ถ่ายภาพสินค้าง่ายดายด้วยมือถือ

 

เนื่องจากมีรุ่นน้องที่รู้จักกันได้เริ่มขายของทางเน็ต และได้ปรึกษาผมเกี่ยวกับการถ่ายภาพสินค้า  ผมก็ได้แนะนำคร่าวๆให้เกี่ยวกับวิธีการ และการดัดแปลงของใกล้ตัวมาใช้แทนเต๊นท์ถ่ายภาพ  การดัดแปลงกล่องกระดาษให้เป็นเต๊นท์ถ่ายภาพ  ซึ่งก็ได้นำวิธีการไปใช้ได้ผลดี  แต่ก็ติดปัญหาที่เกิดตามมาคือ ถ่ายได้แต่ของเล็ก ของใหญ่หมดสิทธิ์  เพราะว่า กล่องกระดาษนั้นเล็กไป  จะหากล่องใหญ่ก็ลำบาก

 

เลยนึกถึงวิธีการที่ไม่ต้องใช้เต๊นท์ถ่ายภาพ หรือ ไม่ต้องใช้กล่อง  ก็เลยสาธิตถ่ายภาพให้ดูด้วย  และก็ได้ภาพเหล่านี้มาถ่ายทอดกัน

 

เริ่มจากสมมุตว่าคัทเตอร์เป็นสินค้าที่ต้องการขาย ให้หาไม้กระดาน หรือโต๊ะไม้ หรือ พาเลทวางของซึ่งไปขอจากโรงงาน โรงพิมพ์ หรือแวะซื้อตามร้านข้างถนนเวลาขับรถผ่าน  หรือแม้แต่ซื้อไม้กระดาษจากร้านโฮมโปร โฮมเวิร์ค ในมุมเครื่องมือช่างก็ได้

IMG_20170515_131055

วางไม้กระดาษไว้ในพื้นที่มีแสงสว่างเพียงพอ แต่ไม่โดนแดดโดยตรง  ซึ่งก็คือพื้นที่ในตัวบ้านนั่นเอง และวางให้ใกล้จุดที่มีแสงส่องมากที่สุด เช่น หน้าบ้าน หน้าห้อง ริมหน้าต่าง

 

IMG_20170515_131103

วางสินค้าไว้กลางแผ่นไม้  เลือกมุม จัดวางเอียง หรือ ขนาด หรือ ตั้งฉาก วางตามใจเลย

 

IMG_20170515_131106

 

แล้วก็เริ่มถ่ายภาพ  ค่อยๆถ่ายเข้าไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถูกใจ สิ่งสำคัญก็คือ จะต้องถ่ายให้แม้กระดานเต็มเฟรม  อย่าให้เห็นพื้น และระวังอย่าไปยืนเหยียบไม้กระดาษ เพราะว่าจะมีรอยเท้าเปื้อนติดอยู่บนไม้

 

IMG_20170515_131114

 

การถ่ายภาพที่ให้ความรู้สึกสบายตา คือ ภาพควรได้ฉาก เส้นแนวนอนควรวางตัวแนวนอน ไม่เอียง  อะไรควรตั้งฉากก็ต้องพยายามถือกล่องถ่ายให้ได้เส้นตั้งฉาก  การถือกล้องสำคัญมาก  และต้องพยายามถ่ายให้ชัด ระวังมือสั่น  การเลือกสถานที่มีแสงเยอะเพียงพอจะทำให้ภาพไม่สั่น  และถ้าจะให้ดีที่สุดก็ควรใช้ขาตั้งกล้องด้วย  ซึ่งมือถือก็สามารถติดบนขาตั้งกล้องได้ โดยการหาอแด๊ปเตอร์มายืดตัวมือถือเข้ากับขาตั้งกล้อง  ซึ่งเดี๋ยวนี้หาไม่ยากเลย  เมื่อได้ภาพที่ต้องการมาแล้วก็ใช้โพสท์ขายของได้ทันที  หรือจะไปแต่งภาพต่อด้วย app ก็ตามสะดวก

 

IMG_20170515_131333

ลองกับของอย่างอื่นดูบ้าง  กล้องถ่ายภาพที่อยากจะประกาศขายก็เอาไปวาง  จัดวางกล้องให้ขนาดเส้นบนไม้กระดาน  สายสะพายกล้องที่เป็นเส้นยาวก็ลองวางให้เกาะกลุ่มกันไว้

IMG_20170515_131341

ถ่ายรูปหน้าตรงได้แบบนี้  สังเกตุดูว่า กล้องจะวางขนานไปกับแนวเส้นลายไม้  และ การใช้มือถือ ก็ถ่ายกดลงไปตรงๆ

 

Screenshot_20170515-131542

แล้วก็เอาภาพที่ได้ไปผ่าน app ตามความชอบ ในตัวอย่างด้านบนนี้ กล้องโอลิมปัส ผมใช้ instagram มาแต่งภาพ  โดย app จะคร๊อปภาพเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัส และผมเลือกปรับขอบภาพให้เข้มขึ้น

 

IMG_20170515_131554_872

ได้ภาพแบบนี้

 

 

รายได้ยอดแรกจาก eyeem

รายได้ที่เฝ้ารอมานาน ในที่สุดก็มา เป็นภาพที่ถูกโหลดในเว็บ gettyimages ซึ่งเป็นพาร์ทเนอร์กับ eyeem อีกทีหนึ่ง  เท่ากับว่า ผมก็เป็นคนที่มีภาพตัวเองฝากขายอยู่ใน gettyimages ไปโดยปริยาย  ทำให้นึกถึงสมัยก่อนเมื่อสักเกือบสิบปีที่แล้ว ที่ผมต้องสั่งซื้อภาพจากเว็บ gettyimages มาเพื่อทำงานสิ่งพิมพ์ให้กับลูกค้า ตอนนั้นจ่ายไปหลายหมื่นเลยนะกับภาพแค่สามภาพ  เว็บนี้ขายภาพแพงจริงๆ

 

 

688071359

3วัน2คืน พาลูกเที่ยวปราณบุรี ประเสบัน

 

 

เที่ยวปราณบุรี ในสงกรานต์ปีนี้เป็นการเที่ยวที่วางแผนไว้ว่าเราจะเดินทางตอนที่คนอื่นเขาเริ่มกลับกรุงเทพ วันที่ 16 เมษายนก็เลยจะเดินทางเข้าที่พัก ซึ่งปีนี้ พวกเรามาพักที่ ประเสบัน รีสอร์ตเล็กๆในปราณบุรี

สิ่งที่เตรียมตัวสำหรับทริปนี้คือ ลูกจะเล่นน้ำ เล่นทราย มีของเล่นหลายๆอย่างเอาไว้แก้เบื่อ ทั้งแบบเล่นบนรถได้ และแบบเล่นในห้องพัก  ส่วนแม่ก็พกนิยายไปหลายเล่ม  พ่อก็พกกล้องไปหลายตัว  บางตัวใช้เป็นหลัก บางตัวใช้เพื่อให้กล้องได้ออกกำลังกายบ้างนอนนิ่งมาเป็นปีเดี๋ยวจะพังซะก่อน  บางตัวขอลองเล่นถ่ายด้วยฟิล์ม  มีโพลารอยด์อีกต่างหาก  ทริปนี้เป็นทริปที่ไม่ได้หยิบโน้ตบุ๊คออกมาเลย

ต้องขอบคุณภรรยาผู้เตรียมการทุกอย่างรวมถึงการเลือกและจองที่พักด้วย  เหตุผลที่เลือกที่นี่ก็คือ ที่นี่สวยและน่าลอง  มีสระว่ายน้ำ มีหาดทราย มีทะเลสวย เพราะประสบการณ์เรื่องหาดทรายที่ปราณบุรีเราไม่ค่อยดีนัก  เคยไปพักที่อื่นแล้วไม่มีหาดให้เล่น  ต้องเดินข้ามถนนเพื่อไปเจอทะเลริมทางเดิน  ไร้หาดทราย รอบนี้ก็เลยเลือกให้รอบคอบหน่อย

IMG_20170416_083554

การเดินทาง พวกเราเดินทางด้วยรถคันเดิมคันเดียวคันโปรด และมีลูกน้อยที่โตจนขายาวถีบเบาะพ่อได้แล้ว เลยย้ายคาร์ซีทไปไว้ฝั่งซ้ายมือเพื่อให้พ่อไม่ต้องโดนถีบหลังระหว่างขับรถ  และแม่ก็มานั่งฝั่งขวาแทน  และก่อนเดินทางก็เติมพลังกันด้วยกล้วยของคุณยาย  รวมถึงผมก็เติมกาแฟเข้าเส้นเลือดกันก่อน  นับเป็นกาแฟเย็นถ้วยแรกในรอบเกือบสองเดือนตั้งแต่คิดจะลดน้ำหนักโดยเน้นว่าไม่กินกาแฟเย็นและน้ำหวานใดๆ

IMG_20170416_121101

เติมน้ำมันเต็มถังที่บางขุนนนท์ ขับยาวไปถึงที่พัก ดูหลักกิโลที่วิ่งมาได้ 250 กิโลเมตรพอดี  ถือว่าไกลกว่าหัวหินประมาณ 70 กิโล ยังสงสัยอยู่ว่าทำไมถึงไกลกว่ากันขนาดนี้  เวลาอ่านรีวิวปราณบุรี คนอื่นชอบเขียนว่าเลยหัวหินไป 30 กิโลเท่านั้น   ถึงที่พักก็หาของกินใกล้ๆ  ถามจากพนักงานในรีสอร์ตเขาแนะนำร้าน ต้นโต อยู่ใกล้ๆห่างรีสอร์ตไปแค่ไม่กี่ร้อยเมตร  ก็เลยได้มือแรกริมทะเลกันเลย

IMG_20170416_123506

ยังไม่ทันจะได้อิ่มกันเต็มที่ขอบฟ้าก็ขอเล่นทรายแล้ว  เป็นหาดทรายของร้านอาหารที่เรากิน เป็นหาดทรายที่มีพื้นที่กว้างไกล มีนักท่องเที่ยวมาเล่น kitesurf กันเป็นจำนวนมาก  ฝรั่งหลายคนมาแวะกินข้าวที่ร้านอาหารแห่งนี้และใช้วางของ ใช้เป็นจุดนัดพบเพื่อเริ่มเล่น kitesurf   ลมของปราณบุรีแรงและสม่ำเสมอทำให้การเล่นดูสนุกสนานและได้รับความนิยมมาก

IMG_20170416_124801

ผมเก็บภาพไปเรื่อยๆ เจอรองเท้าก็ถ่ายรองเท้า รองเท้าแตะกับหาดทรายเป็นของคู่กัน ภาพที่ได้ก็เป็นภาพที่สื่ออารมณ์ของการท่องเที่ยว  ภาพแนวนี้เก็บส่งไปขาย ได้ approved เสียด้วย  รอแค่ว่ามันจะเปลี่ยนเป็นรายได้สักเท่าไหร่

IMG_20170416_130523

ก่อนจะกลับไปยังที่พักก็แวะซื้อน้ำจากรถเข็นนิดหน่อย  เหตุที่ต้องซื้อก็เพราะเขามาจอดขายของที่ท้ายรถ ผมออกไม่ได้  ก็เลยซื้อแล้วชวนคุยซะหน่อย น้ำแดงมะนาวโซดา ซื้อให้ลูกและภรรยากิน แก้วนึง 20 บาท ราคาชาวบ้านมากๆ

IMG_20170416_131902

กล้องที่ใช้คือ huawei p9 เป็นกล้องที่ถ่ายแล้วให้ภาพด้านหลังเบลอๆ บางคนชอบ บางคนไม่ชอบ แต่ส่วนใหญ่จะชอบ  แม้ว่าบางครั้งจะดูฝืนธรรมชาติไปบ้าง แต่คนเราก็ชอบการเติมแต่งให้ดูแปลกตา ถ้ามันสวยกว่าภาพชัดทั้งภาพก็ถือว่าดี  ภาพนี้ก็ดูดีพอใช้ในสายตาของผมเอง ก็ถ่ายเองก็ต้องชอบเองอยู่แล้ว

IMG_20170416_132606

ที่พักมี 14 ห้อง ที่จอดรถด้านหน้าน้อยไปหน่อย แต่พวกเราได้จอดในที่ใต้ต้นไม้ ถือว่าดีที่สุดแล้ว  เพราะถ้ามีรถจอดก่อนเราสักห้าคัน เราก็ยังนึกไม่ออกว่าจะจอดที่ไหนดี แต่ตลอดเวลาที่พักสองคืน เราก็ได้จอดในช่องตลอด  และเมื่อเก็บของเสร็จแล้ว ก็เล่นน้ำกันเลย  ขอบฟ้าเป็นเด็กที่ชอบเล่นน้ำมาก  ชุดว่ายน้ำของขอบฟ้าไม่เคยแห้งเลยตลอดเวลาที่พักที่นี่

IMG_20170416_141017

ประเสบันมีสระว่ายน้ำขนาดกำลังดี  สระเด็กคงลึกประมาณ 90cm ส่วนสระผู้ใหญ่ประมาณ 170cm ซึ่งผมต้องยืนเขย่งสุดปลายนิ้วเท้าเลยถึงจะยืนถึง  สระน้ำริมทะเลตกแต่งร่มรื่น  วิวจากจุดนั่งพักริมสระและนอนดูวิวทะเลได้คุณภาพวิวระดับหรูหรา  หาดทรายกว้างมาก  เป็นแหล่งรวมตัวกันของคนเล่น kitesurf ตลอดบ่ายและเย็นรวมถึงจะมีบานาน่าโบ๊ตมาวิ่งตอนเย็นด้วย

IMG_20170416_141359

การมาทะเลรอบนี้ผมพกกล้องมาหลายตัว  ภาพส่วนใหญ่จะถ่ายด้วยมือถือ Huawei P9 ที่ให้คุณภาพได้ถูกใจเหลือเกิน  และบางส่วนบางช่วงเวลาก็ถ่ายด้วยกล้องฟิล์มอย่าง nikon fm2 ที่ติดเลนส์ 35-70 มาด้วยกันในทริปนี้  ซึ่งกล้องตัวนี้เป็นกล้องที่น้องชายซื้อไว้เพื่อเรียนถ่ายรูปตอนที่อยู่มหาวิทยาลัย  และผมก็ได้ขอยืมมาใช้ตอนที่ผมหัดถ่ายรูป  นับถึงวันนี้กล้องก็อยู่กับผมมา 20 ปี ซึ่งจริงๆแล้ว มันเป็นของมือสองจากที่ร้าน  ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากล้องตัวนี้ออกขายปีไหน

IMG_20170416_152954

กล้อง fm2n เลนส์ 35-70 ใส่ฟิล์มเน็กกาทีฟ fuiji c200 เป็นฟิล์มสีความไวแสง 200  สามารถใช้ถ่ายภาพกลางแจ้งได้สบายใจ  ยิ่งถ่ายภาพริมทะเลยิ่งหายห่วง  การโฟกัสภาพด้วยมือหมุน ต้องปรับภาพให้ได้โฟกัสเป็นเรื่องที่ต้องปราณีตและใช้เวลา  การถ่ายภาพลูกที่กำลังซนด้วยกล้องแมน่วลและโฟกัสมือหมุนแบบนี้เป็นความยากลำบากในชีวิต  ถือว่าเลือกอุปกรณ์ผิดก็ได้  แต่อรรถรสของการถ่ายภาพด้วยฟิล์มมันมีอะไรบางอย่างที่น่าหลงไหล  ไว้ถ้าล้างฟิล์มออกมาแล้วจะนำมาเล่าให้ฟังอีกครั้ง

IMG_20170416_160250

การเที่ยวละเลรอบนี้  พวกเราเตรียมว่าวมาเล่นด้วย  ซึ่งเป็นว่าวที่ซื้อจากเทศกาลว่าวนานาชาติ  ก็ได้เล่นเต็มอิ่มกับหาดทรายกว้างขวาง ลมแรงไม่มากนัก แค่พอทำให้ว่าวลอยขึ้นไปได้  ต่อจากว่าวก็เล่นน้ำทะเลกันต่อเลย  ขอบฟ้ากับทะเล ชื่อเท่ห์ซะเหลือเกิน

IMG_20170416_175431_1

ขอบฟ้าเล่นทะเลอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก ที่ผ่านมาตลอดตั้งแต่เริ่มเที่ยวทะเลขอบฟ้าจะกลัวทะเล และไม่กล้าเล่น อย่างมากก็แค่เหยียบให้เปียกเท้าเท่านั้น  และทริปนี้ก็ดูจะคล้ายๆอาการเดิม แต่พ่อกับแม่ก็ให้กำลังใจปนหลอกล่อ จนกล้าเล่นในที่สุด  และขอบฟ้าก็บอกกับแม่ว่า ทำไมเล่นทะเลสนุกขนาดนี้… พ่อแม่ก็ปลื้มใจที่ลูกได้ประสบการณ์ใหม่  ชีวิตเด็กทุกอย่างใหม่เสมอ  เป็นโลกสวยๆของพ่อแม่ไปนานๆนะลูก

IMG_20170416_180500

และเมื่อขึ้นจากทะเลก็มาเล่นในสระน้ำต่อ  เล่นไปจนแสงหมด เริ่มมืดลงก็เลิก  ไปกินข้าวที่ร้านค้าในระแวกถนนเส้นเดียวกัน  แล้วเราก็ได้ร้านอาหารตามสั่งมีชื่อเสียงพอสมควร  ณ วันที่เขียนรีวิวนี้ ก็ผ่านมานานหลายวันแล้ว จนลืมชื่อร้านอาหารไปเสียแล้วด้วย

IMG_20170418_210435

เช้าอีกวันเราเริ่มต้นกันที่ร้านอาหารของโรงแรม  เมนูอาหารเช้าของที่นี่เป็นอาหารจานสำเร็จ อาหารจานเดียว ไม่มีค่าใช้จ่าย  ถ้าไม่อิ่มต้องสั่งเพิ่มและจ่ายเงินเพิ่ม  กาแฟของพ่อก็สั่งมากิน  แต่ก่อนจะเริ่มกินก็ขอให้ขอบฟ้าเอามือจับแก้วกาแฟไว้ดังรูป แล้วถ่ายรูปเก็บไว้หน่อย  ตั้งใจจะเอามาขายในสต๊อคภาพด้วย

 

IMG_20170417_081540

การได้เห็นลูกกินอะไรก็ตามเป็นภาพแห่งความสุข  ไม่ว่าจะกินเล่น กินจริง กินข้าว กินขนม หรือแม้แต่หลอกให้กินบางอย่าง  รอบนี้ก็ให้ขอบฟ้าชิมโอวัลติน ใส่น้ำตาลให้หวานนิดหน่อย  หมดมือเช้าของฟ้าก็ลงน้ำอีกรอบ  เล่นน้ำจนเหนื่อยก็ไปหามื้อกลางวันกินต่อ  และมือกลางวันเราก็เลือกไปกินร้านที่เคยกินมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน  เป็นร้านที่ค้นพบจากรีวิวในอินเทอเน็ต และได้ดั้นด้นไปกินกันตอนที่ขอบฟ้ายังอยู่ในท้อง  ร้านชื่อยกซด อยู่ในพื้นที่ของอุทยานสามร้อยยอด  ระบุตำแหน่งก็ไม่ค่อยถูก  แต่ได้เคยบันทึกตำแหน่งของร้านไว้ใน GPS แล้ว  การเดินทางรอบนี้เลยไปกันง่ายๆ  ไม่ต้องลุ้น

 

 

IMG_20170417_112732

 

IMG_20170417_113849

ไปถึงร้านประมาณ 11.00 น. คนยังไม่มี เราเป็นลูกค้าคนแรกๆของร้าน สั่งอาหารสามอย่างก็กินไม่หมดแล้ว  เพราะลูกก็กินไม่มาก  ผมก็กินไม่เท่าไหร่  หอยนางรมในภาพนี้ผมไม่แตะเลย เพราะไม่อยากลุ้นกับอาการท้องเสีย   จบมื้อก็ขับรถกลับที่พัก

IMG_20170417_135456

 

ขอบฟ้านอนหลับตั้งแต่ในรถ  กลับมาที่พักก็หลับยาว ระหว่างที่หลับ ผมก็ออกมาถ่ายรูปเล่นนิดหน่อย  ลองถ่ายภาพด้วยเทคนิค long exposure ในมือถือ  เพราะเพิ่งจะค้นพบว่ามือถือมีโหมดสำเร็จรูปพวกนี้ให้เราใช้  และภาพแนวเปิดชัตเตอร์นานๆก็มีเสน่ห์น่ามอง  เลยลองกับทะเลซะเลย  โดยการเปิดให้กล้องรับภาพนาน 45 วินาที ตอนกลางวันแดดเปรี้ยงๆ

 

IMG_20170417_161533

 

ว่าวที่อุตส่าห์หอบหิ้วมาเล่น ขอบฟ้าก็เล่นแป๊ปเดียวแล้วก็ไปเล่นอย่างอื่น ก็เลยต้องผูกไว้กับเก้าอี้ให้ว่าวมันลอยลมดูสวยๆ    ถ่ายวิดีโอนิดหน่อย ถ่ายภาพนิ่งไว้ด้วยเช่นกัน  ก่อนจะมื้อเย็นก็เล่นน้ำสระ  เล่นน้ำทะเล เล่นทราย วนเวียนกันไป หัวขอบฟ้าแทบจะไม่เคยแห้งเลย  และมื้อเย็นเราก็แวะกินร้านอาหารใกล้ๆที่พักอีกครั้ง

IMG_20170418_073131

วันรุ่งขึ้นเรามีโปรแกรมซื้อปู  และไปดูโครงการอนุรักษ์ป่าชายเลน ซึ่งในโครงการนี้มีน้องผู้หญิงน่ารักคนนึงมาเป็นไกด์นำทางให้  เป็นเด็กที่น่าสนับสนุนมากๆเพราะรู้จักทำงานหารายได้พิเศษตั้งแต่อายุน้อยๆ  โครงการวิจัยป่าชายเลนที่นี้ให้ความรู้กับนักท่องเที่ยวได้เยอะมาก  เพราะผมก็ได้รู้เรื่องราวที่ไม่เคยรู้อีกหลายอย่าง  อย่างน้อยที่นี่ ก็ทำให้ผมรู้จักกับ กุ้งดีดขัน  เสียงดังแก๊กเหมือนกะลากระทบกันกลางป่าชายเลนเป็นเสียงที่เกิดจากกุ้งตัวนี้กำลังทำร้ายเหยื่อด้วยการปล่อยคลื่นเสียงใส่เหยื่อ  เหยื่อจะตายและเป็นอาหารของกุ้งทันที  ทุกครั้งที่ได้ยินเสียง จะมีสัตว์กลายเป็นอาหารกุ้ง 1 ตัวเสมอ  เรื่องราวยังกับมือปืนรับจ้างที่ทำงานไม่เคยพลาด

IMG_20170418_091521

 

IMG_20170418_091629

 

IMG_5065

พาเลทพร้อมวัสดุต่างๆที่ประกอบกันดูเป็นประติมากรรมประหลาดนี้เป็นงานทดลองสร้างคอนโดให้แมลงต่างๆ  เพื่อให้ใช้เป็นที่พักและที่เพาะพันธ์ุ  จะได้ผลอย่างไรในวันข้างหน้าต้องแวะเข้าไปถามกันอีกครั้ง เพราะสิ่งที่ทดลองนี้ เป็นการริเริ่มในปีแรก  ยังไม่มีการบันทึกผลและสรุปผลใดๆ

IMG_5061

ออกจากพื้นที่นี้เราก็เตรียมตัวเดินทางกลับกรุงเทพ  แวะเก็บของที่โรงแรมและแวะซื้อกาแฟเย็นก่อนเดินทาง  ทริปนี้เป็นทริปพาลูกเที่ยวที่ประสบความสำเร็จอย่างดี  เพราะลูกได้เล่นน้ำสมใจอยาก ทั้งสระน้ำและทะเล  ได้เล่นว่าวที่ริมทะเล  ได้เดินดูโครงการหลวงที่มีความรู้แนวพิพิธภัณฑ์  ส่วนตัวของแม่ก็ได้อ่านนิยาย ได้อ่านการ์ตูน  และพ่อเองก็ได้ถ่ายรูปเล่น  ได้ใช้กล้องฟิล์มมาถ่ายรูปลูกอีกครั้ง  และภาพที่ได้ก็ดูได้อารมณ์ไปอีกแบบ

 

แถมคลิปการใช้งานกล้องฟิล์ม nikon fm2 โดยขอบฟ้า

 

 

หนังสือที่ชอบ

ผมมีลูกค้างานพิมพ์ท่านหนึ่งเป็นอดีตนักการทูตติดต่อเข้ามาเพื่อทำการ์ดเชิญ  ระหว่างช่วงเวลาที่ติดต่อ ตรวจข้อมูล และพิมพ์งาน นอกจากเรื่องงานแล้ว ก็ได้มีโอกาสพูดคุยเรื่องอื่นด้วย และได้ค้นพบว่า ลูกค้าท่านนี้มีบุคคลแวดล้อมที่เป็นนักเขียนและช่างภาพฝีมือดีหลายคน  หนึ่งในคนที่ท่านเอ่ยชื่อ ธีรภาพ โลหิตกุล และเมื่อผมได้ยิน ภาพนี้ก็ลอยมาในหัว

 


ผมอ่านหนังสือของนักเขียนท่านนี้มาตั้งแต่สมัยทำงานใหม่ๆ  ในช่วงอายุยี่สิบต้นผมหัดถ่ายภาพ เรียนรู้จากหนังสือ หนังสือถ่ายภาพมีกี่เล่มกี่ยี่ห้อผมซื้ออ่านทั้งหมด  หัดถ่ายภาพไปตามบทความที่หนังสือแนะนำไว้  เมื่ออ่านหนังสือทุกเล่มจนหมด ลองทุกเทคนิคที่หนังสือเล่า ผมทำได้ทั้งหมด แต่ภาพก็ยังไม่สวยงาม ด้วยความเบื่อหน่ายกับผลงานตัวเอง  รู้สึกว่าต้องหาอย่างอื่นมาอ่าน เลยไปอ่านหนังสือแนวอื่นนอกจากหนังสือถ่ายภาพ

 

เมื่อสอดส่องแผงหนังสือ หนังสือที่ขึ้นกำแพงในร้านที่โชว์ว่าขายดีในเวลานั้น มีหนังสือเล่มหนึ่งภาพปกสวยมาก  เป็นภาพหัวรถจักรสีดำ  ผมเลยหยิบมาเปิดอ่านดูคร่าวๆ แล้วก็มึนงงไปกับภาพและตัวหนังสือ  ผมได้ค้นพบว่า ลำพังเพียงภาพถ่ายยังไม่สมบูรณ์แบบที่สุดในการสื่อสาร  บทความประกอบ เนื้อหาที่มุ่งเน้นในบางอย่างต่างหากที่เป็นพระเอก  เป็นสิ่งที่เชื่อมโยงกับภาพ  ใช้ภาพถ่ายอย่างถูกวัตถุประสงค์  ใช้ภาพถ่ายเป็นเครื่องมือประกอบเจตนา  ทั้งในแง่ของสาระ และในแง่ของความเพลิดเพลิน  ผมเร่ิมสนุกกับการอ่านหนังสือสารคดี  และเริ่มอ่านนิตยสารและพ็อกเก็ตบุ๊คแนวนี้  และมันเป็นที่มาของการหัดถ่ายภาพเพื่อเล่าเรื่อง  และหัดเขียน

 

ภาพถ่ายที่ดีต้องมีเรื่องราว บอกเล่าในบางสิ่งบางอย่าง  ภาพขึ้นปกนิตยสารต่างๆมักมีสิ่งนี้เป็นองค์ประกอบหลัก  ภาพหัดถ่ายของเด็กมือใหม่คนหนึ่งแม้ว่าจะถูกต้องตามหลักทฤษฎีถ่ายภาพ แต่ถ้าสอบตกในแง่ของความหมาย มันก็ไม่น่าสนใจ

 

ตัดกลับมาที่การสนทนากับลูกค้า  ผมอยากจะหอบหนังสือไปฝากให้คุณธีรภาพเซ็นชื่ออย่างมาก  แต่ก็เลือกปล่อยวางไว้ดีกว่า เพราะว่า ถ้าชะตาพาลูกค้ามาเจอผม พาผมมาคุยเรื่องถ่ายภาพที่เกี่ยวข้องกับนักขียนได้  วันข้างหน้า ผมเชื่อว่าวันหนึ่งข้างหน้าผมจะได้พบกับคุณธีรภาพด้วยตัวเอง  สุดท้าย ผมฝากลูกค้าไปบอกว่า  ผมติดตามอ่านหนังสือของคุณธีรภาพมาหลายเล่ม ขอบคุณที่เขียนงานคุณภาพออกมาให้อ่านครับ

 

 

ภาพหมุนเพื่อเป็นเครื่องมือขายของ online

การขายสินค้า online จำเป็นต้องมีภาพผลิตภัณฑ์ที่ดูดีและให้รายละเอียดของสินค้าได้พอสมควรในภาพนั้น  ซึ่งที่ผ่านมาภาพนิ่งก็เป็นพระเอกมาตลอด แต่ในระยะหลังเริ่มมีภาพแบบหมุนรอบตัวแบบนี้ออกมาให้ได้เห็นกัน  การถ่ายภาพแล้วนำมาจัดแสดงเป็นภาพหมุนรอบตัวใช้เครื่องมือหลายตัวเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ช่างภาพและเจ้าของผลงาน  ใครสนใจจะถ่ายภาพหมุนแบบนี้ลองติดต่อดูได้นะครับ  เพื่อนผมเขารับถ่ายภาพหมุน  เน้นเอาไว้ใช้สำหรับขายของ online โดยเฉพาะ ราคาไม่แพง

ติดต่อ คุณจมส์  อีเมล  jamesballz007@gmail.com  ได้เลย

 

test share picture from google photo

 

 

ช่วงวัยขวบกว่าๆเป็นช่วงที่ขอบฟ้าน่ารักสุดขีด หน้าตายังอ้วนๆอยู่ รอยยิ้มมีให้เห็นตลอดเวลา และรู้เรื่อง เรียกแล้วหัน และเดินต้วมเตี้ยมพร้อมจะล้มได้ตลอดเวลา  เป็นช่วงเวลาที่มีรอยยิ้มหวานเรียกคะแนนกรรมการเหลือเกิน

 

การกินข้าวก็ยังคงต้องป้อนและกินอาหารเหลวๆ  แววซนมีเริ่มมีให้เห็น  แม้ว่าจะเป็นช่วงที่ว่านอนสอนง่าย แต่ก็ไม่สามารถละสายตาไปได้  เพราะวัยนี้เป็นวัยที่หยิบจับทุกสิ่งอย่างเข้าปากได้ง่ายๆนั่นเอง

 

 

คุยเล่นเรื่องเลนส์ canon EF35 F2

เลนส์ canon EF 35 F2 เป็นเลนส์ไวด์ทางยาวโฟกัสเดียว 35 มิลลิเมตร หน้าเลนส์ขนาด 52 มิลลิเมตร รูรับแสงกว้าง F2 ซึ่งไวแสงกว่าเลนส์ซูมเกรดโปรที่ขายกันสี่ห้าหมื่นบาทไทย แต่ราคาขายของเลนส์ 35F2 ตัวนี้อยู่ที่ระดับหมื่นกว่าบาท เลนส์ตัวนี้ผมได้มาเกือบสิบปีแล้ว เป็นเลนส์ที่ทำให้การถ่ายภาพมีความสนุกมากขึ้น คนที่สนใจเลนส์ตัวนี้มักจะเป็นคนที่ได้เคยใช้เลนส์ซูมมาแล้ว การได้ลองเลนส์เดี่ยวไม่ว่าช่วงทางยาวโฟกัสใดก็ตามมักจะให้ความสวยงามและความสนุกมากกว่าเลนส์ซูม

ขอยืมภาพเลนส์จาก Wikimedia Commons

(ภาพถ่ายที่เหลือทั้งหมดผมถ่ายเอง)

slide-img087

kodak extractor 100 + ef35f2

รูรับแสงกว้างทำให้มันเหมาะกับสภาพแสงที่ไม่มากเท่าไร อย่างเช่นแสงในอาคาร ในห้องต่างๆ แต่เมื่อเอาไปใช้กับสภาพแสงธรรมชาติ วันท้องฟ้าแดดสวย เลนส์ตัวนี้ก็ยิ่งทำให้รู้สึกว่าเราถ่ายภาพเก่งขึ้นได้เองโดยที่ใช้ความพยายามเท่าเดิม การถ่ายภาพต่างๆด้วยเลนส์รูรับแสงกว้างๆเราจะได้ภาพที่มีความนุ่มนวล มีช่วงชัดเพียงเล็กน้อยแล้วสิ่งที่อยู่นอกระยะโฟกัสก็จะค่อยๆเบลอออกไปเรื่อยๆ

slide-img104

fuji velvia 50 ef35f2

นักถ่ายภาพหลายๆท่านน่าจะเคยมีความคิดที่จะพกอุปกรณ์เพียงน้อยนิดที่สุดเพื่อการเดินทางท่องเที่ยวที่คล่องตัว ผมก็เป็นกลุ่มที่อยากจะพกของเบาๆโดยยังคงมีคุณภาพสูงอยู่ เลนส์เ้ดี่ยวสักตัวเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด แต่ว่ามันก็มีเลนส์ให้เราเลือกกันเยอะแยะไปหมด ถ้าให้นึกตอนนี้ก็จะนึกถึงเลนส์ 50 35 28 24 20 มม.

slide-img105

fuji velvia 50 ef35f2

เลนส์ 50 มม. เป็นเลนส์ที่สว่างที่สุดในบรรดาเลนส์ต่างๆ เพราะจะมีรูรับแสงประมาณ 1.8 ไปจนถึง 1.4 สำหรับราคาตลาดที่พอจะให้ชาวบ้านได้ซื้อมาใช้ อย่าไปคุยถึงเลนส์ F1.0 ที่ราคาขายเป็นแสน เพราะมันสูงเกินไป เลนส์ 50 มม. มีคุณภาพดีเกินราคา แต่มันไม่เหมาะกับการท่องเที่ยวแบบพกเลนส์ตัวเดียว เพราะมันค่อนข้างจะใช้งานยากในที่แคบ และไม่สามารถจะถ่ายภาพวิวได้ตามที่ต้องการ แม้ว่ามือโปรหลายๆคนจะบอกว่ามันถ่ายได้ ผมก็ไม่เถียง แต่ผมรู้สึกว่ามันลำบากเกินไป

slide-img229e

kodak extractor 100 + ef35f2

เลนส์ 20 มม. เป็นเลนส์ที่เอามาถ่ายวิวได้ดีมาก เก็บภาพได้เต็มตา เหมาะกับของใหญ่ๆที่เราต้องการเก็บทั้งหมด แต่มันจะไม่สวยเลยเมื่อเอาเลนส์ตัวนี้ไปถ่ายชีวิตผู้คน เพราะมันมุมกว้างเกินไป และมันก็จะเห็นขอบเบี้ยวๆตามธรรมชาติเ้ลนส์อย่างเด่นชัด สั้นๆก็คือถ่ายวิวสวยแต่ถ่ายชีวิตผู้คนไม่ถูกใจ และข้อด้อยอีกอย่างหนึ่งของเลนส์ระยะนี้ก็คือมักจะมีรูรับแส่ง 2.8 ซึ่งไม่ได้สว่างเลยเมื่อเทียบกับเลนส์ช่วงอื่น เพราะเลนส์ซูมเกรดโปรก็มีรูรับแสง 2.8 เหมือนกัน ถ้าให้พก ขอพกเลนส์ซูมจะน่าสนใจกว่า

slide-img227

kodak extractor 100 + ef35f2

เลนส์ 24 มม. น่าจะเป็นเลนส์ที่พกไว้ท่องเที่ยวได้เกือบดี เพราะว่ามันกว้างพอจะเก็บภาพวิวที่เรามองเห็นได้ไม่แพ้เลนส์ 20 มม. และการเอาไปถ่ายสิ่องของเน้นๆหรือชีวิตผู้คนก็เกือบดี มันน่าพกกว่าเลนส์ 20 มม. แต่ก็ยังตะขิดตะขวงใจถ้าต้องถ่ายภาพคน และความสว่างของเลนส์ก็มักจะอยู่ที่ 2.8 เช่นกัน ยังไม่ถือว่าสว่าง เลนส์ 28 มม. เป็นช่วยทางยาวโฟกัสที่ไม่ค่อยได้รับความนิยม ไม่เข้าใจว่าเป็นเพราะอะไร ขอผ่าน เลนส์ 35 มม. อันนี้เป็นเลนส์ไวด์นิดๆ คือสามารถใช้ถ่ายวิวได้บ้าง ถ่ายชีวิตผู้คนได้บ้าง และรวมไปถึงการถ่ายสิ่งของใกล้ๆก็ทำได้เช่นกัน มันทำได้อย่างละนิดละหน่อย ความเบี้ยวก็ไม่มาก มันเป็นการประณีประนอมกันระหว่างภาพมุมกว้างกับภาพช่วงปกติ มีจุดเด่นอีกอย่างตรคงที่รูรับแสงกว้างระดับ F2.0 ซึ่งถือว่าไวแสงระดับหนึ่ง ทำให้การถ่ายภาพในสภาพแสงน้อยยังคงทำได้ การพกเลนส์ตัวเดียวผมคิดว่า เลนส 35f2 คือคำตอบที่ดีในหลายๆสถานการณ์

slide-img430

kodak extractor 100 + ef35f2

หากเราอ่านข้อมูลเกี่ยวกับช่างภาพแนวสตรีท แนวข่าว  แนวพกเลนส์ตัวเดียวถ่ายทุกอย่าง เราก็จะเจอกับเลนส์ 35มม บ่อยที่สุด  ซึ่งเลนส์ระยะนี้ได้รับความนิยมไปทั่วโลก ได้รับความนิยมไปในหลายๆสายอาชีพ  แม้แต่ผมเองก็ปลาบปลื้มกับเลนส์ระยะนี้  กล้องคอมแพ็คตั้งแต่ยุคของฟิล์มที่ทำออกมาเกรดไฮเอนด์ ก็จะใช้เลนส์ 35 กันทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น contax t3   fuji klasse  nikon 35ti ซึ่งลามไปถึงกล้องดิจิทัลคอมแพ็คเทพ อย่าง sony rx1  และ leica q  คอมแพ็คเทพระดับรองที่ใช้เซ็นเซอร์เล็กแบบ aps-c ก็ใช้เลนส์ประมาณ 22mm หรือ 23mm เพื่อให้มุมรับภาพใกล้เคียงกับ 35mm บนเซ็นเซอร์ full frame

slide-img671

fuji sensia 100 + ef35f2

เลนส์ ef 35f2 อยู่กับผมมานาน และใช้งานบ่อยมากในยุคของฟิล์มรุ่งเรือง  และใช้งานแบบสมบุกสมบัน ไม่ค่อยดูแลสักเท่าไหร่  ในที่สุดเลนส์ก็หมดสภาพ โทรม และ ใช้งานไม่ได้ ซ่อมไปสองครั้ง ก็ยังคงเสียอีก  เลยต้องยอมปล่อยให้มันกลายเป็นที่ทับกระดาษไป

slide-img673

fuji sensia 100 + ef35f2

IMG_0273dppr
EF35f2 + Eos5d

img_1149r
EF35f2 + Eos5d
IMG_0252
EF35f2 + Eos5d

หูฟัง Koss KSC35 ของดีราคาไม่แพง

การฟังเพลงจากเครื่องเสียงจะต้องอาศัยการเปิดผ่านลำโพงสักคู่หนึ่ง  การเปิดฟังในบ้านคนเดียวก็จะได้อรรถรสแบบหนึ่ง  แต่ถ้าอยู่นอกบ้านแต่อยากฟังเพลงก็คงไม่พ้นที่จะต้องอาศัยฟังผ่านหูฟังสักตัว  ยิ่งเครื่องเสียงแบบพกพกได้รับความนิยมมากขึ้นเท่าไร  การใช้งานหูฟังก็จะมีความจำเป็นมากยิ่งขึ้นเท่านั้น

เครื่องเล่นเพลง  ipod เป็นเครื่องเล่นเพลง mp3 ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก  เมื่อเราซื้อเครื่องเล่น mp3 มาสักตัวหนึ่ง  สิ่งที่มักจะแถมมาให้ด้วยก็คือหูฟังนั่นเอง  ซึ่งหลายคนก็พอใจที่จะใช้งานหูฟังแถมไปเรื่อยๆ  แต่อีกหลายคนก็พยายามจะหาหูฟังที่มีคุณภาพสูงยิ่งขึ้น  เพื่อพัฒนาคุณภาพเสียงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

หูฟัง koss รุ่น ksc 35 เป็นหูฟังที่น่าสนใจ ลักษณะรูปร่างที่ออกแบบให้เป็นแบบแขวนใบหู ช่วยลดการกดทับ และลดการเสียบยัดลงในรูหู ทำให้การใช้งานหูฟังลักษณะนี้ไม่ค่อยมีความเจ็บ สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องหลายชั่วโมง ส่วนเรื่องคุณภาพเสียงก็มีบุคลิกที่น่าสนใจ มีแนวเสียงที่อิ่ม ใหญ่ ให้เสียงเบสได้โดดเด่น เบสชัดมากโดยเฉพาะการฟังเพลงร็อค

IMG_1357.JPG

หูฟังแต่ละชนิดก็มีข้อดีข้อด้อยเป็นของตัวเอง koss ksc35 มีข้อดีในแง่น้ำเสียงที่ไม่เสียดหูเป็นจุดเด่น และใส่สบายเหงื่อไม่ออกเป็นจุดเด่นลำดับถัดมา  และสิ่งที่ผมชอบเป็นการส่วนตัวก็คือ ksc35 เป็นหูฟังที่ปล่อยให้เสียงภายนอกเล็ดลอดเข้าไปได้ง่าย  ทำให้เราได้ยินเสียงอื่นๆรอบตัวได้ ซึ่งบางคนไม่ชอบ  แต่ผมชอบ  เพราะมันทำให้เราได้ยินเสียงเรียกจากคนอื่น  ถ้าเราใส่หูฟังที่ป้องกันเสียงภายนอกไว้ทั้งหมด  เวลามีคนเรียก  เราก็ไม่ได้ยิน  จากการเรียกด้วยปาก ก็จะกลายเป็นขว้างของใส่เพื่อให้เรารู้ตัว  หูฟังแนวชวนขว้างของผมจะไม่อยากใช้ในชีวิตประจำวันสักเท่าไหร่

IMG_3231.JPG

ทดลองฟังเพลงแนวออดิโอไฟล์หลายอัลบั้มก็ให้ความไพเพราะและแนวเสียงที่สงบเสงี่ยม เบสเด้งเป็นลูกๆ  เหมาะกับเพลงโชว์เบส  ยิ่งอัลบั้มที่โชว์เสียงเบส โชว์เสียงร้องใหญ่ๆจะไปด้วยกันได้ดี  norah jones ชุด come away with me  เสียงร้องชัด แหบ และเบสเป็นชิ้นๆ  เปียโนใสและมีความเป็นเครื่องเคราะห์ฟังได้ชัดเจน  การแยกแยะมิติ ไม่ได้แม่นยำ ช่องไฟไม่ห่างชัดมาก อาจเป็นเพราะการสวมใบหูที่ไม่ได้กดทับมาก ทำให้เสียงโฟกัสยังไม่แม่นเท่าหูฟังชนิดยัดเข้าไปในหู  แต่มันเป็นเสียงที่ฟังสบายสุดๆ  ถ้าต้องฟังเพลงใส่หูฟังไม่ถอดสัก 2-3 ชั่วโมง ผมเลือกตัวนี้แน่นอน

IMG_20180825_002004

Koss ksc35  เป็นหูฟังที่ได้รับความนิยมในประเทศไทยมายาวนาน ผลิตครั้งแรกปี 1996  ผู้ขายคนแรกๆในไทยน่าจะเป็นมั่นคงแก็ดเก็จนำมาขายปี 2006 และในปัจจุบันที่เขียนโพสท์นี้หูฟังรุ่นนี้ก็เลิกผลิตแล้ว  และไม่มีของใหม่ให้ซื้อแล้ว  คงเหลือวนเวียนตามเว็บขายของมือสองและของเก่าเก็บจากนักเล่นบางท่านเท่านั้น  ราคาขายล็อตสุดท้ายที่พอหาได้มือหนึ่ง 1890 บาท  มือสองในช่วงเวลาเดียวกันประมาณ 1000-1200 บาท ซึ่งผมซื้อมือหนึ่งไว้ตัวนึงเก็บเอาไว้อย่างดี  และซื้อมือสองไว้ใช้อีกตัวนึง

spec

Frequency Response  15-25,000 Hz

Sensitivity                     101 dB

Impedance                    60 Ohm

update 2018

ได้ข่าวว่ามีหูฟัง ksc35 รุ่นผลิตใหม่ออกมาอีกล็อตหนึ่งในปี คศ2018 นี้  และขายในราคาเดิม 1890 บาท  ใครสนใจต้องลองสอบถามจากผู้ขายดูครับว่าพร้อมให้ซื้อหรือยัง

picture from eyeem

//www.eyeem.com/embed/p/95958860/320/524

//www.eyeem.com/embed/p/95862391/320/270

//www.eyeem.com/embed/p/95862389/320/270

//www.eyeem.com/embed/p/95748677/320/269

//www.eyeem.com/embed/p/95748677/320/269

 

 

ให้เช่า คอนโด แอสปาย ท่าพระ

คอนโด แอสปาย ท่าพระ

อยู่ชั้น 25 ขนาดห้อง 26 ตารางเมตร

ไม่โดนแดดบ่าย ห้องไม่ร้อน

ส่วนกลางสวยมาก สระว่ายน้ำในร่ม ว่ายได้แม้ตอนเที่ยงวัน

ฟิตเนสสวย เครื่องวิ่งเทพ มีหลายตัว

ความปลอดภัยดี มีคีย์การ์ดเข้าตึก

ที่จอดรถดี รถเข้าออกจากตึกได้ง่าย

เดินไปเดอะมอลล์แค่ 3 นาที สะดวกสุดๆ

แถมมีแฟมิลี่มาร์ทด้านหน้าเปิด 24 ช.ม.

ใกล้รถไฟฟ้าสุดๆ เดินทางสะดวกมากมาย

ประตูโครงการห่างบันไดรถไฟฟ้าสถานีตลาดพลู 1 เมตรเท่านั้น!!!

แอร์2ตัวเย็นทั้งห้อง เลือกเปิดปิดตามสะดวก

สมาร์ททีวี 40 นิ้ว

เครื่องทำน้ำอุ่น ไมโครเวฟติดให้แล้ว ตู้เย็นใหญ่

เครื่องนอนพร้อม ยกกระเป๋าเข้าอยู่ได้เลย

ล๊อบบี้มีพื้นที่นั่งคุยงานเยอะมาก บรรยากาศดี

ราคาค่าเช่า เดือนละ 12000 บาท   ติดต่อ วุฒิชัย 0819373130

email: pockethifi@gmail.com

ASPIRE SATHORN-THAPRA

1 Bedroom type (26 sq.m.) 25th Floor.

Only 1 meter to BTS sky train system!!!, Talatphlu Station.

BTS 15 minutes to Saladaeng (Silom area).

BTS 18 minutes to Siam.

2 separated air conditions in the room.

Near The Mall Thapra shopping center (within 3 minutes walk).

Safe and great looking swimming pool.

Fitness center with many treadmills provided.

Convenient Car Parking.

24hours minimart.

Ready to move in with just single luggage.

Smart TV 40 inches, Water heater, Microwave oven, large refrigerator

Bed, Bedsheet, Pillows

Central lobby area with widely work space.

12,000 baht per month, contact Wutthichai  0819373130.

email: pockethifi@gmail.com

 

watch 360 view from this link

https://www.google.com/maps/@13.71517,100.4786322,0a,75y,181.5h,79.7t/data=!3m5!1e1!3m3!1s-0kBPW6kboYc%2FWMZv73HHJxI%2FAAAAAAABQHM%2FhQvwXbmSGUU2kIlO0XhrcIOQVq7wjMbjwCLIB!2e4!6s%2F%2Flh5.googleusercontent.com%2F-0kBPW6kboYc%2FWMZv73HHJxI%2FAAAAAAABQHM%2FhQvwXbmSGUU2kIlO0XhrcIOQVq7wjMbjwCLIB%2Fno%2Fphoto.jpg

IMG_20170313_163815   IMG_20170313_163932

IMG_4791   IMG_4792

IMG_4785

IMG_4778   IMG_4800

IMG_4799

IMG_4797

IMG_20170313_165133

IMG_20170313_165145

IMG_4772 IMG_4743   IMG_4763   IMG_4754 IMG_4746   IMG_4744   IMG_4769 IMG_4766     IMG_4736

IMG_4750   IMG_4751

IMG_4779

เที่ยวสิงคโปร์ ตอนที่ 2 ไปสวนสัตว์

เราตื่นเช้าวันใหม่ หลังจากกินมื้อเช้าที่โรงแรมแล้วก็เดินทางมาที่สวนสัตว์ ซึ่งอยู่ไกลจากที่พักเหลือเกิน  การเดินทางที่เคยตั้งใจว่าจะนั่งรถเมล์ก็เปลี่ยนเป็นแท็กซี่แทน เพราะการพาลูกไปขึ้นรถเมล์ดูจะเป็นการลำบากเกินไป  เนื่องจากจำนวนคนที่รอที่ป้ายรถเมล์ และสภาพบนรถเมล์ไม่น่าเข้าไปเบียดสักเท่าไหร่ ยิ่งมีรถเข็นเด็กด้วยแล้วยิ่งดูลำบาก เราก็เลยเดินทางด้วยแท็กซี่ และก็โดนค่าแท็กซี่ไปพันกว่าบาท

IMG_2199.JPG

สวนสัตว์ที่สิงคโปร์ได้รับการจัดอันดับว่าดูแลสัตว์ได้ดีระดับต้นๆของโลก  การจัดการภายในสวนสัตว์มีระเบียบเรียบร้อย ดูปลอดภัยและน่าเที่ยว  การจัดเส้นทางต่างๆก็มีส่วนที่เดินสบาย แม้ว่าอากาศจะร้อนไปหน่อย แต่ความร่มรื่น ต้นไม้เยอะก็ช่วยให้เราทนไหว  เสือขาวอยู่ในพื้นที่ของมัน จุดยืนดูของคนจะถูกจัดสรรเอาไว้ค่อนข้างปลอดภัย มีคูน้ำขนาดกว้างกันเอาไว้ระหว่างพื้นที่เสือกับพื้นที่คน  ให้ความมั่นใจว่าเสือคงไม่กระโดดข้ามมาหรือว่ายน้ำข้ามมา

IMG_2209.JPG

สัตว์บางตัวเราก็เพิ่งเคยเห็นจากที่นี่  แม้ว่าเมืองไทยจะมีเขาดิน มีซาฟารีเวิลด์  มีสวนสัตว์เขาเขียว แต่สัตว์ของสวนสัตว์สิงคโปร์ก็มีความแตกต่างไปจากในเมืองไทยพอสมควร  วูฟเวอรีนที่เป็นตัวละครในหนัง x-men มันเป็นสัตว์หน้าตาแบบนี้เองผมก็เพิ่งจะเคยเห็น  ถ่ายรูปมาได้เพียงป้ายบอก เพราะตัวจริงในสวนสัตว์ดูขี้อายไม่ค่อยอยากโชว์ตัว

IMG_2216.JPG

เราเดินเที่ยว แวะดูตามจุดแสดงสารพัดชนิดสัตว์  แวะกินข้าว บ้างก็นั่งรถบัสอำนวยความสะดวกอย่างสนุกสนาน  การกินข้าวในสวนสัตว์ก็ไม่ได้ยากเย็นมาก  ถ้าเรามากินก่อนเวลาเที่ยง เราก็พอจะมีพื้นที่นั่งสบายๆ  แต่ถึงจังหวะเที่ยงที่ทุกคนกินข้าว เราก็ไม่ได้เบียดเสียดหรือต้องต่อสู้กับผู้คนล้นหลาม  เพราะการท่องเที่ยวในสิงคโปร์ไม่ได้มีอาการแย่งกันเที่ยว แย่งกันกิน แย่งกันใช้  อาจจะเพราะวันนี้เป็นวันธรรมดา และอาจจะเพราะสวนสัตว์สิงคโปร์ไม่ได้โด่งดังเป็นเป็นจุดต้องแวะให้ได้

IMG_2227.JPG

ขอบฟ้าลูกชายแสนซน มาเที่ยวสวนสัตว์แต่ก็ตาไวเห็นเครื่องเล่นที่ดูเหมือนสวนสนุก ก็ขอเล่น และก็ติดอกติดใจซะเหลือเกิน  เป็นการเดินเที่ยวสวนสัตว์ที่คุ้มค่าที่สุดของขอบฟ้า  เพราะไปสวนสัตว์อื่นๆที่ผ่านมาก็ไม่เคยเจอเครื่องเล่นแนวนี้เลย

IMG_2238.JPG

พอได้เวลาบ่ายแก่ๆ ขอบฟ้าเริ่มเหนื่อยและหลับไปในที่สุด การเดินทางกลับที่พักก็เลยต้องใช้แท็กซี่เช่นเคย  แท็กซี่ที่นี่เป็นรถใหม่ๆสวยๆ มีรถหลากหลายให้เราเลือก บางคันก็อัตราปกติ บางคันก็มีอัตราค่าบริการที่สูงขึ้นด้วยเงื่อนไขบางอย่าง  รถหน้าตาแพงก็จะมีค่าโดยสารที่สูงกว่ารถหน้าตาถูก  ผมก็ไม่รู้ว่าเขามีวิธีคิดยังไง  เรายืนรอคิวอยู่เห็นรถหน้าตาถูกผ่านไปหลายคัน จนถึงคิวของเรา เราโดนรถแพงเข้าจนได้

IMG_2245.JPG

เราก็ได้นั่งอัลพาธก็คราวนี้เอง  สิ่งที่เหมือนกันในแท็กซี่สิงคโปร์ก็คือ คนขับไม่มียูนิฟอร์ม  แต่งตัวเหมือนเรานั่นเอง  และมีอุปกรณ์สื่อสารเต็มไปหมด  มีโทรศัพท์กันคนละสามเครื่องเป็นอย่างน้อย  คือ 1 เครื่องติดตัวเอาไว้คุย อีกสองเครื่องติดไว้ที่กระจกรถเอาไว้เปิด app เรียกแท็กซี่  มีโทรศัพท์มือถือโบราณด้วยที่ผมไม่รู้ว่าเอาไว้ทำอะไร มีเครื่องอ่านบัตรเครดิต  มีกล้องหน้า กล้องหลัง ทุกอุปกรณ์ใช้ที่ชาร์จเสียบไว้  ผมจินตนาการไม่ออกเลยว่าช่องเสียบไฟในรถเขาจะมีกี่ช่อง

IMG_2248.JPG

ตอนเย็นเราก็กลับมาที่พักของเราด้วยความเหนื่อยอ่อน แวะมาเดินตลาดฝั่งตรงข้ามที่พัก หาของกิน และร้านข้าวที่ชื่อ นคร หรือ nakhon ดูป้ายดูชื่อก็รู้ว่าเป็นร้านอาหารไทย มีคนต่อคิวรอกินจำนวนมาก  เราเป็นคนไทยก็ขอผ่านไม่แวะดีกว่า  เพราะเราอยากมาสัมผัสสิงคโปร์ อยากกินอาหารสิงคโปร์ทุกมื้อมากกว่า  แต่ภาพที่เห็นก็เป็นเครื่องยืนยันได้ว่า อาหารไทยเป็นสิ่งที่ถูกปากคนทั่วโลกจริงๆ

ขอปิดตอนด้วยภาพแรกของวันนะครับ

IMG_2201.JPG

ย้อนดูตอนที่ 1 เที่ยวสิงคโปร์ เขามีทุกอย่างที่อยากมี

คิดถึงกล้องบางตัว

เวลาเดินผ่านตู้โชว์กล้องในห้าง ก็แอบชำเลือง แอบมอง ว่ามีอะไรลดราคา มีอะไรน่าใช้ มีอะไรน่าซื้อบ้าง  ปกติผมจะเป็นคนไม่ค่อยมองของใหม่ถ้าของเก่ายังไม่ได้มีปัญหาอะไร

เมื่อวานเห็นกล้องในตู้ที่ขาย  บางตัวก็ดูดีน่าสนใจ แต่ก็ติดตรงที่ว่า ผมมีกล้องหลายตัวแล้ว  และตัวที่น่าสนใจในตู้นั้นก็ไม่ได้มาทดแทน หรือ ทำอะไรได้ดีกว่าตัวที่มีอยู่ ก็เลยได้แต่มองแล้วผ่านไป  แต่ในใจกลับนึกถึงกล้องอยู่ตัวนึงที่เคยมีใช้และปัจจุบันก็ตกพัง  กลายเป็นของเสียอยู่ นั่นคือกล้อง nikon v1

นิสัยของช่างภาพที่ถ่ายรูปมานานจะติดอยู่กับการมองภาพผ่านช่องมองภาพ ซึ่งกล้องรุ่นใหม่ๆหลายๆตัวก็ตัดช่องนี้ออกไปแล้ว  กล้อง nikon v1 ก็เป็นรุ่นที่มีช่องมองภาพมาให้และใช้งานได้สนุกสมกับเป็นกล้องที่ออกแบบมาเพื่อนักถ่ายภาพรุ่นใหญ่  การจับถือและการเล็งผ่านช่องมองภาพให้อารมณ์และความใส่ใจต่อแบบมากกว่าการมองจอหลัง  ทำให้ไม่น่าแปลกใจที่ภาพจากกล้องสไตล์นี้จะได้องค์ประกอบภาพที่เป็นไปดังใจ  แม้ว่า nikon1 v1 จะมีเซ็นเซอร์รับภาพที่เล็ก มีผลทำให้ภาพหลังเบลอสู้พวกเซ็นเซอร์ใหญ่ไม่ได้  แต่ก็ไม่ได้แย่ระดับกล้องมือถือ หรือ ดิจิทัลถูกๆ  แถมเรายังสามารถใช้เลนส์เก่าๆของ nikon มาร่วมกับ v1 ทำให้ได้ภาพสวยได้ไม่ยาก

DSC_2901.JPG

nikon1 v1 + lens 50f1.8 ais mf

IMG_20180709_212554_402

ภาพเด็กคนนี้คือลูกชายที่ผมเล็งถ่ายในช่วงเวลาที่เขาอายุประมาณ 2 ขวบ  ความซนเป็นอุปสรรคกับการโฟกัสภาพอย่างมาก  แต่ก็ไม่ได้ยากเกินความพยายาม  ความยากเหล่านี้จะเป็นตัวคัดแยกระหว่าง ช่างภาพความตั้งใจสูง กับ ช่างภาพขี้เกียจฝึกฝนออกจากกัน