แวะไปส่งของที่วัด

วันนี้ผมมีนัดไปส่งงานพิมพ์ให้กับลูกค้าท่านหนึ่งที่กำลังจะจัดงานในวัดเบญจมบพิตร วัดแห่งนี้เป็นวัดที่มีความสวยงามระดับหัวแถวของกรุงเทพ อุโบสถหินอ่อนเป็นจุดเด่นที่ทำให้นักท่องเที่ยวต้องแวะมาถ่ายรูป และวัดนี้มีกิจกรรมทางศาสนาบ่อยครั้ง ลูกค้าผมก็จัดงานในวัดนี้เป็นประจำ

DSC05875
Sony Zv-1F

ผมเลือกแวะมาส่งด้วยตัวเองไม่ใช้ลูกน้องเพราะว่าอยากมาเดินถ่ายภาพ จำได้ว่าวัดเบญฯเป็นวัดที่ถ่ายภาพสวย เป็นบทเรียนอีกบทหนึ่งของช่างภาพสมัครเล่นที่ควรจะแวะมาเก็บภาพที่นี่ มีภาพวัดเบญฯที่สวยงามมากในอินเทอเน็ต เราจะเห็นมุมสวยที่ช่างภาพมืออาชีพถ่ายเอาไว้ เราสามารถเดินตามรอยและหัดถ่ายตามได้ ไปยืนในจุดที่ช่างภาพเก่งๆเคยมายืนถ่ายเราจะรู้ว่าช่างภาพมือโปรเขาเลือกมุมอย่างไร

DSC05865
Sony Zv-1F

สิ่งที่ชอบอีกเรื่องหนึ่งของวันนี้คือผมเพิ่งรู้ว่าหน้าวัดเบญฯ มีทางข้ามถนนที่เป็นทางลอดใต้สะพาน ในอดีตผมไม่เคยรู้เลยว่ามีทางแบบนี้ ไม่รู้ว่าสร้างตั้งแต่ปีไหน แต่ได้ทดลองใช้แล้วมันเจ๋งมาก มันสวย มันดูดี มันดูเหมือนต่างประเทศมากๆ

DSC05851
DSC05848

ทำให้ผมนึกขึ้นได้ว่าครั้งหนึ่งเคยมาเดินถ่ายรูปเล่นที่นี่แล้วในยุคที่ใช้กล้องฟิล์ม ตอนนั้นใช้กล้อง Canon Eos50 พร้อมเลนส์ Canon 35f2 ใช้ฟิล์มสไลด์ Fuji Velvia

slide-img106

slide-img105

รีวิวเลนส์​nikon 16mm f2.8 fisheye

ในตอนที่หัดถ่ายภาพ การเลือกซื้อเลนส์เพื่อใช้หัดถ่ายภาพจะค่อยๆสะสมซื้อเพิ่มทีละตัว เลนส์ติดกล้องที่แถมมาก็มักจะเป็นเลนส์ซูมช่วง 35-70 28-70 28-105 24-85มม ซึ่งเลนส์ซูมเหล่านี้จะราคาไม่แพงและใช้งานได้หลากหลายตั้งแต่หัดถ่ายจนไปถึงการรับงานถ่ายภาพได้เลย เลนส์ตัวที่2 สำหรับคนหัดถ่ายหรือช่างภาพมือใหม่ก็มักจะเป็นช่วงเทเลซูม โดยมากก็จะเป็นเลนส์ 70-200 70-300 75-300มม

เลนส์ตัวที่ 3 ของช่างภาพสมัครเล่นกึ่งจริงจังจะเริ่มหาเลนส์เดี่ยวหน้าที่พิเศษ มักจะเป็นเลนส์ถ่ายพอร์ตเทรดอย่างเลนส์ 85มม. หรือ เลนส์มาโครใช้ถ่ายภาพระยะใกล้มากอย่างเลนส์ มาโคร100 หรือ 50มม. คนที่ชอบเลนส์ไวแสงก็อาจจะมีเลนส์ 50 1.4 ติดกระเป๋าอีกตัวหนึ่ง

เลนส์ fisheye จะแทบไม่อยู่ในความสนใจของช่างภาพทั่วไปเลย เพราะเป็นเลนส์ที่ให้ภาพบิดเบี้ยวเหมือนเป็นมุมมองของปลา เลยเรียกว่าเลนส์ตาปลาซึ่งก็เป็นการแปลอย่างตรงตัว fish eye เป็นเลนส์ที่ให้ความบิดโค้งของภาพสูงมาก มุมรับภาพกว้างมาก การใช้งานเลนส์ fisheye ถ่ายภาพมีคำบอกเล่าต่อๆกันมาว่าระวังถ่ายแล้วติดขาตัวเองเข้าไปในภาพด้วย ผมไม่เคยเข้าใจคำกล่าวนี้เลย จนมีโอกาสได้ใช้เลนส์ตาปลาหรือ fisheye ด้วยตัวเองจริงๆ

https://byjus.com/physics/fisheye-lens/

เลนส์ fisheye มีจุดกำเนิดมาจากนักวิทยาศาสตร์ในยุคปี คศ 1906 ที่ต้องการถ่ายภาพท้องฟ้าให้เก็บรายละเอียดทุกอย่าง มุมรับภาพจึงต้องทำได้ 180 องศา หรือเก็บภาพบนบกและท้องฟ้าทั้งหมดไว้ในภาพเดียวนั่นเอง ลักษณะภาพที่ได้จะมีขอบเขตรูปภาพเป็นวงกลม คือขอบภาพจะบิดโค้งมากๆนั่นเอง แต่กว่าจะมีการผลิตจริงก็ในอีกหลายสิบปีต่อมา และบริษัทที่ผลิตเลนส์ fisheye ขึ้นมาเป็นเจ้าแรกก็คือ nikon โดยเลนส์ fisheye ตัวแรกมีราคาถึง 27000 ดอลล่าร์ในยุคสมัยนั้นซึ่งราคาสูงมากจนไม่น่ามีใครซื้อใช้ คงมีเพียงหน่วยงานราชการที่ทำงานวิจัยท้องฟ้าและอวกาศเท่านั้นที่ซื้อไหว

ผ่านมาหลายรุ่น เลนส์ fisheye เริ่มราคาถูกลง และ nikon ก็ผลิตเลนส์แนวนี้อย่างต่อเนื่อง จนมาถึงตัวที่อยู่ในรีวิวนี้ 16mm 2.8 ais ซึ่งเป็นเลนส์แมน่วลโฟกัส ปรับระยะชัดด้วยมือ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องยากสักเท่าไหร่ เพราะระยะเลนส์ที่รับภาพเป็นมุมกว้างมาก ระยะชัดลึกจะสูง

20241208124346_IMG_1225

เลนส์นิคอน fisheye 16mm f2.8 เป็นเลนส์ตาปลาที่ให้ภาพบิดโค้งมาก ถ่ายอะไรก็ดูป่องบวม มุมรับภาพประมาณ 180 องศา หน้าเลนส์มีเนื้อกระจกนูนป่องออกมาดูแล้วต้องระวังการใช้งานเป็นพิเศษ ฝาปิดหน้าเลนส์จะเป็นลักษณะฝาครอบมากกว่า ระยะโฟกัสใกล้สุดทำได้ที่ 30 เซ็นติเมตร ใส่ฟิลเตอร์หน้าเลนส์ไม่ได้ เอาเลนส์ไปเม้าส์เสียบกับกล้อง nikon FM2n ก็ดูเข้าท่าดี

20241208124416_IMG_1227
20241208124729_IMG_1236

เวลาเราจะเอาเลนส์ Fisheyes ไปถ่ายภาพอะไรก็ตามมักจะเห็นความโค้งบวมออกมา ต้องอาศัยการถือกล้องให้ตรงได้ระนาบ อาการป่องบวมจะลดลง ในการทดลองใช้จะติดเลนส์​ Fisheyes เข้ากับกล้องดิจิทัล Canon Eos 6d. ผ่านเม้าส์อแด๊ปเตอร์ Nikon to EF. บิดเลนส์ไปที่รู้รับแสงที่ต้องการใช้ ตั้งค่า iso เป็นแบบ Automatic แล้วกล้องเปิดโหมด Av โฟกัสภาพได้ก็กดบันทึกภาพเลย

IMG_1204

จุดเด่นของเลนส์​Fisheye คือเป็นเลนส์มุมกว้างมาก ถ้ายืนถ่ายภาพไม่ระวังอาจจะติดปลายเท้าเข้าไปในภาพด้วย และจุดเด่นที่ 2 คือเลนส์ตัวนี้เวลาถ่ายใกล้จะให้ภาพตัวแบบที่ดูตลก นักอ่านหลายคนอาจจะเคยเห็นภาพลูกหมาที่ถูกถ่ายภาพด้วยเลนส์ Fisheye กันมาบ้าง ซึ่งเป็นภาพที่ดูน่ารักมาก ผมก็ลองถ่ายเหมือนกันแต่แถวบ้านไม่มีหมาเลยสักตัว

IMG_1195

การถ่ายภาพมุมกว้างเป็นเป็นจุดเด่นที่ช่วยให้การเก็บภาพในสถานที่ซึ่งไม่สามารถถอยหลังได้สามารถเก็บได้หมดในสิ่งที่ต้องการ เรายืนมองอะไรเห็นบ้างเราหยิบเลนส์ Fisheye ขึ้นมาถ่ายเราจะได้สิ่งนั้นอยู่ในภาพด้วย

20241201174005_IMG_1074
20241201173853_IMG_1069

เลนส์ Fisheye จะให้แนวเสาและกำแพงที่ควรจะเป็นเส้นตรงกลายเป็นบิดโค้ง ภาพสถาปัตยกรรมจะหลีกเลี่ยงยาก หากอยากแก้ความโค้งต้องแก้ด้วยซอร์แวร์ซึ่งในคอมพิวเตอร์ก็มีวิธีการแก้ไข ส่วนการถ่ายภาพวิวอื่นๆทั่วไปที่ไม่มีเส้นสายแนวดิ่งและแนวนอนมาฟ้องเราสามารถใช้การเลือกวางกล้อง จัดระดับกล้อง จัดวิธีการถือกล้อง การจัดองค์ประกอบภาพเข้ามาแก้ไขความบิดโค้งนี้ หากเราถือกล้องให้ดี ภาพที่ออกมาอาจจะเกือบเหมือนเลนส์มุมกว้างทั่วไปก็เป็นไปได้ หรือถ้าเห็นการบิดโค้งก็น้อยลงมาก

20241130161938_IMG_1054
20241130160133_IMG_1033
wtc-IMG_1346

แต่กับภาพภายในตึก ในบ้าน เสาและกำแพงชัดๆ เราจะเห็นมันโค้งป้องเหมือนลูกโป่งพองลมเลย มันให้ลักษณะภาพที่แปลกตา บางคนอาจรู้สึกสวยตื่นเต้น บางคนอาจไม่ชอบ แต่ละภาพจะมีอารมณ์ของมันเอง ภาพคนทำงานในโรงานที่ผมถ่ายมาก็ดูป่องกลม เป็นความเพี้ยนที่ผมไม่ชอบเลย แต่ความหมายของภาพกลับทำให้ผมเลือกที่จะเก็บเป็นภาพไว้ แม้จะบิดโค้งก็ตาม

20241128155707_IMG_1013

20241128155657_IMG_1012

20241128155559_IMG_1008

เลนส์ nikon 16 f2.8 fisheye เป็นเลนส์ที่ใช้งานสนุก ให้ภาพบิดโค้งแบบเต็มเฟรม จะไม่เหมือนเลนส์ตาปลาอีกหลายตัวที่ให้ให้ภาพเป็นวงกลม สามารถใช้ถ่ายวัตถุที่ต้องการเน้นให้มีความน่ามอง นำเสนอวัตถุหรือสิ่งที่อยู่กลางภาพให้โดดเด่น ผมลองเอาไปถ่ายภาพหมู่ของนักเรียนก็ให้ภาพที่น่ามอง ดูมีชีวิตชีวา

wtc-IMG_1327

เลนส์แมนวลโฟกัสของ nikon ทุกตัวจะมีตัวเลขระยะทางบนเลนส์ มีเส้นบอกระยะชัดลึกของรู้รับแสงหลายๆค่า ผมลองหมุนเลนส์ให้ระยะโฟกัสเป็น 1 เมตร แล้วก็รู้สึกว่าภาพไม่ได้ชัดที่ 1 เมตรจริงๆ ในความรู้สึกผมกลับรู้สึกว่ามันชัดที่ระยะเคลื่อนไปจาก1 เมตรเล็กน้อย แต่ผมลองบนกล้อง canon นะ ซึ่งระยะการรับภาพของเซ็นเซอร์ใน canon กับ nikon อาจอยู่คนละระยะกัน และ nikon ต่อผ่านอแด๊ปเตอร์เพื่อสวมติดกับกล้อง canon ระยะโฟกัสหรือระนาบของเซ็นเซอร์ก็อาจจะคลาดเคลื่อนไปจากสเป็ค สุดท้ายผมใช้เทคนิค hyperfocus เพื่อใช้เลนส์ nikon บนกล้องcanon ไม่ได้ ต้องใช้วิธีหมุนโฟกัสแล้วดูด้วยตาว่าชัดหรือยังแล้วค่อยถ่ายภาพ หากกล้องมีเทคโนโลยีช่วยการโฟกัสสำหรับเลนส์แมน่วลก็อาจจะสะดวกมากขึ้น

20241208124658_IMG_1234

สรุป
เลนส์ Nikon Fisheye 16mm f2.8 เป็นเลนส์​ตาปลา หรือ fisheye ที่ให้ภาพเต็มเฟรมกับกล้องฟิล์มซึ่งก็เท่ากับให้ภาพเต็มเฟรมกับกล้อง Full frame ด้วย ถ่ายภาพวัตถุระยะใกล้จะให้วัตถุขนาดใหญ่และผลักให้ฉากหลังเล็กลง การใช้ถ่ายภาพตึก อาคาร หรือ ภาพที่มีเสา มีเส้นสายทางสถาปัตยกรรมที่ต้องเป็นเส้นตรงจะเห็นชัดว่าให้ภาพป่อง บิดโค้ง การถ่ายถือกล้องให้ตรง มีมุมก้มเงยที่เหมาะสมจะทำให้ความบิดโค้งในภาพดูแล้วลดน้อยลงได้ การแก้ไขความโค้งของเลนส์ Fisheye จะต้องใช้ซอร์ฟแวร์ ซึ่งกลายเป็นสิ่งที่สะดวกสำหรับกล้องดิจิทัล

dpp-eos6d-23dec2024-IMG_1449

dpp-eos6d-23dec2024-IMG_1440
dpp-eos6d-23dec2024-IMG_1435

ทำภาพสีจากภาพขาวดำ

ภาพถ่ายจากฟิล์มขาวดำ เมื่อสแกนภาพแล้วก็จะได้ภาพขาวดำเอาไว้ดูในจอภาพ งานขาวดำที่สวยงามจะมีเสน่ห์ของมัน คนที่ขอบภาพขาวดำก็จะปล่อยให้มันเป็นสีขาวดำตลอดไป แต่ว่าก็มีหลายคนที่อยากได้ภาพสี ภาพเก่าในอดีตก็เป็นภาพขาวดำเสียส่วนใหญ่ ยุคพ่อแม่ยังสาวก็มีแต่ฟิล์มขาวดำให้ใช้ ภาพที่หลงเหลืออยู่ก็เป็นภาพขาวดำเท่านั้น

มีความพยายามในการใส่สีให้กับภาพขาวดำมานานแล้ว แต่สมัยแรกๆเทคนิคการทำภาพสีบนภาพขาวดำจะใช้วิธีระบายสีลงไปเลย เป็นการย้อมสีด้วยการระบายสี ทั้งหมดจะทำบนกระดาษ แต่ในปัจจุบันโลกเรามีเทคโนโลยี AI ที่สามารถช่วยใส่สีให้กับภาพได้ และก็ทำได้ดีน่าที่งมากๆ โดยเฉพาะภาพคนที่ใส่สีได้สวยงามอย่างน่าตกใจ บางภาพถ้าไม่เห็นต้นฉบับขาวดำก็แทบจะไม่รู้เลยว่าเป็นภาพทำสีมาจากขาวดำ

holga scan 11dec2013-2--5
AiRestore_1_20241116

ภาพเด็กน้อยชะโงกดูทะเลสาบ เป็นภาพที่ถ่ายจากฟิล์มขาวดำ ล้างอัดด้วยขบวนการขาวดำทั้งหมด และสแกนด้วยโหมดขาวดำ เป็นภาพที่ผมถ่ายเอง ล้างเอง สแกนเอง ทดลองเอาไปให้ระบบ AI ในเว็บลองใส่สีให้ ก็ได้ภาพสีออกมาตามที่เห็น ภาพโทนมืดระบบ AI อาจจะยังไม่ชำนาญ ส่วนของหน้าเด็กก็ให้สีสันตามความเหมาะสม ภาพนี้จัดว่ายากระดับนึงที่จะใส่สี แต่ก็ทำออกมาพอใช้ได้ แต่ผมชอบสีขาวดำต้นฉบับมากกว่า

000018

AiColorize_4_20240516

ภาพกลุ่มเพื่อนบนก้อนหินนี้ ผมถ่ายไว้ตั้งแต่ประมาณยี่สิบปีที่แล้ว ตอนนั้นไปเที่ยวที่จังหวัดราชบุรี แล้วใส่ฟิล์มขาวดำไว้ในกล้อง ยังจำได้ว่าเป็นกล้อง nikon fm2n พร้อมเลนส์ 135mm f2.8 ฟิล์ม kodak Tmax100 ล้างฟิล์มและสแกนด้วยตัวเอง ผมดูภาพขาวดำที่สแกนเองมานานหลายปี จนกระทั่งระบบ AI มีให้ใช้งาน เลยลองส่งไปใส่สีดู ปรากฏว่าได้ภาพสีออกมาอย่างน่าทึ่งมาก ภาพสีสวยสมจริง ผมลืมสีสันของคนในภาพไปแล้วว่าวันนั้นเขาใส่เสื้อผ้าสีอะไร การดูภาพสีที่ทำโดย AI ก็ทำให้เพลิดเพลินและย้อนคิดไปถึงวันที่ไปเที่ยวด้วยกันได้ โทนสีธรรมชาติที่มีสภาพแสงสมบูรณ์น่าจะเป็นทางถนัดของ AI สีต้นไม้ หญ้า ก้อนหิน ดิน ผิวคน ทำได้สมจริงมาก

ระบบ AI เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันเรามากขึ้นเรื่อยๆ เวลาที่ผ่านไปแต่ละวันระบบ AI จะเก่งและไปสู่จุดที่มีพลังการทำงานที่มหาศาล คนสร้างเครื่องจักรมาลดภาระการทำงาน และ AI ก็เหมือนเป็นเครื่องจักรทรงพลังอีกชิ้นหนึ่งของมนุษย์ ขอบคุณผู้พัฒนาระบบ AI มากๆ

หมายเหตุ เว็บที่ใช้ทำภาพสีจากภาพขาวดำผมใช้ capcut.com

ออกแบบโปสการ์ดพระพุทธรูป

พระพุทธรูปคือตัวแทนของพระพุทธเจ้า ถูกสร้างขึ้นจากความเลื่อมใส อยากมีรูปเคารพตัวแทนของพระพุทธเจ้า รูปแบบการสร้างพระพุทธรูปจะแตกต่างกันไปตามแต่ละภูมิภาค ผสมผสานวัฒนธรรมไปตามความเจริญทางศิลปะของท้องถิ่น จะถือว่าเป็นการบันทึกประวัติศาสตร์ของศิลปะไว้บนพระพุทธรูปในแต่ละยุคสมัยก็ได้

preview postcard maker


เรามักจะได้เห็นพระพุทธรูปในวัด ในโบสถ์ เพราะเมื่อมีการสร้างวัดเพิ่มขึ้น ก็จะมีความต้องการให้มีพระพุทธเจ้าอยู่ในวัดด้วย พระพุทธรูปจึงถูกสร้างให้ตั้งอยู่ในวัดเป็นวัตถุประสงค์แรก ในประเทศไทยมีวัดอยู่เป็นจำนวนมาก เกิดจากความเลื่อมใสของประชาชนที่อยากสร้างวัด รวมถึงมีค่านิยมในการสร้างวัดของคนมีกำลังทรัพย์ และสถาบันกษัตริย์ก็นิยมสร้างวัดในช่วงเวลาที่ขึ้นครองราชย์เพื่อเป็นวัดประจำรัชกาล พระพุทธรูปจึงมีอยู่มากตามกัน และแต่ละวัด แต่ละรูปเคารพก็จะมีความแตกต่างกันไปตามช่างฝีมือที่ลงมือสร้าง บางรูปแบบของพระพุทธรูปก็จะถูกสร้างขึ้นอย่างเรียบง่าย ใช้วัสดุจากธรรมชาติ บางรูปแบบก็ใช้โลหะ

พระพุทธรูปที่มีความสวยงามและมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์มีอยู่จำนวนมาก และมีการบันทึกอย่างเป็นทางการโดยกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ซึ่งหนึ่งในพระพุทธรูปที่สวยงามที่สุดองค์หนึ่งคือพระพุทธชินราช ประดิษฐานอยู่ในวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดพิษณุโลก จากการที่ได้เคยแวะไปเดินเที่ยว ได้เห็นและได้ไหว้พระถึงในวัดแห่งนี้ ก็พบว่า มีความสวยงามจริง ก็เลยทำเป็นภาพโปสการ์ด เพื่อเอาไว้เป็นที่ระลึก การจัดพิมพ์ภาพพระที่สวยงามออกมาดูก็ถือเป็นการเสพศิลปะภาพถ่ายและการพิมพ์แบบหนึ่ง

long-postcard-01

ภาพต้นฉบับเป็นถ่ายด้วยฟิล์มถ่ายภาพ ขนาดฟิล์ม 6×6 เซนติเมตร สแกนด้วยความละเอียดสูง ช่วงเวลาที่ถ่ายภาพนี้ผ่านมานานแล้ว ผลของการจัดแสงให้กับองค์พระในช่วงปีนั้น รวมกับการใช้ฟิล์มเพื่อบันทึก รวมกับการสแกนฟิล์มที่จะต้องปรับตั้งและแก้สีอย่างละเอียด ทำให้ลักษณะสีทองของพระมีความผ่อง นวล เหลืองอร่าม เวลาผ่านไปภาพพระที่สถานที่จริงได้รับการปรับปรุงและจัดแสงแตกต่างไปตามช่วงเวลาของคนดูแล ภาพปัจจุบันก็จะไม่เหมือนภาพที่บันทึกไว้ในอดีต ผมโชคดีที่ได้ภาพโทนสีแบบนี้เก็บไว้

ดูช้าง ดูกระทิง ที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี

การท่องเท่ียวแนวธรรมชาติอย่างการเที่ยวป่าและอุทยานแห่งชาติเป็นการท่องเที่ยวที่ได้เรียนรู้ธรรมชาติ เราได้เห็นป่าสวยงาม ได้ส่งเสริมรายได้ท้องถิ่น และในอุทยานหลายแห่งเราจะมีกิจกรรมขับรถส่องสัตว์ ที่เคยได้ยินก็จะมีที่เขาใหญ่ มีเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี มีเขาแผงม้า ส่วนที่อื่นก็บอกตามตรงว่าไม่เคยรู้ว่ามี หรือไม่ค่อยมีข้อมูลมาให้รับรู้ อาจจะเป็นเพราะผมเองไม่ได้เป็นนักท่องเที่ยวอุทยานแบบจริงจัง แต่ในครั้งนี้รู้สึกตื่นเต้นกับกุยบุรี ลำพังแค่ชื่ออำเภอยังไม่เคยนึกขึ้นในหัวเลยว่าจะมีแหล่งท่องเที่ยวอะไรบ้าง เพราะส่วนใหญ่จะเป็นแค่ทางผ่านไปภาคใต้ แม้แต่จะจอดรถเติมน้ำมันก็ยังไม่ได้เติมแถวนี้เลย

IMG_0249

อุทยานแห่งชาติกุยบุรีตั้งอยู่ที่อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันท์ ห่างจากหัวหินประมาณ 1 ชม. สิ่งที่น่าสนใจคือที่นี่มีกิจกรรมขับรถดูช่างป่าและกระทิง ซึ่งเป็นเรื่องประหลาดใจมากที่เรามีจุดดูสัตว์ใกล้ๆทะเลแบบนี้ ข้อมูลนี้ทำให้หัวหินมีความน่าสนใจมากขึ้นไปอีกสำหรับผม เพราะเท่ากับว่ามาทะเลแต่ได้ดูสัตว์ด้วย มันเจ๋งกว่าเที่ยวป่าตรงๆ เพราะป่าไม่มีทะเล

IMG_0194

การไปดูสัตว์ในอุทยานแห่งชาติกุยบุรีเราจะต้องจอดรถที่อุทยานแล้วนั่งรถกระบะของเจ้าหน้าที่เข้าไปในป่า เส้นทางขับรถและหยุดดูตามจุดต่างๆจะใช้เวลารวมกันประมาณ 2 ชั่วโมง ใครเข้าไปบ่ายโมง ก็จะออกมาประมาณบ่ายสาม รอบสุดท้ายคือจะต้องออกจากป่าประมาณไม่เกินหกโมงเย็นเพื่อความปลอดภัยของทุกคน เพราะป่าอันตรายมากตอนกลางคืน

IMG_0210

รถกระบะหนึ่งคันจะมีผู้โดยสารไม่เกิน 6 คน รวมกับเจ้าหน้าที่อีก 1 เป็น 7 คน เจ้าหน้าที่จะทำหน้าที่เป็นไกด์คอยให้ข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับป่า คันที่ผมนั่งเป็นน้องผู้หญิงคนหนึ่งยังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ น้องมาทำงานเป็นไกด์อาสา เป็นคนในพื้นที่ เติบโตและเรียนอยู่ในอำเภอกุยบุรี จากการพูดคุยหลายเรื่องเกี่ยวกับป่าก็ได้ข้อมูลว่า เทือกเขาแห่งนี้เคยเป็นพื้นที่ปลูกสัปปะรดขนาดใหญ่ประมาณ​6แสนไร่ แต่มีเหตุการณ์ช้างป่าไล่กินผลผลิตแล้วนายทุนวางยาช้าง ทำให้ช้างตายหลายเชือก ในหลวงรัชกาลที่ 9 จึงเวณคืนแล้วฟื้นฟูให้ป่าแห่งนี้มีสภาพเป็นป่าอีกครั้ง หมายความว่าป่าแห่งนี้เป็นป่าปลูก ผ่านมายี่สิบกว่าปีแล้วที่ป่าค่อยๆฟื้นตัว มีช้างป่าเพิ่มขึ้นน่าจะประมาณ 300ตัว มีกระทิงอีกเกิน300 ตัว เป็นตัวเลขที่น่าทึ่งมากสำหรับผม

IMG_0212

ด้วยความสงสัยก็เลยถามถึงวิธีการนับว่านับยังไง น้องไกด์บอกว่า นับจากการตรวจดีเอ็นเอของขี้ช้าง โอเคเท่านี้ผมก็พอใจกับคำตอบแล้ว เพราะว่ามีความพยายามนับจริง น่าดีใจที่เรามีคนรักป่า รักธรรมชาติมาช่วยดูแลพื้นที่อุทยาน รถนำเที่ยวเข้าไปในป่ามีบริการตลอดวัน มีกล้องส่องทางไกลให้บริการด้วย กล้องของอุทยานคุณภาพดีมาก มีความใสและให้ภาพที่สว่างกว่ากล้องที่มือสมัครเล่นอย่างผมติดไปจากบ้าน

IMG_0253

ที่จุดชมวิวจะมีกลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นอยู่ด้วย บางคนมาพร้อมอุปกรณ์เต็มที่ กล้องส่องทางไกลตัวใหญ่ ขาตั้งกล้อง เลนส์เทเลโฟโต้พร้อม ใครอยากถ่ายภาพสัตว์ป่าก็ต้องมีของพวกนี้ เพราะการซูมดูสัตว์ระยะไกลๆ จะซูมกันสุดๆ ภาพที่ได้จะมีอาการสั่นแทบจะถ่ายภาพหวังผลไม่ได้เลย หากจะถ่ายภาพก็ควรใช้ขาตั้งกล้องที่แข็งแรงช่วยด้วย

IMG_0308

การดูสัตว์ด้วยตาเปล่า ไม่ต้องถ่ายรูปกลับไปก็ไม่ได้เลวร้าย การมาเห็นด้วยตา เห็นช้างป่า เห็นฝูงกระทิงจำนวนมากถือว่าเป็นกำไรแล้วสำหรับการท่องเที่ยว ผมเคยไปทริปดูกระทิงที่อื่น มีกระทิงให้ดูแค่ตัวเดียว ไปยืนรอดูตั้งหลายชั่วโมง แต่ที่กุยบุรีในช่วงเวลาที่ผมแวะไป ผมเห็นฝูงกระทิงฝูงใหญ่ น่าจะนับแล้วเกิน 30 ตัว นับว่าโชคดีมาก

IMG_0202

IMG_0388

IMG_0272

IMG_0419

จุดดูสัตว์เราเห็นกระทิงจากระยะไกล แต่ระหว่างทางที่จะกลับ เราพบกระทิงฝูงเล็กอยู่ใกล้ๆแค่ไม่กี่สิบเมตร กระทิงยืนมองรถยนต์ด้วยความสงสัย เราก็รอดูว่ากระทิงจะทำอะไรบ้าง เรามีเวลาดูด้วยตาเปล่า มีเวลาหยิบกล้องถ่ายภาพนิ่ง แล้วก็ถ่ายเป็นคลิปวิดีโอ น้องกระทิงไม่ได้หนีไปไหน คงจะชินกับเสียงรถยนต์อยู่แล้ว ถือว่าเป็นทริปที่ยอดเยี่ยมเกินความคาดหมายอีกทริปหนึ่งเลย

แนะนำสำหรับคนที่อยากถ่ายภาพจริงจังในทริปดูช้างและกระทิง ให้เลือกใช้เลนส์เทเลโฟโต้ระดับ 400 มม. ขึ้นไป และพกขาตั้งขนาดใหญ่มีความแข็งแรงเข้าไปด้วย ผมใช้เลนส์ 70-200 มม. บอกตรงๆว่ามันน้อยไป มันซูมภาพไม่ได้เท่าที่ต้องการ

อุดหนุนพิพิธภัณฑ์

จากการไปเดินเล่นในงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์งานหนึ่ง และมีพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์มาออกบู๊ท ก็เลยอุดหนุนด้วยการสมัครเป็นสมาชิกหนังสือเป็นเวลา 1 ปี ซึ่งจะได้ หนังสือ 12 เล่ม และได้สิทธิ์เข้าชมพิพิธภัณฑ์ฟรีตลอดปี ผมสมัครแบบครอบครัวจะมีคนติดตามเที่ยวพิพิธภัณฑ์รวมเจ้าของบัตรเข้าได้ 5 คน วันนี้หนังสือมาส่งแล้ว มาพร้อมบัตรสมาชิก

DSC04164

ในอดีตตอนลูกเล็ก ตอนที่เริ่มพาเที่ยวพิพิธภัณฑ์ได้ ผมซื้อบัตรผ่านเป็นแพ็คเพื่อเข้าพิพิธภัณฑ์หลายแห่ง ชุดบัตรผ่านชื่อว่า museum pass จ่ายเงินสองร้อยกว่าบาท ได้บัตรเข้า 20 แห่ง มันเป็นราคาที่ถูกแสนถูก ผมพาลูกไปไม่ครบทุกที่หรอก แต่จากบัตรผ่านรอบนั้นทำให้ผมได้ไปรู้จักพิพิธภัณฑ์อื่นๆอีกหลายแห่งนอกจากที่ย่านคลองห้ารังสิต ย่านรังสิตผมพาไปเที่ยวจนครบทุกแห่ง มีไปซ้ำด้วย พิพิธภัณฑ์อื่นๆที่อยู่ฝั่งธนใกล้บ้านผมก็พาไป เท่าที่จำได้ก็มีแถวพุทธมณฑลสายสอง พุทธมณฑลสายสี่ ย่านบางลำพู มิวเซี่ยมสยาม ท้องฟ้าจำลองผมจำไม่ได้ว่าอยู่ในกลุ่มบัตรรวมไหม แต่ก็พาไปหลายครั้ง อวพช ที่ไปเปิดทำการในห้างจามจุรีสแควร์ก็ไปบ่อยแต่น่าจะย้ายออกแล้วไปอยู่ในห้างแถวถนนรัชดา ที่เที่ยวแนวพ่อแม่ลูกก็มีพิพิธภัณฑ์นี่แหละที่เป็นที่เที่ยวคุณภาพ เด็กได้อยู่ในสถานที่ที่ส่งเสริมพัฒนาการ ส่งเสริมการเรียนรู้

DSC04163

พอบัตรชุดนั้นหมดอายุ ผมก็อยากซื้อเพิ่ม แต่ทางผู้ขายก็แจ้งว่า บัตรผ่านแบบนั้นไม่ได้ทำขายแล้ว ดูเหมือนโครงการบัตรผ่านแบบหลายๆแห่งจะไม่ประสบความสำเร็จ น่าเสียดาย แต่ลูกผมก็ยังคงได้เที่ยวพิพิธภัณฑ์อยู๋ พอโตระดับนึงก็ได้ร่วมกิจกรรมกับพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติ ลูกได้ไปสำรวจทุ่งนา ดูสัตว์ในพื้นที่ มีกิจกรรมดูนก ได้เล่นเวิร์คช็อปอีกหลายอย่างจากหลายๆแห่ง

ถ้าเราใส่เงินกับแหล่งการเรียนรู้ ใส่เงินกับจุดที่จะพัฒนาคน มันเกิดประโยชน์กับเด็กและสังคม มันจะเป็นประโยชน์โดยตรงกับนักเรียนที่จะเติบโตขึ้นมา จ่ายเงินค่าสมาชิกได้หนังสือ 12 เล่มต่อปี และได้เข้าพิพิธภัณฑ์ฟรีห้าคน จะหาของดีกว่านี้ได้ที่ไหน

อวพช คือ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ ตัวย่อ NSM

เปรียบเทียบภาพถ่ายที่ใช้แฟลช

การถ่ายภาพเป็นการบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเก็บไว้เป็นภาพ ใช้หลักการปล่อยให้แสงผ่านเลนส์ไปตกยังตัวรับภาพแล้วก็บันทึกปริมาณแสงเอาไว้ สมัยโบราณการถ่ายภาพจะต้องทำตอนมีแสงเพียงพอหรือตอนที่มีแสงสว่างก็คือมีแสงจากดวงอาทิตย์ ส่วนการถ่ายภาพตอนกลางคืนหรือถ่ายภาพในที่ร่มเราก็เพิ่มอุปกรณ์อีกตัวหนึ่งขึ้นมาคือ มีไฟส่องสว่างให้กับเหตุการณ์ กล้องถ่ายภาพนิ่งจะรับภาพในเวลาสั้นๆ แสงสว่างที่ฉายไปก็ฉายไปในเวลาสั้นเช่นกันเพื่อประหยัดพลังงาน แสงที่ฉายออกไปเพียงครู่เดียวเลยเรียกว่าแฟลช หรือเป็นไฟกระพริบที่มีความสว่างเพียงพอต่อการบันทึกภาพ

การถ่ายภาพด้วยแฟลชเป็นการแก้ปัญหาแสงไม่พอเพื่อให้บันทึกภาพได้ ต่อมาก็เริ่มมีการใช้แฟลชเพื่อช่วยสร้างสรรค์ภาพให้แตกต่างไปจากเดิมได้ด้วย ช่างภาพจะเริ่มมีทางเลือกว่าจะใช้แฟลชในภาพหรือไม่ กล้องบางตัวมีแฟลชในตัวสามารถเลือกใช้หรือไม่ไม่ใช้ได้ กล้องระดับมืออาชีพไม่นิยมใส่แฟลชไว้กับตัวกล้อง แต่จะมีช่องให้ต่อแฟลชเพิ่ม

การใช้ กับ การไม่ใช้แฟลช ให้ผลกับภาพไม่เหมือนกัน ช่างภาพควรจะรเรียนรู้และทดลองใช้แฟลชให้เข้าใจ แล้วจากนั้นเมื่อเจอกับเหตุการณ์ต่างๆก็ค่อยตัดสินใจว่าจะใช่แฟลชหรือไม่ เพราะบางครั้งมีแฟลชก็ทำให้ภาพสมบูรณ์ขึ้น บางภาพไม่มีแฟลชก็อาจจะสวยกว่า ทุกการตัดสินใจให้ผลลัพธ์ที่แตกต่าง เราต้องตัดสินใจเองว่าอยากได้ลักษณะภาพแบบใด

ภาพถ่ายแบบไม่ใช้แฟลช ภาพแรกคือถ่ายภาพไม่เปิดแฟลช กล้อ eos m โหมด P เลนส์ 18-55mm

IMG_0131

ภาพที่สองเป็นการถ่ายภาพเปิดแฟลช ใช้แฟลช ex90 ติดบนหัวกล้อง eos m เลนส์ 18-55mm

IMG_0132

ภาพโต๊ะหนังสือและเด็กนั่งอยู่นั้น จะเห็นว่าแสงแฟลชจะทำให้ตัวเด็กสว่าง พื้นที่ที่โดนแสงแฟลชเพียงพอจะเห็นภาพเห็นรายละเอียด ไม่ได้เป็นเงาดำ หลายคนก็มักจะบอกว่า ใช้แฟลชเพื่อเปิดเงา หรือ บางคนก็จะบอกว่าใช้แฟลชเพื่อให้เห็นรายละเอียดชัดๆ ส่วนที่อยู่ห่างออกไปที่ขอบภาพหรือหลังห้องด้านซ้ายมือ เป็นจุดที่แสงแฟลขไปไม่ถึง เพราะแสงแฟลชเมื่อส่องกลางภาพจนสว่างเพียงพอแล้ว กล้องจะตัดการทำงานของแฟลช ทำให้ปริมาณแสงที่ไปยังขอบภาพหรือด้านหลังห้องนั้นแทบจะไม่มีผลต่อภาพเลย ภาพใช้แฟลชและไม่ใช้แฟลช ส่วนที่อยู่ห่างออกไปมากๆจึงไม่ได้มีผลอะไรเกิดขึ้น

IMG_0144

IMG_0145

ภาพเด็กนั่งในรถ เป็นการใช้แฟลชเพื่อส่องสว่างระยะใกล้ ผลของแฟลชทำให้เห็นรายละเอียดในเงามืด เห็นรายละเอียดของเบา ซึ่งปกติส่วนที่โดนแสงจะสว่างพอดีในภาพถ่าย แต่ส่วนที่อยู่ในเงาจะเป็นสีดำไม่มีรายละเอียด แฟลชที่ยิงออกไปจะไปส่องสว่างเงาเหล่านี้ และเก้าออี้อยู่ใกล้ๆกับวัตถุหลักหรืออยู่ใกล้กับจุดที่แฟลชทำงานถึง จึงได้รับแสงแฟลชเพียงพอ

เทคนิคการใช้แฟลชมีหลายอย่าง ถ้าให้เขียนทั้งหมดมันจะเป็นตำราถ่ายภาพเนื้อหาเยอะมาก หากบอกเป็นหัวข้อสั้นๆแล้วเอาไปขยายผลต่อเองก็จะได้ประมาณนี้

1 การใช้แฟลชโดยไม่สนใจแสงภายนอก

2 การใช้แฟลชร่วมกับแสงภายนอก

3 การใช้แฟลชมากกว่า 1 ตัว

4 แฟลชที่ให้แสงแข็งกับแสงนุ่ม

5 แฟลชแมน่วล

6 แฟลช ทีทีแอล

7 แฟลช ทีทีแอลแบบแอ๊ดวานซ์

8 แฟลชกับแผ่นสะท้อนแสง

9 แฟลชกับร่มสะท้อนแสง

10 แฟลชกับร่มทะลุ

11 แฟลชมีสาย

12 แฟลชไร้สาย

13 การชดเชยแสงแฟลช

14 อุณหภูมิสีของแฟลช

ที่เขียนออกมา 14 แนวทาง เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการใช้แฟลช ซึ่งตอนที่ใช้งานจริงเราอาจจะใช้สองแนวทางร่วมกันก็ได้ หรืออาจจะหลายแนวทางร่วมกัน หมายความว่า เรามีความน่าจะเป็นที่ต้องคิดต้องเลือกนับร้อยวิธีการใช้แฟลช เช่นการใช้แฟลชแมน่วลร่วมกับร่มสะท้อน ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เกิดจาก 2 แนวทาง

บางสถานการณ์เราอาจจะใช้แฟลชแมน่วล ร่วมกับแผ่นสะท้อนแสง เพื่อถ่ายภาพร่วมกับแสงภายนอก โดยแฟลชจะเป็นแบบไร้สาย และต้องเลือกอุณหภุมิสีด้วย แค่นี้ก็มีเรื่องให้คิดอีกเยอะ

เทคนิคการใช้แฟลชเป็นเรื่องที่มีรายละเอียดจำนวนมาก คู่มืออธิบายการใช้งานแฟลชจะเยอะและหนากว่าคู่มือการใช้งานกล้อง เราอาจจะต้องใช้เวลาในการศึกษาเรื่องแฟลชยาวนานกว่าเรื่องอื่นในวิชาถ่ายภาพ ถ้ามีเวลาเราควรศึกษาอย่างจริงจัง ถ้าไม่มีเวลา ปล่อยมันผ่านไปแล้วบอกกับตัวเองและผู้อื่นว่าเราไม่ชอบใช้แฟลช


เดินเล่นตลาดน้อย

ชุมชนตลาดน้อยเป็นแหล่งเดินเล่นของนักท่องเที่ยวในยุคปัจจุบัน มีร้านอาหารมากมาย ร้านกาแฟ ร้านขนม พร้อมเส้นทางเดินดูความคลาสิคของบ้านเรือน ตึกเก่า มีการปรับปรุงทัศนียภาพหลายอย่างที่ทำให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับแม่เหล็ก นักเดินทางที่มาเที่ยวกรุงเทพก็ควรจะต้องแวะมาเดินเล่นและชิมอาหารชิมกาแฟกันสักแก้ว

dpp-eos6d-29aug2024-IMG_3012

ตามประวัติ สำเพ็งเป็นย่านการค้าเก่าแก่ตั้งแต่ก่อนยุครัตนโกสินทร์ มีพ่อค้าชาวต่างชาติมาค้าขายกับคนไทย โดยเฉพาะคนจีนที่แห่เข้ามาทำการค้าและอยู่อาศัยในแหล่งนี้ มีท่าเรือขนสินค้าเกิดขึ้นในระแวกนี้หลายแห่ง ต่อมามีคนมากขึ้นจนพัฒนากลายเป็นตลาดสำเพ็งซึ่งถือว่าเป็นย่านการค้าขนาดใหญ่ และเมื่อมีคนมากขึ้นก็เกิดตลาดการค้าแหล่งที่สองที่อยู่ใกล้ๆกัน ตลาดใหม่นี้เลยถูกเรียกว่าตลาดน้อย ซึ่งตลาดน้อยเริ่มมีบทบาทเยอะขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 – 4

dpp-eos6d-29aug2024-IMG_3022

ชุมชนย่านนี้มีอาคารบ้านเรือนเป็นตึกแถวที่มีดีไซร์ผสมผสานจากเมืองฝรั่ง ตึกกำแพงหนา เสาขนาดใหญ่ เป็นเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมชิโนโปรตุกีสในยุครัชกาลที่ 5 พอมีคนจีนมาอาศัยอยู่เยอะขึ้นก็มีวัดจีนหรือศาลเจ้าเกิดขึ้นหลายแห่ง และยังคงอยู่ถึงปัจจุบัน

dpp-eos6d-29aug2024-IMG_3019

ความเก่าแก่เป็นเสน่ห์ของย่านตลาดน้อย มีนักถ่ายภาพจำนวนมากที่เดินเล่นและถ่ายภาพออกไปอวดในโซเชียลเน็ตเวิร์ตต่างๆ เลยเกิดเป็นกระแสความนิยมที่จะมาเดินเล่นถ่ายรูปแบบบอกต่อในวงกว้าง นอกจากช่างภาพแล้ว นักวาดรูป นักเดินทาง นักชิม คอกาแฟ ต่างก็ต้องแวะเวียนเยือนมากันสักครั้ง ถนนในตรอกและซอยได้รับการปรับแต่งให้เป็นสถานที่โชว์งานศิลปะ มีการวาดภาพบนกำแพง บ้านเก่าเปิดเป็นร้านขายของ เปิดเป็นร้านกาแฟแทบตลอดทางเดิน มุมสวยๆในซอยก็มีของเก่าและมีการตกแต่งให้เป็นจุดถ่ายรูป

dpp-eos6d-29aug2024-IMG_3024

ใครชอบถ่ายภาพ ใครชอบของกิน ใครชอบสีสันก็แวะมาเดินเล่นได้อย่างสนุกสนาน มุมถ่ายภาพเยอะมาก ทุกคนในชุมชนเหมือนพร้อมใจกันปรับปรุงสถานที่ของตนเองเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว ถนนหนทาง เส้นทางเดินได้รับการพัฒนาอย่างร่วมมือร่วมใจ ทุกอย่างสอดคล้องเป็นไปในแนวเดียวกัน

dpp-eos6d-29aug2024-IMG_3037

ศาลเจ้าในชุมชนมีหลายแห่ง และเปิดรับนักท่องเที่ยวทุกศาล ใครชอบไหว้พระ ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ แวะมาไหว้พระจีนที่ตลาดน้อยก็ได้หลายจุด

dpp-eos6d-29aug2024-IMG_3038

ริมน้ำเจ้าพระยาของย่านนี้คือท่าเรือของกรมเจ้าท่าซึ่งเป็นผู้ดูแลการจราจรทางน้ำ ตึกกรมเจ้าท่าก็อยู่ริมน้ำ และมีการก่อสร้างดูสวยงามทันสมัย มีนักท่องเที่ยวแวะมาเดินเล่นอยู่ตลอดเวลา เป็นจุดถ่ายรูปอีกจุดหนึ่งที่ผ่านแล้วก็ต้องถ่ายภาพเก็บไว้

dpp-eos6d-29aug2024-IMG_3041

งานกราฟิตี้หรืองานวาดภาพบนกำแพงก็มีให้เห็นตลอดทาง ทุกจุดได้รับการถ่ายภาพไปส่งต่ออยู่เรื่อยๆ จนนักเดินทางรุ่นใหม่ที่อยากรู้อยากเห็นมีการเดินดู เดินตามรอย บล๊อกเกอร์สายกิน เที่ยว ถ่ายภาพ หลายคนก็แวะมาทำคอนเท้นท์ในชุมชนนี้

dpp-eos6d-29aug2024-IMG_3062

ศาลเจ้าโบราณ ตึกโบราณ ดีไซร์แปลกตาก็ยังคงอยู่ ตึกจีนประตูแดงข้างในมีบ่อน้ำขนาดใหญ่ก็ปรับมาเป็นจุดรับนักท่องเที่ยว ตึกนี้มีสถาปัตยกรรมจีนเข้มข้น แค่เดินดูก็เหมือนได้เที่ยวในฉากถ่ายหนังจีนโบราณ

dpp-eos6d-29aug2024-IMG_3064

ตลาดน้อยเป็นแหล่งรวมเหล็ก งานเครื่องจักรเครื่องยนต์ มีซากเหล็กวางกระจายอยู่ตลอดย่าน รถเก่าสภาพสนิมขึ้นก็เป็นจุดแวะที่ต้องดูต้องถ่ายรูปอีกจุดหนึ่ง ใครมาตลาดน้อยแล้วไม่ได้ถ่ายรูปคู่กับรถเก่าคันนี้ก็ต้องบอกว่ามาไม่ถึง รถคันนี้ห้ามหาย ห้ามย้าย ห้ามซ่อม ห้ามแตะต้อง น้องสนิมคงต้องอยู่ที่นี่ต่อไปอีกนาน

dpp-eos6d-29aug2024-IMG_3066

ตามทางเดินในซอยที่เลี้ยวไปเลี้ยวมาก็มีส่วนที่ไม่ได้รับการปรับปรุง มันเป็นสุสานรถ สุสานเหล็ก กลิ่นน้ำมันเครื่องคละคลุ้งในบางจุด เราได้เห็นทั้งร้านกาแฟสวยและกองขยะรวมกันอยู่ในชุมชนนี้ นักท่องเที่ยวก็คงยิ้มอ่อนๆที่เมืองไทยพัฒนากองขยะเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้

dpp-eos6d-29aug2024-IMG_3075

จากการเดินหลงอยู่ในซอยวนไปวนมาอยู่หลายชั่วโมง ก็เห็นกำแพงนี้เป็นแผนที่อธิบายจุดต่างๆในตลาดน้อย ผมคิดว่าแผนที่นี้คือแผนที่ที่ดีที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยว เข้าใจง่ายกว่าแผนที่ใน google map เพราะดูรู้เรื่องและลงจุดสำคัญเอาไว้ครบแล้ว น่าจะมีคนทำออกมาให้ดูง่ายๆบ้าง ใครอยากเดินเล่นให้ครบจุดสำคัญก็เดินตามแผนที่นี้เลย

dpp-eos6d-29aug2024-IMG_3077

ดูแผนที่แล้วลองดูเส้นทางที่เดินหลัง ก็พบว่าหลายชั่วโมงที่ใช้ในตลาดน้อยมันจะประมาณเส้นสีฟ้า

walk2-53953983538_836ffdfef9_o

ในที่สุดก็ได้พบกับร้านโปสการ์ด ตั้งแต่มือถือใช้แทนแผนที่ได้ ใช้แทนกล้องถ่ายภาพได้ คนเราก็แทบจะไม่ได้ซื้อโปสการ์ดอีกเลย และไม่ได้เห็นร้านโปสการ์ดมาหลายปี เพราะใครๆก็แวะมาถ่ายภาพเก็บไว้เองได้สะดวก การซื้อกระดาษสักใบเป็นที่ระลึกก็น้อยลง การส่งจดหมายหากันก็สูญพันธุ์ไปแล้ว คนที่ยังขายโปสการ์ดอยู่ก็นับว่าใจแข็งมากที่ไม่หนีไปทำอาชีพอื่น

dpp-eos6d-29aug2024-IMG_3080

ในตลาดน้อยเป็นซอยเล็กๆเดินไปเดินมา เดินแบบคนไม่รู้ทางก็มั่วไปจนเจอโรงแรมสวย แค่ประตูก็สวยแล้ว ภายในไม่ได้เข้าไปดูเพราะเขาปิด ผมก็แปลกใจนิดหน่อยว่าทำไมถึงปิด ไม่มีใครให้ถามด้วย ผมเคยเห็นคลิปของกลุ่มช่างภาพมาจัดกิจกรรมที่โรงแรม photostel แห่งนี้ ก็หวังว่าจะได้มีโอกาสได้แวะไปชิมกาแฟในนี้บ้าง

dpp-eos6d-29aug2024-IMG_3086

ศาลเจ้าแห่งแรกของย่านตลาดน้อยคือศาลโจซือกง ตั้งอยู่ในซอย อยู่ติดน้ำ มีที่จอดรถ บริการที่จอดรถ ใครชอบสายมูแวะมามูในย่านตลาดน้อยได้ รับรองว่าอิ่มบุญและอิ่มท้อง

dpp-eos6d-29aug2024-IMG_3088

ตลอดทางมีร้านกาแฟมากมาย ทั้งร้านเล็ก ร้านใหญ่ ร้านไม่ลงทุนและร้านที่ลงทุนสูง ร้านสวยก็เป็นจุดถ่ายรูปไปโดยปริยาย ใครกินกาแฟร้านสวยในตลาดน้อยจนครบก็น่าจะไปตรวจสุขภาพกันบ้าง

dpp-eos6d-29aug2024-IMG_3091

ขอเก็บภาพตัวเองไว้บ้างว่าเราก็ได้แวะมาเยี่ยมตลาดน้อยแล้ว เราเริ่มต้นสำรวจตลาดที่ปากซอยเจริญกรุง 22 แล้วก็เดินหลงอยู่หลายชั่วโมง จนมาเจอทางออกที่ถนนอีกด้านที่ถนนทรงวาด และออกสู่ถนนอีกครั้งที่ซอยภาณุรังษี ผมจับทิศไม่ค่อยถูกเพราะไม่ได้เป็นคนในพื้นที่ อาศัยว่าทนเมื่อยเดินทนก็เดินสำรวจไปเรื่อย

dpp-eos6d-29aug2024-IMG_3097

dpp-eos6d-29aug2024-IMG_3102

ปากทางเข้าตลาดน้อยด้านถนนทรงวาดมีป้ายบอกชัดเจน คนในถนนทรงวาดมีอาชีพขายเหล็กเส้น เหล็กกล่อง เหล็กแผ่นแทบตลอดทั้งถนน นอกจากนี้ก็เป็นอะไหล่เครื่องจักร มีเครื่องจักรมือสองและเศษอะไหล่กองอยู่เป็นจุดๆ มีคนซ่อมรถอยู่ตามริมถนน

dpp-eos6d-29aug2024-IMG_3105

จบเส้นทางการเดินประมาณ 10000ก้าว ที่วงเวียนประตูแดง หรือ วงเวียนโอเดียน หรือ ประตูมังกร แล้วแต่จะเรียก

dpp-eos6d-29aug2024-IMG_3112

ทริปนี้ไม่มีภาพในร้านสำหรับกินดื่มชิมขนมเพราะตั้งใจเดินให้ทั่วเพื่อสำรวจว่ามีอะไรบ้าง เรื่องกินจะเป็นอีกทริปในครั้งต่อไป สวัสดี

IMG_20240901_154420

โปสการ์ดจากตลาดน้อย แม้ความนิยมจะน้อย แต่การมีของที่ระลึกติดมือกลับมาก็เป็นเครื่องเตือนความจำที่ดี และได้อุดหนุนศิลปินในพื้นที่ด้วย

leica minilux 2024 กับฟิล์ม Kodak gold200

dpp-IMG_9980

หลังจากส่งกล้อง Leica minilux ที่หลับไหลจากอาการสายแพรขาดไปซ่อมเรียบร้อย ก็ทดลองงานซ่อมกับฟิล์มสักม้วน ยุคปี 2024 ฟิล์มราคาแพงมาก ลองซื้อฟิล์มสีที่ราคาถูกที่สุดในท้องตลาดก็คือ Kodak Gold 200 ราคาม้วนละ 350 บาท แพงอย่างน่าตกใจ แต่ก็อยากลอง

IMG_20240825_183820

กล้อง Leica minilux เป็นกล้องที่รูรับแสงกว้าง วัดแสงแม่น โฟกัสแม่น ถ้าสภาพดีมันคืออุปกรณ์ระดับเทพที่ให้คุณภาพสูง มีข้อเสียอย่างเดียวคือหากเราต้องการถ่ายภาพแบบไม่เปิดแฟลช เราต้องกดปุ่มสั่งการกล้องทุกครั้งที่เปิดกล้อง แถมต้องกดปุ่มถึง 6 ครั้งเพื่อปิดแฟลช ถ้าเราถ่ายภาพในที่แสงน้อย อย่างเช่นถ่ายในบ้าน ถ่ายตอนกลางคืน กล้องจะเปิดแฟลชเสมอ ทำให้ต้องกดสั่งปิดทุกครั้งนั่นเอง

000049

ลองวัดฝีมือการถือกล้องว่านิ่งได้แค่ไหน ภาพในบ้าน แสงสว่างได้จากโคมไฟอ่านหนังสือ ความไวชัตเตอร์น่าจะต่ำจนต้องลุ้นว่าภาพจะสั่นหรือไม่ ผลออกมาก็พอใช้ได้ เลนส์รูรับแสงกว้างระดับ f2.4 ดูจะเก็บแสงโคมไฟได้ดี ให้แสงในภาพดูสวยงาม สวยกว่าตาเห็น ภาพนั่งโต๊ะภาพนี้ให้สีสันและระดับความสว่างที่ถูกใจ ลักษณะภาพสว่างบริเวณกลางภาพ และมืดดำที่ขอบภาพช่วยทำให้จุดสนใจเด่นชัด การไล่ระดับแสงจากสว่างไปมืดบนฟิล์มทำได้รุนแรงเด็ดขาด นั่นเป็นเพราะความสามารถในการรับแสงของฟิล์มต่ำกว่ากล้องดิจิทัลยุคปัจจุบันมาก ภาพโต๊ะหนังสือนี้ถ้าใช้กล้องดิจิทัลหรือโทรศัพท์รุ่นใหม่ในการถ่าย เราจะเห็นรายละเอียดในขอบภาพที่สว่างกว่าภาพนี้ ฉากหลังจะไม่ดำเท่านี้

000045
ภาพในร้านตัดผม ภาพนี้ถ่ายด้วยกล้องดิจิทัลไปแล้วหลายภาพ แต่ก็รู้สึกว่าอยากได้ภาพบนฟิล์มด้วย ก็เลยหยิบ minilux ออกมาถ่าย เล็งโฟกัสที่หน้าของเด็กในกระจก ผลงานออกมาก็คมชัดในจุดที่ต้องการ minilux โฟกัสได้แม่นยำมาก แถมยังวัดแสงได้พอดีเหลือเชื่อ แสงนอกหน้าต่างที่ส่องเข้ามายังจุดนั่งตัดผม พอดีกับแสงภายในร้าน ผมเจตนาให้เห็นแขนของผมเองในภาพนิดๆ เพื่อให้รู้ว่าเราก็อยู่ในภาพเหมือนกัน ลูกตัดผม พ่อถ่ายภาพ โมเม้นนี้มีแค่ตอนเด็กเท่านั้น ถ้าเด็กโตขึ้นเป็นวัยรุ่นก็คงไม่แวะร้านแนวนี้แล้ว

000048

เวลาถ่ายภาพด้วยกล้องฟิล์ม เราจะไม่มีข้อมูลการถ่ายภาพใดๆเลย อาศัยความจำเท่านั้น การดูภาพสแกนก็จะไม่รู้ว่าเป็นภาพจากกล้องตัวไหน ก็เลยจะพยายามถ่ายภาพให้พอรู้ว่าใช้กล้องอะไรโดยการถ่ายภาพตัวเองพร้อมกล้องในกระจก การถ่ายเซลฟี่สะท้อนกระจกทำให้รู้ว่าภาพชุดนี้ถ่ายจากกล้องตัวไหน แต่บังเอิญภาพนี้เงาในกระจกดูเบลอไปหน่อยทำให้ดูยากว่าเป็นกล้องอะไร แต่คนเคยจับกล้องรุ่นนี้ก็จะพอนึกออก พอเดาได้

000061

ภาพถนนเยาวราชตอนกลางคืน เป็นการถ่ายภาพในที่แสงน้อยที่มีข้อจำกัดคือไม่ใช้ขาตั้งกล้อง เพราะว่าคนเยอะมากจนไม่สามารถกางขาตั้งก้องออกมาโดยไม่กีดขวางการเดินทางของผู้อื่น จึงใช้วิธีถือถ่ายด้วยมือ ตั้งโฟกัสบนกล้องเป็นระยะอินฟินิตี้ เพื่อลดความผิดพลาดจากการโฟกัส เพราะตอนกลางคืนมักจะทำให้การโฟกัสทำงานผิดพลาดได้ง่าย ก่อนถ่ายก็สูดลมหายใจเข้าลึกหน่อยจากนั้นกลั้นหายใจแล้วกด

000052
000043
000064



เสริมเกี่ยวกับการใช้แฟลชถ่ายภาพ

IMG_20240825_181237

สองภาพนี้เป็นการยกตัวอย่าง ภาพบนคือการถ่ายภาพด้วยระบบอัตโนมัติ กล้องคิดให้ยังไงก็ถ่ายไปอย่างนั้น สภาพแสงในบ้านค่อนข้างน้อย พอกล้องคิดให้ทุกอย่าง กล้องก็ถ่ายแบบเปิดแฟลชให้ ทุกอย่างในภาพก็จะสว่าง ชัด เคลียร์ ดูรู้ว่ามีอะไรอยู่ในภาพบ้าง ส่วนภาพล่างก็เป็นภาพที่ถ่ายแบบไม่เปิดแฟลช คนถ่ายต้องกดปุ่มสั่งเพื่อปิดแฟลชก่อน แล้วพยายามถือกล้องให้นิ่งในการถ่าย ฟิล์มความไว 200 กับสภาพแสงในบ้านตอนกลางคืนเป็นงานยาก ต้องพยายามมากเพื่อไม่ให้ภาพสั่น แต่ผลลัพธ์ก็ออกมาดีเกินคาด ภาพดูสวยงามกว่า ถูกใจมากกว่าการเปิดแฟลช

InCollage_20250712_212037366

ภาพตัวอย่างเปรียบเทียบกับใช้แฟลชกับไม่ใช้

ภาพม้วนนี้ใช้บริการร้านล้างฟิล์มพร้อมสแกน Toiletlab ส่งฟิล์มห้าโมงเย็น ผ่านไปชั่วโมงกว่าๆก็ได้ไฟล์ทาง google drive แล้ว ร้านทำงานบริการได้ดีน่าอุดหนุน ไฟล์ภาพที่ได้ก็มีขนาดประมาณ 8.9 ล้านพิกเซล (3661 × 2456) สามารถใช้พิมพ์ขนาด A4 แบบคุณภาพสูงได้

Screenshot 2567-08-26 at 20.07.10

Leica minilux ยังคงน่าใช้ในปี 2024 สภาพกล้องยังแข็งแรง สามารถซ่อมบำรุงได้แทบจะทุกอาการ โดยเฉพาะอาการเสียประจำรุ่นอย่างสายแพรขาดก็สามารถซ่อมได้ เพราะมีอะไหล่ขายอยู่ในอินเทอเน็ต ใครยังอยากได้กล้องคุณภาพสูง เป็นไอค่อนของวงการถ่ายภาพอีกตัวหนึ่งก็ลองหามาใช้ได้ มันดีและมันน่าใช้ และที่สำคัญ มันสะกิดให้เราอยากถ่ายภาพ แม้ฟิล์มจะแพงก็เถอะ

บันทึกไว้
ล้างสแกนที่ Toiletlab
ค่าฟิล์ม 350
ค่าล้างพร้อมสแกน 150
ค่าส่งฟิล์มกลับ 70

เดินเล่นวัดโพธิ์บทเรียนของช่างภาพ

ประเทศไทยมีสถานที่สวยงามหลายอย่าง ทั้งแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ทะเล และวัดวาอาราม หนึ่งในวัดที่สวยและเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวและช่างภาพก็คือวัดโพธิ์ ซึ่งตั้งอยู่ติดกับวัดพระแก้ว นักท่องเที่ยวต่างชาติที่แวะมาประเทศไทย มาชมวัดพระแก้วก็มักจะได้พ่วงการเดินเที่ยวในวัดโพธิ์ด้วย

ในกลุ่มนักถ่ายภาพ เวลาจะหัดถ่ายภาพในกรุงเทพ ในยุคสมัยของฟิล์มเราจะมีสถานที่แนะนำบอกต่อกันมาว่าให้ไป เยาวราช วัดพระแก้ว สวนลุม สยาม วัดโพธิ์ ภาพแนวศิลปะวัฒนธรรมที่ช่างภาพต้องเคยผ่านก็คือภาพในวัด และวัดโพธิ์ก็จะมีไฮไลท์เป็นมุมมหาชนคือภาพพระนอนขนาดยักษ์ที่เราถ่ายภาพได้แค่ส่วนหัวหรือส่วนเท้า การฝึกฝนการจัดองค์ประกอบโดยใช้วัดโพธิ์จะฝึกได้หลายท่าหลายเทคนิค กล้องและเลนส์ที่ใช้ถ้าจะให้ดีควรมีเลนส์มุมกว้างติดไปด้วยเป็นอย่างน้อย ใครใช้เลนส์ซูมก็จะมีโอกาสใช้เลนส์ได้ครบช่วงเพื่อความหลากหลายของภาพ

DSC03671

วัดโพธิ์ตั้งอยู่ที่ถนนสนามไชย ใกล้กับท่าเตียน ติดกับวัดพระแก้ว เป็นแหล่งท่องเที่ยวแนวศิลปะวัฒนธรรม ผู้มาเยือนมักจะเดินดู เดินถ่ายรูป ถ้าจะมาเที่ยวแถวนี้หาที่จอดรถยากหน่อย จอดสนามหลวงก็พอได้ เดินไกลสัก 15 นาที ถ้าจอดริมถนนต้องดูให้ดีว่ามีเวลาห้ามจอดไหม วัดโพธิ์เป็นชื่อเรียกสั้นๆมาจากคำว่าวัดโพธาราม มีมานานแล้ว และถูกบูรณะครั้งแรกโดยรัชกาลที่1 ชื่อเต็มอย่างเป็นทางการก็คือ วัดเชตุพนวิมลมังคลาราม รัชกาลที่3 บูรณะต่อจน เริ่มจดบันทึกลงบนแผ่นหินเกิดเป็นจารึกวัดโพธิ์ วัดแห่งนี้จึงกลายเป็นแหล่งรวมความรู้แห่งแรกอย่างเป็นทางการ เปรียบเสมือนเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทย

DSC03691

ตุ๊กตาหินที่เห็นยืนตระหง่านโชว์ตัวอย่างสวยงามเป็นตุ๊กตาแกะสลักที่ใช้ช่างคนจีนทำขึ้น บางคนเข้าใจผิดเรียกว่าตัวอับเฉา ซึ่งตัวอับเฉาที่บอกต่อกันมาเป็นของที่ใช้แทรกเพื่อป้องกันสินค้าที่บรรทุกใส่เรือกลับมาจากประเทศจีน ตอนส่งออกเราส่งของไปขายสินค้าเต็มลำเรือ ขากลับเรือก็บรรทุกของเบากลับมา และเพื่อป้องกันความเสียหายก็เลยต้องหาของป้องกันใส่มาด้วยเพื่อบรรทุกกลับมา ซึ่งตัวอับเฉาจะเป็นตุ๊กตาหินตัวเล็กๆที่สามารถวางแทรกไประหว่างสินค้าต่างๆได้ และเมื่อมาถึงเมืองไทย ตุ๊กตาหินตัวเล็กทั้งหลายก็ถูกนำไปจัดสวน ตกแต่งบ้าน และถูกนำไปวางประดับวัดต่างๆในยุคสมัยรัชกาลที่ 3 ดังนั้นตุ๊กตาตัวใหญ่ๆที่ยืนเท่ห์อยู่ในวัดจะไม่ใช่ตัวอับเฉา ไม่ได้มีหน้าที่ถ่วงน้ำหนักเรือ

DSC03703

การหัดถ่ายภาพในยุคก่อนกล้องดิจิทัล สถานที่สวยงามในกรุงเทพก็คือวัดโพธิ์และวัดพระแก้ว ซึ่งวัดโพธิ์จะมีรายละเอียดที่เยอะกว่า มีกิจกรรมของพระสงฆ์เป็นปกติ ดังนั้นวัดโพธิ์จะเป็นจุดนัดพบของช่างภาพมือใหม่ เราจะพบช่างภาพแบกขาตั้งกล้องไปเดินวัดโพธิ์เยอะมากชนชินตา แต่ยุคดิจิทัลและยุคมือถือที่ถ่ายภาพสวย เราไม่ได้เห็นขาตั้งกล้องอีกแล้ว และนักท่องเที่ยวก็เยอะขึ้นมาก เยอะจนไม่สามารถจะหาที่วางขาตั้งกล้องในจุดสำคัญได้เลย

DSC03706
DSC03721

พระนอนองค์ใหญ่ เราถ่ายภาพได้แค่มุมที่เห็นหน้า กับ เห็นเท้า เป็นมุมมหาชนที่นักถ่ายภาพทุกยุคสมัยก็ถ่ายกันแต่มุมนี้ เพราะสถานที่มีแค่นี้ อาจจะต่างกันในเรื่องของสีสัน การจัดแสง และความใหม่เก่าของอาคารและองค์พระเท่านั้น มุมที่ใช้วัดความเข้าใจเรื่องการใช้เลนส์ก็คือ มุมที่ถ่ายจากปลายเท้าย้อนกลับไปยังเศียรพระ ใครถ่ายภาพเท้าชัดและเศียรพระชัดได้ในภาพเดียวกันแสดงว่ามีความเข้าใจเรื่องระยะชัดลึก และมีการเลือกใช้เลนส์อย่างถูกต้อง และมันก็ต้องใช้ชาตั้งกล้องด้วย วันนี้ผมมาด้วยกล้องพกพาตัวเล็ก ไม่ได้เอาขาตั้งกล้องติดตัวมา ก็ถ่ายไปแบบด่วนๆเร็วๆ เท้าชัดและหัวเบลอ เป็นเรื่องปกติของกล้อง และเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ของเทคนิคการถ่ายภาพที่ไม่ใช้ขาตั้งกล้อง เพราะเราไม่สามารถใช้รูรับแสงแคบเพื่อเพิ่มระยะชัดลึกได้นั่นเอง

DSC03731

DSC03744

DSC03753

องค์พระขนาดใหญ่เป็นจุดสนใจของทุกคน ทำให้นักท่องเที่ยวเกือบทั้งหมดแทบจะพลาดงานจิตรกรรมฝาผนัง ผมเหลือบดูแล้วก็รู้สึกที่งที่มีภาพวาดดูสวยงาม แต่จำนวนคนที่เยอะมากที่เดินอยู่ทำให้เราไม่สามารถหยุดยืนดูนานๆได้ ทุกคนมาไหว้พระองค์ใหญ่ ทุกคนมาเพื่อสัมผัสวัดโพธิ์ มาเพื่อถ่ายภาพมุมมหาชน และลืมที่จะใช้เวลากับฝาผนังไปเลย

DSC03764

DSC03783

DSC03792

DSC03799

ภาพพระพุทธรูปเรียงแถวถอดยาวไปตามทางเดินเป็นมุมมหาชนอีกมุมหนึ่ง ภาพนี้ถ่ายไม่ยาก แต่การจะถ่ายให้สวยต้องเลือกเวลา ผมไปวัดในตอนบ่ายก็ได้ภาพประมาณนี้ แต่ภาพที่ผมเคยชอบในมุมนี้จากการดูภาพของนักถ่ายภาพท่านอื่นผมชอบภาพที่มีแสงแดดส่องเฉียงเข้าไปในภาพ นั่นก็หมายความว่าถ้าเราอยากได้แสงแดดด้วย เราต้องมารอบเช้า เพราะแสงแดดจะส่องเข้าไปที่หน้าพระนั่นเอง วันหลังจะมาใหม่ในเวลาที่เช้ามีแสงแดด

DSC03804

จบทริปเดินเล่นวัดโพธิ์ด้วยการตรวจสอบชื่อเจ้าของรถและการเป็นเจ้าของทะเบียนกับกรมตำรวจด้วยการล๊อคล้อ ค่าตรวจสอบ 500 บาท เพราะการคืนรถหรือปลดล๊อค จะต้องตรวจสอบการเป็นเจ้าของรถเสียก่อน ดังนั้นทะเบียนรถคันนี้เป็นของเราคนเดียว ไม่ได้มีชื่ออื่นมาสวมแทน

IMG_20240810_165725