ลูกชายปาโกะ scan-m-2012-12



scan-m-2012-12, originally uploaded by pockethifi.

เด็กชายต้นโพธิ์ ถ่ายที่โรงพิมพ์จอมทอง ปาโกะพามาเยี่ยม ถ่ายด้วยกล้อง leica minilux ฟิล์ม lucky น้ำยา Kodak d76

IMG_2704



IMG_2704, originally uploaded by pockethifi.

ขอบฟ้าเก้าเดือนแล้วครับ เป็นเด็กที่ยิ้มเก่งมาก คุ้นเคยกับการถ่ายภาพ สามารถยิ้มนิ่งๆหน้ากล้องได้ตามจังหวะที่นับ123 แชะ ถ่ายด้วยกล้องcanon eos 5d เลนส์ ef 85 f1.8

ภาพดอกบัวเปลี่ยนสีได้

กล้อง Lytro นอกจากจะมีความสามารถถ่ายก่อน โฟกัสทีหลังแล้ว ยังคงสามารถใส่ลูกเล่นต่างๆเพิ่มเติมได้เรื่อยๆตามที่ผู้สร้างกล้องจะสรรหามาให้เล่นกัน  อย่างเช่นในตัวอย่างนี้เป็นการเอาภาพเก่าที่เคยถ่ายไว้แล้วมาทำการประมวลผลเพื่อเพิ่มเติมลูกเล่นการเปลี่ยนสีตามจุดโฟกัสเสียใหม่  คือคลิกที่จุดใดในภาพจะทำให้โฟกัสชัดและจะทำให้แสดงผลเป็นสี ส่วนจุดที่ไม่ชัดจะกลายเป็นสีขาวดำ  ลูกเล่นนี้ชื่อว่า Crayon effect ซึ่งเป็นฟิลเตอร์ตัวหนึ่งที่โปรแกรมจัดการภาพของ Lytro มีให้ใช้

 

ขอบฟ้ากับคุณย่า

พาขอบฟ้ามาเยี่ยมคุณย่า ถ่ายภาพเล่นด้วยกล้องสองตัว ตัวแรกคือกล้อง LYTRO เป็นกล้องแนวแฟชั่นไฮเทค คุณภาพไม่ค่อยสวยมาก แต่ได้เรื่องลูกเล่นการโฟกัสภาพ ถ่ายก่อนโฟกัสทีหลัง อยากเห็นจุดไหนในภาพชัดก็กดที่บริเวณนั้นเพื่อโฟกัสใหม่

อย่างภาพนี้ มีรูปเด็ก แม่เด็ก ย่าของเด็ก และหมาอีกตัว คลิกที่จุดไหนเพื่อโฟกัสภาพใหม่ก็ได้ เป็นลูกเล่นที่สนุกดีเหมือนกัน

IMG_0862

วันนี้เตรียมตัวพาขอบฟ้าไปเยี่ยมคุณย่า ให้นมช่วงสายๆเสร็จก็เตรียมตัวขึ้นรถพาไปบ้านจอมทอง ก่อนจะออกก็ถ่ายรูปเล่นกัน ครั้งนี้ใช้กล้อง Eos5d กับเลนส์ 85 f1.8 เป็นหลัก หลังจากที่ใช้กล้องเล็กอย่าง Fuji x100 มานาน ภาพจากกล้องใหญ่เลนส์ใหญ่ตัวนี้ให้คุณภาพที่ดีมาก จะเรียกว่าเป็นกล้องเทพ เลนส์เทวดา ก็ไม่ผิดนัก

IMG_0865

หลานสาวชื่อ มิลิน เป็นลูกของพี่ชายอ้อย กำลังซน วิ่งและนอนได้ทุกที่ในบ้าน คลุกลงไปหมอบคู่กับหมาก็บ่อย ภาพนี้รอจังหวะเขาวิ่งเล่นไปหมอบข้างๆหมาแล้วก็ถ่ายเก็บไว้เป็นที่ระลึก
IMG_0868

เด็กผู้หญิงเริ่มรู้จักการถ่ายรูปแล้ว บอกให้โพสท์ท่าก็ได้ภาพนี้มา ถ้าไม่ใช่กล้อง DSLR ยังไม่ค่อยมั่นใจว่าจะได้อารมณ์ภาพและความไวแบบนี้ เพราะเด็กนิ่งอยู่แบบนี้แค่สองวินาที พ้นจากนี้ก็อด

IMG_0887

IMG_0891

ขับรถ Honda freed พาขอบฟ้าไปเยี่ยมคุณย่า วันนี้ขอบฟ้าโชว์ความเป็นเด็กดี ไม่งอแงเลี้ยงยากเหมือนทุกวัน ทักก็ยิ้มตลอด ใครเห็นใครก็รัก คุณย่าเห็นยังสงสัยเลยว่าเลี้ยงยากตรงไหน

IMG_0914

IMG_0920

IMG_0922

ตอนเย็นพากลับมาบ้านบางบัวทองแล้วก็พาไปเดินเล่นในหมู่บ้าน ขึ้นรถเข็นแล้วตะลอนไปท้ายหมู่บ้าน

IMG_0958

IMG_0961

ขอบฟ้านั่งในรถเข็นไม่รู้เรื่อง คงไม่รู้ว่าพ่อแม่ทำอะไร มันก็นั่งอมมือไปเรื่อยๆ ท่าทางแบบนี้น่าจะเป็นที่มาของคำพูด “เด็กอมมือ”

IMG_0966

หมู่บ้านนี้อยู่บริเวณบางบัวทอง ตุลาคมปี 2554 น้ำท่วมใหญ่ ทิ้งร่องรอยให้เห็นตามรั้วบ้าน ใครจะซื้อบ้านมือสอง หรือโครงการใหม่ๆในพื้นที่เสี่ยงคงต้องคิดหนัก เพราะเห็นหลักฐานอยู่ว่าท่วมระดับไหน

IMG_0975

ตอนเข็นรถแม่จะเข็นรถไม่เร็ว แต่ช่างภาพถ่ายให้ดูเหมือนเร็ว เอาไว้ดูขำๆ

ลองกล้อง LYTRO ถ่ายก่อนโฟกัสทีหลัง

กล้อง LYTRO เป็นกล้องถ่ายรูปดิจิทัลชนิดหนึ่ง ใช้หลักการบันทึกภาพแตกต่างไปจากกล้องทั่วไป เป็นผลงานจากงานวิจัยของนักศึกษาคนหนึ่งซึ่งภายหลังก็ได้พัฒนางานวิจัยจนกลายมาเป็นผลิตภัณฑ์ได้สำเร็จ และที่เจ๋งไปกว่านั้นก็คือ แนวคิดของกล้องตัวนี้ได้รับความสนใจจาก apple ด้วยเช่นกัน ซึ่งมีข่าวลือว่า เจ้าของ LYTRO ได้เคยคุยกับสตีฟจ๊อปเรื่องการนำเทคนิคนี้ไปไว้ใน iphone ด้วย

 

ลองกล้องครับ กล้องนี้ภรรยาสั่งซื้อมาให้เป็นของขวัญ เลยลองเอามาถ่ายภาพลูกดูเป็นภาพตัวอย่าง จุดเด่นของกล้อง LYTRO ก็คือตัวกล้องหน้าตาดูแปลก เท่ห์ ภาพที่ได้เป็นจัตุรัส ตอนถ่ายแค่เล็งแล้วกดถ่ายภาพเลยไม่ต้องโฟกัส แล้วทุกอย่างค่อยมาทำต่อในคอมฯ

ไฟล์ภาพที่ได้จากกล้องจะเป็นไฟล์ชนิดพิเศษที่โปรแกรมเปิดภาพทั่วไปไม่สามารถอ่านได้ ต้องลงซอร์ฟแวร์ที่แถมมากับกล้องเท่านั้น ภาพที่ก็อปปี้เข้าคอมพิวเตอร์ไปแล้วจะยังคงต้องใช้เวลาในการประมวลผลครั้งแรกก่อนประมาณ 20 วินาทีต่อภาพบนเครื่องคอม apple mac mini 2.0Ghz บนระบบปฏิบัติการ osx 10.6

ภาพที่ถ่ายมาได้จะสามารถคลิกไปที่ส่วนต่างๆของภาพเพื่อให้ทำการโฟกัสให้ชัดในจุดที่ต้องการ แต่คุณภาพของภาพที่ได้ก็ไม่ได้ดีมาก ดูไปดูมามันคล้ายๆกับภาพจากมือถือสมัยปี คศ 2003-2005 เสียมากกว่า คือความคมชัดยังต่ำอยู่ แม้ว่ากล้องตัวนี้จะมีความละเอียดเซ็นเซอร์รับภาพถึง 12 ล้านพิกเซล แต่ภาพสุดท้ายที่ประมวลผลออกมาได้จะมีขนาด 1080×1080 pixel เท่านั้น หรือประมาณ 1ล้านพิกเซล ในสัดส่วนสี่เหลี่ยมจตุรัส ใครจะเอาไปอัดลงกระดาษคงทำได้ระดับเพียง 3×5 นิ้ว หรือ 4×6 นิ้ว ไม่เกินนี้  เดาว่าขนาดภาพแบบนี้คงตั้งใจให้แสดงผลบนจอคอมพิวเตอร์หรือจอทีวีระดับ Full HD ได้พอดี

เมื่อเปิดดูข้อมูลการถ่ายภาพจากซอร์ฟแวร์ที่แถมมาให้ จะพบว่ากล้องมีระยะโฟกัสเริ่มต้นที่ 43มม. ซึ่งเป็นมุมรับภาพเที่ยวเท่ากับเลนส์ระยะกลางๆ ไม่ได้เป็นเลนส์มุมกว้างแต่อย่างใด แต่มีจุดเด่นคือสามารถซูมเข้าไปค่อนข้างเยอะ รูรับแสงของเลนส์จะอยู่ที่ f2 ตลอดทุกสภาพแสง ส่วน iso จะปรับค่าอัตโนมัติ บางภาพที่แสงดีๆก็จะใช้ค่า iso100 บางภาพถ่ายในห้องนอนตอนกลางคืน เปิดแสงจากเพดานกล้องจะดัน iso ให้กลายเป็น 2500 ผลก็คือกล้องตัวนี้ถ่ายภาพในที่แสงน้อยแล้วไม่สวย มีสัญญาณรบกวนหรือ noise เยอะมากเมื่อเทียบกับยุคสมัยปีคศ 2012

จุดเด่นของกล้องอยู่ที่การโฟกัสภาพภายหลัง หมายความว่าเราคลิกที่ส่วนไหน ภาพก็จะชัดส่วนนั้น ส่วนอื่นๆของภาพก็จะเบลอ ภาพสาธิตของ LYTRO ก็เลยมักจะเป็นภาพที่มีวัตถุระยะใกล้กับกล้องอยู่ในกรอบเดียวกับวัตถุที่ไกลออกไป ก็คือคือมีสองระยะที่แตกต่างกันเยอะๆ เพื่อให้การคลิกโฟกัสภาพสร้างผลความชัดและเบลอได้แตกต่างกันจนมองเห็นไม่ยาก

แต่พอเอาไปถ่ายภาพที่ระยะวัตถุในภาพต่างๆค่อนข้างไกลจากกล้อง ความชัดของวัตถุในภาพเกือบทุกจุดชัดใกล้เคียงกันอยู่แล้ว การคลิกในภาพเพื่อปรับโฟกัสภายหลังจะไม่ค่อยเห็นผลความแตกต่าง แปลว่าถ้าเราเอาไปถ่ายวิวไกลๆ ภาพก็จะไม่มีจุดเด่นของระบบ LYTRO เลย มันทำให้เซ็งอารมณ์อยู่เหมือนกัน

 

กล้องไม่มีช่องใส่หน่วยความจำเพิ่มเติม ในกล้องมีหน่วยความจำมาให้แล้ว 16GB สำหรับรุ่นสีแดงซึ่งแพงที่สุด รุ่นอื่นๆราคาถูกกว่าจะได้หน่วยความจำ 8GB เท่านั้น  บนกล้องมีปุ่มเปิด-ปิด 1 ปุ่ม มีปุ่มชัตเตอร์ 1 ปุ่ม และมีแถบสัมผัสเพื่อซูมอีก 1 แถบ  หน้าจอแสดงผลเป็นหน้าจอดูภาพจะเป็นระบบสัมผัสเพื่อสั่งการได้บ้างเล็กน้อย  มีช่องเสียบสาย mini usb 1 ช่องเอาไว้ถ่ายโอนข้อมูลและชาร์ตแบตเตอรี่ภายในกล้อง  แบตเป็นแบบเปลี่ยนไม่ได้ ถ้าถึงวันที่แบตเสื่อมยังนึกไม่ออกว่าจะต้องแก้ไขอย่างไร

สรุปคร่าวๆก็คือ กล้องตัวนี้หน้าตาดี หลักการดี เทคโนโลยีภายในดี แต่คุณภาพของภาพยังไม่ดี มันให้ความสวยงามในระดับพอทนได้ซึ่งคงไม่เหมาะกับนักถ่ายภาพที่ชอบภาพสวยใสคมชัด แต่มันอาจเหมาะกับคนที่ชอบคุณภาพระดับเพี้ยนๆอย่างคนเล่นโพลารอยด์ กล้องโลโม่ หรือคนที่ชอบอินสตาแกรมในมือถือ เพราะภาพแนวเพี้ยน แนวสี่เหลี่ยมจตุรัสมันกลายเป็นเรื่องของอารมณ์ ความเพี้ยนเฉพาะบุคคลกลายเป็นที่ต้องการของคนที่ไม่อยากเหมือนใคร โลกเรามีเรื่องเพี้ยนๆอีกมากมายให้ประหลาดใจ กล้องตัวนี้สร้างความประหลาดใจให้กับผู้พบเห็นได้ไม่ยาก ขอแค่ไม่เหมือนใคร เพี้ยนไปก็ช่างมัน.

 

p-IMG_0210

เด็กชายขอบฟ้า เกิดวันที่ 20 กรกฎาคม 2555 เวลา 10.06 น. ที่โรงพยาบาลรามา
ภาพนี้ถ่ายหลังจากวันเกิดผ่านไปแล้ว 1 วัน ถ่ายด้วยกล้อง canon eos5d เลนส์ 85f1.8



p-IMG_0210, originally uploaded by pockethifi.

ทำป้ายให้ขอบฟ้า

เวลาเดินทางไปเยี่ยมเพื่อนสักคนที่เพิ่งคลอดลูกหมาดๆ ก็จะมีอาการไปยืนเกาะหน้ากระจกแล้วก็ส่องเข้าไปดูว่าเด็กคนไหนจะเป็นลูกของเพื่อนเรา เด็กทารกหน้าตาคล้ายๆกัน ใส่เสื้อผ้าของโรงพยาบาลเหมือนกัน นอนในเตียงแบบเดียวกัน ว่าไปแล้วมันก็เหมือนกันจนแยกแยะลำบากมาก ถ้าพยาบาลไม่หันป้ายชื่อของเตียงออกมาให้ผู้ชมได้เห็น ก็ไม่รู้เลยว่าใครเป็นลูกใคร

ถึงราวตัวเองต้องมีลูกกับเขาบ้าง เลยหาวิธีที่จะแยกแยะว่าลูกเราคนไหน เวลาไปยืนมองจะได้ชมไม่ผิดตัว เพื่อนและญาติที่มาเยี่ยมจะได้รู้ว่าคนไหนเป็นลูกเรา ก็เลยคิดเรื่องป้ายชื่อขึ้นมา

นอกจากป้ายชื่อที่จะติดไว้กับเตียงลูกแล้ว ป้ายหน้าห้องก็ทำด้วยเช่นกัน เพราะว่าห้องพักหลังคลอดในโรงพยาบาลต่างๆไม่ยอมติดชื่อคนไข้ หรือชื่อใดๆเลย ซึ่งมันทำให้หายาก ผมถามจากแฟนที่เป็นหมอสูฯ ซึ่งก็คือแม่ของขอบฟ้านั่นเอง แฟนบอกว่า ปกติโรงพยาบาลจะไม่ติดชื่อใครเลย เพราะป้องกันการขโมยเด็ก หรือป้องกันบุคคลผู้ไม่หวังดี อ้าว….. อุตส่าห์ทำป้ายมา ติดไว้กลายเป็นอันตรายไปซะได้ แต่ก็ช่างมันขอติดไว้ก่อนก็แล้วกัน ถ้าพยาบาลทักว่าให้เอาออกก็ค่อยปฏิบัติตาม

และนี่ก็คือป้ายที่เอาไปวางไว้ที่เตียงเด็ก เวลาเพื่อนมาเยี่ยมผมก็จะให้ป้ายอีกแผ่นติดตัวเพื่อนไป เอาไปโชว์หน้าห้องเลี้ยงเด็ก พยาบาลก็จะรู้ว่าญาติของเด็กป้ายแดงมาเยี่ยม ก็เข็นเตียงเด็กมาแนบให้ดูได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาพูดผ่านลำโพงหน้าห้อง

ทดลองล้างฟิล์มขาวดำ

ทดลองล้างฟิล์มขาวดำ

ผมขอบงานถ่ายภาพขาวดำ ก็เลยพยายามศึกษาและหัดล้างอัดเองเมื่อสักสิบปีก่อน มีอุปกรณ์ทุกอย่างตั้งแต่การล้างฟิล์มไปจนถึงเครื่องอัดภาพ แต่พอเริ่มทำงานอื่นๆเต็มตัว งานอดิเรกอย่างการล้างอัดฟิล์มขาวดำก็ไม่ได้ทำอีกเลย

ปีนี้ผมตั้งใจจะลองล้างอัดอีกครั้ง แต่พอจะไปใช้สารเคมีตัวเดิมที่เคยใช้ก็ปรากฏว่าไม่มีขายแล้ว เลยต้องเปลี่ยนสารเคมีเป็นตัวอื่น และก็ต้องมีการทดลองล้างก่อน ก่อนที่จะไปล้างฟิล์มที่คาดหวังตัวจริง

สารเคมีตัวที่หาซื้อได้ในปี พศ. 2555 นี้ คือโกดัก D-76 ชนิดผง น้ำหนักของทั้งซอง 415 กรัม ใช้ละลายน้ำ 3.8 ลิตร เพื่อเตรียมเป็นน้ำยาเข้มข้น เมื่อจะล้างจริงต้องเอาน้ำยาเข้มข้นไปผสมน้ำอีกเท่าตัวเพื่อใช้งาน สรุปสุดท้ายก็คือ ผลโกดัก d-76 จะผสมสุดท้ายเป็นน้ำยาใช้งานได้ 7.6 ลิตรนั่นเอง แต่การผสมน้ำยาเพื่อใช้ทั้งซองมันไม่ค่อยเหมาะกับผมสักเท่าไหร่ เพราะน้ำยาทั้งหมดจะล้างฟิล์มได้ประมาณ 25 ม้วน ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าจะใช้งานได้ครบภายในเวลากี่เดือน อายุของน้ำยาที่ผสมแล้วจะอยู่ได้ประมาณ 2 เดือน ถ้าเก็บไม่ดี จะอยู่ได้ 6 เดือนถ้าเก็บดี

ผมเลยใช้วิธีหารด้วย 25 เสียเลย เอาน้ำหนักทั้งหมด 415g หารด้วย 25 ได้ 16.6 กรัมเพื่อเอาไว้ใช้กับฟิล์ม 1 ม้วน จากนั้นก็อาศัยการชั่งน้ำหนักผง d-76 ทีละ 16.6 กรัมแทน เดือดร้อนต้องไปซื้อเครื่องชั่งดิจิทัลมาใช้งาน กว่าจะหาเจอว่าต้องซื้อที่ไหนก็ใช้เวลาอีกหลายวัน

ได้เครื่องชั่งมาแล้วก็เริ่มล้างฟิล์มเลย ผมไปเอาขวดน้ำดื่มขนาด 600cc มาเป็นขวดผสมสารเคมี เอาน้ำใส่แท้งค์ล้างฟิล์มแล้วเทลงขวดน้ำดังกล่าว เอาปากกาเมจิกขีดไว้ว่าน้ำต้องอยู่ระดับนี้ จากนั้นก็เอาขวดพร้อมน้ำไปเข้าไมโครเวฟเพื่ออุ่นน้ำให้ได้ประมาณ 50องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่ระบุไว้บนซอง ใส่ผง d-76 จำนวน 16.6 กรัมเข้าไปแล้วคนให้เข้ากัน

พอเตรียมน้ำยาล้างฟิล์มเสร็จ ก็เตรียมน้ำยาตัวที่สองซึ่งทำหน้าที่หยุดสภาพของฟิล์มหรือ fixer อีกขวด ซึ่งก็ใช้ขวดน้ำดื่มขนาดเดิม เทน้ำยา fixer สำเร็จรูปไว้ในขวดความสูงเท่ากับน้ำยาล้างฟิล์มตัวแรก

ก่อนจะล้างต้องเอาน้ำยาทั้งสองขวดไปแช่ตู้เย็นเสียก่อน เพราะการล้างฟิล์มต้องใช้อุณหภูมิประมาณ 20-24 องศา เวลาในน้ำยาประมาณ 4-7 นาที ซึ่งต้องไปดูข้างกล่องฟิล์มว่าเขาออกแบบให้ล้างที่อุณหภูมิที่เท่าไร เวลากี่นาที แต่ละยี่ห้อจะใช้อุณหภูมิและเวลาไม่เท่ากัน การถ่ายภาพขาวดำจึงควรจะเก็บกล่องกระดาษที่ใส่ฟิล์มเอาไว้ก่อนจนกว่าจะล้างเสร็จเพื่อดูข้อมูลตอนล้างนี่เอง

ฟิล์ม lucky ความไว 100 ผมซื้อเอาไว้ตั้งแต่ปี คศ 2008 มันหมดอายุตอนปี 2010 ผมถ่ายเล่นไว้ตั้งแต่ช่วงแรกที่ได้มา แล้วก็ค้างในกล้องตั้งแต่นั้นจนมาถึงวันนี้ 15 กรกฎาคม 2555 หรือปี 2012 ถึงจะได้เอามาล้าง ฟิล์มหมดอายุไปแล้ว แต่ผมก็ไม่ได้ซีเรียส กะแค่ว่าลองล้างเล่นๆ

lucky d-76 develop table

กล่องฟิล์มระบุระยะเวลาไว้ว่า 24องศาเซลเซียส เวลา 3.5 นาที ผมก็เลยล้างไปซะ 4 นาที เพื่อชดเชยนิดหน่อยสำหรับฟิล์มหมดอายุ ซึ่งการชดเชยไม่มีหลักการที่แน่นอน ใช้วิธีเดาล้วนๆ ล้างฟิล์ม 4 นาที เขย่าแท้งค์ทุกครึ่งนาที แล้วแช่ด้วยน้ำยา fixer อีก 5 นาที จากนั้นเอาไปแช่น้ำไหลทิ้งเรื่อยๆประมาณ 10 นาที เสร็จแล้วก็เก็บตาก ทุกภาพติดขึ้นมาน่าพอใจ ฝีมือการโหลดฟิล์มเข้าแท้งค์ของผมยังใช้ได้ โหลดฟิล์มไม่ติดเลย ทุกพื้นที่ของฟิล์มโดนน้ำยาสม่ำเสมอ ไม่ด่าง ไม่แหว่ง

ที่หัดมาทั้งหมดก็เป็นการเตรียมตัวสำหรับการถ่ายภาพลูกของผมเอง ผมจะเก็บภาพลูกเป็นฟิล์ม ไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงอยากมีภาพลูกเป็นฟิล์ม ทั้งที่มีกล้องดิจิทัลอยู่กับตัว จริงๆก็คงถ่ายด้วยกล้องดิจิทัลด้วยเช่นกัน แต่อยากมีภาพติดฝาบ้านเป็นฟิล์ม ก็เท่านั้นเอง

หลังจากที่โพสท์ทิ้งไว้เป็นเดือน ก็กลับมาอัพเดทกันหน่อยเกี่ยวกับฟิล์มขาวดำที่ล้างเสร็จแล้ว
หลังจากล้างฟิล์มเสร็จแล้ว ก็ตัดใส่ซองพลาสติกเพื่อเก็บไว้ดู โดยปกติก็ควรจะทำเป็น contact print ออกมา การทำคอนแท็คที่ว่าบนงานขาวดำก็จะเป็นการอัดภาพจริง ด้วยระบบกระดาษอัดและน้ำยาล้างภาพขาวดำจริง แต่ผมยังไม่ว่างก็เลยใช้วิธีเอากล้องดิจิทัลมาถ่ายฟิล์มขาวดำที่วางไว้บนกล่องไฟ ได้ภาพจากกล้องดิจิทัลแล้วก็เอามาผ่านโปรแกรมโฟโต้ช็อป เพื่อปรับจากภาพเน็กกาทีฟให้มันเป็นภาพปกติ


ภาพที่ถ่ายได้จากกล้องดิจิทัล จะเป็นภาพเน็กกาทีฟตามที่ตาเห็น


ภาพปกติหลังจากปรับแต่งด้วยโฟโต้ช็อปเสร็จแล้ว

IMG_0197

ส่วนการสแกนภาพเดี่ยวก็ใช้วิธีวางฟิล์มบนกล่องไฟโดยตรง แล้วก็ใช้กล้องดิจิทัลถ่ายภาพจากกล่องไฟ แสงสว่างที่ใช้ในกล่องไฟก็คือแฟลชตัวหนึ่ง ในภาพผมใช้แฟลชของ nikon ติดกับตัวรับสัญญาณไร้สาย หรือทริกเกอร์ ตัวส่งติดอยู่ที่กล้อง

IMG_0198

ตัวฟิล์มจะถูกวางขนาบด้วยกล่องซีดีเพื่อทำให้เรียบ แล้วก็ใช้เลนส์มาโครถ่ายภาพเลย จากนั้นก็เอาไฟล์ไปปรับแต่งในโฟโต้ช็อปอีกที

img002edit

img2011-30

img2010-18

ได้ภาพแบบนี้มาในที่สุด