ข้อเสียของการไม่อัพเดทซอร์ฟแวร์ ทำให้ใช้งานไม่ได้

ตั้งแต่ผมซื้อโน้ตบุ๊คตัวล่าสุดเมื่อปี คศ 2010 นั่นคือ macbookair 2010 ผมก็ใช้งานมันมาตลอด ใช้ทำงาน ใช้เล่นเน็ต ใช้ดูหนัง ฟังเพลง ดู youtube ด้วย ซึ่งมันก็ใช้งานได้ดี ในงานประจำวันที่ต้องทำก็จะมีโปรแกรมคิดราคาที่ใช้ excel ผมก็เลือกใช้ openoffice เป็นหลัก เพราะไม่อยากละเมิดลิขสิทธิ์ ไฟล์ excel จำนวนหลายพันไฟล์ก็เก็บไว้ใน dropbox และ sync กับคอมตั้งโต๊ะไว้ โน้ตบุ๊คและคอมพิวเตอร์ที่ทำงานจะมีไฟล์สำหรับทำงานเหมือนกันตลอดเวลา ผมจะคิดราคาให้ลูกค้าที่โต๊ะทำงานหรือโน้ตบุ๊คก็ได้ ส่วนการเช็คเมล ก็ใช้เบราเซอร์อย่าง safari เข้าไปอ่านเมล และเขียน blog ส่วนตัว

ทุกอย่างก็เป็นไปอย่างราบลื่น ใช้ osx ตั้งแต่ 10.6 ซึ่งเป็น os ติดเครื่องโน้ตบุ๊คตั้งแต่แรก จนถึงปีปัจจุบัน os กลายเป็น 10.13 ไปแล้ว แต่ผมก็ยังไม่อัพเดทเลย os ติดเครื่องเลย ยังคงเป็น 10.6.6 อยู่ ตัวเลข .6 ตัวสุดท้ายเป็นอัพเดทย่อยๆที่กดอัพเดทไปตามเวลาที่มีการแจ้ง ซอร์ฟแวร์ที่ใช้งานยังใช้งานได้อยู่ แต่ก็ค่อยๆไม่รองรับมากขึ้น ตอนที่มีการแจ้งให้อัพเดทเป็น 10.7 ผมก็ไม่อัพ ตอนที่มีอัพเป็น 10.8 ผมก็ไม่อัพ ด้วยเหตุผลว่า มันยังใช้งานได้ และ osx ก็ค่อยๆอัพเป็นตัวที่สูงขึ้นอีกหลายครั้งจนปีนี้ คศ 2019 osx ไปถึง 10.13

ปัญหาเริ่มมีให้เห็นช่วงปี 2016 มีหลายโปรแกรมที่มีการอัพเดทแล้วไม่รองรับการทำงานบน 10.6 อีกต่อไป ทำให้ผมไม่สามารถใช้ dropbox ได้ เอกสารที่จะใช้คิดราคาจะอยู่ในระบบของ dropbox ทั้งหมด นั่นทำให้ผมไม่มีเอกสารคิดราคาที่สะสมประวัติการขายและไฟล์การคิดราคาสิบกว่าปีอยู่ในโน้ตบุ๊คเลย นอกจากนี้ยังมีปัญหากับโปรแกรม line ที่ทำงานช้ามากบน 10.6 จนไม่สามารถใช้งานได้อีกเลย และ line รุ่นใหม่ๆก็ต้องการ osx ที่สูงกว่านี้ ส่วน safari ก็ไม่รองรับการทำงานกับเว็บยุคใหม่ๆหลายเว็บ โดยเฉพาะ facebook และ youtube ไม่ใช่แค่ safari หรอก แต่ firefox ก็ไม่รองรับ ปัญหาเหล่านี้แก้ได้ง่ายๆด้วยการอัพเดท safari หรือ firefox ให้ทันสมัย แต่ประเด็นมันเกิดเป็นปัญหาตรงที่ safari และ firefox ตัวล่าสุดไม่ทำงานบน osx10.6.6 แล้ว นี่คือจุดเริ่มต้นปัญหาอย่างแท้จริง

เพราะว่า พอถึงวันที่ผมจะคลิกอัพเดท ให้เป็น osx10.13 ระบบอัพเดทก็ฟ้องว่า การอัพเดทเป็น 10.13 ต้องทำจาก osx 10.8 จะอัพเดทไกลๆมาจาก 10.6 ไม่ได้ นี่คือความโชคร้ายของผม และตัวอัพเดทของ 10.6 ไป 10.7 หรือ 10.8 หรือ 10.9 ก็ไม่มีให้คลิกแล้ว เพราะมันผ่านไปหลายปีแล้ว เครื่องคอมในปี 2010 จะอัพเดทในปี 2019 มันทำไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง ผมพยายามหา firefox รุ่นที่ทำงานบน 10.6 ได้แล้วยังพอเปิด facebook และ youtube ได้อยู่มาใช้ มันพอใช้ได้แต่มันช้าและหน่วงมากๆ เครื่องโน้ตบุ๊คของผมเปิดเครื่องใช้เวลาแค่ 14 วินาที ก็พร้อมใช้งาน เปิดโปรแกรมที่ไม่ต้องต่อเน็ตได้เร็วทุกโปรแกรม แต่จะอ่าน feed ในเฟสบุ๊คช้ามาก ไม่รู้ว่าข้อมูลของเว็บรุ่นใหม่ๆมันต้องประมวลผลอะไรมากมาย เบราเซอร์ที่ผมมีอยู่มันทำงานช้ามาก

ยังมีปัญหาการเปิดเพลงจาก youtube อีกที่เคยทำได้ดีมาก ดีขั้นเทพ ตอนที่มันติดขัดมันเริ่มช้าลง ผมไม่สามารถหาเพลงที่ต้องการได้จาก youtube อีกแล้ว เพราะหน้าแรกของ youtube เปิดขึ้นมาก็มีข้อมูลขึ้นไม่ครบ ผมจะหาเพลงที่ต้องการสักเพลง ผมใช้เวลากดแล้วรอหน้าจอเปลี่ยนแปลงนานมาก เรียกได้ว่า หากเรานึกถึงเพลงที่อยากฟัง แล้วเราจะไปหาจาก youtube ผมใช้เวลาผ่านไปสัก 3 นาทีผมยังไม่ได้ฟังเพลงที่ต้องการเลย มันแย่ยิ่งกว่าการเปิดด้วยมือถือเสียอีก

แต่ผมเป็นคนใจเย็นเป็นน้ำ รอได้ ช้ามากนักก็ใช้วิธีบุ๊คมาร์คเอาไว้เราจะได้เข้าถึงไฟล์เพลงใน youtube ไปเลยตรงๆ ไม่ต้องไปหน้าแรกของ youtube แบบนี้ก็พอไหว แต่จุดแตกหักกับปัญหามันมาจาก การเขียน blog ของผมที่ใช้งานระบบภาพของ flickr ไม่ได้ วิธีทำงานของผมก็คือ ผมจะอัพข้อมูลลง blog บน wordpress และใช้ภาพที่ลิงค์มาจาก flickr ของผมเอง ผมใช้ flickr มาประมาณ 10 ปี มีภาพอยู่ในระบบเป็นแสนภาพ ภาพอะไรที่ถ่ายมาก็อัพโหลดเข้าไปไว้ใน flickr ทั้งหมด แล้วก็เลือกเอาภาพที่จะประกอบกับการเขียน blog มาโพสท์ใน wordpress แล้วเมื่อไม่กี่วันมานี้ flickr ก็หยุดการรับภาพจาก firefox ในโน้ตบุ๊คของผม ด้วยเหตุผลตามภาพ นั่นคือผม login เข้า flickr ของตัวเองไม่ได้

Screen Shot 2562-04-21 at 4.45.05 PM

การไม่อัพเดท os ทำให้ผมไม่สามารถอัพเดทเบราเซอร์ได้ และการไม่อัพเดทเบราเซอร์ทำให้ผมอัพเดทภาพเข้า flickr ของตัวเองไม่ได้ นี่คือปัญหาที่ใหญ่สำหรับผมมาก ไม่สามารถอดทนได้ ต้องหาโน้ตบุ๊คใหม่มาใช้ นี่คือสิ่งที่คิดออก

เว็บ flickr  บอกว่ากรุณาให้เบราเซอร์ที่อัพเดท หรือ เวอร์ชั่นล่าสุด

ซูมให้อ่านใกล้ๆ


……เดี๋ยวโพสท์ต่อตอนที่ 2

การจัดถ่ายสินค้าอย่างง่าย

การถ่ายภาพสินค้าให้ชัดและดูสวยงามได้มาตรฐาน สามารถนำไปใช้เป็นภาพตัวอย่าง หรือ ทำสื่อสิ่งพิมพ์ ทำแค็ตตาล๊อคได้  ก็มีเทคนิกไม่ซับซ้อน  หากถ่ายด้วยแฟลช 1 ตัว กับกล่องไฟที่ดัดแปลงนิดหน่อยจากของเหลือ เราก็จะได้วิธีและอุปกรณ์สำหรับการถ่ายภาพสินค้าที่ให้คุณภาพระดับมืออาชีพได้ไม่ยาก

IMG_0047

กล่องไฟให้ใช้วิธีดัดแปลงกล่องกระดาษที่ใส่ของใหญ่ๆมา  เราเอากล่องเปล่ามาเจาะ 3 ด้าน  คือ ด้านบน  ด้านซ้าย และด้านขวา  เมื่อเจาะครบแล้วก็ทำการติดกระดาษเนื้อบางสีขาวลงไปในด้านที่เจาะ  เพื่อให้กล่องกระดาษทำหน้าที่เป็นเต๊นท์ถ่ายภาพ   แล้วก็ตัดกระดาษสีขาวยาวกว่าขนาดกล่องสัก 2 เท่า เอามาไว้ทำผนังด้านหลัง และลากยาวผ่านพื้นกล่อง ออกมาถึงด้านหน้ากล่องที่ปล่อยให้ยาวเลยออกมา

 

IMG_0038

 

จัดให้แสงแฟลชส่องจากด้านบนกล่อง แสงจะวิ่งผ่านกระดาษบางด้านบน  แสงก็จะมีความนุ่มมากขึ้น และเมื่อเข้าไปในกล่องก็จะสะท้อนกับกระดาษสีขาวทั้งหมด  แสงที่ตกไปถึงวัตถุก็จะมีความนุ่มนวลมาก

 

IMG_0036

 

การจัดแสงถ่ายในกล่องรูปแบบนี้ให้คุณภาพงานที่ดีเพียงพอสำหรับการถ่ายเพื่อเอาภาพสินค้าไปทำแค็ตตาล็อค  เพราะใช้ต้นทุนต่ำ  ใช้อุปกรณ์น้อย  และมีความเรียบง่าย  สามารถใช้ถ่ายภาพสินค้าส่วนใหญ่ได้ทันที  ขอเพียงให้สินค้านั้นมีขนาดไม่ใหญ่เกินกว่าขนาดกล่อง  วางในกล่องแล้วเหลือพื้นที่รอบตัวเล็กน้อย  ก็ทำงานได้แล้ว

กล้องฟิล์ม canon eos33

IMG_5395

กล้องฟิล์มของ canon eos33 เป็นกล้องระดับกลางของค่าย  ในยุคที่กล้องรุ่นสูงสุด ไฮเทคสุดของกล้องฟิล์มยุคสุดท้ายคือกล้อง eos3 ที่เป็นเกรดโปร  มีรุ่นกลางเป็น eos33 eos30 และมีรุ่นเล็กเป็น eos300 ซึ่งเป็นแนวทางของ canon ที่ตัวเลขประจำรุ่นสูงจะใช้เลขตัวเดียว  ส่วนรุ่นเล็กจะเป็นเลข 3 หลัก

กล้องยุคสุดท้ายของฟิล์มผมจะวัดจากกล้องที่รองรับระบบแฟลช e-ttl ที่เป็นระบบแฟลชไฮเทคมาก  เป็นระบบแฟลชของ canon ที่พัฒนาจนทำให้ช่างภาพกล้องฟิล์มสามารถควบคุมแสงแฟลชได้ดังใจยิ่งกว่าแฟลชแมน่วลเสียอีก  หากเราศึกษาทำความเข้าใจระบบแฟลชไฮเทคของ canon จนใช้งานได้เป็น  มันจะให้ความแม่นยำของแสงแฟลชระดับจับวาง  เกือบจะแม่นจำเท่ากับการวัดด้วยมิเตอร์วัดแสงแฟลชเลย

eos33 เป็นกล้องที่ผมซื้อมาใช้เพื่อรับงานถ่ายภาพรับจ้าง โปรคนอื่นใช้ eos1  eos3 ส่วนผมใช้ eos33 เนื่องจากไม่สามารถลงทุนกับบอดี้ได้หนักเท่ากับมืออาชีพ  เพราะผมแค่หาเงินเติมน้ำมัน หาเงินเที่ยวเท่านั้น  แต่มันก็อยู่กับผมมาตลอดตั้งแต่วันแรกที่ซื้อเข้ามา มันทำเงินให้ผมตั้งแต่วันแรกเลย  และในตอนที่เริ่มใช้ดิจิทัล eos33 ก็ถูกวางเก็บไว้ เก็บลืมไปเลย  จนหลายปีผ่านมา หยิบออกมาเล่นดู ก็พบกว่ายางเหนียวทั้งตัว  และด้วยความหงุดหงิด  ก็เลยหาอะไรมาเช็ดให้ยางหายเหนียว  ทิชชูอยู่ใกล้ตัวก็เลยใช้ทิชชู่เช็ด  เช็ดไปเช็ดมาเศษขาวๆของทิชชู่ก็ติดอยู่กับบอดี้ตั้งแต่วันนั้น

วันนี้ความนิยมกล้องฟิล์มค่อยๆเพิ่มขึ้น  กล้องมือสองที่ราคาร่วงติดดิน กล้อง SLR ที่เคยขายทิ้งกันหลักร้อยบาทก็ค่อยๆราคาแข็งขึ้น จนขึ้นมาอยู่ระดับหลายพันบาท   วันนี้เลยหยิบออกมาตรวจอีกครั้ง และทดลองใส่เลนส์เพื่อลองใช้งานดู  ผลก็คือใช้งานได้ดี  ระบบไฟฟ้ายังทำงานครบถ้วนเหมือนเดิม หน้าจอดิจิทัลที่แสดงสถานะก็ทำงานทุกส่วน ทุกค่าสามารถแสดงผลได้

คาดว่าจะได้นำไปใช้ถ่ายภาพอีกครั้งในเร็วๆนี้

ตอนนี้ขอหาภาพเก่าๆที่ถ่ายด้วยกล้องฟิล์มตัวนี้มาแปะไว้ดูเล่นก่อน

neg-place-img203

neg-place-img395

neg-sanamluang-img343

slide-img105

neg-fruit-img017-resize

neg-fruit-img018

slide-img673

การใช้แฟลชเพื่อปรับปรุงภาพให้สมบูรณ์ขึ้น

การถ่ายภาพด้วยแสงแฟลชเป็นยาขมของช่างภาพฟิล์มมานาน  เพราะแสงแฟลชมักจะทำให้ภาพดูไม่เป็นธรรมชาติ  และการปล่อยแสงแฟลชก็ควบคุมยาก  ถ้าหากเราไม่มีข้อมูลทางเทคนิคของอุปกรณ์ทุกชิ้น ไม่รู้กำลังไฟแฟลชที่แท้จริงของแฟลช และไม่รู้วิธีคำนวณค่ารูรับแสงที่จะใช้กับแฟลช เราก็แทบจะไม่ได้ภาพที่ดีจากแฟลชเลย  เทคโนโลยีของแฟลชจึงถูกพัฒนาไปไกลมาก ซับซ้อนมากขึ้น เพื่อให้กล้องและแฟลชทำงานร่วมกันและให้ค่าแสงแฟลชที่เหมาะสมกับภาพได้ดีที่สุด

 

แต่ยุคสมัยของกล้องดิจิทัลทำให้การถ่ายภาพด้วยแฟลชเป็นเรื่องง่ายขึ้น  เพราะเราจะเห็นภาพหลังถ่าย  ภาพที่ใช้แฟลชแล้วมีความสมบูรณ์ขึ้นเราก็สามารถเห็นได้ทันที  ถ้ามีเวลาเราก็สามารถทดลองใช้แฟลชกับสิ่งที่เราถ่ายได้  หากสวยถูกใจก็เอาไปใช้งาน  หากไม่สวยก็แค่ลบภาพทิ้ง

ตัวอย่างตอนนี้จะให้ดูภาพอาหารในจาน  ภาพนี้ผมถ่ายที่โต๊ะอาหารที่บ้าน สภาพแสงในบ้านก็จะได้รับความสว่างจากแสงไฟเพดานเท่านั้น   กล้องและเลนส์ที่ใช้ถ่ายภาพนี้คือ canon eos 6d และเลนส์ canon 50f1.4   เปิดโหมด P กล้องจะเลือกรูรับแสงและสปีดชัตเตอร์ให้อัตโนมัติ

IMG_5304

 

เมื่อเห็นภาพแล้วก็ลองติดแฟลชเข้าไป  ใช้แฟลช รุ่น 90ex ที่แถมมากับกล้อง eos m  แฟลชตัวนี้เป็นแฟลชตัวเล็ก ใช้ถ่าน AAA 2 ก้อน   ปล่อยให้กล้องและแฟลชสื่อสารกันเองเพื่อถ่ายภาพนี้  โฟกัสแล้วกดถ่ายในโหมด P เหมือนเดิม  ก็ได้ภาพด้านล่างนี้

 

IMG_5305

 

แสงแฟลชช่วยให้เงาในจานอาหารหายไป  เป็นเงาที่เกิดจากแสงไฟหลายดวงในบ้านแล้วทำให้เกิดเงาพาดไปพาดมาในจาน  ภาพก็จะดูสมบูรณ์ขึ้น  คนถ่ายภาพจะรู้ได้เองว่าชอบแบบไหน

 

การรู้จักเทคนิคการใช้แฟลชทำให้เราสามารถสร้างงานที่หลากหลายได้  มีทางเลือกในการแก้ปัญหาได้มากขึ้น  บางโจทย์ บางงาน อาจต้องการภาพแค่รายละเอียดชัดเจน ไม่ต้องการเงามืดที่พาดผ่านวัตถุ หรือแม้แต่การถ่ายคนแล้วหน้าผ่องสว่างขึ้น  รู้แล้วค่อยเลือกใช้ หรือ เลือกไม่ใช้ ย่อมดีกว่าไม่รู้

การแก้ปัญหาด้วยแฟลช

007

ภาพตัวอย่างการถ่ายภาพด้วยฟิล์ม  ภาพบนเป็นภาพที่ถ่ายด้วยกล้อง yashica 635 ซึ่งเป็นกล้องฟิล์มขนาด 120  เป็นภาพที่ถ่ายในห้องพักของโรงพยาบาล  ใส่ฟิล์มความไว 160 เอาไว้ และก็เลือกถ่ายแบบไม่มีแฟลช  ภาพที่ได้ก็จะเป็นสภาพแสงจริงของห้อง  ด้านนอกห้องจะสว่าง ส่วนด้านในห้องแสงจะน้อยกว่า ทำให้ตัวคนดูเป็นโทนสีเข้ม ดูเป็นการถ่ายภาพที่รับแสงน้อยเกินไป

 

กรณีภาพบน  หากเราลดสปีดชัตเตอร์ลงเพื่อให้กล้องรับแสงมากขึ้นภาพคนก็น่าจะสว่างพอดี แต่ฉากหลังคงจะเลือนหายไปเกือบหมด  ตัวแบบนั่งอยู่ริมหน้าต่างแบบนี้ หากเราถ่ายภาพไปตรงๆ  ก็จะเป็นการถ่ายย้อนแสง ตัวแบบจึงมืดเป็นเรื่องปกติ

 

การแก้ปัญหาให้ภาพนี้เลือกใช้วิธีเปิดแฟลชช่วย  แสงแฟลชถูกตั้งให้ยิงไปสะท้อนกับเพดาน แล้วแสงแฟลชจะชิ่งกับเพดานสีขาว  เราเรียกเทคนิคนี้ว่าการ bounce  แสงแฟลชจะกระทบเพดานแล้วกระจายตัวลงมาโดนแบบ  ภาพจึงมีความสว่างของตัวแบบเพิ่มขึ้น  ลักษณะแสงแฟลชแบบนี้จะมีความนุ่มนวล ค่าแสงแฟลชที่พอดีจะทำให้ภาพดูสมบูรณ์ขึ้นดังภาพล่าง  เป็นการใช้แฟลชแก้ปัญหาสภาพแสงภายในและภายนอกต่างกันมากเกินไป

IMG_0440

 

การใช้แฟลชแบบแมน่วล ต้องคำนวณกำลังไฟ ระยะทาง รูรับแสง และค่าการสะท้อนเพดาน 4 ตัวแปรนี้มีวิธีคิดคำนวณเพื่อให้ค่าที่ถูกต้อง  เราจะต้องรู้ข้อมูลอุปกรณ์ทุกอย่างเพื่อให้การใช้เทคนิคนี้เป็นไปอย่างแม่นยำ  เพราะการถ่ายภาพด้วยฟิล์มเราต้องมีพื้นฐานความรู้ที่ถูกต้องแม่นยำ  เพราะเรายังไม่เห็นภาพทันทีนั่นเอง

สูตรการคิดหาค่ารูรับแสงสำหรับการใช้งานแฟลช คิดที่ความไวฟิล์ม 100
รูรับแสง = guide number / ระยะทาง
ค่า guide number คือกำลังไฟที่แฟลชจะระบุไว้ในสเป็ค แฟลชที่ใช้ครั้งนี้คือ Vivitar 2700 เป็นแฟลชที่มีค่า Guide number ประมาณ 8 ระยะยืนถ่ายภาพ กับแบบ แสงแฟลขจะวิ่งขึ้นเพดานแล้วสะท้อนไปที่ตัวแบบ ระยะทางประมาณด้วยสายตาก็วิ่งขึ้น 1.5 เมตร วิ่งลง 1.5 เมตร ก็ประมาณ 3 เมตร ค่ารูรับแสงที่คำนวนได้ก็จะประมาณ


รูรับแสง = guide number / ระยะทาง
รูรับแสง = 8 / 3 = 2.6 ซึ่งจะเป็นค่าสำหรับฟิล์มความไว 100
แต่การใช้เทคนิคการเบ้าซ์หรือสะท้อนเพดานขาวจะต้องเผื่อค่าแสงที่หายไปอีก 2stop ดังนั้น ค่าการถ่ายภาพที่ให้แสงพอดีสำหรับภาพนี้น่าจะต้องใช้ฟิล์มความไว 400 และเปิดรูรับแสง 2.6 นั่นเอง

010

แต่ว่า ทั้งหมดเป็นความสว่างจากการคำนวณ สถานการณ์นี้เราวัดแสงพอดีที่ค่าแสงปกติ แสงพอดีแล้วตั้งแต่ยังไม่ใช้แฟลช ดังนั้นการใช้แฟลชเพิ่มเติมเข้ามาก็จะทำให้ภาพสว่างขึ้น แม้กำลังไฟจากการคำนวณจะไม่พอ และภาพที่ตัวแบบสว่างขึ้นก็เป็นดังภาพนี้

 

 

รีวิวหูฟัง sony mdr-zx110ap ของดีราคาถูก

IMG_5807

หูฟังทรงคลาสิคยังคงได้รับความนิยมในกลุ่มนักเล่นเฉพาะทาง  เพราะเป็นหูฟังที่ให้คุณภาพเสียงได้เที่ยงตรงมากถึงมากที่สุด  พื้นที่ของตัวหูฟังเป็นชิ้นใหญ่  สามารถใส่ตัวกำเนิดเสียงที่ดีได้  จะทำให้ดีในราคาย่อมเยาก็ไม่ยาก

76256

วันหนึ่งที่เดินผ่านมุมเครื่องเสียงในห้าง  เหลือบไปเห็นหูฟังราคาถูกตัวหนึ่งที่แขวนโชว์ไว้ให้ลองฟัง  พอเดินผ่านก็ลองหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเสียบกับหูฟัง แล้วลองฟังดูก็พบว่า น้ำเสียงทำได้ดีน่าสนใจ  เสียงร้องชัด  เสียงเครื่องเคาะจังหวะหลายๆชิ้นก็ได้ยินชัดตลอดเพลง   ดูราคาแล้วไม่แพงมาก  เลยซื้อมาใช้เป็นหูติดกับคอมพิวเตอร์ หรือเอาไว้พกไปฟังนอกสถานที่ และตัดสินใจเขียนเป็นรีวิวเอาไว้

IMG_5798

ลักษณะทั่วไป

สายแจ็คเสียบกับเครื่องเล่นเป็นแบบ mini 3.5  มีขีดดำ 3 ขีด หรือจะเรียกว่าเป็นแจ๊ค 4 ชั้น(ตัวนำไฟฟ้า 4 ช่อง)  ตัวสายออกแบบเช่นนี้หมายถึงมันถูกออกแบบมาให้ใช้กับโทรศัพท์เป็นหลัก ตัวสายมีไมค์โครโฟนให้มาด้วย  มีปุ่มกดรับสาย  เราสามารถใช้หูฟังเส้นนี้คุยโทรศัพท์ได้

IMG_5829

ทดลองใช้หูฟัง mdr-zx110ap กับเครื่องเล่นเพลงอย่าง ipod shuffle gen1 ก็ทำงานได้ดีเยี่ยม ipod รุ่นต่างๆสามารถใช้งานกับหูฟัง sony รุ่นนี้ได้ปกติ  ซึ่งหูฟังบางรุ่นที่เป็นขาเสียบแบบ 4 ชั้นจะทำงานไม่ได้กับ ipod รุ่นเก่า เนื่องจากขั้วสัมผัสของ ipod ออกแบบมาให้ใช้กับแจ๊คหูฟัง 3 ชั้น  แม้แต่หูฟัง earpod ที่แถมมากับ iphone ก็ทำงานกับ ipod เก่าๆไม่ได้  แต่ sony ตัวนี้ทำงานได้ นับเป็นเรื่องโชคดีมากๆ

IMG_5834

ลองเสียบกับเครื่องเล่นเพลงตัวอื่นที่เป็นเครื่องเล่นที่ออกแบบมาให้ใช้กับหูฟังสเตอริโอขั้วสัมผัส 3 ขั้นบางเครื่องก็ทำงานได้ปกติ  บางเครื่องก็มีปัญหา  ตัวที่มีปัญหาก็อย่างเช่นการใช้กับ aune m1 ถ้าเสียบแจ๊คลงไปสุดจะได้ยินเสียงก้องๆ ต้องเสียบให้สุดแล้วดึงออกเล็กน้อย  เสียงก็จะดังเป็นสเตอริโอปกติ

IMG_5810

หูฟังชนิดนี้เป็นหูฟังประเภท on-ear คือจะแปะกับใบหูไว้  ไม่ได้ครอบหูสนิทแบบหูฟังขนาดใหญ่  ฟองน้ำนุ่มๆสีขาวสะอาดให้สัมผัสที่นุ่มจริงๆ  และอาการบีบหัวมีน้ำหนักบีบที่มากนิดหน่อยเมื่อใช้งานครั้งแรก แต่ฟองน้ำนิ่มๆก็ช่วยให้ความรู้สึกบีบไม่ค่อยแรงมาก  เมื่อฟังไปหลายวันน้ำหนักบีบหัวจะน้อยลงจนเรียกได้ว่าเบา คาดว่าพลาสติกคงจะอยู่ตัวตามสภาพหัวของผู้ฟังแล้ว

IMG_5802

Specification

น้ำหนัก 4.3 oz

ขนาดไดรเวอร์ 30 มม.

ตอบสนองความถี่ 12Hz – 22,000Hz

อิมพีแดนซ์  24 โอห์ม

ความไว 98dB/mW

รองรับกำลังขับ 1000 mW

ความยาวสาย 3.94 ฟุต

คุณภาพเสียง

น้ำเสียงของหูฟังรุ่นนี้ออกไปทางเสียงที่น่าฟัง  มีแนวเสียงคล้ายลำโพงชั้นดี  แต่การแยกแยะมิติแต่ละเสียงยังไม่เด็ดขาด  หากฟังกับดนตรีน้อยชิ้นหูฟังตัวนี้ก็แยกตำแหน่งเสียงร้องกับเสียงดนตรีได้ชัดเจน  แต่หากฟังกับเพลงที่เล่นเต็มวง มีเสียงเครื่องดนตรีหลายชนิดขึ้นมาพร้อมกันก็จะฟังเหมือนเนื้อเสียงแต่ละส่วนติดกันไปหมด  ฟังผ่านๆก็ไม่ได้เสียหายอะไร  แต่หากฟังจับผิดหรือฟังเพื่อแกะเพลง ฟังโน้ตของเครื่องดนตรีแต่ละชนิดก็จะแยกแยะได้ยากหน่อย ซึ่งนี้เป็นผลจากการฟังเพลง mp3 หรือเพลงไทยทั่วไปที่มีอยู่ตามเน็ต รวมถึงเพลงเก่าๆที่เคยสะสมไว้

แต่หากฟังจากไฟล์ที่เป็น lossless อย่างเช่นฟังผ่าน aune m1 ที่เป็น wave player  ก็ให้คุณภาพเสียงที่ดี ชัดเจน แยกแยะเสียงร้อง เสียงดนตรีแต่ละชิ้นออกจากกันได้เด็ดขาด  เพลงบันทึกมาอย่างไรก็ฟังออกและติดตามทุกเสียงได้หมด  โทนเสียงกลางแหลมอยู่ในระดับที่ดีน่าฟังเหมือนหูฟังราคาหลายพัน  โทนเสียงเบสให้ความอิ่ม อ้วน เบสเยอะเหมือนเราเปิด loundness ให้กับเครื่องเสียง  เสียงเบสจากการฟังไฟล์ lossless ผมเรียกว่าน่าฟัง เรียกว่าเป็นเบสอร่อยเหาะเลย เหมาะกับเพลงร็อค เพลงโชว์เสียงกลอง

หากฟังกับไฟล์เพลง mp3 บิทเรทต่ำ หรือดนตรีที่บันทึกมาไม่ดีเสียงย่านต่ำที่ดังขึ้นและจบลงไม่เร็วเท่าที่ควร  แต่เสียงกลางยังทำได้ชัดเจนดี  สามารถดึงดูดคนฟังให้อยู่กับเสียงร้องและเสียงพูดได้  การฟังเพลงร้อง หรือการฟังรายการวิทยุ จะได้เสียงร้องที่น่าฟัง  เสียงดีเจพูดบรรยายฟังเพลินมาก

เสียงย่านสูงก็ให้ความใสที่พอดี  ไม่ได้เป็นเสียงสูงแสบหู หรือ เสียงห้วนทึบ  เสียงโซโล่กลองทำได้ชัดเจนและน่าฟังมาก  เสียงกีต้าร์ก็ให้ความใส มีเนื้อเสียงที่อิ่มแน่น  หูฟังตัวนี้ฟังเพลงอคูสติกได้เพราะดี  เราสามารถพกหูฟังตัวนี้ตัวเดียวเพื่อใช้กับโทรศัพท์ของเราทั้งการคุยและการฟังเพลง  จะบอกว่ามันเป็นหูฟังที่ใช้สำหรับฟังเพลงจริงๆ  ไม่ใช่แค่ทำเพื่อคุยโทรศัพท์

แนวเสียงของหูฟังตัวนี้จะเหมือนเป็นน้องเล็กของ sennheiser hd650 ตัวละหมื่นปลาย  แต่เบสเยอะกว่า  น้องกลางของน้ำเสียงแนวนี้คือ creative aurvana live ตัวละสองพันกว่า  ส่วน sony mdr-zx110ap ตัวนี้ไม่ถึงพันบาท

สรุป

ถือเป็นหูฟังที่คุ้มค่าตัว  เหมาะกับการฟังเพลงกับเครื่องเล่นเพลงและคอมพิวเตอร์   ใช้พกพาออกนอกบ้านไปนั่งฟังเพลงเพลินๆ  คุณภาพเสียงที่ดีทำให้เราฟังเพลงได้นาน เสียงเบสที่เด่นจากไฟล์เพลงคุณภาพดีจะทำให้เราฟังเพลงเพราะขึ้น  ไม่ล้าหูง่ายๆ  น้ำหนักบีบหัวชั่วโมงแรกจะรู้สึกบีบแรงหากไม่คุ้นเคยกับหูฟังแนวนี้ แต่เมื่อผ่านไปหลายวัน น้ำหนักบีบจะน้อยลงจนเรียกได้ว่าเป็นหูฟังที่ไม่บีบหัวให้รำคาญ  ซื้อไว้ใช้อเนกประสงค์ก็ดี  ใช้ฟังเพลงจริงจังก็ได้  เป็นหูฟังน้ำเสียงดีที่ใช้เป็นตัวพกพาออกนอกบ้านแทนหูฟังไฮเอนด์ตัวโปรดได้  แถมยังไม่เรื่องมากไม่ต้องการแอมป์ขับเฉพาะทางก็ทำงานได้แล้ว

สั่งซื้อ Sony MDR-ZX110AP

อัพเดทปี 2025 หลังจากใช้มา 6 ปี คุณภาพเสียงยังดีเหมือนเดิม แต่ผ้าที่หุ้มสลายตัวไปตอนไหนก็จำไม่ได้ ฟองน้ำไม่ฟูเหมือนเดิมแล้ว

IMG_20250908_134213513

12nov2025 เราสามารถสั่งซื้อฟองน้ำมาเปลี่ยนได้ โดยสั่งจากร้านในเน็ต ซึ่งจะเป็นฟ้องน้ำหน้าตาเหมือนเดิมตอนที่ยังใหม่อยู่ และสามารถใช้กับหูฟังได้หลายรุ่น ผมสั่งซื้อจากลิงค์นี้ https://s.shopee.co.th/5VNRrM6KBy?share_channel_code=6

IMG_20251112_110649234

Pat cafe ร้านอาหาร แพทคาเฟ่ รีวิว

เช้าวันอาทิตย์ที่อยากไปหาอะไรกินนอกบ้าน  ก็ขับรถเข้าไปย่านราชดำเนิน ไปถึงถนนดินสอ เจอกับร้านแพทคาเฟ่ ลองกินดูสักครั้ง

IMG_5683

อาหารเช้ามีหลายอย่างให้เลือก  อาหารตามสั่งก็มีเยอะ  เมนูหนามาก  เลือกกันตาลาย  สั่งเป็นชุดอาหารเช้าไปเลยก็ง่ายดี

IMG_5687

ร้านอยู่ริมถนน อยู่หัวมุมสี่แยก ด้านหนึ่งติดถนนดินสอ อีกด้านติดถนนพระสุเมรุ   ถ้ามาทางถนนดินสอจะจอดรถหน้าร้านไม่ได้  ต้องมาจากแยกผ่านฟ้าเข้าถนนพระสุเมรุก็จะผ่านหน้าร้าน จอดรถหน้าร้านเลย

IMG_5688

รายการอาหารเยอะมาก  มากเกินกว่าจะเป็นร้านกาแฟ  ควรจะเรียกว่าภัตตาคารมากกว่า

IMG_5690

ลูกค้าย่านนี้ก็คือนักท่องเที่ยว  ราคาอาหารไม่แพงสำหรับฝรั่ง สำหรับคนไทยก็พอไหว ราคาเท่ากับกินในห้างทั่วไป

IMG_5695

ไข่ครอบ หน้าตาประหลาดอยู่ในเมนู  เป็นสิ่งที่เพิ่งรู้จัก ถามกันเองว่ามันคืออะไร เดากันไป  จนคุณป้าข้างๆต้องเล่าให้ฟังว่า ไข่ครอบเป็นเมนูของคนสงขลา  ไม่ค่อยมีที่อื่นทำกัน  หากินได้ยากมาก  อาจมีเฉพาะร้านนี้เท่านั้นในกรุงเทพ  ผิวสัมผัสของไข่ครอบเมื่ออยู่ในปากจะเหมือนส่วนไข่แดงของไข่เค็ม แต่ไม่เค็ม  แค่ความร่วนของเนื้อไข่แดงมันคล้ายกัน

IMG_5693

ไข่กระทะ เป็นเมนูของคนสิ้นคิด  อร่อยเสมอ  ใส่พริกไทย ใส่ซอสแม็กกี้ ยังไงก็อร่อย

IMG_5698

ไข่ดาวไส้กรอกรูปหัวใจ  ดูแปลกดี  มีผักสลัดให้ด้วย  เป็นมื้อเช้าที่ครบห้าหมู่

IMG_5700

พาลูกและภรรยามาลองกิน   ก่อนจะนั่งกินก็เดินขึ้นไปดูชั้น2ที่เป็นแกลลอรี่  มีของสะสมให้ดูบ้าง ส่วนใหญ่เป็นภาพในหลวงรัชกาลที่9

แปะแผนที่ไว้ให้ครับ

 

ตัวอย่างถ่ายภาพรองเท้าเด็ก

ผมรับงานถ่ายภาพร้องเท้าเด็กมางานหนึ่ง  ลักษณะงานจะต้องจัดถ่ายในภาพแสงที่เคลียร์ ฉากขาว เพื่อใช้ภาพทำแค็ตตาล็อค  และใช้ในเว็บเป็นหลัก  ก็เลยจัดการถ่ายในกล่องดัดแปลงที่ผมใช้ประจำ  กล่องนี้สร้างเงินมาหลายแสนบาทแล้ว  ก็ยังคงใช้งานกันต่อไป  แต่ในครั้งนี้จะมีเรื่องพิเศษกว่าครั้งอื่นๆก็ตรงที่ผมจะให้ลูกเป็นผู้ช่วย

 

PHOTO_COLLAGE1549169504935

 

ปกติการถ่ายภาพลักษณะนี้ผมจะทำงานคนเดียว  วางรองเท้า แล้วถ่ายภาพด้วยแฟลช  ค่าแสงแฟลชก็วัดและปรับตั้งให้แสงแฟลชมีค่าสว่างตามที่ต้องการ แล้วก็หยิบสินค้าไปวาง จัดให้ได้รูปแบบที่ต้องการ แล้วก็ถ่ายภาพ  แล้วก็เปลี่ยนสินค้า  งานส่วนที่เป็นการวัดแสงและการถ่ายก็ยังคงเป็นตัวเราเหมือนเดิม  แต่งานที่หยิบของเข้าไปวาง จัดวางในท่าทางที่ต้องการ และหยิบออกเมื่อถ่ายภาพเสร็จผมก็จัดแจงให้ลูกเป็นคนทำให้  โดยมีข้อตกลงกันว่า ผู้ช่วยทำงานจะมีค่าแรงให้ชั่วโมงละ 60 บาท  ลูกชายผมก็ตกลง  เราก็เลยได้เริ่มงานกัน  แต่รอบนี้ผมจะไม่ใช้แฟลช  เพราะจะยกกล่องมาถ่ายกับลูกที่บ้าน ไม่ได้ถ่ายจากที่ทำงาน  งานถ่ายที่บ้านผมไม่ขนแฟลชมาด้วย  ตัดสินใจใช้แสงธรรมชาติในการถ่ายครั้งนี้

 

IMG_0116
IMG_0094
IMG_20190203_093340

การถ่ายภาพด้วยแสงธรรมชาติเป็นเรื่องที่มีจุดที่ต้องพิถีพิถันหลายจุด สิ่งที่สำคัญมากและต้องทำให้แม่นยำก็คือการตั้งค่า whitebalance ให้ได้ค่าที่ต้องการ เพื่อให้ภาพมีโทนสีที่ถูกต้องที่สุด  การถ่ายภาพในกล่องขาวแบบนี้ผมจะใช้ค่า whitebalance แบบ custom whitebalance ซึ่งในบทความเก่าๆมีการพูดถึงการตั้งค่าแบบ custom ไว้หลายครั้งแล้ว

2019-02-15_05-06-42

ผมจบงานถ่ายภาพครั้งนี้ในเวลาประมาณ 1.30 ชั่วโมง จากการมีผู้ช่วย 2 คน  เลยต้องจ่ายค่าแรงสำหรับ 2 คนเป็นเงิน 120 บาท  พ่อได้งาน ลูกได้ความรู้  ขอขอบคุณนายจ้างผู้แสนดีที่ให้โอกาสในการฝึกฝนลูกเกี่ยวกับการถ่ายภาพ

 

ลดฝุ่นด้วยการลดการใช้พลังงานกันเถอะ

PHOTO_COLLAGE1548430128369

ถ้าวันนึงลูกเราออกไปใช้ชีวิตนอกห้องไม่ได้ ก็เป็นเพราะเราส่งต่อโลกเน่าๆให้เขาเอง ลดการใช้พลังงานคือหนทางเดียวที่จะลดฝุ่นควัน ไม่มีพลังงานทางเลือกที่สะอาดไปกว่าการไม่ใช้พลังงาน อย่าไปรอการแก้ไขจากคนอื่น เริ่มลดการใช้พลังงานเท่าที่เราทำได้ มันดีและเร็วที่สุด

ฝุ่น pm2.5 เป็นฝุ่นขนาดเล็กที่เข้าสู่กรุงเทพมาหลายปีแล้ว  แต่ในหลายปีก่อนไม่มีใครรู้ว่ามันคือฝุ่น pm2.5  แม้แต่ผมเอง ช่วงเดือน ธันวาคม 2560 หรือ 13 เดือนที่แล้วผมก็เจอสถานการณ์ที่มีฝุ่นปกคลุมกรุงเทพ แต่วันนั้นผมยังคิดว่าเป็นหมอกอยู่เลย

IMG_5862

ภาพบนถนนบรมราชชนนี ที่มีแสงแดดส่องแล้วมีลำแสงลอดผ่านสะพานยกระดับ  เกิดเป็นแสงสวยๆวางเอียงๆตามมุมของดวงอาทิตย์  นาทีที่ผมเห็นผมก็ตื่นเต้นดีใจ หยิบกล้องขึ้นมาถ่ายเอาไว้  สิ่งที่อยู่ในภาพนั้น ยังไม่ชัดเท่ากับสิ่งที่มองเห็นด้วยสายตา  ผมดีใจที่มีหมอกลงและแสงสวย  นี่คือความเข้าใจในวันนั้น  หลายเดือนต่อมา มีข่าวว่ากรุงเทพหมอกลงอีกครั้ง   หลายคนก็นึกว่าหมอก  แต่ในเฟสบุ๊คและในโทรทัศน์ลงข่าวว่ามันคือฝุ่นขนาดเล็กหรือ ฝุ่น pm2.5 และมันมีอันตรายมากต่อคนเรา  นั่นก็ทำให้ผมเริ่มเข้าใจสถานการณ์

สิ่งที่ผมเห็นและถ่ายรูปเก็บไว้มันคือฝุ่น pm2.5 นั่นเอง  และจากการประโคมข่าวเรื่องนี้ทำให้เรารู้ว่า ฝุ่นมาจากรถยนต์และโรงงานอุตสาหกรรมเป็นส่วนใหญ่  แต่วันนั้นฝุ่นอยู่กับเราไม่นานก็สลายตัวไป  แต่รอบนี้ มกราคม 2562 ฝุ่น pm2.5 อยู่กับเรานานมาก  นานจนเป็นเดือน  และนี่คืออันตรายต่อชีวิตคนสุดๆเลย

ในต่างประเทศก็ประสบปัญหาแบบนี้  และก็มีมาตรการมากมายออกมา  ทั้งการจำกัดรถที่วิ่งในเมือง  การย้ายโรงงานออกไปอยู่ไกลๆจากเมือง  ส่วนวิธีกำจัดฝุ่นในต่างประเทศไม่พูดถึงเลย  ซึ่งเข้าใจว่าเป็นการแก้ที่ปลายเหตุ และมันแก้ไม่ได้นั่นเอง  ส่วนในไทยก็มีแต่การพูดถึงการกำจัดฝุ่น   เราได้เห็นรถฉีดน้ำ  เราได้เห็นราชการแจกหน้ากากป้องกันฝุ่น  แต่ไม่มีใครใส่ใจที่จะพูดถึงการป้องกันการเกิดฝุ่นเลย

2019-01-25 10.06.10 1

ไม่ว่าเราพยายามกำจัดฝุ่นขนาดไหน  เราก็ยังต้องประสบกับปัญหาฝุ่นอยู่ดี  แต่ถ้าเราลดฝุ่นไม่ให้มันเกิดตั้งแต่ต้น  มันคงดีกว่า  แต่เราจะไปย้ายโรงงานคนอื่นออกนอกเมืองก็ทำลำบาก  เราจะไปห้ามคนใช้รถยนต์ก็เป็นไปไม่ได้  สิ่งที่เราพอจะทำได้ก็น่าจะเป็น การลดการใช้พลังงานลง  เพราะเรารู้แล้วว่าฝุ่นมาจากการเผาไหม้เชื้อเพลิง  ถ้าเราลดการใช้รถยนต์ลงบ้าง ฝุ่นก็ลดลงบ้างนั่นเอง  ถ้าเราลดปริมาณขยะ  เราก็ไม่ต้องเผาขยะมากเหมือนเดิม  ลดขยะทำง่ายๆแค่ อย่ากินเหลือ  อย่าซื้อของเยอะเกินความจำเป็น  นอกจากฝุ่นที่รบกวนเราแล้วก็ยังมีควันพิษต่างๆที่ออกมาพร้อมฝุ่นด้วย  ควันพิษเหล่านี้ก็ไม่ได้หายไปไหน มันอยู่รอบตัวเราทั้งนั้น  หากทำได้เราก็ควรเพิ่มต้นไม้ให้มากขึ้น  มีพื้นที่พอก็ปลูกในสนาม  พื้นที่น้อยก็ปลูกในบ้าน  ปลูกต้นไม้แนวตั้งก็ช่วยให้อากาศดีขึ้นได้  เรื่องเล็กน้อยเหล่านี้แต่ละบ้านพอจะทำกันได้อยู่แล้ว  แค่เราตระหนักว่าเราต้องทำ  เพื่อให้เราไม่ต้องส่งต่อโลกเน่าๆให้กับลูกของเรา

ลูกกับพ่อก็คุยกันเรื่องอ๊อกซิเจน

ระหว่างทางขับรถไปโรงเรียน  ลูกกับพ่อก็คุยกันเรื่องอ๊อกซิเจน

2019-01-12_02-29-03

 

ขอบฟ้า  โพลี่ ในน้ำมีอ๊อกซิเจนมั้ย

โพลี่  มีสิครับ  ต้นไม้ในน้ำก็ต้องใช้อ๊อกซิเจน  ปลาก็ต้องใช้อ๊อกซิเจน ในน้ำต้องมีอ๊อกซิเจนไม่งั้นปลาอยู่ไม่ได้

ชอบฟ้า  งั้นเราก็หายใจในน้ำ ใช้อ๊อกซิเจนในน้ำเลย

โพลี่  เราทำแบบนั้นไม่ได้ คนเราไม่เหมือนปลา  คนไม่มีอวัยวะแยกอ๊อกซิเจนออกจากน้ำ  แต่ปลามี ปลามีเหงือกทำหน้าที่แยกอ๊อกซิเจนได้

ขอบฟ้า  เราก็ทำเครื่องแยกอ๊อกซิเจนสิ

โพลี่  ก็มีคนพยายามทำนะ  ตอนนี้ก็มีรถยนต์คันนึงที่ใช้วิธีแยกอ๊อกซิเจนออกจากน้ำ  น้ำประกอบด้วยอ๊อกซิเจนกับไฮโดรเจน  ถ้าเราแยกน้ำออกมาเราก็จะได้ ก๊าซไฮโดรเจนด้วย  แล้วไฮโดรเจนนี่เอาไปใส่เครื่องยนต์ทำให้รถวิ่งได้  รถคันนั้นก็เติมน้ำ แทนน้ำมัน แล้วรถก็วิ่งได้

ขอบฟ้า  รถอะไรเหรอครับ

โพลี่  รถ มิไร  เป็นของโตโยต้า

ขอบฟ้า  ชื่อเหมือนการ์ตูนในมาสไรเดอร์เลย

โพลี่  อ๋อ รถคันนี้จะสะอาดมากเลยนะ ไม่มีควัน  ไม่มีมลพิษเลย  ถ้าเราพัฒนาไปเรื่อยๆ  เราก็จะใช้พลังงานจากน้ำได้

 


ขอบฟ้า  แบบนี้เราก็ไปอยู่ดาวอังคารได้แล้วนะสิ

โพลี่  เหรอ  เกี่ยวอะไรกันน่ะ

ขอบฟ้า  ก็ที่ขั้วโลกเหนือของดาวอังคารมีน้ำแข็งไง  เราใช้น้ำแข็งพวกนั้นได้  เอาน้ำมาใช้แยกอ๊อกซิเจน ปลูกต้นไม้ได้ ใช้พลังงานได้

โพลี่  ก็อาจจะได้นะ  แต่เราต้องละลายมันก่อน เราไม่มีพลังงานเยอะพอจะไปละลายน้ำแข็งหรอกตอนนี้

ขอบฟ้า ทำไมล่ะ  หยิบออกมาเดี๋ยวมันก็ละลายเอง

โพลี่ บนดาวอังคารหนาวมาก  เหมือนช่องฟรีซของตู้เย็น  เราวางน้ำแข็งไว้ในช่องฟรีซมันก็ไม่ละลาย

ขอบฟ้า  ก็ต้มมันสิ

โพลี่  ต้มมันก็ต้องใช้พลังงาน  เราต้องไม่มีพลังงานเยอะพอบนดาวอังคารหรอก

ขอบฟ้า  ก็เอาพลังงานโซล่าเซลมาต้มน้ำ แล้วเอาน้ำมาแยกไฮโดรเจน

โพลี่  ก็น่าสนใจ  วิธีนี้น่าจะทำให้เราอยู่บนดาวอังคารได้  แต่เราจะต้องทำแค่ตอนมีแสง ตอนกลางคืนเราก็ทำไม่ได้นะ

ขอบฟ้า  ก็ขับรถไปที่ที่มีแสงสิ

โพลี่  มันยากนะ  เราต้องขับรถอ้อมดาว ขับไปอีกฝั่งเพื่อรับแสงเลยนะ  เราน่าจะขับไปไม่ทัน  เพราะหุ่นยนต์สำรวจตอนนี้เดินบนดาวอังคารได้ช้ามาก  ชั่วโมงนึงอาจได้แค่ 200 เมตร   200เมตรก็ไกลเท่ากับ จุดที่นักเรียนอนุบาลเข้าแถว แล้วเดินมาถึงที่จอดรถ

……

การสนทนาจบลงตอนที่รถจอดหน้าตึก ขอบฟ้าเตรียมของเพื่อลงเดินเข้าห้องเรียน

 

IMG_9941

ปรับภาพให้สวยถูกใจ

 

 

 

IMG_0102

แม้ว่าการถ่ายภาพเราจะพยายามฝึกฝนให้ถ่ายดีที่สุดตั้งแต่การกดชัตเตอร์  ภาพหลังกล้องต้องสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่สติปัญญาและสถานการณ์จะเอื้ออำนวย  และเมื่อมาดูภาพในภายหลังเราก็ยังอาจจะปรับแต่งเพื่อให้มันดูดี หรือดูแปลกตาไปจากเดิมได้  การปรับภาพเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคน  ซึ่งบางภาพผมก็เห็นว่าทำให้เป็นสีขาวดำก็ดูสวยขึ้น ได้อารมณ์ต่างๆในภาพมากขึ้น  อย่างเช่นภาพเด็กเล่นเปียโนภาพนี้

 

PHOTO_COLLAGE1547172140602

ภาพนี้ผมใช้ app ในโทรศัพท์มือถือช่วยปรับให้  โดยการเอาภาพต้นฉบับมาเข้า app ชื่อ snapseed

1  ทำการปรับภาพเป็นขาวดำ  เลือกโหมดขาวดำเป็น high contrast

2  ใช้คำสั่ง curve หรือ เส้นโค้ง เพื่อยกระดับส่วนความสว่างระดับกลางให้ดูสว่างขึ้น แต่ส่วนมืดและส่วนสว่างไม่ต้องเปลี่ยนแปลง

3  ใส่ขอบมืดให้กับภาพ หรือใส่ vignett เลือกค่าขอบมืดที่ไม่มากเกินไป ภาพก็ออกมาตามที่เห็น

4  ใส่ขอบขาวด้วย app ชื่อ collage เป็นการวางภาพในพื้นที่สี่เหลี่ยมจตุรัส

ก็ได้ภาพตามที่เห็นนี้  การปรับแต่งเป็นเรื่องความชอบแต่ละคน  ผมเป็นคนชอบมองภาพขาวดำ ก็อยากจะปรับให้ดูถูกใจตัวเอง  คนอื่นที่ดูอาจไม่ชอบก็ได้ เราไม่จำเป็นต้องสนใจ

 

กล้อง canon  eos 6d กับเลนส์ canon macro100mm

 

screen shot 2562-01-11 at 10.52.59

 

ยังคงมีภาพอื่นๆอีกที่ถ่ายแล้วอยากลองเปลี่ยนโทนภาพดูบ้าง

 

IMG_5046

2018-12-18_10-29-50-01

 

 

IMG_4921

PHOTO_COLLAGE1547172359342

การใช้แฟลชในบ้านเพดานสูง

บางครั้งการถ่ายภาพในสภาพแสงน้อยเราก็อาจจะต้องใช้แฟลชช่วย  แม้ว่ากล้องรุ่นใหม่จะสามารถตั้งค่า iso ได้สูงลิบอยู่แล้ว  เพราะแสงแฟลชจะให้สีสันของภาพออกมาสดใสกว่าการถ่ายภาพด้วย iso สูงแต่เพียงอย่างเดียว

 

IMG_0292

ภาพที่1  สภาพแสงจริงภายในบ้าน

 

ภาพที่ 1 เป็นสภาพแสงที่มองเห็นจริงๆในบ้าน  แม้ว่าจะเปิดไฟในบ้านหมดทุกดวงแล้ว ความสว่างที่กล้องจะรับภาพก็ไม่ได้มากเลย  สถานการณ์แบบนี้ หากเป็นยุคของฟิล์มที่เรามีฟิล์มแค่ความไว 800 ภาพก็จะเกรนแตก และสปีดของภาพจะต่ำมากจนไม่สามารถจับภาพคนได้คมชัด  แต่กล้องดิจิทัลสมัยใหม่ ตั้งค่า iso ภาพนี้ไว้ที่ 3200  เราได้สปีดชัตเตอร์ที่ 1/60  รูรับแสง f4 ให้ภาพที่พอดูได้  แต่ไม่สวย

 

การถ่ายภาพสถานการณ์นี้ให้สมบูรณ์ขึ้นก็ต้องใช้แฟลช  จะทำให้เราสามารถเรียกสีสันจากสิ่งต่างๆในภาพออกมาได้ดียิ่งขึ้น  แต่การยิงแฟลชเข้าไปตรงๆเราก็มีโอกาสที่จะได้ภาพไม่สวย  การยิงแฟลชให้ดูแสงสวยนุ่มนวลมักจะต้องใช้เทคนิคการเบ๊าซ์แฟลช (Bounce)  มันคือเทคนิคการยิงแสงแฟลชไปชนเพดานสีขาว หรือกำแพงสีขาว แล้วให้แสงสะท้อนจากเพดานกลับมาโดนตัวแบบนั่นเอง

 

บ้านนี้เพดานไม่ใช่สีขาวด้วย  แถมยังอยู่สูงลิบ แฟลชที่ติดอยู่กับกล้องไม่มีทางวิ่งไปถึงแล้วสะท้อนกลับมาได้ในปริมาณที่เพียงพอจะถ่ายภาพ  ดูจากสิ่งแวดล้อมในบ้านแล้ว เห็นเพดานขาวอยู่เล็กน้อยในบริเวณชั้นลอย  เล็งด้วยสายตาแล้ว แสงสะท้อนเพดานส่วนนี้สามารถวิ่งลงมาถึงตัวคนได้  ก็เลยจัดการใช้แฟลชกับเพดานชิ้นนี้

 

IMG_0293

ภาพที่2  เพดานบางส่วนที่เป็นสีขาว

 

จัดการแยกแฟลชออกจากกล้อง  ใช้ตัวส่งสัญญาณแฟลชไร้สายหรือ trigger ติดแฟลช nikon sb26 แล้วนำไปวางบนพื้นชั้นลอย  เล็งให้แสงแฟลชยิงแล้วกระทบเพดาน  แสงสะท้อนจากเพดานจะวิ่งลงมาถึงชั้น 1 ได้  ตั้งค่ากำลังไฟในการยิงแฟลชไว้ที่ 1/2 ของไฟเต็มกำลัง  เพราะเจตนาจะให้สามารถยิงแฟลชได้ 2 ครั้งโดยไม่ต้องรอชาร์จไฟหลายวินาที  เมื่อวางตำแหน่งได้ที่แล้วก็ลองถ่ายทดสอบ  ค่าแสงลงตัวพอดี ใช้สปีดชัตเตอร์และรูรับแสงและ iso เท่าเดิม  คุณภาพแสงออกมาตามภาพที่2

 

ดูจากภาพพรีวิวที่หน้าจอของกล้อง  ดู histogram ของภาพนี้แล้วพบว่าส่วนกราฟกระจายตัวเต็มย่าน  ถือว่ามีคุณภาพใช้ได้แล้วก็เลยใช้ค่าแสงระดับนี้ถ่ายเหตุการณ์ที่ต้องการ  ก็ได้ภาพที่มีสีสันดีกว่าเดิม

IMG_0283

ภาพที่3  ถ่ายด้วยค่าแสงที่ต้องการ

 

บริเวณโซฟาเป็นบริเวณที่ถ่ายภาพด้วยค่าแสงที่เรากำหนดไว้ได้พอดี  แต่พอจะถ่ายภาพมุมอื่นที่อยู่หน้าบ้าน  ระยะทางของเปียโนที่วางอยู่หน้าบ้านห่างจากจุดสะท้อนแสงแฟลชมากกว่าโซฟา ทำให้ค่าแสงที่ตกลงบนเปียโนน้อยลง เราเปลี่ยนรูรับแสงให้กว้างขึ้นไม่ได้แล้วเพราะเลนส์มีรูรับแสงแค่ f4 ส่วนกำลังไฟแฟลชเราก็ไม่อยากเพิ่มเป็น 1:1 หรือเต็มกำลัง  เพราะไม่อยากเดินขึ้นไปเปลี่ยน  และไม่อยากรอให้แฟลชชาร์จไฟจนเต็มแล้วค่อยยิง  เลยเปลี่ยน iso ในกล้องให้มากขึ้น จาก iso6400 ไปเป็น iso12800 ก็จะทำให้ตำแหน่งเปียโนดูสว่างขึ้นจนพอดี  เพราะหากไม่เพิ่ม  iso ภาพจะมืดลงมาก เห็นได้ชัดเลยว่าแสงไม่พอ

 

IMG_0311

ภาพที่ 4 เปียโนที่เพิ่มค่า isoในกล้องเป็น iso12800

 

 

 

เทคนิคการถ่ายภาพด้วยแฟลชมีวิธีการมากมายให้เรียนรู้ แฟลชเก่าๆสักตัว กับตัวส่งสัญญาณไร้สายก็ทำให้เรามีเรื่องให้เล่นอีกมาก  ยุคของกล้องดิจิทัลจะสนุกกับแฟลชได้เต็มที่เพราะทดลองแล้วเห็นภาพทันที ไม่ต้องไปลุ้น ไม่ต้องถ่ายเผื่อแบบการใช้ฟิล์ม