แซนวิชอร่อยจากเซเว่น

ปกติเวลาแวะซื้อของในร้านสะดวกซื้อผมก็มักจะซื้อกาแฟ หรือ เครื่องดื่มเย็น แล้วก็นมกล่องของลูก จนเมื่อสักเดือนก่อนไปเจอคลิปวิดีโอที่เขาทำแซนวิชกินแล้วอยากลอง เลยไปซื้อแซนวิชที่เซเว่นกิน เป็นแซนวิชที่ต้องอบร้อนก่อน ซึ่งมีหลายอย่างให้เลือกกิน

รสชาดแซนวิชที่คุ้นเคยเป็นพวก มายองเนส ปูอัด แฮม หมูหยอง มันก็แทบไม่ต่างกันกับแซนวิชทั่วไป จะเป็นระดับอุตสาหกรรมทำขายทั่วประเทศ หรือ เป็นแซนวิชบ้านๆขายในตลาดก็รสชาดไม่ต่างกันมาก เรียกได้ว่า แซนวิชในความทรงจำของผมจะเป็นของกินกันตาย ไม่เคยพบว่ามีแซนวิชแบบไหนที่อร่อยจนอยากกินซ้ำเลย

แต่วันดีคืนดี ไปลองกินสิ่งที่มันเป็นอาหารประเภทกึ่งสำเร็จ มันแขวนอยู่เต็มตู้แช่ในเซเว่น ผมลองหยิบสองอย่าง คือซื้อกลับมาทำเองที่บ้าน ก็มีห่อหนึ่งอร่อย อีกห่อธรรมดา ขนาดตอนฉีกซองมาทำกินยังไม่ได้อ่านเลยว่าแบบไหนทำก่อน แบบไหนทำทีหลัง รู้ตัวอีกทีว่ามีแบบที่อร่อยอยู่ 1 อย่าง ก็เลยไปเหลือบดูที่ถังขยะว่าเราทิ้งแซนวิชอะไรไปบ้าง จำชื่อไว้แล้ววันพรุ่งนี้ค่อยไปซื้อมาลองใหม่

วันใหม่ผมซื้อแซนวิชที่เป็นรุ่นเดียวกับที่ไปหาจากถังขยะเมื่อวาน มันคือแซนวิชชีสเพียวๆ หรือชื่อเต็มหน้าห่อเขียนว่าชีสโทสแซนวิช ซึ่งเป็น 1 ใน 2 อย่างที่ผมได้ลองกิน และลองซื้อตัวนี้มาซ้ำ แล้วก็ทดลองทำกินก็พบว่ามันคืออันที่ผมรู้สึกอร่อยนั่นเอง จะให้ดูภาพเต็มของห่อนี้

IMG_0018

มันอร่อยจริงๆ เพราะหลังจากที่ผมจำได้แล้วว่าตัวนี้อร่อย อีก 5 ครั้งที่เดินเข้าเซเว่นเพื่อไปซื้อ ก็ของหมดไป 4 ครั้ง เดาว่ามันคงขายดีมาก แม้ราคาจะแพงกว่ารสชาดอื่นนิดหน่อย แต่มันก็คงได้รับความนิยมจริงๆ ภาพที่ผมเจอในเซเว่นหลายครั้งคือแซนวิชตัวนี้ไม่อยู่บนชั้นวาง

IMG_20190608_181704_1

ให้สังเกตช่องที่ว่าง มันเป็นช่องที่ของหมด นั่นคือ ชีสโทสที่หมดบ่อยมาก และในบางครั้งที่ตั้งใจเข้าร้านไปซื้อ อยากจะได้สักหลายๆซอง บางทีก็ได้ซองเดียว ซึ่งร้านเซเว่นมีอยู่มากมายหลายสาขา ผมแวะเกือบทุกสาขาที่ขับรถผ่าน ทั้งที่ทำงาน และที่บ้าน รวมไปถึงในปั๊มน้ำมันด้วย มันหมดไวมากจริงๆ

ด้วยความสนใจในแซนวิชตัวนี้เลยลองหาข้อมูลหลายๆด้านทั้งเรื่องบริษัทที่ทำขายและการทำแซนวิชหลายๆแบบ ก็พบว่า บริษัทที่ทำอาหารตัวนี้มียอดขายปัจจุบันประมาณ 1พันล้านบาท จากจุดเริ่มต้นที่ลองทำเล็กๆเมื่อหลายปีก่อน คงเป็นเพราะรสชาดที่ดีและมีบริการอบร้อนในร้านให้ด้วยทำให้ได้รับความนิยม และสร้างยอดขายได้มหาศาล

ส่วนการทำแซนวิชก็พบวิธีทำมากมาย หลายสูตรอาหาร ส่วนใหญ่แซนวิชจะเป็นอาหารมื้อเช้าของคนที่ไม่ค่อยมีเวลา เพราะใช้เวลาทำไม่นาน และยิ่งมีแซนวิชกึ่งสำเร็จรูปให้ซื้อมาทำก็ยิ่งประหยัดเวลาไปมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นอาหารนิยมทำกินในการเที่ยวแคมปิ้งเดินป่า การเตรียมตะแกรงปิ้งแซนวิชติดรถเข้าไปเที่ยวนอนเต๊นท์ ไปทำอาหารกินในป่าเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมไม่แพ้การชงกาแฟแบบดริปกลางป่า นักเที่ยวแนวนอนกลางดินกินกลางทรายจะมีหม้อสนาม เตา อุปกรณ์จุดไฟ และเมนูทำกับข้าวง่ายๆแต่น่าสนุก

แซนวิชมีความคล้ายแฮมเบอเกอร์ แต่จะมีความร้อนที่ทำให้ขนมปังเกรียมร่วมด้วย การทำก็มีหลักการคล้ายๆกันคือ เอาเนื้อสัตว์ ผัก เนย ชีส อะไรก็ตามที่อยากกินไปแทรกอยู่ระหว่างขนมปัง แล้วก็เอาไปทำให้ร้อน ขนมปังร้อนจนเกรียมก็จะกลายเป็นแซนวิชกรอบนอกนุ่มใน

Screenshot_20190610-094004

เตาปิ้งแซนวิชมีวางขายในห้างเกือบทุกที่ จะเป็นเตาไฟฟ้า ราคาไม่กี่ร้อยบาท แทบจะเป็นของขวัญจับฉลาก ของแจกปีใหม่ของหลายๆคน ส่วนตะแกรงปิ้งแซนวิชแบบพกพาเข้าป่าได้ก็มีราคาที่สูงกว่าแบบไฟฟ้า เป็นสิ่งที่เหลือเชื่อว่าของที่ไม่มีระบบไฟฟ้ากลับมีราคาแพงกว่าเตาปิ้งสำเร็จรูป แต่มันก็คงเป็นเพราะตะแกรงปิ้งมันผลิตมาน้อยกว่าทำให้ราคาต่อหน่วยมันแพงกว่า

Screenshot_20190610-094034

ขนจักรยานไปขี่เล่นที่พุทธมณฑล

เช้าวันอาทิตย์อีกวันหนึ่งที่หากิจกรรมครอบครัวทำร่วมกัน พ่อแม่ลูกเลือกไปขี่จักรยานเล่นที่พุทธมณฑลซึ่งเป็นสถานที่ศาสนสถานที่ใหญ่โตมาก ทุกเช้าวันหยุดจะมีคนมาออกกำลังกาย เดิน วิ่ง จำนวนมาก และเราก็มาขี่จักรยานกัน

IMG_0029

จักรยานสองคันนี้เราแบกใส่รถฮอนด้าฟรีดมาได้อย่างสบายๆ รถยนต์ที่มีฟังค์ชั่นการขนของได้เหมือนรถตู้ แต่คันไม่ใหญ่มาก ฟรีดสามารถใส่จักรยานขนาดกลางและเล็กได้พร้อมกัน ปกติถ้าเป็นรถเก๋ง นักปั่นที่อยากแบกจักรยานขึ้นรถก็จะมีทางเลือกคือ ใช้จักรยานพับ หรือไม่ก็ใช้ตัวติดตั้งท้ายรถเพื่อขนจักรยาน ให้จักรยานแสนแพงไปทำหน้าที่กันชนหลัง แต่บ้านผมไม่ได้มีจักรยานแพง จักรยานแม่บ้านคันละพันกว่าบาทเป็นทางเลือกที่ผมชอบมาก เพราะมันมีตะกร้า และใส่ที่นั่งเพิ่มเติมได้อีก

IMG_0032

จักรยานทรงแม่บ้านที่มีตะกร้าก็สะดวกสำหรับการใส่ของที่จำเป็นอย่างเช่นกระติกน้ำ ติดที่หนีบแก้วน้ำหรือขวดน้ำก็ได้ ใส่ที่สูบลมขนาดเล็ก เครื่องมือช่างสำหรับแก้ไขปรับแต่งจักรยาน รวมไปถึงเสบียงต่างๆ ขนม ข้าวกล่อง จะเอาอะไรอีกล่ะ ตะกร้าใส่ของได้เยอะมาก นี่เป็นเหตุผลที่ผมชอบจักรยานแม่บ้าน และไม่คิดจะซื้อจักรยานแบบอื่น

IMG_0050

ส่วนคันเล็กที่ติดมาด้วยก็เป็นมรดกที่ป้ายกให้หลาน คันเล็กมาแบบสี่ล้อ แล้วขอบฟ้าก็เอามาหัดขี่แบบสองล้อ ใช้เวลาหัดไม่กี่วันก็ขี่ได้ ขี่ในบ้านแคบๆกับระแวกบ้านอยู่หลายเดือน จนวันนี้เราได้แบกมาขี่ในที่กว้างๆ เป็นทริปปั่นอีกทริปหนึ่งที่แม่ลูกได้ขี่แบบสองล้อคนละคันไปพร้อมกัน ส่วนพ่อเดินดู แบกของ ซ่อมแซม ปรับเบาะ สูบลม ทำสิ่งที่เป็นหน้าที่พ่อบ้านต้องทำ

ดูตอนที่หัดขี่

IMG_0047

พุทธมณฑลเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา เป็นที่เวียนเทียนในวันสำคัญทางศาสนา ซึ่งวันสำคัญทางศาสนาที่นี่จะมีคนเยอะมาก ทุกคนขับรถมาที่แห่งนี้ ผลก็คือ รถติด และรถติดในพุทธมณฑลจนออกยาก ผมเคยติดอยู่ในนี้เป็นชั่วโมง อยากออกก็ไม่ได้ออก เพราะรถติดมาก เดินเร็วกว่าขับรถ และเป็นความทรงจำที่จะบอกปากต่อปาก บอกลูก บอกคนรอบตัวว่า วันสำคัญทางศาสนา อย่าไปพุทธมณฑลเด็ดขาด

IMG_0036

ถ้ามาที่แห่งนี้ตอนเช้า แล้วขากลับตอนสายๆจะแวะหาของกิน ก็มีร้านอาหารที่อยู่ฝั่งตรงข้ามที่เปิดตั้งแต่เช้า เราสามารถไปจอดรถริมถนนแล้วแวะกินได้ หัวถนนก็มีคอมมูนิตี้มอลในนั้นมีร้านอาหาร ร้านกาแฟ บางร้านเปิด 24 ชั่วโมง มีฟู้ดแลนด์อยู่ด้วย

IMG_0052
IMG_0040
IMG_0028

แปะแผนที่ไว้ให้เผื่อใช้นำทางไป

ทดลอง contax T3 เทียบกับกล้องดิจิทัล

กล้อง contax T3 เป็นกล้องคอมแพ็คไฮเอนด์ตัวหนึ่งของวงการถ่ายภาพ น่าจะเป็นตัวที่มีราคาแพงที่สุดในตลาดมือสองที่ซื้อง่ายขายคล่อง จุดเด่นที่ความเล็ก กระทัดรัด และโฟกัสเร็ว วัดแสงแม่น เป็นสิ่งที่ทำให้กล้องตัวนี้คือเครื่องมือชั้นดีในการถ่ายภาพของช่างภาพที่ชอบฟิล์ม

แล้วมันดีจริงไหม มันเหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวันหรือเปล่า มันเหมาะที่จะไขว่คว้าหามาครอบครองไหม ตอบเลยว่าไม่ได้เหมาะกับทุกคน เพราะราคามันแพงมาก และมีความเสี่ยงว่า ถ้ากล้องพัง จะซ่อมกันยังไง ประวัติการซ่อมกล้องตัวนี้ยังมีน้อย นั่นคือมันยังไม่หมดอายุกันเหมือนกล้องอายุมากตัวอื่น ถ้าเทียบกับ Leica Minilux เจ้า Minilux จะเสียเยอะกว่า แต่ช่างเมืองไทยก็ซ่อมกันเก่งมาก ซ่อมจนชำนาญ เรียกได้ว่า ถ้าจะทำมาหากินกับกล้องฟิล์มในยุค 4g กำลังจะเข้า 5g ช่างต้องซ่อม Minilux ให้ได้ เพราะมันเสียทุกตัว ซ่อมได้ก็แปลว่าจะมีงานมาจากทั่วโลกแน่นอน

กลับมาที่ contax T3 ต่อ ผมใช้กล้องตัวนี้ราวกับเป็นกล้องปัญญาอ่อน เพราะตอนที่ถือกล้องคอมแพ็ค เราจะไม่สามารถปราณีตกับการจัดองค์ประกอบในแบบกล้อง SLR เพราะช่องมองภาพมันไม่ได้เป็นช่องที่มองผ่านเลนส์ แถมระบบวัดแสงอัตโนมัติที่กล้องมีนั้นก็ไม่ใช่ระบบการวัดแสงเฉพาะจุดที่ตอบสนองความคิดของคนถ่ายอย่างความแม่นยำถูกต้องเทียบเท่า SLR รุ่นโปร แต่ถึงแบบนั้นเราก็ยังอยากใช้เพราะมันราคาแพง เพราะมันเท่ห์ เพราะมันเป็นที่ต้องการของตลาดมือสอง และการมีกล้องแพงและหายากใช้งานกับมือมันก็สร้างความรู้สึกดีได้ไม่น้อย

ถือถ่ายไปสักพักก็รู้สึกอยากเปรียบเทียบ ก็เลยเป็นที่มาของการเปรียบเทียบภาพที่ถ่ายในมุมเดียวกัน หรือใกล้เคียงกัน ลองไล่ดูไปทีละภาพแล้วก็ตัดสินใจเองว่าเราชอบสิ่งที่มันเป็นผลผลิตของกล้อง contax T3 ไหม และความเห็นที่ผมบรรยายก็เป็นเพียงความเห็นส่วนตัว เป็นอคติ เป็นอัตตา เป็นอารมณ์ เป็นเรื่องความชอบที่แต่ละคนมีไม่เหมือนกัน

000006
แพทคาเฟ่ – contax t3 + fuji c200
IMG_5689
แพทคาเฟ่ – eos m + efm 22f2
IMG_5690
แพทคาเฟ่ – eos m + efm 22f2

ภาพแรก ร้านอาหาร แพทคาเฟ่ ตั้งอยู่บนถนนดินสอตัดกับถนนพระสุเมร ใกล้ถนนราชดำเนิน ร้านนี้เป็นร้านอาหารที่มีอาหารให้สั่งเยอะมาก ผมแวะร้านนี้ในเช้าวันอาทิตย์ ดูข้อมูลการถ่ายภาพจากกล้องดิจิทัลก็เป็นช่วงเวลา 7.59 น. วันอาทิตย์ แสงแดดนอกร้านยังไม่แรงมาก โทนแสงแดดยังเป็นสีเหลืองเพราะยังเช้าอยู่ กล้องฟิล์มถ่ายด้วยโหมด P กล้องดิจิทัลถ่ายด้วยโหมด Av ตั้งค่า f2

กล้องดิจิทัลให้ภาพที่ทันใจ มีข้อมูลวันที่ต่างๆครบถ้วน ถ้าไม่มีภาพดิจิทัลที่ถ่ายเก็บไว้ ผมจะไม่รู้เลยว่าผมแวะไปร้านนี้วันไหน ถ่ายตอนกี่โมง เพราะกว่าที่จะส่งฟิล์มไปล้างผมก็ต้องรออีกนานกว่า 2 เดือนกว่าที่จะถ่ายภาพจนหมดม้วนฟิล์ม โทนสีที่สแกนฟิล์มออกมาติดไปทางแดงมากจนเกินพอดี ถ้าสแกนให้ปราณีตกว่านี้ หรือ สแกนด้วยตัวเองก็น่าจะได้สีสันที่ตรงใจมากกว่านี้ แต่ผมไม่มีสแกนเนอร์แล้ว มันเสียไปหลายปีแล้ว และยังไม่อยากซื้อใหม่

000029
IMG_5700

ลองดูภาพอีกมุม หลังจากสั่งอาหารไปแล้วก็นั่งรอ ลูกเบื่อก็เลยขอวาดรูปเล่น พอวาดไปสักพักจนเพลินๆ ผมก็หยิบกล้อง contax T3 ขึ้นมาถ่ายภาพ โดยเจตนาถ่ายให้เหมือนกับเป็นนักท่องเที่ยว คือเปิดกล้อง เล็ง แล้วถ่ายเลย กล้องก็ยิงแฟลชให้ทันที เพราะค่ามาตรฐานของกล้อง T3 จะเป็นแฟลชระบบ auto เมื่อเจอสถานการณ์แสงน้อย หรือ ย้อนแสง กล้องเปิดแฟลชให้เสมอ หากเราไม่ต้องการแฟลช เราจะต้องกดปุ่มปิดแฟลชทุกครั้งที่เปิดกล้อง นี่เป็นจุดน่ารำคาญของกล้อง T3 ซึ่งแม้แต่ Minilux ก็น่ารำคาญยิ่งกว่าเรื่องปิดแฟลช

ส่วนภาพจากกล้องดิจิทัล eos m ติดเลนส์ 22f2 โหมดถ่ายภาพตั้งเป็น P กล้องเลือกรูรับแสงที่ f4 ให้ ก็ให้ภาพได้สวยงาม นุ่มนวล เก็บบรรยากาศได้ดี ดูผ่านๆแล้วดีกว่า T3 เสียอีก แน่นอนว่าเป็นเพราะกล้องดิจิทัลออกมาทีหลัง เลนส์ติดกล้องก็เป็นเลนส์ฟิกส์คุณภาพสูง ระหว่างสองภาพนี้ ผมยังรู้สึกว่ากล้องดิจิทัลให้ภาพที่ดีกว่า ชอบภาพจากกล้องดิจิทัลมากกว่า

มุมรับภาพของ T3 เป็นเลนส์ 35มม ส่วนมุมรับภาพของ eos m + 22f2 ก็เทียบเท่ากับ 35 มม. ซึ่งมันเป็นช่วงเลนส์ที่เทียบเท่ากันได้ ยิ่งหากถ่ายด้วยโหมด P ด้วยกันทั้งคู่แล้วจะใช้ตัวไหนก็ได้ จะ T3 หรือ eos m1+22f2 ก็พอกัน ในระยะยาว T3 จะรอวันพัง ส่วน eos m ยังไม่รู้ว่าจะพังเร็วหรือช้า แต่ราคามือสองของ eos m รุ่นแรกหาได้ในงบไม่เกิน 3000 บาท แต่ที่แน่ๆ สามารถอัพเกรดบอดี้ให้ใหม่ขึ้น ความคมชัดของดิจิทัลจะสูงขึ้นไปอีกตามคุณภาพของบอดี้ใหม่ๆ ภาพนี้ดีขึ้น คมชัดมากขึ้น ถ้าเปลี่ยนกล้องเป็น eos m5 ที่ความละเอียดสูงขึ้นและให้ไฟล์ภาพที่ดีกว่าแน่นอน

อีกมุมหนึ่งที่จะใช้เป็นมุมทดสอบได้บ่อยก็คือ การถ่ายภาพลูกกำลังหลับอยู่ที่เบาะแถวสองในรถของผมเอง จังหวะที่ลูกหลับอยู่ แล้วได้จอดรถอยู่นิ่งๆ มีกล้องอยู่ในมือก็จัดการถ่ายภาพเก็บไว้ และวันนี้ก็มีทั้ง contax T3 กับ eos m + 22f2 ก็ลองถ่ายทั้งสองตัว ได้ภาพมาดูตามนี้

000046
contax T3 + fuji c200

IMG_5790
eos m + 22f2

มุมที่รับภาพใกล้เคียงกันมาก ตัวคนในภาพก็มีขนาดสูสีกัน มีเพียงบุคลิกสีเท่านั้นที่แตกต่างกัน จะบอกว่าฟิล์มให้ภาพดีเท่าดิจิทัลก็ได้ หรือดิจิทัลเลียนแบบฟิล์มก็พอไหว มันเกิดจากการพยายามถือกล้องให้นิ่ง และปราณีตกับการโฟกัสให้ตรงจุดที่ต้องการ ส่วนการวัดแสงก็ปล่อยให้ระบบของกล้องทำงานไปตามที่ถูกออกแบบมา สองภาพนี้สำหรับผมถือว่าสมบูรณ์ในแง่การบันทึกภาพ จะให้ใช้ตัวไหนก็ได้รู้สึกเข้ามือทั้งสองตัว ข้อดีของ contax T3 คือ เล็กและเบา ข้อดีของดิจิทัลคือประหยัดเงิน หากคุณจะเลือกใช้ เหตุผลใดสำคัญกว่าก็เลือกไปตามเหตุผลของตัวเอง ใครเน้นประหยัดไปดิจิทัล ใครเน้นเล็กและพกพาแทบไม่เป็นภาระก็ไป contax T3 ได้เลย

ในยุคปัจจุบัน ปี พศ 2562 นี้ การยกกล้องฟิล์มขึ้นมาถ่ายใครสักคน คุณจะได้ความสนอกสนใจอย่างเหลือเชื่อ คุยกับเด็ก เด็กก็จะสงสัยกล้องอะไรถ่ายแล้วไม่มีภาพ แต่ก็จะตั้งท่าเป็นนายแบบให้ แล้วถามว่าจะได้ดูภาพตอนไหน เพราะเป็นสิ่งที่เขาไม่คุ้นเคย เด็กยุคนี้โดยเฉพาะเด็กอนุบาลถึงประถมมัธยมจะรู้จักแต่การถ่ายภาพด้วยโทรศัพท์และกล้องดิจิทัล คุยกับวัยรุ่น วัยที่เพิ่งจบออกมาทำงานเขาก็จะทักว่า เท่ห์ดีนะ คุยกับคนวัยกลางคนหรือคนที่เคยจับฟิล์มเคยใช้กล้องฟิล์มมาบ้างคนกลุ่มนี้ก็จะรู้สึกโอ้โห ยังใช้อยู่เหรอ มันดีกว่าเหรอ เจ๋งดีนะ แต่เปลืองนะ ส่วนคนวัยดึกรุ่นพ่อรุ่นแม่ก็จะสงสัยว่าจะไปล้างฟิล์มที่ไหน เมื่อไหร่จะได้ดูภาพ สรุปว่า แต่ละคนจะมีปฏิกิริยากับการถ่ายภาพด้วยฟิล์มไม่เหมือนกันเลย

ลองกลับไปย้อนอ่านรีวิวกล้อง eos m กับ contax T3

การถ่ายดอกไม้

IMG_0149

ภาพดอกไม้เป็นภาพธรรมชาติที่ดูสวยงามสดใส สามารถถ่ายได้ไม่ยาก ไม่ลำบาก อยู่บ้านก็ถ่ายดอกไม้ในสวนได้ เข้าป่าก็มีดอกไม้หลายอย่างให้เลือกถ่าย การถ่ายภาพดอกไม้ให้สวยงามควรจะใช้เทคนิคการถ่ายที่ปราณีต ดังนี้

1 ดอกไม้ต้องอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ไม่พัง ไม่เหี่ยว ไม่ช้ำ

2 จัดองค์ประกอบให้ดอกมีความเด่น มีขนาดในภาพค่อนข้างใหญ่ มองเห็นชัดเจนว่าเราตั้งใจถ่ายดอกไหนเป็นพระเอกของภาพ

3 สภาพแสงที่สว่างเพียงพอจะทำให้สีสันของดอกสดใส ถ้ามีแดดส่องต้องระวัง อย่าให้แดดตกลงบนดอกแค่เพียงบางส่วน ถ้าแดดโดนดอกไม้ ต้องโดนทั้งดอก ถ้าดอกไม่โดนแดดเลยก็ต้องไม่โดนทั้งดอก

4 ถ่ายภาพต้องโฟกัสชัดที่กลางดอก หรือเกสรของดอก ความชัดลึกของภาพต้องมากเพียงพอที่จะชัดครบทั้งดอก ถ้าระยะชัดน้อย ให้เลือกชัดที่เกสรดอกไม้ หากชัดที่ขอบดอกแล้วกลางดอกไม่ชัดมักเป็นภาพที่ไม่สวย รูรับแสงที่เลนส์ควรใช้รู้รับแสงแคบไว้ก่อนเพื่อคุณภาพของภาพที่คมชัดเพียงพอ

5 ควรใช้ขาตั้งกล้องเพื่อให้ภาพคมชัดไม่สั่นไหว

6 ดอกไม้ต้องไม่โดนลมพัด เพราะการขยับเพียงนิดเดียวก็ทำให้ภาพไม่ชัด บางครั้งเราอาจต้องใช้มือช่วยจับก้านดอกไว้ หรือให้เพื่อนช่วยจับก้านดอก หรือแม้แต่ยืนบังลมก็อาจต้องทำ เวลาถ่ายคนเดียวผมเคยอยากได้เชือกมาผูกดอกไม้เอาไว้ไม่ให้ขยับด้วย แต่ยังไม่เคยทำจริง

7 ถ้ามีละอองน้ำหรือหยดน้ำในภาพด้วยจะช่วยเพิ่มความสวยงามได้ บางคนพกป๊อกกี้ไปฉีดละอองน้ำเองเลยก็มี

8 เลนส์ถ่ายภาพมักจะเป็นเลนส์มาโครซึ่งสามารถเข้าใกล้ดอกไม้ได้ตามที่ต้องการ ช่วยให้เราปรับขนาดภาพที่จะปรากฏในรูปได้ตามใจสั่ง เลนส์ซูมระยะกลางๆก็อาจจะใช้ถ่ายได้บ้างกรณีที่เราถ่ายดอกไม้ขนาดใหญ่ หากชอบงานถ่ายดอกไม้และวัตถุเล็กๆจริงๆ ควรซื้อเลนส์มาโครไว้ใช้โดยตรง เลนส์ซูมที่ใช้งานร่วมกับท่อหรือ tube เพื่อให้โฟกัสระยะใกล้ได้ก็พอใช้ได้ แต่ไม่สะดวก และมักได้ขนาดภาพที่ไม่ได้ดังใจ

ดูผีเสื้อที่บ้านกร่าง

ทริปนี้เป็นทริปสำรวจเกี่ยวกับการดูผีเสื้อที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จุดดูผีเสื้ออยู่บริเวณแคมป์บ้านกร่าง เดินทางจากกรุงเทพก็จะใช้เส้นทาง ถ.พระราม2 ไปเพชรบุรี เลือกเส้นทางคลองโคน เพื่อไปกินมื้อเช้าที่ร้านอาหาร ยุ้งเกลือ เป็นร้านที่มีนาเกลือสวยๆให้ดูด้วย จากร้านอาหาร ขับออกถนนเพชรเกษม ผ่านตัวเมืองเพชรบุรี มุ่งหน้าไปทาง อ.ท่ายาง แล้วเลี้ยวไปในอ.ท่ายาง ดูป้าย อุทยานแก่งกระจาน ไปเรื่อยๆแล้วก็แยกเข้าบ้านกร่าง ถ้าจะตั้งหาเส้นทางใน googlemaps ก็ค้นคำว่า แคมป์บ้านกร่างได้เลย ขากลับจะไปแวะร้านขนมไทยลูกเจี๊ยบ ร้านของฝากที่มีขนมดูน่าตาดี รสชาดโอเค และเพื่อให้สะดวกไปดูแผนที่ด้านล่างสุดที่ตั้งเส้นทางแวะทั้ง 4 จุดไว้แล้ว

จุดดูผีเสื้ออยู่ที่แคมป์บ้านกร่าง ที่นี่เป็นจุดกางเต๊นท์ มีร้านอาหาร สามารถขับรถเก๋งเข้าถึงแคมป์ได้เลย จุดจอดรถ จุดกางเต๊นท์ จุดดูผีเสื้อ ทั้งหมดห่างกันประมาณ 1 นาทีเดินเท้าเท่านั้น มีเต๊นท์และอุปกรณ์เครื่องนอนให้เช่า สัญญาณโทรศัพท์ AIS คลื่นเต็มเล่นเน็ตได้ดี ค่าเข้าพื้นที่อุทยาน ผู้ใหญ่คนละ 100 บาท เด็ก 40 บาท นอกจากผีเสื้อแล้ว ก็สามารถดูนกได้ด้วย มีช่างภาพแบกกล้องพร้อมเลนส์ยาวเท่าแขนเดินอยู่ให้เห็นเรื่อยๆ

อาหารที่แค้มป์บ้านกร่างราคาถูกมาก อาหารจานเดียวอย่างกระเพราหมูไข่ดาวจานละ 35 บาท น้ำอัดลมกระป๋องแช่เย็นกระป๋องละ 20 บาท รถยนต์เข้าออกได้สะดวก เส้นทางจากถนนสายหลักเข้าถึงแคมป์ลาดยางเรียบร้อย ไม่มีจุดที่เป็นลูกรังเลย ณ วันที่ไปสำรวจ มีถนนสายหลักของอำเภอท่ายางเองที่กำลังปรับปรุง มีส่วนทางเบื่ยงที่ต้องไปเจอลูกรังอยู่ประมาณ 500 เมตร แต่พอเข้าสายเล็กๆที่วิ่งอยู่บนภูเขาแล้วถนนดีตลอดทาง ห้องน้ำ ห้องอาบน้ำมีพร้อมสำหรับคนกางเต๊นท์ เจ้าหน้าที่บอกว่าน้ำเหลือเฟือเพราะใช้น้ำจากป่า ส่วนไฟ ตอนกลางคืนจะเป็นการปั่นไฟ

บันทึกวันที่ 15พค2562

สร้างเป็นโปรแกรมเดินทาง

1 แวะกินข้าวมื้อเช้าที่ ร้านอาหารยุ้งเกลือ แถวคลองโคน เป็นร้านที่มีวิวนาเกลือสวยๆให้ดู

2 เดินทางไปเขื่อนแก่งกระจาน

3 ต่อไปยังแค้มป์บ้านกร่างเพื่อดูผีเสื้อ

4 ขากลับแวะซื้อของฝากที่ตัวเมืองเพชรบุรี ร้านขนมไทยลูกเจี๊ยบ

https://goo.gl/maps/6n5YS8jN1TsCVTC76

แถมรายการอาหารที่ครัวบ้านกร่าง

ครัวบ้านกร่างแคมป์

นกกระเต็น

อยู่ๆก็มีนกบินชนกระจกแล้วตกลงมาในสนามหญ้า ผมกับลูกเข้าไปดูใกล้ๆเห็นบาดเจ็บอยู่ นกสีสันสวยงาม ตัวใหญ่ ท่าทางเจ็บหนัก เลยถือโอกาสสอนลูกให้หาคำตอบจากอินเทอเน็ตว่านกชนิดนี้คือนกอะไร ให้ลูกใช้เสียงค้นหาจาก smart tv โดยเข้าอินเทอเน็ตหาข้อมูลโดยพูดว่า นก ปากยาวแดง ปีกน้ำเงิน ทีวีแสดงผลการค้นหามาชุดหนึ่ง ดูรูปก็พบว่ามันคือ กระเต็นใหญ่ธรรมดา (Stork-billed Kingfisher): Pelargopsis capensis

ผมเอาคำที่ค้นหามาพิมพ์หาอีกครั้งใน google เพื่อใช้ประกอบบทความ

ก่อนหน้านี้ก็มีนกหน้าตาแบบนี้แต่คนละสีตกลงมาตายอยู่ตัวนึง ตัวเป็นสีเหลือง คาดว่าคงเป็นนกกระเต็นเช่นกัน

อยากได้คำตอบอะไรก็ไปค้นหาในอินเทอเน็ต โลกเราใช้อินเทอเน็ตจนชิน ถ้าเป็นสัก 30 ปีที่แล้ว พอเราเห็นนกตกลงมาแบบนี้ ไม่รู้ว่ากว่าเราจะได้คำตอบเราต้องใช้เวลาเท่าไหร่ ใช้เงินเท่าไหร่ ลองคิดเล่นๆ ถ้าเราไม่มีอินเทอเน็ต พอเห็นนกตกลงมา เราต้องเอากล้องถ่ายรูปมาถ่ายเก็บไว้ ใช้ฟิล์มถ่ายภาพ เอาไปล้างอัด ได้ภาพแล้วถือภาพไปเข้าห้องสมุด ไปหาหนังสือข้อมูลนก ต้องไปลุ้นอีกว่าห้องสมุดจะมีหนังสือนกหรือไม่ อ้อ แล้วจะมีห้องสมุดที่ให้เด็กอายุ 6 ขวบเข้าหรือเปล่า ห้องสมุดโรงเรียน ห้องสมุดมหาวิทยาลัยไม่ให้คนนอกเข้าอยู่แล้ว สมมุตว่าเข้าได้ หาหนังสือเกี่ยวกับนกเจอแล้วก็เปิดไปทีละหน้า ดูไปเรื่อยๆ คาดว่าก็คงเจอภาพ ขั้นตอนทั้งหมดตั้งแต่ถ่ายภาพจนเดินทางไปห้องสมุดอาจใช้เวลา 5 วัน เป็นอย่างเร็ว

IMG_9910

อินเทอเน็ตลดระยะเวลาการหาคำตอบ จาก 5 วัน เหลือ 1 นาที เร็วขึ้นกว่าในอดีต 7200 เท่า พ่อแม่ยุคใหม่จะสอนลูกด้วยวิธีการเก่าๆไม่ได้แล้ว เรามีเทคโนโลยีอะไร เราก็ใช้ให้คุ้ม โลกเรามีสิ่งที่จำกัดอย่างเดียวคือเวลา อะไรที่ทำให้ประหยัดเวลาได้ สิ่งนั้นขายดี


IMG_9905
IMG_9913

ภาพจากฟิล์มที่ขายได้

ภาพถ่ายตอนแรกเกิดที่ผมถ่ายลูกด้วยกล้องฟิล์ม ใช้กล้อง Leica minilux ฟิล์มขาวดำยี่ห้อ lucky ที่เคยมีเก็บไว้หลายปีแล้ว  หลังจากที่ถ่ายหมดม้วน  กลับมาอยู่บ้านแล้ว ก็ล้างฟิล์มม้วนนี้ แล้วก็ลองสแกนด้วยกล้องดิจิทัลจนได้เป็นไฟล์ไว้ดู  ผ่านไปหลายปี เลยเอาไปลองขายดู  ปรากฏว่าวันนี้มียอดโหลด ขายได้ด้วย  แม้จะได้เงินเพียงเล็กน้อย  แต่มันเป็นการบอกว่าภาพของเราเป็นที่ต้องการของบางคน  และภาพนี้จะอยู่ในระบบคอมฯตลอดไปจนกว่าโลกเราจะเลิกใช้อินเทอเน็ต

IMG_0284

IMG_0284bw

ภาพนี้มีที่มาจากการสแกนด้วยเลนส์มาโคร ดูรายละเอียดวิธีทำได้จากโพสท์นี้
การสแกนฟิล์มด้วยเลนส์มาโครและกล่องไฟ  

 

 

พาลูกเที่ยวกระบี่ ภูเก็ต 5วัน 4คืน ตอนที่4

เช้าวันที่ 4 ที่โรงแรม Pullman วันนี้ตื่นแบบไม่ต้องรีบ  เราค่อยๆกินข้าว แล้วมาเดินเล่นแถวๆหาดทราย  และมาหยุดเล่นหมากรุกยักษ์ที่ข้างสระน้ำ  หมากรุกสากลมีรูปแบบการเดินคล้ายๆหมากรุกไทย  ผมก็ไม่ค่อยแม่นในกฏกติกา  เล่นหมากรุกไทยได้  ก็เลยเล่นหมากรุกฝรั่งแบบปนมั่วในบางตัว

IMG_9601

เล่นจบแบบมึนงง  กลับจากทริปนี้ขอบฟ้าก็ขอให้แม่ซื้อกระดานหมากรุกสากลให้  แล้วก็หัดเล่นกันอย่างจริงจัง  ระหว่างที่เล่นก็ได้พบนักท่องเที่ยวชาวอินเดียที่เดินผ่านมาดูพวกเราเล่น  แล้วเขาก็ช่วยเล่นนิดหน่อย  พูดคุยกันพอรู้ว่า บ้านเขา อุณหภูมิ 50 องศา  เขามาเที่ยวเมืองไทยสบายกว่าอยู่บ้านเขา

IMG_9609

สายๆวันนี้เราเดินทางไปเที่ยวอควอเรี่ยม  หรือ ศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำที่อยู่ท้ายถนน  สุดถนนที่ใต้สุดของเกาะภูเก็ตเป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ  มีปลาหลายชนิด แม่กับขอบฟ้าไปเดินดูว่าตอนดำน้ำเจอปลาตัวไหนบ้าง ค่าบัตรเข้าชมสำหรับคนไทย 50 เด็ก 20 บาท ถูกมาก

IMG_9622

เราอยู่ในพิพิธภัณฑ์ที่แอร์เย็นสบาย  หลบแดดข้างนอกที่อุณหภูมิสัก 40 องศา  อยู่ถึงกลางวันก็เลือกไปกินอาหารที่ในเมืองภูเก็ต  เราขับรถเข้าถนนรัษดา  ถนนดีบุก ถนนพังงา วนเวียนอยู่ย่านนี้สักพัก  หาที่จอดรถยากมาก  การเดินทางมาเที่ยวภูเก็ตแล้วจะขับรถมาแวะร้านที่อยากแวะในเมืองเป็นเรื่องที่ทำไม่ได้เลย เทียบแล้วเหมือนขับรถเข้าถนนเยาวราช คิดเหรอว่าจะได้จอดหน้าร้านอาหารสักร้าน ไม่มีทางเลย  เราขับรถวนเวียนอยู่สักสองรอบก็โชคดีเจอรถที่กำลังเลี้ยวออก  เลยได้ที่จอด ได้แวะกินเสียที  เราเลือกที่จะกินร้านราดหน้าเจ้าดัง  ร้านนี้ผมเคยมากินแล้วเมื่อหลายปีก่อน  เป็นร้านที่ดังมานาน  มาวันนี้ดังยิ่งกว่าเดิม  มีลูกค้ารอคิวนานมาก  ร้านเต็มแทบตลอดเวลา  ผมกับลูกต้องยืนรอสิบห้านาทีกว่าจะได้โต๊ะ

IMG_9647

รสชาดอาหารอยู่ในเกณฑ์ที่ดี  กินอร่อย แนะนำเพื่อนให้มากินได้  แต่ไม่ได้รสเด็ดระดับห้ามพลาด  ผมแอบคิดไปว่าร้านนี้คนเยอะเพราะมีแอร์มากกว่า  ร้านอื่นๆที่คนน้อยก็ไม่เปิดแอร์  บางร้านก็ไม่มีแอร์  อากาศร้อนสุดๆได้นั่งกินห้องแอร์ใครๆก็ชอบ  ร้านราดหน้าร้านนี้ก็เลยแน่นตลอดเวลา

IMG_9643

อิ่มแล้วก็เดินเล่นดูวิวเมืองเล็กน้อย  สอดส่องแนวตึกแถว เดินอ้อมสี่แยกวนกลับมาที่รถ  เราได้เห็นร้านอาหารอีกมากมาย  แต่ดูไม่ค่อยมีคนแวะกิน  ได้เห็นร้านกาแฟน่านั่งหลายแห่ง  แต่เราไม่ใช่นักท่องเที่ยวที่เวลาเหลือเฟือ  เราไม่อยากนั่งเสพกาแฟในร้านค้าที่ดูดาดดื่นเหล่านี้  แม้ว่าจะรู้สึกอยากแวะ  แต่ลูกอาจไม่สนุก  และเรามีโปรแกรมต้องไปแวะที่อื่นอีกหลายแห่ง

IMG_9649

IMG_9652

IMG_9654

IMG_9659

ที่ตึกแถวใกล้ๆร้านราดหน้ามีงานวาดภาพบนผนังให้ดูด้วย  น่าสนใจสำหรับการพัฒนาให้เป็นจุดแวะถ่ายรูป  ถ้าทำให้ถึงมากกว่านี้จะเป็นแม่เหล็กดูดคนได้อีกจุดหนึ่ง  แต่ว่าต้องแก้ปัญหาจุดจอดรถให้ได้ด้วย

IMG_9663

ร้านกาแฟจำนวนมากที่เราขับรถผ่านดูแล้วก็คล้ายๆกัน  คือเป็นร้านที่เปิดขึ้นมาเพื่อรับนักท่องเที่ยว  แต่ผมก็ไม่เห็นว่านักท่องเที่ยวจะสามารถแวะร้านเหล่านี้ได้เลย  เพราะจอดรถยากมาก  เราขับรถออกจากย่านเมืองภูเก็ต  ภรรยาอยากให้แวะซื้อกาแฟสักแก้วก่อนจะไปแหลมพรหมเทพ  ก็เลยลองเลือกร้านกาแฟที่มีคนรีวิวว่ากาแฟเจ๋งมากๆร้านหนึ่ง  เป็นร้านที่อยู่ในซอกหลีบ กาแฟคร้าฟของที่นี่เป็นสิ่งที่ต้องลอง รีวิวบอกเราอย่างนี้ เราเปิดหาเส้นทางจาก googlemap แล้วลองไปดู  กะว่ากาแฟเจ๋งๆจะตกถึงท้องบ้าง แล้วเราก็พบว่าร้านหน้าตาเป็นแบบนี้

IMG_9664

ลักษณะเหมือนบ้านพักคนงานก่อสร้าง  ผมค้นพบครั้งที่สองในทริปนี้ว่า  คนที่เคยรีวิวร้านอาหารและกาแฟ เขาไม่ได้มีรสนิยมเดียวกับเรา  บางครั้งเราก็เสียความรู้สึกกับข้อมูลที่เกินจริง  โชคดีที่ร้านนี้ปิด  เราเลยได้ไปแหลมพรหมเทพเร็วกว่าเดิม  แต่กว่าจะถึงเราก็เดินทางค่อนข้างนาน ระยะทางไม่ไกล แต่ภูเก็ตรถติด  ติดจนขอบฟ้าหลับไปเลย  ลูกหลับในรถเราตัดสินใจไม่ปลุก ขอบฟ้าเลยไม่ได้เห็นแหลมพรหมเทพ

IMG_9677

หลังจากแวะถ่ายรูปที่แหลมพรหมเทพแล้วเราก็ขับเลยไปอีกประมาณ 5 นาที  เป็นสถานีติดตั้งกังหันลม  ที่มีนักเล่น paragliding กำลังเล่นสนุก  เราไปจอดรถบนสถานีไฟฟ้าใต้กังหันลมแล้วมานั่งดูฝรั่งเล่นเครื่องเล่นน่าสนุก

IMG_9694

แรงลมที่ประทะกับภูเขาแห่งนี้ช่วยหมุนกังหัน และช่วยให้เล่นร่มได้  นักเล่นบังคับให้ร่มลอยไปลอยมา บินขึ้นลงและย้ายไปมาได้เหมือนมีพลังวิเศษ  บางครั้งก็ลอยอยู่นิ่งๆได้ด้วย ดูแล้วน่าสนุกมาก

IMG_9706

แค่เพียงการต้านลมก็บังคับร่มให้ลอยไปลอยมาได้ดังใจ  ผมเริ่มเข้าใจแล้วว่า นกบินอพยพจากขั้วโลกเหนือไปขั้วโลกใต้  หรือ พวกที่อพยพข้ามทวีปนั้น ไปด้วยแรงลมเท่านั้น  ไม่ได้บินไปด้วยการกระพือปีกแบบที่ผมเข้าใจมาตลอด  และมันก็คงมีลมแรงระดับที่พาข้ามทวีปได้แค่ปีละไม่กี่ครั้ง มันถึงมีฤดูอพยพที่แน่นอน  ไม่ใช่อพยพได้ตามอำเภอใจ

IMG_9716

เราเลยขอถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึกสักหน่อย  ฝรั่งนักเล่นก็บังคับร่มให้ลอยมาเข้าเฟรมเพื่อให้ได้ภาพที่สมบูรณ์  แล้วก็เป็นภาพที่เห็น  มุมนี้เมื่อสัก 10 ปีก่อนผมกับภรรยาเคยมาถ่ายรูปร่วมกันแล้ว  เป็นภาพตอนยังไม่แต่งงาน

ภูเก็ต อ้อย บ๊ะ

ภาพด้านบนนี้เป็นภาพที่ถ่ายเมื่อปี 2009

แล้วเราก็กลับมาห้องพักที่โรงแรม  แต่เราแวะกินขนมเค้กที่ถนนท้ายเกาะเสียก่อน  เป็นร้านเค้ก kantary ที่มีชื่อเสียงอยู่เหมือนกัน  รีวิวบอกว่าร้านนี้ขนมอร่อย เราเลยลองแวะดูหน่อย ประเมินด้วยสายตาแล้วน่าจะอร่อยจริง และร้านก็ตกแต่งได้สวยมาก

IMG_9721

IMG_9725

IMG_9727

เราซื้อเค้ก  ไอติม กาแฟ แล้วก็นั่งกินเย็นๆในร้าน หามุมถ่ายรูปไปเรื่อย  ร้านแต่งโทนสีขาว มีแอร์เย็นๆน่านั่ง  เรานั่งแล้วไม่อยากลุกเลย เพราะอากาศข้างนอก 40 องศา

IMG_9732

IMG_9733

IMG_9757

กินอิ่ม เย็น อารมณ์ดี  กลับโรงแรมเล่นน้ำ เดินชายหาด ดูปูเดินไปเดินมา จับเล่นยังได้เลย และวันนี้ได้ดูพระจันทร์เต็มดวงที่โรงแรมด้วย พระจันทร์ดูใหญ่และชัดเจน ตอนขึ้นใหม่ๆที่ขอบฟ้าจะมีสีแดงมาก แล้วค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีส้ม และสีเหลืองตอนที่ลอยสูงขึ้นพ้นแนวภูเขาและตึก

IMG_9783

IMG_9791

เราจบวันนี้เร็วกว่าปกติ  เลือกที่จะกินมื้อเย็นเป็นข้าวกล่องที่ซื้อจากร้านตรงข้ามโรงแรม  ข้าวกล่องที่นี่ขนาดใหญ่มาก  ราคาก็ไม่แพงเลย คิดว่าฝรั่งแถวนี้คงเป็นลูกค้าประจำของร้านค้าย่านนี้

IMG_9801

IMG_9803

กลางคืนเข้านอนเร็ว และอัพโหลดรูปเข้าเว็บได้เรียบร้อย ผลจากการอัพเกรด os ในโน้ตบุ๊ค เน็ตที่นี่แรงและเสถียรดีมาก ที่สำคัญ ไม่เรื่องมาก การเชื่อมต่อไม่มีอะไรซับซ้อนให้รำคาญใจ  อยากรู้จริงๆว่าใครวางระบบเน็ตเวิร์คให้โรงแรมแห่งนี้

พาลูกเที่ยวกระบี่ ภูเก็ต 5วัน 4คืน ตอนที่2

เช้าวันนี้เราตื่นนอนเร็วมาก เพราะว่ามีนัดกับรถรับส่งที่จะมารับพวกเราที่โรงแรมตอน 7 โมงเช้าเพื่อไปขึ้นเรือสำหรับการเดินทางไปเที่ยวเกาะรอกและเกาะห้า เราก็เลยได้กินอาหารเช้าแบบที่เช้ามากจนไม่มีแขกคนอื่นมาแย่งที่นั่งที่สวยที่สุดของโรงแรม

IMG_20190417_070029_1

เราซื้อทัวร์ของบริษัทนี้ซึ่งเป็นทัวร์ที่พาเราไปเกาะรอกด้วยเรือลำใหญ่ความเร็วสูง บรรยากาศในเรือเต็มไปด้วยคนจีน มีลูกทัวร์ประมาณ 80 คน เป็นคนไทยแค่ 5 คน ส่วนเจ้าหน้าที่เรือเป็นคนไทยทั้งหมดและทุกคนพูดภาษาจีนได้ และไกด์ประจำเรือก็อธิบายทุกอย่างเป็นภาษาจีน พวกเราคนไทยเหมือนเป็นชนชั้น2ที่มาอาศัยคนจีนเที่ยวเลย แต่เจ้าหน้าที่ทุกคนก็น่ารักกับเรา อธิบายออกไมค์ให้คนจีนเสร็จ ก็มาพูดใกล้ๆด้วยปากเปล่าให้ฟังทุกอย่าง เราก็อยู่กับทัวร์ได้อย่างไม่มีปัญหา

IMG_6058
IMG_6061
IMG_6063
IMG_6060

เรือลำนี้เป็นสปีดโบ๊ท บรรทุกคนเต็มลำเรือ มีชูชีพสำหรับทุกคน มีน้ำแจกทุกคน เดินทางจากแผ่นดินประมาณ 2 ชั่วโมงถึงเกาะรอก ชื่อเต็มๆของเกาะรอกคือ อุทยานแห่งชาติเกาะรอก เกาะแห่งนี้เป็นเกาะที่อยู่ไกลที่สุดจากกระบี่ ไกลยิ่งกว่าเกาะพีพี ด้วยความไกลนี้ทำให้นักท่องเที่ยวไม่มาก ทำให้สภาพของเกาะยังคงมีความสวยงาม ถ้าดูจากแผนที่แล้วเกาะรอกจะอยู่ใกล้แผ่นดินที่จังหวัดตรังมากที่สุด แต่ที่ตรังไม่มีนักท่องเที่ยวแนวดำน้ำ เราจึงต้องมาขึ้นที่กระบี่แทน เจ้าหน้าที่เล่าให้ฟังว่าเกาะรอกแห่งนี้มีความสมบูรณ์กว่าเกาะพีพี ปะการังและปลาที่เกาะนี้เยอะและสวยมากจนไม่ต้องไปเกาะพีพีก็ได้

IMG_6066
IMG_6068

เมื่อใกล้ถึงเกาะ เราถ่ายภาพจากบนเรือได้ภาพสวยงามตามนี้เลย กล้อง eos m กับเลนส์ efm 18-55 พร้อมด้วยฟิลเตอร์โพลาไรซ์ cpl ติดหน้าเลนส์ การถ่ายภาพทะเลให้สวยหากเราใช้ฟิลเตอร์โพลาไรซ์แล้วปรับหมุนให้ได้มุมที่พอเหมาะกับแนวแสงแดด เราก็จะได้ความเข้มสดของท้องฟ้าและน้ำทะเลที่ฉูดฉาดน่ามอง เป็นเทคนิคการถ่ายภาพรูปแบบหนึ่ง ภาพที่ถ่ายจบหลังกล้องก็สวยงามเพียงพอ ไม่ต้องไปโพรเซสภาพด้วยคอมพิวเตอร์หรือแอ็พในมือถือแล้ว ตลอดทริปนี้ผมใช้โหมด P ประมาณ 99% ซึ่งเป็นโหมดที่กล้องจะเลือกค่ารูรับแสงและสปีตชัตเตอร์ให้อัตโนมัติ

IMG_6080
IMG_6074
IMG_6085
IMG_6090
IMG_6095

เรากินอาหารกลางวันบนเกาะรอก เป็นแบบบุฟเฟ่ต์ เราเดินต่อแถวไปรอให้เจ้าหน้าที่ตักข้าวและกับข้าวให้ จานกระดาษ ช้อนพลาสติก ใช้แล้วทิ้ง น้ำเปล่ามีเพียงพอ น้ำหวานมีหลายชนิด แต่ไม่ถูกปากคนไทยเลย คิดว่าคงเป็นรสนิยมของคนจีนที่ชอบไม่เหมือนเรา ที่เกาะแห่งนี้มีนโยบายเก็บขยะกลับไปทิ้งที่แผ่นดิน ก็คือขยะทุกชิ้น ต้องขนกลับด้วย ทีมงานของทัวร์ก็เคร่งครัดกฏเหล่านี้ ทำให้เกาะนี้ดูสะอาดตามาก การเล่นน้ำบนหาดจะต้องใส่ชูชีพเสมอ ด้วยเหตุผลว่า ปะการังอยู่ตื้นมาก เจ้าหน้าที่ไม่ต้องการให้เท้าเหยียบโดนปะการังเลย การใส่ชูชีพจะช่วยลดการยืนด้วยเท้าในน้ำได้ ปะการังจะได้ไม่โดนทำลาย จะมีเจ้าหน้าที่คอยสอดส่องไม่ให้นักท่องเที่ยวลงน้ำด้วยตัวเปล่า ผมไม่ได้เล่นน้ำเอง แต่แม่และขอบฟ้าลงไปเล่นกันสนุกสนาน ขอบฟ้าเล่าให้ฟังว่าเห็นปลาหลายชนิดมากในชายหาด

IMG_6104
IMG_6110
IMG_6114
IMG_6119
IMG_6122

เรือลำใหญ่ที่บรรทุกนักท่องเที่ยวมายังเกาะแห่งนี้ไม่สามารถจอดได้ใกล้ๆชายหาด เพราะปะการังอยู่ตื้นมากและเรือก็ไม่สามารถเข้าใกล้หาดได้ ต้องจอดห่างแผ่นดินเป็นร้อยเมตรแล้วให้นักท่องเที่ยวเดินเหยียบทุ่นลอยน้ำที่วางเป็นทางเดินแทน ทางเดินก็จะแกว่งไปแกว่งมาเล็กน้อย

IMG_6129

ปูเสฉวนที่นี่เยอะมากถึงมากที่สุด ในทุกที่ที่เราเดินผ่านไปบนเกาะ ถ้าเรามองหา เราจะพบปูเสฉวน และปูเสฉวนเหล่านี้ไม่ค่อยกลัวคนเลย เราสามารถหยิบมาดูเล่นได้ แล้วก็ปล่อยให้เดินหายไป เดี๋ยวตัวใหม่ก็เดินมาเฉียดๆให้เราได้เห็นอีก

IMG_0062

หาดทรายสีขาวกับแสงแดดจัดมาก เราแทบจะไม่สามารถเดินเล่นบนหาดทรายแล้วมองด้วยตาเปล่าได้เลย มันแสบตาสุดๆ การมาเที่ยวทะเลที่สวยระดับนี้สิ่งที่ไม่ควรลืมติดตัวมาด้วยคือแว่นกันแดด ผมไปเดินเล่นถ่ายรูปห่างจากกลุ่มคนออกไป ตลอดทางเดินที่ผ่านไปนั้นต้องหยีตา หรือแทบจะหลับตาเดินเลย เพราะแดดแรงมาก ทรายสีขาวสะท้อนแดดจนเรามองพื้นก็ไม่ได้ มองฟ้าก็ไม่ได้ มันมีแต่ความแสบตา ส่วนที่ทรายโดนน้ำทะเลจะดีหน่อยที่ไม่แสบตาทำให้มองได้บ้าง การถ่ายภาพ ทะเล หาดทราย ท้องฟ้า แสงแดด วิวที่รวมสิ่งเหล่านี้ไว้ทำให้ภาพจากกล้องสวยมาก ภาพออกมาสวยจนคนชอบการถ่ายภาพเมื่อดูภาพต้องถามว่าที่นี่ที่ไหน หรือตั้งกล้องยังไง

IMG_6156
IMG_6136
IMG_6147
IMG_6161

ทริปมาเที่ยวเกาะครั้งนี้เป็นทริปที่ช่วยรื้อฟื้นความรู้สึกตื่นเต้นในการถ่ายภาพ ความสนุกในการถ่ายภาพสมัยที่หัดถ่ายใหม่ๆ ได้กลับไปใช้ฟิลเตอร์โพลาไรซ์ ได้ปรับหมุนหามุมโพลาไรซ์ แล้วเลือกวิธีวัดแสงว่าจะวัดค่าแสงพอดี หรือ จะอันเดอร์ หรือจะโอเว่อร์เพื่อชดเชยแสง การได้ใช้ความคิด ได้หยิบทักษะการถ่ายภาพอย่างจริงจังมาใช้ช่วยทำให้เราสนุกกับการถ่ายภาพมากขึ้น วันนี้เรามีกล้องดิจิทัลคุณภาพดี การเดินทางไปแหล่งท่องเที่ยวที่สะดวกสบาย ทุกอย่างสงเสริมให้เรามีโอกาสได้รูปที่ดีอยู่แล้ว และการได้ใช้ความคิดก่อนจะเก็บภาพทำให้เราสนุกยิ่งขึ้น ก่อนจะมาถึงทริปนี้ ผมก็ถ่ายภาพไปแบบไม่ได้คิดเลย มันได้แต่ปริมาณ แต่ความสนุกและความอิ่มในการดูภาพมันไม่มี

IMG_6172
IMG_6174

ออกจากเกาะรอกเรือก็พาเราไปอยู่กลางทะเล ไปจอดที่เกาะห้า เป็นเกาะห้าเกาะที่อยู่กลางทะเล เป็นแหล่งดำน้ำดูปะการังและปลาสวยงามจำนวนมาก ขอบฟ้ากับแม่ลงเล่นน้ำกันอีกรอบ ผมลงน้ำไม่ไหวแล้วอยากถ่ายรูปมากกว่า ก็เลยเก็บภาพไปเรื่อยๆ

IMG_6180
IMG_6184
IMG_6187
IMG_6197

เราจบวันนี้อย่างหมดแรง ขอบฟ้ากับแม่นั่งนับว่าวันนี้ที่มาดำน้ำได้เจอปลาอะไรบ้าง ปลาอะไรหายาก นับไปนับมาก็ได้เจอประมาณ 20 ชนิด ถือว่าเป็นวันที่โชคดีมาก เพราะไกด์บอกว่าจังหวะน้ำลงและไหลไม่แรงจะทำให้ปะการังดูตื้น เห็นง่าย ปลาก็จะเจอง่ายกว่า ถ้าเป็นจังหวะน้ำขึ้นและพัดแรง ปลาจะน้อย ระหว่างที่เดินทางกลับเราก็ได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่เรือหลายเรื่อง คนขับเรือเล่าให้ฟังว่า ปกติจะขับเรือไปกลับเกาะพีพีอยู่เป็นประจำ แต่หน้าท่องเที่ยวที่อุทยานเปิดให้ไปเกาะรอกได้ก็จะย้ายมาขับเรือไปเกาะรอก ไกด์อีกคนก็คุยเรื่องปลาให้ฟัง เลยถามถึงฉลามวาฬหรือ whale shark ว่าเคยเจอไหม ไกด์บอกว่าเขาเคยเจอฉลามวาฬด้วย แถมยังเปิดคลิปที่ถ่ายเอาไว้ให้ดูอีก เรือพานักท่องเที่ยวกลับเข้าสู่ฝั่งประมาณ 17.30 น. หมดแรงกันถ้วนหน้า และรถตู้รับส่งจากท่าเรือก็รับเราสามคนมาส่งที่โรงแรม วันนี้เรากินมื้อเย็นที่โรงแรม และนอนอย่างหมดแรง

IMG_6198

กล้อง eos m รุ่นแรก กับ เลนส์ efm18-55is ยังคงเป็นทางเลือกที่ผมจะใช้กับทริปทะเล จริงๆในกระเป๋ากล้องผมมี eos 6d กับเลนส์ 24-105F4L มาด้วย แต่หยิบ eos m มาใช้เป็นหลัก ด้วยความรู้สึกว่า eos m ไม่แพง ราคามือสองไม่กี่พันบาท เลนส์ efm 18-55is ก็ขายมือสองกันสองพันบาท การเอากล้องมาถ่ายทะเล มีขี้นลงเรือ มีละอองน้ำ มีลม มีทราย ผมยังรู้สึกว่าใช้กล้องราคาไม่แพงดีกว่า จะได้ไม่ต้องเอากล้องโปรไปเสี่ยงกับทรายและน้ำ แถมฟิลเตอร์โพลาไรซ์หรือ cpl ที่เคยมีก็เป็นฟิลเตอร์ขนาดเล็ก 52มม. ซึ่งใช้กับเลนส์ efm 18-55is ได้พอดี เป็นเรื่องที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อน เพราะว่า เดิมที ตอนที่ใช้กล้องฟิล์มบ่อยๆ สมัยหัดถ่ายด้วยฟิล์มสไลด์ เลนส์ที่ใช้กับกล้องฟิล์มก็จะมีหน้าเลนส์ 52มม ก็เลยมีฟิลเตอร์ CPL ขนาด 52มม.เอาไว้ใช้ถ่ายภาพแบบเน้นๆ ส่วนกล้องดิจิทัลรุ่นล่างอย่าง eos 350d ที่ผมซื้อใช้ถ่ายงานสารพัดเมื่อสิบกว่าปีก่อน ก็มีเลนส์ติดกล้องเป็น efs 18-55is แต่ว่าหน้าเลนส์ใหญ่ 58มม. ผมก็มีซื้อ cpl 58mm ไว้ด้วยเช่นกัน ตอนที่คิดว่าจะเอา eos m ไปทะเล ก็ไปเอา cpl 58 มาติดกระเป๋าไว้เลย เพราะคิดว่าหน้าเลนส์จะใหญ่เท่ากัน วันก่อนเดินทางลองเอามาทดสอบ ปรากฏว่ามันไม่เท่า เพราะ efm18-55is ตัวนี้มันใช้หน้าเลนส์ 52มม โชคดีมากที่ได้ลองก่อน ไม่งั้นก็จะกลายเป็นแบกของไปเที่ยวแล้วใช้ไม่ได้

IMG_6212

ภาพหลังกล้องออกมาแล้วปลาบปลื้มกับโทนสีที่สด จัดจ้าน และดูสวยขึ้นผิดหูผิดตา eos m ผมใช้มาสักห้าปี เป็นครั้งแรกที่ได้ใช้ cpl กับการถ่ายภาพวิวทะเล เห็นภาพแล้วก็หายเหนื่อย ดูภาพวิวรอบนี้ เทียบกับ eos 6d + 24-105f4L แล้ว ผมคิดว่า ผมชอบ eos m มากกว่า แถมยังน้ำหนักเบา ตัวเล็ก พกง่าย ข้อเสียเรื่องแบตหมดเร็วเราก็ปรับตัวได้แล้ว มีแบตไป 2 ก้อน ถ่ายภาพแล้วไม่ต้องดูภาพบ่อยๆ ถ่ายเสร็จก็กดปิดกล้อง ปุ่มเปิดปิดกล้องของ eos m น่าจะทำงานหนักใกล้เคียงกับปุ่มชัตเตอร์เลย

รออ่านตอนที่ 3 กับทริปกระบี่และภูเก็ต


พาลูกเที่ยวกระบี่ ภูเก็ต 5วัน 4คืน ตอนที่1

ทริปสงกรานต์ปีนี้ ครอบครัวเราเลือกที่จะไปเที่ยวที่กระบี่และภูเก็ต แนวทางที่เลือกก็คือเดินทางไปกลับด้วยเครื่องบิน ระหว่างที่อยู่ในกระบี่และภูเก็ตก็เช่ารถขับ นอนพักที่กระบี่ 2 คืน นอนที่ภูเก็ต 2 คืน และภารกิจสำคัญคือต้องพาลูกไปดำน้ำดูปะการังที่เกาะสวยๆ

IMG_5863

เราเริ่มต้นการเดินทางที่สนามบินสุวรรณภูมิ เลือกใช้สายการบินของการบินไทย เที่ยวบินออก 8.30 ถึงกระบี่ 9.30 โดยประมาณ แล้วก็รับรถเช่าที่จองไว้ตั้งแต่กรุงเทพ เราใช้บริการของ hertz รับรถที่กระบี่ และคืนที่ภูเก็ตตอนขึ้นเครื่องวันกลับ

เราได้รถโตโยต้า yaris ปี 2018 ซึ่งเป็นรถ eco car ที่เครื่องยนต์เล็ก 1200cc การขับรถคันนี้ให้ความรู้สึกที่ดี มันวงเลี้ยวแคบมาก ถนนสี่เลนที่แคบๆเราสามารถกลับรถได้ในการวิ่งครั้งเดียว และช่วงล่างก็แน่นผสมความรู้สึกนุ่มกำลังดี ขับแล้วรู้สึกเหมือนรถขนาดใหญ่

IMG_5898

ที่กระบี่ เราไปเที่ยวสุสานหอยเป็นจุดแรก ด้วยเหตุผลว่าเราอยากให้ขอบฟ้าได้แวะไปดูสิ่งที่หาไม่ได้ในกรุงเทพ สุสานหอยหน้าตาเป็นแผ่นๆ ผมดูไกลๆก็เหมือนแผ่นปูนที่เอาไว้ปูพื้นสนาม ปูพื้นถนน แต่ดูใกล้ๆก็พบว่ามีตัวเปลือกหอยติดอยู่ในแผ่นหินจำนวนมาก มันเลยถูกเรียกว่าสุสานหอย อายุของแผ่นหินนี้ประมาณ 75 ล้านปี เปลือกหอยเหล่านี้มันคงเคยโดนไดโนเสาร์เหยียบมาบ้างในยุคที่ 65 ล้านปีก่อน ในช่วงเวลาที่ไดโนเสาร์ยังไม่สูญพันธุ์

IMG_5899
IMG_5904

ออกจากสุสานหอยเราก็ตั้งใจจะขับไปร้านอาหาร เลยเลือกที่จะไปกินอาหารแถวอ่าวนาง แต่ขอบฟ้าอยากเล่นฟุตบอลแล้ว ตอนขับผ่านชายหาดเลยแวะลงไปเล่นบอลด้วยกัน ขอบฟ้าพกลูกฟุตบอลมาเองด้วย เลยได้ไปเตะเล่นกันริมทะเล พื้นที่ชายหาดอ่าวนางเป็นหาดทรายกว้างๆ ที่พักแถวนี้จะมีถนนกั้นระหว่างตึกกับทะเล คล้ายๆกับพัทยา พอเตะบอลได้พักใหญ่ รู้สึกเหนื่อยได้ที่ก็พักและไปแวะหาร้านกินข้าวแถวนั้น

IMG_5938

เราหาร้านอาหารที่น่าสนใจในพื้นที่ใกล้ๆชายหาด หาข้อมูลจากอินเทอเน็ตได้ร้านครัวธาราที่มีคนแนะนำและรีวิวไว้น่าสนใจ เป็นร้านอาหารที่อยู่ริมหาด ไปถึงจริงๆก็พบกว่าที่จอดรถค่อยข้างน้อย พื้นที่จอดรถดูเหมือนเป็นที่สาธารณะที่มีแต่รถจอดเต็มไปหมด ในร้านไม่มีแอร์ และอาหารทำนาน และไม่อร่อย และ ราคาแพงอย่างน่าตกใจ ผมใช้เงินพันกว่าบาทกินสิ่งที่ไม่อิ่ม ไม่อร่อย และไม่คิดจะกลับมาอีกเลย ประสบการณ์การท่องเที่ยวเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน เราไม่รู้ว่าเราจะเจอความประทับใจหรือผิดหวัง แต่ที่เราได้ก็คือ เราได้รู้ว่ารีวิวนั้นเป็นแค่รสนิยมที่หลากหลาย และคนที่แนะนำร้านนี้คงรวยมากและรสนิยมการกินไม่เหมือนเรา

IMG_5951

ออกจากร้านอาหารเราก็ขับรถเข้าที่พักที่จองไว้ เป็นโรงแรมแนวบูทิคที่อยู่ติดหาดทราย ชื่อโรงแรม เดอะทับแขกซันเซ็ต ลักษณะบ้านพักเป็นหลังแยกอิสระ บ้านพักเรียกตัวกันอยู่เป็นตับ มีพื้นที่ชายหาดที่กว้างใหญ่ มีพื้นที่สำหรับเตะฟุตบอลด้วย ขอบฟ้าได้เล่นน้ำทะเล เล่นน้ำสระ และเตะบอลสนุกไปเลย

IMG_5964
IMG_5973
IMG_5994
IMG_6001

มื้อเย็นของวันนี้เราเลือกไปกินร้านอาหารที่แต่งร้านสวยงามน่ารักที่อยู่ใกล้โรงแรม ชื่อร้าน sabai ba bar เป็นร้านหน้าตาหรู ตกแต่งด้วยไม้ และไม่มีแอร์ แต่ชดเชยด้วยอาหารรสชาดดี ราคาสูงพอใช้ได้เลย แต่ก็เยอะกินอิ่ม ระหว่างที่รออาหารก็ได้ดูคู่แต่งงานที่มาจตัดงานอยู่ที่ริมหาดที่ติดกับร้านด้วย เป็นภาพงานแต่งงานที่น่ารักเหมือนกับหนังโรแมนติกคอมมีดี้ แผนที่ของร้านอาหาร sabai ba bar อยู่ด้านล่าง

Screen Shot 2562-04-25 at 14.11.22
IMG_0036
IMG_0033
IMG_0017

ผมสงสัยอยู่เพียงอย่างเดียวกับร้านอาหารร้านนี้คือ เรือลำที่จอดอยู่กลางทะเลลำนี้ทางร้านได้จ้างให้มาจอดไว้หรือเปล่า เพราะตำแหน่งเรือเป็นตำแหน่งที่มองเห็นจากร้านแล้วอยู่ตรงกับพระอาทิตย์ที่ค่อยๆตกดินพอดี มันเป็นจังหวะและตำแหน่งที่ถ่ายรูปได้ลงตัวมากๆ ถ้าบอกว่าเรือเป็นของเจ้าของร้านผมก็เชื่อ

IMG_0038

วันนี้จบวันแบบอิ่มและร้อนมาก กลับห้องพักแล้วเตรียมตัวเข้านอนเร็วหน่อย เพราะพรุ่งนี้เราจะไปเที่ยวเกาะรอก และเกาะห้า กัน อ่านต่อได้ใน พาลูกเที่ยวกระบี่ ภูเก็ต 5วัน 4คืน ตอนที่2

ด้านล่างเป็นแผนที่ของสุสานหอย โรงแรมทับแขกซันเซ็ต และร้านอาหารสบายบาบาร์ ตามลำดับ



เทียบกล้องโปร กับ กล้องถ่ายเล่น

canon eos 6d กับเลนส์ 24-105F4L is เป็นชุดถ่ายภาพระดับจริงจังของผมเอง ส่วนชุดพกพาถ่ายเล่นในวันเบาๆ ไม่ได้เอาไปรับงานก็จะใช้ eos m กับเลนส์ efm 18-55 is stm มีโอกาสได้ถ่ายภาพเปรียบเทียบกัน จะแตกต่างกันแค่เพียง eos m จะติด cpl ไว้ที่เลนส์ด้วย

IMG_0039
eos 6d + 24-105is F4L
IMG_6094
eos m + 18-55is + cpl


IMG_20190417_122339
huawei p9

ลองถ่ายในมุมคล้ายๆกันในทริปกระบี่ เป็นทะเลที่เกาะรอก น้ำทะเลสวยใส ชายหาดขาวสะอาด แสงแดดจัดแสบตามากหากมองทรายด้วยตาเปล่า

IMG_0041
eos 6d + 24-105is F4L
IMG_6119
eos m + 18-55is + cpl
IMG_0077
eos 6d + 24-105is F4L
IMG_6198
eos m + 18-55is + cpl

IMG_0071
eos 6d + 24-105is F4L
IMG_6188
eos m + 18-55is + cpl

IMG_0073
eos 6d + 24-105is F4L
IMG_6189
eos m + 18-55is + cpl