good picture reproduction

ตลอดเวลาหลายปีที่เป็นช่างภาพ และเป็นคนทำงานเกี่ยวกับสิ่งพิมพ์ มีเรื่องยาขมเกี่ยวกับการอัดภาพหรือพิมพ์ภาพอยู่เรื่องหนึ่ง ก็คือภาพไม่สวย อาการไม่สวยคือสีแตกต่างไปจากสิ่งที่เห็นในจอเยอะมากๆ การเอาภาพดิจิทัลหรือแม้แต่ฟิล์มไปอัดภาพตามร้านอัดรูปก็เป็นสิ่งที่ต้องลุ้น ลุ้นว่าโทนสีจะออกมาแบบที่ต้องการหรือไม่ ถ้าอัดออกมาถูกใจก็ถือว่าโชคดี ถ้าอัดออกมาไม่สวย ก็จะรู้สึกแย่และเสียดายเงิน

เคยเบื่อหน่ายกับการอัดภาพตามร้าน สุดท้ายต้องซื้อเครื่องปริ๊นเตอร์อิงค์เจ๊ทมาพิมพ์เอง เสียเงินต่อเนื่องกับหมึกปริ๊นเตอร์และกระดาษสำหรับพิมพ์ มีบางช่วงเวลาเอาเครื่องปริ๊นเตอร์ไปต่อพ่วงกับระบบแท้งค์หมึก มีสายยางยืดออกจากขวดหมึกไปเจาะเข้ากับหัวพ่นหมึก ดูน่าเกลียด และบำรุงรักษายาก ในที่สุดเครื่องปริ๊นเตอร์ก็พังก่อนที่หมึกจะหมดขวดเสียอีก

คุณภาพของการพิมพ์ด้วยอิงค์เจ๊ทค่อนข้างต่ำ ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่สามารถเทียบกับร้านอัดรูปได้ เพราะการเกิดภาพของเครื่องอิงค์เจ๊ทจะแย่กว่าภาพที่ออกจากร้านอัดภาพโดยตรง สาเหตุก็เพราะการพิมพ์อิงค์เจ๊ทจะพ่นหมึกไปติดบนกระดาษ ภาพจะเป็นจุดๆไม่ค่อยสวย แต่ไปอัดภาพตามร้านก็ต้องไปเสี่ยงกับการปรับภาพมั่วไร้สามัญสำนึก ภาพไหนดูมืดก็จะโดนเร่งซะสว่าง ภาพไหนสีแปลกตาก็จะถูกปรับให้เปลี่ยนสีกลับมาเป็นสีที่ช่างอัดภาพคิดว่ามันดีกว่า สรุปแล้วมีเหตุผลแย่ๆหลายข้อทำให้การอัดภาพมักจะได้ภาพคุณภาพไม่ดี

เดี๋ยวค่อยต่อภาค 2

ไฟไหม้ ไฟไหม้ ไฟไหม้

อยู่ๆก็ได้กลิ่นแปลกๆ คนเริ่มมุงดู เลยออกไปดูบ้าง ก็เจอกับรถเมล์ จอดป้าย พร้อมควันสีดำปิดถนนมองทางไม่เห็น คนเริ่มมุงเยอะ ควันเริ่มเยอะ รถผมจอดอยู่ใกล้ๆเลยต้องรีบขับออกไปจอดไกลๆ แล้วก็หยิบกล้องท้ายรถมาถ่ายก่อนจะขับรถออกมา พอย้ายที่จอดจนแน่ใจว่าไม่เกะกะการทำงานของหน่วยกู้ภัย ก็เลยเปลี่ยนเลนส์ยาวๆหน่อย แล้วสะพายกล้องเดินกลับไปใกล้ๆที่เกิดเหตุ ถ่ายภาพไปเรื่อยๆ ไม่รู้จะเอาไปทำอะไรเหมือนกัน แต่ก็ถ่ายเก็บไว้ก่อน

ภาพจากกล้องโดฟ

กล้อง “โดฟ” เป็นกล้องพลาสติกตัวเล็ก แถมมากับแชมพู ใส่ฟิล์มแล้วกดชัตเตอร์อย่างเดียว ไม่ต้องโฟกัส ไม่ต้องวัดแสง ค่าแสงที่เหมาะกับมันก็คือ แสงแดดตอนกลางวัน ถ้าไม่มีแดดห้ามใช้เด็ดขาด แต่ถ้าแดดดี ก็ได้ภาพอย่างที่เห็น สีสันอาจจะไม่สดใสนักอาจจะเป็นเพราะฟิล์มที่เอามาใช้มันหมดอายุไปตั้งแต่ปี 2005 (ประมาณสามปีกว่าๆแล้ว)

หลังจากที่ได้ภาพมาแล้วก็เอาฟิล์มมาสแกนแล้วแต่งภาพต่อนิดหน่อยให้เป็นสไตล์โพลาลอยด์ มันก็ดูแปลกตาดี สวยแบบติดกลิ่นอาร์ต แม้จะไม่ถือว่าสวย แต่เหตุการณ์ในภาพสำคัญกว่า จะหม่น จะเปื้อน จะไม่ชัดบ้าง แต่สาระสำคัญยังอยู่ ก็ถือว่าเป็นภาพที่น่าเก็บไว้

Good Morning Phuket

ผมไปภูเก็ตหลายครั้ง เห็นแนวต้นยางมาหลายปีแล้วครับ แต่ไม่เคยได้มีโอกาสแวะถ่ายภาพในจังหวะเวลาที่สภาพแสงสวยเลย แต่เช้าวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2552 หลังจากรับรถเช่าที่สนามบิน ขับรถผ่านก่อนจะเข้าเมืองภูเก็ต ก็เจอแนวต้นไม้ ตัดสินใจแวะถ่าย ก้มๆเงยๆอยู่หานาที เลยได้ภาพนี้มา ใช้กล้องของคนอื่นเสียด้วย

เล่นแฟลชตัวที่สอง

การถ่ายภาพด้วยแสงแฟลชเป็นสิ่งที่เป็นยาขมกับการถ่ายภาพมานาน ยิ่งใช้แฟลชหลายตัวยิ่งเป็นปัญหา ยุคกล้องฟิล์มผ่านไป ดิจิทัลทำให้การเล่นกับแฟลชเป็นเรื่องง่าย เพราะไม่เปลืองฟิล์ม เห็นภาพทันที ทำให้การทดลองเป็นเรื่องง่ายดาย งานที่ใช้แฟลชหลายๆตัวเริ่มมีให้เห็นมากขึ้น

 

การใช้แฟลชหลายตัว หรือ บางคนเรียกว่าใช้แฟลชแยก ซึ่งอาจจะมีแค่ตัวเดียวหรือหลายตัวก็ได้ สิ่งที่ต้องมีคือขาตั้งแฟลชตัวที่มันแยกไปอยู่ไกลๆนั่นแหละ เอาแฟลชตัวแยก หรือตัวทีี่สองติดขาตั้ง ตั้งค่าให้แฟลชทำงานกระพริบตามแฟลชตัวอื่นๆ(ตัวที่ติดกล้อง)

ภาพตัวอย่างแรก ใช้กล้อง Panasonic LX3 เปิดแฟลชติดกล้องเป็นตัวสั่งการ แฟลชตัวที่สองอยู่บนขาตั้ง

ภาพตัวอย่างถ้าไม่มีแฟลชแยกที่ติดบนขาตั้ง กล้องก็จะยิ่งแฟลชไปถึงแค่ผนังด้านขวา ที่ไกลกว่านั้นแฟลชจะไปไม่ถึง พอมีแฟลชแยก เราก็จะจัดแสงได้หลากหลายยิ่งขึ้น

 

เลยลองเอาแฟลชตัวที่สองยิงเข้าด้านหลังแบบ น้องหมาเป็นนางแบบจำเป็นทำหน้าเบื่อๆ
ถ้าแสงด้านหลังมากไป ก็ปรับรูรับแสงของกล้องให้มีตัวเลขเยอะขึ้น จะได้รับแสงน้อยๆหน่อย หรือจะใช้วิธีไปตั้งแฟลชตัวที่สองให้ยิ่งกำลังไฟน้อยลงก็ได้

การยิงแสงมาจากด้านหลังจะทำให้มี”ริมไลท์” หรือ แสงขอบๆ รอบตัวแบบ แยกแบบให้ลอยเด่นจากฉากหลัง
แสงด้านหน้าแบบพอดีด้วยแฟลชติดกล้อง แสงด้านหลังตั้งให้เยอะๆไว้หน่อย ขอบขาวๆรอบๆจะได้เด่นๆ

ต่อมาลองย้ายแฟลชไปไว้ด้านซ้ายมือของคนถ่าย ให้แสงแฟลชตัวที่สองยิงเข้าแบบและยิงไปโดนผนังด้านขวาด้วย หน้าตานางแบบดูเบื่อๆพิกล  แต่ก็ต้องทนเพราะไม่กล้ากระโดดลงจากโต๊ะ

ลองเล่นแล้วสนุกดี  ต่อไปจะลองภาพแฟลชอีกหลายๆแบบ  มีเรื่องให้ลองอีกเยอะ….

พก Panasonic LX3 ไปเที่ยว

 

กล้องตัวเล็กอย่าง Panasonic LX3 ใช้งานได้ง่ายเหลือหลาย แค่หยิบขึ้นมาเล็งแล้วก็กดถ่ายๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ภาพสีแนวสดใส เลนส์ไวแสง f2.0 ให้ภาพเหมือนตาเห็น ถ่ายตอนกลางคืนก็สบายๆ ภาพไม่สั่น ไม่ต้องง้อขาตั้งกล้อง

 

 

ไปเที่ยวรอบนี้ตั้งใจพกกล้องไปเพียงตัวเดียว เพื่อตัดเรื่องความลังเลว่าจะใช้กล้องตัวไหนเพื่อเก็บภาพดี พอเราไม่ต้องคิดเรื่องอุปกรณ์ก็เลยมีเวลาใส่ใจกับองค์ประกอบภาพ อารมณ์ร่วมกับสถานที่ต่างๆทำให้เราถ่ายภาพได้ง่ายขึ้น

 

 

ตั้งโหมดของกล้องไปที่ระบบ Custom คือ เลือกใช้ระบบวัดแสงแบบ P ให้กล้องหาค่ารูรับแสงและสปีดอัตโนมัติ ตั้งค่า iso ไว้ที่ auto ถ้าแสงน้อยกล้องจะเพิ่ม iso ให้อัตโนมัติ เลือกโหมดบันทึกภาพเป็นชนิดสีสด+ขาวดำ ถ่ายครั้งเดียวได้ไฟล์ 2 แบบ

จัดไฟถ่ายแบบประหยัด

ผมได้ไอเดียมาจากเว็บฝรั่งรายหนึ่งเกี่ยวกับการดัดแปลงอุปกรณ์การถ่ายภาพ เลยเอามาทำใช้งานเองบ้างได้ผลดีน่าพอใจ ใครอยากไปดูไอเดียอื่นๆตามไปอ่านเว็บของเขาเลยที่ http://www.srtobist.blogspot.com

ผมเริ่มจากเอากล่องที่เหลือใช้ขนาดใหญ่ๆหน่อย เอามาตัดผนังออกสามด้าน แล้วติดกระดาษไข หรือกระดาษลอกลายก็ได้ ตอนถ่ายก็วางกระดาษขาวพาดเข้าไปอีกทีหนึ่ง ส่วนแสงแฟลชก็ใช้แฟลชสเลฟวางไว้ด้านข้าง ถ้าวางไว้ข้างซ้าย ก็จะมีเงาทอดไปทางขวาเล็กน้อย แต่เป็นเงานุ่มๆ ทำให้ภาพดูมีมิติ

ลักษณะการจัดแสงแบบนี้เหมาะกับการถ่ายภาพสินค้าต่างๆ ผมก็เลยลองเอาของมาถ่ายหลายๆอย่าง


นาฬิกาดูโบราณ เป็นแบบใส่ถ่าน ตั้งปลุกได้ กระดิ่งด้านบนจะตีเกิดเป็นเสียงปลุกนรกแตกตื่นแน่ๆ เรือนนี้ซื้อมา 199 บาทจากโลตัส


กระปุกแอ็ปเปิ้ล ข้างในเป็นลิปมัน อันนี้สาวบริจาคมาให้เพราะเห็นว่าปากแห้ง


กล้องสีเหลืองได้แถมมาจากการซื้อปริ๊นเตอร์เมื่อหลายปีก่อน เคยลองใส่ฟิล์มถ่ายแล้ว คุณภาพโอเค ไม่มีวัดแสง แต่สามารถใช้แฟลชเสียบได้ด้านบน ถ้าใช้แฟลชทุกรูปก็จะได้ค่าแสงที่พอดี ประมาณ f8 ความไว 1/125 ตอนที่ลองถ่ายภาพ ผมถ่ายได้ประมาณ 37 รูป ไม่เสียเลย


กล้อง Holga เป็นกล้องใช้ฟิล์ม 120 ให้ภาพขนาด 6x6cm ปรับโฟกัสได้นิดหน่อย แต่ไม่รู้ว่าชัดหรือไม่ชัด เป็นกล้องที่นิยมมากสำหรับกลุ่มเล่นโลโม่ ผมเคยลองแล้ว ภาพไม่สวยเลย แต่ไม่รู้มันมีเสน่ห์อะไรทำไมถึงฮิตกันเหลือเกิน ต่อแฟลชภายนอกได้เหมือนกันครับ ไม่เคยเอาไปลองจริงจัง


อันนี้เป็นแฟลชสเลฟอีกตัวหนึ่ง ซื้อมา 350 บาท ได้ขาตั้งเล็กๆมาด้วย ใส่ถ่าน 1 ก้อน สามารถต่อกับกล้องตรงๆเพื่อให้งานเป็นแฟลชติดกล้องได้ ถอดแยกไปวางก็จะกระพิบตามแฟลชตัวอื่นๆ


กล้องโดฟครับ ซื้อกล้องแถมครีมสระผม เคยเห็นวางขายในห้าง มีเฮ้าซิ่งคลุมไว้สำหรับถ่ายใต้น้ำ ยังไม่เคยลอง แต่ในเน็ทก็เห็นหลายเว็บที่มีภาพให้ดูว่ามันให้ภาพแบบไหน ดูแล้วก็ไม่ค่อยดีมาก แต่มันน่ารักตรงที่มันเป็นกล้องสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก ไม่ต้องวัดแสง ไม่ต้องโฟกัส หยิบถ่ายแทบไม่ต้องคิดอะไร แต่ต้องไปลุ้นเอาว่าจะได้ภาพไหม


พอได้อุปกรณ์จัดแสง ถ่ายอะไรก็ง่าย ดอกกุหลาบปากซอย 7 บาท ซื้อมาลองถ่ายเล่นๆ แสงในห้องทำงานไม่ได้สว่างมาก เลยไม่ได้ดึงกลีบดำๆไม่สวยออก ถ้าจะถ่ายงานสินค้าเหล่านี้ควรจะพิถีพิถันเรื่องความสมบูรณ์ของสิ่งที่เอามาถ่ายอย่างที่สุด ฝุ่นแค่เพียงเม็ดเดียวมักจะทำให้ภาพกลายเป็นภาพไม่สมบูรณ์ไปทันที


ฝุ่นทำให้ภาพไม่สวย


ลองเปลี่ยนมุมวางไฟ


ทิศทางแสงทอดเงามาด้านซ้ายเมื่อวางไฟด้านขวา


วางแฟลชสองด้านเลยซ้ายและขวา


ทำให้ได้ภาพไม่มีเงาด้านข้างแล้ว แต่เหลือเงาที่พื้นเล็กน้อย


เอากล้องตัวโปรดมาถ่ายเล่นเลย

วิธีป้องกันข้อมูลรั่วไหลที่ดีที่สุด

ถ้ามีคลิปลับส่วนตัวเก็บไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ ในมือถือ วิธีรักษาความลับที่ดีที่สุดก็คือทำให้มันตายไปซะ ถ้าเป็นสิ่งของก็ตามวิดีโอเลย แต่ถ้าเป็นคนล่ะ……

ทดสอบโพสท์จากที่บ้าน 23jan2009

อันนี้เป็นส่วนข้อความ

รูปลิงค์มาจากที่อื่น

การถ่ายไฟให้เป็นแฉก

เทคนิคการถ่ายไฟให้เป็นแฉกคือต้องใช้ขาตั้งกล้อง และรูรับแสงแคบๆ เวลาที่แสงเดินทางผ่านช่องเล็กๆ แสงจะค่อยๆฟุ้งออกเมื่อผ่านช่องแคบเหล่านั้น ถ้าช่องแคบเป็นรูปทรงหลายเหลี่ยม แสงที่ฟุ้งก็จะมีแฉกเท่ากับจำนวนเหลืื่ยมที่มันวิ่งผ่าน จำนวนเหลี่ยมในเลนส์แต่ละตัวอาจจะเป็น 5 เหลี่ยม 6 7 8 เหลี่ยม แล้วแต่การออกแบบ

ถ่ายเล่น เย็นวันอาทิตย์ กับเลนส์ 85/1.8

ภาพสาวในเวลาเย็นๆ  แดดแทบไม่มีแล้ว  ใช้เลนส์ 85/1.8  เปิดรูรับแสงกว้างสุดเลยได้สปีดที่ค่อนข้างสูง  ถ่ายภาพเป็น Raw แล้วเอาไปแปลงเป็น JPG ด้วยโปรแกรม photoshop CS2 เลือกค่า Vignet หรือ ขอบภาพดำเยอะๆให้ภาพดูตรงกลางเด่นๆ

เที่ยวเมืองโบราณ กับ ถ่ายนกที่บางปู

เมืองโบราณยุคปรับปรุงใหม่ รถวิ่งได้ครึ่งเดียว อีกครึ่งต้องเดิน หรือใช้จักรยานเท่านั้น เราก็เลยได้ดูของแค่ครึ่งเดียวเพราะขี้เกียจเดิน ถ้าจะไปให้ทั่วคงต้องใช้เวลาทั้งวัน ออกจากเมืองโบราณไปต่อบางปู ไปถ่ายนกนางนวล ถ่ายยากมาก ครึ่งชั่วโมงแรกสติแตก ไม่ได้ภาพเลย แทบหมดความพยายาม แต่พอเหนื่อย ได้แต่มองนกบิน เริ่มมองเห็นว่าจะถ่ายอย่างไร เริ่มเรียนรู้วิถีการบิน เริ่มรู้จังหวะ แล้วก็เริ่มได้ภาพ