กระดาษรองจานทำด้วย letterpress

ด้วยความหลงไหลในเนื้อกระดาษ ชอบผิวสัมผัสของกระดาษ และชื่นชอบการพิมพ์งานด้วยเทคนิค  letterpress ทำให้ผมคิดถึงการใช้กระดาษเนื้อสวยๆมาทำงานกระดาษรองแก้ว กระดาษรองจาน รวมไปถึงการทำกระดาษจดหมายบริษัทอีกด้วย

IMG_0134

ผมได้มีโอกาสไปคุยกับเพื่อนที่เปิดร้านอาหารและเครื่องดื่มแห่งหนึ่ง เพื่อนเล่าให้ฟังถึงสถานการณ์ที่ร้านค้ามีคู่แข่งมาเปิดขายของคล้ายๆกัน  มีร้านอาหารเพิ่มขึ้นในพื้นที่โครงการ  มีร้านเครื่องดื่มขายน้ำผลไม้ปั่นมาเปิดอยู่ข้างๆ  ซึ่งเพื่อนขายน้ำผึ้งและกาแฟอยู่แล้ว  ทำให้ต้องคิดหาวิธีกระตุ้นยอดขาย วิธีฉีกออกจากคู่แข่ง รวมไปถึงวิธีเรียกร้องความสนใจให้ลูกค้าเดินเข้าร้านของตนมากขึ้น ผมก็เลยเสนอไอเดียกระดาษรองจานพิมพ์ด้วยระบบ letterpress

2017-10-13_10-00-24

ทีแรกก็เพื่อนไม่ค่อยมั่นใจว่าจะสวย แต่ผมก็เชื่อว่ามันสวยจริงๆ  แม้จะพูดคุยกันเกี่ยวกับ letterpress มาหลายครั้ง แต่ก็อยู่ในมิติอื่น  อยู่ในรูปแบบอื่น  การนำ letterpress มาใช้กับกระดาษรองจานดูเป็นเรื่องใหม่  เพราะหลายคนรวมทั้งเพื่อนผมมักจะคิดว่าแพง  แต่ในทางปฏิบัติ เราสามารถเลือกผลิตให้ราคาย่อมเยาลงได้

 

2017-10-10_09-18-33

 

ผมเอาโลโก้บริษัทของผมมาพิมพ์กระดาษเนื้อสีครีมให้ดูเป็นตัวอย่าง  หมึกสีดำกดทับบนกระดาษบางๆเป็นสิ่งที่ดูสวยดี และผมเชื่อว่าถ้ามันถูกวางใต้จาน หรือ ถ้วย มันจะสวย ก็เลยไปที่ร้านเพื่อนแล้ววางให้ดูจริงๆ

 

2017-10-10_09-19-03

 

แล้วมันก็ออกมาเป็นดังภาพที่สองนี้  ถ้วยกาแฟ ที่ใช้ทั้งใส่กาแฟ หรือใส่น้ำผึ้ง วางบนกระดาษรอง มีลวดลาย  letterpress ให้ดูสะดุดตา  วางบนโต๊ะไม้ แสงสว่างจากด้านนอกตึกช่วยส่องให้บรรยากาศบนโต๊ะดูอบอุ่นและเต็มไปด้วยพลังไอเดีย  ทันทีที่เพื่อนผมเห็นภาพนี้ ก็คิดต่อว่า จะเสิร์พเครื่องดื่มบนกระดาษใบนี้ และจะมีดินสอให้เขียนเล่นด้วย

 

lettepress เป็นเทคนิคการพิมพ์มีเสน่ห์ ใครเห็นใครก็รักจริงๆนะครับ

แถมภาพนี้ให้ดูเล่นครับ

2017-10-09 01.54.57 1

 

หัดวาดรูป 100 ครั้ง

2017-09-11_12-56-21

 

ผมสอนลูกว่า จะทำอะไร ถ้าทำบ่อยๆ หัดทำซ้ำๆ จะเก่งขึ้นเรื่อยๆ  ในหลายๆกิจกรรมที่ขอบฟ้าชอบทำ ผมพยายามสอนเรื่องความพยายาม  ผลลัพธ์แม้ไม่ดี แต่มันทำให้เราก้าวเข้าใกล้จุดที่ดี  ในวันที่ขอบฟ้าชอบรถซุปเปอร์คาร์และเริ่มอยากวาดรูปซุปเปอร์คาร์ให้สวย ผมก็สอนว่า ถ้าขอบฟ้าวาดครบ 100 ครั้ง จะวาดได้สวยมาก  ขอบฟ้าถามว่า แล้วถ้า 99 ครั้งล่ะ จะเป็นยังไง ผมตอบว่า ก็เกือบสวย   ขอบฟ้าถามใหม่ว่า แล้วถ้า 50 ครั้งล่ะ  ผมก็ตอบว่า ก็ไปครึ่งทางแล้ว ยังไงก็ต้องสวยกว่าการวาดรอบแรกแน่นอน

ขอบฟ้าอยากวาดรูปสวย และวันนี้ ขอบฟ้าพยายามวาดไปห้าครั้ง  ผมก็เลยให้ขอบฟ้าเขียนเลขกำกับไว้ที่ภาพด้วยว่า เป็นการวาดครั้งที่เท่าไหร่  ผมแอบลุ้นในใจว่า ขอให้ขอบฟ้าพยายามให้ครบ 100 ครั้งให้ได้  จะได้เป็นบทพิสูจน์ว่าความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น

 

IMG_5598

 

IMG_5599

 

IMG_5600

 

IMG_5601

 

IMG_5602

 

IMG_5606

 

IMG_5607

 

IMG_5608

 

IMG_5609

 

 

IMG_5610

 

ครบ10ครั้งแล้ว

 

IMG_5611

 

IMG_20170915_202133

 

IMG_20170915_202051

 

 

ความชอบในเรื่องรถซุปเปอร์คาร์มีผลทำให้แม้แต่การวาดรูปในชั่วโมงเรียนขอบฟ้าก็ยังวาดโชว์รูมรถยนต์  และผลงานที่ทำเองที่โรงเรียนก็มีรายละเอียดที่ครบถ้วน  แม้ว่าสัดส่วนภาพจะเพี้ยนไปบ้าง แต่รายละเอียดที่ควรจะมีเพื่อชี้บ่งว่าภาพนี้คือรถรุ่นอะไร ขอบฟ้าก็จดจำและพยายามวาดออกมาให้ได้มากที่สุด

 

IMG_20170915_203103

 

IMG_5739

ถ่ายรูปลูกที่เก่าเวลาเปลี่ยน

การถ่ายภาพสมาชิกในครอบครัว โดยเฉพาะรูปลูกที่เราถ่ายภาพกันแทบจะทุกโอกาส หากมีโอกาสได้ถ่ายในสถานที่แห่งเดิม  เราก็น่าจะเล่นสนุกกันด้วยการถ่ายภาพย้อนร้อย ตามคอนเส็บ “ที่เก่าเวลาเปลี่ยน” เพื่อให้เห็นพัฒนาการการเติบโต  ซึ่งภาพแนวนี้จะน่าดูอย่างมาก เพราะได้เห็นความน่ารักของเด็กและเห็นการเติบโตจริงๆ  และวัยเด็กเป็นวัยที่การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายรวดเร็วมาก เวลาเพียง1 ปี จะมีความแตกต่างของร่างกายชัดเจน  ไม่เหมือนผู้ใหญ่ที่ยังคงดูเหมือนเดิมแม้จะเวลาผ่านไปหลายปี

 

PHOTO_COLLAGE1504571611089

ภาพแรกนี้ถ่ายที่อารีย์การ์เด้น  เป็นพื้นที่กลางเมืองแห่งหนึ่งที่นานๆจะแวะไปสักที  การแวะไปก็พกกล้องถ่ายรูปไปเดินเล่นด้วย ภาพทางซ้ายมือถ่ายเมื่อตอนขอบฟ้าอายุ 1 ขวบ ถ่ายด้วยกล้อง canon eos 6d เลนส์ 24-105f4 ช่วงซูมประมาณ 50mm ถ่ายด้วย f4   ภาพขวามือก็ถ่ายด้วยกล้องและเลนส์ตัวเดิม อาศัยว่าพอจำได้ว่าใช้อุปกรณ์ตัวไหนก็หยิบตัวเดิมออกมาถ่าย ปรับรูรับแสงเป็นค่าเดิม แล้วถ่ายภาพในมุมเดิม แต่ให้ยืนขยับไปทางขวาอีกเล็กน้อย เพื่อให้เอาภาพใหม่ไปต่อกับภาพเก่าเหมือนเป็นภาพเดียวกัน  ภาพขวาถ่ายตอนขอบฟ้าอายุ 5ปี 1 เดือน

 

 

pic20150407002758

 

ภาพหัวจ่ายน้ำดับเพลิง ขอบฟ้าทางซ้ายถ่ายไว้เมื่อประมาณอายุ 1ปี 5 เดือน  ส่วนภาพทางขวาประมาณ 2 ปี 9 เดือน   ภาพขาวดำจำได้ว่าเป็นการลองถ่ายด้วยฟิล์มขาวดำ ใช้กล้อง nikon fm2n ใช้เลนส์ 50มม ปรับรูรับแสงกว้างสุดที่ f1.8  ในภาพจะใส่เสื้อกันหนาวด้วยทำให้จำได้ว่าเป็นช่วงอากาศเย็นเป็นช่วงเดือนธันวาคม ส่วนภาพขวา ถ่ายตอนเดือนเมษายน2558 ที่รู้วันเวลาก็เพราะภาพดิจิทัลมีข้อมูลการถ่ายเก็บไว้  ผมใช้กล้อง canon eos 6d เลนส์ 24-105f4 เลือกปรับซูมไปที่ประมาณ 50มม.เพื่อให้เท่าภาพซ้าย  แล้วเลือกระยะยืนให้วัตถุในภาพมีขนาดใกล้เคียงกัน แล้วบอกให้ขอบฟ้าไปยืนอีกด้านของหัวจ่ายน้ำ  เมื่อได้ภาพมาแล้วก็มาต่อกันโดยปรับให้หัวจ่ายน้ำมีขนาดใกล้เคียงกันและวางต่อกันเหมือนเป็นภาพเดียวกัน  ก็เลยได้ภาพเปรียบเทียบน่าจดจำแบบนี้

 

1393125_10152871646439214_370674310464713509_n

ภาพเมื่อเดือน 11 ปี 2013  เทียบกับ เดือน 11 ปี 2014

 

10389181_10152869773699214_7024483808344103047_n

ภาพเมื่อเดือน 11 ปี 2013  เทียบกับ เดือน 11 ปี 2014

 

สิ่งที่ช่วยให้การถ่ายภาพ ที่เก่าเวลาเปลี่ยน ทำได้สะดวกคือการเก็บภาพไว้อย่างเป็นระเบียบ มีการจัดการภาพที่แม่นยำ สามารถเรียกหาภาพตามช่วงเวลาที่ต้องการออกมาได้ การจัดเก็บอย่างเป็นระเบียบแบบนี้เป็นสิ่งที่ช่างภาพควรทำ  จะทำเองด้วยฮาร์ดดิสก์ในบ้านและตั้งชื่อโฟลเดอร์ให้หาง่าย หรือ ใช้ซอร์ฟแวร์การจัดการภาพช่วยเหลือก็แล้วแต่ความถนัด  ส่วนผมเลือกใช้วิธีเก็บภาพในระบบ cloud ของเว็บ flickr.com ซึ่งเป็นเว็บการเก็บภาพที่ดีที่สุดในโลก  ผมสามารถหาภาพในช่วงเวลาที่ต้องการได้รวดเร็วมาก  ลูกเล่นและความสะดวกเหล่านี้ควรหัดใช้ให้เป็นครับ  โดยเฉพาะคนที่มีภาพจำนวนมาก

 

 

 

ถ่ายภาพด้วยกล้องฟิล์ม leica minilux

 

กล้องฟิล์มเป็นสิ่งที่แทบจะไม่มีคนใช้ทำงานแล้ว คงเหลือแต่การใช้เพื่อความบันเทิง เพื่อความสุข เพื่อความมันส์ของช่างภาพยุคเก่าและช่างภาพรุ่นใหม่ที่อยากลองของเก่า ผมก็นับว่าเป็นช่างภาพยุคเก่า ยุคที่หัดถ่ายรูปในช่วงที่ฟิล์มได้รับความนิยมสูงสุด ยุคที่การถ่ายรูปรับปริญญาและงานแต่งงานคุยกันว่าถ่ายกันกี่ม้วน ยุคที่มีร้านล้างอัดฟิล์ม 24 ชั่วโมง ยุคที่ฟิล์มตลาดราคาสามม้วนสองร้อยบาท

พอพ้นจากช่วงเวลายุคทองของฟิล์มไปแล้ว ทุกคนก็หันหน้าเข้าสู่ดิจิทัล การทำงาน การรับจ้างถ่ายภาพเป็นระบบดิจิทัลทั้งหมด จากงานรับปริญญาที่ถ่ายกัน 4-5 ม้วน ได้ภาพเป็นเล่ม รวมกันไม่ถึงสองร้อยภาพ กลายเป็นงานรับปริญญามีภาพให้ดูพันภาพจากกล้องดิจิทัล งานแต่งงานมีภาพให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวดูกันสามพันภาพ ซึ่งไม่มีทางดูกันได้ครบถ้วน ฟิล์มที่เคยตุนเอาไว้เพื่อรับงานก็ยังคงนอนนิ่งอยู่ในบ้านไม่ถูกจับต้องอีกเลย ผ่านไปเกือบสิบปี ฟิล์มเหล่านั้นก็หมดอายุ และระหว่างที่เพลินกับการใช้กล้องดิจิทัล ผมก็ลืมฟิล์มไปแล้ว และคิดไปว่า ไม่มีฟิล์มสีดีๆขายอีกแล้ว เพราะมีแต่ข่าวการเลิกผลิต ปิดโรงงาน รวมไปถึงข่าวการล้มละลายของโกดัก

แต่ในความเป็นจริง ฟิล์มยังมีลมหายใจอยู่ แต่อยู่ในกลุ่มเล็กๆ ร้านถ่ายรูปย่านลาดพร้าวก็ปรับตัว หลายร้านปิดตัวลง บางร้านที่เคยเปิด 24ชม. ก็เปลี่ยนมาเป็นเปิดปิดเป็นเวลา ผมถ่ายรูปด้วยฟิล์มขาวดำอยู่บ้าง ซื้อน้ำยาไว้ล้างเอง ซ์้อฟิล์มขาวดำตุนไว้ถ่ายเล่น โดยที่ในใจก็คิดว่าไม่มีฟิล์มสีขายแล้ว เพราะถึงมีก็คงคุณภาพต่ำ อาจเป็นของเก่าเก็บ หรือเป็นงานผลิตใหม่แต่ไม่ได้มีคุณภาพเหมือนเดิม

ผมเพิ่งรู้จากเพื่อนว่าฟิล์มเน็กกาทีฟสีรุั่นใหม่ๆยังคงออกสู่ตลาด และมีแนวโน้มว่าจะได้รับความนิยมมากขึ้น เมื่อเทียบจากช่วงซบเซาสุดขีด ผู้คนหันมาซื้อกล้องฟิล์มมือสอง ทำให้ต้องหาฟิล์มมาถ่ายเล่นด้วย ฟิล์มสีเกรดตลาดราคาร้อยกว่าบาท ค่าล้างฟิล์มราคาขึ้นไปเกินสองเท่าตัว และมีการส่งฟิล์มไปด้วยไปรษณีย์เพื่อให้ล้างและสแกนภาพแล้วส่งเป็นแผ่นซีดีกลับมา ซึ่งผมก็ลองใช้บริการดูแล้วก็ปลาบปลื้ม เลยเป็นที่มาของการเขียนโพสท์นี้

ฟิล์มฟูจิ c200 เป็นฟิล์มเน็กกาทีฟ น่าจะเป็นฟิล์มเกรดกลางๆ และกล้องที่ใช้ถ่ายก็เป็น leica minilux ตัวที่นอนพังอยู่หลายปี เพิ่งจะหาอะไหล่มาซ่อมได้ เมื่อซ่อมเสร็จก็เริ่มเดินเท้าอีกครั้งเพื่อตระเวณถ่าย แต่คำว่าตระเวณในวันเวลาของผม ก็คือการถ่ายรูปลูกเล่นจนหมดม้วน พกกล้องติดตัว พกไว้ในเป้สะพายตลอดเวลา เมื่อมีโอกาสถ่ายก็ถ่ายรูปลูก เผลอแป๊ปเดียวหมดม้วน  ถ่ายเล่นราวกับปืนกล  ในสมัยที่ฟิล์มถูกๆผมยังไม่ถ่ายเร็วเท่านี้  ดูเหมือนการถ่ายภาพด้วยฟิล์มของผมในช่วงเวลานี้เหมือนคนลงแดง รีบถ่าย รีบล้าง อยากดูภาพแล้ว  อารมณ์เหมือนวัยรุ่นใจร้อนเลย

01012minilux-000048

การถ่ายภาพเด็กที่ง่ายที่สุดคือถ่ายตอนเขาหลับนั่นเอง  ลิงน้อยของผมที่มีความไวมากกว่าระบบออโต้โฟกัสของกล้องทุกตัว  กล้องคอมแพ็คระดับโปร วัดแสงแม่นมาก และโฟกัสก็แม่นมากเช่นกัน  ถ้าให้หมุนโฟกัสเองด้วยกล้องแมน่วล เลนส์แมน่วล ผมคิดว่าภาพจะไม่ชัดเท่านี้

 

01012minilux-000050

 

01013minilux-000048

 

01013minilux-000049

ตึกรามบ้านช่อง ข้าวของเครื่องใช้ และมุมภาพบางมุมในบ้านก็ถ่ายเล่นๆ เหมือนถ่ายเพื่อให้หมดม้วนเร็วขึ้นเลย  ความใจร้อนของผมมาจากอยากเห็นภาพสีจากกล้อง leica minilux ที่เพิ่งซ่อมเสร็จตัวนี้

 

01013minilux-000065

 

01013minilux-000068

วัยเด็กที่กำลังเรียนอนุบาลก็เป็นภาพที่ควรถ่ายเก็บไว้  เพราะการเปลี่ยนแปลงของเด็กวัยนี้จะรวดเร็วมาก หากพลาดหรือลืมถ่ายไว้ในช่วงวัยเด็กเล็กนี้จะไม่สามารถย้อนเวลากลับไปถ่ายได้ใหม่อีกแล้ว  เด็กโตแล้วโตเลย ย้อนกลับไม่ได้ กลับไปถ่ายซ่อมก็ไม่ได้

 

01014minilux-000004

 

01013minilux-000058

 

01013minilux-000061

 

01013minilux-000066

 

01014minilux-000001

 

01014minilux-000030

 

01014minilux-000042

 

01014minilux-000047

 

ภาพที่เราอยากดูมักจะเป็นภาพของสิ่งของหรือคนอันเป็นที่รักของเรา จะของใช้ ของเล่น หรือแม้แต่สมาชิกในครอบครัวต่างก็ควรจะมีภาพเดี่ยวของตัวเองเก็บไว้  ภาพที่น่าดูไม่จำเป็นต้องมีเทคนิกอะไรที่ล้ำหลุดโลก หรือองค์ประกอบภาพต้องเป๊ะ ขอแค่ภาพชัด ไม่มืดไม่สว่างเกินไปก็นับว่าเป็นภาพที่ดีแล้ว  ภาพบันทึกชีวิตไม่ใช่ภาพประกวด

 


 

ปล่อยเวลาที่ nagaya นากาย่า รีสอร์ต

Screen Shot 2560-08-26 at 10.50.08 AM

 

ผมรู้จักนากาย่ารีสอร์ตมาสิบปีแล้ว และได้พักครั้งแรกเมื่อสักปี คศ 2007   ส่วนครั้งล่าสุดผมไปปีนี้ ไม่กี่วันที่ผ่านมา  คศ 2017 กับความเจริญของอำเภอส่วนผึ้งแบบก้าวกระโดด และสวนผึ้งไม่กลับไปเงียบสงบอีกต่อไป  แต่มันก็มีซอกหลืบที่ยังเงียบ เหงา และช้าอยู่นะ ถ้าหากันดีๆ

ภาพในรีวิวนี้จะใช้เป็นโทนขาวดำ ด้วยเหตุผลว่า อยากให้เป็นรีวิวที่เน้นความเงียบ เหงา สายมืด dark side in the mind อารมณ์นี้

 

2017-08-26_09-02-11-01

ความเจริญทำให้อำเภอสวนผึ้งคึกคัก ทำให้รถเยอะขึ้น ทำให้การเดินทางจากกรุงเทพมาราชบุรีนานขึ้น อาหารการกินในแถบสวนผึ้งก็เบ่งบาน อาหารหรูหรามีให้เลือกกิน ร้านค้าเล็กใหญ่ผุดขึ้นเต็มไปหมด การมีทางเลือกเยอะมันก็นำพาให้คนเข้ามาเป็นจำนวนมาก พอคนมาก เทศกาลหยุดยาวก็รถติดไม่ต่างจากพัทยา หัวหิน

2017-08-26_09-04-26-01

ท่ามกลางฟองสบู่รีสอร์ตจำนวนมากในอำเภอสวนผึ้ง มีรีสอร์ตหน้าใหม่เงินหนาขึ้นเต็มไปหมด หลายแห่งก็เลียนแบบกันไปมา แต่งห้องสวยๆ แต่งบ้านพักสวยๆ เลี้ยงม้าเลี้ยงแกะรอให้คนกรุงไปถ่ายรูปโพสท์โชว์  รีสอร์ตยุคแรกเริ่มก็ปรับตัวกันขนานใหญ่ หากไม่ปรับ ก็คงต้องปิดตัวลง  นากาย่าก็เป็นยุคแรกของการบูมสวนผึ้ง การปรับตัวก็ต้องทำเพื่อให้ยังคงอยู่ในธุรกิจได้  การมาครั้งนี้ก็มาพบกับพัฒนาการที่ดีขึ้น มุมต้อนรับของนากาย่ามีกาแฟสด มีเครื่องดื่มหลากหลายขึ้น คนจะแวะกินกาแฟก็มีกาแฟสดชงด้วยเครื่องหน้าตาแพง  คนที่ต้อง online ก็มีความสุขเต็มเปี่ยมเพราะเสาโทรศัพท์สูงเสียดฟ้าตั้งอยู่ที่เนินเขาข้างๆ  สิบปีที่แล้วจะเช็คเมลยังลำบาก แต่ปีนี้ ดูวิดีโอระดับ HD ได้แล้ว สวนผึ้งพัฒนาไปขนาดนี้  สวนทางกับความเงียบสงบที่ค่อยๆหดตัว

 

2017-08-26_09-03-57-01

 

2017-08-26_09-04-05-01

 

2017-08-26_09-04-13-01

 

นากาย่ามีห้องพักอยู่ประมาณ 10 ห้อง ห้องติดกันก็มี  บ้านเดี่ยวก็มี  แต่ละห้องก็มีรูปแบบการตกแต่งที่สวยงาม ให้ความรู้สึกเป็นบ้านมากกว่าโรงแรม  บ้านเดี่ยวที่ผมได้พักในคราวนี้เป็นบ้านสร้างใหม่ไม่นาน  บรรยากาศในบ้านก็ดูแล้วเหมือนคอนโดย่อมๆ แต่งสวยลงตัวพร้อมใช้งาน  ใช้นอน ใช้นั่งเล่น นั่งคุย กินข้าว ชงกาแฟ อาบน้ำ ดูทีวี ดูหนังแผ่น ทุกมุมบ้านออกแบบให้ใช้ชีวิตในห้องได้นานๆ

2017-08-26_09-02-40-01

 

2017-08-26_09-03-04-01

 

2017-08-26_09-00-59-01

 

2017-08-26_09-01-42-01

มุมที่ผมชอบคือมุมสำหรับนั่งทำงานเล็กๆน้อยๆ  โต๊ะกว้าง วางโน้ตบุ๊คแล้วยังเหลือพื้นที่ให้มองได้สบายตา หน้าต่างรับแสงสว่างปล่อยให้บรรยากาศดูอบอุ่นโรแมนติก  ถ้าภาพนี้เป็นมิวสิควิดีโอ มันจะเป็นมิวสิคที่โชว์ไลฟ์สไตล์ของตัวเอก   ให้อารมณ์นั่งทำงานจุกจิกบนโต๊ะ จะเป็นนักเขียน จะเป็นโปรแกรมเมอร์ จะขายของ online จะตอบ chat กับลูกค้า ก็จบที่มุมนี้มุมเดียว  หิวกาแฟก็ต้มน้ำชงได้เลย

 

2017-08-26_09-01-10-01

 

2017-08-26_09-00-17-01

 

2017-08-20_09-19-19-01

ที่นอนกว้างขวาง มีทั้งเตียงใหญ่ และเล็กในห้อง ใครอยากนอนดิ้นไปนอนเตียงใหญ่ ใครอยากหลับไปพร้อมกับจอทีวีก็ใช้เตียงเล็ก ย้ายที่นอนจากกรุงเทพมาสวนผึ้งก็ต้องทำตัวขี้เกียจ กินอยู่หลับนอนแบบราชา เห็นภาพสวยๆแบบในหนัง  ที่นากาย่าก็ให้สิ่งเหล่านี้ได้ครบถ้วน

2017-08-26_09-00-38-01

 

2017-08-25_08-55-14-01

 

พอเบื่อกับกิจกรรมในห้อง ก็แวะไปลำธารข้างๆ  เดินไปสักสิบนาที ไปเหยียบน้ำ ไปเล่นน้ำ ไปลอยน้ำ ไปเพิ่มความทรงจำดีๆที่หาไม่ได้จากกรุงเทพ  ทุกคนที่มาไม่จำเป็นต้องมาลำธารนี้หรอก แต่ถ้ามาแล้วเราก็จะได้ภาพบันทึกที่เป็นเรื่องจริงของเรา  น้ำจริง ป่าจริง  ไม่มีมุมให้อวดรวย อวดสวย อวดหล่อ  หรือแม้แต่อวดว่ามีความสุข  รอยยิ้มจากคนในครอบครัว รอยยิ้มของเด็ก ไม่หลอกลวงใคร

2017-08-26_09-06-01-01

 

2017-08-26_09-06-51-01

 

2017-08-26_09-04-55-01

 

ถ้าเคยประทับใจกับหนังโฆษณาที่มีผู้ใหญ่หัวใจเด็กพร้อมใจกันกระโดดน้ำให้เหมือนเมื่อวัยเด็กที่เคยทำ หรือแม้แต่ฉากในหนังเรื่องแฟนฉันที่มีถอดกางเกงกระโดดน้ำ  แต่การลงเล่นน้ำในแม่น้ำลำคลองยุคนี้ต้องคิดเยอะหน่อย จะหาที่ปลอดภัยและสะอาดก็ยากเต็มที   แต่ลำธารแถวนี้คือที่ที่สามารถทำได้ เพราะน้ำดูสะอาด ปลอดภัย ใสจนมองเห็นถึงก้นลำธาร

จบทริปนี้แบบไม่เหนื่อยมาก  ได้นั่งพักในมุมสวยๆ  ได้ดูรูปสวยของชีวิตเราเอง ช่วงเวลา 24 ชม. ที่ไม่เหมือนโรงแรม แต่เหมือนบ้านเพื่อน บ้านญาติ  อีกรสชาดนึงที่น่าลอง

 

เมื่อให้ลูกถือกล้องถ่ายภาพไปโรงเรียน

 

โรงเรียนเพลินพัฒนามีกิจกรรมหนึ่งที่ให้นักเรียนแต่งตัวเป็นคนในครอบครัว  โดยให้เด็กเลือกว่าจะเป็นใครแล้วก็แต่งตัวเลียนแบบไปเลย  ขอบฟ้า ลูกของผม เลือกจะเป็นตัวเอง  คือไม่เป็นพ่อแม่หรือตายาย  ไม่เป็นใครเลย  จะเป็นตัวเอง แต่ตัวของตัวเองแบบขอบฟ้าจะมีกล้องถ่ายรูปที่เล่นอยู่เป็นประจำด้วย  ก็เลยให้ถือกล้องไปโรงเรียน

2015-01-01 newyear partyIMG_0058

การไปโรงเรียนแบบมีกล้องถ่ายภาพ สำหรับเด็ก 5 ขวบก็ดูจะเป็นอันตรายต่อกล้องนิดหน่อย แต่ขอบฟ้าคุ้นเคยกับกล้องถ่ายภาพมาตลอดชีวิตตั้งแต่มีลมหายใจ  ตั้งแต่มือมีแรงก็หยิบจับของเล่นสารพัด และหนึ่งในหลายสิ่งก็มีกล้องถ่ายรูปของพ่ออยู่ด้วยที่หยิบมาเล่น หยิบมาถ่ายเป็นประจำ

IMG_20161204_194617

IMG_20161204_192035

ผมหัดให้ขอบฟ้าได้ถ่ายภาพแบบจริงจังมาสักปีกว่า  คำว่าจริงจังสำหรับเด็กอนุบาลหมายถึงถ่ายภาพแล้วต้องได้ภาพ  ได้ภาพคนเต็มตัว หรือ ได้ภาพคนครึ่งตัวก็ต้องได้ตามที่คิดไว้ รวมไปถึงการชื่นชอบอะไรแล้วถ่ายสิ่งของสิ่งนั้นด้วย  ผลการฝึกมาหลายครั้ง ในระยะเวลาปีกว่าก็ทำให้ขอบฟ้ามีทักษะการถือกล้องถ่ายรูปที่พอใช้ได้  สามารถไหว้วานให้ถ่ายภาพคู่ของพ่อแม่ได้แล้ว  นับเป็นความภาคภูมิใจเรื่องหนึ่งของพ่อและแม่

IMG_20141226_214855

ในกิจกรรมของโรงเรียนที่ให้ขอบฟ้าติดกล้องถ่ายรูปไปโรงเรียน เป็นกล้องคอมแพ็ค kodak รุ่น c140 ที่ผมซื้อไว้เมื่อปี คศ2008 ซึ่งจนป่านนี้ยังไม่พังเลย ผมชอบกล้องตัวนี้ในความเรียบง่ายและทนทาน ใส่ถ่าน AA 2 ก้อนก็ทำงานได้แล้ว    เมื่อกลับมาถึงบ้าน เปิดกล้องดูก็พบว่ามีภาพใหม่ๆมากมายที่ขอบฟ้าไปถ่ายมา  การดูภาพถ่ายจากเด็กคนหนึ่งที่เราไม่รู้ว่าเขาไปเจออะไรมาบ้างเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นมาก  เพราะเราได้เห็นโลกที่เราไม่เคยเห็น ได้เห็นมุมมองและการตอบสนองของคนในภาพ  อย่างน้อย ภาพก็เล่าเรื่องว่าขอบฟ้าไปเล่นกับใครมาบ้าง และคนรอบตัวของฟ้ามีอัธยาศัยที่ดีน่ารักเพียงไร

 

100_3396

100_3402

100_3403

100_3400

100_3410

100_3408

100_3413

100_3417

100_3418

100_3419

100_3426

 

เมื่อได้ดูจนจบวันของขอบฟ้า สิ่งที่สังเกตุและเพิ่งจะได้รับรู้ก็คือ มุมมองของเด็กที่มองผู้ใหญ่เป็นมุมเงยเสมอ   แม้จะเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่เราก็ลืมไป  แอบคิดไปว่าการพูดคุยกับเด็ก หากเราย่อตัวไปคุยกับเขาในระยะที่เขาไม่ต้องเงย เราอาจได้ความไว้วางใจ ความเป็นเพื่อน และความสบายใจมากยิ่งขึ้น

 

การสแกนฟิล์มด้วยเลนส์มาโครและกล่องไฟ

การถ่ายภาพด้วยฟิล์มในยุคดิจิทัลยังเป็นสิ่งที่มีลมหายใจอยู่  เมื่อก่อนในวันที่เป็นยุคทองของฟิล์ม เราถ่ายภาพ แล้วส่งล้างอัด แล้วก็ได้ภาพมาดูเป็นเล่ม  มันสะดวกมากสำหรับฟิล์มสี  ส่วนฟิล์มขาวดำก็ต้องล้างฟิล์มแล้วสั่งอัดภาพ  แต่การอัดภาพด้วยร้านถ่ายภาพสีทั่วไป ภาพสีขาวดำก็จะออกมาดูไม่น่ามอง  ภาพขาวดำที่ีสวยก็ต้องเป็นการอัดภาพลงบนกระดาษขาวดำแท้ๆเท่านั้น

แต่บางคนก็ไม่สามารถอัดภาพได้เอง  ต้องอาศัยวิธีสแกนภาพแล้วดูในคอมพิวเตอร์  หรือ ดูในมือถือแทนโดยไม่ต้องอัดบนกระดาษจริง  ยิ่งยุคนี้เป็นยุคโซเชียลเน็ตเวิร์ค อยากมีภาพเป็นไฟล์เพื่อส่ง เพื่อแชร์ให้เพื่อนดูกันทั้งนั้น  การเอาภาพจากฟิล์มขาวดำก็ต้องใช้วิธี สแกน  ร้านถ่ายภาพทั่วไปก็มีบริการรับสแกน  แต่ค่าใช้จ่ายก็แพงขึ้นกว่าเดิม  ไหนๆเราก็มีกล้องดิจิทัลกันอยู่แล้ว ก็ลองใช้อุปกรณ์ของเราสแกนฟิล์มเลยดีกว่า ซึ่งกล้องดิจิทัลที่มีเลนส์มาโครหรือเลนส์ถ่ายใกล้ๆได้จะสามารถนำมาใช้สแกนฟิล์มได้  วิธีนี้ ประหยัด ไม่เสียเงินซักบาท  แต่อาจเสียเงินซื้อเลนส์มาโครแทน

scan-bw-IMG_0205

ให้จัดการเซ็ทอัพอุปกรณ์ตามนี้  ใช้กล่องพลาสติกขนาดใหญ่ หรือ เล็กก็ได้ แต่ในภาพของผมจะใช้กล่องใหญ่เพราะตั้งใจจะใช้ถ่ายฟิล์มทั้งม้วนเลย  โดยการเอากล่องขาวขุ่นมาวางพื้น แล้วเอาฟิล์มบางบนกล่อง  หาของทับฟิล์มให้เรียบแนบไปกับกล่อง  กล่องขาวขุ่นนี้ผมซื้อจากร้านขายอุปกรณ์แต่งบ้าน มันถูกขายเป็นถังขยะสีขาว ผมเห็นแล้วก็ถูกใจเลยสอยมาใช้  ส่วนแสงสว่างที่ส่องในกล่อง ผมใช้แฟลชเก่าๆตัวนึงที่ทำงานได้ แล้วต่อชุดส่งสัญญาณแฟลชไร้สาย หรือ ไวเลสทริกเกอร์  โดยตัวส่งสัญญาณจะเสียบอยู่กับกล้องถ่ายภาพ  ตัวรับสัญญาณจะต่อกับแฟลช  เมื่อเรากดถ่ายภาพ แสงแฟลชก็จะทำงาน ส่งผลให้กล่องเรืองแสง

IMG_0198

ดูใกล้ๆก็จะเป็นแบบนี้  เราถ่ายภาพฟิล์มขาวดำด้วยกล้องดิจิทัลโดยตรงได้เลย  ภาพที่ได้ก็จะเป็นภาพแบบที่ตาเห็น คือ เป็นภาพดูไม่ค่อยรูัเรื่อง สีสันก็เป็นแบบตรงกันข้าม   หากเราจะสแกนภาพจากฟิล์มแค่บางภาพ เราก็ถอดฟิล์มจากซองมาวางบนกล่อง แล้วใช้เลนส์มาโครถ่ายภาพซะเลย

DSCF7049

ถ้าเราจะสแกนฟิล์มขาวดำทั้งม้วน โดยให้เรียงตัวสวยๆเหมือนภาพ คอนแท็คปริ๊นท์ หรือcontact print ก็ใช้ใช้วิธี วางซองฟิล์มทั้งซองบนกล่องขาวขุ่นนี้เลย นี่คือเหตุผลที่ผมเลือกใช้กล่องขนาดใหญ่ เพราะต้องการถ่ายภาพฟิล์มทั้งม้วน ซึ่งใช้พื้นที่ใหญ่พอสมควร กล่องใหญ่ก็จะได้เปรียบคือทำงานคอนแท็คปริ๊นท์ได้นั่นเอง

DSCF7210

ภาพฟิล์มทั้งม้วนที่ถ่ายด้วยกล่องไฟจะเป็นแบบนี้  เมื่อถ่ายภาพได้แล้ว ก็เอาภาพ jpg ที่ได้มา ไปปรับค่าต่อในโฟโต้ช็อป โดยการสั่ง invert เพื่อกลับภาพจากดำเป็นขาว และ ขาวเป็นดำ  และทำการปรับระดับสีดำ และสีขาวให้สมจริง เราก็จะได้ภาพสีปกติออกมา

 

DSCF7210-contactsheet 20jul2012

แค่นี้เราก็ได้ภาพคอนแท็คปริ๊นท์ที่ดูคลาสิคมากออกมา  เราสามารถปริ๊นท์ภาพนี้เก็บไว้เป็นภาพโชว์ได้เลย  ขนาดภาพของคอนแท็คปริ๊นท์ในอดีตจะใหญ่เท่าจริง คือฟิล์มเรามาใหญ่แค่ไหน คอนแท็คปริ๊นท์แท้ๆก็จะใหญ่เท่านั้น

คราวนี้เราจะมาสแกนบางภาพที่เราต้องการบ้าง  บางภาพที่เราต้องการนี้ก็อาจจะเป็นภาพที่เราตั้้งใจจะโพสท์หรือตั้งใจจะเอาไปอัดขยายให้ใหญ่  เราก็จะทำการถ่ายฟิล์มที่ต้องการแค่ภาพเดียว ซึ่งการถ่ายฟิล์มแค่ภาพเดียวเราจะต้องใช้เลนส์มาโคร เพื่อให้สามารถถ่ายภาพฟิล์ม 1 ภาพให้ใหญ่เกือบเต็มเฟรมของกล้องดิจิทัล

IMG_0284

ภาพที่ถ่ายได้จากเลนส์มาโครจะทำให้เราได้ชิ้นฟิล์มค่อนข้างใหญ่  จริงๆเราสามารถใช้เลนส์มาโครระดับ 1:1 เพื่อถ่ายชิ้นฟิล์มได้ใหญ่กว่านี้  แต่ผมชอบภาพที่เห็นรูหนามเตยของฟิล์ม เพราะทำให้ภาพดูน่ามอง ดูเท่ห์กว่า  ก็เลยถ่ายแบบให้เห็นขอบฟิล์มเยอะหน่อย   จากนั้นก็เอาภาพมากลับสีด้วยคำสั่ง invert ในโปรแกรมโฟโต้ช็อป ซึ่งถ้าใครถนัดโปรแกรมอื่น หรือ ถนัดใช้ app ในมือถือ ก็แล้วแต่สะดวก  เมื่อกลับสีแล้วก็จัดการปรับค่าดำ ค่าขาว ในภาพให้ดูสมจริง ดูเป็นภาพขาวดำปกติ

IMG_0284bw

ออกมาได้แบบนี้เลย  ภาพลูกชาย วันแรกที่เกิด  ฟิล์ม lucky กล้องไลก้า minilux ล้างฟิล์มเอง สแกนเอง ภูมิใจเอง

 

การถ่ายภาพสินค้าด้วยแฟลช

เทคนิคการถ่ายภาพสินค้าแบบที่ได้คุณภาพ และ ได้ประสิทธิภาพทำงานได้เร็ว คือการถ่ายภาพสินค้าในกล่องไฟ  กล่องไฟในที่นี้คือกล่องที่มีผนังด้าน ซ้าย ขวา และเพดาน โปร่งแสง สามารถปล่อยให้แสงแฟลชมากระทบแล้วเรืองแสงให้ความสว่างแก่สินค้าได้  โดยกล่องไฟในภาพตัวอย่างนี้เป็นกล่องกระดาษใบใหญ่ ดัดแปลงตัดฝาผนังซ้าย ขวา และเพดานให้เป็นช่อง แล้วติดด้วยกระดาษไขบางๆ

 

IMG_0498

 

การจัดแสงผมเลือกใช้แฟลยิงด้านซ้าย และขวาอย่างละตัว  โดยด้านซ้ายผมยกแฟลชให้สูงขึ้น เพื่อให้แสงจากแฟลชไปกระทบกล่องทั้งด้านซ้าย และด้านบน  คือใช้แฟลชตัวเดียวเพื่อส่องแสงให้โดนกล่องสองด้าน  ส่วนด้านขวาก็ใช้แฟลชอีกตัวหนึ่งยิ่งตรงๆเข้าไปที่ผนังกล่องเลย  ภาพแรกนี้เป็นภาพของการเซ็ทอัพ  ยังไม่ได้ยิ่งแฟลชจริงๆ  แสงสว่างที่อยู่บนแฟลชเป็นไฟนำ หรือ ไฟส่องสว่างบอกทิศทาง ซึ่งจะติดตลอดเวลาที่ทำงาน  แต่เราก็สามารถปิดไฟนำได้  ศัพท์ฝรั่งเรียกไฟนำว่า model light

การส่งสัญญาณแฟลช ผมใช้ ทริกเกอร์  โดยตัวส่งจะไปเสียบที่ช่องเสียบแฟลชบนกล้อง และตัวรับสัญญาณอยู่ที่แฟลชตัวซ้าย  กล้องที่ใช้ถ่ายเป็นกล้อง canon eos 6d เลนส์ 24-105mm ปรับโหมด M ความไวชัตเตอร์ตอนถ่ายด้วยแฟลช 1/125 วินาที รูรับแสง f13   เลือกค่า iso 200  แล้วปรับกำลังของแฟลชทั้งซ้ายและขวาให้ภาพสว่างพอดี  แฟลชทุกตัวจะปรับกำลังไฟได้  ผมเลือกให้แฟลชทำงานที่กำลังไฟไม่ถึงครึ่ง หรือ ไม่เกิน 50% ด้วยเหตุผลว่า ถ้าเราใช้กำลัง 100% แฟลชจะยิงแสงออกไปจดหมดพลัง แล้วต้องประจุไฟฟ้าหรือชาร์จไฟใหม่หลายวินาที  การยิงแค่ครึ่งเดียว เวลาชาร์จไฟเข้าไปใหม่ก็น้อยลงไปครึ่งนึง ซึ่งใช้เวลาเพียง 1 วินาที สำหรับการยิง 50%  และแฟลชตัวขวาก็ทำงานโดยการอาศัยเซ็นเซอร์ในตัวที่จะยิงแฟลชตามการกระพริบของแฟลชตัวอื่น คนไทยเรียกว่าระบบ ตาแมว  ฝรั่งเรียกว่า  optical slave

 

IMG_0497

 

เมื่อยิงแสงแฟลชแล้ว ภาพจะเป็นแบบนี้  แสงสว่างจากแฟลชทั้งสองดวงจะวิ่งไปกระทบกล่อง ทำให้กระดาษไขเรืองแสง แล้วกลายเป็นแสงนุ่มๆให้กับวัตถุในกล่อง  เมื่อตั้งกำลังไฟได้ระดับที่ต้องการแล้ว ก็เร่ิมถ่าย จัดองค์ประกอบจริงๆที่จะใช้

IMG_0481

IMG_0492

 

 

IMG_0494

 

ภาพขนมในชามสีชมพูเป็นสินค้าที่ผมต้องถ่ายเพื่อไปใช้ทำกล่อง  งานถ่ายภาพสินค้าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการขายของ ไม่ว่าจะขายในห้าง หรือขาย online การถ่ายภาพให้ได้ดังใจ  การถ่ายภาพโฆษณาให้มีคุณภาพเป็นสิ่งที่ช่างภาพทุกคนควรได้ฝึกฝน  และเทคนิกการถ่ายก็สามารถหาอ่านไม่ยาก  ยุคนี้กล้องดิจิทัลราคาถูก ไฟแฟลชสำหรับการถ่ายภาพสินค้าก็ราคาถูก เพราะเราไม่จำเป็นต้องใช้แฟลชตัวใหญ่  ลำพังเพียงแค่แฟลชตัวเล็กที่ใช้ติดบนช่องเสียบแฟลชของกล้องก็สามารถรับคำสั่งจากทริกเกอร์ไร้สายได้ก็สามารถทำงานนี้ได้เช่นกัน

 

 

กล้องติดรถยนต์

กล้องติดรถยนต์เป็นของจำเป็นในยุคอินเทอเน็ต  รถส่งของที่โรงงานก็ตัดสินใจติดเพื่อให้มีพยานหลักฐานตอนที่เกิดอุบัติเหตุ และป้องกันการถูกคุกคามจากคนพาลที่อาจจะหาเรื่องเราได้ตลอดเวลาบนท้องถนน  กล้องที่ผมใช้ก็เลือกจากคนขายที่เขาดูน่าเชื่อถือโดยเลือกซื้อจากโชว์รูมรถยนต์ซูซูกิ สาขาถนนจอมทอง ซึ่งอยู่แถวบ้าน  เขารับบริการติดรถซูซูกิและรถยี่ห้ออื่นๆด้วย  ราคา 2990 บาท

IMG_20170529_102359

IMG_20170526_140134

 

ตัวอุปกรณ์จะเป็นแผ่นกระจกมองหลังที่มีจออยู่ภายใน กล้องถ่ายหน้ารถจะอยู่หลังกระจก นำทั้งชิ้นไปติดทับกระจกมองหลังของรถยนต์ได้เลย  ส่วนกล้องหลังจะเป็นโมดุลให้นำไปติดที่ด้านหลัง บริเวณใกล้ๆป้ายทะเบียน แล้วเดินสายเข้ามายังจอภายในรถ  การติดตั้งทั้งหมดทำที่โชว์รูมเลย  คุณภาพงานติดตั้งก็เรียบร้อยดี เก็บสายภายในได้เรียบร้อยแทบไม่เห็นเลย นอกจากไฟเลี้ยงของกล้องที่ใช้ต่อกับที่จุดบุหรี่ภายในรถยนต์เท่านั้น

IMG_20170529_112036

 

 

คุณภาพของภาพที่บันทึกก็ออกมาอยู่ในเกณฑ์ที่ดี มองรู้เรื่อง  กล้องหน้าบันทึกภาพ Fullhd กล้องหลังบันทึกระดับ Dvd   การบันทึกจะเก็บภาพวิดีโอลงบนแผ่น  Micro-sd ขนาดที่แถมมากับกล่องก็คือ 16gb ไฟล์ภาพจะได้สองไฟล์พร้อมกัน คือ ไฟล์ของกล้องหน้า กับไฟล์ของกล้องหลัง เลขไฟล์เดียวกันแต่กล้องหน้าจะมีคำว่า A  กล้องหลังจะมีคำว่า B อยู่ในชื่อ  นอกจากจะได้บันทึกเพื่อป้องกันภัยแล้ว ยังได้ใช้งานเป็นกล้องถอยหลัง เวลาถอยจะได้มองเห็นว่าอะไรอยู่ท้ายรถบ้าง การถอยจอดแบบมีกล้องจะช่วยลดอุบัติเหตุการเฉี่ยวชนลงได้  เป็นความสะดวกของคนขับรถทุกคน  นอกจากรถส่งของแล้ว ก็ยังติดรถส่วนตัวคันอื่นได้ด้วย ในบ้านผมติดไปสามคันแล้ว

 

ภาพจากกล้องหน้า

ภาพจากกล้องหลัง

 

รีวิว nikon fm2n + 35-70 macro ais + fuji c200

กล้อง nikon fm2n เป็นกล้องแมนน่วลโฟกัสรุ่นที่ได้รับความนิยมอย่างมากในตลาดโลกและประเทศไทยในยุคของฟิล์ม  ช่างภาพอาชีพในไทยที่อายุระดับ 50+ เป็นรุ่นที่น่าจะเคยจับ เคยใช้ nikon fm2 ตัวนี้มากันทุกคน  โดยเฉพาะสายนักข่าว สายงานพิธีต่างๆ  และกล้องตัวนี้ก็มาอยู่ในบ้านผมเมื่อยี่สิบปีที่แล้วโดยได้มาจากร้านขายกล้องมือสอง วันที่ผมซื้อกล้องตัวนี้เข้าบ้าน เป็นการซื้อให้น้องชายเอาไปเรียนถ่ายภาพที่มหาวิทยาลัย ผมในวันนั้นยังไม่ได้หัดถ่ายรูปเลย  แค่ถามเพื่อนที่รู้เรื่องว่าจะซื้อกล้องไปเรียนต้องซื้อตัวไหน

IMG_0290

IMG_0425fotogear-r

เลนส์ 35-70 macro ais เป็นเลนส์ซูม คุณภาพดีและทนมาก  เลนส์ตัวนี้จะเป็นโลหะทั้งตัว และค่า f จะเริ่มที่ 3.3-4.5  ซึ่งถ้าเป็นบอดี้พลาสติกที่ดูราคาถูกและบอบบางกว่านี้ ค่า f ประจำตัวเลนส์จะเป็น 3.5-4.5 แต่ตัวที่ผมใช้จะเป็นค่า 3.3 เริ่มต้น และมีคำว่า macro อยู่บนเลนส์ด้วย   ตอนเพื่อนช่วยเลือกก็เลือกตัวแพงให้เลย

IMG_20170423_084444_245

กล้องและเลนส์ตัวนี้อยู่กับน้องชายผม 1 เทอม และก็วางให้ฝุ่นกิน  พอผมตัดสินใจหัดถ่ายภาพ ก็ลองเอามาใช้ และก็ติดตัวมาตลอดจนถึงทุกวันนี้  เนื่องจากเป็นกล้องฟิล์ม เลนส์มือหมุน ทำให้มันเป็นอุปกรณ์ที่คงกระพัน ท้าทายกาลเวลาอย่างมาก  แม้ว่าตอนที่ผมหัดถ่ายภาพจริงๆ จะไปซื้อกล้องออโต้โฟกัสใช้  และตอนรับงานก็ใช้ออโตโฟกัสพร้อมเลนส์เกรดโปรสาย canon ทำงาน  แต่ nikon ชุดนี้ผมก็แอบใช้อย่างสม่ำเสมอ  ยิ่งในตอนที่เดินทางไปเที่ยวแบบเน้นน้ำหนักเบา ก็จะวาง canon ไว้ที่บ้านและพก nikon กับเลนส์สักตัวไปเท่านั้น

IMG_20170424_165503_451

เมื่อฟิล์มเสื่อมความนิยม  และกล้องดิจิทัล DSLR ก็ราคาถูกลงจนทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้ ผมก็แทบจะเลิกใช้ เลิกซื้อฟิล์มไปแล้ว  ฟิล์มที่ซื้อไว้ถ่ายงานเมื่อปี 2005 ป่านนี้ยังใช้ไม่หมดเลย  เคยลองเอามาถ่ายในช่วงปี 2016 ก็พบว่าฟิล์มเน่าจนเก็บภาพไม่ได้แล้ว ให้สีสันในภาพได้แย่สุดๆ  ควรจะทิ้งไปจริงๆ  แต่ปีนี้ 2017 ผมได้ลองซื้อฟิล์มมาใหม่  และก็เป็นที่มาของการลองถ่ายเล่นๆในรีวิวนี้

000032

000033

000031

000019

000005

กล้อง nikon fm2n   เลนส์ nikon 35-70macro  ฟิล์ม fuji200  ล้างและสแกนภาพที่ร้าน a&b ย่านลาดพร้าว  ภาพฟูจิออกมาได้โทนสีฟ้า ดูไม่สดใสในแบบที่ผมเคยเห็นสมัยสิบปีที่แล้ว  ยังไม่รู้เหตุผลว่าเป็นการเปลี่ยนบุคลิกสีโดยฟิล์มเองที่เป็นรุ่นใหม่  หรือ เป็นสีของเครื่องสแกน  เพราะเท่าที่เคยจำได้ สีจากฟิล์มฟูจิรุ่นตลาดๆ จะให้สีที่ดูอุ่นและฉูดฉาดกว่านี้

IMG_20170408_105420_647

 

สรุป

เวลาที่ผ่านมาสัก 20 ปี nikon fm2n พร้อมเลนส์ 35-70 ตัวนี้ ยังคงทำงานได้ดี  ในปีหลังๆนี้ เริ่มมีจังหวะชัตเตอร์ติดขัดบ้าง ซึ่งก็แก้ปัญหาด้วยการเปิดฝาด้านล่างแล้วใช้นิ้วเขี่ยกลไกข้างในนิดหน่อย ก็กลับมาเป็นปกติ  อาการนี้นานๆจะเกิดขึ้นสักครั้ง  คาดว่าเป็นเพราะไม่ได้ใช้งานบ่อยๆนั่นเอง  ถ้าใช้เป็นประจำคงไม่เกิดอาการนี้    นอกจากเลนส์ตัวนี้แล้ว ยังสามารถเลือกใช้เลนส์อื่นๆได้อีกมาก ผมยังเคยใช้ 135f2.8 ais ด้วย ภาพจากเลนส์เทเล 135 ตัวนี้ให้ภาพคมชัดในฉากหลังนุ่มละมุนมากๆ  ถ้าไม่ใช่ 135f2.8ตัวนี้ ตัวถัดไปที่จะใช้แทนคือ ef 70-200f2.8L ที่ใหญ่เท่ากระบอกข้าวหลาม

IMG_20180324_092648

แถมภาพจากเลนส์ nikon 135f2.8 ais ให้อีกภาพครับ

ในแง่ของความสนุกในการถ่ายภาพ  กล้องชนิด แมน่วล ยังคงเป็นเครื่องมือสำหรับช่างภาพทุกระดับฝีมือ การถ่ายภาพต้องการสมองในการคิดอ่าน และใช้กล้องเพียงแค่ กดชัตเตอร์ด้วยสปีด และรูรับแสงเท่าไหร่ แค่นั้นจริงๆ  กล้องที่ดีที่สุดคือกล้องที่อยู่ในมือเรา  จะถูก จะแพงก็แล้วแต่ความถูกใจของคนซื้อ ส่วนสำคัญของภาพ อยู่ที่หัวคิดของเราเอง  หากจะหากล้องคู่ใจ ติดตัวไปในทุกสภาพอากาศและทุกทริปเดินทาง กล้องแมน่วลแบบ fm2 ให้ภาพได้แน่นอน

 



ภาพที่ขายได้ใน gettyimages ผ่าน eyeem

688071359

691099077

 

705347111

2017-07-20_11-32-57

การส่งภาพขายในเว็บ eyeem.com ช่วยทำให้ภาพของเราถูกนำไปวางขายใน gettyimages.com โดยอัตโนมัติ  โดยทาง gettyimages.com จะคัดเลือกภาพด้วยสต๊าฟของตนเองและนำไปตั้งชื่อ ใส่คีย์เวิร์ดใหม่ทั้งหมด  ดังนั้น ภาพที่ผ่านการคัดเลือกจะถือเป็นภาพที่มีศักยภาพในการขาย  และภาพเหล่านี้คือภาพที่เริ่มมียอดขายจาก gettyimages.com

 

เพิ่มเติม ภาพที่ค่อยๆขายได้ บางเดือนก็สามภาพ บางเดือนก็ไม่มียอดเข้าเลย  แต่ก็เปิดมานานๆทีก็มีภาพขายได้