เลือกภาพที่ชอบ พร้อมคำบรรยาย

เลือกภาพที่ชอบ พร้อมคำบรรยาย

พระพุทธชินราช

อยู่ในพิษณุโลก ผมฝากกล้องโบราณพร้อมฟิล์มไปกับเพื่อนที่เดินทางไปเที่ยว สอนวิธีใช้งานและสอนวิธีวัดแสง แล้วก็ได้ภาพนี้กลับมา  เพื่อนอีกคนที่อยู่ในพิษณุโลกเห็นภาพนี้แล้วเขาบอกว่าปัจจุบันมีการบูรณะ เปลี่ยนสี เปลี่ยนไฟไปหมดแล้ว ลักษณะพระและแสงไฟแบบนี้ไม่มีอีกแล้ว

 

 

พ.ศ. 2546 พ่อป่วยต้องผ่าตัดใหญ่

เป็นการผ่าตัดใหญ่ที่สุดที่เคยเกิดขึ้นในครอบครัว  หลังผ่าตัดสองเดือนพ่อถึงได้ออกจากโรงพยาบาล วันที่ออกจากโรงพยาบาลคือวันที่มีแต่รอยยิ้ม

 

 

ประชาธิปไตยสีดำ

เมืองไทยมีดีทุกอย่าง ยกเว้นมีคนไทยเยอะไปหน่อย นักการเมืองต้องมีจริยธรรมสูงกว่าคนปกติเป็นคำพูดจากคนหน้าตาดี  คงต้องตีความว่า จริยธรรมไม่ได้แปลว่า ซื่อสัตย์ เห็นแก่ส่วนรวม เสียสละ และไม่คอรับชั่น

 

 

กล้องโบราณ

ที่ยกขึ้นมาเล็งเมื่อไหร่ความหล่อจะถูกคูณอีกร้อยเท่า

 

 

ลาสเวกัส

เป็นความพยายามของคนที่ไม่ยอมแพ้ทะเลทราย

 

 

ฮาวายเหมือนภูเก็ต

แต่มีภูเขาไฟ

 

 

กาแฟ

เครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจประเภทหนึ่ง กินแล้วจะมีแรงขับเคลื่อน หลังๆเริ่มราคาแพงมากขึ้น

 

 

ปลาหมึก

นี่ๆ…ปลาหมึกแถวไหนขายแพงที่สุด ตอบ แถวบนสิครับ

 

 

น้องส้ม

ภาพสวยแต่ไร้ความหมาย

 

 

พระอาทิตย์ทรงกลด

ภาพลวงตาที่ใหญ่ที่สุดในโลก

 

 

ว่างเปล่า

บันทึกชีวิตช่วงหนึ่งที่อยู่กับแสงไฟมากกว่าแสงแดด

 

 

ดอกผักบุ้งทะเล

อยู่ประเทศไทยไม่เคยสนใจ พอไปเห็นที่ต่างประเทศดันได้ภาพแบบนี้กลับมา

 

 

หลอดสูญญากาศ

เป็นสิ่งที่ที่เกิดในยุคเอดิสันที่ยังคงถูกใช้งานอยู่ในปัจจุบัน

 

 

สนามหลวง

ต้นมะขาม กลางวันเจอพระ กลางคืนเจอผี

 

 

ต้นยูคาลิปตัส

ที่ใครๆเขาก็บอกว่าปลูกแล้วป่าจะโทรม ดินจะเสีย ผมถ่ายภาพนี้ตอนยืนอยู่บนรังมดแดง เศษใบไม้ร่วงปกคลุมจนมองไม่เห็นพื้น ความชื้นเยอะจนมดชอบ

 

 

ควาย

เดี๋ยวนี้ควายหน้าตาดี

 

 

ไข่ไก่

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่กินไข่ เอามากองไว้ก็รอเวลาเน่า

 

 

ดอกไม้ริมทาง

ร่วงหล่นอยู่บนพื้น ถ้าถูกจัดระเบียบมันก็พอดูได้

 

 

เสาชิงช้า

เชื่อว่าเสาชิงช้าคงเป็นเพียงจุดเด่นอย่างเดียวที่ทั่วโลกจะนึกถึงเมืองไทย

 

 

ห้องฟัง

การสร้างลำโพงที่ดี มันต้องมีห้องแบบนี้ไว้ทดสอบ

 

 

ทะเล

ปลายฟ้า

 

 

คู่ใจ

ผมชอบรูปนี้ แต่… ไม่มีคำอธิบาย

 

 

ทะเลร้อน

แดดร้อนแต่ก็ยังอุตส่าห์มีคนมาเดินเล่น

 

 

หาดขาว

ทะเลที่หมู่เกาะอ่างทอง ฟ้าและท้องทะเลกับลมนั้นรู้อยู่ แต่ใครจะรู้ จะรู้ว่ามีอะไรในใจฉัน ….

 

 

ร่ม

เวลาเห็นร่มและเตียงชายหาด จะนึกถึงหญิงสาว และ น้ำมะพร้าว

 

 

ใกล้ค่ำ

พระอาทิตย์ตกที่สมุย ทะเลสมุยมีทั้งพระอาทิตย์ตก และ ขึ้น ต่างกับทะเลที่ติดแผ่นดินทีี่จะมีแค่แบบใดแบบหนึ่งเท่านั้น

 

 

ทางเดิน

ถ้ามีคนมาทำความสะอาด ปัดกวาดเศษดอกไม้พวกนี้ให้ดูสะอาดตา มันก็อาจไม่สวยเท่านี้ ความรกมันเหมาะกับบางสถานที่

 

 

แมวผู้ดี

แมวอ้วนดัดจริต เป็นหน่วยภาระของคนเลี้ยง ต้องดูแลยิ่งกว่าลูก โชคดีที่บ้านผมไม่มีแมว

 

 

เคียงข้าง

ไม้ประดับมีเวลาสวยแค่ไม่นาน

 

 

 

ญาติ

มันอยู่บ้านจนมันคิดว่ามันเป็นคน

 

 

รุ้งกินน้ำที่หลังบ้าน

เมื่อไหร่ที่คนเรามีเวลามองฟ้า แสดงว่าคนๆนั้นยังต้องการความสุนทรีย์

 

 

ดอกบัวถวายพระ

แม้แต่กิจของสงฆ์ก็ยังต้องการการออกแบบตกแต่ง

 

 

พระทอง

สิ่งที่สวยที่สุดในวัดเป็นสิ่งไม่มีชีวิต และคำสอนที่มีค่าก็ไม่ได้อยู่ในความสวยเหล่านั้น

 

 

ยืนหยัด

ถ้าอยากจะถูกมองเห็น ต้องมีลักษณะที่แตกต่าง

 

 

กรุงเทพ

พ.ศ. 2553 ตากผ้าได้แต่ตอนเที่ยง

 

 

นางนวล

ไปบางปูเขาว่าต้องไปถ่ายภาพนก ถ่ายนกต้องถ่ายตอนบิน

 

 

พีชพรรณ

ภาพที่ชอบอีกภาพหนึ่ง แต่ไม่มีความหมาย ไม่รู้จักว่ามันคือต้นอะไรด้วยซ้ำ

 

 

กอบกำ

กำผักบุ้ง เห็นแล้วนึกถึงเย็นตาโฟร้อนๆ

 

 

มีไฟ

คนงานกำลังซ่อมประตูเหล็ก ตั้งใจถ่ายให้มืดเพื่อเน้นแสงสว่างจากเปลวไฟ

 

 

แรกเกิด

ตีนเท่าฝาหอย

 

 

จักรยาน

จักรยานโบราณในร้านกาแฟชื่อดังบนเขาค้อ ตอนนี้โดนเผาไล่ที่เพราะความอิจฉาที่มีลูกค้าเยอะ

 

 

เรียงราย

พุทราที่ปากช่อง เห็นว่ากองไว้สวยดี แต่ไม่ได้ซื้อ  ลูกค้าตัวจริงมักไม่หิ้วกล้อง

 

 

ดนตรี

เตรียมร้องเพลงในงานแต่งงาน ความอบอุ่นของเพื่อนพี่และน้อง

 

 

ร้องเพลง

งานแต่งแบบคริสต์จะมีการร้องเพลงอย่างจริงๆจัง เป็นงานที่มีคนเสียงดีเยอะมาก

 

 

พลุ

ดอกไม้ไฟ สีสันยามกลางคืน เวลาไปเที่ยวกับเพื่อนๆ นอกจากเล่นไพ่แล้ว ก็มีเล่นไฟอีกอย่างหนึ่ง

เปรียบเทียบภาพจาก latest polaroid vs antique polaroid

ทดลองเปรียบเทียบภาพถ่ายที่ปริ๊นลงกระดาษจากกล้องสองตัวที่เทคโนโลยีต่างกันเกือบร้อยปี  ด้านซ้ายคือภาพจากกล้อง polaroid z340 ที่เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างกล้องดิจิทัลรวมกับปริ๊นเตอร์ขนาดเล็ก ส่วนด้านขวาเป็นภาพจากฟิล์ม fuji instax บนกล้อง fuji instax mini8

การถ่ายภาพแล้วได้ภาพแทบจะทันทีเป็นสิ่งที่บริษัท polaroid ได้มอบไว้ให้แก่โลกเรามานานแล้ว  แต่ในปัจจุบัน polaroid หันไปสู่ดิจิทัลเต็มตัว  ส่วนเทคโนโลยีมรดกโลกกลับกลายเป็น fuji ที่รับระบบอนาลอกของ polaroid มาใช้อย่างจริงจัง และทำตลาดจนกลายเป็น instax mini ที่ฮิตกันมากในปัจจุบัน และนอกจากฟูจิแล้ว ยังมีผู้ผลิตกล้องอย่าง  leica ที่ลงมาเล่นตลาดนี้ด้วยการส่งกล้องใช้ฟิล์มโพลารอยด์ออกมาขายด้วย  และ ยังมีค่ายอินดี้อย่าง Mint ที่ออกกล้องใช้ฟิล์มแบบนี้ออกมาอีก

ข้อดีของ z340 คือ มีไฟล์ดิจิทัลเก็บไว้ด้วย สามารถเลือกภาพเพื่อพิมพ์หรือไม่พิมพ์ก็ได้  แต่แบตเตอรี่ในกล้องจะใช้พิมพ์ภาพได้ไม่เกิน 10 รูปในการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง ตามสเป็ค ถ้าแบตหมดจะต้องกลับบ้านมาเสียบสายชาร์จเท่านั้น

Instax mini8 ของ fuji ดีตรงที่สามารถถ่ายภาพได้ 100 ภาพ ด้วยถ่านอัลคาไลน์ AA 2 ก้อน   แต่ต้องพิมพ์ทุกภาพที่ถ่าย เลือกไม่ได้

ภาพที่ได้จากการพิมพ์จากสองระบบให้คุณภาพแค่พอใช้ได้ ดูรู้เรื่อง ให้อารมณ์มากกว่าคุณภาพ  การชมภาพที่ไหลออกมาจาก z340  เทียบกับการรอภาพค่อยๆปรากฏขึ้นของฟูจิ ใช้เวลารวมไม่ต่างกัน  เราจะอยู่กับระบบไหนก็ได้  มันสนุกเหมือนกัน  แต่ฟูจิจะมีข้อดีกว่าตรงที่ ไม่ต้องกลัวแบตหมด  ถึงหมดก็ซื้อสำรองไปใส่ได้ไม่ยาก ร้านสะดวกซื้อทั่วไปก็มีแบตขาย

image

เที่ยวสิงคโปร์ เขามีทุกอย่างที่อยากมี

สิงคโปร์เป็นเกาะเล็กๆที่อยู่ใกล้ๆเส้นศูนย์สูตร ขนาดใหญ่ประมาณภูเก็ตของเรา  สิ่งที่ได้ยินมาตลอดชีวิตของคนไม่เคยไปสิงคโปร์ก็คือ ที่นี่ข้าวมันไก่ดังมาก  สิงคโปร์ทันสมัย สิงคโปร์เป็นเมืองท่า เป็นศูนย์กลางการค้าของเอเชีัยตะวันออกเฉียงใต้  การลงทุนในระดับบริษัทข้ามชาติจะมีสาขาใหญ่อยู่ที่สิงคโปร์  แม้แต่ ระบบ cloud ของอเมซอนก็อยู่บนเกาะเล็กๆแทนที่จะอยู่ในแผ่นดินกว้างใหญ่อย่างไทยหรือมาเลเซีย

IMG_1938.JPG

ทริปไปสิงคโปร์พ่อแม่ลูกเป็นทริปนอกประเทศทริปที่สองของการเดินทางแบบมีเด็กเล็ก หลังจากที่เราได้ไปฝึกฝนการพาลูกเที่ยวที่ญี่ปุ่นมาแล้ว การไปสิงคโปร์ก็กลายเป็นเรื่องที่เชื่อว่าไม่ยากลำบากอีกต่อไป  จองตั๋วกันล่วงหน้าประมาณสามเดือน แล้วพอใกล้ๆวันเดินทางเหลือเวลาอีก 1 วัน ปรากฏว่าผมเช็คอินยืนยันตั๋วเครื่องบินไม่ได้  เหตุผลเพราะพาสปอร์ตกำลังจะหมดอายุในอีกสองเดือน  ผู้รู้ทุกท่านให้ข้อมูลว่าการเดินทางไปต่างประเทศจะต้องมีอายุพาสปอร์ตเหลือเกิน 6 เดิอน  เดือดร้อนต้องรีบไปทำพาสปอร์ตและต้องทำเร่งด่วนภายใน 1 วัน ซึ่งจะต้องไปทำที่กงสุลซึ่งตั้งอยู่ที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะเท่านั้น  ราคาความด่วนต้องจ่าย 3000 บาท จากเดิม 1000 บาทเท่านั้น  นับว่าเป็นความวุ่นวายที่ไม่คาดฝันจริงๆ

IMG_1945.JPG

ตีสี่เราเดินทางไปดอนเมือง ใช้เวลาต่อแถวเช็คอินสายการบินประมาณสองชั่วโมง และรอขึ้นเครื่องในอีก 1 ชม.ต่อไป  เราถึงสิงคโปรประมาณ 9.30 น.เวลาท้องถิ่นสิงคโปร์ ซึ่งเป็นเวลาที่เร็วกว่าเมืองไทย 1 ชั่วโมง  รถจากโรงแรมมารอรับพวกเรา  ซึ่งคิดว่าจะมีนักเดินทางหลายคนแต่ปรากฏว่ามีแค่เราสามคนเท่านั้นที่นั่งรถบัสคันโตเข้าโรงแรม grand mercue roxy

IMG_1941.JPG

ลูกหลับเร็วมากระหว่างเดินทางไปโรงแรม เราก็เลยรีบเช็คอินที่โรงแรมแล้วพาลูกนอนเตียงให้สบายๆ  กลางวันเดินออกมาฝั่งตรงข้ามโรงแรมเพื่อซื้ออาหารกิน  อาหารในตลาดที่หน้าตาคล้ายๆตลาดสามย่านในความทรงจำ  ราคาอาหารจานเดียวมีตั้งแต่ 2 เหรียญจนถึง 10 เหรียญสิงคโปร์  เทียบเป็นเงินไทยก็คูณ 26 เข้าไป  โดยมื้อแรกของผมในสิงคโปร์ก็คือข้าวมันไก่ราคา 4.8 เหรียญสิงคโปร์ รสชาดก็คล้ายๆของไทย ถือว่าอาหารไม่แพงเท่าไหร่ แต่ที่แพงบาดใจเลยก็คือน้ำดื่ม  น้ำเปล่าขวด 600ซีซี ที่บ้านเราขาย 10 บาท ที่สิงคโปร์ขาย 3 เหรียญ  กินแทบไม่ลงเลย

IMG_1952.JPG

IMG_1956.JPG

IMG_1959.JPG

บ่ายแก่ๆใกล้ๆเย็นเราสามคนเริ่มเที่ยวสวนดอกไม้ ชื่อ garden by the bay ซึ่งมีความอลังการและน่าตื่นตาตื่นใจมาก ต้นไม้หายาก ดอกไม้หายากดูได้จากที่นี่  อาคารกระจกทรงโค้งๆสวยงามติดแอร์ ปลูกต้นไม้แปลกๆไว้เต็มไปหมด  นอกจากความแปลกแล้วยังได้ดูการจัดสวนที่น่ามองยิ่งกว่าสวยใดๆที่เคยเห็นในประเทศไทย  การจัดสวนแนวตั้งที่เมืองไทยเริ่มฮิตอาจมีที่มาจากสวนของสิงคโปร์แห่งนี้

IMG_1971.JPG

ต้นไม้ยักษ์ที่สร้างขึ้นเป็นเสาสูงๆและมีส่วนบานอยู่ข้างบนเป็นสิ่งที่เรียกความสนใจให้ถ่ายรูป  สวนแห่งนี้เป็นจุดแวะอันดับต้นๆของสิงคโปร์  การถ่ายรูปดอกไม้ต้นไม้ในสวนแห่งนี้ถ่ายได้เรื่อยๆหลายร้อยรูป  ความสดชื่นของต้นไม้ที่ได้รับการดูแลอย่างดีและอยู่ในบรรยากาศที่ควบคุมไว้ด้วยเทคโนโลยีการออกแบบอาคารกระจกรวมไปถึงระบบปรับอากาศที่เย็นแสนสบายมันช่างเป็นโชคดีของต้นไม้หายากเหล่านี้จริงๆ  ไม่ใช่แค่นักท่องเที่ยวที่ต้องแวะสวนแห่งนี้  แต่นักเรียนนักศีกษาต่างก็ต้องแวะมาหาข้อมูลจากสวนแห่งนี้เช่นกัน  การลงทุนพัฒนาระบบการปลูกต้นไม้แบบไม่กลัวจนมันช่างให้ผลที่คุ้มค่าเหลือเกิน

IMG_1982.JPG

IMG_1999.JPG

IMG_2001.JPG

IMG_2006.JPG

ดอกไม้รูปทรงแปลกตา สีสันประหลาดแบบที่ไม่คิดว่าจะมีจริง ทุกสิ่งทุกอย่างดูเป็นของที่ไม่เคยพบเจอในประเทศไทย ความหลากหลายของต้นไม้ดอกไม้ในโลกนี้มีมหาศาล สวนดอกไม้แห่งนี้อาจเป็นห้องสมุดดอกไม้ของโลก มนุษย์ที่สนใจดอกไม้มาเดินที่นี่ที่เดียวอาจจะได้เห็นของดอกไม้ใบไม้เกือบทั่วโลก นอกจากดอกไม้แล้ว ยังมีส่วนที่ทำเป็นน้ำตก แม้ว่าจะไม่ได้เป็นรูปทรงธรรมชาติแบบที่คนไทยอย่างเราๆเคยเห็น แต่มันก็เป็นน้ำตกที่กลมกลืนกับอาคารแก้ว และความสมบูรณ์ของระบบนิเวศน์แห่งนี้มันเกิดขึ้นจริง มันสมจริงจนตะไคร่น้ำยังขึ้นมาเป็นพยาน

IMG_2043.JPG

IMG_2058.JPG

IMG_2066.JPG

IMG_2070.JPG

IMG_2123.JPG

IMG_2130.JPG

IMG_2159.JPG

IMG_2170.JPG

เราใช้เวลาในสวนดอกไม้แห่งนี้ประมาณสามชั่วโมงแบบเร่งเดิน เพราะหากเราปล่อยอารมณ์ไปตามความสวยงามของดอกไม้ต้นไม้เหล่านี้ เวลาทั้งวันก็อาจไม่พอ ความคิดสร้างสรรของสวนดอกไม้แบบนี้คงยากจะเกิดขึ้นในเมืองไทย เพราะคนไทยไม่ได้มีนิสัยรักสิ่งแวดล้อมและต้นไม้อย่างแท้จริง สิงคโปร์เป็นเพียงเกาะเล็กๆที่ไม่ได้มีทรัพยากรอะไรมากมาย เทียบกับเมืองไทยแล้ว ไทยมีธรรมชาติที่เพียบพร้อม แต่คนไทยกลับเลือกทำลายเบียดเบียนจนทุกวันนี้เราได้ยินแต่ข่าวน้ำแล้ง คนแย่งน้ำ เกษตรกรล่มจม เพาะปลูกไม่ได้ผล ขณะที่สิงคโปร์เล็กกระจิ๋วหลิว แต่มีต้นไม้ใหญ่ในทุกถนนปกคลุมทางเดินฟุตบาทให้เดินได้อย่างร่มรื่น มีสวนดอกไม้ที่เป็นงานทดลองชั้นยอด และอีกไม่นาน เราคงจะเห็นฟาร์มแนวตั้ง ที่ติดตามสวนแนวตั้งมาติดๆ ทรัพยากรจำกัดไม่ได้ทำให้ประเทศนี้ตกต่ำ แต่ทรัพยากรคนที่ดีเลิศต่างหากที่เสกทุกอย่างที่ต้องการได้ ถือเป็นโชคดีของสิงคโปร์อย่างมากที่ไม่มีคนหัวใจไทยในระบบราชการของเขา

IMG_2183.JPG

IMG_2175.JPG

ขณะที่เมืองไทยขอร้องกันทั้งประเทศว่าอย่าเล่นสงกรานต์แบบสิ้นเปลือง เพราะชาวนาชาวสวนกำลังจะขาดน้ำตายแล้ว แต่สิงคโปร์ที่ล้อมรอบด้วยทะเล ไม่มีแหล่งน้ำจืดใหญ่เท่าเมืองไทย ยังสามารถปล่อยน้ำให้เด็กเล่นอย่างสนุกสนาน ขอบฟ้าเป็นเด็กตลก อยากเล่นน้ำแต่ไม่อยากเปียก พ่อแม่เลยต้องใช้เสื้อกันฝนใส่ให้ ขอบฟ้าก็เลยได้เล่นน้ำแบบไม่เปียกในความคิดและความเชื่อแบบเด็กๆ แต่สภาพจริงเปียกถึงข้างในอยู่ดีแหละลูกเอ๋ย

IMG_2192.JPG

เราจบวันนี้ด้วยอาหารเย็นแบบร้านอาหารจานเดียว ผมสั่งของที่หน้าตาเหมือนต้มยำกุ้งที่ชื่อรักสะ laksa แต่พอกินแล้วก็อยากจะตั้งชื่อให้ใหม่ว่า ขนมจีนน้ำยา รสชาดต้มยำเป็นสิ่งที่คนต่างชาติทำยังไงก็ไม่เหมือนคนไทยทำ เปรี้ยว เค็ม เผ็ดแบบไทยนี่เป็นสิ่งที่สิงคโปร์ยังทำไม่ได้ แต่อาจจะเป็นเพราะเขาไม่ได้อยากทำก็ได้ แค่หน้าตามันเหมือนกันและคนไทยอย่างผมก็คิดว่ามันจะเป็นต้มยำกุ้งแน่ๆ

IMG_2195.JPG

จบวันที่หนึ่งแบบเหน็ดเหนื่อย วันที่สองจะเป็นวันสวนสัตว์ โปรดติดตาม

เที่ยวสิงคโปร์ ตอนที่ 2 ไปสวนสัตว์

 

ถ่ายสินค้าด้วยแฟลชดวงเดียว

การถ่ายภาพสินค้าเพื่อขายหรือทำโบรชัวร์มักจะต้องมีการจัดไฟระดับหนึ่งเพื่อให้ภาพดูดีและมีคุณภาพพอให้นำไปตัดต่อหรือรีทัชต่อได้ การจัดไฟแบบง่ายๆใช้ของน้อยๆเป็นทางเลือกที่เหมาะกับการเริ่มต้นธุรกิจ กล่องไฟแบบดัดแปลง แฟลช1ตัว และตัวส่งสัญญาณแฟลชแบบไร้สาย สามอย่างนี้ทำให้เราสามารถถ่ายภาพสินค้าได้อย่างมีคุณภาพแล้ว

กล่องไฟ อาศัยดัดแปลงกล่องใหญ่ๆที่พอหาได้ นำมาตัดฝาด้านขวา ด้านซ้าย และด้านบนให้เป็นช่องสี่เหลี่ยม แล้วเอากระดาษไขหรือกระดาษขาวบางๆมาติดเหมือนเป็นหน้าต่าง กระดาษขาวจะทำหน้าที่กรองแสงที่เข้าไปในกล่องให้เป็นแสงที่นุ่มนวล ในกล่องไฟให้ใช้กระดาษขาวยาวๆปูจากฝาด้านหลังสูงสุดความสูงของกล่อง แล้วปล่อยยาวลงมาด้านหน้าเพื่อให้พื้นและฉากหลังเป็นสีขาว

IMG_b0220packaging

ขาตั้งแฟลชถ้าหาไม่ได้ เอาขาตั้งไมค์ก็ไม่เสียหาย ผูกแฟลชกับขาตั้งในตำแหน่งที่สูงกว่ากล่องและยิงแสง 45 องศาไปยังกล่อง กะให้แสงจากแฟลชโดนกล่องทางด้านข้างและด้านบน แค่นี้เราก็ได้ระบบการถ่ายสินค้าที่ประหยัดแต่คุณภาพดีแล้ว

IMG_b0218packaging

ในการถ่ายภาพก็ให้ตั้งค่าสปีดของกล้องให้เร็วระดับที่ทำงานกับแฟลชได้ทัน ส่วนมากจะทำได้ที่ระดับ 1/125 วินาที รูรับแสงก็ให้ตั้งค่าประมาณ f11 isoให้เร่ิมที่ 400 ไว้ก่อน กล่องสมัยใหม่มักจะทำงานที่ iso400 ได้โดยไม่เห็นน้อยส์มากวนใจแล้ว ตั้งค่าความแรงของแสงแฟลชให้ได้ความสว่างที่พอกับรูรับแสง ถ้าตัวแฟลชแบ่งระดับไฟไม่ได้ ก็ให้ใช้วิธีตั้งแฟลชให้ห่างกล่องหรือให้ใกล้กล่องเพื่อควบคุมความสว่างของแสงในภาพ แต่การใช้แฟลชที่แบ่งแรงดันหรือระดับความแรงได้จะทำให้เราสะดวกมากที่สุด เพราะหากเราตั้งค่ายิงแสงแฟลช 100% ทุกภาพ แฟลชจะต้องใช้เวลาชาร์จไฟหลายวินาที อาจทำให้การทำงานของเราเสียเวลาและอารมณ์ทำงานสะดุดได้ แต่ถ้าเราตั้งความแรงของแฟลชได้ที่ 1/4 หรือ 25% จะทำให้เราสามารถถ่ายภาพซ้ำได้หลายภาพติดต่อกัน ถ่ายมุมนี้แล้วเปลี่ยนไปถ่ายอีกมุมได้ทันที เพราะกำลังไฟในแฟลชยังเพียงพอต่อการยิ่งแสงซ้ำๆหลายครั้ง

จัดแสงถ่ายแหวนแต่งงาน

เมื่อสมัยหัดถ่ายรูปใหม่ๆ เวลาเจอภาพสวยๆก็จะทึ่งในความเก่งกาจของช่างภาพ  ยิ่งหากเป็นการจัดแสงด้วยแฟลชแล้วยิ่งทำให้รู้สึกว่าทำยังไงถึงจะฝึกฝนให้ได้ระดับนั้น  แต่พอหัดถ่ายมากขึ้นมีความรู้พื้ันฐานเกี่ยวกับการถ่ายภาพลักษณะต่างๆแล้ว ก็ทำให้เราพอจะแกะรอยของแสงต่างๆได้  ก็เลยถือโอกาสถ่ายแหวนแต่งงานด้วยเทคนิคที่คาดว่าจะทำให้ได้ภาพแบบที่ต้องการ

DSCF1394 นี่คือภาพที่ต้องการ เบื้องหลังก็คือ ต้องจัดแสงให้ตัวแหวนเกิดเขาแข็งๆ ไม่ใช่แสงแฟลชนุ่มๆแบบที่ใช้ถ่ายภาพคน แฟลชที่ใช้กับภาพนี้ก็เลยเลือกที่จะใช้แฟลชยิงเข้าหาแหวนและหนังสือโดยตรง เพื่อให้แสงแข็งๆทำมุมเอียงๆให้เกิดเงาแข็งเป็นเส้นดำชัดเจน DSCF1384

ปรับตั้งค่ากล้องให้มีค่ารูรับแสงกลางๆ และค่าความไวชัตเตอรสูงๆเข้าไว้เท่าที่จะทำงานทันกับแฟลชของเรา ค่าแสงแฟลชจะทำให้พื้นที่ของหนังสือและแหวนได้รับแสงพอดี ภาพจากบรรยากาศจะมืดดำและมีส่งผลต่อภาพของเราเลย

DSCF1395

เมื่อถ่ายในมุมห่างๆเพื่อให้เห็นว่าทุกอย่างทำงานอย่างไร แสงพอดีที่สมุดเป็นอย่างไร และสภาพบรรยากาศที่มืดดำไปเพราะความไวชัตเตอร์สูงๆเป็นอย่างไร เมื่อได้สภาพแสงที่ต้องการแล้ว ก็จัดองค์ประกอบใหม่โดยไม่เปลี่ยนแปลงค่าแสงแฟลช และไม่เปลี่ยนแปลงค่ารูรับแสงและไม่เปลี่ยนความไวชัตเตอร์

กระเตงลูกเที่ยวญี่ปุ่น ตอนที่ 1 โยโกฮาม่า นิกโก้

พาลูกเที่ยวต่างประเทศเป็นเรื่องท้าทายสำหรับพ่อแม่ที่มีลูกเล็ก การเดินทางต้องวางแผนอย่างรอบคอบตั้งแต่การเลือกเที่ยวบินที่จะกระทบเวลาลูกน้อยที่สุด เลือกวิธีเดินทางไปแต่ละจุดด้วยรถสาธารณะ และเลือกที่พักที่คาดว่าจะบริหารจัดการชีวิตลูกได้ง่าย เรื่องเหล่านี้ ภรรยาผม จัดการได้อย่างยอดเยี่ยม

โปรแกรมพาลูกไปญี่ปุ่นริเริ่มกันก่อนเดินทางจริงประมาณสี่เดือน เป็นสี่เดือนที่เตรียมข้อมูลและเตรียมของที่คาดว่าจะต้องใช้ มีของที่ต้องมีแน่ๆห้ามพลาด เช่น รถเข็นเด็กซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยให้การเดินทางไม่เหนื่อยมาก ข้าวของเครื่องใช้ถูกจัดเตรียมและจัดซื้อไว้ครบถ้วนก่อนเวลาเดินทางจริง 1 ชม. ทั้งๆที่เตรียมตัวเตรียมของกันหลายเดือน กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ ใบกลาง ใบเล็ก เป้สะพาย ถูกหยิบยืมจากเพื่อน มีกระเป๋าเดินทางไฮเอนด์จากเพื่อนคนหนึ่งยี่ห้อ rimowa เป็นกระเป๋าล้อลากลื่นปื้ด ต้องล๊อคด้วยรหัสสามตัว ลองเปิดได้ เริ่มแพ็คของเสื้อผ้าเครื่องใช้ต่างๆ แต่พอลองปิดแล้วเปิดอีกทีกลับเปิดไม่ได้แล้ว เดือดร้อนเลย เพราะเปิดเองไม่ได้ โทรถามเจ้าของกระเป๋าก็เปิดไม่ได้ รหัส 3 หลัก นั่งบิดกันมือหงิกก็ยังเปิดไม่ได้ เข้าอินเทอเน็ตหาวิธีเปิดกระเป๋าที่ต้องใช้รหัสมีหลายวิธี ทุกวิธีลองแล้วก็ยังเปิดไม่ได้ เลยสุดท้ายต้องอุ้มไปให้ตัวแทนจำหน่ายช่วยเปิดให้

ที่ร้าน rimowa สาขาเกษรพลาซ่า ผมเดินลากกระเป๋าลื่นปื้ดไปขอความช่วยเหลือ บอกพนักงานว่าผมปิดแล้วเปิดไม่ได้ รหัสเก่าเปิดไม่ได้ พนักงานก็ใจดี เอาไปจัดการให้ พนักงานหมุนรหัส หมุนกลับไปกลับมา หมุนทีละหลัก ใช้เวลาไม่ถึงนาทีเปิดกระเป๋าได้แล้ว เห็นแล้วแทบจะจีบไปขโมยกระเป๋าที่สนามบินด้วยกันเลย ขอบคุณพนักงานที่ช่วยชีวิตผมไว้ เพราะเสื้อผ้าของใช้ที่อยู่ในนี้จัดหาใหม่ไม่ทันแล้ว เพราะวันรุ่งขึ้นจะต้องเดินทาง ไม่มีเวลาหาซื้อใหม่แน่นอน

เจอกรณีรหัสที่ตั้งไว้ไหลเปลี่ยนไปเป็นรหัสอื่น ทำให้ไม่กล้าใช้กระเป๋าใบนี้เลย สุดท้ายเมื่อเปิดได้ก็ถ่ายของออก เปลี่ยนไปใช้กระเป่าโลเทค ใช้แม่กุญแจล๊อคดีกว่า เพราะกลัวว่าจะไปทำรหัสเปลี่ยนโดยไม่ตั้งใจที่เมืองนอก ซึ่งคงหาคนช่วยเปิดไม่ง่ายเหมือนเมืองไทย

IMG_8764

เราเริ่มต้นกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เดินทางด้วยสายการบิน ANA ออกจากเมืองไทยตอนเที่ยงคืน ไปถึงญี่ปุ่นในเวลา 08.00 น. ของเวลาญี่ปุ่น ก็คือเราเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมง เป็นหกชั่วโมงที่ลูกไม่งอแง นับว่าโชคดีมาก แต่พ่อแม่ไม่ได้นอนเลย เพราะลูกจะนอนขวางยาวตามเก้าอี้ของเครื่องบิน คือลูกนั่งกลาง แม่นั่งซ้าย พ่อนั่งขวา หัวอยู่บนตักแม่ ขาอยู่บนตักพ่อ ขยับตัวไม่ได้เลย กลัวลูกตื่น เพราะถ้าลุกตื่นกลางดึกจะมีปัญหางอแงและอาจจะโวยวายรบกวนผู้โดยสารคนอื่น

IMG_8777

เข้าญี่ปุ่นผ่านด่านสนามบินแล้วเราก็เดินทางไปสถานีรถไฟโยโกฮาม่าทันทีเพื่อฝากกระเป๋าเข้าล๊อคเกอร์ แล้วเดินทางไปเที่ยวต่อที่ seaside paradise ซึ่งเป็นพิภิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ถือว่าเป็นอคอเรี่ยมอีกแห่งหนึ่ง แม้จะไม่ใหญ่โตเท่าที่โอซาก้า แต่ไฮไลท์ของที่นี่มีสิ่งที่โอซาก้าไม่มี คือ มี whale shark ตัวใหญ่มาก ใหญ่ชนิดที่ว่าขอบฟ้าเอาไปนอนฝันเลย  การเดินทางในญี่ปุ่นสะดวกมากเพราะมีรถไฟวางกระจายไว้ทั่วเมือง  เราสามารถเดินทางไปจุดต่างๆได้ด้วยรถไฟเกือบร้อยเปอร์เซ็น  ส่วนการพาลูกขึ้นรถไฟก็จะไม่ยากมาก  ถ้าอุ้มขึ้นอุ้มลงก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าใช้รถเข็นก็จะมีความยากระดับหนึ่งคือ ต้องลุ้นว่ารถไฟจะไม่แน่น  การขึ้นลงสถานีบางทีต้องขึ้นฟ้า บางที่ต้องลงใต้ดิน ส่วนใหญ่จะมีลิฟท์ให้ใช้ แต่บางสถานีก็ไม่มี  จังหวะที่ไม่มีลิฟท์ก็ต้องใช้วิธีอุ้มรถเข็นขึ้นบันไดเลย  มันดูยุ่งยากพะรุงพะรังบ้างแต่ก็ไม่ยากเกินไป

IMG_8793

รถเข็นเด็กช่วยให้พ่อแม่ไม่เหนื่อยมาก  เพราะเด็กมักจะหลับตอนกลางวัน ขอบฟ้าเดินทางมาทั้งคืน สิบโมงกว่าก็หลับแล้ว  เพราะมันเป็นเวลานอนของเด็กส่วนใหญ่  การหลับในรถเข็นทำให้พ่อแม่ชีวิตไม่ลำบาก

IMG_8815

ที่ด้านหน้า seaside paradise มีร้านขายของชำอยู่ร้านหนึ่ง หน้าร้านมีสิ่งสะดุดตาซึ่งไม่คิดว่าจะได้เจอ นั่นคือ กล้องฟิล์มพร้อมใช้ สามารถซื้อแล้วถ่ายเล่นได้เลย กล้องหนึ่งตัวบรรจุฟิล์มเน็กกาทีฟสี ไม่คิดว่าจะได้เจอที่ญี่ปุ่นซึ่งเป็นเมืองแห่งเทคโนโลยี แต่มาคิดอีกทีก็ไม่ได้แปลกใจ เพราะต่อให้ญี่ปุ่นไฮเทคแค่ไหน แต่งานศิลปะของญี่ปุ่นกลับมีความอนุรักษ์นิยมอยู่อย่างไม่น่าเชื่อ ร้านขายซีดียังมีอยู่ในญี่ปุ่น ยังมีชุมชนที่นิยมใช้กล้องฟิล์ม มีังานแสดงภาพถ่ายที่มากกมายจากกล้องฟิล์ม สิ่งเหล่านี้พบเห็นได้บ่อยๆ พอมาเจอว่ายังขายกล้องพร้อมฟิล์มอยู่ก็รู้สึกอบอุ่นดี

IMG_8803

วันแรกในญี่ปุ่นเราหมดเวลาและหมดแรงไปกับการเดินทางแสนขรุกขรัก การเดินทางด้วยรถไฟไฟาซึ่งเป็นเรื่องปกติของคนญี่ปุ่นนั้นทำให้พวกเราเสียเวลาไปเยอะมาก ผ่านวันนี้ไปเราก็รู้แล้วว่าอีกหลายวันที่เหลือของเราเหนื่อยแน่นอน ถือโอกาสถ่ายป้ายในสถานีรพไฟเก็บไว้บ้าง ตอนเย็นโพล้เพล้แสงเริ่มหมด บรรยากาศของชานชลามันดูเหงาเสียเหลือเกิน ถ้าผมเป็นคนไม่มีแฟน ภาพและห้วงเวลาแบบนี้คงทำให้รู้สึกเหงาจับใจ

IMG_8823

เดินทางกลับโรงแรมที่พักแล้วก็นอนสลบไม่รู้เรื่องเลย ตื่นมาอีกวันเราก็ออกลุยเมืองโยโกฮาม่ากันอีกที เช้าวันนี้อากาศหนาวมาก ไม่รู้ว่าอุณหภูมิเท่าไหร่แต่ว่าใส่เสื้อสามชั้นยังรู้สึกเย็นๆ ส่วนลูกก็สนุกไปเรื่อยๆไม่เข้าใจว่ามันหนาว จมูกขอบฟ้าเริ่มแดงตอนที่มีลมพัดเยอะๆ เราเดินเล่นดูวิวเมือง ดูเรือ ดูตึกอยู่สองชั่วโมง

IMG_8844

ภาพถ่ายทริปนี้ใช้กล้อง eos m กับเลนส์ 22f2 ตัวเดียวเลย เหตุที่มีตัวเดียวก็เพราะว่ากระเป๋ากล้องที่ใช้งานนั้นมีกล้องกับเลนส์และที่ชาร์จมาแค่นี้ เลนส์ตัวอื่นๆที่มีอยู่ดันไม่อยู่ในกระเป๋า ตอนรวบกระเป๋าออกจากบ้านก็คิดว่าของครบแล้ว มารู้ตัวอีกทีว่าเลนส์มีติดมาตัวเดียวก็ที่สนามบินเสียแล้ว ก็เลยได้ลุยทริปนี้ด้วยเลนส์ตัวเดียวเลย

IMG_8898

IMG_8850

โยโกฮาม่าเป็นเมืองท่าติดทะเลของญี่ปุ่น มีเรือเดินสมุทรลำใหญ่วางโชว์เป็นแลนมาร์กของเมือง ดูจากสถานที่หลายๆอย่างที่เขาจัดแสดงเป็นนิทรรศการเข้าใจว่าเมืองนี้เป็นเมืองสำหรับการต่อเรือ มีอาคารต่อเรือใหญ่โต ต่อเรือยักษ์เสร็จก็เปิดน้ำไหลเข้าอาคารแล้วขับเรือออกไปเลย แต่ปัจจุบันไม่รู้ว่าเขายังทำงานต่อเรืออีกไหม เพราะอู่เรือแถวนี้กลา่ยเป็นที่เที่ยวที่ดูเล่นไปหมดแล้ว

IMG_8947

ในพื้นที่ใกล้ๆอู่ต่อเรือมีสวนสนุกเล็กๆให้เล่นด้วย ไม่สนุกเท่ากับเครื่องเล่นผู้ใหญ่ แต่ก็เพลินๆสำหรับเด็กๆ ดูเหมือนของเล่นในห้างเสียมากกว่า ของกินประจำสวนสนุกก็คือไอศครีม ซึ่งรสชาดมันคงอร่อยพอใช้ได้เลย เพราะขอบฟ้ากินหมดแท่งแบบไม่ต้องขอร้อง เป็นของกินไม่กี่อย่างในชีวิตขอบฟ้าที่กินหมดเกลี้ยงโดยไม่ต้องพยายาม

IMG_8924

ออกจากโยโกฮาม่าเรามุ่งหน้าไปนิกโก้ ซึ่งเป็นปลายทางแห่งหนึ่งที่เป็นไฮไลท์ของทริปนี้เลย เพราะนิกโก้เป็นที่เที่ยวแนวเมืองโบราณและธรรมชาติ เป็นเหมือนการเที่ยวชนบทของญี่ปุ่น การเดินทางต่อรถไฟไปนิืกโก้เป็นเรื่องที่ยากที่สุดของทริปนี้เลย เพราะว่าเราต้องแวะไปซื้อตั๋วสำหรับเดินทางเที่ยวในนิกโก้แบบตั๋วใบเดียวเที่ยวทุกอย่าง ลูกกับรถเข็น บางทีก็เป็นภาระต้องหาลิฟท์ใช้ บางทีก็เป็นที่ทุ่นแรงไม่ต้องแบกของเอง

IMG_8967

เราออกเดินทางตอนบ่ายสองจากโยโกฮาม่า มาถึงนิกโก้อีกทีก็ทุ่มกว่า ฟ้ามืดแล้ว เราเข้าที่พักแบบจับทิศไม่ถูกเลย เพราะมันมืดแล้ว โชคดีที่โรงแรมที่พักอยู่ไม่ห่างจากสถานีรถไฟ และตอนที่เรามาถึงนิกโก้เราก็ได้พบกับคนไทยสองคนที่เขาบอกว่าเพิ่งเดินผ่านโรงแรมวิว่าที่เรากำลังจะไปพัก มันก็เลยง่ายหน่อย

IMG_8975

IMG_8982

โรงแรมนี้เป็นโรงแรมตึกแถว เจ้าของบ้านดัดแปลงให้เป็นโรงแรม ดูน่ารักอบอุ่น และเป็นกันเอง เราได้นอนห้องแคบๆ ห้องน้ำแคบ มีพื้นมีเสื่อให้นอนด้วย อากาศที่นิกโก้ช่วงต้นเดือนตุลาคม กลางคืนเท่าไหร่ไม่รู้ แต่เช้าๆสายๆประมาณ 10-15 องศา ต้องใส่เสื้อกันหนาว ตอนกลางคืนแอร์ในห้องไม่ต้องเปิดเลย สิ่งที่ทำให้เราแปลกใจยังคงมีให้เห็นอีก นั่นคือเครื่องเล่นวิดีโอเทป ที่ดูแล้วไม่น่าเชื่อว่ายังมีอยู่ เจ้าของโรงแรมยังไม่ได้ทิ้งไป แต่เราไม่มีม้วนวิดีโอใช้แล้ว มันก็เลยเป็นเพียงเครื่องเล่นสำหรับวางโชว์อยู่ในตู้เท่านั้น

IMG_8978

ส่วนอีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้เราแปลกใจแต่ก็ไม่มากก็คือ ระบบการเดินสายสำหรับการเล่นอินเทอเน็ตที่โรงแรมแห่งนี้ทำกันง่ายๆ ง่ายเหมือนบ้านของเราเองเลย คือมีสายแลนเดินไว้ในห้องแล้วก็เอาตัวปล่อยสัญญาณ wifi มาใช้ ทั้งหมดวางอยู่บนถาดใส่สบู่ ดูแล้วก็แปลกๆ เหมือนมันเป็นการแก้ปัญหาแบบชั่วคราว แต่ว่าการใช้งานอินเทอเน็ตที่ผมวางแผนไว้ผมใช้วิธีเอา apple airport express ติดตัวมาด้วย เมื่อถึงโรงแรมก็ดึงสายแลนมาเสียบกับ airport express เสียเลย ทำให้ wifi ที่ใช้งานเป็นเหมือน wifi ที่บ้าน เครื่องมือถือ แท็ปเบล็ตต่างๆจะได้ไม่ต้องใส่รหัสใหม่ เปิดเครื่องขึ้นมาก็เหมือนเล่นเน็ตที่บ้าน แบบนี้สบายไม่ต้องไปจดรหัสของโรงแรม

IMG_8980

สิ่งที่ขอบฟ้าชอบมากสำหรับที่ญี่ปุ่นก็คือห้องน้ำ เพราะมันสะอาดและน่าตื่นเต้นกับระบบฉีดน้ำล้างก้นที่เด็กอย่างขอบฟ้าไม่เคยเจอมาก่อน ผมเองเมื่อหลายปีก่อนก็มีโอกาสได้ไปญี่ปุ่น ก็ตื่นเต้นกับที่ฉีดก้นของญี่ปุ่นเหมือนกัน ปุ่มกดที่โถส้วมมากมายกลัวกดผิดทุกครั้งที่เข้าห้องน้ำ ขอบฟ้าชอบการฉีดน้ำเข้าก้นมาก

IMG_8976

เช้าวันแรกที่นิกโก้ อุณหภูมิในห้อง 22 องศาแบบปิดแอร์ เรากินข้าวเช้าที่โรงแรมโดยมีเจ้าของโรงแรมทำอาหารเช้าให้แขกทุกห้อง กินกันเรียบร้อยก็เตรียมตัวเดินทางไปยังที่เที่ยวที่แรกซึ่งต้องนั่งรถเมล์ไปอีก 1 ชั่วโมง การเป็นช่างภาพก็ทำให้ผมต้องขออนุญาตเจ้าของโรงแรมให้ยืนยิ้มให้กับกล้องสักภาพ เพราะการต้อนรับแบบโฮมสเตย์แบบนี้ทำให้รู้สึกว่าที่นี่อบอุ่นน่ารัก ดูเป็นเจ้าบ้านที่ใจดี

IMG_9000

IMG_9006

เรามารอรถเมล์กันที่ใกล้ๆกับสถานีรถไฟ แวะถ่ายภาพเล่นๆกันพอสนุก ใบไม้ที่นี่เริ่มเปลี่ยนสีแล้ว ที่ที่เราจะไปจะเป็นทะเลสาปบนภูเขาซึ่งจุดเด่นของทะเลสาปก็คือ มีต้นไม้เปลี่ยนสีนั่นเอง แต่ว่า ณ วันที่เราไปถึงนั้นต้นไม้ยังเปลี่ยนสีไม่มาก กว่าครึ่งยังเป็นสีเขียวปกติอยู่ มีแค่ครึ่งเดียวที่เปลี่ยนเป็นสีเหลือ สีแดง

IMG_9013

IMG_9017

IMG_9020

ก่อนที่เราจะไปถึงทะเลสาป เราได้แวะดูสะพานไม้สีแดง ชื่อสะพานชินเกียว ทำไมถึงดัง ทำไมถึงต้องแวะ ทำไมต้องเป็นแลนมาร์กผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน เราเป็นนักท่องเที่ยวที่ไม่เข้าใจประวัติศาสตร์ ในหนังสือไกด์บุ๊คที่ได้อ่านผ่านตาทุกเล่มจะให้แวะถ่ายภาพทั้งหมด ก็เลยต้องแวะในแบบที่หนังสือแนะนำ เลยได้มีโอกาสเก็บภาพบรรยากาศแถวนี้ไว้ด้วย สิ่งที่น่ารักและโชคดีได้ถ่ายเก็บไว้ก็คือที่รอรถเมลที่ใช้ตู้เหล็กมาให้นักท่องเที่ยวได้นั่งรอ ไม่รู้ว่าเป็นตู้ที่เคยเป็นรถไฟมาก่อนหรือเปล่า หรือเป็นการทำเลียนแบบขึ้นมา แต่มันก็ให้ภาพถ่ายที่สวยดีและมีรอยยิ้มของลูกติดกล้องแบบที่เราก็อยากเอาภาพนี้ไปติดฝาบ้านเลย

IMG_9029

IMG_9030

IMG_9033

IMG_9044

IMG_9062

กระเตงลูกเที่ยวญี่ปุ่น ตอนที่ 1 โยโกฮาม่า นิกโก้

กระเตงลูกเที่ยวญี่ปุ่น ตอนที่ 2 นิกโก้ สูงๆหนาวๆ

กระเตงลูกเที่ยวญี่ปุ่น ตอนที่ 3 นิกโก้ โตเกียว

 

Fisherman รอบสอง

รีสอร์ท ฟิชเชอร์แมน หาดเจ้าสำราญ ครั้งนี้มาเป็นครั้งที่สองในรอบหนึ่งเดือน  ในครั้งนี้ก็พอรู้งานแล้วว่าจะต้องพบกับอะไรบ้าง  การถ่ายภาพในรอบนี้เลยไม่ใช้กล้องตัวเดิม  เพราะครั้งที่แล้วใช้ eos m ไปเต็มทริป  รอบสองเลยเปลี่ยนเป็น eos 6d แทน  โดยใช้คู่กับเลนส์ 70-200 f2.8 เป็นหลัก

fisherman2-IMG_8206fisherman2-IMG_8202

fisherman2-IMG_8226fisherman2-IMG_8243

fisherman2-IMG_8254fisherman2-IMG_8257

fisherman2-IMG_8259fisherman2-IMG_8291

fisherman2-IMG_8279

ขอบฟ้า ภูผา มิลิน เป่าเค้ก

kobfa-home-IMG_0055

วันเกิดลุง ขอบฟ้า ภูผา มิลิน ร่วมกันเป่าเค้กแทนเจ้าของวันเกิด

การถ่ายภาพเด็กให้ดูดีจะต้องมีเรื่องต้องคิดหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นอิริยาบทที่จะต้องน่าสนใจ หรือเป็นจังหวะไฮไลท์ของเหตุการณ์ รวมถึงการเลือกใช้เลนส์และรูรับแสงให้เหมาะกับสถานที่ด้วย การที่เด็กเป่าเค้กวันเกิดเหตุการณ์ที่ควรจะจับภาพให้ได้ก็คือ ภาพเค้ก เด็ก รอยยิ้ม เทียน ปากกำลังเป่า สิ่งเหล่านี้ถ้ามีประกอบอยู่ในภาพให้มากที่สุดก็จะยิ่งทำให้ภาพมีความน่าสนใจ อย่างภาพตอนเป่าเทียนผมก็มีถ่ายเอาไว้ แต่จังหวะการเป่าและการยิ้มหรือสายตาของเด็กยังไม่ลงตัว องค์ประกอบของภาพหยิบผลไม้ขึ้นมาชูภาพนี้มีองค์ประกอบย่อยๆมากกว่าภาพอื่น คือมีรอยยิ้ม มีเค้ก มีสายตาที่มอง ทุกอย่างมาพร้อมกันในจังหวะพอดีจังหวะนี้ วินาทีนี้คือภาพที่สวยที่สุด

ส่วนเรื่องการเลือกใช้เลนส์ ผมเลือกใช้เลนส์ช่วง 85mm เพื่อให้ความเพี้ยนของภาพน้อยที่สุด เพราะช่วงเลนส์ 85มม. นี้ จะเป็นช่วงที่นิยมใช้ถ่ายภาพคน ส่วนรูรับแสงก็เลือกรูรับแสงกว้างสุดของเลนส์นั่นคือ 1.8 เพื่อให้ฉากหลังเบลอ ทำให้กลุ่มเด็กมีความโดดเด่นกว่าฉากหลัง

การวัดแสง ผมเลือกการวัดแสงพอดีเป็นหลัก แต่เป็นการวัดแสงพอดีที่บริเวณโต๊ะหรือขาโต๊ะ ซึ่งเป็นส่วนที่โดนแสงน้อยกว่าด้านหลัง ฉากหลังที่เป็นกระจกหน้าต่างจะดูสว่างมาก แต่ก็ไม่ได้มีปัญหากับส่วนสำคัญในภาพ และเลือกที่จะถือกล้องให้เอียงด้วย เพื่อให้อารมณ์ของภาพดูมีการเคลื่อนไหว

จบภาพหลังกล้องเป็นไฟล์ jpg แล้วก็นำมาปรับแต่งด้วย app มือถืออีกเล็กน้อย ผมเปลี่ยนโทนสีของภาพให้เพี้ยนอมเขียวอมฟ้านิดๆ ปรับให้ส่วนมืดดูสว่างขึ้น เพื่อให้ดูเป็นลักษณะของฟิล์มที่ถ่ายมาแบบอันเดอร์นิดๆ การปรับแต่งภาพเป็นเรื่องความชอบของแต่ละคนไม่มีผิดถูก ดังนั้น อยากปรับอะไรก็ปรับไปตามใจได้เลย

ลองเล่นกล้องคอมแพ็คไฮเอนด์ contax t3

IMG_20170515_171804_472

IMG_1474contax-t3 กล้องคอมแพ็คเกรดสูงในตลาดเท่าที่นึกออกจะมี leica cm leica minilux ricoh gr1 nikon 35ti และ contax t3 จริงๆอาจมีมากกว่านี้ที่มีคุณภาพสูง แต่ตัวที่ยกขึ้นมาเป็นตัวที่ได้รับความนิยมอย่างมากและมีมือสองให้พอซื้อได้ บางตัวก็แพง บางตัวก็ถูก บางตัวก็มีประวัติว่าอายุสั้นว่าสายแพขาด ซึ่งกล้องคอมแพ็คออโตโฟกัสคงมีปัญหาสายแพรขาดกันทั้งนั้นขึ้นอยู่กับว่าใครเจอก่อน ใครเจอทีหลัง PICT0076 การมีกล้องคอมแพ็คไฮเอนด์สักรุ่นหนึ่งมาติดกระเป๋า เอามาใช้งานในวันที่ไม่เร่งรีบ ในวันที่อยากจะเสียเงินซื้อฟิล์ม เสียเวลาล้างฟิล์ม ทั้งล้างเองหรือหาร้านล้างให้ก็ตาม แถมยังต้องเสียเวลาสแกนฟิล์มเอามาดูเป็นไฟล์ดิจิทัลอีกต่างหาก มันเป็นช่วงเวลาการถ่ายรูปที่ได้รับความสุนทรีย์อย่างที่ดิจิทัลให้ไม่ได้ เสน่ห์มันอยู่ตรงไหนก็ไม่สามารถอธิบายได้ครบถ้วน รู้แค่ว่า อยากมีกล้องฟิล์ม อยากมีกล้องคุณภาพดี อยากพกมันติดตัว และอยากใช้มันถ่ายภาพแค่บางภาพเท่านั้น contax t3 suan - -7 กล้อง contax t3 เป็นกล้องที่ติดเลนส์ 35มม. f2.8 สามารถตั้งรูรับแสงเองได้ สามารถชดเชยแสงได้ มีความเร็วโฟกัสค่อนข้างเร็ว วัดแสงแม่นยำมาก อาจจะเป็นเพราะเราถ่ายมันด้วยฟิล์มขาวดำล้วนๆก็ได้ ภาพจะออกเข้มไปหน่อย อ่อนไปนิด เราก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันเสีย อีกอย่าง เวลาล้างฟิล์มออกมาแล้วก็ต้องเอามาสแกนเพื่อดูบนจอคอมพิวเตอร์ การสแกนก็สามารถปรับความเข้มอ่อนได้เล็กน้อยทำให้เราไม่รู้เลยว่ากล้องถ่ายพลาดหรือไม่ contax t3 suan - -9 ภาพขาวดำที่ออกจากเลนส์ของ contax t3 เป็นภาพที่มีรายละเอียดสูงมาก มีการไล่ระดับตั้งแต่ส่วนมืดไปถึงส่วนสว่างที่กว้างมากและต่อเนื่อง จะบอกว่ามีคอนทราสต์สูงก็พอบอกเช่นนั้นได้ เทียบกับกล้องดิจิทัลที่ปรับโหมดขาวดำแล้วถ่ายออกมาเทียบกัน ภาพจากกล้องดิจิทัลก็ยังให้ระดับสีดำแบบนี้ไม่ได้ นอกเสียจากกล้องดิจิทัลตัวนั้นจะมีโหมดขาวดำพิเศษที่เร่งคอนทราสต์ให้แรงขึ้นก็อาจจะพอเทียบเคียงได้ contax t3 v2--12 ด้วยวิธีการใช้กล้องคอมแพ็คฟิล์มมาถ่ายภาพต่างๆ  เราจะต้องเอาตาเล็ง กล้องจะสัมผัสกับหน้าผาก ทำให้กล้องมีความมั่นคงมากเมื่อเทียบกับการยกกล้องดิจิทัลมาถ่ายแบบปัจจุบัน  ทำให้เราสามารถเก็บภาพในที่แสงน้อยได้พอสมควร  สภาพแสงในโรงพิมพ์เป็นตึกมิดชิด มีเพียงแสงจากไฟฟลูออเรสเซ้นต์ที่ติดในโรงงานเท่านั้น  เราก็ยังสามารถถ่ายให้ภาพไม่สั่นได้  แม้ความไวชัตเตอร์จะต่ำไปสักหน่อย ความไวฟิล์มก็ต่ำเพราะเร่ง iso ไม่ได้  แต่การจับถือก็ให้ความมั่นคงเพียงพอ ทำให้เรายังคงเก็บภาพในที่แสงน้อยได้   contax t3 v2--7 การโฟกัสก็ทำได้แม่นยำมาก  แม้จะไม่มีช่องที่มองผ่านเลนส์  แต่เราก็สามารถประมาณด้วยสายตาและเล็งโฟกัสไปยังวัตถุที่เราต้องการได้ง่ายดาย  กล้องล๊อคโฟกัสได้แทบจะทันที และเมื่อกดถ่าย  ภาพก็ถูกบันทึกอย่างคมชัดไว้ในฟิล์มแล้ว   contx t3 scan10dec2013 --3 ในสภาพแสงภายนอก contax t3 ให้ภาพสวยชวนฝันจริงๆ คนที่หลงไหลกับภาพขาวดำน่าจะชอบบุคลิกของกล้องตัวนี้  เพราะสีดำก็ดำสนิท สีโทนกลางๆก็ไล่ระดับต่อเนื่องน่ามอง ส่วนขาวก็ไม่ได้ขาวโพลน  ถ้ามีกล้องดิจิทัลที่สามารถให้ภาพแบบนี้ได้จากการถ่ายด้วยโหมดสำเร็จรูปของกล้องเชื่อว่าน่าจะทำให้กล้องตัวนั้นขายดีมาก   contx t3 scan10dec2013 --2 เลนส์ 35มม. เข้าใกล้วัตถุได้มากพอสมควร  แม้จะไม่ได้ใกล้แบบการถ่ายภาพมาโคร แต่ก็ใกล้จนเห็นรายละเอียด และยังคงให้โทนสีดำที่เข้มลึก  มีน้ำหนัก  พอล้างฟิล์มออกมาแล้วเพิ่งจะได้มานั่งดู  พอดูภาพเสร็จก็อยากจะเก็บกระเป๋าออกเดินทางไปถ่ายรูปเล่นทันทีเลย Untitled การพกพากล้อง contax t3 ทำได้ไม่ยุ่งยาก ตัวกล้องมีซองหนังให้ใส่ดูดี เพื่อเก็บกล้องแล้วสามารถยัดใส่กระเป๋าเป้ กระเป๋าสะพาย กระเป๋าอะไรก็ได้ยกเว้นกระเป๋าสตางค์ กล้องคอมแพ็คฟิล์มจะไม่ต้องพกแท่นชาร์จ เพราะถ่านในตัวสามารถถ่ายรูปได้เกินสิบม้วนฟิล์มอย่างแน่นอน ไม่ต้องมีแบตก้อนที่สองอีกต่างหาก เรียกได้ว่า พกกล้องติดกระเป๋าพร้อมฟิล์มกลักนึงเราอาจจะพกจนลืมไปเลยก็ได้ เพราะกว่าที่ผมจะถ่ายหมดม้วนก็ใช้เวลาหลายเดือน

หลังจากได้มีโอกาสใส่ฟิล์มสีไปถ่ายภาพ  ก็ขอเอามาวางให้ดูไว้เป็นข้อมูล

000041

ภาพ selfie ยกกล้องขึ้นเล็งแล้วกดถ่ายเลย  ไม่ได้คิดเรื่องชดเชยแสงแต่อย่างใด  ผมยืนอยู่นอกห้องน้ำที่ได้รับแสงจากหน้าต่าง  ส่วนห้องน้ำได้แสงสว่างจากไฟเพดาน สองสภาพแสงที่ความสว่างไม่เท่ากัน แต่ก็อยู่ในภาพเดียวกันดูกลมกลืนดี

000040

ภาพสองพี่น้อง ยกกล้องขึ้นโฟกัสที่หน้า แล้วจัดองค์ประกอบให้ได้ส่วนที่ต้องการ โหมด P ของกล้องวัดแสงแม่นยำให้ภาพที่สวยพอดี ไม่มืด ไม่สว่างเกินไป

000042

ภาพย้อนแสงค่อนข้างมาก ก็ยังพอได้ภาพที่ไม่น่าเกลียด แม้ดูแล้วจะรู้สึกว่ากล้องวัดแสงผิดพลาด แต่คงเป็นเพราะกล้องพยายามจะทำให้ฉากหลังไม่สว่างเกินไปด้วย  แสงที่หน้าคนเลยไม่มากเท่าที่ควร  แต่มันก็ยังไม่เป็นภาพเสีย

000070

ภาพนักฟุตบอลถือตระกร้าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเร็วมาก  กล้อง T3 อยู่ในมือ รีบเปิดกล้อง แล้วเล็งถ่าย ยอมให้แฟลชขึ้น เพราะต้องการใช้เป็นกล้อง snap โฟกัสเร็วทันแล้ว

000048

ตอนกลางวันแสงดีๆ ถ่ายภาพเด็กในร้านอาหาร แสงหน้าต่าง แสงภายนอกอาหาร ทำให้ภาพแนวนี้ดูสวยได้ง่ายๆเลย

000064

สภาพแสงที่คาดเดายาก เราก็ปล่อยให้กล้องคิดแทนเรา ถ่ายแล้วลุ้นว่าจะถูกใจไหม แล้วก็ได้ภาพที่น่าพอใจเกินคาด

000035

ภาพเด็กกำลังซน ถ่ายในร้านฟาสฟู้ด แสงหน้าต่างเข้าทางด้านซ้าย  ปิดแฟลชถ่าย ระบบวัดแสงทำงานได้แม่นยำน่าพอใจทุกครั้ง

000043

ขอปิดท้ายด้วยภาพ self portrait และ contactsheet ที่ทำด้วยการปริ๊นท์ระบบดิจิทัล

Contax T3

วิธีล้างฟิล์มขาวดำและสแกนไว้ดูในคอมพิวเตอร์ ดูได้ที่นี่  ทดลองล้างฟิล์มขาวดำ

เริ่มต้นขายภาพ online ได้ที่นี่ครับ


ตื่นสาย

วันนี้เป็นวันที่ขอบฟ้าตื่นสายครับ ปกติจะตื่นตั้งแต่หกโมงเช้า หรือ ไวกว่านั้น แต่วันนี้ เจ็ดโมงแล้ว ยังไม่ตื่นเลย เลยแอบถ่ายรูปไว้หน่อย

รีวิว fisherman ที่พักเดินทางง่าย หาดเจ้าสำราญ

IMG_7697

สองปีหลังผมไปหัวหินบ่อยมาก การเดินทางไปหัวหินจะเป็นเรื่องยากกว่าเมื่อสิบปีที่แล้ว เพราะเราไม่สามารถไปถึงที่พักในหัวหินได้เลยโดยไม่ผ่านการฝ่ารถติดหลายๆจุด หัวหินรถติดขนาดไหน ขนาดที่ว่า เส้นทางจากเขาตะเกียบกลับกรุงเทพ กว่าจะผ่านเพลินวานใช้เวลาครึ่งชั่วโมง นี่มันขับรถหรือเดินกันแน่ เป็นประสบการณ์ที่เลวร้ายครั้งหนึ่งที่ไปเที่ยวปราณบุรีแล้วขับรถผิดไปผ่านหัวหิน

IMG_7694

พอรู้ว่าจะได้ไปพักหาดเจ้าสำราญซึ่งอยู่แค่เพชรบุรี เลยเขาวังไปแค่เล็กน้อย ทำให้ความรู้สึกไม่ติดลบเท่าหัวหิน เพราะว่าเดินทางไม่ยากมาก แต่เราก็ยังคงต้องฝ่ารถติดในกรุงเทพเพื่อที่จะออกนอกเมืองอยู่ดี กรุงเทพรถติดมากขึ้นทุกวัน และวันเสาร์ที่เป็นวันไม่ทำงานของคนส่วนใหญ่ก็ดันเป็นวันรถติดพิเศษ โดยเฉพาะเส้นรอบเมือง เส้นทางที่คนอื่นจะใช้เดินทางออกนอกกรุงเทพ ทุกเส้นทางติดหมด

ผมเริ่มเดินทางจากถนนกาญจนาภิเษกใกล้ถนนนครอินทร์ รถติดตั้งแต่ปากซอย เพื่อนคนอื่นส่งข่าวมาว่า ใช้กาญจนาภิเษกไปถึงพระรามสองหนึ่งชั่วโมงเต็มๆ และกว่าจะพ้นมหาชัยก็รวมเวลาไปสองชั่วโมงแล้ว ฟังแบบนี้แล้วต้องรีบเปลี่ยนเส้นทางเลย เพื่อนอีกคันส่งข่าวมาว่าใช้เส้น เพชรเกษมไปพุทธสาคร แล้วไปออกพระรามสองทำเวลาได้ดี ก็เลยตัดสินใจตามเส้นทางที่สอง

จากจุดเริ่มต้น นับไปอีกประมาณชั่วโมงกว่าๆ เราก็ได้เข้าถนนพระรามสองใกล้ๆโรงพยาบาลมหาชัยซึ่งเป็นจุดที่พุทธสาครไปบรรจบกับพระรามสอง ซึ่งชั่วโมงกว่านี้เราไม่สามารถทำความเร็วได้เกิน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเลย แถมบางจุดยังต้องต่อแถวค่อยๆขยับเหมือนจะไปขอข้าวใครกิน เดินทางด้วยรถยนต์ในกรุงเทพเป็นนรกบนดินจริงๆ

IMG_7696

IMG_7704

ที่พัก fisherman เป็นรีสอร์ตหน้าตาดีของหาดเจ้าสำราญ ที่อื่นมีดีกว่านี้ไหมก็ไม่ได้สำรวจ แต่ที่สัมผัสกับfisherman มาหนึ่งคืนก็ให้คะแนนสี่ดาวแบบมึนๆ มันไม่ถึงห้าดาวตรงที่อาหารเช้าไม่ค่อยประทับใจ ในห้องนอนเหมือนมีตุ๊กแกซ่อนอยู่ เพราะเราได้ยินเสียงร้องดังมาก ทั้งๆที่เป็นห้องกระจก ถ้ามีใครตะโกนข้างนอกเราจะรู้ได้ทันทีว่าอยู่ด้านนอก เพราะพลังเสียงจะเบาๆไร้อิมแพ็ค แต่เสียงตุ๊กแกใน fisherman ห้อง 34 เป็นเสียงที่มีอิมแพ็ค มีแรงประทะ ราวกับว่าแหล่งกำเนิดเสียงอยู่ไม่ไกล เสียงวิ่งผ่านอากาศแล้ววิ่งเข้าหูเราโดยตรง ไม่ได้ถูกกรองด้วยกระจกหรือประตูบานใดเลย เป็นคืนที่ทรมานใจมากๆ

IMG_7693

ห้องพักสวยเรียบร้อย ห้องน้ำสะอาด บรรยากาศดี สิ่งที่เพิ่งสังเกตก็คือ รีสอร์ตแถมสบู่ ยาสระผม และ “ยาทากันยุง กย15” ไว้ด้วย สามารถหยิบได้ที่อ่างล้างหน้า ทีแรกก็ไม่ได้สนใจ แต่พอไปกินอาหารเย็นข้างนอก ตอนพระอาทิตย์ตกดินแล้วเราก็เข้าใจแล้วว่าทำไมถึงแถม กย15 ให้นักท่องเที่ยว ยุงที่หาดเจ้าสำราญตัวเล็ก แต่กัดเจ็บและคันยาวนาน มันเป็นยุงจากดาวดวงไหนกันถึงได้ฝังพิษได้ข้ามวันข้ามคืน อาบน้ำ ทาครีมก็ไม่หายคัน โดนกัดวันเสาร์ วันจันทร์ยังเกาอยู่เลย

IMG_7713

สระว่ายน้ำที่นี่ออกแบบได้ดี มีสระลึกของผู้ใหญ่อยู่ติดกับสระเด็ก เด็กความสูง80cm สามารถยืนในสระเด็กได้น้ำสูงแค่ออก ดูแล้วไม่อันตราย เหมาะกับการให้เด็กสองขวบเล่นได้อย่างเพลิดเพลิน หาดทรายของหาดเจ้าสำราญมีพื้นที่เหลือเฟือ แม้ทรายจะไม่ละเอียดเหมือนหัวหิน แต่ก็ดีกว่าที่เอวาซอนหลายเท่า แต่มีข้อเสียคือ แดดส่องแล้วร้อนมาก ไม่มีร่มเงาไม้ให้กับคนเล่นทรายเลย ต้องเล่นตอนเย็นเท่านั้นถึงจะพอทนเล่นได้ ถ้าอยากเล่นตอนสายๆก่อนเที่ยง ต้องหาร่มไปกันแดดด้วย ทางรีสอร์ตไม่มีเตียงชายหาด ไม่มีร่มกันแดด ไม่มีอะไรที่เอาไปใช้งานช่วยกันแดดได้เลย ช่างภาพอย่างเราก็เลยต้องเอาผ้าคลุมของภรรยามาผูกขาตั้งกล้องแล้วกันแดดให้ลูก ลูกอยากเล่นทรายเลยต้องทำแบบนี้ จะไม่ให้เล่นก็ไม่ได้ เพราะพาลูกมาทะเลคือตั้งใจพามาเล่นทรายนั่นเอง

IMG_7835

IMG_7742

ขอบฟ้าอายุสองขวบสิบเดือน ชอบเล่นทราย ชอบเล่นน้ำ ชอบเครื่องเล่นสนามเด็กเล่น ชอบสไลเดอร์ รีสอร์ตที่นี่ fisherman มีทุกอย่าง เป็นความสุขสุดยอดของเด็กจริงๆ แม้แต่เสียงตุ๊กแกที่แถมให้ตอนนอนก็ยังเป็นความสนุกสนานของเด็กเช่นกัน

IMG_7776

ปลั๊กไฟที่นี่มีให้ใช้ได้สองรูสำหรับเสียบชาร์จอุปกรณ์ต่างๆ รูอื่นๆที่อยู่ตามโต๊ะและตู้จะเสียบค้างไว้ครบแล้ว มีกาน้ำร้อน กาแฟฟรี อินเทอเน็ตมีให้ใช้ แต่ทีวีขัดใจนิดหน่อยตรงที่มันยังเป็นทีวีจอตู้ ไม่มีเครื่องเล่นดีวีดีหรือเครื่องเล่นอื่นๆใดๆให้ใช้เราก็เลยไม่ได้เปิดทีวีเลยแม้แต่วินาทีเดียว ถ้าอัพเกรดทีวีให้เป็นจอแบน มีช่อง usb ให้สามารถเล่นไฟล์หนังได้บ้างก็จะดีมาก เพราะพ่อแม่ก็เตรียมแผ่นการ์ตูนไว้เผื่อต้องใช้ เตรียมไฟล์ใส่ usb ไว้เผื่อต้องใช้ แต่ก็ไม่ได้ใช้เพราะไม่มีอุปกรณ์ในห้องที่สามารถใช้งานได้ อาจเป็นข้อดีที่ทำให้เราต้องใช้เวลาพูดคุยและเล่านิทานกับลูกก่อนนอน คงเป็นความฉลาดของเจ้าของรีสอร์ตแน่ๆเลย

IMG_7849

IMG_7790

โซฟากึ่งที่นอนตัวเล็กที่อยู่ข้างเตียงถูกนำมาใช้วางโน้ตบุ๊คและอุปกรณ์ยังชีพของพ่อบ้านอย่างผม ก๊อปปี้ไฟล์รูปที่ถ่ายมาทั้งวัน เปิดภาพดูเล่น เปิดเพลงฟัง ทุกอย่างทำกลางดึกตอนที่ลิงน้อยหมดฤทธิ์แล้ว และเราก็ค้นพบว่า เม้าส์ไร้สายของเราใช้งานบนโซฟานี้ไม่ได้ เพราะผิวโซฟามันไม่ถูกกับเม้าส์ของเรา มันคงมีรอยหยาบหรือเท๊กซ์เจอร์น้อยเกินไป เราเองก็นึกว่าถ่านหมดเลยเล่นเน็ตแบบไม่ใช้เม้าส์ แต่พอกลับมาถึงบ้านก็ใช้เม้าส์กับโน้ตบุ๊คได้ตามปกติ เลยคิดว่าโซฟาคงมีลายผ้าละเอียดเกินไปเลยสะท้อนแสงเลเซอร์ของเม้าส์ไม่ค่อยดี

IMG_7800

เครื่องเล่นของเด็กมีอยู่หนึ่งมุมเล็กๆ พอสร้างความเพลิดเพลินให้เด็กได้หนึ่งชั่วโมง บางส่วนของเครื่องเล่นมีสนิมเกาะจนใช้งานไม่ได้แล้ว แต่ส่วนที่สัมผัสกับมือและเท้าโดยตรงยังไม่สร้างปัญหาอะไรมาก วิ่งเล่น ปีนป่าย ต้องมีผู้ปกครองคอยเฝ้าดูด้วย เพราะเด็กสองขวบปลายๆยังไม่เข้าใจว่าตกแล้วเจ็บเป็นยังไง ยังไม่เข้าใจคำว่ากลัวตกนั่นเอง

IMG_7831

ในวันที่ท้องฟ้าสดใส ไร้เมฆบัง แดดจัด ฟ้าเป็นสีฟ้า ถ่ายรูปออกมาได้สะใจช่างภาพอยู่เต็มๆ แต่ก็แลกมากับอากาศที่ร้อนอบอ้าว อาบน้ำเสร็จ เดินออกจากห้องพักเหงื่อก็เริ่มไหลแล้ว หน้าร้อนกับทะเลมันเป็นของคู่กันได้ยังไง มันต้องเป็นทะเลกับห้องแอร์สิถึงจะคู่กันได้

IMG_7762

IMG_7716

แก๊งค์พ่อแม่รวมตัวกันเที่ยว พาลูกมานอนโรงแรม เล่นน้ำ เล่นทราย กินของทะเล พ่อแม่และผองเพื่อนนั่งเม้าท์ ความสุขของครอบครัวยี่สิบสี่ชั่วโมงจบลงกับภาพหมู่ในช่วงท้ายโปรแกรม และภาพถ่ายของลูกเทวดาทั้งหลาย ลูกผมก็นั่งยิ้มอย่างมีความสุข

IMG_7909

IMG_7919 (2)

ถ้าจะต้องไปพักที่หาดเจ้าสำราญอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นรีสอร์ตแห่งไหนก็ตาม สิ่งที่ควรเตรียมไปคือ กย15 และ ไม้ตียุง
IMG_7994.JPG