้เพื่อนช่วยกดถ่ายภาพให้  จากนั้นก็เดินเล่นไปดูมุมอื่นๆในสวนสาธารณะ  แล้วผมก็ไปเจอภาพดอกไม้กลุ่มหนึ่งรู้สึกว่าน่าถ่ายเก็บไว้  ก็เลยเล็งดอกไม้แล้วถ่ายไปเลย  ตอนล้างฟิล์มออกมาถึงจะรู้ว่าภาพซ้อนกัน  สาเหตุที่ซ้อนก็เพราะถ้าผมเป็นคนถ่ายเอง  เมื่อกดชัตเตอร์ไปแล้วผมก็จะเลื่อนฟิล์มทันที  ภาพต่อไปจะได้ไม่ซ้อน  แต่พอให้เพื่อนช่วยถ่ายให้  เพื่อนไม่รู้เรื่องก็ถ่ายให้อย่างเดียว  ไม่ได้เลื่อนฟิล์มให้  ผมก็ลืมที่จะเลื่อนฟิล์มให้ทันทีที่ได้รับกล้องคืนจากเพื่อน  พอลืม  ก็นึกว่าได้ทำไปแล้ว  เจอเหตุการณ์หรือมุมสวยๆถัดไปก็ถ่ายไปทันที  มันก็ซ้อนด้วยประการฉะนี้….

  แต่ภาพนี้ก็เป็นภาพถ่ายตัวเองที่ผมชอบที่สุดตั้งแต่หัดถ่ายรูปมา  อาจจะเพราะมันดูไม่ค่อยชัดเลยดูดีกว่าสภาพจริง ยังคงเก็บฟิล์มชิ้นนี้เอาไว้  กะว่าวันหนึ่งอาจจะเอาออกมาขยายติดฝาบ้าน

มีคนเคยเลือกภาพชุดพวกนี้มาวางไว้ด้วยกัน

เพื่อนมาดูรูปแล้วเลือกภาพพวกนี้มาเรียงกัน แล้วบอกว่า มีคนอยากได้ภาพชุดนี้ เพราะมันเป็นวัฏจักรของดอกบัว  ตรงกับชื่อรีสอร์ทแห่งหนึ่งที่ชื่อ “บัววัฒนา”  ผมก็เลยตกลงยกภาพชุดนี้ให้เจ้าของรีสอร์ทไป  ด้วยความบ้ายอว่าผมเลือกถ่ายมาได้พอดิบพอดี  เวลามีใครชอบรูปที่ผมถ่าย  ผมจะรู้สึกดี  รู้สึกว่าสิ่งที่ผมทำอยู่ในความสนใจของใครสักคน  แต่ยังไม่ได้ส่งมอบเลย  เวลาผ่านมาเป็นปี  สงสัยลืมไปแล้ว



งานรับปริญญาโท “อุ๋ย”

ไปถ่ายภาพงานรับปริญญาให้กับ “อุ๋ย”  (เพื่อนของแอ๊นท์)  ที่ม.หอการค้า  ตอนวันซ้อมผมเคยมาถ่ายให้แล้วครั้งหนึ่ง  คราวนี้เป็นวันจริง  ตอนถ่ายเสร็จก็กลับมาทำงานต่อ  แล้วก็ต้องตกใจตอนที่หาภาพที่ถ่ายวันแรกไม่เจอ  เคยเอาภาพเล็กๆไปอัพโหลดไว้บนเว็บให้เจ้าของงานดู  แต่ภาพใหญ่ความละเอียดสูงดันหาไม่เจอว่าเก็บไว้ที่ไหน  เคยลบออกจากเครื่องไปแล้วเพราะคิดว่าเก็บไว้เป็นแผ่นดีวีดี  แต่หาแผ่นไม่เจอ  หาอยู่หลายชั่วโมงก็ไม่เจอ  สุดท้าย  ไปหาเจอในโน๊ตบุ๊คตัวเอง  อยู่ในโฟลเดอร์ที่ตั้งชื่อไว้ไม่สื่อความหมายเลยทำให้หายาก  พอได้ภาพเก่ามาก็เลยรีบจัดการรวมกับภาพใหม่แล้วเบิร์นเป็นแผ่นเก็บไว้ทันที  ถ้าภาพหายไปจริงๆไม่รู้จะไปขอโทษเจ้าของงานยังไงเลย

รับปริญญา utcc ป.โท ภาพวันซ้อม
aui-21nov2008 ภาพวันจริง

งานแต่ง หมีกับโอ๋ วันที่ 9 พฤศจิกายน 2551

พิธีแบบคริสต์ จัดที่โบสถ์อัสสัมชัญ  สถานที่ดูสวยดี  พิธีน่ารัก โรแมนติกมาก  เก็บภาพสวยๆไว้เป็นของขวัญ  บางภาพตั้งใจถ่ายเพื่อเก็บไว้เองด้วยเหมือนกัน  คู่นี้รักกันมานาน ยินดีด้วยที่ได้ใช้ชีวิตร่วมกัน  สโลแกนบนการ์ดเขียนไว้ว่า “We will grow old together”

From for wordpress

 ตามไปดูรูปทั้งหมดต่อได้ที่นี่เลยครับ

mee and o+ on 9nov2008

ร้านกาแฟสวยดี A day in summer

ร้านกาแฟบนถนนอรุณอัมรินทร์  แต่งร้านสวย  ดูดี  มีเน็ทให้เล่นฟรี  แวะไปตามคำบอกเล่าของเพื่อน  วันหลังจะกลับไปนั่งนานๆหน่อย

ประชาธิปไตยสีดำ

 

 

ฟิล์มขาวดำจำยี่ห้อไม่ได้  ใช้กล้องแมน่วล เลนส์ 24 มม. ตั้งค่ารูรับแสง f8 ความไวชัดเตอร์ประมาณ 10-20 วินาที  จำไม่ได้แน่นอนเพราะนานแล้ว  แต่เดาว่าน่าจะวัดแสงพอดีที่ตัวเสาของอนุสาวรีย์ส่วนที่เป็นสีขาว  ใช้สายลั่นชัตเตอร์  ใช้ขาตั้ง  ล้างฟิล์มด้วยน้ำยาสำเร็จรูปของฟอร์เต้ อุณหภูมิ 20 องศา เวลา 7.30 นาที  เขย่าแต่ไม่คน  สแกนฟิล์มด้วยเครื่องสแกน epson perfection 4490  4800dpi

 

สำหรับภาพนี้ต้องคู่กับเพลงนี้

เพลง “ถามคนไทย”

      หัวใจถูกแทงกี่ขั้ว ตามตัวถูกฟันกี่แผล
      ปู่ไทยตายไปกี่คนแน่ ไทยจึงได้แผ่มาถึงแหลมทอง
      กระดูกไทยกระเด็นไปกี่ท่อน เชิงตะกอนเผาไปกี่หน
      คอขาดกันไปกี่คน ไทยทุกคนจึงได้ไทยครอบครอง
      เสียเลือดกันไปเท่าไหร่ เสียใจกันไปกี่ครั้ง
      น้ำตาของไทยไหลหลั่ง ทุกๆครั้งที่ถูกเฉือนขวานทอง
      เข่นฆ่ากันทำไม เราเป็นคนไทยด้วยกันทั้งผอง

      ไทยฆ่าไทย ให้ชาติอื่นครอง

      วิญญาณปู่จะร้องคุณลูกหลานจัญไร!

      ไทยฆ่าไทย ให้ชาติอื่นครอง

      วิญญาณปู่จะร้องคุณลูกหลานจัญไร!

เริ่มอยากเที่ยวอีกแล้ว

วันนี้ค้นหางานเก่าๆของลูกค้า ก็เลยไปเจอภาพเก่าที่เคยเก็บไว้  เป็นภาพที่ถ่ายเล่นตอนที่ยังเรียนปริญญาโทอยู่  ไม่น่าเชื่อเลยว่าผ่านมาตั้งนานแล้ว  ไม่ได้เที่ยวแบบลุยๆอีกเลย  บอกใครเขาว่าเราเป็นช่างภาพไม่ค่อยได้เที่ยว  คงรู้สึกว่าเป็นเรื่องแปลก  เคยเที่ยวเยอะ  แม้จะไม่เยอะมาก  เคยเที่ยวไกล  แม้จะไม่ไกลมาก  แต่ก็มากพอจะทำให้รู้ว่าการเดินทางก็เป็นเรื่องที่ควรทำ  เพราะจะได้พบได้เจออะไรใหม่ๆ

เพิ่มระบบแลนไร้สาย ให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ

เครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะวางไว้ในห้องทำงาน  ระบบเน็ตไร้สายอยู่ข้างนอกห้อง  ถ้าใช้โน๊ตบุ๊คก็ไม่มีปัญหา  สามารถใช้ wireless ในตัวมันเองเล่นเน็ทได้เลย  แต่คราวนี้เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ  จะซื้อแท่ง usb wireless มาใช้ ก็อาจจะใช้ได้กับเครื่องที่ลงวินโดส์เท่านั้น  แต่ผมตั้งใจว่าในห้องทำงานจะมีเครื่องที่เป็นระบบปฏิบัติการอื่นด้วย ไม่ว่าจะเป็น OSX ของแม็คอินทอช  หรือ Linux ตระกูลต่างๆ  แท่ง usb wireless อาจจะไม่สามารถทำงานได้ในระบบปฏิบัติการอื่นๆเพราะคงไม่มีไดรเวอร์ให้ใช้  การใช้งานเน็ตคงเหลือเพียงต่อผ่านสายแลนเท่านั้น

 

 

การต่อสายแลนจากห้องหนึ่ง ไปอีกห้องหนึ่งเป็นเรื่องยุ่งยากมาก  ต้องเจาะ ต้องเดินสาย  เสียเงินไม่น้อย  แถมยังเสียความสวยงามของบ้านไปอีก  อีกทางเลือกหนึ่งที่น่าจะแก้ปัญหาได้ดีก็คือ  ซื้อตัวรับส่งสัญญาณ wireless ที่มีช่องรับสายแลน  แล้วเอาตัวที่ว่านี้ไปต่อกับสายแลนในห้องทำงาน  ในส่วนของระบบไร้สายก็ให้มันไปเชื่อมต่อกับระบบไร้สายเดิมในบ้าน

 

 

ทุกอย่างที่ออกแบบไว้เป็นความสามารถที่มีอยู่ใน Airport Express ซึ่งเป็นอุปกรณ์ระบบ Wireless ตัวหนึ่งของ apple  เจ้าตัว Airport Express นี้มีหน้าที่เชื่อมต่อสายแลนแล้วแปลงให้เป็นระบบไร้สาย  ผมมีอุปกรณ์ตัวนี้อยู่ก่อนแล้ว 1 ตัว คือต่อไว้กับ Router Adls  เพื่อทำให้ในบ้านสามารถเล่นเน็ทไร้สายได้  ทำให้เครื่องแมคอินทอชที่ต่ออยู่กับทีวีสามารถใช้เน็ทได้  และพอผมเพิ่มเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะไว้ในห้องทำงาน  ผมเลยซื้อ Airport Express เพ่ิมอีกตัวหนึ่งเพื่อทำให้คอมพิวเตอร์ในห้องทำงานที่เป็นระบบสายแลนทั้งหมดสามารถเชื่อมต่อกับเน็ทในบ้านได้  งงไหม?

 

Airport Express ยังมีข้อดีที่เด็ดกว่านี้อีก  ถือว่าเป็นของแถมที่ชักชวนให้ซื้อยิ่งกว่าความสามารถหลักของมันเสียอีก  ไว้จะมาโม้ต่ออีกทีครับ

ออกแบบการทำงานของเว็บขายภาพ

เว็บขายภาพกำลังจะเสร็จแล้ว  ผมต้องเตรียมเครื่องคอมพิวเตอร์สองเครื่องสำหรับการทำงาน  เครื่องแรกเป็นเครื่องเซิร์ฟเวอร์เพื่อทำหน้าที่ประมวลผลภาพและฐานข้อมูล  และทำหน้าที่เก็บภาพทั้งหมด เครื่องที่สองเป็นเครื่องของพนักงาน  พนักงานจะทำหน้าที่ใส่ข้อมูลให้เซิร์ฟเวอร์  

 

รูปทุกรูปจะต้องถูกกรอกข้อมูลโดยพนักงาน  และส่งเข้าไปประมวลผลสร้างเป็นฐานข้อมูล เพื่อให้สามารถค้นหาด้วยคำที่ต้องการได้  การทำงานของพนักงานคงสามารถใส่ข้อมูล ได้ชั่วโมงละ 100 ภาพ วันนึงอาจจะทำได้สัก 500 ภาพ  ถ้าไม่ขี้เกียจจนเกินไป

 

 

การเตรียมข้อมูลภาพ จะเป็นหน้าที่ของช่างภาพ  จะต้องย่อภาพให้มีขนาดไม่เกิน 700จุด แล้วตั้งชื่อให้เป็นมาตรฐาน ซึ่งต้องไม่ซ้ำกับภาพที่เคยมี  เท่าที่ีคิดได้  ช่างภาพต้องทำตามนี้

1 นำภาพดิบทั้งหมดมาก๊อปปี้ลงฮาร์ดดิสก์ของเซิพเวอร์ ตั้งชื่อโฟลเดอร์และชื่อภาพให้ตรงมาตรฐาน

2 ก็อปปี้ไฟล์ภาพทั้งหมด แล้วย่อขนาดให้เล็กลงไม่เกิน 700จุด  แล้วเก็บไว้แยกเป็นโฟลเดอร์ใหม่

3 นำไฟล์ที่ได้จากข้อ 1 และ 2 ไปเบิร์นแผ่น DVD หรือ CD   ทำเป็นสำเนาเก็บไว้ 2 ชุด ใช่แผ่นคนละยี่ห้อ

4 จัดเก็บแผ่นสำเนาทั้งสอง ไว้ในแฟ้ม หรือ ชั้นวาง เขียนชื่อกำกับ ลงวันที่ เพื่อให้ง่ายต่อการค้นหา

5 เพิ่มรายชื่อแผ่นใหม่เข้าไปในทะเบียนข้อมูล  แผ่นทะเบียนข้อมูลเป็นกระดาษแยกไว้เป็นแผ่น หรือเป็นเล่ม เวลาค้นหาแบบไม่เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์  จะใช้วิธีการหาจากทะเบียนข้อมูล

 

 

สิ่งที่ต้องมี(หาซื้อ)

เครื่องคอมพิวเตอร์ 1 ชุด และ ฮาร์ดดิสก์ภายนอก 1 ตัว สำหรับทำงานข้อ 1

แผ่นดีวีดี 2 ยี่ห้อ รวมกัน 100 แผ่น  แผ่น CD 1 ยี่ห้อ 100 แผ่น   สำหรับทำงานข้อ 3

ซองใส่แผ่นซีดีที่สามารถร้อยห่วงได้  พร้อมแฟ้มห่วง และลิ้นชักเก็บเอกสาร เอาไว้ทำงานข้อ 4-5

สมุดจด 1 เล่ม เอาไว้ทำทะเบียนข้อมูล รายการนี้ไม่ต้องซื้อ ของเก่ามีเยอะแยะ

เครื่องคอมพิวเตอร์ของพนักงาน 1 เครื่อง อาจจะเป็นโน๊ตบุ๊ค  หรือ ใช้ของตัวเอง ทำเองแทนพนักงาน

รอให้มีรูปเยอะแล้วค่อยจ้างพนักงาน