auto whitebalance ของกล้องแต่ละตัวเก่งไม่เท่ากัน

กล้องดิจิทัลให้ความสะดวกในการบันทึกภาพอย่างมาก ใครๆต่างก็มีใช้กันคนละตัวสองตัว อย่างน้อยโทรศัพท์ของทุกคนก็ถ่ายภาพได้  และในกล้องดิจิทัลเหล่านี้จะมีความสามารถในการวัดแสงทั้งสิน  และ มีการจัดการสี มีการปรับค่า whitebalance แบบอัตโนมัติเพื่อให้สีสันของภาพสมจริง

เมื่อก่อน สมัยที่เรายังใช้ฟิล์มถ่ายภาพ การถ่ายภาพกลางวัน และการถ่ายภาพกลางคืนที่เน้นไฟถนนจะใช้ฟิล์มคนละชนิดกันเพื่อให้ภาพมีความเที่ยงตรงของสี  ภาพกลางวันเราจะใช้ฟิล์ม daylight  ภาพไฟถนนตอนกลางคืนจะใช้ฟิล์ม tungstain   หากเราเอาฟิล์มกลางวันไปถ่ายภาพกลางคืน ภาพที่ได้ของหลอดไฟทังสเตนทั้งหลายก็จะดูสีส้มเข้ม  ภาพพื้น ถนน ผู้คนภายใต้แสงไฟทังสเตนจะมีสีสันที่ไม่ถูกต้อง

กล้องดิจทัลแก้ปัญหานี้ด้วยการมีเมนูปรับตั้งค่า whitebalance หลายค่า เพื่อให้เหมาะสมกับแต่ละสถานการณ์ แต่ละสภาพแสง  ซึ่งน้อยคนนักจะปรับค่า whitebalance เปลี่ยนไปตามสภาพแสงจริงทุกๆค่าแสง  ผู้ผลิตเลยมีเมนู auto whitebalance เอาไว้ด้วย เพื่อให้กล้องเลือกค่านี้ให้อย่างอัตโนมัติ  และสีสันในภาพก็จะถูกต้องตามจริง

แต่ความสามารถของการทำ auto whitebalance ของกล้องดิจิทัลแต่ละตัวแต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อก็มีความสามารถไม่เท่ากัน  ทำให้ภาพจากกล้องบางตัวสีเพี้ยนมากเกินยอมรับได้  ภาพต่อไปนี้จะเป็นตัวอย่างยืนยันว่า autowhitebalance ของกล้องแต่ละตัวเก่งไม่เท่ากันจริงๆ

IMG_4893

ภาพแรกนี้เป็นกล้อง canon eos m พร้อมเลนส์ 22f2 ปรับค่า white balance เป็น auto ซึ่งให้ภาพอมเหลืองมากเกินพอดี

 

IMG_20170228_202621

ภาพที่สองเป็นภาพที่ถ่ายด้วยมือถือ huawei P9 ความเที่ยงตรงของสีจะมีมากกว่าอย่างชัดเจน ซึ่งถือเป็นความเก่งกาจของค่ายมือถือที่พัฒนากล้องให้มีความสามารถมากขึ้น และแม่นยำขึ้น

 

หากใครยังคงต้องใช้ auto whitebalance บนกล้องที่ให้สีภาพยังไม่ถูกต้อง เราสามารถใช้วิธี ตั้งค่าเป็น custom whitebalance ซึ่งวิธีการทำจะมีอยู่ในคู้มือกล้อง  ซึ่งจะทำให้ได้ภาพดังภาพที่สาม

IMG_4892

ภาพที่สาม ปรับกล้องให้ใช้วิธีตั้งค่า custom whitebalance

วันที่ยอดขายรวม shutterstock แซง youtube

ผมเริ่มส่งภาพขายใน shutterstock มาตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2559  และในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ผมก็ไปตั้งค่าใน youtube เพื่อขอรับค่าโฆษณาจากคลิปของลูกชายที่ผมเคยถ่ายไว้และพบว่ามีคนดูเยอะมาก  หลังจากช่วงเดือนกรกฎาคมเป็นต้นมา รายได้จากทั้งสองแหล่งก็ค่อยๆเพิ่มขึ้น

Screenshot_2017-02-07-14-32-04

ผ่านไปหลายเดือน ยอดตัวเลขรายได้จาก youtube แค่คลิปเดียว ทำเงินเยอะกว่ารายได้จาก shutterstock อยู่พอสมควร  และไม่มีทีท่าว่า shutterstock จะมีรายได้แซง youtube ไปได้  โดยสาเหตุน่าจะเป็นเพราะจำนวนรูปใน shutterstock ยังไม่เยอะมาก  ซึ่งถ้าวัดกันที่ระยะเวลาประมาณ 6 เดือนที่ผมพยายามใส่ภาพเข้า shutterstock เรื่อยๆ จะมีภาพอยู่ประมาณ 4ร้อยกว่าภาพ  รายได้ก็ยังไม่แทรงคลิปใน youtube เพียงคลิปเดียวที่ทำเงินให้ตลอดเวลาโดยเราไม่ได้ทำอะไรกับ youtube เลย   ซึ่งผมเคยเขียนบันทึกไว้แบบนี้ shutterstock VS youtube

 

Screenshot_2017-02-07-13-16-07

แต่แล้วในที่สุด วันนี้ วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 นับเป็นเวลาประมาณ 7 เดือนเศษ รายได้จาก shutterstock ก็สะสมและแซงหน้ารายได้จาก youtube ไปแล้วอย่างน่าตื้นตัน  ผลของการอดหลับอดนอนเพิ่มภาพเข้าระบบอย่างสม่ำเสมอ เริ่มมียอดขายที่เยอะขึ้นในแต่ละเดือน  เป็นสิ่งที่ให้กำลังใจคนทำงานได้เป็นอย่างดี  ทำให้เรามั่นใจได้ว่า เราสามารถฝากความหวังรายได้ที่เป็นกอบเป็นกำไว้ที่ shutterstock ได้

Screenshot_2017-02-07-14-31-46

ทั้งหมดนี้บันทึกจากคนเริ่มต้นทำธุรกิจขายภาพ  ในประเทศไทยและในโลกใบนี้ มีคนที่ร่ำรวยจากการขายภาพอีกมากมาย  ตัวเลขที่ผมบันทึกไว้เป็นแค่รายได้หนึ่งนาทีของคนบางคนเท่านั้น  หนทางยังอีกยาวไกล  บันทึกนี้ทำไว้เพียงแค่ยืนยันว่าผมเดินไม่ผิดทางครับ

ใครอยากเริ่มขายภาพเริ่มที่ลิงค์นี้เลยครับ


ภาพจาก Huawei P9 ที่ขายได้ใน shutterstock

หลังจากใช้มือถือเครื่องใหม่อย่าง Huawei P9 มาประมาณ 1 เดือน  ตลอดเดือนที่ผ่านมา มีเรื่องเกี่ยวกับการถ่ายภาพที่น่าสนใจหลายอย่าง เช่น  ในเดือนนี้ มีภาพที่ถ่ายด้วยมือถือนับพันภาพ  ในเดือนนี้ มีภาพที่ส่งเข้าไปเก็บไว้ใน flickr เกิน 700 ภาพ ซึ่งปกติจะอยู่ระดับ 1-200 ภาพ  ในเดือนนี้ มีภาพถ่ายจากมือถือที่ส่งไปขายใน shutterstock จำนวน30ภาพ  และ ภาพที่ขายได้ใน shutterstock ที่ถ่ายด้วย P9 มี 4 ภาพ ตามนี้

ภาพเกมส์บันไดงู เป็นภาพที่แม่กับลูกกำลังเล่นกันอย่างสนุกสนาน  ผมนั่งอยู่ข้างๆก็เห็นจังหวะนี้ว่า ตัวเดิน กับลูกเต๋าบังเอิญอยู่ใกล้กันพอดี แล้วแสงเข้าทางหน้าต่างก็ตกลงบนกระดานเกมส์อย่างพอเหมาะพอดี ไม่โดนใครบังไว้ก็เลยถ่ายภาพเก็บไว้  และการถ่ายภาพในช่วงเวลานี้ ใช้ P9 แทนที่จะเป็น eos m ที่พกติดกระเป๋า  แล้วในเวลาต่อมา ภาพนี้ก็ขายไปสามครั้ง

ภาพหยดน้ำฝนเกาะที่หน้าต่าง เป็นภาพที่รถติดอยู่บนถนน และเห็นว่าหยดน้ำกำลังเกาะกันสวยดี เลยหยิบมือถือมาถ่ายเก็บไว้ แล้วก็กดอัพโหลด ใส่คีย์เวิร์ด ทุกอย่างทำเสร็จในการติดไฟแดงแค่เพียง 1 รอบ ไม่ได้บอกว่าทำได้เร็วนะ  แต่รถติดนานจนทำเสร็จ  แล้วอีกสองวันต่อมา ภาพนี้ก็มียอดขายเกิดขึ้น

ภาพผนังสีฟ้าของระเบียงหน้าห้องพักในโรงแรมแห่งหนึ่งในพัทยา  เป็นมุมที่ดูใหม่เอี่ยม เลยถ่ายเก็บไว้ตั้งใจว่าจะส่งขาย  และเมื่อลองส่งไปขายก็ได้รับการ approved ได้อย่างไม่ยากเย็นตามคาด และอีกหลายวันต่อมา ภาพนี้ก็ขายได้

ภาพพื้นยางบริเวณสนามเด็กเล่นในสวยสาธารณะ  วันที่พาลูกไปเดินเล่นก็พกมือถือไว้ด้วย  ตอนที่ลูกวิ่งเล่นในสนามก็เห็นว่า ลายพื้นเป็นลักษณะ texture ที่ขรุขระ แต่สีสวย  เลยถ่ายเก็บไว้  ทีแรกใช้ส่งเพื่อ approved ให้ผ่าน แล้วก็ผ่านจริงๆ แล้วในวันสุดท้ายของเดือน ภาพนี้ก็มียอดขาย

P9 เปลี่ยนวิธีการพกกล้องไปได้อย่างหน้ามือเป็นหลังมือ  ปกติที่จะต้องมีกระเป๋าสะพายที่ใส่กล้องไว้ 1 ตัว โดยเลือกกล้องเปลี่ยนเลนส์ได้ที่เล็กที่สุดเท่าที่หาได้แล้ว อย่าง eos m + เลนส์ 22f2 ที่เป็นเลนส์ฟิกซ์ที่เล็กมาก  จนบางเวลาแอบฝันหากล้องคอมแพ็คที่เล็กลงไปอีกเล็กน้อยด้วยซ้ำไป  การพกมือถือที่ถ่ายภาพได้สวยใสเทียบเคียงได้กับกล้องตัวใหญ่ๆ ทำให้เรามีโอกาสได้ภาพมากยิ่งขึ้น  แถมความสะดวกสบายในการชาร์จไฟที่เราได้ทำอย่างสม่ำเสมอ ไฟเต็มทุกเช้าก่อนออกไปใช้ชีวิต  แค่นี้ช่างภาพงบน้อยคนนึงก็ปลาบปลื้มแล้ว

สมัครขายภาพกับ shutterstock คลิกที่ลิงค์นี้ได้เลย

http://submit.shutterstock.com/?ref=3470063

เริ่มขาย stock ภาพกับ shutterstock

อัพเดทข้อมูล ภาพจาก P9 ที่ขายได้เพิ่มเติม

อยากขายภาพก็เริ่มต้นจากลิงค์นี้ได้ครับ


ฝนตกเป็นเงิน

ภาพหยดน้ำเป็นภาพที่ได้มาด้วยความเบื่อหน่ายกับรถติดในกรุงเทพ  เวลาฝนตก รถก็ติดเป็นของธรรมดา  การถ่ายภาพแก้เบื่อในรถยนต์ก็เกิดขึ้นบ่อยๆ  เพียงแต่วันนี้ ได้ภาพที่ดูน่าสนใจ หยดน้ำกำลังสวย และคิดว่าน่าจะพอขายได้ในเว็บขายภาพ  พอได้ภาพแล้วก็เลยส่งฝากขายซะเลย  รถติดอยู่พักใหญ่ สามารถส่งภาพเข้าระบบ พร้อมด้วยการป้อนคีย์เวิร์ดประกอบจนครบถ้วน  พอส่งขายเรียบร้อย ผ่านไปสองวันก็มียอดดาวโหลดเกิดขึ้น  ตื่นเต้น ดีใจ  แม้จะไม่ได้มากมาย แต่การที่มีเรื่องอะไรสักเรื่องนึงมันเป็นไปตามคาด ก็ทำให้รู้สึกดีจริงๆ

รีวิว มือถือถ่ายภาพสวย Huawei P9

Huawei เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์มือถือที่ใหญ่ระดับโลก  เป็นเบอร์ 1 ในระบบเครือข่ายของจีน  และเริ่มทำมือถือขายเองในช่วงไม่กี่ปีมานี้  มือถือรุ่น P9 เป็นรุ่นที่ร่วมมือกับไลก้า ทำระบบถ่ายภาพให้เป็นแบบสองเลนส์ เพื่อให้สามารถสร้างภาพได้คล้ายๆกับกล้อง DSLR คือ มีระยะชัดตื้นที่สวยงาม ได้ฉากหลังเบลอ  และที่สุดยอดมากคือ มันสามารถ re-focus ภาพที่ถ่ายไปแล้วได้ด้วย  อยากให้ส่วนไหนชัด ก็เลือกโฟกัสภาพใหม่เลย โดยไม่ต้องกลับไปถ่ายใหม่

ระบบ re-focus เคยมีความพยายามหลายครั้ง ครั้งแรกที่ระบบนี้ออกสู่ตลาดโลก ผมจะนึกถึงกล้อง  Lytro ที่เป็นกล้องทรงกระบอกสี่เหลี่ยม มีเลนส์ด้านหน้า มีจอด้านหลัง ใช้เหมือนกล้องส่องทางไกล  ซึ่งครั้งแรกที่ออกมามันน่าตื่นเต้นมาก ระบบการ re-focus ที่ใช้งานได้จริงทำให้สนุกกับการถ่ายภาพ  แต่ปัญหาประจำรุ่นของกล้อง Lytro คือ กล้องมีเซ็นเซอร์รับภาพคุณภาพต่ำ มีน้อยส์เยอะมาก คุณภาพที่ได้เหมือนเป็นภาพจากยุคกล้องมือถือแรกๆ เรียกได้ว่า ภาพของอุปกรณ์ที่ออกในปี คศ2011 ทั้งหมด ภาพจาก Lytro คุณภาพต่ำที่สุดในโลก

ลองกล้อง LYTRO ถ่ายก่อนโฟกัสทีหลัง

P9 จาก Huawei มาในรูปลักษณ์เป็นโทรศัพท์สเป็คสูง มีแรมเยอะ มีความจุเยอะ  ใส่หน่วยความจำเพิ่มเติมได้เยอะ สเป็คทางการเป็นอย่างไรขอเชิญไปหาอ่านในอินเทอเน็ต หรือจากทางผู้ผลิต  สิ่งที่ผมจะเขียนต่อไปนี้ เป็นเรื่องของการใช้ P9 เพื่อการถ่ายภาพแต่เพียงอย่างเดียว ตั้งใจเขียนเอาไว้ให้คนรักการถ่ายภาพได้อ่านกันเล่นๆเพลินๆ  ถ้าข้อมูลผิดพลาด ทักมาแจ้งเพื่อแก้ไขให้ถูกต้องนะครับ

ในช่วงเวลาที่ P9 เปิดตัว เป็นข่าวอยู่ในอินเทอเน็ต ผมก็รับรู้คร่าวๆว่า มือถือรุ่นนี้ได้รับความร่วมมือจากไลก้ามาช่วยออกแบบกล้องและระบบการประมวลผลภาพ  เพื่อทำให้มือถือรุ่นนี้มีจุดเด่นเรื่องการถ่ายภาพ ซึ่งใช้เป็นจุดขายของมือถือสเป็คสูงของ Huawei  แต่ในใจลึกๆก็รู้สึกว่า ข่าวความร่วมมือกับไลก้าอาจจะจางหายไปโดยไม่ทิ้งอะไรไว้ให้พูดคุยกันอีกในระยะยาวและไม่เหลือผลที่เป็นรูปธรรม  เหมือนกับข่าว คาลไซร้กับโซนี่ ที่ใช้เลนส์็ยี่ห้อดังในกล้องของโซนี่ ซึ่งก็ไม่ได้ทำให้กล้องคอมแพ็คของโซนี่ได้ผุดได้เกิดในอดีต หรือมีผลลัพธ์มีภาพที่สวยตรึงตาตรึงใจ  หรือข่าวอย่างไลก้าร่วมกับพานาโซนิค ที่ผู้ใช้กล้องก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันโดดเด่นมากกว่าคู่แข่งแต่อย่างใด  ไลก้าหัวเหว่ยรอบนี้อาจจะไม่มีอะไรตื่นเต้นในท้ายที่สุด นั่นทำให้ผมยังไม่คิดจะซื้อในตอนแรก

พอมือถือประจำตัวพัง ก็ถึงเวลาหาของใหม่ใช้  มือถือตัวท๊อประดับสองหมื่นปลายๆแต่ละค่ายผมก็ไม่ได้สนใจ เพราะว่า เราจะเอามือถือมาใช้โทรศัพท์ เช็คเมล เล่นโซเชียลเน็ตเวิร์คนิดหน่อย  ซึ่งมือถือระดับหลายๆพัน ก็ทำงานได้ดีมากแล้ว  การไม่เล่นเกมส์ทำให้เราไม่เดือดร้อนกับความแรงของมือถือ  พอถึงเวลาที่ต้องเลือกจริงๆ ก็เลยหาข้อมูลว่า P9 ดีจริงไหม แล้วก็ไปพบข้อมูล ไปพบตัวอย่างภาพที่ดูแล้วคาใจอย่างมาก  คือมีภาพสวยๆให้ดูพอสมควรเลย  มีคอมมูนิตี้หลายแห่งที่ทำให้ประหลาดใจว่าทำไมคนใช้ P9 ถึงได้จับกลุ่มกันได้ใหญ่โต  เลยลองวัดใจ ไปซื้อมาใช้กับเขาเช่นกัน

ตั้งแน่ได้มือถือเครื่องใหม่  ก็ได้แต่ลองเรื่องการถ่ายภาพหลายๆแง่มุม  พร้อมทั้งยังตื่นเต้นกับของแถมที่เขาแถมมากับ P9 เป็นกล่องใหญ่โต ดูแพงมาก  ในกล่องของแถม มีขาตั้งกล้อง  มีไม้เซลฟี่  มีอแด๊ปเตอร์สำหรับยืดมือถือเข้ากับขาตั้งกล้อง  มีสายชาร์จ  ซึ่ง สิ่งที่ทำให้ผมอยากได้จนถึงที่สุดคือ อแด๊ปเตอร์ที่ใช้ยืดมือถือเข้ากับขาตั้งกล้องนั่นเอง

สารพัดภาพที่ได้จากการลองโน่นนี่นั่น ลองไปเรื่อยๆ จะเขียนอธิบายประกอบไปทีละภาพตามนี้ครับ

2016-11-01_09-51-42

ภาพอาหารบุฟเฟ่ต์ห้องประชุม

เป็นภาพที่โชว์ว่าระบบชัดตื้นของ P9 ทำงานได้เบลอสะใจมาก  ระบบการเลือกรูรับแสงได้ในภายหลังทำให้ภาพสามารถเบลอฉากหลังมากๆ หรือ น้อยๆ ได้ตามใจ  ถ้าอยากได้ภาพชัดลึกแบบมือถือทั่วไปก็ไม่ต้องใช้ระบบพิเศษของไลก้า  แต่ถ้าอยากได้ความเบลอเด่นๆ อาจจะเลือกรูรับแสงเป็น 0.95 หรือ 1 หรือ 2.8 ก็แล้วแต่ความชอบ  ยิ่งเลือกใช้ตัวเลขน้อย ยิ่งให้ความเบลอด้านหลังมากยิ่งขึ้น

2016-11-01_09-50-13

ภาพทางเดินที่เห็นป้ายบอกทางของห้องน้ำ

ก็เป็นตัวอย่างที่ระยะเบลอกลางๆ โดยการเลือกรูรับแสงไม่กว้างมาก ความเบลอที่ได้ของฉากหน้า แล้วไปชัดที่กลางภาพด้านหลังนั้นก็ดูเป็นธรรมชาติเหมือนกล้องฟิล์ม  แต่การถ่ายสิ่งที่อยากให้ชัดแล้วอยู่ไกลออกไปมากๆนั้น ความเบลอของสิ่งรอบข้างก็จะน้อยตามลงไปด้วย  ในตอนที่ถ่ายภาพ P9 จะมีคำเตือนขึ้นว่า ถ้าอยากให้เบลอสวยๆ อย่าให้วัตถุอยู่ไกลเกินไป  ถ้าเป็นไปได้ให้อยู่ในระยะไม่เกิน 2 เมตร  ซึ่งจากการลองผิดลองถูกก็พบว่า สิ่งที่อยากให้เบลอหรือชัดแตกต่างกัน ก็ควรจะอยู่ไม่ไกลเกินไปตามที่โปรแกรมแจ้งไว้

2016-11-01_09-52-22

พอจับทางได้ว่า การเลือกค่ารูรับแสงของซอร์พแวร์ที่ระดับกลางๆ ประมาณ f5.6 f8  ก็จะให้ความเบลอด้านหลังทิ้งตัวได้สวยดูเป็นธรรมชาติมากกว่าค่ารูรับแสง 0.95 อันเป็นค่าน้อยที่สุด ซึ่งเจ้า f0.95 นี้จะให้ฉากหลังที่เบลอจนดูหลอนๆ ไม่สวย

2016-11-01_01-28-30

ภาพกระสอบกระดาษ

P9 ใช้เซนเซอร์รับแสงสองตัว ตัวแรกรับภาพสี ตัวที่สองรับภาพขาวดำ  การถ่ายภาพขาวดำด้วย P9 จะให้ความคมชัดระดับยอดเยี่ยม  ภาพที่เห็นก็สมราคา หรือเกินราคาไปมาก  สีขาวดำแบบที่ช่างภาพสายขาวดำชอบเป็นแบบไหน ก็ตอบว่า แบบนี้แหละครับ ภาพที่มีคอนทราสต์สูง และมีระดับสีกลางไล่ไปเข้มได้ต่อเนื่องน่าดู  จุดที่ดำสุดก็ดำสนิท(ดูบนจอภาพ)  และจุดที่สว่างที่สุดก็ดูขาวแต่ยังไม่สว่างจนขาดรายละเอียด  ภาพกระสอบกองกันในโรงพิมพ์ยืนยันได้ว่า ระบบขาวดำของ P9 ให้ภาพขาวดำที่ดูมีเสน่ห์ และคล้ายๆกับ ภาพจากฟิล์ม Kodak Tri-x จริงๆ

2016-11-01_01-30-36

ภาพขนของ

P9 ให้ภาพฉากหลังเบลอดูสวยงาม แม้จะไม่เหมือนความเบลอแบบกล้องฟิล์มที่แท้จริง แต่การเบลอที่ให้มาก็ทำให้ภาพสวยขึ้นอย่างมากมายก่ายกอง เป็นบุคลิกที่ได้มาโดยไม่ได้คาดหวังจริงๆ  แม่แต่ลังยกของที่ไม่เคยสนใจเรื่องถ่ายให้สวย ยังดูสวยจนน่ามอง

IMG_20161102_070337

ภาพอาหารมื้อเช้า

ภาพถ่ายแบบแสงมาจากด้านหลัง พร้อมด้วยการกำหนดค่ารูรับแสงที่กว้างมากๆ ทำให้ภาพมีส่วนขาวๆที่ดูล้นๆเลอะๆนิดๆ เป็นบุคลิกของเลนส์สว่างที่เอามาถ่ายกับกล้องฟิล์ม  เมื่อไหร่ที่เปิดรู้รับแสงกว้างสุด ฉากหลังจุดสว่างๆสีขาวจะดูเลอะๆ กระจายตัวกันกว้างๆ  ทำให้แบบดูเด่นขึ้น

2016-11-03_08-04-43

ภาพมุมทำงาน

ภาพเด็กน้อยในมุมห้องทำงานแสนรกก็เป็นการลองโหมดขาวดำของกล้อง  การเข้าโหมดขาวดำแบบ pro ใน P9 จะได้ภาพจากเลนส์แยก และ เซ็นเซอร์ขาวดำโดยเฉพาะ  ซึ่งโหมดขาวดำแบบโปรจะไม่สามารถใช้ความสามารถของการเลือกค่าความเบลอตามรูรับแสงได้  การใช้โหมดนี้คนถ่ายภาพต้องตัดสินใจแล้วว่า จะเก็บภาพชัดทั้งหมด เพราะเจตนาการถ่ายด้วยเซ็นเซอร์แยกแบบนี้ คือเน้นเรื่องความคมชัดและเน้นเรื่องโทนสีดำที่เสร็จในกล้อง ไม่ต้องปรับแต่งอีก

IMG_20161105_073315

ภาพเด็กซน

P9 มีความสามารถในการโฟกัสติดตามหน้าคนได้ยอดเยี่ยมมาก  เด็กกำลังเล่นซน ยกหมอนแกว่งไปมา ถ้าเป็นกล้อง DSLR ตัวไหนก็ตาม เลิกหวังได้เลยว่าจะโฟกัสหน้าได้  เพราะการเคลื่อนไหวตลอดเวลาในที่แสงน้อย เป็นเรื่องยากสำหรับกล้องโปรในอดีต  มีเพียงระบบ mirrorless เท่านั้นที่มีลุ้นว่าจะโฟกัสหน้าคนได้ทัน  และ P9 ก็ทำได้ดีมาก  ยิ่งรวมกับระบบเลือกโฟกัสได้ในภายหลังยิ่งสบาย  เพราะถ้าภาพโฟกัสไม่คมชัดเป๊ะดังใจ เราก็ยังสามารถมาจิ้มเพื่อเลือกโฟกัสได้อีกที  เปิดโลกทัศน์และมุมมองใหม่จริงๆ

2016-11-05_03-05-27 IMG_20161105_145420

ภาพงานสิ่งพิมพ์

ความละเอียดของ P9 ถ้าได้วางกล้องให้นิ่งๆแล้วถ่ายภาพวัตถุ จะได้ความคมชัดที่น่าตื่นเต้นมาก  กระดาษลายผ้าที่ใช้ในงานพิมพ์  ถ่ายด้วย P9 แล้วซูมดู 100% เห็นถึงระดับเม็ดสกรีนของสีดำเลย  งานพิมพ์อ๊อพเซ็ทจะเป็นการพิมพ์สี 100% เพื่อให้ได้สีดำ และถ้าจะพิมพ์สีเทา จะแบ่งดำเป็นจุดๆเล็กๆแบบนี้ เพื่อให้มองไกลๆแล้วเหมือนสีเทา

IMG_20161106_102357

ภาพหมู่ซุปเปอร์ฮีโร่

เด็กๆซุปเปอร์ฮีโร่ทั้งหลาย เป็นเรื่องยากมากที่จะหลอกให้นิ่งได้พร้อมกัน ทุกคนมีการเคลื่อนไหวของตัวเอง  การโฟกัสภาพเป็นเรื่องยาก  บางทีเราก็เลือกจะใช้วิธีถ่ายรัวๆแล้วค่อยมาเลือกโฟกัสใหม่กับบางภาพ เพื่อให้ได้ภาพที่ต้องการ  P9 ก็ให้ผลที่น่าพอใจ

IMG_20161106_101610

ภาพเด็กวิ่ง

ภาพเด็กกำลังวิ่งสนุกสนาน การโฟกัสให้เข้าเป๊ะเป็นเรื่องที่ยากมาก และไม่คิดจะทำตั้งแต่ต้น  อาศัยว่า P9 ทำงานแนวนี้ได้ ก็ถ่ายให้ได้ภาพให้ได้องค์ประกอบที่ต้องการ แล้วค่อยมาจิ้มโฟกัสใหม่  ภาพแรกที่กล้องให้ เป็นภาพที่ต้นไม้ชัด  ภาพที่เอามาจิ้มเลือกจุดโฟกัสใหม่ก็เลือกให้ชัดที่ตัวเด็ก ง่ายดี

2016-11-06_05-10-03

ภาพเปรียบเทียบการโฟกัส พลาด และ แก้ไขใหม่

ภาพบนคือภาพแรกที่กล้องจับภาพให้ ได้โฟกัสอยู่ตรงกลางภาพ ซึ่งทำให้กำแพงด้านหลังชัด ส่วนภาพล่างคือการแก้ไขด้วยการ re-focus ในภายหลังเพื่อเลือกจุดชัดใหม่  ย้ายมาโฟกัสที่ตัวเด็ก  ผลก็คือ เราได้ภาพที่สมบูรณ์

IMG_20161106_083310

ภาพแม่เล่นกับลูก

เลนส์สว่าง มีระบบกันสั่นในเลนส์  และมีระบบสร้างความเบลอแบบกล้องใหญ่  การถ่ายภาพในห้องนอนกลายเป็นเรื่องง่ายไปเลย  แสงแค่น้อยๆไม่ได้สร้างปัญหาอะไร  เราได้ภาพด้วยความสามารถของกล้องล้วนๆ  ไม่ได้ใช้ทักษะของช่างภาพ  ไม่ได้ใช้ความรู้ที่อุตส่าห์ฝึกฝนสะสมกันมา  ระยะเบลอด้านหลังละลายราวกับเลนส์ 50f1.8  ถ้าไม่บอกก็เดาไม่ถูกว่าถ่ายด้วยมือถือ

2016-11-08_03-40-00

ภาพลองลากแสงไฟ

P9 ให้โหมดช่วยถ่ายภาพมาอย่างหลากหลาย  แม้แต่การถ่ายไฟเคลื่อนที่ หรือ เทคนิค light painting ก็ให้โหมดสำเร็จรูปมา  เราสามารถถ่ายภาพแล้วลากแสงไฟให้เป็นเส้น  ลากให้เป็นตัวหนังสือต่างๆได้ตามใจ เท่าที่เราจะลากทัน ก่อนกล้องจะหยุดรับภาพ  ซึ่งในเทคนิค light painting  นี้มักจะทำตอนกลางคืน  และภาพวิว ภาพวัตถุในกรอบของเราก็จะแทบมองไม่เห็น  เพราะจะเห็นเป็นสีดำ  แต่ P9 ก็ให้ลูกเล่นสำหรับโหมดนี้เพิ่มเติมได้นิดหน่อยคือ สามารถเปิดแสงแฟลชเข้าไปในตอนสุดท้ายก่อนจะหยุดรับภาพได้  ทำให้เราได้แสงสว่างที่ตกบนฉากหน้าหรือวัตถุในภาพได้  ทำให้ภาพแนวนี้ดูสมบูรณ์ขึ้น

IMG_20161106_153203

ภาพลากแสงไฟพร้อมเปิดแฟลชตอนสุดท้าย

การเปิดแสงแฟลชในขั้นตอนสุดท้ายของการรับภาพ เป็นเทคนิคที่ใช้มาเนิ่นนานตั้งแต่ยุคของฟิล์ม  คำศัพท์ที่เรียกการเปิดแฟลชนี้ บางทีก็เรียกว่า การซิงค์แฟลชกับม่านชัตเตอร์ชุดที่สอง  คือการเปิดแฟลชยิงเข้าไปในวัตถุ ก่อนที่จะปิดม่านชัตเตอร์  กับดิจิทัลก็คือก่อนจะหยุดรับภาพนั่นเอง

2016-11-08_04-56-30

ภาพห้องทำงาน

แสงในห้องทำงาน ให้ความสว่างแค่มองเห็นสิ่งของในห้อง  ถ้าจะถ่ายภาพด้วยฟิล์ม ค่าแสงในห้องจากความทรงจำ ฟิล์มความไว 100  รูรับแสง f3.5 ความเร็วชัตเตอร์จะอยู่ประมาณ 1/4 วินาที สถานการณ์แบบนี้ กล้องดิจิทัลที่ดัน iso ขึ้นสูงได้เท่านั้นที่จะทำให้เราถ่ายภาพได้คมชัดโดยไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้อง  และ P9 ก็ทำหน้าที่ได้สมบูรณ์ดี ได้ภาพที่มีคุณภาพ  จุดที่ชัดก็คมเป๊ะ  ระยะด้านหน้า ด้านหลังที่เบลอก็ละลายสวยงาม

2016-11-09_08-20-26

ภาพเด็กน้อยที่โรงเรียน

การพกพากล้อง P9 ไปใช้ในชีวิตประจำวันทำได้อย่างคล่องตัว จากเดิมที่ต้องสะพายกล้องที่เขาว่ากันว่ามันเล้กลงแล้วอย่าง eos m กับเลนส์ 22f2 ที่ใส่ในกระเป๋าสะพายหรือกระเป๋าย่ามได้นั้นก็กลายเป็นใหญ่เกิน  P9 ซุกอยู่ในกางเกงยืนส์ แค่หยิบออกมาถ่ายในสิ่งที่ต้องการบันทึก ง่าย เร็ว และได้ภาพ

2016-11-10_06-54-36

ภาพขี่จักรยานเด็ก

เด็กขี่จักรยานเป็นรูปแบบที่ถ่ายภาพยากเช่นกัน  หากเป็นกล้องฟิล์ม เราต้องลุ้นว่าจะได้ภาพที่คมชัดไหม จะโฟกัสตรงจุดไหม จะต้องโฟกัสล่วงหน้าแล้วรอรถวิ่งมายังจุดนัดพบแล้วค่อยถ่าย  กับดิจิทัลก็ง่ายตรงที่ไม่ต้องเปลืองฟิล์ม  แต่ก็ยังต้องลุ้นในเรื่องของการโฟกัสให้ตรง  กับ P9 มันง่ายยิ่งขึ้น ระบบโฟกัสติดตามใบหน้าคน ทำงานรวมกับการเลือกโฟกัสทีหลัง เปลี่ยนจุดโฟกัสได้เองตามใจ  ได้ภาพแน่นอน

IMG_20161104_194824

ภาพจักรยานเด็ก

จักรยานเด็กในบ้าน ตอนมืดๆ  ไฟจากเพดานส่องสว่างแค่พอมองเห็น ไม่เดินชนสิ่งของ ภาพจากการใช้รูรับแสงกว้างมากของ P9 ก็ให้ระยะชัดแค่บางเบา ให้ด้านหลังเบลอๆ  แม้ว่าจะดูไม่ค่อยเนียนในแบบกล้องฟิล์ม แต่ก็ให้ภาพที่พอใช้งานได้  ส่วนที่ชัดก็ชัดพอ  ส่วนที่เบลอก็เลือกระดับเบลอให้พอดูรู้ว่าเป็นภาพภายในบ้าน

2016-11-13_05-18-22

2016-11-13_10-47-33

ภาพเล่นของเล่นในห้องกว้าง

ในพื้้นที่ที่มีด้านหลังห่างๆออกไป  เด็กที่กำลังเล่นของเล่นบนโต๊ะอยู่ในระยะชัด ระยะด้านหลัวเบลอละลายแค่พอรู้สึกว่านุ่มนวล ภาพแบบนี้ ถ้าต้องใช้ DSLR ถ่าย คงนึกถึง กล้อง Fullframe กับเลนส์ 50f1.8 หรือ 1.4 สักตัว ราคากล้องกับเลนส์คงสัก 7หมื่น  หรือถ้าเป็นกล้องตัวคูณ ก็ต้องมีค่าใช้จ่ายสัก 2-3 หมื่น พร้อมกับขนาดที่ใหญ่โต พกพายาก  P9 ตัวเดียวเก็บภาพนี้ได้  และ ทำให้เราสนุกไปกับการถ่ายภาพอีกครั้ง  เพราะในช่วงเวลาของการเลี้ยงเด็ก  การพกกล้องยักษ์ใหญ่ เป็นภาระอย่างมาก  และดูจะไม่รู้หน้าที่ ว่าตอนนี้คือตอนเลี้ยงลูก ไม่ใช่เดินทางถ่ายภาพ  มือถือบางๆสักเครื่องที่ให้ภาพสวยถูกใจ  ตอบโจทย์นี้ได้เต็มๆ

IMG_20161117_111059

ภาพมุมทำงานในศูนย์บริการรถยนต์

ตอนเอารถไปเข้าศูนย์บริการ ระหว่างที่รถกำลังทำ  ผมก็ไปนั่งรอที่ห้องรับรองลูกค้า น้ำส้ม ชา กาแฟ ขนม หยิบกินสบายใจ พร้อมด้วยโต๊ะนั่งทำงาน นั่งรอ คอมพิวเตอร์หิ้วไปเอง อินเทอเน็ตแรงๆของศูนย์บริการ มันคงเป็นอารมณ์แบบเดียวกับคนที่ใช้งาน virtual space ในที่ต่างๆที่มีห้องหับเอาไว้รองรับนักเดินทาง นักธุรกิจขี้เบื่อที่ไม่อยากนั่งบ้านตัวเองหรืออ๊อฟฟิศตัวเอง  หยิบมือถือมาเก็บภาพไว้หน่อย  ภาพมีระยะเบลอด้านหลังพอทำให้รู้สึกเหมือนกล้องใหญ่ๆ

IMG_20161118_092023

ภาพสมุดสี pantone

ด้วยคุณภาพที่แปะยี่ห้อไลก้า และภาพหลายๆภาพก็ดูจะมีคุณภาพสูง มีความใสอยู่ในตัวระดับที่น่าตื่นเต้น เป็นลักษณะที่ไม่ค่อยได้พบแม้ในกล้อง DSLR ก็ยังรู้สึกว่าภาพไม่ใสเท่านี้  เลยลองเอาไปถ่ายภาพสิ่งของต่างๆ แล้วส่งไปฝากขายยัง shuttertock ซึ่งเป็นเว็บขายภาพสต๊อคที่พิถีพิถันในการเลือกภาพเข้าระบบอย่างมาก  ภาพที่ไม่คมชัดแม้เพียงเล็กน้อย  ภาพที่วัดแสงผิดพลาด  จะถูกปฏิเสธแน่นอน  ภาพสมุดสีเล่มนี้เป็นภาพจากสมุด pantone รุ่น solid uncoated  เป็นกระดาษไม่เคลือบผิวหรือกระดาษปอนด์ พิมพ์สีพิเศษต่างๆ  ถ่ายแล้วลองส่งดู อีก 15 นาที ระบบก็ตอบรับ approved

Screenshot_2016-11-19-22-25-35

IMG_20161119_074904

ภาพรองเท้าแตะ

ลองใหม่กับภาพทั่วไปบ้าง รองเท้าแตะในบ้าน เอามาวางบนพื้นไม้ แล้วถ่ายด้วย P9 เลือกใช้ในโหมดธรรมดาเลย ไม่ปรับแม้แต่รูรับแสง ไม่เอาเบลอๆ  ใช้งานเหมือนมือถือทั่วไปจริงๆ  แล้วลองส่งเข้า shutterstock แล้วก็รอผล

Screenshot_2016-11-19-20-15-56

ได้  approved เหมือนกัน  องค์ประกอบภาพแนวนี้ย่อมผ่านอยู่แล้ว  ส่วนคุณภาพของไฟล์ ของอุปกรณ์ก็ผ่านเช่นกันยืนยันได้ว่า คุณภาพของชิ้นเลนส์และเซ็นเซอร์รับภาพของ P9  มาตรฐานสูงมาก  สูงพอแม้จะเอาไปใช้งานระดับการส่งภาพเข้าไปฝากขาย

IMG_20161120_103255

ภาพเช้าวันอาทิตย์ที่ราชดำเนิน

พาลูกไปดูพิพิธภัณฑ์รัตนโกสินทร์ เราไปกันแต่เช้าเพื่อให้ได้จอดรถในสถานที่ของผู้จัด เพราะรู้มาว่าที่จอดรถน้อย  ระหว่างที่จอดรถได้แล้วก็มารอเปิดประตู  นั่งเล่นรอเวลา ถ่ายรูปเล่นกัน  ใช้ P9 ถ่ายภาพด้านหน้า ริมถนน  พยายามถือกล้องให้ตรง ถ่ายด้วยโหมดรูรับแสงกว้างเพื่อให้ฉากหลังเบลอสวยงาม แล้วค่อยมาเปลี่ยนเป็นขาวดำอีกครั้ง ทุกอย่างจบในมือถือเครื่องเดียว  พอกันทีกับการถ่ายภาพแล้วกลับมานั่งทำต่อในคอมพิวเตอร์

IMG_20161120_104859

ภาพแม่ลูก

เก้าอี้ในห้องแสดงชีวิตรัตนโกสินทร์  มีมุมให้นั่งถ่ายภาพ แสงสวยจากริมหน้าต่าง เข้ามาช่วยทำให้มุมภาพถ่ายมุมนี้ดูดี  แต่การจะถ่ายภาพในสถานที่แห่งนี้  ถ้าไม่มีขาตั้งกล้องซึ่งในพิพิธภัณฑ์ห้ามใช้อยู่แล้วเนื่องจากจะไปกีดขวางคนอื่นๆ  ก็ต้องใช้กล้องที่ดัน iso ได้สูง และเลนส์สว่าง   กล้องมือถือแม้จะถ่ายได้ แต่ก็ไม่ได้ให้ภาพที่สวยๆนุ่มๆแบบนี้  แต่ P9 ให้บุคลิกนุ่มๆ เหมือนของราคาแพง  แบบนี้ถูกใจ

สรุป

Huawei P9 เป็นมือถือที่ถ่ายภาพได้สวยสมกับคำร่ำลือ มีเทคนิคการถ่ายภาพที่เฉพาะ สามารถสร้างภาพถ่ายให้มีบุคลิกชัดตื้น หลังเบลอได้จริง และถ้าเราเลือกใช้อย่างเข้าใจ เราจะได้ภาพหลังเบลอที่ดูเป็นธรรมชาติได้  การมีโอกาสได้ใช้ไลก้าในราคาหมื่นกว่าบาท เป็นเรื่องน่าตื่นเต้นยินดีของช่างภาพงบน้อย    ความสะดวกสบายของ P9 ทำให้มันเป็นไลก้าที่น่าคบหาอย่างที่สุด  ต่อให้เรามีเงินแสน เอาไปซื้อกล้องฟิล์มรุ่นอมตะอย่าง leica m6 และเลนส์ leica ถูกๆสักตัว เราก็ยังไม่ได้ภาพจากมันอยู่ดี  ยังคงต้องอาศัยการฝึกฝนเรื่องการวัดแสง การถ่ายภาพด้วยฟิล์ม การล้างอัด การสแกนฟิล์ม  การอัดภาพลงกระดาษ  ประสบการณ์การใช้ leica แท้ๆ ต้องใช้เงินเป็นแสน ใช้เวลาเป็นปีๆ  แต่ P9ทางลัดที่ทำให้เราได้ภาพที่มีบุคลิกไลก้า  และแม้เราจะไม่รู้ว่ามันคือบุคลิคของไลก้า  แต่ภาพที่สวยเตะตา แม้จะเป็นภาพถ่ายในชีวิตประจำวัน มันก็ทำให้เราเพลิดเพลินได้โดยเราไม่จำเป็นต้องไปรู้ว่า ไลก้าทำอะไรกับภาพและเลนส์บ้าง  แต่ภาพแบบนี้แหละเรียกว่า”ภาพสวย” หรือ “ภาพน่าดู”

ใช้ P9 ถ่ายส่ง shutterstock ขายได้ด้วยนะ

 

แถมถ่ายวิดีโอแบบสโลโมชั่น สนุกดี

รีวิว พิพิธภัณฑ์เด็ก

ในสมัยเด็กๆ คำว่าพิพิธภัณฑ์เป็นของไกลตัวมาก รู้จักเพียงพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติแถวสนามหลวง ซึ่งตอนอยู่ประถมเคยไปเพียงครั้งเดียว และมาถึงวันนี้วันที่ผมมีลูกอายุ 4 ขวบผมก็จำไม่ได้แล้วว่าในพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาตินั้นมีอะไรบ้าง

พิพิธภัณฑ์เด็ก4sep2016-IMG_3678

ในช่วงสิบปีนี้พิพิธภัณฑ์เกิดขึ้นเยอะมาก เป็นเรื่องน่ายินดีที่สังคมไทยของเรามีคนเห็นความสำคัญของการศึกษาจนสามารถสร้างเป็นพิพิธภัณฑ์ขึ้นมาได้ มีทั้งแบบที่ทำดีน่ายกย่องไปจนถึงทำกันแบบเรียบง่ายลงทุนไม่เยอะ แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความพยายาม

พิพิธภัณฑ์เด็ก4sep2016-IMG_3674

พอลูกเกิด และเริ่มโต เราก็เริ่มเที่ยวพิพิธภัณฑ์กัน  ตอนผมหนุ่มๆผมก็ไปแค่ พิพิธภัณฑ์ของแปลกที่พัทยา  believe it or not ซึ่งไปแวะแบบฆ่าเวลา ไม่ได้ตั้งใจจะเดินจริงๆด้วยซ้ำ  การพาลูกไปเที่ยวเล่นตามห้างนั้นครอบครัวผมก็ทำกันบ่อยๆ แต่ในใจลึกๆก็อยากจะให้การเที่ยวเล่นมีคุณภาพ มีการเรียนรู้ มีประสบการณ์บางอย่างให้ลูกได้ซึมซับบ้างทีละเล็กละน้อย  การไปเที่ยวสวนสัตว์ก็ไปกันจนครบแล้วในรัศมี 200 กิโลเมตรจากกรุงเทพ  พิพิธภัณฑ์จึงเป็นทางเลือกที่ยังมีอยู่มากมาย

พิพิธภัณฑ์เด็ก4sep2016-IMG_3672

พิพิธภัณฑ์เด็กตั้งอยู่ที่ ถนนกำแพงเพชร2 ใกล้สวนจตุจักร  ทางเข้าออกจะรถติด รถเยอะ และมีรถจอดกันอย่างเห็นแก่ตัวอยู่โดยรอบ  แต่ในตัวพิพิธภัณฑ์เองนั้นมีพื้นที่จอดรถพอประมาณ และ รปภ ผู้คุมประตูจะไม่ยอมให้รถเข้ารั้วเด็ดขาดถ้าในรถคันนั้นไม่มีเด็กเล็กมาด้วย  เหตุผลคงเป็นเพราะระแวกนั้นมีคนมาซื้อของและเดินเล่นสวนจตุจักรเยอะมาก ที่จอดรถทุกที่เต็มหมด ลามไปจอดบนถนนกันเลย  ความเห็นแก่ตัวและมักง่ายของคนเที่ยวจตุจักรทำให้พิพิธภัณฑ์ต้องเข้มงวดกับการขับรถเข้าพื้นที่ ต้องมองหาเด็กเล็กในรถทุกคันเพื่อจะได้มั่นใจว่า ไม่โดนพวกมักง่ายมาแย่งที่จอดรถของเด็กและผู้ปกครอง

พิพิธภัณฑ์เด็ก4sep2016-IMG_3713

ภายในพิพิธภัณฑ์เด็กเหมือนเป็นที่รวมของพิพิธภัณฑ์หลายๆแห่งไว้ด้วยกัน  เพราะในนั้นมีไดโนเสาร์ มีบ่อทราย มีอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ มีสนามเด็กเล่น  มีห้องเรียนรู้สารพัดอาชีพ มีห้องเด็กเล็ก  ถ้าหากเราไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์อื่นๆ เราอาจจะต้องตระเวณสักห้าแห่งเพื่อให้ได้ประสบการณ์ครบถ้วนดังเช่นที่ได้จากที่นี่

พิพิธภัณฑ์เด็ก4sep2016-IMG_3724

ในพิพิธภัณฑ์เด็ก ไม่มีร้านขายน้ำและอาหาร ต้องเตรียมไปเองหรือเดินออกมาซื้อนอกรั้ว ซึ่งจะมีร้านรถเข็นของพ่อค้าแม่ค้าย่านจตุจักรคอยให้บริการอยู่  แม้ผมจะไม่ค่อยชอบการเอารัดเอาเปรียบ การยืดที่บนทางเท้าไว้ขายสินค้าของแม่ค้าย่านจตุจักร แต่เราก็ต้องอุดหนุนอาหารและน้ำจากเขาอยู่ดี เพราะไม่มีร้านขายใกล้ๆเลย  การเตรียมอาหารและเครื่องดื่มไปเองจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดและน่ารักมากสำหรับการใช้เวลาร่วมกันในครอบครัว

พิพิธภัณฑ์เด็ก4sep2016-IMG_3697

เครื่องเล่นกางแจ้งขนาดใหญ่เป็นเครื่องเล่นที่เด็กต้องปีนป่าย มุด กระโดด วิ่ง ถ้าเด็กเล็กเกินไปก็ดูจะเป็นอันตรายอยู่ พ่อแม่ควรจะติดตามทุกฝีก้าว แต่ถ้าโตหน่อยก็ไม่เป็นไร แค่บอกลูกว่าอย่าไปวิ่งชนเด็กเล็กก็คงจะเพียงพอแล้ว  ส่วนของลานน้ำพุก็กว้างพอใช้ได้ เด็กสัก 20-30 คนเล่นกันก็ดูไม่แน่เกินไป  น้ำพุจะเปิดเป็นรอบ แต่ละรอบจะนานประมาณ 1 ชม. เด็กที่เล่นในลานน้ำพุจะต้องใส่เสื้อกางเกงครบ  ถอดรองเท้าเล่น ผู้ใหญ่ที่จะเข้าไปเล่น หรือ เข้าไปยืนในลานน้ำพุก็ต้องถอดรองเท้าเช่นกัน

พิพิธภัณฑ์เด็ก4sep2016-IMG_3708

ห้องไดโนเสาร์เป็นห้องที่ได้รับความสนใจจากเด็กทุกคน และลูกผมเองก็ชอบมากด้วย  ไดโนเสาร์ที่นี่ไม่ได้ใหญ่โตแบบที่เราเห็นในพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ที่คลองรังสิต แต่ก็มีมุมกิจกรรมการเลือกอาหารให้ไดโนเสาร์ที่ลูกผมชอบมาก คือการวางใบไม้ปลอม กับ เนื้อปลอม หน้าไดโนเสาร์ ถ้าวางถูกชนิด ถูกลักษณะว่าตัวไหนกินเนื้อ ตัวไหนกินผัก ไดโนเสาร์ก็จะผงกหัว  ถ้าวางผิดก็จะส่ายหัว แค่นี้ลูกก็ตื่นเต้นแล้ว เล่นซ้ำแล้วซ้ำอีกหลายเที่ยวเลย

พิพิธภัณฑ์เด็ก4sep2016-IMG_3683

บ่อทรายสำหรับขุดกระดูกมีพื้นที่กว้างมาก สามารถเล่นพร้อมๆกันได้เกิน 20 คนแน่ๆ  อุปกรณ์การขุดทั้งพลั่วและแปรงปัดทรายมีให้อย่างเพียงพอ  มีส่วนสำหรับล้างมือล้างเท้าที่ดี  ซึ่งทำให้พ่อแม่สบายใจกล้าจะให้ลูกเล่นทรายได้ตามใจ  ห้องน้ำทุกห้องก็ออกแบบมาเป็นอย่างดี มีโถฉี่ของเด็กติดตั้งทุกห้อง ซึ่งถือว่าเป็นความใส่ใจอย่างมากที่คำนึงถึงเด็กขนาดนี้  ไม่เหมือนสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง ที่ไม่เคยคิดว่าเด็กก็ปวดฉี่ปวดอึเหมือนผู้ใหญ่ได้  อยากฝากผู้ที่เกี่ยวข้องกับดอนเมืองและสุวรรณภูมิว่ากรุณามาดูงานที่นี่  ถ้าไม่ว่าง มาไม่เป็น ลองไปดูเซ็นทรัล  ลองไปดูปั๊มน้ำมันบางจากที่ใหญ่ๆ  การทำส้วมเด็ก โถฉี่ของเด็ก ไม่ต้องใช้เงินเยอะ แต่ใช้หัวใจและความใส่ใจเป็นตัวนำ

การเดินทางมาพิพิธภัณฑ์ ควรจะมาถึงสักประมาณ 10.00 น. แล้วทะยอยเล่นไปทีละอย่าง  ถ้าลูกมีนิสัยต้องนอนกลางวัน ก็ควรจะทำให้จบกิจกรรมภายในเวลา 14.00 น. เพราะว่า พอเด็กเล่นมาเหนื่อยๆ แล้วได้นอนตอนบ่าย จะหลับง่ายมาก แค่ขึ้นรถห้านาทีก็หลับแล้ว

บันทึกให้ขอบฟ้า 31ตุลาคม2559

2016-10-30_09-57-10

ขอบฟ้าในช่วงเดือนนี้เป็นเดือนที่ขอบฟ้าได้ทำอะไรใหม่ๆหลายอย่าง  การถ่ายรูปด้วยกล้องตัวใหญ่ของพ่อก็ได้หัดถ่ายและได้ภาพที่พอใช้ได้  เป็นเรื่องน่าตื่นเต้นที่ขอบฟ้าเรียนรู้วิธีการที่ถูกต้องได้อย่างครบถ้วน  แม้ว่าตัวเล็กและกำลังน้อยเกินไปสำหรับกล้องหนักๆของผู้ใหญ่ แต่ท่าทางการจับถือและการจัดให้สิ่งที่ต้องการถ่ายอยู่ในภาพอย่างครบถ้วนนั่นทำได้ไม่บกพร่อง  และขอบฟ้าก็ได้ถ่ายภาพให้คุณยาย กับ อาม่า ของขอบฟ้าแบบที่สามารถเอาไปใส่อัลบั้มภาพของครอบครัวได้

IMG_0877

IMG_0001

ขอบฟ้ายังได้เรียนรู้เกี่ยวกับ การฝังกลบขยะ และการใช้น้ำจุลินทรีย์ดับกลิ่นด้วย  ขยะไขมันที่อยู่ในถังดักไขมันถูกนำมาตักทิ้งและจัดการฝังกลมในสนามหญ้า ขอบฟ้าเป็นคนตักดินมาปิดหลุมด้วยตัวเอง  กลิ่นเหม็นที่เล็ดลอดออกมาก็จัดการราดด้วยน้ำดับกลิ่นที่เตรียมไว้  พอขอบฟ้ารู้ว่าน้ำจุลินทรีย์ช่วยดับกลิ่นได้ ก็เดินหากลิ่นตามจุดทิ้งขยะแล้วราดน้ำลงไปดับกลิ่นทุกจุด

2016-10-30_04-12-48

แวะถ่ายภาพข้างทางเป็นสิ่งที่ไม่ได้ทำมานาน

 

IMG_3781.JPG

 

 

เท่าที่จำได้ เวลาขับรถผ่านจุดที่ดูน่าสนใจ น่าจะเป็นมุมถ่ายภาพที่ให้ภาพได้ดี ก็มีความอยากจะจอดรถแล้วลงไปถ่ายให้พอใจ  ตั้งแต่ช่วงเวลาที่หัดถ่ายรูป ก็มีโอกาสจอดรถถ่ายบ่อยครั้ง จะกรุงเทพ หรือ ต่างจังหวัดก็แวะถ่ายได้เรื่อยๆ  เป็นช่วงเวลาของการค้นหาภาพสวยๆ  เป็นช่วงเวลาที่ได้เสพสุขกับการมองแล้วหามุมที่อยากได้   พอพ้นวันเวลาที่ไม่มีภาระ  วันเวลาที่มีเวลาเหลือเฟือ ก็ก้มหน้าก้มตาทำงาน แล้วก็ถ่ายภาพรับจ้าง แล้วก็ทำงานอื่นๆใดๆไปแทบจะตลอดเวลา  เวลาสุนทรีย์จากการถ่ายภาพก็ค่อยๆหายไป

 

การเดินทางท่องเที่ยวในระยะหลังก็จะมาแนวช่างภาพขี้เกียจ ช่างภาพเบื่อโลก  แล้วพอแต่งงาน มีครอบครัว  มีลูก การถ่ายภาพเกือบร้อยเปอร์เซ็นก็จะเป็นการถ่ายภาพในครอบครัว  ไปเที่ยวกันพ่อแม่ลูกก็ค่อยๆถ่ายกันไป  มีภาพลูกเป็นหมื่นภาพที่สะสมขึ้นมาเรื่อยๆ   ลูกผมเรียนอนุบาลหนึ่ง โรงเรียนเพลินพัฒนา ทุกวันก็จะขับรถไปส่งตอนเช้า  ซึ่งข้างทางที่ขับผ่านในซอยแถวโรงเรียนก็มีที่รกร้างต้นไม้ขึ้นเต็มไปหมด มีเสาสูงๆคงเป็นเสาของโทรศัพท์มือถือที่วางตระหง่านเด่นอยู่ท่ามกลางทุ่งรกๆ  มองผ่านไปตอนขับรถทีแรกก็ไม่ได้สนใจ  จนกระทั่งช่วงเดือนที่ผ่านมา เป็นช่วงที่ต้นไม้รกร้างเหล่านั้นงอกงาม ตั้งตัวกันสลอน  รับกับแดดที่ออกในบางเวลา ทำให้ผมเห็นมุมที่น่ามอง  ก็จำไว้ว่ามุมนี้น่าแวะมาถ่าย  แต่ก็ได้แต่จำแล้วก็ขับผ่านไป ส่งลูกเข้าโรงเรียนแล้วขับรถไปทำงานต่อ

 

มาหลายวันนี้ผ่านมุมนี้แล้วรู้สึกว่ามันสวยทุกวัน  ก็เลยเร่ิมวางแผน บวกกับวันนี้ ลูกผมลืมของไว้ที่บ้านต้องย้อนกลับไปเอาของที่บ้านอีกครั้ง  วันนี้เลยไปโรงเรียนสายกว่าปกติ  เพราะปกติคือไปเช้าแดดยังไม่ออก  แต่วันนี้ไปโรงเรียนสองรอบ รอบที่สองนี่เองที่แดดออกสดในและทำให้มุมนี้สวยขึ้นอีกมาก พอส่งลูกเสร็จก็เลยรอเวลา  เพราะแดด 8 โมงเช้ายังอ่อนเกินไป ระบบวัดแสงของกล้องคงจะวัดแสงแล้วเลือกค่า f ไม่แคบเท่าไหร่  ก็เลยเลือกที่จะกินข้าว กินกาแฟ รอเวลาอีก 1 ชั่วโมง พอเก้าโมงกว่า แดดจัดมากขึ้นก็ขับรถออกมายังจุดที่เล็งไว้ แล้วก็จอดรถข้างทาง

 

IMG_3781.JPG

 

วันเมฆสวยฟ้าใสอะไรก็ดูดีไปหมด มองวิวด้วยตาเปล่าแล้วก็หยิบกล้องออกไปถ่าย  canon eos m รุ่นแรก กับเลนส์ 22f2 ปรับตั้งค่า iso auto เลือกโหมดถ่ายภาพเป็น P  มุมนี้ถ่ายภาพตามแสง ฉากหน้าเป็นต้นไม้โดนแดดเต็มๆ วัตถุสำคัญของภาพเป็นเสาโดนแดดเต็มๆเช่นกัน ท้องฟ้าก็สีฟ้า เมฆก็รวมตัวกันเป็นกลุ่มๆไม่กระจาย เจอมุมแบบนี้ตั้งค่าวัดแสงพอดีไปเลย  ไม่ต้องชดเชยแสงใดๆ   ถ่ายภาพไปสักสี่ภาพก็เปลี่ยนเลนส์  เดินกลับไปหยิบเลนส์ 18-55 มาติดกล้้องบ้าง  เพราะอยากได้ภาพเสาที่ใหญ่ขึ้น  เลนส์ช่วง 55มม. ก็เลยได้ทำหน้าที่

 

การถ่ายภาพในช่วงนี้ของผมเป็นการถ่ายภาพที่เน้นภาพสวยและชัดเป็นสำคัญ เพราะจะเอาภาพไปส่งสต๊อคด้วย  ภาพที่จะส่งขายสต๊อคจะต้องมีความชัดเป็นสำคัญ การเลือกโหมด P ก็เพราะจะให้กล้องเลือกค่า f กลางๆให้ และกล้องก็เลือกค่า f10 ให้กับภาพชุดนี้ แม้จริงๆผมจะชอบเลข f11 มากกว่า แต่ก็ไม่ได้ปรับ  ปล่อยให้กล้องเลือก f ให้อัตโนมัติ

 

IMG_3786.JPG

เมื่อได้ภาพจนพอใจก็เก็บกล้อง ขับรถไปทำงานต่อ  ภาพชุดนี้ถ่ายมา 13 ภาพ  ถึงที่ทำงานก็ก๊อปปี้ภาพส่งเว็บขายทันที  และในอีก 5 นาทีต่อมา ระบบของเว็บก็รับภาพ ภาพชุดนี้ผ่านการ approved ทั้งหมด  เป็นการส่งภาพสต๊อคครั้งแรกที่ส่งเยอะและผ่านทั้งหมด เป็นความรู้สึกที่ดีจริงๆ   จอดรถเพื่อถ่ายภาพในมุมที่ค้นพบเป็นความสุขของช่างภาพ  และความสุขครั้งที่สองจากภาพชุดนี้ก็มาตอนที่ภาพผ่านการ approved  ก็หวังว่าจะมีความสุขครั้งที่สามตามมา นั่นคือ บางภาพในชุดนี้มีการโหลดไปใช้งาน มันคงจะดีไม่น้อยเลย

Screen shot 2016-09-16 at 11.11.57 PM

 

ดูรีวิวกล้อง eos m ได้ที่นี่

Rock climbing on shutterstock

พาลูกไปเล่นปีหน้าผาจำลอง เลยถ่ายภาพกลับมา และส่งขาย shutterstock ซะเลย

 

 

การแสดงอนุบาล1 พ่อแม่เล่นละครให้ลูกดู โรงเรียนเพลินพัฒนา

IMG_3194

วันแม่แห่งชาติวนมาถึงอีกปี  ลูกชายผมอยู่ในชั้นอนุบาล1  ปีนี้ทางโรงเรียนเพลินพัฒนามีให้พ่อแม่ไปเล่นละครกันอีกเช่นเคย  การรวมตัวกันของพ่อแม่ในปีนี้ หมุนเวียนกันมาเล่น นักแสดงส่วนใหญ่เป็นหน้าใหม่ เพื่อให้ทุกคนได้หมุนเวียนกันมีส่วนร่วม  ส่วนของช่างภาพก็คือผมเองที่ปีที่แล้วก็่ถ่าย ปีนี้ก็ถ่าย  อาจจะเป็นเพราะพ่อบ้านอื่นติดภารกิจ  ทำให้หน้าที่ถ่ายภาพที่ต้องใช้คนสองคนเหลือมาให้ผมทำ  ซึ่งก็เป็นหน้าที่ไม่ยากสำหรับผมนัก

IMG_3174

การเตรียมตัวจะคล้ายๆปีที่แล้ว  มีการคัดเลือกบท ให้อาสาสมัคแต่ละบ้านมาเลือกว่าจะเล่นเป็นอะไร  ช่างภาพก็มาสังเกตุการณ์ มาดูสถานที่ เพื่อวางแผนการเก็บภาพ  วันซ้อมจริงก็พบกันครบหน้า  วันจริงก็แยกย้ายกันทำหน้าที่  ปีนี้ละครมีความฮาปะปนลงไปด้วย  ทำให้รู้สึกสนุกยิ่งขึ้น

2016-08-11_10-15-52

ปีนี้มีเรื่องเกินคาด  ตัวละครมีบทโดนจับ  เด็กหลายคนร้องไห้ตอนที่ตัวละครโดนจับ ถือว่าละครทำหน้าที่ได้เต็มร้อย เรียกน้ำตาจากเด็กไร้เดียงสาได้หลายคน  โดยเฉพาะ ลูกของผู้แสดงที่ร้องไห้หนักมาก ร้องราวกับว่ามันเป็นเรื่องจริง  ความน่ารักของเด็กทำให้ผู้ใหญ่อย่างผมและนักแสดงท่านอื่นปลาบปลื้ม เป็นการลงทุนเพื่อลูกของเราที่ได้ผลคุ้มค่า นั่นคือ ทำให้เราพวกผู้ใหญ่ได้เรียนรู้ว่า แท้จริงแล้ว เด็กๆของพวกเราน่ารักขนาดไหน  คุ้มค่าต่อการดูแลประคบประหงมกันอย่างดี  ขอขอบคุณพ่อแม่ผู้ปกครองและโรงเรียนของลูกเราที่สร้างโอกาสมากมายให้พ่อแม่ลูกได้เรียนรู้ร่วมกัน

 

หมายเหตุ  เหตุเกิดที่โรงเรียน เพลินพัฒนา  ชั้นอนุบาล1

ภาพนิ่งทั้งหมดดูที่นี่

วิดีโอดูที่นี่

 

การแสดงวันแม่เมื่อปีที่แล้วดูได้จากที่นี่

เพลินพัฒนา เตรียมอนุบาล งานเล่านิทานให้ลูกฟัง

 

บันทึกไว้เกี่ยวกับการถ่ายภาพ

การถ่ายภาพงานกิจกรรมหรืออีเว้นลักษณะนี้ ผมใช้กล้อง eos m ติดเลนส์ 18-55is ด้วยเหตุผลว่า มันามมรถพกพาได้ง่าย เพราะก่อนที่จะเร่ิ่มแสดง ผมต้องจูงลูกเข้าสู่โรงเรียนด้วย การเดินเท้าหน้าโรงเรียนมือต้องจูงลูกตลอดเวลา เหตุผลเพราะริมถนนอันตรายเกินไปสำหรับเด็กสี่ขวบ  พอต้องจูงลูก อุปกรณ์ฺอื่นๆที่อยากได้อยากใช้ก็ไม่สามารถนำติดตัวมาได้ทั้งหมด กล้องตัวใหญ่ เลนส์ตัวใหญ่ ขาตั้งกล้อง ทุกอย่างนอนนิ่งอยู่ในรถ  เหลือเพียงกล้องตัวเล็กอย่าง eos m เท่านั้นที่พอจะพกออกมาได้ไม่เป็นภาระ

 

อีเว้นที่เกิดขึ้นเป็นการแสดงละคร มีการเคลื่อนไหวที่เยอะ กล้องโฟกัสไม่ค่อยทัน อาศัยตัวละครมีบทพูดแล้วจะหยุดเคลื่อนที่ทำให้ eos m พอจะรับมือไหว  สภาพแสงใต้หลังคาก็แสงไม่เยอะมาก ภาพโดยส่วนใหญ๋จะมี  iso ประมาณ 1000-3200   เพราะเลนส์ 18-55mm นั้นไม่ค่อยจะเก่งเรื่องแสงน้อย  แถมแบตเตอรี่ก็ยังหมดเร็ว  คือแบตหมดไปตั้งแต่การแสดงยังไม่จบ  โชคดีที่พกแบตไว้สองก้อน  เพราะการทำงานกับ eos m ด้วยแบตก้อนเดียวเป็นเรื่องที่เสี่ยงเกินไป

 

ในส่วนของวิดีโอ บันทึกด้วยกล้องวิดีโอของ zoom รุ่น q4 ซึ่งเป็นกล้องถ่ายวิดีโอที่ใช้งานง่ายมาก  เพียงแค่เปิดให้กล้องทำงาน แล้วมีปุ่มให้เราสั่งการณ์แค่ 1 ปุ่มเท่านั้น คือปุ่ม เริ่มบันทึก  และปุ่มหยุดบันทึก ซึ่งใช้ปุ่มเดียวกัน

 

 

เริ่มขาย stock ภาพกับ shutterstock

Screen shot 2016-08-05 at 12.17.56 PM

เมื่อหลายปีก่อนผมได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่งเกี่ยวกับการขายภาพ online ชื่อหนังสือ รวยทะลุเลนส์ ในตอนนั้นก็ตั้งใจว่าจะส่งภาพขายเช่นกัน แต่ด้วยเหตุผล ข้ออ้าง และ ความยุ่งในชีวิต ทำให้ผมลืมส่งขาย ลืมที่จะสมัครด้วยซ้ำไป ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้อีกหลายปี ผมเคยมีความพยายามจะทำเว็บขายภาพเองด้วยซ้ำไป แต่ก็ทำไม่จบและไม่สามารถทำให้มันยั่งยืนได้ ระบบขายภาพที่ไม่เป็นงาน ไม่มีผลประกอบการใดๆเลย

Screenshot_2016-08-05-12-31-52

ปีที่แล้ว ปี 2015 ผมได้คุยกับเพื่อนคนหนึ่ง เขาสมัครขายภาพเหมือนกัน สมัครผ่านแล้วแต่ยังไม่ได้ขายสักที ผมก็ดูภาพที่เขาเอาไปสมัคร แล้วก็รู้สึกว่า ผมลืมเรื่องนี้ไปเลย ภาพที่ผมเตรียมไว้สมัครก็พร้อมานานเป็นชาติแล้ว ในปีที่แล้วกติการการสมัครจะโหดร้ายมาก คือ ส่ง 10 ภาพ ต้องสอบให้ผ่าน 7 ภาพ ซึ่งหากสอบไม่ผ่านต้องรอสอบใหม่อีกเดือนนึง กลางปีนี้ 1july2016 ผมก็เลยลองส่งสมัครบ้าง ภาพ 10 ภาพของผม ผ่านการสอบ 9 ภาพ เมื่อผ่านแล้วก็เริ่มทะยอยส่งภาพเข้าไป

Screenshot_2016-08-05-12-43-08

ผมยังไม่ได้ศึกษาวิธีการรับเงินอย่างจริงจังเลย รู้แค่ว่า ต้องมีเงินในระบบ 100 ดอลล่าร์เสียก่อนถึงจะสั่งโอนเงินกลับมาได้ ตอนนี้ผมก็ไปยังไม่ถึงยอดนั้นหรอก แต่ก็คิดว่า ช่องทางขายภาพจะเป็นช่องทางรายได้ทางหนึ่งที่เป็น passive income ที่เรานอนหลับก็ยังมีรายได้ แต่เราก็ต้องมีภาพไว้ขายเยอะๆเช่นกัน มันถึงจะเป็นรายได้ก้อนโต

Screen shot 2016-07-18 at 10.31.02 AM

Screen shot 2016-08-02 at 2.45.24 PM Screen shot 2016-08-05 at 12.32.16 PM

สมัครขายภาพกับ shutterstock คลิกที่ลิงค์นี้ได้เลย

http://submit.shutterstock.com/?ref=3470063