รีวิว canon eos 6d + 70-200 f2.8

กล้อง canon eos 6d อยู่กับผมมาหลายปี ผมแทบไม่เคยเขียนรีวิวเกี่ยวกับกล้องตัวนี้เลย หาสาเหตุไม่ได้เลยว่าทำไมถึงไม่มีการเขียนรีวิวกล้องตัวนี้ ทำไมถึงลืมที่จะพูดถึงกล้องตัวนี้ ทั้งๆที่มันเป็นกล้องที่ช่วยให้ผมสนุกกับการถ่ายภาพและใช้หาเงินได้ในบางโอกาสที่ว่างไปรับงาน

IMG_0074

ทุกครั้งที่หยิบ eos 6d ออกมาผมจะใช้มันอย่างมั่นใจ มันเป็นกล้อง fullframe ที่มีเซ็นเซอร์รับภาพเท่ากับฟิล์มถ่ายภาพ 135 ซึ่งเป็นความคุ้นเคยมาตั้งแต่สมัยที่หัดถ่ายและรับจ้างถ่ายภาพด้วยฟิล์ม การฝึกฝนเรื่องการวัดแสง การจัดองค์ประกอบภาพด้วยเลนส์ระบบเดิมตั้งแต่สมัยใช้ฟิล์ม ทำให้การใช้กล้อง DSLR ในมือเป็นไปอย่างราบลื่นไร้รอยต่อ ก่อนจะเป็น eos 6d ต้องย้อนไปถึงตอนที่ได้กล้อง eos 5d มาครั้งแรก ผมไม่ได้อ่านคู่มือ ไม่ได้รู้ข้อมูลทางเทคนิคเลยด้วยซ้ำ ไม่รู้แม้แต่ว่ากล้องมีจุดโฟกัสกี่จุด และมีขนาดภาพเท่าไหร่ และมาถึง eos 6d ก็ทำเหมือนกันคือ ได้มาก็ใช้เลย ไม่ได้รู้สเป็ค ไม่ได้สนใจตัวเลขใดๆ รู้แค่ว่า กล้องตั้ง iso ยังไง และใส่เลนส์เดิมออกไปถ่ายเลย

IMG_0065

กล้องตัวนี้ถูกใช้งานมานานหลายปี และแบตเตอรี่ก้อนแรก ก้อนเดิมยังคงอยู่และใช้งานอยู่ก้อนเดียว ตอนที่ได้กล้องมาใหม่ๆ ผมถือ eos 6d ไปรับจ้างถ่ายภาพงานแต่งงานคู่กับกล้อง eos 5d ในใจก็คิดว่ามันเหมือนกัน ก็โฟกัสถ่ายภาพไปเรื่อยๆ แต่พอใช้คู่กันจริงๆก็พบความจริงที่ว่า eos 6d ให้ภาพสวยกว่า ถ่ายภาพในสภาพแสงน้อยได้สุดยอดมาก ในห้องโถงของโรงแรมแสงน้อยๆ eos 6d ถ่ายภาพได้อย่างไม่มีปัญหาใดๆ iso กล้องขึ้นสูงได้โดยภาพยังดูดีอยู่ รวมกับเลนส์ 24-105 f4 is ที่มีระบบกันสั่น ทำให้กล้องยังคงทำงานได้ต่อเนื่อง สปีดชัตเตอร์ต่ำไปบ้างก็ยังมี is ช่วยไว้ ในงานแต่งงานที่เป็นงานแรกของ eos 6d กล้องถ่ายภาพไปประมาณ เกือบ 1000 ภาพ และแบตยังไม่หมด ปลาบปลื้มมากๆ กล้องมีคุณภาพสูงและใช้พลังงานน้อยอย่างเหลือเชื่อ จบจากวันรับงาน ผมก็ขาย eos 5d ทิ้งทันทีเลย เพราะมั่นใจว่า eos 6d ตัวเดียวก็รับงานแต่งงานได้ 6 ชั่วโมงสบายๆ

IMG_0019

eos 6d อยู่กับผม ใช้งานร่วมกับ 24-105f4L และ 70-200f2.8 มาตลอด มีเลนส์ 85f1.8 และ macro100 เข้ามาเพิ่มอีก ทำให้มันทำงานได้ในทุกสถานการณ์ ทุกงาน และมันก็ถ่ายภาพในงานแต่งงานที่ต้องถ่ายภาพหลายร้อยภาพได้อย่างไม่บกพร่อง และในการถ่ายเล่นในชีวิตประจำวันมันก็ทำหน้าที่ของกล้องได้เกือบจะสมบูรณ์แบบ ผมนึกไม่ออกว่าจะติดขัดเรื่องอะไรกับ eos 6d

IMG_7446

การถ่ายภาพชีวิตคนสักคนหนึ่งด้วยเลนส์ 70-200 f2.8 เป็นแนวทางที่ได้ภาพที่ดีสุดยอดในความคิดผม กล้องและเลนส์ชุดนี้ให้ภาพได้สวยชวนฝัน แม้ว่าจะถ่ายเป็น jpg ก็ยังเป็นภาพที่ดี ผมถ่ายด้วย raw น้อยมาก เพราะลำพังเพียง jpg ที่ออกจากกล้องก็เพียงพอต่อความรู้สึกแล้ว โฟกัสชัดที่คนแล้วปล่อยฉากหลังให้เบลอ ผมใช้รูรับแสง f2.8 เสมอเมื่อใช้เลนส์ตัวนี้ คุณภาพเลนส์ L เป็นของคุณภาพสูงลิบ และให้ภาพที่ดีจนผมไม่เคยสนใจจะใช้เลนส์ฟิกส์เลย ยกเว้นแต่บางเวลาที่อยากพกของเบาหน่อยเท่านั้น

IMG_0067

เวลาไปเจอสถานการณ์บางอย่างที่รู้สึกว่าต้องได้ภาพที่ประทับใจกลับไปสักภาพให้ได้ ก็จะหยิบเลนส์ 70-200 f2.8 ตัวนี้มาติดกับกล้อง eos 6d แล้วก็ปล่อยให้เหตุการณ์สวยๆผ่านหน้ากล้อง แล้วก็กดชัตเตอร์ ภาพสวยในจังหวะสุดยอดก็อยู่ในความทรงจำ และอยู่ในเมมโมรี่ และสุดท้ายก็อยู่ในเว็บ อยู่ในที่เก็บภาพ online ลูกชายผมเป็นนายแบบประจำกล้องมาตั้งแต่เกิด และทุกครั้งที่อยากได้ภาพดีสุดๆ ก็จะใช้กล้องและเลนส์คู่นี้ ซึ่งไม่เคยผิดหวังเลย

IMG_0033

รูรับแสง f2.8 เป็นรูรับแสงที่ให้ภาพสวยมาก สวยจนไม่อยากให้แสงหมดเลย สภาพแสงที่แดดไม่แรงเกินไป หรือไม่น้อยเกินไป ทำให้กล้องสามารถใช้ความไวชัตเตอร์ที่สูงเพียงพอจะหยุดการเคลื่อนไหวของแบบได้ และภาพ action สวยๆ จากสระว่ายน้ำก็โผล่มาให้เราดู กล้องกับเลนส์ก็เก็บภาพได้สมบูรณ์แบบ ผมเข้าใจช่างภาพกีฬาเลยว่าเลนส์ติดกล้องของพวกเขาจะเป็น 70-200 แน่นอน

IMG_0214

ภาพ portrait ครึ่งตัวเป็นของง่ายของคู่หูกล้องและเลนส์ชุดนี้ แถมยังคงจัดองค์ประกอบด้วยการซูมได้อีกทำให้เลือกคร็อบตัวแบบได้ตามใจ ภาพหน้าชัด หลังเบลอที่สวยๆมักจะมาจากการถ่ายภาพครึ่งตัวที่ให้ตัวคนชัดเป๊ะและฉากหลังไกลๆออกไปเบลอจนละลายดูนุ่มนวล และหากแสงไม่ได้มีแดดแรงๆ ฉากหลังจะยิ่งสวยกว่าแดดจัด

fisherman2-IMG_8257

การถ่ายภาพด้วยเลนส์เทเลซูมจะให้ภาพสวยยิ่งขึ้นหากเราถือเลนส์ให้อยู่ในระดับเดียวกับสิ่งที่เราจะถ่าย หลายครั้งที่ผมต้องลงไปนั่งหรือนอนถ่ายภาพ อย่างภาพคู่แม่ลูกที่ชายหาด ผมก็นอนถ่ายอยู่เหมือนกับแบบ เพราะการถือเลนส์ให้ขนานแนวพื้น ประคองหน้าเลนส์ชี้ไปที่แบบจะทำให้ได้ภาพสวยที่สุด สวยมากกว่าการถือกล้องในท่ายืนแล้วก้มถ่าย และฉากหลังที่นุ่มเบลอในสภาพแสงที่ไม่มีแดดแรงๆก็ให้ภาพสวยน่ามอง

IMG_0149.JPG

จังหวะการถ่ายภาพที่จับรอยยิ้มของเด็กได้ทันตามใจนึก มาจากกล้องและเลนส์ที่ทำงานได้ทันกับความคิดมาจากกล้องและเลนส์ที่ประสิทธิภาพสูง จะเรียกว่ากล้องโปร เลนส์โปรก็ได้ สภาพแสงตอนเย็นที่พระอาทิตย์กำลังจะลับไป แสงสุดท้ายที่ยังมีเล็กน้อยหากเป็นกล้องยุคปี 2005 อย่าง eos5d เราอาจได้ภาพที่ไม่สวยเท่านี้ เพราะความไวชัตเตอร์ไม่สูงมาก เนื่องจาก iso ของกล้องเก่ายังไม่สูงนั่นเอง กล้อง eos 6d เป็นกล้องยุคใหม่ที่พัฒนาตัวรับภาพให้มีคุณภาพสูง แม้จะดัน iso ขึ้นสูงมากระดับ 3200 หรือ 6400 ก็ยังให้ภาพที่ดีได้ รวมกับเลนส์ f2.8 ก็ทำให้สภาพแสงยากๆกลายเป็นเรื่องง่าย

IMG_0169.JPG
leona-prewedding-dpp1-IMG_6286

ผมเคยไปรับงานถ่ายภาพครอบครัว พ่อแม่ลูก เดินเล่นที่สวนลุม ถ่ายภาพกันประมาณ 2 ชม. ตั้งแต่สภาพแสงดีๆ จนถึงแสงเกือบสุดท้ายของวัน งานถ่ายภาพจบแล้ว ผมกับแบบกำลังจะเดินแยกกันไป เราเดินผ่านทางเดินที่มีช่องว่างพอให้แสงอาทิตย์สีทองเข้มๆส่องทะลุเข้าไป ผมเดินไปดักรอให้แบบเดินผ่าน แล้วให้สัญญาณว่าให้เขาเดินช้าๆกันตรงจุดที่แสงส่อง พ่อแม่และลูกทั้งสองรู้งาน เพราะคุ้นเคยกับช่างภาพแล้ว ก็เดินผ่านแบบช้าๆ ปล่อยให้ช่างภาพเก็บภาพ แสงสุดท้าย เลนส์ 2.8 กล้อง eos 6d จบงานนี้ด้วยภาพสุดท้ายที่ผมชอบที่สุด ชอบยิ่งกว่าภาพที่ตั้งใจโพสท์ท่า ผมชอบภาพนี้จนอยากจะเป็นคนในภาพเสียเองเลย

กล้อง eos 6d เป็นกล้องที่สมบูรณ์แบบในยุคของมัน และยังคงน่าใช้งานต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน อะไรที่ตามองเห็นกล้อง eos 6d ก็เก็บภาพได้ตามที่เห็นจริงๆ ยิ่งรวมกับเลนส์ telezoom คุณภาพสูงอย่าง 70-200 f2.8 L ยิ่งทำให้การถ่ายภาพเป็นเรื่องง่ายและสนุก และคาดหวังผลลัพธ์เป็นภาพสวยๆ ข้อเสียเพียงข้อเดียวที่มีอยู่ในคู่หูชุดนี้ก็คือมันหนักมาก เป็นภาระในการพกพาจริงๆ คนที่จะสะพายชุดนี้รับจ้างทำงานต้องแข็งแรงมาก แต่มันก็คุ้มค่าที่จะเหนื่อยแบกไปจนจบงาน เพราะเมื่อเห็นภาพที่ได้ เราก็จะหายเหนื่อยได้เอง

รวมภาพที่ประทับใจที่ถ่ายด้วยเลนส์ตัวนี้

IMG_20191208_072805
dpp-rugby-8sep2019-IMG_0056

IMG_0114.JPG

IMG_0133.JPG

IMG_0366

IMG_0513

ทำปฏิทินขอบฟ้า 2019

ปฏิทินที่ใส่ภาพลูกเป็นสิ่งที่ทำทุกปี  โดยจะเลือกภาพที่เกิดขึ้นในแต่ละเดือนมาใส่ให้ตรงเดือน เมื่อใช้ปฏิทินในแต่ละเดือน ก็จะเห็นภาพของลูกในเดือนเดียวกันเมื่อปีที่แล้ว

ภาพเดือนมกราคมคือภาพที่พาขอบฟ้าไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ คลอง 5 รังสิต

ภาพเดือนกุมภาพันธ์เป็นภาพที่ถ่ายจากงานวิ่งของหนังสือไดโนรัน วิ่งที่สวนสิริกิติ์ จตุจักร

ภาพเดือนมีนาคมคือภาพที่ถ่ายที่สนามเรียนฟุตบอล  ขอบฟ้าลงแข่งนัดกระชับมิตร

ภาพเดือนเมษายนถ่ายในสระว่ายน้ำตอนไปเที่ยวหัวหิน ใช้กล้องฟิล์มใส่พลาสติกกันน้ำ

ภาพเดือนพฤษภาคมเป็นตอนที่ให้ขอบฟ้าดูดาวพฤหัสที่บ้านบางขุนนนท์

ภาพเดือนมิถุนายนถ่ายที่ร้านอาหารน้ำเคียงดิน เป็นการเลี้ยงครบรอบแต่งงานของพ่อกับแม่

ภาพเดือนกรกฎาคมขอบฟ้าไปเที่ยวเชียงใหม่และแวะไปดูโรงงานทำกระดาษสาจากขี้ช้าง

ภาพเดือนสิงหาคม ขอบฟ้าชอบการ์ตูนเรื่องปาร์แมนมาก และแต่งตัวเป็นปาร์แมนไปเที่ยวอยุธยา

ภาพเดือนกันยายนถ่ายที่โรงแรมมาริอ็อท บุคคโล ในงานแต่งงานของญาต

ภาพเดือนตุลาคมถ่ายที่พิพิธภัณฑ์หนังใหญ่วัดขนอน

ภาพเดือนพฤศจิกายนพ่อพาขอบฟ้าไปพบเดวิดเบ็คแฮมที่สนามฟุตบอลเมืองทอง

ภาพเดือนธันวาคมถ่ายที่หอดูดาวฉะเชิงเทราในกิจกรรมครอบครัวดาราศาสตร์

kobfa-calendar-2019e_Artboard-00-coverkobfa-calendar-2019e_Artboard-01kobfa-calendar-2019e_Artboard-02kobfa-calendar-2019e_Artboard-03kobfa-calendar-2019e_Artboard-04kobfa-calendar-2019e_Artboard-05kobfa-calendar-2019e_Artboard-06kobfa-calendar-2019e_Artboard-07kobfa-calendar-2019e_Artboard-08kobfa-calendar-2019e_Artboard-09kobfa-calendar-2019e_Artboard-10kobfa-calendar-2019e_Artboard-11kobfa-calendar-2019e_Artboard-12kobfa-calendar-2019e_Artboard-13 back

พาลูกดูดาว ที่ฉะเชิงเทรา

IMG_4844

หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ฉะเชิงเทรา จัดกิจกรรม ครอบครัวดาราศาสตร์ ในช่วง 15-16 ธันวาคม 2561 โดยการลงทะเบียนจอง มีโควต้า 120 คน กำหนดการเริ่มจองจะประกาศล่วงหน้า บ้านที่ส่งอีเมลจองทันเวลาจะได้รับสิทธิ์ได้เข้าร่วมกิจกรรม และจะต้องเตรียมเต๊นท์ไปเอง เพราะกิจกรรมจะนอนค้างที่หอดูดาว 1 คืน ปีนี้จัดเป็นปีที่ 2

ค่ายครอบครัวดาราศาสตร์2561
IMG_20181215_095818_1

หอดูดาวที่จัดงานอยู่ฉะเชิงเทรา ผมออกจากบ้าน 7.00 น. ขับรถแวะเติมน้ำมัน ขับไปเรื่อยๆเพราะไม่รู้เส้นทาง เปิด googlemaps ขับตามไปเรื่อยจนถึง มีเส้นทางแยกที่ทำให้สับสนนิดหน่อยแต่ก็ไปจนถึงทันเวลานัดหมาย กิจกรรมเริ่ม 9.00 น. วันเสาร์

IMG_20181215_090932
IMG_4907

กิจกรรมก็จะเน้นความรู้เกี่ยวกับดาราศาสตร์ มีเรื่องน่าสนใจหลายเรื่อง สิ่งที่ขอบฟ้าชอบมากที่สุดในแคมป์ครั้งนี้คือการได้ทำจรวดขวดน้ำ ได้ออกแบบ ได้คิด โจทย์ของจรวดขวดน้ำจะเพิ่มการบรรทุกไข่นกกระทาสองฟองไปกับจรวดด้วย ซึ่งจรวดที่วิ่งออกไปตกลงพื้นจะต้องไข่ไม่แตก เป็นโจทย์ที่ท้าทายมาก ขอบฟ้าเลือกที่จะให้สร้างจรวจแบบที่มีชิ้นส่วนร่อนลงจอดแบบมีร่มชูชีพ ทำให้การลงจอดของไข่ช้าลง ส่วนพ่อก็สร้างตามที่ลูกคิด

IMG_4783
IMG_4799
IMG_4800

อีกกิจกรรมที่ได้ความรู้ชั้นดีคือการสร้างดาวหาง ซึ่งมีส่วนประกอบทางกายภาพที่เหมือนดาวหางจริงๆ ในทางวิทยาศาสตร์ ดาวหางคือก้อนน้ำแข็งโสโครก การสร้างก้อนแบบนี้จะต้องใช้ สารอินทรีย์จากดิน กาแฟ น้ำ แอมโมเนีย น้ำแข็งแห้ง และสุดท้ายดาวหางก็อยู่ในมือพวกเรา ได้เห็น ได้จับ การเรียนรู้แบบนี้น่าจะได้รับการจดจำไปอีกนาน

IMG_4776

ได้ใช้กล้องดูดาวระดับกึ่งอาชีพ เป็นกล้องดูดาวขนาดใหญ่ โอบไม่รอบ ได้จับ ได้ปรับ ได้ทดลองใช้ตัวจริง กล้องดูดาวชนิดดร็อบโซเนียนรุ่นนี้ได้รับการแจกจ่ายไปยังโรงเรียนทั่วประเทศ นอกจากนี้การได้เห็นกล้องดูดาวยักษ์บนหอดูดาวซึ่งตัวกล้องมีเส้นผ่านศูนย์กลางของกระจกรับภาพ 0.7 เมตร เป็นเรื่องน่าตื่นเต้น ซึ่งตัวที่ใหญ่กว่านี้จะอยู่ที่เชียงใหม่โดยมีขนาด 2.4เมตร แต่แค่ 0.7 เมตรที่ฉะเชิงเทราก็สร้างความตื่นเต้นสำหรับคนดูได้มากอยู่แล้ว

IMG_4838
IMG_20181216_054455

การกางเต๊นท์ก็เป็นประสบการณ์ที่ดีสำหรับเด็ก เพราะได้เรียนรู้ว่าเราสามารถนอนพักที่ไหนก็ได้ไม่จำเป็นต้องพักโรงแรม ทริปนี้ยังขาดประสบการณ์การทำอาหารกินอีกเรื่องหนึ่งที่ยังไม่ได้ทำ เพราะทีมจัดกิจกรรมดูแลเรื่องของกินครบถ้วนทุกมื้อ อาหารว่างก็ครบ กาแฟมีตลอดเวลา นับว่าเป็นค่ายที่มีความพร้อมในการจัดงานดีมาก ขอชื่นชมทีมงานของหอดูดาวทุกคน

IMG_4752

สถานที่แห่งนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ มีท้องฟ้าจำลอง มีการฉายวิดีโอและสไลด์เกี่ยวกับดวงดาวต่างๆ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ให้ความรู้อีกแหล่งหนึ่งใกล้กรุงเทพ เหมาะกับการพาเด็กมาเที่ยวอย่างมาก

IMG_4822
IMG_4847
IMG_4876
IMG_4889
IMG_20181216_130817

สุดท้าย ไข่ในจรวดของขอบฟ้า ไม่แตก

ปฏิทินขอบฟ้า ปี 2019 หรือ พศ 2562

 

เป็นสิ่งที่ทำมาทุกปีกับปฏิทินที่ทำเองใช้เอง  เอาภาพถ่ายของขอบฟ้าในปีที่ผ่านมาไปทำภาพปฏิทินของปีถัดไป  อย่างเช่น เดือนมกราคมปี 2018 ขอบฟ้าไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ ได้ถ่ายภาพที่ชอบกลับมา (พ่อชอบ)  ก็เลยเอาภาพมาใช้ประกอบในปฏิทินปี 2019 นั่นเอง  ดังนั้นเมื่อดูภาพในปฏิทินก็จะได้เห็นภาพว่า เมื่อปีที่แล้วไปทำอะไรมา

 

ใช้เลนส์มาโครถ่ายภาพจากแผ่นฟิล์ม

การถ่ายภาพด้วยฟิล์มกำลังกลับมาฮิตอีกครั้งหนึ่งในช่วงปี พศ 2561 กล้องมือสองขายดิบขายดี กล้องรุ่นคลาสิคมีคนจับจองราคาค่าตัวขึ้นกันหลายสิบหลายร้อยเปอร์เซ็น และการถ่ายภาพด้วยฟิล์มก็จะต้องสแกนฟิล์มออกมาเพื่อดูหรือเพื่อแชร์ผ่านเฟสบุ๊ค ผ่านอินสตาแกรม การสแกนฟิล์มเราจะใช้บริการร้านล้างฟิล์มเป็นส่วนใหญ่ คือส่งฟิล์มไปล้างพร้อมกับขอให้สแกนให้ด้วย ค่าใช้จ่ายก็จะเป็นค่าล้างบวกกับค่าสแกน

Scan by macro lens

ฟิล์มสไลด์เป็นฟิล์มที่ให้ภาพตรงกับที่ตาเห็น คือสีสันปกติ การสแกนฟิล์มสไลด์นอกจากจะใช้เครื่องสแกนฟิล์มแล้ว เราก็ยังสามารถใช้เลนส์มาโครถ่ายภาพจากฟิล์มได้อีกด้วย การถ่ายภาพจากแผ่นฟิล์มนี้มีเทคนิคไม่ซับซ้อน เพียงใช้เลนส์มาโครที่สามารถถ่ายภาพด้วยอัตราขยาย 1:1 และใช้แหล่งกำเนิดแสงสีขาวส่องผ่านฟิล์มจากด้านหลังเท่านั้น บางคนอาจจะใช้แสงธรรมชาติ แต่ในบทความนี้จะใช้แสงจากแฟลช

Scan by macro lens

เนื่องจากไม่อยากจะใช้ขาตั้งกล้องเลยเลือกใช้แฟลชแทน ผมเอาฟิล์มหนีบไว้ด้วยกล่องกระดาษ แล้ววางไว้ใกล้ๆกับผนังสีขาว ให้มีระยะห่างจากผนังประมาณ 1 ฟุต แล้วใช้แฟลชต่อกับทริกเกอร์หรือตัวส่งสัญญาณไร้สาย เมื่อกดชัตเตอร์แฟลชจะทำงาน แสงจากแฟลชจะวิ่งไปชนกำแพงแล้วกระจายแสงออกมา ฟิล์มก็จะสว่างและได้เป็นภาพบันทึกไว้ในกล้อง สปีดการถ่ายภาพผมตั้งไว้ที่ 1/125 วินาที ความไวแสงตั้งไว้ที่ iso 400 รูรับแสง f16 กล้อง canon eos 6d เลนส์ canon macro100

IMG_0362

ภาพที่ได้มีสีสันที่ตรงกับฟิล์ม แต่ก็มีหลายจุดที่ควรจะปรับปรุงให้ภาพมีคุณภาพมากขึ้น เช่น

  1. ฝุ่นต่างๆบนฟิล์ฒจะพบเห็นจำนวนมาก เราควรทำความสะอาดปัดฝุ่นให้เกลี้ยงก่อนถ่ายภาพ
  2. ภาพเอียง มีกรอบภาพสีดำโผล่อยู่ในเฟรม เนื่องจากเป็นการถือกล้องถ่าย ไม่ได้ใช้ขาตั้งกล้อง การถือกล้องเอียงหรือ ทำภาพเอียงเป็นเรื่องปกติของการไม่ใช้ขาตั้งกล้อง เพราะมือคนจะไม่นิ่งอยู่แล้วตามธรรมชาติ แม้ว่าจะต้องอาศัยการฝึกถือกล้องให้ตรง แต่จริงๆแล้วเราควรใช้ขาตั้งกล้องในการถ่ายภาพ

ถ้าเป็นไปได้เราควรจะใช้ขาตั้งกล้อง และทำอุปกรณ์เสริมมาหนีบฟิล์มเอาไว้ให้เป็นระยะที่ตายตัว เพราะจะทำให้เราสามารถถ่ายภาพแผ่นฟิล์มได้เร็วขึ้นและได้คุณภาพคงที่ในทุกๆภาพ ช่วยให้ประหยัดเวลาอย่างมาก

IMG_0367

IMG_0368

Scan by macro lens

ทำหนังสือนิทานข้าวหลาม

ที่โรงเรียนเพลินพัฒนา ห้องของขอบฟ้าจะมีกิจกรรม เผาข้าวหลาม อยู่ในกิจกรรมหลักที่ชื่อว่า “คุณค่า คุณข้าว” พ่อแม่ในห้องอนุบาล 3/4 ซึ่งเป็นห้องที่ใช้ชื่อว่า มังกรยิ้มแฉ่ง จะต้องสอนเด็กเผาข้าวหลาม ก็คือต้องสอนลูกของเราเผาข้าวหลามให้เป็น สิ่งที่จะใชัจัดงานก็มีอุปกรณ์ต่างๆมากมาย บรรดาพ่อแม่ในห้องก็ต้องนัดกันแบ่งงาน แบ่งของที่จะขนไปจัดงาน สิ่งหนึ่งที่ถูกคิดขึ้นคือ นิทานข้าวหลาม เป็นหนังสือเล่มเล็กที่จะอธิบายวิธีการทำข้าวหลาม ซึ่งจะต้องอธิบายให้เด็กเข้าใจ ทีมงานเลยคิดทำเป็นหนังสือนิทาน และหนังสือนิทานก็ออกมาเป็นหน้าตาแบบนี้

เตรียมงานกันหน้ามืด คนวาด คนจัดพิมพ์ มีเวลาทำกันไม่มาก แต่ก็ออกมาได้ใช้ทันเวลา อีกหน่อยถ้าจะทำหนังสือนิทานขายกันก็ไม่ยากแล้ว

พ่อแม่แต่ละบ้านต้องไปหาวิธีทำ หาข้อมูล หาวัตถุดิบ และลงมือ เราได้รู้ว่าไม้ไผ่ทำข้าวหลามจะต้องเป็นพันธุ์ที่มีเยื่อไผ่เยอะๆจะทำให้ข้าวเหนียวติดกับเยื่อดูสวยงาม เราได้รู้ว่าการทำให้ข้าวหลามสุกจะมีหลายวิธี และเราก็เลือกวิธีเผาในถังน้ำมันผ่าครึ่ง เราได้รู้ส่วนผสมของข้าวหลาม 1 กระบอกจะมีข้าวเหนียว กระทิ เกลือ น้ำตาล ส่วนถั่วแดงหรือถั่วดำเราเลือกไม่ใส่เพราะหลีกเลี่ยงเด็กที่อาจจะแพ้ถั่ว

ไม้ไผ่สีเขียวเราได้จากป่าไผ่ที่ราชบุรี เป็นไผ่สีสวยและมีเยื่อหนาเหมาะกับการทำข้าวหลาม การจัดสถานที่ใช้เวลาก่อนหน้างาน 1 วัน หลังจากจบงานเราใช้เวลาเก็บของประมาณ 4 ชั่วโมง เศษลวด เศษไม้ต่างๆที่อาจจะทำอันตรายกับเด็กเราก็พยายามเก็บให้เกลี้ยง เพราะหากมันหลงเหลืออยู่ในสนามหญ้า คนที่จะบาดเจ็บคือลูกของพวกเราเอง

IMG_4738

คอนเส็ปแคมปิ้งก็ต้องมีเต๊นท์ด้วย เต้นผ้าทันสมัยก็หอบมาใช้วางประดับสถานที่ จัดบรรยากาศให้ดูเหมือนเราไปพักแรมกลางป่า

IMG_4739

จุดไฟเผาข้าวหลามเราใช้ถังน้ำมันดัดแปลง

IMG_0007

บรรดาแม่ทั้งหลายก็ซ้อมกิจกรรมกันตอนเช้า สนุกกันทุกคน เหมือนทุกคนมาเล่นกับลูก ลูกเพื่อนก็เหมือนลูกเรา

IMG_0018

ไม้แผ่นสีเขียวจากป่าแถวราชบุรี ไม่ได้ถามรายละเอียดว่าป่าไหน ฝากใครไปตัดมา แต่ก็เป็นไผ่ตัดเป็นชิ้นมาพร้อมใช้ ความยาวเหมาะสมกับการทำข้าวหลาม เยื่อไผ่มีปริมาณมาก

IMG_0015

คุณแม่ช่วยกันคนละไม้คนละมือ ก่อไฟด้วยถ่านเป็นเรื่องที่ทำกันไม่เก่ง ลองผิดลองถูกหน้ามืดเลย

IMG_0066

เล่นกับถ่านก็มือดำหน่อย

IMG_0074

ทีมงานที่คอยทำข้าวหลามรุ่นแรก งานวันนี้คือจะต้องมีข้าวหลามแจกเด็กร้อยกว่าคน

IMG_0245

เด็กในห้องของเราจะมาทำกิจกรรมละเอียด ทำตั้งแต่ต้นจนจบ ส่วนเด็กห้องอื่นก็จะแวะมาดูพรีเซ้นคร่าวๆแต่ไม่ได้ลงมือปฏิบัติ

IMG_0255

การเตรียมวัตถุดิบจะให้เด็กได้ตักทุกอย่างเอง ทั้งข้าว น้ำตาล เกลือ และตวงกระทิเองด้วย

IMG_0281

บางคนก็เติมกระทิน้อยเกินไป ตอนเผาออกมาข้าวก็จะแห้งและมีส่วนที่ไหม้เยอะ ถ้าเติมกระทิมากไปข้าวก็จะสุกช้า

IMG_0307

IMG_0322

เมื่อเติมส่วนผสมเสร็จแล้วก็ต้องปิดปากกระบอกด้วยการเอาทางมะพร้าวและใบตองมายัดเพื่อปิดให้สนิท

IMG_0253

แล้วก็เริ่มเผากันจริงๆ ข้าวหลามจะใช้เวลาอยู่ในกองไฟประมาณ 45-60 นาที ก็จะสุกและฟูพร้อมกิน

IMG_0094

ชุดกันความร้อนที่ดูแล้วก็น่ารัก ดูตลก แต่ใช้กันความร้อนได้ดีมาก

IMG_4746

ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันบ้าง

IMG_4796

กระบอกข้าวหลามขอเด็กแต่ละคนจะมีชื่อเขียนกำกับไว้

IMG_4839

ข้าวหลามที่สุกพอดีกิน เมื่อผ่าไม้ไผ่ออกก็จะพบว่าเนื้อขาวหลามกลมมนและถูกห้อหุ้มด้วยเยื่อไผ่อย่างสวยงาม

IMG_4853

ทำเสร็จแล้วก็ต้องกินหรือชิม เด็กๆตักกินราวกับว่าไม่ได้กินเมื้อเย็นเมื่อวาน คนเตรียมของก็ปลาบปลื้ม

IMG_4863

IMG_4866

เมื่อกินกันบางส่วนแล้วก็มาถึงเวลาอ่านหนังสือ ตัวแทนของห้องขึ้นมาอ่านหน้าชั้น

IMG_0168

การถ่ายภาพด้วยแฟลชไร้สาย

การถ่ายภาพด้วยแฟลชเป็นการถ่ายภาพที่คาดเดาผลได้ยากมากในสมัยที่เป็นยังต้องใช้ฟิล์ม  เราจำเป็นต้องมีกล้องโพลารอยด์ และมิเตอร์วัดแสงแฟลชเพื่อช่วยให้การทำงานสะดวกมากขึ้น  แต่พอเป็นยุคของกล้องดิจิทัล การถ่ายภาพด้วยแฟลชกลายเป็นเรื่องง่าย  ภาพที่เห็นจากการถ่ายก็เห็นได้ทันที สามารถปรับตั้งค่าแสงได้ตามใจ

 

ระบบกล้องและแฟลชที่ใช้ถ่ายก็จะประกอบไปด้วย กล้อง eos 6d  เลนส์ ef 24-105f4L ยี่ห้อ canon ทั้งคู่  ส่วนแฟลชก็จะเป็น nikon sb26  และตัวส่งสัญญาณแฟลชไร้สายก็เป็นยี่ห้อจีนที่ผมจำชื่อไม่ได้  ตัวส่งสัญญาณจะมีตัวส่งที่ต้องนำไปติดที่ฮ็อตชูของกล้อง  ส่วนตัวรับสัญญาณจะไปติดกับแฟลช sb26

IMG_0274

 

ผมจะถ่ายภาพแก้วกาแฟบนโต๊ะสีขาว  พื้นที่สำหรับถ่ายครั้งนี้มีกำแพงสีขาว มีเพดานสีขาว  ผมเลยเลือกที่จะให้แฟลชส่งแสงออกมากระทบผนังเสียก่อน แล้วค่อยสะท้อนมายังตัวแก้ว  เทคนิคให้แฟลสะท้อนผนังหรือเพดานก่อนเราเรียกว่า เบ๊าซ์ ( Bounce ) แปลตรงตัวว่ากระทบ ชิ่ง กระเด้ง  ผลการเบ๊าซ์จะทำให้แสงที่วิ่งมายังวัตถุมีความนุ่มนวล  เงาที่เกิดจากแสงแฟลชจะนุ่มๆเบลอๆ ไม่เป็นเงาแข็ง ทำให้ภาพดูมีมิติและรู้สึกสวยมากกว่าการยิงแฟลชเข้าไปที่วัตถุตรงๆ

 

IMG_0275

 

โทนสีของภาพนี้จะดูเพี้ยนไปมาก เนื่องจากการตั้งค่า white balance ของกล้องไม่ได้ตั้งให้ถูกต้อง  ตอนผมถ่ายเล่นๆก็ลืมตั้งค่า  มาเห็นสีบนจอคอมพิวเตอร์ก็ทำให้นึกออกว่าเราพลาดอะไรไป  การทำงานจริงควรจะมีการตั้งค่า whiteblance ให้ถูกต้องหรือให้ถูกใจเสียก่อน

ผมตั้งค่าการถ่ายภาพบนกล้องเป็นค่า iso  800  เลนส์ตั้งรูรับแสงไว้ที่ f4 ส่วนสปีดชัตเตอร์ตั้งไว้ที่ 1/125 วินาที  กำลังไฟแฟลชของ sb26 ตั้งค่าไว้ที่ 1/4 ของกำลังเต็ม  เพื่อให้แฟลชสามารถยิงแสงได้หลายครั้งติดกัน  เพราะหากเราตั้งค่าแฟลชให้ยิงเต็มกำลัง เมื่อแฟลชทำงานแล้ว จะต้องรอชาร์จไฟอีกหลายวินาที  ในหลายวินาทีที่กำลังชาร์จไฟจะทำให้เราถ่ายภาพไม่ได้  เพราะถ้าไฟยังไม่เต็ม การถ่ายภาพซ้ำทันทีจะได้ภาพที่มืด เพราะแฟลชไม่ทำงานนั่นเอง

เหตุผลที่เลือกใช้แฟลช nikon sb26 ก็เพราะแฟลชตัวนี้มีคุณสมบัติการทำงานที่หลากหลาย สามารถตั้งค่าได้อิสระมาก เช่น

  • สามารถแบ่งกำลังไฟได้ละเอียดตั้งแต่ 1/2 ไปถึง 1/64 ของความสว่างสูงสุด
  • มีระบบ optical slave สามารถยิงแฟลชตามแฟลชตัวอื่นได้
  • สามารถ wake up จาก stand by ได้ ไม่ต้องปิด power แล้วเปิดใหม่
  • ใช้แฟลชโหมด auto ได้  แฟลชจะยิงแสงตามค่ารู้รับแสงและ iso ที่ต้องการ
  • มีแผ่นสะท้อนแสงในตัว มีหน้ากากกระจายแสงในตัว เลือกใช้ได้ตามสะดวก

 

 

 

จัดแสงในรถเพื่อถ่ายภาพสินค้า

ผมมักจะต้องการถ่ายภาพสิ่งของหรือสินค้า หรือ ชิ้นงานบางอย่างอยู่บ่อยๆ  ถ้ามีเวลาก็จะใช้กล้องและชุดไฟและเต๊นท์ถ่ายภาพสินค้าเพื่อหวังผลให้ภาพสวยงามดังใจ  ซึ่งอุปกรณ์ทั้งหมดของผมก็อยู่กระจัดกระจาย กล้องอยู่ในรถ  ไฟแฟลชใหญ่อยู่ที่บ้าน  กล่องหรือเต๊นท์ถ่ายภาพอยู่ที่บ้าน  หากผมอยู่ที่โรงพิมพ์หรือที่ทำงาน ผมก็จะไม่ได้ใช้ชุดไฟที่ใช้ประจำ

 

ผมมีไฟชุดเล็กที่ใช้แฟลช nikon sb26 เป็นแฟลชเพื่อใช้ถ่ายสินค้า  พร้อมด้วยอุปกรณ์ trigger หรือตัวส่งสัญญาณยิงแฟลชไร้สาย  ซึ่งแฟลชและทริกเกอร์ผมก็พกติดอยู่ในกระเป๋ากล้อง ส่วนกล้องก็ติดเลนส์มาโครไว้แล้ว กล้องผมใช้ eos 6d เลนส์มาโครใช้ macro 100f2.8

 

ด้วยความอยากจะรีบถ่ายของชิ้นหนึ่งแล้วไม่อยากรอกลับบ้าน  ก็เลยจัดวาง จัดแสงในรถเสียเลย

 

20181124171630_IMG_0221

 

รถฮอนด้าฟรีด เปิดท้ายรถออกมาจะเป็นช่องว่างขนาดใหญ่  เบาะหลังแถว3 หากพับที่พิงให้ราบไปกับเบาะนั่งก็จะได้ที่วางราวกับเป็นโต๊ะทำงาน  ผมเอากระเป๋ากล้องขนาดใหญ่ที่ผมซื้อเอาไว้ขนอุปกรณ์ถ่ายภาพวางบนเบาะ  เพื่อใช้วางสินค้าที่จะถ่าย  ส่วนแสงแฟลชผมก็ติดทริกเกอร์ไร้สาย  ตัวส่งสัญญาณติดอยู่บนกล้อง eos 6d ตัวรับสัญญาณเอาไปติดที่ sb26 แล้วก็หันหน้าแฟลชให้ยิงแสงขึ้นเพดานรถ ตั้งใจจะใช้แสงแฟลชสะท้อนกับเพดานรถสีเทา แล้วสะท้อนลงมายังของที่ต้องการถ่ายภาพ

20181124171622_IMG_0220

 

เลนส์มาโครตั้งค่า f เอาไว้ที่ประมณ f8 – f11 ความไวของกล้องตั้งไว้ที่ iso 800  ส่วนกำลังไฟของแฟลชผมตั้งไว้ที่ 1/4 ด้วยเหตุผลว่า ผมไม่อยากให้แฟลชยิงเต็มกำลัง  เพราะถ้าแฟลชยิงเต็มกำลังไฟจะหมดเกลี้ยง แล้วต้องรอเวลาหลายวินาทีกว่าที่แฟลชจะสะสมกำลังไฟขึ้นมาใหม่เพื่อยิงแสง  การยิงแสงแฟลชที่ 1/4 ของกำลังสูงสุด ทำให้เราสามารถยิงแฟลชต่อเนื่องได้ 4 ครั้งก่อนที่ไฟจะหมดแล้วต้องสะสมขึ้นมาใหม่  มันทำให้เราทำงานได้สะดวกขึ้น  เพราะการถ่ายภาพสินค้าบางครั้งเราก็ถ่ายภาพติดต่อกันหลายครั้ง  ถ้าการถ่ายทุกครั้งต้องรอแฟลชสะสมไฟหลายวินาทีก็จะเป็นเรื่องน่าหงุดหงิดมาก

 

การถ่ายวัตถุสีดำบนพื้นดำเป็นสิ่งที่เราจะคาดคะเนค่าแสงได้ยากมาก  เพราะภาพที่ถ่ายออกมาจะเป็นโทนสีดำออกเทา  ถ้ารับแสงมากก็เป็นเทาอ่อน  ถ้ารับแสงน้อยก็เป็นเทาเข้มเกือบดำ  ภาพของดำบนฉากดำก็จะออกมาเป็นแนวลึกลับ หรือ low key ก็แล้วแต่จะเรียก  ตอนเลือกค่าแสง ผมตัดสินใจใช้กระดาษขาวรองไว้ใต้สินค้า เพื่อให้ปรับรูรับแสงให้ได้ค่าแสงที่เหมาะสมจริงๆ  เพราะถ้าเราถ่ายภาพส่วนสีขาวให้ขาวเพียงพอแต่ยังไม่ล้นไปทางขาวโพลน  สิ่งของสีดำก็จะได้สีดำที่พอดี

 

20181124164519_IMG_0206

 

เมื่อได้ค่าแสงที่ต้องการแล้วก็เอากระดาษขาวรองพื้นออก ปล่อยให้สินค้าวางอยู่บนพื้นผิวกระเป๋าสีดำ แล้วก็เริ่มถ่ายภาพด้วยองค์ประกอบที่ต้องการ  ซึ่งโจทย์การถ่ายของผมในวันนี้คือไม่มีโจทย์  ขอให้เลือกค่าแสงแฟลชที่ให้แสงโดนวัตถุสีดำแล้ววัตถุยังดูเป็นสีดำอยู่  สุดท้ายก้ได้ผลงานออกมา

20181124171606_IMG_0219

สินค้าในโพสท์นี้ก็คือ หูฟังบลูทูธสำหรับการฟังเพลงและคุยโทรศัพท์ Xiao mi

อินเทอเน็ตกับลูกค้าเก่าและภาพเมล็ดข้าว

 

IMG_0036

มีอยู่วันหนึ่ง มีโทรศัพท์ดังในโรงพิมพ์  เสมียนของผมรับสายโทรศัพท์  ในสายถามว่า ที่นี่ใช่โรงพิมพ์หรือเปล่า  มีลูกเจ้าของโรงพิมพ์เป็นช่างภาพหรือเปล่า  เขาอยากติดต่อช่างภาพ  เสมียนผมเงยหน้าขึ้นมาแล้วเล่าคำถามให้ฟัง ผมก็เลยให้โอนสายเข้ามา แล้วผมก็รับสาย  หลังจากแนะนำตัวว่าผมคือช่างภาพ  เขาก็ถามว่า ผมเคยทำงานให้เขาใช่ไหม เมื่อหลายปีก่อนเขามีการจ้างถ่ายรูปเมนูอาหารชุดหนึ่ง  เขาจำได้แค่ว่า ช่างภาพที่รับจ้างเคยแนะนำตัวกับเขาว่ามีโรงพิมพ์ด้วย   และเขาได้รับนามบัตรของช่างภาพเอาไว้ เป็นนามบัตรที่ทำด้วยกระดาษสีน้ำตาล  แล้วเขาก็ถามผมว่า คุณเคยใช้นามบัตรกระดาษสีน้ำตาลหรือเปล่า

ผมตอบว่าผมน่าจะเป็นช่างภาพคนนั้น แต่ผมจำไม่ได้ว่าผมเคยใช้นามบัตรกระดาษสีน้ำตาลแจกให้เขา  ซึ่งผมจะใช้นามบัตรกระดาษสีอะไรก็ได้  เพราะเป็นโรงพิมพ์  มีกระดาษมากมายให้เลือกใช้ ซึ่งก็อาจจะเป็นไปได้ว่าผมเคยใช้นามบัตรที่ทำด้วยกระดาษสีน้ำตาล  เขาก็เลยถามว่าคุณเคยมารับจ้างถ่ายภาพอาหารกับเขาไหม  ผมเริ่มนึกย้อนไปและบอกชื่อบริษัทที่ผมเคยไปรับจ้างชื่อบริษัท  ….  เขาตอบว่าใช่  เขาลาออกจากบริษัทที่ว่าแล้ว

เขาก็เลยเล่าให้ฟังยาวเฟื้อย  ว่าเขาออกจากบริษัทแห่งนั้นแล้ว  ด้วยเหตุผลว่าแม่ป่วยหนัก  และต้องกลับมาดูแลแม่  ตอนนี้ก็ว่างงานอยู่  แต่ก็มีเพื่อนมาให้ช่วยทำงานเกี่ยวกับการขายข้าว  ซึ่งเป็นงานบางส่วนที่เขาช่วยทำก็มีการถ่ายรูปสินค้า  ก็เลยนึกถึงช่างภาพที่เคยใช้งานขึ้นมา  และเขาก็เริ่มค้นหาผมจาก google โดยพิมพ์คำค้นหาดังนี้  “ช่างภาพ โรงพิมพ์ จอมทอง”  แล้วเขาก็เจอบล๊อกที่ผมเขียนไว้  มีเบอร์โทรของโรงพิมพ์  เขาก็เลยลองโทรเข้ามา

งานที่เขาจะให้ผมทำก็คือ  ถ่ายภาพเม็ดข้าวให้สวยที่สุดเท่าที่ข้าวธรรมดาจะเป็นได้  แต่ค่าจ้างก็ยังไม่กำหนด  เขาอยากให้ผมเสนอราคาดู  เพราะต้องให้เจ้าของงานตัดสินใจ  เขาเป็นเพียงผู้ที่ช่วยติดต่อสืบค้น  ผมก็เลยรับปากว่าจะลองถ่ายให้ดูและจะคิดราคาไม่แพง  ผมขอตัวอย่างข้าวที่เขาขายเพื่อนำมาลองถ่ายภาพ

 

20181117131541_IMG_0088

 

20181117124125_IMG_0074

 

ผมเซ็ทอัพอุปกรณ์การถ่ายด้วยกล้อง DSLR แบบ Full frame พร้อมเลนส์มาโครที่ถ่ายได้ระดับ 1:1 ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ดีที่สุดที่ผมมี  และใช้ชุดไฟแฟลช 2 ดวง กับกล่องที่ดัดแปลงให้เป็นเต๊นท์ถ่ายภาพ   หลังจากที่ไม่ได้ถ่ายภาพเหล่านี้มานานแล้ว  กว่าที่ผมจะประกอบอุปกรณ์ทุกอย่างขึ้นมาให้พร้อมใช้งาน กว่าจะจัดสถานที่ให้พร้อมสำหรับทำงานก็ใช้เวลาไปเกือบชั่วโมง

20181117124308_IMG_0077

กองเมล็ดข้าวผมเลือกสีอ่อนมาลองถ่ายดูก่อน  เพราะว่าผมคิดว่าสีอ่อนถ่ายยากกว่า  พอลองโรยเมล็ดข้าวสารลงไปเท่านั้นแหละ  มันร่วงกราวและกระจายตัวไปบนพื้นที่กล่อง  ความลื่นของเมล็ดทำให้มันกระจายตัวไปเร็วมาก  เร็วจนผมต้องเปลี่ยนวิธีจากการเทเป็นค่อยๆโรยทีละนิดเหมือนหยิบเกลือมาโรยอาหาร

20181117123941_IMG_0069

 

ลองถ่ายไปหลายๆภาพเพื่อยืดเส้นยืดสาย และปรับแต่งกล้อง เลือกการตั้งค่ากล้องให้เหมาะสมกับการถ่ายภาพลักษณะนี้  รูรับแสงแคบ รูรับแสงกว้างให้ผลต่างกัน  สปีดชัตเตอร์สำหรับการถ่ายภาพด้วยแฟลชผมจะตั้งไว้ที่ 1/100 วินาที  จริงๆควรจะได้สูงกว่านี้แต่ผมจำสเป็คไม่ได้ว่ากล้องของผมมีความเร็วในการทำงานกับแฟลชเท่าไหร่  เพราะจากประสบการณ์ที่เคยใช้มา  เวลาเราตั้งความไวตามสเป็คของกล้องว่าทำงานกับแฟลชได้ที่ 1/125 หรือ 1/200 ก็ตาม  ที่ตัวเลขเต็มสเป็ค มันเหมือนจะมีขอบดำเล็กๆให้พอสังเกตเห็น  มันเป็นความเร็วที่เกือบไม่ทัน  แต่แสงมันหายไปแล้วนิดหน่อย  ก็เลยตั้งค่าให้ต่ำกว่าสเป็คไว้เยอะหน่อย  เลยจบที่ 1/100 วินาที

2018-11-17_03-15-00

พอถ่ายภาพออกมาแล้วขยายดูผมพบว่า เมล็ดข้าว แต่ละเมล็ดไม่สวยเลย  มีรอยถลอด มีรอยขรุขระ และส่วนใหญ่จะมีเมล็ดสีเพี้ยนปะปนกันอยู่ในกลุ่ม   และเมื่อพยายามจะหยิบเมล็ดสีประหลาดออกจากกอง แรงกดจากนิ้วผมก็ทำให้กองข้าวมีรอยยุบ รอยเบี้ยว ต้องเกลี่ยและโรยข้าวใหม่ทุกครั้ง  เป็นประสบการณ์การเผชิญปัญหาที่ไม่คาดคิด  การทดลองครั้งนี้ผมใช้เวลาไป 2 ชม. กับการทดสอบถ่าย  และคิดว่ามีจุดที่ต้องปรับปรุงอีกหลายอย่างในการถ่ายครั้งต่อไป  การถ่ายภาพสิ่งของเล็กๆนี่มันไม่ง่ายเลยจริงๆ

IMG_0142

ข้าวสารสีม่วงกลับถ่ายง่ายกว่า

PHOTO_COLLAGE1542452330893

 

2018-11-19_09-09-16

ภาพเม็ดข้าวสีม่วงเอาไปแปลงเป็นโทนขาวดำก็ดูสวยไปอีกแบบ

 

compare to the legend

PHOTO_COLLAGE1521369538828

ปี 2561 ผมได้ข่าวว่าเดวิดเบ็คแฮมจะมาพบแฟนบอลชาวไทยโดยเป็นกิจกรรมของ aia  เนื่องจากเบ็คแฮมเป็นพรีเซนเตอร์ของบริษัท aia  เพื่อนที่รู้ว่าลูกของผมชอบฟุตบอลเป็นคนที่ได้สิทธิ์เข้างาน และได้ยกสิทธิ์นั้นให้กับผม  จริงๆต้องบอกว่าให้ขอบฟ้ามากกว่า  ผมมีหน้าที่แค่พาเขาไปร่วมงาน

เดวิดเบ็คแฮมเก่งแค่ไหนผมก็ไม่ได้รู้ละเอียด  รู้แค่ว่าเป็นนักเตะอังกฤษที่มีชื่อเสียงที่สุด รวยที่สุด เตะฟรีคิกแม่นที่สุด และเป็นนักเตะที่หน้าตาดี เมียสวย แถมยังประสบความสำเร็จกับหลายสโมสร โดยเฉพาะแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด  วันที่เขาเก่งและครองแชมป์มากมายกับแมนยูฯ ผมเป็นแค่คนไม่ดูทีวี  เลยไม่ได้รับรู้ความเก่งของนักเตะคนนี้ในช่วงที่เขาพีคมากๆ

พอมีลูก และลูกเริ่มสนุกกับฟุตบอล ผมก็ทำหน้าที่พ่อที่หาข้อมูลน่าสนใจให้ลูก  เพื่อให้ลูกมีแรงบันดาลใจ อย่างน้อย  ถ้าลูกอยากเป็นนักฟุตบอลผมก็ควรจะกรุยทางหรือวางแผนการเติบโตให้เขาว่าเขาควรจะเล่นบอลอย่างไร และไปเล่นให้กับทีมไหนในช่วงอายุต่างๆ  และการหาแรงบันดาลใจที่ผมพอทำได้คือ เอาประวัตินักฟุตบอลเก่งๆมาเล่าให้ลูกฟัง

เดวิดเบ็คแฮมมีประวัติน่าสนใจ  ในวัยเด็ก เขาจะเล่นฟุตบอลกับพ่อสม่ำเสมอ  และการฝึกซ้อมกับทีม เบ็คแฮมจะฝึกมากกว่าเพื่อนร่วมทีมวันละ 2 ชั่วโมง  แม้ว่าเพื่อนจะพักแล้ว เบ็คแฮมยังฝึกอยู่  นั่นเป็นเหตุผลที่เบ็คแฮมมีฝีเท้าที่โดดเด่นกว่าคนอื่น  และการฝึกเพียงคนเดียวก็ทำให้เขาได้ฝึกเตะฟรีคิกซ้ำๆ  เกิดเป็นความแม่นยำเกินคนอื่น   และลูกยิงแจ้งเกิดของเบ็คแฮมคือลูกยิงครึ่งสนามที่แม่นยำยิ่งกว่าลูกยิ่งอื่นๆของวงการฟุตบอลในอดีตก่อนหน้านั้น  มันเป็นลูกยิงที่มาจากความฉลาดที่มองเห็นโอกาสและคิดออกว่าจะทำประตูอย่างไร   และเขาสามารถทำได้เพราะฝึกเตะอย่างหนักในช่วงที่ซ้อม

นี่เป็นประวัติคร่าวๆที่พอจะหาได้  และผมคิดว่า เด็กคนหนึ่งที่ชอบฟุตบอล อาจจะต้องมีเหตุการณ์บางอย่างในชีวิตให้เขาได้สัมผัสเองเพื่อให้เกิดแรงบันดาลใจระยะยาว การพาไปพบนักฟุตบอลเก่งๆก็เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าควรทำสักครั้ง

ในอดีต เมซซี่ในวัยเด็ก ก็เป็นเด็กที่เดินจูงมือมาราโดน่าเข้าสนาม  มันเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของนักเตะระดับโลก

วันจริงกับ David Beckham

IMG_20181103_093203

ผมให้ลูกแต่งตัวนักฟุตบอลมาร่วมงาน ในกำหนดการบอกว่าเป็นกิจกรรม football clinic จะมีผู้ฝึกสอนจากสโมสรท็อตแน่มฮ็อตสเปอร์ในอังกฤษมาให้คำแนะนำนักเตะ  แต่ aia กำหนดเงื่อนไขนักเตะว่าจะต้องเป็นลูกหลานพนักงาน และในสนามก็มีนักเตะที่อยู่ในเงื่อนไขเหล่านั้นประมาณ 200-400 คน  ซึ่งทั้งหมดจะต้องเตะให้ผู้ฝึกสอนดูแล้วผู้ฝึกสอนจะให้คำแนะนำ …..  ไม่ต้องขนาดให้คำแนะนำหรอกแค่โค้ชยิ้มให้นักฟุตบอลเยาวชนคนละ 1 ครั้งก็หมดเวลาแล้ว

IMG_20181103_093036

กิจกรรมจัดที่สนามฟุตบอลในร่มของเมืองทองยูไนเต็ด  ผมก็ให้ขอบฟ้าแวะถ่ายรูปกับป้าย และย่องไปเดินเล่นในสนามใหญ่ พาลูกไปดูสนามบอลจริงๆเป็นอย่างไร  แม้ว่าสนามแห่งนี้จะไม่ได้ใหญ่โตแบบสนามกีฬาแห่งชาติ แต่ก็ใหญ่พอจะเปิดหูเปิดตาเด็ก 6 ขวบอย่างลูกผม  ซึ่งลูกผมไม่ผ่านเกณฑ์อายุนักเตะที่จะร่วมกิจกรรม  และไม่ใช่นักเตะวรรณะลูกหลาน aia เลยได้แต่ยืนเกาะขอบสนาม เพราะทีมงานกำหนดไว้แค่นี้  คนที่ได้เข้าสนามคือลูกหลานเยาวชน คน aia เท่านั้น

IMG_4391
IMG_20181103_112757

ตอนยืนก็แทบไม่เห็นกลางสนาม  แฟนคลับที่เล่นเกมส์ ชิงโชค มีชื่อว่าได้รางวัลอยู่ในเฟสบุ๊คเป็นกลุ่มที่จะได้สิทธิ์ยืนเกาะขอบสนามดู  ตำแหน่งการยืนก็ตากแดดตั้งแต่ 10 โมงจนถึงเที่ยงกว่า  เดวิดเบ็คแฮมมาถึงสนาม 11.50 น.  ผมอุ้มขอบฟ้าดูให้เห็นตัวเป็น  สัก 15 นาทีก็ขอลาก่อน    คนที่ได้อยู่ใกล้เบคแฮมในระยะ 1 เมตรคือ เยาวชน aia  เรียกว่าเป็นวรรณสัมผัส  น่าจะมีเด็กไม่เกิน 5 คน วรรณะนี้ได้ขึ้นเวทีถ่ายรูปร่วมกับเบ็คแฮม  วรรณะถัดมาคือวรรณะดมกลิ่น ได้นั่งดูกิจกรรมห่างหน้าเวทีประมาณ 3-5เมตร วรรณะนี้ประมาณ 200-400 คน  ที่เพิ่งเตะเทรนนิ่งพร้อมกันทั้งหมดในสนามฟุตบอลในร่มไปเมื่อชั่วโมงที่ผ่านมา

IMG_4441

เบคแฮม มาในชุดสีดำ เสื้อดำ กางเกงดำ รองเท้าดำ แต่ใจไม่ดำ พยายามยิ้มและมองคนทั่วสนาม  แต่ทีมงานเจ้าภาพก็บริหารให้ได้แค่ได้ถ่ายรูปกับวรรณะสัมผัสแค่ไม่กี่คน  ที่เหลือก็มองอยู่ไกลๆ  วรรณะที่ผมกับลูกสิงสถิตย์ขอเรียกว่าวรรณะขอบสนาม  เกาะรั้ว เกาะขอบสนามดู  พร้อมแดดหน้าหนาวที่อากาศไม่หนาวเลย

อย่างไรก็ตาม ผมขอขอบคุณ aia ที่พาเบ็คแฮมมาเยี่ยมเยาวชนนักเตะไทย  ถ้าไม่มีคุณลูกผมก็จะไม่รู้ว่าเบคแฮมตัวจริงหน้าตาเป็นยังไง  ส่วนกิจกรรม football clinic  1 ชั่วโมง เด็ก 200-400 คน ผมคิดว่ามันไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย  aia น่าจะสงเสริมฟุตบอลเยาวชนด้วยวิธีอื่น  ลูกผม 6 ขวบ ดูคนอื่นเตะบอลแล้วบอกผมว่า  เตะบอลแล้ววิ่งตามแบบนี้ไม่ได้เรียกว่าเลี้ยงลูกหรอก  ผมก็ตอบ อื้ม … พ่อก็คิดอย่างนั้น

ภาพที่ขายได้ใน gettyimages วันที่ 30oct2018

เช้านี้ในอีเมลมีข้อความจาก eyeem บอกว่า ภาพขายได้  มีเมลเข้ามาจำนวน 5 เมล  ตื่นเต้นมากเลยรีบเข้าไปดู  พบว่าเป็นภาพที่ขายผ่านช่องทางของ gettyimages และขายได้ 5 ภาพในวันเดียว

726851979

ภาพแม่อุ้มลูกเป็นภรรยาและลูกของผมเอง ลูกผมชื่อขอบฟ้า ภาพนี้ถ่ายตอนขอบฟ้าอายุ 10 เดือน ถ่ายที่บ้านแม่ของผม  เป็นช่วงเวลาที่พาหลานไปเยี่ยมอาม่า  ขอบฟ้ากำลังยิ้มเก่ง ใครเห็นก็ละลาย  ภาพแม่อุ้มลูกก็เป็นภาพที่ได้รับความร่วมมือจากทั้งแม่และเด็ก  คือมีจังหวะนิ่งพอให้จับภาพได้  เลนนส์ 85f1.8 ช่วยให้การถ่ายภาพในบ้านที่แสงไม่สว่างมากทำได้ง่ายขึ้น  ภาพแบบนี้ ถ้ากล้องผมติดเลนส์รูรับแสง f2.8 หรือ f4 อาจจะไม่ได้แสงนุ่มสีสวยเท่านี้  และความเบลอที่ฉากหลังของรูรับแสงกลางๆก็จะไม่สวยนุ่มละมุนเท่านี้

gettyimages-733481685-1024x1024

ภาพนี้ขอบฟ้าอายุประมาณ 2 ขวบครึ่ง  เป็นวัยที่วิ่งเล่นสนุกสนาน วันนี้นอนตื่นสาย กล้องอยู่ในมือ ผมก็จัดการถ่ายภาพเก็บไว้  ห้องนอนสลัวๆ ผมเดินไปเปิดผ้าม่านให้แสงเข้า แสงเช้าเข้าทางหน้าต่าง  ให้ภาพนุ่มนวล สีสวย  โทนแสงอมเหลืองนิดๆให้ความรู้สึกอบอุ่น กล้องดี เลนส์ดี แสงดี ทุกอย่างก็ลงตัว

739294191

ขอบฟ้าวัย 4 ขวบไปเดินเล่นในห้างเซ็นทรัลแถวบ้าน  มุมของเล่นเด็กเป็นมุมดูดวิญญาณ เด็กคนไหนเดินผ่านก็ต้องแวะ ต้องหยิบ ต้องจับ ต้องเล่น  พ่อแม่หลายท่านก็จะอาศัยมุมนี้เอาไว้ปล่อยให้เด็กได้ใช้เวลากับของเล่นที่วางไว้ให้เล่นนิดๆหน่อยๆ  ก็เป็นการประหยัดเงินไปได้บ้างกับการซื้อของเหล่านี้  แต่ไปเปลืองกับค่ากินในห้างแทน  ภาพมุมนี้ผมได้แรงบันดาลใจจากการดูโฆษณาของกล้องโพราลอยด์รุ่น sx-70 ซึ่งเป็นกล้องถ่ายภาพที่ได้ภาพทันที กล้องตัวนี้ออกขายในช่วงทศวรรษที่ 70  หนังโฆษณาของกล้องรุ่นนี้มีฉากเด็กเล่นของเล่น และผู้เป็นพ่อก็ถ่ายภาพเด็กในมุมของเล่นเอาไว้  ผมชอบเรื่องราวของโฆษณานี้และเมื่อเห็นภาพลูกตัวเองกำลังเล่น  องค์ประกอบภาพของโฆษณาก็ผุดขึ้นในหัว ก็เลยเก็บภาพแบบนี้ได้

Screen Shot 2561-10-30 at 12.20.26

692778735-1024x1024

ภาพอาหารเช้าดูน่ากิน เป็นสเต๊กในโรงแรมแห่งหนึ่งในภูเก็ต  ผมกับแฟนมาฮันนีมูนที่ภูเก็ตหลังแต่งงาน  อาหารจานนี้เป็นมื้อเช้าที่แตกต่างไปจากเมนูบุฟเฟ่ต์ตามโรงแรม  เป็นอาหารตามสั่งนั่นเอง  ภาพนี้ผมถ่ายเก็บไว้โดยคิดว่าสักวันหนึ่งอาจจะได้ใช้ทำโฆษณา  อาจจะได้ใช้กับธุรกิจสิ่งพิมพ์ที่เป็นอาชีพของผมเอง  และเมื่อคิดจะขายภาพสต๊อคก็เลยคัดภาพนี้ส่งขายด้วย  และภาพนี้ก็มียอดโหลดเข้ามาหลายครั้ง

889563144

ภาพคู่แต่งงานถือดอกไม้  เป็นภาพที่ผมจงใจถ่ายเก็บไว้เพื่อใช้ประโยชน์เป็นภาพสต๊อคจริงๆ  ตอนถ่ายก็คิดไว้แล้วว่าภาพนี้คือภาพขาย จะใช้ทำสื่อสิ่งพิมพ์แน่นอน  แต่ตั้งแต่ถ่ายภาพนี้ในปี คศ2009 ผมก็ไม่เคยใช้ภาพนี้ทำสื่อสิ่งพิมพ์ใดๆเลย  เพราะว่า ไม่มีใครเห็นภาพนี้นั่นเอง  ซึ่งมันเป็นข้อเสียของผมข้อหนึ่งเลยคือ อยากขายภาพ อยากใช้ภาพ แต่ไม่เอาไปโชว์   ก็เลยเอาไปวางขายซะ แล้วก็มียอดขายเข้ามา

ยอดขายจากสต๊อคภาพพวกนี้ให้รายได้กับผมแค่เล็กน้อย ยังไม่พอจะจ่ายค่ามือถือ 1 เดือนเลย  แต่มันก็ต้องค่อยๆสะสมไปเรื่อยๆ  มันจะสร้างรายได้ให้เราตลอดไปตราบเท่าที่โลกธุรกิจยังคงต้องใช้ภาพสวยงาม  ช่างภาพสมัครเล่นที่อยากจะเอาจริงเอาจังกับการสร้างรายได้ในฝันก็ควรจะศึกษาการขายภาพด้วยช่องทางเหล่านี้  เพราะมันเป็นรายได้ที่ไหลเข้ามาเรื่อยๆ  เข้ามาแม้แต่ตอนนอนหลับ  เป็นรายได้ที่เราไม่ต้องพบปะพูดคุยกับลูกค้า  เราไม่ต้องเอาอกเอาใจใคร  คนซื้อภาพเหล่านี้เพราะภาพเป็นตัวของตัวเอง แม้ว่ารายได้จะไม่เยอะ  แต่มันก็สร้างความภาคภูมิใจและบอกกับเราได้ทุกครั้งที่มียอดขายว่ามีคนชอบงานของเราจริงๆ  มีคนยอมรับกับฝีมือการถ่ายภาพของเราจริงๆโดยที่คนนั้นไม่ได้รู้จักเรา  ปลื้มและฟิน

 

หากต้องการหารายได้จากการขายภาพ แนะนำให้เริ่มที่ shutterstock ครับ เพราะเริ่มง่ายกว่า



 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เที่ยวชะอำ 20-21oct2018

เที่ยวชะอำปีนี้ 20ตุลาคม2561 ไปพักที่โรงแรมรีเจ้นท์ชะอำ สาเหตุที่เลือกโรงแรมนี้ภรรยาบอกว่า สระว่ายน้ำที่นี่อลังการมาก ใหญ่โตและน่าจะเล่นสนุก พร้อมด้วยหาดทรายที่เด็กๆคงสนุกมาก

IMG_4348

เราออกเดินทาง 9 โมงเช้าที่ถนนนครอินทร์  และเดินทางตรงไปชะอำด้วยเส้นทาง กาญจนาภิเษก พระราม2 ปากท่อ เพรชบุรี ชะอำ  เป็นการเดินทางที่ใช้เวลายาวนานถึง 4 ชั่วโมง  ตอนบ่ายโมงตรงเราเพิ่งถึงที่ร้านอาหารซีแซบในชะอำ  กรุงเทพรถติดมาก ถนนรอบกรุงเทพรถติดมาก  เป็นคุณภาพชีวิตที่เราไม่รู้จะหลีกเลี่ยงอย่างไร

IMG_4357

โปรแกรมเดิมที่คาดว่าจะแวะไปดูอุทยานสิ่งแวดล้อมที่มฤคทายวันก็ต้องยกเลิกไป เพราะหมดเวลาไปกับการเดินทาง กินมื้อเที่ยงเสร็จก็ตรงเข้าโรงแรม ได้ห้องพักแล้วก็เล่นน้ำกันเลย  กว่าจะเหนื่อยกันก็มื้อเย็นพอดี และฝนตกหนัก เราก็ออกไปไหนไม่ได้ เลยได้กินร้านอาหารในโรงแรม เป็นร้านพิซซ่า  ทั้งร้านไม่มีแขกนั่งเลย

IMG_4366

โต๊ะไม้ แสงไฟ วิวทะเล ห้องกระจก และมีห้องด้านนอก วิวสวย สภาพแสงใกล้จะหมดแล้ว วิวทะเลเริ่มมืด แสงสว่างในห้องเป็นหลอดไฟทังสเตน ถ่ายภาพออกมาตัวแดงกันเป็นแถว คนถ่ายภาพต้องเลือกค่า white balance ในกล้องกันปวดหัว ใช้ custom white balance ถึงจะได้ภาพที่ดูดี สีคนปกติ แต่วิวทะเลด้านนอกอมสีฟ้าสีน้ำเงินกันอย่างช่วยไม่ได้  มันก็ดูแปลกตาดี

IMG_4371

IMG_4379

การถ่ายภาพภายใต้สภาพแสง 2 ชนิดเป็นขาขมของกล้องดิจิทัลอย่างมาก เพราะแสงในห้องเป็นไฟหลอดไส้ แสงด้านนอกเป็นแสงจากท้องฟ้าที่พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว แสงสองอย่างนี้ต้องแก้สีไม่เหมือนกัน ผลการแก้สีด้วย custom whitebalance ก็ออกมาเป็นแบบตัวคนปกติ ฉากด้านนอกเป็นสีฟ้า  แต่ที่น่าแปลกใจก็คือ มือถือถ่ายภาพคนในห้องได้ถูกต้องทันทีในครั้งแรกเลย ไม่ต้องแก้สีให้เมื่อยเลย

IMG_4383

วิวฝนตก ห้องกระจก โต๊ะว่างๆ ก็ถ่ายภาพกันเพลินเลย  ทั้งถ่ายด้วยความรู้สึกว่ามันสวยดี  ถ่ายเผื่อเอาไปใช้งานทำสิ่งพิมพ์  ถ่ายเผื่อเอาไว้ขายภาพสต๊อค  เราก็ถ่ายไปเรื่อยๆหลายๆมุม  ห้องอาหารในโรงแรมแนวนี้คิดว่าคนไทยคงไม่ค่อยได้แวะกินสักเท่าไหร่  เพราะที่กลุ่มของเราแวะก็เพราะติดฝน ไม่สามารถออกไปกินด้านนอกได้

IMG_4386

ร้านอาหารชื่อ Peppina ขายพิซซ่า เมนูพิซซ่าก็อร่อยดี

IMG_4392

จบมื้อเย็นก็แยกย้ายกันไปนอน ไฟหัวเตียง กับ สีในห้องนอนดันถ่ายรูปออกมาแล้วดูดี ก็เลยเก็บภาพไว้หลายมุมหน่อย  โรงแรมนี้เป็นโรงแรมที่เปิดมานาน สถานที่ดูเก่าและใหญ่โต  โทนสีที่เลือกใช้ในห้องรวมถึงเฟอร์นิเจอร์ และโคมไฟดูด้วยตาเปล่าแล้วก็เฉยๆไม่ได้น่าสนใจ  แต่พอถ่ายภาพออกมากลับดูดี  เป็นความลงตัวโดยบังเอิญจริงๆ

IMG_4427

ด้านหัวเตียงใช้สีกำแพงเป็นสีฟ้า  ด้านปลายเตียงหรือฝั่งตรงข้ามให้สีกำแพงเป็นสีเทา  ถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิทัล eos m ตั้งค่าแสงเป็น custom whitebalance  สังเกตุได้ว่า แสงสว่างในโคมไฟจะเป็นสีขาว  นั่นเป็นการแก้สี  หากเราไม่แก้ไขค่าสีแบบนี้ ถ่ายด้วยค่า Auto เราจะได้แสงสว่างจากหลอดไฟพวกนี้เป็นสีส้ม  มันจะทำให้ทุกอย่างในห้องดูแดงไปหมดเลย

IMG_4423

ภาพเด็กน้อยผิวแดงเป็นการตั้งค่ากล้องให้เป็น Auto whitebalance

IMG_4425

เปลี่ยนการตั้งค่าใหม่ให้เป็น  custom whitebalance  เราก็จะได้ภาพที่สีสันเที่ยงตรง แสงเหลืองๆในห้องจะกลายเป็นสีขาว สีผิวก็กลายเป็นสีธรรมชาติ

IMG_4436

อินเทอเน็ตที่นี่มีช่องเสียบสายแลนให้ใช้ แต่ผมไม่ได้เตรียมสายแลนและตัวปล่อย wifi มา ส่วนการใช้ wifi ก็ยุ่งยากมาก  เป็นเรื่องน่าเบื่อของโรงแรมเรื่องหนึ่ง  ผมใช้คอมพิวเตอร์มาเกิน 20 ปี ผมตั้งค่า wifi repeater ในบ้านได้ตามใจ  แต่ผมใช้งาน wifi ในโรงแรมไม่ได้  เป็นความน่าเบื่อที่เราต้องยุ่งยาก ทำไมถึงออกแบบให้ใช้งานไม่ได้ ผมไม่เข้าใจ  ถ้าเจตนาจะงกการใช้งาน internet ก็ถือว่าแย่มาก  สุดท้ายผมต้องใช้โทรศัพท์ปล่อยสัญญาณ wifi เพื่อใช้งานแทน

IMG_4443

สระว่ายน้ำที่นี่ใหญ่โตถูกใจคนชอบเล่นน้ำแน่นอน  แถมวิวก็สวยใช้ได้  เช้ามืดผมเดินออกมาเพื่อตามลูกไปเล่นทราย วิวสระน้ำกับสภาพแสงสลัวๆ แดดยังไม่ออกก็ถ่ายภาพได้อารมณ์สวยดี

IMG_4440

เราสามารถตั้งค่า white balance เป็นค่าอื่นๆเพื่อผลของสีที่แปลกตาก็ได้  การถ่ายภาพที่ดีคือการได้ภาพถูกใจตัวเรา  บางครั้งเราไม่ได้อยากได้ความเที่ยงตรง  เราอยากได้โทนสีแบบไหน  อยากให้สีเพี้ยน ก็สั่งให้กล้องเพี้ยนได้ตามใจสั่ง

IMG_4450

เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นจนแสงแดดส่องถึง เราสามารถใช้ค่า white balance เป็น Auto ได้  กล้องจะทำงานปรับสีได้ถูกต้องแม่นยำ และเราก็จะได้ภาพสีสันปกติ  ส่วนจะได้ภาพสีเข้ม สีสด หรือสีจืด ก็อยู่ที่การวัดแสงของเราว่าจะให้ภาพดูมืด หรือ ดูสว่าง

หาดทรายบริเวณโรงแรมเต็มไปด้วยกระสอบทรายขนาดยักษ์วางเรียงตัวเป็นเขื่อนยาวสุดสายตา  หาดที่นี่คงโดนน้ำทะเลเซาะไปเรื่อยๆจนต้องแก้ปัญหาแบบนี้  มันดูขัดสายตาหน่อย  แต่ก็คงไม่มีทางแก้ไขที่ดีกว่านี้  ไม่งั้นโรงแรมอาจพัง สถานที่ต่างๆคงจะละลายหายไปกับคลื่น

IMG_4487

เล่นทราย เก็บหอย  สวรรค์ของเด็ก และนรกของช่างภาพอายุเยอะ  ก้มๆเงยๆ ถ่ายภาพยาก ทรายเข้าเลนส์  แต่ยังไงก็ต้องถ่ายภาพเก็บไว้  ลูกเราก็โตครั้งเดียว ย้อนกลับไปถ่ายใหม่ไม่ได้ กล้องกับเลนส์ไม่ได้แพง ของพวกนี้เสียก็ซื้อใหม่  ไม่เสียวันนี้ ก็ต้องเสียในอีกไม่กี่ปีอยู่ดี  เราไม่ควรกลัวการใช้กล้อง  แน่นอนแหละผมพูดได้เพราะผมใช้ของไม่แพง  ส่วนพวกช่างภาพที่ใช้ของระดับไฮเอนด์ก็คงต้องระวังเรื่องทรายและทะเลเป็นพิเศษ

IMG_4504

แล้วลูกผมก็ได้ขี่ม้า  เป็นครั้งแรกในชีวิต  แม้แต่ผมยังไม่เคยเลย ค่าใช้จ่ายรอบละ 200 บาท ราคาสำหรับคนไทย  ขอบฟ้ากลัวนิดหน่อย ตอนนั่งอยู่ก็บอกว่าอย่าเดินเร็ว  การทรงตัวบนหลังม้าคงไม่ค่อยมั่นคงเท่าไหร่

IMG_4516

ผ่านไปได้ด้วยดี  ได้ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก  ม้ามีแวะขี้ลงทรายด้วย สีขี้ม้าเป็นสีเขียวออกแนวแพนโทนตุ่นๆ  คำว่า เขียวขี้ม้ามันมาจากขี้ม้าจริงๆด้วย  ผมไม่ได้ถ่ายภาพสีของขี้ม้ากลับมา  แต่ถ้านึกจากภาพจำ กลับมาบ้านก็รีบเปิดสมุดสีดู  สีขี้ม้าจะใกล้เคียงค่าสีแพนโทน 7748U และ 7749U

IMG_4506

2018-10-23_09-28-57

IMG_4517

ออกจากโรงแรม เช็คเอ๊าท์  เราก็มาเที่ยวอุทยานสิ่งแวดล้อมที่ค่ายทหาร  สถานที่แห่งนี้อยู่ในรั้วเดียวกับพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ซึ่งเป็นที่ท่องเที่ยวของตายของช่างภาพและประชาชน  ส่วนอุทยานสิ่งแวดล้อมก็เป็นของที่ถูกลืม ถูกมองข้าม  ดูจากความรกร้างและการดูแลไม่ทั่วถึง

IMG_4519

ที่นี่เป็นสถานีวิจัยพลังงานทางเลือก โดยเฉพาะโซล่าเซลส์ที่ติดตั้งบนหลังคาของพื้นที่จอดรถ  แผ่นโซล่าเซลส์สีดำจำนวนมากติดตั้งไว้เหนือหลังคา  มีตัวอินเวอเตอร์แปลงไฟจากโซล่าเซลส์เข้าสู่ระบบไฟฟ้ากระแสสลับจำนวนมาก  ดูเหมือนจะเตรียมพร้อมให้ใช้กับรถ EV ด้วยนะไม่งั้นคงไม่วางอุปกรณ์ต่างๆไว้ที่ลานจอดรถ   ผมอิจฉาคนที่นี่ที่มีพลังงานสะอาดและฟรีให้ใช้  แม้ว่า ทหารจะใช้ไฟฟรีอยู่แล้ว  เพราะทหารกินเงินเดือนประชาชน  ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าพลังงานก็เงินภาษีประชาชนจ่าย  แต่ก็ยังมีโซล่าเซลส์ไว้ใช้ด้วย  ถ้าจะมีรถ  EV ใช้ในกองทัพ  จะใช้ในภารกิจทางการ หรือ ธุระส่วนตัว ผมก็มั่นใจว่า พลังงานฟรีและสะอาดพวกนี้แหละจะส่งเข้ารถ EV ในค่ายทหารแน่นอน

IMG_4523

เรามาที่นี่เพื่อดูเรื่องพลังงานทางเลือก  และ ไปดูป่าโกงกาง  ที่นี่วิจัยป่าโกงกาง ป่าโกงกางมีประโยชน์ต่อชีวิตติดทะเลทุกชีวิต  มีข้อดีเยอะมาก  อย่างน้อยก็ป้องกันการกัดเซาะแผ่นดินและชายฝั่ง  และยัง ป้องกันคลื่นยักษ์สึนามิได้  แต่ก็คงเป็นสิ่งที่แหล่งท่องเที่ยวแนวชายหาดไม่ชอบ เพราะดูรก และ ไม่สวย

ทางเดินศึกษาธรรมชาติของป่าชายเลนที่นี่เป็นแบบทางเดินสะพานไม้ ข้างๆโกงกางต้นเล็ก  มีแดดส่องตลอดทาง มันร้อนมากจริงๆ  สู้แหล่งวิจัยป่าชายเลนที่ปราณบุรีไม่ได้  ป่าชายเลนที่ปราณบุรีเป็นต้นสูง แดดส่องไม่ถึงทางเดิน เดินดูได้ไม่ร้อน  ผมเคยพาลูกไปเดินมาแล้ว ที่สถาบันวิจัยย่านปราณบุรีเย็นสบายตลอดทางแม้จะเป็นช่วงเดือนเมษายนก็ตาม

IMG_4548

ขากลับ  เราเดินทางออกจากค่ายทหาร ไปร้านอาหารที่ชะอำ แวะกินจะอิ่มเรียบร้อย เราออกจากร้านอาหารประมาณ 15.00 น. เราถึงบ้านที่กรุงเทพ 18.30 น.  เป็นการเดินทางที่ยาวนานกว่าที่เคย  เพราะรถเยอะมาก มีทำถนนด้วย ผมนึกไม่ออกเลยว่าตอนที่ผมเคยไปหัวหินด้วยเวลา 90 นาที นั้น จะทำได้อีกไหม  เราผ่านวันที่รถไม่มากไปแล้ว  ตอนนี้ที่ไหนก็รถติด  ร้านอาหารยอดฮิตก็รถติด ปั๊มน้ำมันก็รถจอดเต็ม ทั้งแวะเข้าห้องน้ำ แวะซื้อของกิน แวะเติมน้ำมัน  ผมไม่สามารถแวะปั๊ม ปตท ใหญ่ๆ ได้อีกแล้วสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวใน พศ นี้  เพราะเต็มตลอด  ต้องไปรอเข้าปั๊มยี่ห้ออื่นๆแทน  ขอให้ปั๊ม shell และ บางจาก จงเจริญ