ถ่ายภาพหยดน้ำด้วยแฟลช

หลายวันก่อนมีเพื่อนมาซื้อแฟลช ผมมีหลายตัว เลยแบ่งขายออกไป ก่อนจะขายก็เอามาลองว่าใช้งานได้ปกติไหม ผลก็คือปกติดี ใช้งานได้ทุกฟังค์ชั่น เพื่อนขอให้ช่วยสอนวิธีใช้นิดหน่อย คำถามท้ายๆคือ แฟลชทำงานไม่ไว ผมก็เลยสาธิตถ่ายภาพด้วยความเร็วชัตเตอร์สูงๆให้ดู คือจะบอกเพื่อนว่ามันทำได้ แต่ที่เขาไปได้ยินมาว่าความไวมันจะไม่สูงเพราะแหล่งข่าวของเขาใช้งานไม่เป็น ก็เลยสาธิตถ่ายภาพหยดน้ำให้เขาดู


ภาพแรก ความไวชัตเตอร์ 1/4000 วินาที ทุกอย่างดูเหมือนไม่ได้เคลื่อนไหว


ภาพที่สองลองใช้ความเร็วชัตเตอร์แค่ 1/200 วินาที มันก็หยุดการเคลื่อนไหวของหยดน้ำได้เหมือนกัน แต่ภาพนี้ลองปรับไวท์บาลานซ์ให้เป็นค่าทังสเตน เพื่อให้ค่าสีมันเพี้ยนไปนิดหน่อย ก็เลยได้ภาพคนละสีกับภาพแรก

ริมผาลาภิณ ร้านอาหารบรรยากาศดี

ในบ่ายวันหนึ่งซึ่งเป็นวันหยุดของคนส่วนใหญ่ หลังจากไปรับแฟนจากที่ทำงานแล้ว ก็ว่างกันทั้งคู่ เลยตั้งใจว่าจะขับรถไปกินกันไกลๆหน่อย นึกถึงพัทยาขึ้นมาก็เลยขับรถไปเลย ออกจากกรุงเทพบ่ายสามโมง ใช้เวลาประมาณ 100 นาที ก็ไปถึงพัทยา ผมเลือกใช้เส้นทางบางนาตราด ขึ้นทางด่วนยาวๆ ไปลงชลบุรี ซึ่งไม่เสียค่าทางด่วนเพราะรัฐบาลยกเว้นให้เป็นโปรโมชั่นช่วงสงกรานต์

ลงจากทางด่วนยาวๆ เลี้ยวซ้ายเข้าถนนบายพาส(จำเขามา) ถนนทำดีมากแล้ว เป็นถนนสี่เลนส์ตลอดสาย ซึ่งแตกต่างไปจากสิบปีที่ผ่านมา ผมไปพัทยาบ่อย แต่ละครั้งก็ใช้เวลาต่างกันลิบลับ เคยไปได้เร็วเหมือนกันตอนถนนสองเลนส์ยังไม่ก่อสร้างอะไร เคยใช้เวลาสี่ชั่วโมงตอนที่มันก่อสร้างเยอะๆ รถบรรทุกวิ่งกันช้าๆ การเดินทางไปพัทยาในอดีตเป็นเรื่องที่กำหนดเวลายาก แต่ตอนนี้ดีแล้ว ขอให้อย่าสร้างอะไรเพิ่มเติมเลย

เดินถนนบายพาสจะวิ่งไปชนพัทยาที่บริเวณก่อนถึงนาเกลือ แล้วก็วิ่งไปสุขุมวิทเข้าพัทยา เหนือ กลาง ใต้ กว่าจะถึงพัทยาใต้ ต้องผ่านชุมชน ผ่านไฟแดงหลายจุด รถเริ่มติดเพราะนักท่องเที่ยวเยอะมาก แต่ถนนบายพาสส่วนต่อขยายเขาทำไปชนกับพัทยากลาง ทำให้ออกจากบายพาสแล้วถึงพัทยากลางทันที ลดเวลาลงไปได้เยอะ คิดดีทำดี แต่น่าจะต่อให้เลยไปถึงพัทยาใต้หรือจอมเทียนไปเลยก็จะดีกว่านี้

ร้านอาหารที่จะไปกินกันชื่อ “ริมผาลาภิณ” เป็นร้านริมทะเล อยู่บนหน้าผา มีทางเดินลงไปไปเหยียบน้ำทะเลได้ ตัวร้านแต่งได้สวยน่ารัก บรรยากาศดีมากสำหรับอาหารมื้อโรแมนติก ผมเชื่อว่าเป็นร้านที่ดูดีที่สุดในพัทยา ณ เวลานี้ (ปี 2553) ทุกคนที่ไปก็จะต้องมีกล้องถ่ายรูปติดไปด้วยทุกโต๊ะ ผมไปถึงประมาณห้าโมงเย็น แดดยังร้อนอยู่ พบว่าโต๊ะเต็มแล้วทั้งๆที่มีคนนั่งแค่สองโต๊ะ พนักงานบอกว่าเป็นโต๊ะจองทั้งหมด พนักงานเสนอให้นั่งโต๊ะไหนก่อนก็ได้ เพราะแขกจองส่วนใหญ่จะมาหลังหกโมงเย็น ผมมีเวลากินจนอิ่มแน่นอน

เลือกโต๊ะในร้านแล้วก็กินไปเรื่อยๆ รอเวลาแดดเบาลงแล้วค่อยย้ายโต๊ะไปนั่งด้านนอก ตำแหน่งริมหน้าผาจะเป็นจุดชมวิวอย่างดี กล้องถ่ายรูปตัวใหญ่ไม่ได้ติดมาเพราะว่าย้ายกระเป๋ากล้องออกจากรถไปเสียก่อนเพื่อเตรียมตัวขายรถออกไป กล้องที่มีติดตัวอยู่เลยมีแค่กล้องตัวเล็กติดเอวอยู่ กับมือถือที่ถ่ายรูปได้บ้าง

ภาพจากกล้องมือถือดีกว่าที่คิด แดดสวย วิวสวย กล้องก็เก็บภาพสวยๆกลับมาได้เหมือนกัน มือถือซัมซุงรุ่น monte มีกล้องสามล้านพิกเซล โฟกัสตายตัว คือชัดทั้งภาพ ชัดตั้งแต่ระยะ 1 เมตรไปจนถึงอินฟินิตี้ เหมาะกับการถ่ายคนคู่กับวิว แต่จะถ่ายอาหารใกล้ๆไม่ได้ภาพเบลอแน่นอน ลูกเล่นของมือถือเครื่องนี้คือมี GPS อยู่ในตัว ทำให้สามารถใส่พิกัดแนบติดไปกับภาพได้ พอเอาภาพไปเปิดดูด้วยโปรแกรม picasa ก็จะสามารถคลิกเพื่อเปิดแผนที่ได้เลยว่าภาพนี้ถ่ายมาจากที่ไหน และสามารถส่งแผนที่ให้คนอื่นเดินทางตามไปได้สบายๆ ไฮเทคจริงๆ

กินอาหารอิ่ม ถ่ายภาพเล่นๆ ดูบรรยากาศ ดูพระอาทิตย์ตก อิ่มท้อง อิ่มใจ เดินทางกลับ ออกจากพัทยาประมาณหนึ่งทุ่ม ส่งแฟนกลับบ้าน กลับถึงบ้านตัวเองประมาณสี่ทุ่ม

บางภาพใช้มือถือซัมซุง บางภาพใช้กล้องดิจิทัลตัวเล็กโกดัก

ถ่ายรูปงานมอเตอร์โชว์ครั้งที่ 31 ที่ไบเทค บางนา

งานมอเตอร์โชว์ครั้งที่ 31 จัดที่ไบเทค บางนา กำหนดเปิดวันที่ 26 มีนาคม 2553
ผมไปถ่ายภาพก่อนเปิดงาน 2 วัน คือวันแรกสำหรับแขก VIP และวันที่สองสำหรับสื่อมวลชน
รถเยอะ รถสวย รถถูก รถแพง มีให้ดูกันลายตา
สาวสวยก็เยอะไม่แพ้กัน

motorshow24-25mar2010-dpp-small-all

honda freed โฆษณาแบบนี้ไม่ซื้อได้ไง

กำลังมองหารถคันใหม่อยู่ โจทย์คือต้องเป็นรถอเนกประสงค์ ใส่ของได้เยอะ คนนั่งได้เยอะก็ดี ผู้ใหญ่ควรจะขึ้นลงสบาย เพราะพ่อแม่เริ่มแก่แล้ว พ่อก็ป่วยอาจจะต้องเข้าออกโรงพยาบาลบ่อยขึ้น ในใจก็มี Honda crv ซึ่งอยากได้มาหลายปีแล้ว เพราะความสวยและมีช่องใส่กระป๋องน้ำค่อนข้างเยอะ ส่วนตัวเลือกใหม่ที่มาแรงและน่าสนใจมากก็คือ Honda freed ซึ่งเป็นรถแวนนั่งได้ 3 แถว และประตูเปิดข้างแบบไฟฟ้า ซึ่งคล้ายรถตู้ราคาแพง เพ่ิมเริ่มค้นหาข้อมูลไปเรื่อยๆก็มาเจอโฆษณาตัวนี้ และรู้สึกว่า เราเหมือนเป็นพระเอกโฆษณาในนั้น เลยต้องตั้งคำถามว่า ไม่ซื้อได้ไง

ประตูเปิดข้างแบบสไลด์ สั่งเปิดและปิดด้วยไฟฟ้า ห้องโดยสารสามารถเดินทะลุจากที่นั่งคนขับไปถึงที่นั่งแถวหลังสุดได้ ขนของได้เยอะ ใส่จักรยานได้ ซึ่งก็คงใส่รถเข็นคนไข้ได้เหมือนกัน อุปกรณ์กล้อง และชุดไฟสำหรับการถ่ายรูปก็คงไม่มีปัญหา ไม่ซื้อได้ไง

ไปดูตัวจริงมาแล้วที่โชว์รูป มีหลายรุ่นย่อย รุ่นท็อปแถม GPS ที่สามารถเล่นเพลงและรับวิทยุได้ ยี่ห้ออะไรก็ไม่รู้ แต่เดาว่าคุณภาพเสียงคงไม่ดี ส่วนรุ่นถูกสุดกับรุ่นกลางจะแถมเครื่องเสียงคนละแบบกับตัวท็อป ก็คือแถม kenwood ไม่มี GPS ดูหน้าตาและพิจารณาถึงยี่ห้อแล้ว มีแนวโน้มว่าจะเสียงดี แถมสามารถเสียบ flash drive ที่่ช่องด้านหน้าได้เลย สะดวกมากสำหรับการก็อปปี้ไฟล์เพลงแล้วเอาไปเปิดฟังในรถ แถมยังมีช่องเสียบ Aux ที่ด้านหน้าอีกต่างหาก ซึ่งจะเอามาใช้กับ iPod ก็ได้ไม่มีปัญหา แค่นี้ก็รู้สึกว่าน่าใช้กว่ารุ่นที่มี GPS เสียแล้ว เพราะไม่รู้เลยว่าไอ้เครื่อง GPS ที่มันสามารถเล่นเพลงได้ มันมีคุณภาพเสียงแบบไหน … เดาๆๆๆๆๆๆๆ เดาว่าไม่ดีหรอก เพราะไม่รู้ว่ามันยี่ห้ออะไรเสียด้วยซ้ำ โนเนมสุดๆ

ทดสอบเพ่ิมเติม กล้อง LX3

กล้อง panasonic รุ่น lx3 ที่เคยยืมเพื่อนมาทดสอบ ตอนนี้ได้ข่าวว่ามีเฟิร์มแวร์ตัวใหม่ออกมา เมื่ออัพเดทแล้วจะทำให้กล้องมีความสามารถสูงขึ้น และมีลูกเล่นบางอย่างเพิ่มขึ้นด้วย ที่เจ้าของผลิตภัณฑ์โม้ไว้ว่ามีอะไรบ้างนั้นผมจำไม่ได้เลย แต่ที่ทดสอบจริงและจำได้ว่ามันมีอะไรที่เปลี่ยนไปบ้างก็มีอยู่สองอย่าง คือมีอัตราส่วนภาพแบบ 1:1 ซึ่งเป็นการเลียนแบบภาพที่ได้จากฟิล์ม 6×6 บนกล้องมีเดียมฟอร์แมทต์ ซึ่งใช้ฟิล์ม 120

กับอีกความสามารถหนึ่งที่โดดเด่นมากๆก็คือ กล้องสามารถถ่ายภาพในโหมด HDR ได้ คือให้ไดนามิคเร้นจ์ที่ค่อนข้างกว้าง คือให้ภาพในส่วนมืดและสว่างมากๆในภาพเดียวกันได้โดยไม่สูญเสียรายละเอียดไป

ดูตัวอย่างกัน

ภาพนี้ถ่ายในรถแท็กซี่คันหนึ่งที่ผมนั่งอยุ่ ไปจอดติดไฟแดงอยู่แถวถนนสุรวงศ์ หยิบกล้อง lx3 ที่มีเฟิร์มแวร์ 2.1 ตัวใหม่ออกมาถ่ายภาพ ใช้โหมดการถ่ายภาพแบบปกติ ภาพที่ได้ก็จะเห็นวิวนอกรถมีค่าแสงพอดี ส่วนบริเวณที่อยู่ในรถและหลังคารถแสงค่อนข้างน้อย แทบจะกลายเป็นสีดำสนิทในภาพอยู่แล้ว แบบนี้เรียกว่าโหมดปกติ เก็บค่าแสงไม่กว้างมาก

จากนั้นก็ปรับกล้องให้อยู่ในโหมด HDR เพื่อทำให้กล้องเก็บภาพได้แสงกว้างที่สุด ก็จะได้ดังภาพตัวอย่างที่สองนี้ ภาพวิวด้านนอกยังคงเท่าเดิมอยู่ เพราะกล้องวัดแสงได้ค่าเดิม แต่สิ่งที่ได้เพ่ิมขึ้นมาก็คือ ภาพภายในรถซึ่งมีแสงน้อย จะมองเห็นรายละเอียดอื่นๆที่เคยอยู่ในเงามืดได้อย่างครบถ้วน ภาพเพดานรถที่เคยดำมืดกลับเห็นเป็นสีเทาเหมือนกับว่าภาพสว่างขึ้น หรือถ่ายภาพโดยการเปิดรับแสงให้นานขึ้น แต่จริงๆแล้วค่าแสงที่กล้องถ่ายยังเป็นค่าเดิมอยู่

นี่คือความสามารถของโหมด HDR ที่อยู่ในกล้อง panasonic lx3 รุ่นอัพเดทเฟิร์มแวร์แล้ว จบการทดสอบครับ

ถ่ายสินค้าอีกแล้ว

มีงานถ่ายสินค้าเข้ามา เป็นร้านฟาสท์ฟู้ดแห่งหนึ่ง กำลังจะทำแฮมเบอร์เกอร์ขาย ก็เลยต้องถ่ายภาพชิ้นงานเพื่อเอาไปทำใบปลิว รับงานนี้ด้วยความเป็นกันเอง แล้วก็ขนอุปกรณ์ไม่มากไม่น้อยไปถ่ายให้เขา

เริ่มด้วยอุปกรณ์จัดแสง ใช้กล่องใบเดิมที่ใช้งานบ่อยๆเป็นหลัก จัดแสงใช้ไฟแฟลชส่องด้านซ้ายและขวา แสงแฟลชใช้ตัวส่งสัญญาณวิทยุ ปรับกล้องไว้ที่ iso100 รูรับแสงประมาณ f11 เลนส์ tamron 28-75 f2.8 กล้อง Eos5d แฟลชตัวนึงเป็น nikon อีกตัวเป็น canon ซึ่งทั้งสองตัวตั้งค่ากำลังไฟไว้ที่ 1/8


ลองถ่ายสินค้าตัวอื่นๆก่อนเพื่อดูลักษณะภาพ ขวดซอสสีเข้มดูเด่นมากเมื่อถ่ายด้วยกล่องจัดแสงแบบนี้


สินค้าจริงๆก็หน้าตาเป็นแบบนี้ ภาพชุดนี้มีข้อเสียและจุดต้องเอาไปปรับต่ออีกนิดหน่อย คือผักที่เอามาใช้ไม่มีสีเขียวสดแบบที่เคยเห็นตามร้านค้าอื่นๆ จริงๆแล้วอาหารประเภทแฮมเบอร์เกอร์ควรจะใช้ผักกาดหอม(ไม่รู้เรียกถูกรึเปล่า) มาประดับเป็นส่วนประกอบในภาพ เพื่อจะได้ความเขียวที่สดสวยกว่าสภาพจริง แม้ว่าในอาหารที่ขายจริงจะใช้ผักกาดแก้วซึ่งสีจืดกว่าก็ตาม เพราะผักสีจืดมันถ่ายออกมาไม่ค่อยสวย คงต้องเอาไปรีทัชอีกมากเพื่อเปลี่ยนสีผัก


พอถ่ายภาพงานหลักเสร็จแล้วก็มีของแถมกันเล็กๆน้อยๆตามประสาคนกันเอง ไอศครีมพร้อมวัฟเฟิ่ลแบบยาวเป็นตัวอย่างอาหารที่กำลังวางแผนว่าจะทำออกมาขาย ภาพเหล่านี้ถ่ายเอาไว้ใช้ในที่ประชุม กว่าจะเป็นผลงานที่ทำขายจริงๆอาจจะอีกหลายเดือน

ถ่ายภาพดอกไม้

พี่สาวของแฟนกำลังหัดจัดดอกไม้อยู่ พอจัดได้บางแบบก็อยากจะถ่ายภาพเก็บไว้ เห็นตัวอย่างงานแล้ว เอากลับมาถ่ายที่บ้านดีกว่า เพราะอุปกรณ์พร้อมกว่า

วางดอกไม้บนโต๊ะ มีแสงส่งเข้าห้องทางด้านบน ผนังห้องสีสวยทาเต็มพื้นที่กะเอาไว้ใช้งานสารพัดประโยชน์
วัดแสงพอดีทั้งภาพ กล้อง Eos5d เลนส์ Tamron 28-75/2.8
เลยได้ภาพแบบนี้

เพิ่มเติม อีกวันต่อมามีงานเสร็จเพิ่มขึ้น ก็ถ่ายอีกครั้ง
แต่คราวนี้่ถ่าย ณ ที่จริง ไม่ได้ขนกลับมา
จัดไฟสองดวง วางซ้ายขวา ใช้แฟลชไร้สาย ร่มสองตัววางพื้น

ได้ภาพแบบนี้

งานแต่งแบบโล่งๆ

เดือนมกราคมที่ผ่านมาไปถ่ายรูปงานแต่งงานมาสองงาน หนึ่งในสองเป็นงานของเพื่อนที่รู้จักกันมาหลายปี เขาให้ไปช่วยถ่ายก็ไป งานจัดทึี่โรงแรมมาริอ็อต บุคโล ซึ่งถือว่าอยู่ใกล้บ้านมากๆ ด้วยความที่เป็นโรงแรมริมแม่น้ำ เลยมีพื้นที่ริมน้ำให้จัดงาน และงานก็ออกมาดูดีน่าประทับใจ ภาพที่ถ่ายกลับมาประมาณสี่ร้อยภาพ มีภาพที่ชอบไม่กี่ภาพเอง

เดินผ่านสยาม

วันที่ได้ไปติดต่องานที่พาราก้อน เดินผ่านแถวนั้นได้ภาพมาหลายภาพ มีบางภาพก็ตั้งใจถ่ายให้ดูเหมือนแนวเสียดสีสังคม ถ้าเป็นฟิล์ม เป็นกล้องไลก้า และเป็นช่างภาพอยากดัง ก็คงจะเอามาจัดแสดงภาพเป็นแกลอรี่ หรือเอาไปตีพิมพ์ แต่บังเอิญเป็นแค่คนพกกล้องถ่ายรูปเล่นๆ เลยไม่รู้จะเอาไปทำอะไรต่อดี


ขอสวมวิญญาณช่างภาพปากสว่างสักหน่อย
“ภาพนี้ตั้งใจถ่ายให้เห็นความแตกต่างและความเป็นไปของชีวิตในเมือง สยามสแควร์เป็นแหล่งแฟร์ชั่นฟุ้งเฟ้อ เต็มไปด้้วยข้าวของเครื่องใช้ที่ไม่จำเป็นต่อชีวิต เป็นแหล่งดูดเงินที่สำคัญระดับต้นๆของประเทศ หน้าร้านขายคอมพิวเตอร์ยี่ห้อแอปเปิ้ลซึ่งเป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่มีราคาแพงกว่ายี่ห้ออื่น คนที่ใช้คอมพิวเตอร์ของแอปเปิ้ลมักจะเป็นคนที่ยอมจ่าย เลือกที่จะจ่ายเพียงเพื่อความดูดีเป็นหลัก สาวน้อยที่เดินผ่านไปบนฟุตบาตก็เป็นชีวิตหนึ่งที่เร่ร่อนอยู่ในโลกของความงาม ในขณะเดียวกันขอทานพิการก็เลือกที่จะมาทำมาหากินบนถนนแฟร์ชั่นนี้เช่นกัน”
เป็นไง เน่า และไร้สาระ ไม่พล่ามซะยังดีกว่า ปล่อยคนดูคิดเองคงเป็นหนทางที่ดีที่สุด

ถ่ายภาพโคมไฟ

มีเพื่อนไหว้วานให้ถ่ายภาพโคมไฟ แต่กว่าจะว่างก็ผ่านไปหลายวัน โคมไฟประเภทนี้เคยเข้ามาบุกตลาดในประเทศไทยเมื่อเกือบสิบปีก่อน ตอนนั้นเป็นความแปลกใหม่ หวือหวา โดยเฉพาะมันถ่ายรูปแล้วสวยมาก แต่ในตอนนั้นก็ไม่เป็นที่นิยม ไม่เข้าใจว่าเพราะอะไรเหมือนกัน

ผ่านไปหลายปี เห็นเงียบไปแล้ว แต่อยู่ๆก็เห็นเพื่อนเอามาขาย เขาบอกว่ามันเริ่มได้รับความนิยมในรีสอร์ทและโรงแรม ร้านอาหาร ไม่ค่อยมีใครซื้อไปประดับบ้าน แต่เจอได้บ่อยมากตามที่ท่องเที่ยว และเขาก็เอามาขายเจ้าของสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เห็นว่ามียอดขายที่น่าสนใจเหมือนกัน คือขายได้เรื่อยๆและขายได้บ่อยขึ้น ก็เลยเป็นที่มาของการถ่ายภาพในครั้งนี้

ทีแรกก็นึกไม่ออกว่าจะถ่ายยังไง เอาไปวางไว้ในที่ค่อนข้างมืด เปิดไฟ หาขาตั้งมาแขวน ปรับกล้องให้วัดแสงพอดีที่ตัวโคมไฟเลย ก็ได้ภาพโคมไฟสวยบนพื้นสีดำ เพราะว่าสภาพแสงที่อยู่บนผนังน้อยมากเมื่อเทียบกับผิวโคมไฟ ผนังก็เลยมืด

เห็นว่าผนังมืดเกินไปเลยไปเอาสป็อตไลท์มาเปิดส่งสว่างให้กับผนังด้วย โดยการเปิดสป็อตไลท์ไปที่เพดาน ให้เพดานทำหน้าที่สะท้อนแสงลงมา แสงที่อยู่ในภาพจะได้นุ่มนวล ก็เลยได้มาอีกภาพหนึ่งที่เห็นพื้นผนัง ค่าแสงที่ถ่ายเป็นค่าเดิมที่ใช้ถ่ายตอนผนังมืด การเปิดสป็อตไลท์ช่วยก็ไม่ได้ปรับหน้ากล้องตามค่าแสงใหม่ ทำให้ภาพทั้งภาพดูสว่างขึ้น งงไหม?

สรุปแล้วโคมไฟแบบนี้ถ่ายไม่ยาก แค่จัดอุปกรณ์ตามแบบ

ไปถ่ายรูปงานรับปริญญา

สักเดือนก่อนมีน้องคนหนึ่งโทรมาถามเรื่องถ่ายรูป จะให้ไปถ่ายรูปงานรับปริญญา สอบถามได้ความว่าจบ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ รับที่ศูนย์ประชุมสิริกิติ์ ที่แรกที่คุย จำว่าชื่อน้อง หลิน แต่วันที่โทรคอนเฟิร์ม กลายเป็นน้องเอ๋ ไม่รู้ว่าอะไรทำให้สับสน สรุปว่าชื่อน้องเอ๋ หน้าตาเป็นยังไงก็ยัังไม่รู้ แค่จำได้ว่าเคยถ่ายรูปน้องเขาในงานแต่งงงานครั้งหนึ่งของลูกค้า

วันถ่ายภาพ ตรงกับวันตรุษจีน ผมนั่งแท็กซี่ไปศูนย์ประชุมฯ เพราะไม่มั่นใจว่าจะจอดรถได้ ไปถึงก่อนเวลานัด ของที่เตรียมไปก็มีแค่กระเป๋าเดียว ไม่ค่อยมั่นใจสักเท่าไหร่ เพราะไม่มีอุปกรณ์สำรองเลย ทุกทีจะมีอุปกรณ์ต่างๆจำนวนมากอยู่ท้ายรถ แต่วันนี้มาแท็กซี่่เลยขนได้แค่กระเป๋ากล้องใบเล็กใบเดียว

แต่เหตุการณ์ก็ผิดคาด คนมางานรับปริญญาไม่เยอะ คงเป็นเพราะเป็นเทศกาลตรุษจีน เพราะแม้แต่ญาตของบัณฑิตเองก็ไม่มา โชคดีที่พ่อแม่ของน้องบัณฑิตยอมมาร่วมงาน แต่ก็ต้องรอให้ไหว้เจ้าเสร็จเสียก่อน เลยมาได้ถ่ายรูปครอบครัวพร้อมหน้ากันตอนก่อนเดินเข้าห้องประชุมแค่ห้านาที

ที่จอดรถเหลือเยอะมาก น่าเสียดายที่ไม่ได้เอารถมาด้วย ทำให้ต้องเสียค่ารถแท็กซี่ไปกลับรวมสองร้อยกว่าบาท ได้ค่าเหนื่อยไม่เต็มที่ ไม่เป็นไร นานๆที เพราะถ้าไม่ใช่คนรู้จัก ก็คงจะเรียกค่าแรงแพงกว่านี้

อุปกรณ์ที่ใช้ก็คือ กล้อง Eos5d เลนส์ 70-200/2.8 เกือบตลอดเวลา แฟลช 550ex มีบางช่วงที่ใช้ tamron 28-75/2.8

ดอกไม้ริมทาง

ที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งบนถนนราชพฤกษ์ หลังจากที่แวะซื้อกาแฟเย็นแก้วหนึ่งเรียบร้อยแล้ว ตอนเดินมาขึ้นรถบังเอิญเห็นว่ามีพุ่มไม้ดูสดใส สดชื่น เลยหยิบกล้องตัวเก่งที่หนีบไว้ข้างเอวแทบตลอดเวลาขึ้นมาถ่าย กล้องโกดักรุ่น C140 คอมแพ็คที่ใช้งานจนคุ้นมือ ปรับโหมดออโต้ทุกอย่าง แล้วก็ถ่ายดอกไม้ ใบไม้ เก็บไว้ทำสต๊อค เผื่อได้ใช้ทำงานพิมพ์ เผื่อได้ใช้ทำโปสการ์ด เผื่อมีประโยชน์