สถานีช่องนนทรี

Untitled by pockethifi
Untitled, a photo by pockethifi on Flickr.

วันนี้ผมไปติดต่อลูกค้า เลือกใช้รถไฟฟ้าแทนการขับรถไปเอง เพราะกรุงเทพรถติดสาหัส ไม่ลืมที่จะพกกล้องที่เพิ่งได้มาใหม่ติดตัวมาได้ Nikon v1 พร้อมเลนส์ 10mm f2.8 ที่รวมร่างกันแล้วใหญ่แค่กล้องคอมแพ็คราคาถูกๆทั่วไป

ครั้งนี้ผมไปยืนถ่ายมุมมหาชนมุมหนึ่งที่ผมมักจะใช้ลองกล้องอยู่บ่อยๆ มุมนี้ถ่ายมาตั้งแต่ยุคของฟิล์ม มีกล้องดิจิทัลกี่ตัวก็ผ่านมุมนี้มาแล้วทุุกตัว

เรื่องคุณภาพของภาพไม่ได้มีสาระ เพราะกล้องที่ออกมาทีหลังย่อมมีคุณภาพสูงกว่ากล้องเมื่อหลายปีก่อนเสมอ แต่สิ่งที่แตกต่างกันก็คือ วันนี้ยามไม่มาไล่ผม ไม่มาแจ้งว่าห้ามถ่ายภาพ เหมือนในครั้งก่อนๆที่เคยสะพายกล้องตัวใหญ่ๆดูเอิกเกริกมาถ่าย วันนี้ผมสังเกตุเห็นเพียงแค่ยามเดินมาดููผมแล้วก็เดินจากไป ผมถ่ายภาพเสร็จก็หันกลับมา เห็นหลังคุณยามค่อยๆเดินห่างออกไป คงมาดูแล้วว่าผมเป็นนักท่องเที่ยวมากกว่าจะเป็นช่างภาพที่ยามมักจะเกลียดโดยสัญชาตญาณ ดังเช่นหมาเกลียดคนส่งไปรษณีย์

PDSC0045
ภาพจากกล้อง polaroid z340

000018
neg-bangkok2004-000019
neg-bangkok2004-000020
neg-bangkok2004-000027
ภาพจากฟิล์ม fuji กล้อง canon eos50 lens sigma 24-70 f2.8

ขอบฟ้า 1 ขวบ 6 เดือน

IMG_0173.JPG by pockethifi
IMG_0173.JPG, a photo by pockethifi on Flickr.

เด็กชายขอบฟ้า 1 ขวบ 6 เดือน วันนี้วิ่งเล่นได้แทบจะเหมือนลิงแล้ว ขาดแค่ปีนต้นไม้เท่านั้น

นิสัยการยิ้มสู้กล้องยังพอมีหลงเหลืออยู่บ้าง แม้จะไม่เท่าตอนสมัยยังแบเบาะ แต่ก็ยังพอเรียกให้หันมายิ้มได้ ทุกวันนี้ เวลาถามว่าจะไปไหน จะได้ยินคำตอบว่า “ไปเที่ยว” เป็นคำตอบแรกสุดและตอบได้อย่างไม่ต้อคิดเลย

ภาพนี้ถ่ายที่พุทธมณฑล บริเวณสนามหญ้าข้างองค์พระ แสงเย็นๆประมาณห้าโมงเย็นส่องมาทางด้านหลัง ใช้กล้อง DSLR canon eos6d พร้อมเลนส์เทเลซูมความไว 2.8 อย่าง 70-200L วัดแสงแบบชดเชยไปทาง over 1 stop โฟกัสกลางภาพแล้วถ่าย ได้ภาพค่อนข้างน่าพอใจ

การพกกล้องใหญ่ๆไปเที่ยวมีข้อดีและข้อเสียปนกัน ข้อดีคือได้ภาพที่มีคุณภาพ ได้ภาพสวยไว้ใจได้ ข้อเสียคือมันหนักและเป็นภาระในการขนย้าย ยิ่งต้องดูและเด็กซนๆสักคนแทบจะทำให้การพักกล้องใหญ่ๆเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย แต่ผมเองพกกล้องเล็กมาเป็นปีแล้วตั้งแต่เร่ิมพาลูกออกจากบ้าน มีภาพจากกล้องเล็กๆเต็มไปหมด วันนี้ก็เลยลองพกของใหญ่ดู ก็ได้ภาพที่สวยงามคุ้มกับความยุ่งยาก

แถมภาพพอร์ตเทรตของขอบฟ้าเอาไว้ด้วย  เด็กที่เกิดมาเป็นลูกของคนชอบถ่ายรูปก็ย่อมมีรูปเยอะเป็นธรรมดา  ตอนลูกโตขึ้น ลูกจะเป็นคนที่มีภาพไว้อวดเพื่อนๆมากมายมหาศาล

IMG_0107.JPG

 

ถ่ายภาพด้วยกล้อง Holga

holga scan 10dec2013-1

กล้อง Holga เป็นกล้องจากประเทศฮ่องกง ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นของเล่นสำหรับนักถ่ายภาพที่อยากจะใช้ฟิล์มขนาดใหญ่ขนาด 6x6cm หรือฟิล์ม 120 ซึ่งเป็นฟิล์มที่ได้รับการใช้งานในวงการสตูดิโอระดับมืออาชีพมาตลอดตั้งแต่เรารู้จักกับคำว่าถ่ายภาพแฟชั่น

holga scan 10dec2013-1r

ฟิล์มใหญ่จะให้ความคมชัดสูงกว่าฟิล์มเล็กเป็นเรื่องที่นักถ่ายภาพท่องกันขึ้นใจ กล้อง Holga เป็นกล้องราคาถูก ซื้อขายกันง่าย ไม่ต้องดูแลมาก เป็นพลาสติกเกือบทั้งตัวยกเว้นสปริงที่เป็นเหล็ก มีรูรับแสงคงที่ มีช่องมองภาพเอาไว้เล็ง ปรับโฟกัสได้บ้างเป็นช่วงๆ คือถ่ายใกล้หน่อยสำหรับถ่ายคนเดียว ถ่ายไกลหน่อยสำหรับถ่ายหลายคน ถ่ายไกลสุดเอาไว้ใช้ตอนถ่ายวิว ระยะโฟกัสก็หมุนเอาตามสถานการณ์และความมั่นใจของช่างภาพ ภาพชัดไม่ชัดก็ไปลุ้นกัน ค่าสปีดชัตเตอร์ระบุไม่ได้ว่าเท่าไหร่ แต่ให้ใช้หลักการของกฏ sunny16 เอาไว้ ก็คือ ต้องมีแดดถึงจะถ่ายได้ แดดยิ่งแรงยิ่งดี

holga scan 11dec2013-2--3

ผมถ่ายภาพลูกด้วยค่าแสงตอนประมาณเจ็ดโมงเช้า รู้ทั้งรู้ว่าแสงยังไม่เข้มพอ เลยหลอกให้ลูกไปดูพระอาทิตย์ตรงๆ ให้แสงอ่อนๆตกลงบนหน้าพอดี ส่วนอื่นในภาพก็มืดไปตามสภาพที่ไม่โดนแสง

ความคมชัดของกล้องตัวนี้พอใช้ได้ที่กลางภาพ ถ้าโฟกัสถูกก็จะให้ภาพที่คาดหวังได้ แต่ขอบภาพจะมัวๆเบลอๆ ซึ่งเป็นบุคลิกของกล้องราคาถูก แต่ดันเป็นรูปแบบที่คนส่วนใหญ่ชอบคือตรงกลางชัด รอบๆช่างหัวมัน

holga scan 11dec2013-2--5

ฟิล์ม fomapan น้ำยา d76 24องศา 5 นาที สแกนเนอร์ epson4490 และภาพยืนเกาะรั้วนี้ผมชอบมาก จนเอาไปอัดขยายใส่กรอบและใช้เป็นของประดับบ้านเลย

P1100177

และนี่คือหน้าตาของกล้อง Holga120 ครับ

ถ้าสนใจก็ซื้อได้ที่นี่ https://s.lazada.co.th/s.Q4lb8?cc

ผมได้ทำคลิปวิดีโอพูดถึงกล้องตัวนี้เอาไว้ด้วย ลองไปชมดูได้นะครับ เป็นเนื้อหาที่ทำขึ้นมาคนละช่วงเวลากับการเขียนบทความนี้


ถ่ายภาพสินค้าด้วยกล่องไฟอนาถา

ผมเคยโพสท์เกี่ยวกับการจัดแสงถ่ายภาพด้วยอุปกรณ์เกี่ยวกับแฟลชที่ทำขึ้นมาเองโดยเน้นว่าเป็นวัสดุเหลือใช้   ซึ่งกล่องเฉพาะกิจก็ถูกนำมาตัดเจาะและติดกระดาษไขให้พร้อมสำหรับการถ่ายภาพสินค้า  วิธีการทำกล่องจะไม่พูดถึง  แต่จะพูดถึงประโยชน์ใช้สอยของกล่องไฟตัวนี้ที่มันทำประโยชน์ให้กับผมอีกครั้ง  แม้ว่าจะไม่ค่อยดูแลกล่องนี้สักเท่าไหร่ กระดาษติดกล่องบางส่วนก็ขาด ทะลุ  คิดว่าคงต้องจัดการซ่อมซะที
การถ่ายภาพในกล่องไฟวันนี้เกิดจากผมประกาศขายอุปกรณ์ถ่ายรูปบางอย่าง ก็เลยเอาของที่อยากขายมาวางถ่ายภาพไปเรื่อยๆ  แล้วก็นึกได้ว่านอกจากอุปกรณ์การถ่ายภาพแล้ว อุปกรณ์เกี่ยวกับเครื่องเสียงก็เป็นของที่อยากขายอยู่เหมือนกัน  ภาพนี้ก็เลยเป็นภาพของไมโครโฟนตัวหนึ่งที่ซื้อมาเพื่อใช้ร้องเพลงคาราโอเกะ  และเคยตั้งใจจะใช้บันทึกเสียงทั่วไปด้วย
พอถ่ายภาพนี้เสร็จ ตอนกำลังจะเก็บกล้องก็เห็นว่าน่าจะถ่ายภาพมุมกว้างของกล่องไฟและการจัดวางแฟลชเก็บไว้  จะได้เห็นว่าภาพกว้างก่อนจะถ่ายว่าอุปกรณ์แต่ละชิ้นทำงานอย่างไร  เมื่อซูมภาพเป็นมุมกว้าง  เราก็เห็นสภาพกล่องและสินค้า และอุปกรณ์แฟลชต่างๆครบทุกดวง  แต่จริงๆกล่องไฟหน้าตาแบบนี้ใช้แฟลชดวงเดียวก็เอาอยู่ดังภาพ

ทดลองเล่นแฟลชเฉพาะจุด

เป็นงานทดสอบที่เคยทำไว้นานแล้ว วันนี้ค้นเจอภาพเก่าเลยเอามาโพสท์รวมไว้เป็นบันทึก อาจจะมีประโยชน์กับนักอ่านคนอื่นบ้าง

เริ่มจากการควบคุมแสงแฟลชเพื่อให้ผลเฉพาะอย่างแบบที่แตกต่างไปจากการยิ่งแฟลชธรรมดา เทคนิกการควบคุมให้เป็นแสงเฉพาะจุดจะใช้วิธีการห่อด้านหน้าแฟลชด้วยกรวยที่บรรจุด้วยหลอดกาแฟ ยิ่งหลอดกาแฟยาว แสงยิ่งเป็นวงเล็กลง บางคนอาจจะเรียกลักษณะการห่อแบบนี้ว่า snooz ซึ่งมันแปลว่าอะไรก็ไม่เคยหาความหมายซักที

IMG_8576

ถ้าเราห่อไม่ดี แสงแฟลจจะมีเป็นวง และเป็นพื้นที่สี่เหลี่ยมผสมกันออกมา

IMG_8578

IMG_8603

ถ้าห่อให้เรียบร้อย แสงแฟลชจะเป็นดวงเล็กที่ดูกลมสวยงาม

IMG_8592

เวลาถ่ายภาพก็ตั้งค่าสปีดของกล้องให้ไม่เกินความเร็วในการซิงค์แฟลช ส่วนรูรับแสงก็เป็นไปตามระยะห่างระหว่างแฟลชกับวัตถุ เมื่อก่อนไม่มีระบบดิจิทัล หากจะเล่นกับแฟลชจะต้องมีมิเตอร์วัดแสงแฟลชเพื่อวัดว่าเราต้องใช้รูรับแสงเท่าไหร่ถึงจะได้แสงพอดี แต่ถ้าใช้กับกล้องดิจิทัล เราก็ถ่ายทดสอบไปเรื่อยๆว่าแสงที่พอดีจะต้องใช้ค่ารูรับแสงเท่าไหร่ ความเข้มของแสงจะเพิ่มขึ้นตามระยะทางที่แฟลชวางใกล้วัตถุมากขึ้นทำให้ต้องใช้รูรับแสงแคบลงเรื่อยๆ

IMG_8574

ลองเอาไปถ่ายวัตถุบ้าง ภาพดอกไม้ก็กะเอาว่าแสงแฟลชลงที่ดอกไม้พอดี ส่วนอื่นไม่โดนแฟลชโดยตรง เป็นการเน้นความสว่างไปที่ดอกไม้แต่เพียงอย่างเดียว

IMG_8586

ถ่ายวัตถุอื่นๆ ให้แสงเข้าด้านข้าง

IMG_8589

ลองถ่ายพระพุทธรูปดูบ้าง

สแกนภาพขาวดำ

Untitled

ภาพขาวดำที่ถ่ายด้วยฟิล์มถ้าเราไม่อัดภาพลงบนกระดาษ เราก็ต้องสแกนเป็นไฟล์ดิจิทัลเพื่อดูในจอภาพ การสแกนก็ทำได้ด้วยสแกนเนอร์รุ่นพิเศษที่ออกแบบมาให้สแกนฟิล์มได้ หลายปีก่อนในยุคฟิล์มรุ่งเรือง สแกนเนอร์คุณภาพพอใช้ได้ที่พอจะสแกนฟิล์มได้ก็จะมีราคาหลักหมื่นบาท

ในยุคนี้ที่กล้องดิจิทัลราคาถูกลงอย่างมาก เราก็มีวิธีใช้กล้องดิจิทัลแทนสแกนเนอร์ โดยการ เอาฟิล์มไปวางบนกล่องไฟ แล้วก็ถ่ายภาพจากฟิล์มเลย แล้วก็เอาไฟล์ดิจิทัลที่ได้ไปประมวลผลด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ เอาไปกลับสีเป็นจากเน็กกาทีฟเป็นโพสิทีฟ

คราวนี้เราก็มีวิธีที่ง่ายกว่านั้นโดยใช้กล้องดิจิทัลที่มีโหมดปรับภาพแบบเน็กกาทีฟในตัว ผลก็คือเราจะได้ภาพขาวดำโทนสีปกติทันทีที่ถ่ายภาพเสร็จเลย สะดวกอย่างยิ่ง แถมกล่องไฟที่ใช้ก็ยังสามารถอาศัยอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆพกติดตัวเคลื่อนย้ายง่ายได้อีกด้วย เราจะมาดูวิธีการกัน

อุปกรณ์ที่ใช้

Untitled

ฟิล์มขาวดำกับกล่องไฟสำหรับดูสไลด์ กล่องไฟรุ่นนี้เป็นกล่องไฟใส่ถ่านไฟฉาย 2 ก้อน ขนาดหน้าจอแสงสว่างจะใหญ่ประมาณ 6x6cm เป็นกล่องไฟพกพาสำหรับการดูฟิล์มสไลด์ขนาด 120 หรือ 6x6cm นั่นเอง เราเอามาใช้ให้แสงสว่างกับแผ่นฟิล์ม

Untitled

ถ้าเราถ่ายภาพด้วยโหมดสีปกติของกล้องดิจิทัล เราก็จะได้ภาพออกมาเป็นสีโทนน้ำตาล ที่ไม่เป็นสีโทนเทาเพราะหลอดไฟไม่ได้ให้สีขาวจริงๆ แต่ให้สีเป็นสีชา ภาพที่เราได้ก็จะเป็นสีที่เรามองเห็นด้วยตาเปล่า

Untitled

จากนั้นเราก็ปรับโหมดการถ่ายภาพของกล้องดิจิทัลให้เป็นสีแบบ เน็กกาทีฟ ซึ่งกล้องบางตัวจะทำได้ บางตัวทำไม่ได้ ตัวที่ทำได้เราก็จะได้ภาพกลับสีทันที ซึ่งจะได้สีเป็นสีปกติของงานขาวดำ

Untitled

แล้วเราก็เอาภาพที่ได้ไปปรับแต่งคอนทราส หมุนภาพ คร๊อปภาพได้ตามใจ อย่างในภาพสุดท้ายนี้คือเอาไปผ่านโปรแกรม snapseed ซึ่งเป็นโปรแกรมแต่งภาพที่อยู่ในสมาร์ดโฟน สามารถหาโหลดมาลงได้ไม่มีค่าใช้จ่าย

ส่วนภาพบนสุดที่มีขอบภาพหน้าตาประหลาดนั้นเป็นการเอาภาพที่ปรับเสร็จแล้วไปผ่านโปรแกรมของ polaroid ซึ่งหาโหลดได้ฟรีเช่นกัน ขอบภาพที่เห็นเป็นเส้นกากบาทนั่นคือขอบภาพเลียนแบบภาพ polaroid จากกล้อง SX-70 ในอดีต

polaroid digital camera z340 กล้องโพลารอยด์ยุคใหม่

highres-polaroid-z340-6_1354287054

กล้องดิจิทัลจาก polaroid ในรุ่น z340 เป็นกล้องลูกผสมระหว่างกล้องดิจิทัลความละเอียด 14 ล้านพิกเซล กับ ปริ๊นเตอร์ขนาดเล็กสามารถพิมพ์ภาพขนาด 3×4 นิ้วได้ในตัว  ในส่วนของกล้องดิจิทัลจะใช้แผ่น SD card   แบตเตอรี่ในเครื่องสามารถใช้พิมพ์ภาพได้ 10 ภาพต่อการชาร์จแบต 1 ครั้ง  ส่วนการถ่ายภาพแบบไม่ต้องพิมพ์ภาพ สามารถถ่ายได้กี่ครั้งยังไม่รู้ข้อมูล เดี๋ยวใช้ไปเรื่อยๆคงรู้เอง

polaroid_z340_digital_instant_camera_5

ภาพที่ถ่ายเล่นด้วยกล้องดิจิทัลโพลารอยด์

ตั้งค่าของกล้องเอาไว้ที่ฟิลเตอร์แบบโลโม่  ซึ่งจะมีลักษณะเพิ่มขอบดำให้กับภาพ แล้วก็ถ่ายภาพนี้จากในรถ  โฟกัสภาพไว้ที่กระจกที่มีหยดน้ำเกาะอยู่  วัดแสงไปตามที่กล้องวัดให้ โฟกัสชัดก็กดถ่ายไปเลย

นอกจากจะถ่ายไปนอกตัวรถแล้ว ลองโฟกัสที่คอนโซลรถบ้าง  สภาพแสงตอนนี้ค่อนข้างน้อยเพราะว่าขับรถอยู่บริเวณใต้สถานีรถไฟฟ้าช่องนนทรี

ภาพศาลตายายถ่ายในโรงพิมพ์  ตั้งค่าเป็นแบบโลโม่เพื่อช่วยให้ภาพมีขอบดำเข้มขึ้น  คุณภาพกล้องคอมแพ็คระดับ 14 ล้านพิกเซลอยู่ในระดับมาตรฐานกล้องทั่วไป  แต่ลูกเล่นเรื่องฟิลเตอร์ต่างๆก็เป็นของเล่นที่น่าเล่น  ภาพที่ได้มีคุณภาพเพียงพอที่จะนำไปโพสท์หรือใช้ในงานสิ่งพิมพ์ได้ไม่มีปัญหา

การถ่ายภาพในห้องนอนก็มีคุณภาพพอใช้  สภาพแสงในห้องมีเพียงไฟฟลูออเรสเซนท์หนึ่งดวง  กล้องพยายามเร่ง iso ขึ้นไปให้สูงที่สุดเท่าที่กล้องจะมีให้ได้  ภาพที่ได้ก็มีรายละเอียดพอใช้ได้  แม้ว่าจะดูมีกลากเกลืื้อนต่างๆอยู่ในผิวคนและทั่วทั้งภาพแต่มันก็ยังคงให้ภาพได้  คือเก็บภาพได้ ไม่สั่นจนเสีย

 

PDSC6479

set2-PDSC0318

2016-104-PDSC0015
PDSC0265
PDSC0042

ภาพถ่ายจากสถานที่ก่อสร้างบ้าน



Untitled, originally uploaded by pockethifi.

วันที่ 19 พค 2556 ผมมีนัดไปดูสถานที่ก่อสร้างหลายแห่ง เป็นกิจกรรมส่งเสริมการขายของบริษัทที่ปรึกษางานสร้างบ้าน บริษัทนี้จัดให้ว่าที่ลูกค้าได้ไปดูสถานที่จริงในการก่อสร้าง นั่นคือ มีคนจะสร้างบ้าน บริษัทที่ปรึกษาก็จะรับจ้างให้คำปรึกษา ควบคุมงานก่อสร้าง ติดต่อคุยกับผู้รับเหมา ควบคุมให้ทุกอย่างเป็นไปตามแบบ ตามสเป็คที่กำหนดไว้ เมื่อมีปัญหา บริษัทที่ปรึกษาจะแจ้งให้เจ้าของบ้านทราบเพื่อแก้ไขให้ทันท่วงที ถือเป็นธุรกิจที่มีรายได้ดี เป็นการจับเสือมือเปล่า ลงแต่ความรู้ ความคิด ไม่ต้องลงทุนตัวเงินในการทำงาน

บ้านหลังนี้เป็นตัวอย่างที่บริษัทที่ปรึกษาพาไปดู ผมพกกล้องถ่ายรูปไปถ่ายเล่นๆ เห็นมุมเงยแบบนี้ก็อดที่จะถ่ายเก็บไว้ไม่ได้ กล้องฟูจิ x100 ติดเลนส์ตายตัวขนาด 35mm รูรับแสง f2 ตั้งค่าให้กล้องเป็นระบบ Av f2 ความไวแสงตั้งเป็น Auto ตอนถ่ายก็ใช้ระบบ ND ในกล้องช่วยลดค่าแสงลงไปอีก 3 สต๊อป เพราะตั้งใจใช้รูรับแสงกว้างๆ ความไวของกล้องมีแค่ 1/2000 วินาที ทำให้ค่าแสงตอนกลางวันจะมากเกินไปเมื่อเทียบกับสเป็คของการถ่ายที่รูรับแสงกว้าง เลยต้องลดแสงลงด้วยระบบ ND ซึ่งระบบนี้มีอยู่ในกล้อง Fuji x100 อยู่แล้ว

เล่านิทานก่อนนอน

25560516-210122.jpg

ภาพก่อนนอน ไฟหัวเตียงดวงเดียวสลัวๆ กับอิริยาบถ แม่อ่านนิทานให้ลูกฟัง แสงน้อยมาก ใช้เลนส์ ef35 f2 พร้อมด้วยกล้องที่ดัน iso ได้สูงถึง 12800 อย่าง canon eos6d ภาพแบบนี้ ถ้าเป็นสมัยถ่ายภาพด้วยฟิล์ม ไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่จะเก็บภาพด้วยมือเปล่า อาจต้องกางขาตั้งกล้อง และใช้สายลั่น และรอเวลาอีกนานนับนาทีกว่าจะได้ ซึ่งคงไม่สามารถถ่ายภาพคนได้แล้วกับเวลารับภาพนานขนาดนั้น นี่เป็นการพัฒนาระดับก้าวกระโดดของการถ่ายภาพ คือในที่สุดเราก็มีกล้องที่สามารถถ่ายภาพได้ตามตาเห็นจริงๆ