รีวิวเลนส์ Canon EF 40F2.8

เลนส์ Canon EF 40 F2.8 เป็นเลนส์ฟิกซ์ทางยาวโฟกัส 40มม ที่เปิดตัวในปี คศ 2012 เป็นเลนส์ขนาดกระทัดรัดมาก บางคนจะเรียกว่าเป็นเลนส์แพนเค้ก มีจุดเด่นตรงความเล็ก เบา ใช้มอเตอร์โฟกัสชนิด STM ซึ่งจะมีข้อดีในแง่ของการหมุนที่ราบลื่น เสียงเบา เจตนาให้ใช้งานกับระบบวิดีโอแล้วสามารถปรับโฟกัสได้ลื่นไหลไม่สะดุด ไม่กระชาก ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งในงานวิดีโอ

20260305180313_IMG_4849

เลนส์ตัวนี้ยังเหมาะสำหรับใช้เป็นเลนส์ถ่ายภาพนิ่ง มันสามารถใช้งานร่วมกับกล้อง DSLR และ กล้อง SLR ใช้ฟิล์ม ของค่าย Canon ได้เกือบทุกรุ่น เพราะเม้าท์ EF ถูกใช้เป็นเม้าท์ถ่ายภาพหลักของ Canon มาตั้งแต่ปี คศ 1988 แม้ในปัจจุบันกล้อง Canon จะใช้เม้าท์ RF กันหมดแล้วแต่ก็ยังคงนำเลนส์เก่ามาใช้กับกล้องใหม่ผ่าน Adapter ได้

IMG_5003

เลนส์ทางยาวโฟกัส 40mm มีมุมรับภาพความกว้างกว่าเลนส์ 50mm เล็กน้อย นักถ่ายภาพบางคนให้ความเห็นว่ามันใกล้เคียงการมองเห็นของตาคนมากกว่าเลนส์ 50mm ขณะที่ 50mm เป็นทางยาวโฟกัสที่เป็นมาตรฐานของกล้องมายาวนานและเป็นเลนส์ที่ทำให้ราคาต่ำได้ง่ายกว่าเลนส์ระยะอื่นๆ ขณะที่นักถ่ายภาพแนวสตรีทหรือแนวสารคดีบางคนก็ชอบใช้งานเลนส์ 35mm เลนส์ทางยาวโฟกัส 35mm ได้รับความนิยมมาก มีหลายบริษัททำเลนส์ 35mm ออกมาขายในหลายราคา พวกที่ราคาสูงลิบก็มี ส่วนระยะ 40mm แทบไม่มีใครสนใจ แต่ถ้าย้อนกลับไปดูกล้องบางค่าย บริษัทที่ทำเลนส์ได้สวยที่สุดอย่าง Leica ก็ทำกล้องคอมแพ็คฟิล์มคุณภาพสูงออกมาอย่าง leica minilux ซึ่งใช้เลนส์ติดกล้องเป็น 40mm f2.4 เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว หรือแม้แต่กล้องดิจิทัลยุคใหม่อย่าง Ricoh GR III ก็มีเลนส์เทียบเท่า 40mm ติดกล้องมาขายเป็นทางเลือก และราคาขายก็ไม่ต่ำเลย ราคารีเซล หรือราคามือสองขึ้นแรงมาก บางช่วงเวลาราคาแพงกว่าของใหม่เสียด้วย คนอยากได้ก็จำเป็นต้องหาซื้อมือสองเพราะมือหนึ่งทำไม่ทันขาย

IMG_4983

ลองติดเลนส์บนบอดี้ Canon Eos 6d สามารถทำงานได้ปกติ เล่นมีความสว่างทำให้ช่องมองภาพใส การหยิบกล้องพร้อมเลนส์ตัวนี้ออกมาถ่ายภาพเป็นเรื่องที่ทำได้สะดวก เพราะเรามองอะไรอยู่ด้วยตาเปล่าเราก็สามารถถ่ายภาพสิ่งนั้นได้ด้วยเลนส์ 40mm โดยไม่ต้องถอย หรือ ไม่ต้องเดินเข้าไปใกล้ๆ ปรับรูรับแสงเป็น f2.8 แล้วถ่ายสิ่งที่เราสนใจ เราจะได้จุดที่ชัดตามที่เล็งโฟกัส และมีฉากหลังที่เบลอเล็กน้อย มันเป็นปริมาณความเบลอที่ทำให้ภาพดูสวยและสมบูรณ์ขึ้น เรายังรู้ว่าเหตุการ์ณแวดล้อมสิ่งที่เราถ่ายอยู่นั้นเป็นอย่างไร ถ้าถ่ายติดวิวสถานที่เราก็รู้ว่าที่ไหน

การใช้เลนส์ EF 40mm บนกล้อง Canon Eos RP จะทำให้เราได้ใช้จุดเด่นของมอเตอร์ STM ภายในเลนส์ เพราะ RP สามารถถ่ายคลิปวิดีโอแล้วโฟกัสติดตามวัตถุได้อย่างนุ่มนวล แตกต่างจากการใช้เลนส์ EF ที่มีมอเตอร์ usmอยู่ภายใน usm โฟกัสเร็วแต่เลนส์เคลื่อนตัวแบบกระชาก ทำให้ไม่เหมาะกับการถ่ายวิดีโอ

IMG_4355~2

การถ่ายภาพนิ่งด้วยเลนศ์ 40mm เมื่อเลือกใช้รูรับแสง f2.8 เราจะได้จุดที่ชัดตามที่เราต้องการ ฉากหลังที่ไกลออกไปจะมีความเบลอเล็กน้อย และค่อยๆเพิ่มขึ้น แต่ไม่ละลายจนดูไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน ซึ่งบุคลิกของภาพแนวนี้จะเหมาะกับการเล่าเรื่อง เหมาะกับภาพข่าว สารคดี และยิ่งถ้าเราใช้ร่วมก้บบอดี้กล้องถ่ายภาพที่มีความสามารถในการโฟกัสใบหน้าหรือดวงตา จุดโฟกัสก็จะยิ่งชัดและแทบจะไม่มีภาพเสียเลย

IMG_4347

การเดินดูสิ่งของแล้วรู้สึกสนใจ เราก็สามารถยกล้องพร้อมเลนส์ 40mm ขึ้นมาถ่ายได้เลย ระยะยืนและระยะห่างจากวัตถุแทบจะไม่ต้องเปลี่ยน เรามองเห็นอะไรเราก็ยกเลนส์ขึ้นถ่ายเราจะได้ภาพใกล้เคียงกับสิ่งที่มองเห็นอย่างมาก นั่นทำให้เราสามารถบันทึกเหตุการณ์ได้รวดเร็วมาก เหมาะกับการถ่ายภาพแนวสตรีท หรือแนวสารคดีที่เน้นความสมจริง

IMG_4266

เมื่อใช้งานในที่ร่ม สภาพแสงไม่มาก เลนส์รูรับแสง f2.8 กับกล้องที่ตั้งค่า iso auto หรือปรับความไวแสงอัตโนมัติ กล้องจะใช้รูรับแสงกว้างที่สุดและเลือกความไวชัตเตอร์ที่เหมาะสมให้ โอกาสได้ภาพคุณภาพดีจะสูง

สิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดกับการใช้งานเลนส์ตัวนี้ก็คือไม่ต้องใช้ฟิลเตอร์ ทำให้ได้คุณภาพสูงสุดของเลนส์ เนื่องจากค่าตัวของเลนส์ถูกมาก เพราะเป็นของมือสอง และปกติเราก็มักจะหาฟิลเตอร์มาปิดหน้าเลนส์เพื่อป้องกันรอยขีดข่วน ให้ฟิลเตอร์พังดีกว่าเลนส์พัง นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับเลนส์ราคาแพง แต่เลนส์ตัวนี้ได้มาถูกมาก ราคาฟิลเตอร์ที่คุณภาพสูงก็มักแพงกว่า ทำให้เราไม่มีความจำเป็นจะต้องใช้ฟิลเตอร์เลย หากโชคร้ายเลนส์ไปกระทบกระแทกแล้วเกิดรอยหน้าเลนส์ ก็แค่ซื้อใหม่ หามือสองตัวใหม่ก็ได้ ข้อดีของการไม่ใส่ฟิลเตอร์คือภาพจะใสมาก ไม่มีฟิลเตอร์มาบังเลนส์ เคยมีคนกล่าวไว้ว่า best filter in no filter ฟิลเตอร์ที่ดีที่สุดคือการไม่ใช่ฟิลเตอร์ ข้อนี้จริงที่สุด

IMG_3962

ข้อดี

เลนส์มีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา

ระยะโฟกัสใกล้สุดทำได้ค่อนข้างใกล้แต่ยังไม่ถึงระดับใกล้มากแบบเลนส์มาโคร

หน้าเลนส์ใช้ฟิลเตอร์ขนาด 52mm

ถ่ายวิดีโอมีการโฟกัสที่นุ่มนวลไม่กระชาก

ให้ภาพเหมือนตาเห็น

ได้มาในราคามือสอง

ข้อเสีย

เล่นฟิกซ์

รูรับแสงกว้างสุดแค่ f2.8 อยากให้รูรับแสงกว้างกว่านี้

ไม่มีระบบกันสั่น หรือ IS

ฉากหลังยังไม่เบลอแบบละลาย

dpp-IMG_3873
IMG_4992
IMG_3912
IMG_3735
dpp-IMG_3852
IMG_3815
IMG_3887
IMG_4766
IMG_3757
IMG_4725
IMG_5444

สรุป

เลนส์ Canon EF 40mm f2.8 เป็นเลนส์ที่ออกแบบมาให้ใช้กับกล้อง DSLR และกล้องฟิล์ม SLR ของ Canon ได้ทั้งหมด และยังสามารถใช้กับกล้องรุ่นใหม่ที่ใช้เม้าท์ R ผ่าน adapter ได้ด้วย ลักษณะภาพจะมีความใกล้เคียงกับการมองด้วยตาเปล่า เห็นอะไรถ่ายได้อย่างนั้น ทำให้เราจะต้องมองหาองค์ประกอบภาพที่ดีจริงๆเพื่อถ่ายภาพด้วยเลนส์ตัวนี้ ในปัจจุบันเลนส์ตัวนี้ไม่มีของใหม่แล้ว ต้องหาซื้อตามแหล่งขายของมือสองเท่านั้น ราคาค่าตัวอยู่ในระดับที่ถูกมาก นั่นทำให้เราไม่จำเป็นต้องใส่ฟิลเตอร์ปกป้องหน้าเลนส์ก็ยังได้และคุณภาพของภาพจะใสที่สุดจากการไม่ใส่ฟิลเตอร์ การถ่ายภาพในชีวิตประจำวันด้วยเลนส์ตัวนี้เราจะได้ลักษณะภาพที่ตรงไปตรงมา ไม่บิดเบี้ยว หากใช้ถ่ายวิดีโอจะได้มุมมองเหมือนงานถ่ายละคร งานภาพแบบโทรทัศน์ บางคนอาจจะเรียกเลนส์ตัวนี้ว่าให้ภาพเหมือนเลนส์ normal มันเป็นเลนส์ที่บันทึกความจริงที่เรามองเห็น เมื่อไหร่ที่เรารู้สึกว่าเหตุการณ์หรือสิ่งของตรงหน้าน่าจะเป็นภาพที่ดีเราก็ใช้เลนส์ตัวนี้บันทึกได้เลย

IMG_5464
IMG_4811
IMG_5615 (1)

Capture to start destiny

เพื่อนฝรั่งเล่าให้ฟังว่า เขาเริ่มต้นความสัมพันธ์กับสาวไทยคนนึงเพราะภาพที่เราถ่าย

ประมาณ 20 ปีที่แล้ว เพื่อนในกลุ่มคนนึงมีแฟนเป็นต่างชาติ และได้ตัดสินใจแต่งงานกันและย้ายไปอยู่ต่างประเทศ วันที่กลับมาเที่ยวเมืองไทยก็เลยนัดเจอกันกับแก๊งค์เพื่อน กินข้าวและถ่ายรูปเล่นกันไว้

nu-paragon-22dec2007_MG_2263

ภาพนี้ถ่ายไว้ประมาณปี 2007 ที่หน้าห้างแห่งหนึ่งในกรุงเทพ ช่วงเวลานั้นผมใช้กล้อง Canon eos350d เป็นกล้อง Dslr ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล เป็นกล้องที่ใช้เซ็นเซอร์รับภาพขนาด Apsc จะทำให้ทางยาวโฟกัสของเลนส์เพิ่มขึ้น 1.6 เท่า เลนส์ 200mm บนกล้องตัวนี้จะเทียบได้กับเลนส์ 320mm ส่วนเลนส์ที่ใช้ในภาพนี้คือ Canon EF70-200 F2.8 L เป็นเลนส์ที่เหมาะสำหรับถ่ายภาพพอร์ตเทรตในที่โล่งกว้าง ผมติดเลนส์ตัวนี้ไปเที่ยวห้าง เลยได้ภาพนี้กลับมา การใช้เลนส์ 70-200 f2.8 ถ่ายภาพชีวิตผู้คนผมมักจะใช้รูรับแสง 2.8 หรือรูรับแสงกว้างที่สุดของเลนส์เสมอ เพื่อให้ภาพมีบุคลิกของเลนส์อย่างเต็มที่ เพราะเราซื้อเลนส์ f2.8 ด้วยเหตุผลของตัวเลข 2.8 นั่นเอง เวลาถ่ายภาพผ่านเลนส์ตัวนี้จึงใช้ f2.8 เสมอ

IMG_3865

ผ่านมายี่สิบปี ในปี 2026 เพื่อนและแฟนฝรั่งกลับมาเที่ยวเมืองไทยอีกครั้ง ก็ได้นัดเจอกันเพื่อกินดื่มพูดคุย ทริปเพื่อสุขภาพเราก็นัดเจอกันในคาเฟ่สวยๆ ไม่ใช่บาร์เหล้า ในช่วงปีนี้ผมใช้กล้อง Canon EosRP ซึ่งเป็นกล้องเม้าท์เลนส์รุ่นใหม่ที่เรียกว่า R mount โดยที่ยังคงใช้เลนส์เก่าของ Canon ได้ ผ่าน EF to R adaptor และมีเลนส์ใหม่สำหรับเม้าท์ R ออกมาให้ใช้อีกมาก แต่เลนส์ที่ติดกล้องเพื่อถ่ายภาพในโพสท์นี้คือเลนส์ Canon EF40mm f2.8 ซึ่งเป็นเลนส์ฟิกซ์ตัวหนึ่งที่ขนาดเล็ก น้ำหนักเบา มีรูรับแสง f2.8 ซึ่งถือว่ากว้างสำหรับการถ่ายภาพคนและบรรยากาศ ในสภาพแสงน้อยเลนส์รูรับแสงเลขน้อย หรือ รูรับแสงกว้างอย่าง f2.8 f2 f1.4 ค่าพวกนี้จะยิ่งทำให้กล้องสามารถถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้ดีขึ้น เลนส์ 40mm เป็นช่วงทางยาวโฟกัสที่ใกล้เคียงกับการมองเห็นของตาคน หากเรายืนดูเหตุการณ์แล้วหยิบกล้องขึ้นมาเล็ง ภาพที่เห็นในช่องมองภาพ กับ ภาพจริงที่มองด้วยตาเปล่ามีลักษณะใกล้เคียงกันมาก ความเบี้ยว ความเพื้ยนต่างๆแทบไม่มี สัดส่วนความเล็กใหญ่ ของอยู่ใกล้เทียบกับของอยู่ไกล มันสอดคล้องเหมือนมองด้วยตาเปล่า มันดูดีมากสำหรับการถ่ายภาพที่ต้องการบันทึกเหตุการณ์ให้เหมือนตาเห็น ตัวเลข 40mm ไม่ใช่ตัวเลขผิดปกติ มีผู้ผลิตหลายยี่ห้อที่ทำเลนส์ 40mm ออกมาขาย และผลลัพธ์ที่ได้จากเลนส์ตัวนี้ก็ออกมาดีถูกใจ ในอดีตมีกล้องคอมแพ็คฟิล์มระดับไฮเอนด์บางตัวตัวก็ออกกล้องพร้อมเลนส์ 40mm ในทุกวันนี้ตลาดมือสองยังขายกันหลายหมื่น

ส่วนภาพที่เป็นจุดเริ่มต้นของคู่นี้เป็นภาพที่ถ่ายกันเล่นๆสนุกๆในช่วงฝึกฝน เชิญนางแบบมาถ่ายและสลับเป็นแบบกับเป็นช่างภาพถ่ายกันเองด้วย บางภาพในช่วงนั้นถูกส่งไปถึงฝรั่งคนนึง แล้วก็เป็นเรื่องอย่างที่มันเป็น

สวยลอยฟ้าเจ้าพระยา

สมัยเด็กผมนั่งรถเมล์จากฝั่งธนข้ามมาฝั่งพระนครเพื่อมาเรียนโรงเรียนสวนกุหลาบ สะพานข้ามแม่น้ำจะมีอยู่ 2 สะพาน สะพานพุทธคือสะพานโครงสร้างเหล็กสีเขียวเป็นสะพานเก่าแก่ ถนนบนสะพานเป็นสามเลนส์ขับรถสวนกัน สะพานที่สองคือสะพานประปกเกล้าเป็นสะพานที่สร้างใหม่ มีอยู่ 3 สะพานขาไปและขากลับแยกกัน แต่ก็มีสะพานปกเกล้าอันที่สามที่วางอยู่ตรงกลางเป็นสะพานเปล่าๆ ไม่ได้มีทางขึ้นลง ผมเห็นตั้งแต่เด็กแต่ก็ไม่รู้ว่าจะสร้างสะพานปกเกล้าไว้ 3 สะพานทำไม จนเมื่อโตขึ้น มีอินเทอเน็ตให้อ่าน มีคนเคยอธิบายไว้ว่าสะพานปกเกล้าอันกลางวางแผนว่าจะใช้ทำทางเดินรถไฟฟ้าลาวาลิน ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้น

IMG_3074

มาถึงปัจจุบันสะพานปกเกล้าอันกลางก็ได้รับการปรับปรุงให้กลายเป็นสวนสาธารณะ ทำทางขึ้นลง ทำพื้นที่บนสะพานเป็นที่นั่ง มีต้นไม้ดอกไม้ประดับ ตอนขับรถผ่านก็รู้สึกตื่นเต้นที่กรุงเทพมีสวนสาธารณะเพิ่มขึ้น และยิ่งเป็นสวนบนสะพานด้วยก็ยิ่งดูน่าสนใจ แต่ก็ไม่เคยมีโอกาสได้ไปเดินเล่นเลย เพราะวงจรชีวิตไม่ได้ผ่านถนนเส้นนี้สักเท่าไร

จนลูกได้เข้าเรียนที่โรงเรียนสวนกุหลาบก็เลยมีโอกาสได้ใช้สะพานพุทธและสะพานปกเกล้าแทบทุกวัน ก็ได้เห็นสวนสาธารณะลอยฟ้าอีกครั้งและเริ่มอยากไปเดินเล่นดูวิวบนนี้ พอมีโอกาสก็เลยลองแวะเดินเล่นดู พร้อมกับพกกล้องถ่ายรูปไปเก็บภาพด้วย

IMG_2961
IMG_2966

ทางเดินเข้าหายากมาก ขนาดผมเคยเดินเล่นแถวนี้มาตั้งแต่เด็กยังหาทางเข้าไม่เจอ กว่าจะเจอว่าต้องเข้าทางไหนก็เดินหาอยู่นานมาก แถวนี้ไม่มีป้ายบอกทาง ไม่มีป้ายบอกชื่อสวนสาธารณะให้เห็นชัดเจนเลย หรือมีแต่ผมตาไม่ดีเองก็ไม่แน่ใจ แม้แต่การหาทางเข้าโดย googlemap ก็ยังงง สุดท้ายอาศัยวิธีดูว่าคนข้างบนเดินออกมาทางไหนก็เดินย้อนเข้าไปตามทางที่เขาออกมา

IMG_2971
IMG_2972

ทางขึ้นสะพานเป็นบันไดเดินขึ้นได้สะดวก มีลิฟท์ให้บริการด้วย สวนบนสะพานแห่งนี้เปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2563 เข้าใจว่าสามารถใช้พื้นที่จัดกิจกรรมการแสดงต่างๆได้ด้วย สามารถพารถเข็นมาเที่ยวเล่นได้ ทางเดินบนสวนแห่งนี้เป็นพื้นเรียบสามารถเข็นรถได้สุดทางและขึ้นลงด้วยลิฟท์ได้ แต่….. ทางเข้าออก ทางข้ามถนน ยังไม่แน่ใจว่ามีทางลาดตลอดแนวไหม เพราะฟุตบาทประเทศไทยไม่เคยถูกออกแบบเผื่อให้รถเข็นใช้งานได้ง่ายๆ

IMG_2990
ลวดลายบนพื้นเป็นการเล่นสีที่แตกต่างกันเพื่อให้ดูเหมือนบันได แต่จริงๆเป็นทางเรียบทั้งหมด

สวนสาธารณะบนสะพานมีคนมาใช้บริการอยู่ค่อนข้างเยอะ มีพื้นที่นั่งดูวิวเยอะ ถ้ามีการจัดงานแสดงแสงสีเสียงในแม่น้ำเจ้าพระยาก็น่าจะมีคนมาเต็มสะพาน ผมขึ้นจากฝั่งปากคลองตลาด มองไปทางทิศตะวันออกจะเห็นวิวตึกสูงสวยงาม ถ้ามองไปทางทิศตะวันตกจะเห็นสะพานพุทธและพระปรางค์วัดอรุณ บรรยากาศน่านั่งเล่นหรือดูวิวได้เพลินๆ มีหลายคนมานั่งดูวิวพระอาทิตย์ตกที่ด้านวัดอรุณ

IMG_2983
IMG_3003
IMG_3002
IMG_3010
IMG_3025
IMG_3028

เพื่อเดินดูรอบแล้วก็เลยตัดสินใจรอเวลาให้ค่ำลงอีกนิด รอให้ท้องฟ้าเริ่มมืดภาพถ่ายจะได้ถ่ายเป็นสีฟ้าเข้ม พร้อมกับรอให้ถนนเปิดไฟเต็มที่ แสงไฟและสีท้องฟ้ายามเย็นจะได้ถ่ายรูปได้อารมณ์อีกแบบหนึ่ง ระหว่างที่รอเวลาก็ถ่ายเล่นหามุมวางกล้องไปเรื่อยๆ

IMG_3069
dpp-IMG_3075
dpp-IMG_3073

การถ่ายภาพตอนเย็นไปสู่ค่ำจะมีเวลาถ่ายไม่นาน เพราะสภาพแสงเปลี่ยนค่อนข้างเร็ว จังหวะเวลาที่ฟ้าเริ่มมืดและไฟตึกไฟเรือเริ่มเห็นชัดจะมีเวลาช่วงสั้นๆ ต้องหามุมวางกล้องไว้ล่วงหน้า การถ่ายภาพแสงโพล้เพล้แบบนี้จะให้ดีต้องมีขาตั้งกล้องมาด้วย และภาพสายน้ำที่พริ้วไหวก็ควรถ่ายด้วยเทคนิคเปิดหน้ากล้องนานๆ ซึ่งก็จำเป็นต้องใช้ขาตั้งกล้องด้วย แต่ผมไม่ได้พกไปก็ใช้วิธีวางกล้องไว้กับราวสะพานแล้วพยายามตั้งค่าการถ่ายให้กล้องรับแสงนานหลายๆวินาที

IMG_3078

สวนสาธารณะขนาบข้างซ้ายขวาด้วยถนนที่มีรถวิ่ง เสียงรถวิ่งดังรบกวนตลอดเวลา และถ้าเป็นจังหวะรถติดหรือรถเยอะก็น่ากังวลเรื่องควันรถอยู่เหมือนกัน ผมรอเก็บภาพจนสภาพแสงน้อยลงไปเรื่อยๆ ฟ้าสีฟ้ากลายเป็นสีน้ำเงินเข้มและกลายเป็นสีดำในที่สุด สุดท้ายฟ้ามืดก็เก็บกล้องและเดินกลับ ซึ่งตอนเดินกลับนี่จะมืดมาก มืดจนรู้สึกว่าอาจจะเกิดอันตรายได้ ในใจคิดว่าจะมีใครดักปล้นดักตีหัวเอากล้องไหม สาวๆเดินกลับจะปล่อยภัยไหม เรื่องเหล่านี้มีโผล่ให้คิดตอนเดินผ่านที่มืดๆใต้สะพานเพื่อจะกลับบ้าน

IMG_3083

สำหรับคนที่จะไปถ่ายรูปเล่น

1 เตรียมขาตั้งกล้องแข็งแรงไปด้วยและควรเป็นขาตั้งที่ยืดได้สูงๆ เพราะขอบกันตกสูงในบางจุด

2 เตรียมฟิลเตอร์ ND ลดแสงได้เยอะๆไปด้วย เอาไว้ถ่ายภาพวิวพื้นน้ำนิ่งๆ (เทคนิค long exposure)

3 พาเพื่อนไปด้วย ขากลับมันมืดและดูอันตราย

4 พกไฟฉายด้วย ตอนเดินออกมืดแล้ว ไม่มีไฟแสงสว่างที่ทางเดินออกถนน

5 ที่จอดรถใกล้ๆไม่รู้ว่าจอดตรงไหน ผมจอดที่ตลาดพาหุรัดแล้วเดินมา ชม.ละ 30 บาท

6 เอาที่อุดจมูกไปด้วย ตอนเดินเข้าและเดินออกจากสวนยังคงได้กลิ่นฉี่กลิ่นขยะรุนแรง

ฝากผู้อ่านส่งลิงค์นี้ให้ผู้ว่า กทม ได้อ่านด้วย

รีวิวกล้อง Fuji instax mini41

ในอดีตเมื่อปี คศ 1944 มีคุณพ่อคนหนึ่งถ่ายภาพลูกสาวด้วยกล้องถ่ายภาพที่มีอยู่ในยุคนั้น พอถ่ายภาพเสร็จลูกสาวก็ถามว่าทำไมไม่มีภาพให้ดูเลย เป็นคำถามจากเด็กที่ทำให้พ่อทำการค้นคว้าหาวิธีถ่ายภาพที่จะได้ภาพออกมาทันที และในที่สุดก็สร้างนวัตกรรมน่าทึ่งขึ้นมาจนกลายเป็น กล้องโพลารอยด์ กล้องที่ถ่ายภาพแล้วได้ภาพเลย และได้เปิดตัววางขายในปี 1948

IMG_1917

กล้องที่ถ่ายภาพแล้วได้ภาพทันทีเรียกว่า instant camera โดยยี่ห้อแรกที่พัฒนาขึ้นมาก็คือบริษัทโพลารอยด์ ส่วน Fuji จะเข้าสู่ตลาด instant ในปี 1998 และเริ่มขายกล้องกับฟิล์มเรียกชื่อว่า instax ต่อมาบริษัทโพลารอยด์ค่อยๆเสื่อมความนิยมและสูญเสียตลาดไปเกือบหมด เหลือเพียงบริษัทญี่ปุ่นเท่านั้นที่ยังคงทำระบบ instant camera

IMG_1948

กล้อง instax รุ่นล่าสุดรุ่นหนึ่งของปี คศ 2025 ก็คือรุ่น instax mini41 ซึ่งเป็นกล้อง instant camera ที่ใช้แผ่นฟิล์มขนาดเท่าบัตรเครดิต ชื่อเรียกของภาพขนาดเล็กนี้เรียกว่า instax mini โดยมีพื้นที่ของภาพ 62×46 mm. แนวตั้ง โดยกล้องก็ออกแบบมาให้จับถือแนวตั้ง ถ่ายภาพแล้วได้ภาพแนวตั้ง ส่วนขนาดภาพอื่นที่ fuji ทำออกมาก็มีอีก 2 ระดับคือ instax square ให้ภาพขนาด 62×62 mm และขนาดใหญ่ที่สุดเรียกว่า instax wide ขนาดภาพ 99×62 mm

Mini
Square
Wide

mini41 มีหน้าตาสวยงาม ออกแบบเป็นโทนสี ดำเทา พิมพ์ตัวหนังสือกำกับด้วยสีส้มและสีขาว เป็นดีไซร์ที่ดูทันสมัยผสมย้อนยุคนิดๆ มีการปรับปรุงสเป็คให้ทันสมัยลดข้อผิดพลาดที่ระบบ instax เดิมเคยมี เช่น มีระบบวัดแสงเพื่อตั้งค่าความไวชัตเตอร์อัตโนมัติ นั่นหมายถึงกล้องจะวัดแสงพอดีเสมอ เหมือนระบบ aperture piority ในกล้องโปร ไม่เหมือนกล้อง instax รุ่นเก่าที่มีความเร็วชัตเตอร์ตายตัวซึ่งจะทำให้ภาพ instax มักมีความมืดในฉากหลังเป็นส่วนใหญ่ ส่วนฉากหน้าหรือตัวคนก็จะได้รับแสงแฟลชในระดับที่พอดี ภาพถ่ายคนที่มีด้านหลังดำมักเป็นภาพจำของ instax ในอดีต

IMG_1912

mini41 ต้องใส่ถ่านขนาด AA จำนวน 2 ก้อน ถ่าน 1 ชุดสภาพสมบูรณ์จะถ่ายภาพได้ประมาณ 100 ภาพ การถ่ายภาพทุกครั้งจะยิงแฟลชออกไปด้วยไม่สามารถสั่งปิดได้ กล้องไม่มีรูเสียบขาตั้งกล้อง และไม่มีการตั้งเวลาถ่ายภาพ รวมถึงไม่มีระบบถ่ายภาพซ้อนหรือชัตเตอร์ B ด้วย ซึ่งลูกเล่นระดับโปรเหล่านี้จะอยู่ในกล้องรุ่นท๊อป นั่นหมายความว่า mini41 เป็นกล้องสำหรับมือสมัครเล่นและสำหรับคนที่ชอบถ่ายภาพโดยไม่ต้องคิดเยอะ

IMG_1923

กล้องสามารถปรับหน้าเลนส์บิดไปตำแหน่งการถ่ายมาโคร จะเป็นการเปลี่ยนระยะโฟกัสของเลนส์ให้มีระยะชัดประมาณ 30-50 cm ซึ่งพอดีสำหรับการถ่ายภาพเซลฟี่ หรือถ่ายภาพสิ่งของระยะใกล้ ส่วนการโฟกัสปกติจะอยู่ที่ระยะ 50-infinity สิ่งที่ปรับปรุงจากรุ่นเก่าอีกอย่างหนึ่งก็คือช่องมองภาพจะมี 2 ระยะ ระยะปกติ และระยะมาโครที่จะแก้ไขการถ่ายภาพระยะใกล้ไม่ให้เอียงข้างหรือแก้พาราแล็กซ์ การใช้ mini41 ก็จะทำให้เราสามารถเล็งจุดสนใจให้อยู่กลางภาพได้เสมอไม่ว่าจะถ่ายไกล หรือ ใกล้ เลือกโดยการบิดเลนส์จากระยะปกติไปสู่มาโคร และหากเราจะถ่ายภาพตัวเองหรือถ่ายเซลฟี่ก็ต้องเลือกระยะเป็นมาโคร

image

ภาพที่ถ่ายจากกล้อง instax จะไหลออกจากกล้อง และใช้เวลาสร้างภาพประมาณ 90 วินาทีถึงจะขึ้นภาพครบและดูสวยงาม แต่จากการใช้งานจริง เมื่อครบ 90 วินาทีแล้วภาพยังมีคอนทราสต์และส่วนสีดำที่ยังไม่สมบูรณ์ เราอาจจะต้องรอสัก 10 นาทีเพื่อให้ภาพคงที่และส่วนสีดำค่อยข้างดำตามจริง และเมื่อสีคงที่แล้วภาพจะอยู่สภาพนั้นไปอีกนาน สามารถเก็บไว้ดูได้อีกหลายปี ถ้าเก็บดีแบบไม่โดนแสงแดดโดยตรง หรือเก็บในอัลบั้มภาพที่มีการเปิดปิดบังแสงได้ ภาพจะคงสภาพนั้นได้นานมาก แต่ถ้าภาพโดนแสงแดดโดยตรง ในเวลาไม่กี่ปีภาพจะจางลงไปเรื่อยๆ การเก็บรักษาจึงจะต้องเก็บภาพให้ดีระวังไม่ให้โดนแสงแดดโดยตรง

IMG_20251003_171411344

ทุกภาพที่ถ่ายจะเปิดแฟลชเสมอ ถ่ายภาพคนจะได้หน้าคนสว่างพอดีจากแฟลช และฉากหลังจะได้แสงพอดีจากระบบการวัดแสงอัตโนมัติ

IMG_20251005_123203966

แสงภายนอกเหมาะสมอย่างยิ่งกับการถ่ายภาพด้วยกล้อง instax ค่าแสงที่ฉากหลังพอดี ความสว่างบนตัวคนก็พอดี ลักษณะท้องฟ้าสว่างแสงจ้ามีเมฆบังแดดนิดหน่อย

IMG_20251005_153548590

การถ่ายภาพภายในรถตอนกลางวันก็ให้รูปที่ได้รับแสงพอดีทั้งฉากหลังและหน้าของคน แสงแฟลชทำให้ตัวคนสว่างพอดี ส่วนด้านฉากหลังไม่มืดดำเพราะกล้องวัดแสงตามจริง ระบบอัตโนมัติสั่งความไวชัตเตอร์ให้เปิดรับแสงนานพอจะรับแสงจริง ก็ได้ภาพตามที่เห็น

IMG_20251004_123902737

หากเราจะปิดแฟลชเราจะต้องใช้วิธีบังแสงแฟลชไปเลย บางคนอาจใช้เทปกาวปิด แต่ถ้าไม่อยากติดเทป เอานิ้วบังแฟลชแทนก็ได้ ภาพก็จะได้แสงจริงของสถานที่นั้นโดยไม่มีความสว่างของแฟลชมารบกวน แต่การถ่ายภาพในที่แสงน้อยกล้องจะเปิดชัตเตอร์ได้นานสุดไม่เกิน 1/2 วินาที ประกอบกับการถ่ายระยะใกล้เลนส์จะสูญเสียแสงไปอีกเล็กน้อยอาจจะ 1-2stop ทำให้ภาพมีสีเข้มหรืออันเดอร์ หากสภาพแสงจริงมีน้อยเกินไปภาพก็จะดูเข้มหรือดูมืดกว่าที่ควร ลองดูภาพเปรียบเทียบแสงจริงที่ใช้โทรศัพท์มือถือถ่าย

IMG_20251004_102141251

สเป็คกล้อง
ฟิล์มที่ใช้ ฟิล์มอินสแตนท์ FUJIFILM instax™ mini (จำหน่ายแยก)
ขนาดรูป 62 × 46 มม.
เลนส์ ทางยาวโฟกัส 60 มม. รูรับแสง _F 12.7
ช่องมองภาพ อัตราขยาย 0.37x พร้อมแก้ไขตำแหน่งของวัตถุในโหมดถ่ายระยะใกล้
ระยะถ่าย 0.3 เมตร ขึ้นไป โหมดถ่ายระยะใกล้ตั้งแต่ 0.3 – 0.5 เมตร
ชัตเตอร์ โปรแกรมชัตเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ 1/2 ถึง 1/250 วินาที สโลว์ซิงค์สำหรับแสงน้อย
การควบคุมแสง อัตโนมัติ, Lv 5.0 ถึง 14.5 (ISO 800)
ระยะเวลาในการแสดงภาพ ประมาณ 90 วินาที ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและอุณหภูมิ
Flash เวลาชาร์จแฟลช: 7 วินาที ช่วงใช้แฟลชที่มีประสิทธิภาพ: 0.3 ถึง 2.2 ม.
แหล่งจ่ายไฟ แบตเตอรี่ AA 2 ก้อน
ระบบอัตโนมัติ หลังจาก 5 นาที
ขนาด (กว้าง x สูง x ลึก) 104.5 × 122.5 × 67.5 มม.
น้ำหนัก 345 กรัม ไม่รวมแบตเตอรี สายคล้อง และฟิล์ม

ข้อดี
ให้ภาพฉากหลังไม่มืดเพราะมีระบบชัตเตอร์อัตโนมัติ จะวัดแสงพอดีเสมอ
ฟิล์ม fuji instax หาซื้อง่ายมาก และราคาถูกกว่ายี่ห้ออื่น
มีระบบมาโคร
มีช่องมองภาพที่แก้ไขปรับตามระยะโฟกัส

ข้อเสีย
ไม่มีรูขาตั้งกล้อง
ไม่สามารถปิดแฟลชได้
ไม่มีระบบตั้งเวลาถ่าย

สรุปยาวๆ
ภาพจากกล้อง instax รุ่น mini11 mini12 mini40 mini41 จะเป็นกล้องที่ใช้ระบบชัตเตอร์อัตโนมัติ เปลี่ยนความไวชัตเตอร์เพื่อควบคุมปริมาณแสง และกล้องจะมีระยะทำงานของชัตเตอร์อยู่ที่ 1/2 – 1/250 วินาที มีนักถ่ายภาพบางคนเคยบ่นว่า ภาพ instax จากกล้อง mini11 mini12 จะมีภาพที่สว่างหรือโอเวอร์เกินไปในสภาพแสงจ้า ซึ่งน่าจะเกิดจากแสงแดดจัดมากและความไวชัตเตอร์ขึ้นได้ไม่สูงนั่นเอง เป็นปัญหาปกติที่เกิดกับกล้องความไวชัตเตอร์น้อยเกินไป

กล้อง instax ที่มีความไวชัตเตอร์สูงกว่านี้ คือกล้องรุ่น mini90 mini99 mini70 เป็นกล้องสเป็คโปร ความไวชัตเตอร์สามารถขึ้นได้สูงถึง 1/400 วินาที หรือสูงกว่าเกือบ 1stop เมื่อเทียบกับรุ่น mini11 mini12 mini41 ทำให้สามารถถ่ายภาพในสภาพแสงแดดจัดมากได้ดีกว่า จะให้ภาพที่ดูไม่โอเวอร์เกินไป และกล้อง mini90 mini99 จะรองรับการใช้งานแบบโปร คือมีรูติดขาตั้งกล้อง สามารถตั้งค่าการถ่ายภาพซ้อนได้ สามารถปิดแฟลชได้

กล้องรุ่นสมัครเล่นอย่างรุ่น mini8 mini9 เป็นกล้องที่ใช้ความไวชัตเตอร์คงที่ประมาณ 1/50 วินาที แต่สามารถเปลี่ยนรูรับแสงได้ 5 ระดับ ทำให้สามารถรองรับสภาพแสงได้กว้าง และทำให้ถ่ายภาพในสภาพแสงจ้ามากๆได้ดี ให้ภาพที่ไม่โอเวอร์ในสภาพแสงที่แดดจัด แต่ก็ต้องอาศัยการดูหลอดไฟแสดงผลว่าต้องบิดหน้ากล้องไปที่รูรับแสงเท่าไหร่ตามการวัดค่าแสงของกล้อง กล้องกลุ่มนี้เป็นกล้องที่ต้องทำความเข้าใจการวัดแสงบ้างเล็กน้อย ควรจะอ่านคู่มือกล้องก่อนใช้ ซึ่งหลายคนก็ไม่ได้อ่าน นั่นทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปสู่การทำกล้องที่ใช้ระบบชัตเตอร์อัตโนมัติอย่าง mini11 mini12 mini41 นั่นเอง

สำหรับ mini41 เป็นกล้องที่มีหน้าตาสวย มีฟังค์ชั่นพื้นฐานสำหรับการถ่ายภาพแบบไม่ต้องคิดอะไร หยิบออกมาเล็งแล้วกดถ่ายได้เลย ช่องมองภาพปรับเปลี่ยนเพื่อแก้ไขให้ตรงกับการถ่ายภาพระยะใกล้ได้ เสียดายตรงที่ไม่มีรูติดขาตั้งกล้อง และไม่มีการตั้งเวลาถ่าย มันขาดอยู่สองอย่างเท่านั้นก็จะกลายเป็นกล้องที่สมบูรณ์แบบสำหรับมือสมัครเล่น

แถม

IMG_2793

กระเป๋าใส่กล้อง mini41 ก็มีทำขายโดยเฉพาะเลย ดีไซร์รูปทรงไปในแนวทางเดียวกันกับกล้อง สีสันก็เข้ากัน สินค้าชิ้นนี้ไม่มีขายเป็นทางการในประเทศไทย แต่มีขายในญี่ปุ่นราคา 4290 เยนที่ร้าน bigcamera ประเทศญี่ปุ่น ส่วนในไทยคงต้องหาจากเว้บ shoping ต่างๆ ซึ่งผมก็ได้มากจากเว็บเช่นกัน ราคาถูกกว่าไปซื้อที่ญี่ปุ่นซะงั้น แปลกดี

เที่ยววัดกับช่างภาพมันก็จะได้ภาพแบบนี้

เที่ยววัดกับช่างภาพมันก็จะได้ภาพแบบนี้

1739977151851-01
1740053908968
1740033674183
1740033674116
1740033674093
1740033674049
1740033674145
1740033674038
1740033673976
1740033674008

งานขาวดำ

ความสนุกในการถ่ายภาพมันเกิดจากเราได้อยู่กับภาพนั้นนานมากโดยที่เราไม่รู้ตัว มันเริ่มจากเรื่องราวของกิจกรรมที่เรากำลังทำ มีส่วนร่วม เป็นหนึ่งในเหตุการณ์ ไม่ว่าจะเป็นชีวิตประจำวัน การเดินทาง การท่องเที่ยว หรือการทำงาน เมื่อเราเป็นคนในเหตุการณ์ เราจะเห็นภาพเหตุการณ์ด้วยตา และเมื่อเราหยิบกล้องมาบันทึกภาพ มันคือจังหวะที่เราบันทึกสิ่งที่เราอยากจดจำและมันเป็นภาพที่เราเลือกแล้วว่าจะเก็บไว้นานๆ

IMG_20240629_133910

เราหยิบกล้องขึ้นมา มันเป็นกล้องที่เราเตรียมไว้ก่อนจะออกจากบ้าน เราเตรียมเครื่องมือตั้งแต่ก่อนเหตุการณ์จะเกิด เรามีความพยายามโดยไม่รู้ตัว และเมื่อถ่ายภาพเสร็จ เราจะส่งฟิล์มไปล้าง แม้โลกนี้จะมีกล้องดิจิทัลมากกว่าจำนวนมนุษย์ในโลก แต่เราก็ยังใช้กล้องฟิล์มในบางวัน ซึ่งบางวันนี้แหละคือภาพจำชั้นดีที่จะอยู่กับเราได้นานเกินคาด และอาจจะนานกว่าภาพดิจิทัลในโทรศัพท์มือถือเสียด้วย

การล้างฟิล์มเราเลือกวิธีล้าง เลือกร้าน ถ้าเป็นฟิล์มสีกับฟิล์มสไลด์เราจะส่งไปล้างที่ร้านขาประจำ ฟิล์มขาวดำเราสามารถล้างเองได้ถ้าเคยฝึกล้าง ตอนล้างฟิล์มเราจะถือฟิล์มในมือเราไปอีกอย่างน้อย 10 นาทีแล้วแต่สูตรเคมี สมาธิเราจะอยู่กับเวลาที่แม่นยำ ถ้าเรานับเวลาผิดฟิล์มก็อาจจะมืดหรือสว่างเกินไป และตอนนี้ก็เป็นช่วงลุ้นด้วยว่าเมื่อล้างแล้วจะได้ภาพที่ดีไหม เมื่อล้างเสร็จ ก็เข้าสู่การตากหรือทำให้แห้ง การรอฟิล์มแห้งก็ใช้เวลาเป็นชั่วโมง เราจะเห็นภาพบนฟิล์มขาวเป็นดำ ดำเป็นขาวตั้งแต่ตอนตาก เราจะเห็นว่าทั้งม้วนมีกี่ภาพ มีภาพเสียไหม มีภาพที่ดีไหม มีส่วนไหนที่ดำเกินไป หรือ ฟิล์มใสเกินไป

พอฟิล์มแห้ง ถ้าเป็นร้านก็จะใช้ฟิล์มทั้งม้วนไปสแกนได้เลย แต่ถ้าล้างฟิล์มเองที่บ้าน เราจะต้องตัดฟิล์มเพื่อเก็บเข้าซองพลาสติก ซองพลาสติกเราใส่ได้ 6 ภาพต่อแถว เราก็ต้องจับแผ่นฟิล์มแล้วนับ6 ภาพแล้วตัดฟิล์ม มือใหม่บางคนก็ตัดเบี้ยว มือเก่าที่ทำบ่อยจะตัดได้ชัวร์กว่า เราจะเห็นแต่ละภาพบนฟิล์ม เราจะเล็งตัดอย่างระวังเพื่อไม่ให้รอยตัดเบี้ยวไปโดนส่วนของภาพ หลังจากขั้นตอนนี้เราจะพร้อมนำไปอัดขยาย หรือบางคนก็นำไปสแกนด้วยเครื่องสแกนฟิล์มอย่างง่าย ผมใช้วิธีติดฟิล์มบนกล่องไฟ แล้วใช้กล้องดิจิทัลถ่ายภาพฟิล์มนั้นตรงๆ จากนั้นใช้ซอร์ฟแวร์ปรับแต่งให้ภาพกลับมาเป็นโทนขาวดำปกติ ปรับความเข้มอ่อน ส่วนขาว ส่วนเทา ส่วนดำ จนได้ภาพที่ชอบ

กว่าจะเป็นภาพให้เราได้ชื่นชม เราผ่านขั้นตอนต่างๆจำนวนมาก เราได้อยู่กับภาพที่เราตั้งใจถ่ายนานมากตั้งแต่ต้นจนจบ ได้ลุ้นว่าจะดีตามที่ตั้งใจไหม มันเป็นช่วงเวลาที่เราได้ความสนุกจากการใช้ฟิล์ม ขั้นตอนที่เยอะและเวลาที่ยาวนานแบบนี้ทำให้เราเกิดความชอบ ประทับใจในภาพ และรับรู้ว่ามันสร้างผลกระทบกับหัวใจมากกว่ากล้องดิจิทัล นี่คือเสน่ห์ของการถ่ายภาพด้วยฟิล์ม เป็นความทรงจำที่เรามีส่วนร่วมกับมัน.

fuji instax evo แสดงวันที่

ในยุคสมัยของกล้องฟิล์ม กล้องถ่ายภาพส่วนมากจะไม่มีการแสดงวันที่ในภาพ แต่กล้องรุ่นที่สามารถใส่วันที่ลงไปในฟิล์มซึ่งจะทำให้ภาพที่อัดขยายออกมาเห็นวันที่กำกับอยู่ก็จะมีราคาสูงขึ้นกว่ารุ่นปกติเล็กน้อย นักถ่ายภาพระดับจริงจัง ระดับทำงานมืออาชีพมักจะไม่ชอบให้มีการพิมพ์วันที่ลงไปในฟิล์ม เพราะมันเป็นการรบกวนภาพ ทำให้ดูไม่สวย

ส่วนในยุคของกล้องดิจิทัล ระบบแสดงวันที่ในภาพไม่มีแล้ว เพราะไฟล์ดิจิทัลมีข้อมูลการถ่ายภาพที่สำคัญบันทึกไว้ เราสามารถดูคุณสมบัติต่างๆของไฟล์ดิจิทัลได้ สามารถดูวันที่ เวลาถ่ายภาพ ค่าความไวชัตเตอร์ รูรับแสง ความไวแสงของเซ็นเซอร์ ดูได้ละเอียดมาก ส่วนภาพที่พิมพ์ออกมาเป็นกระดาษจากไฟล์ดิจิทัลก็จะไม่มีวันที่บอกไว้ เมื่อเวลาผ่านไปนานสักหน่อยเราก็อาจจะลืมวันเวลาของเหตุการณ์ไปแล้ว

DSCF0593
ภาพจากไฟล์ดิจิทัล ไม่มีวันที่กำกับไว้

ในยุคปัจจุบันกล้องดิจิทัลบางรุ่นเริ่มใส่วันที่เข้ามาแสดงในหน้าจอ เพราะเป็นความนิยมอดีตชนิดหนึ่งที่ช่างภาพยุคนี้โหยหา กล้อง Fuji instax evo เป็นกล้องดิจิทัลที่สามารถพิมพ์ภาพบนฟิล์ม instax ได้ และตัวกล้องก็มีลูกเล่นการแสดงวันที่ด้วย เราสามารถตั้งค่าเพื่อดูวันที่ในภาพได้เลยบนจอ และวันที่นั้นก็สามารถจะถูกพิมพ์ติดออกมากับภาพด้วย ซึ่งในทางเทคนิค ไฟล์ดิจิทัลในกล้องไม่ได้ถูกใส่ภาพวันที่เอาไว้ กล้องใช้ซอร์ฟแวร์แสดงวันที่ให้เห็นตอนดู และตอนพิมพ์เท่านั้น ถ้าเราก็อปปี้ไฟล์ไปเปิดในเครื่องคอมพิวเตอร์ตัวอื่นๆ ส่วนของวันที่ซึ่งแสดงผลในภาพด้วยสีส้มก็จะไม่มีให้เห็น ดูจากภาพตัวอย่างในโพสท์นี้ภาพแรก ที่เป็นภาพจากแผ่นหน่วยความจำ

IMG_20250824_081518510
ภาพที่พิมพ์ออกมาเป็นใบจะมีวันที่สีส้มกำกับไว้ด้านมุมขวาล่าง

ภาพที่สองจะเป็นภาพจากการพิมพ์ออกมา ตัวหนังสือบอกวันที่ซึ่งเป็นสีส้มจะแสดงอยู่ในแผ่นภาพ(แผ่นฟิล์ม) ให้ความรู้สึกเหมือนดูภาพถ่ายสมัยเด็กๆ(โบราณ) มีข้อดีคือเรารู้ว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นเมื่อใด ช่วงปีไหน ช่วยทำให้ความทรงจำชัดเจนยิ่งขึ้น ยิ่งคนดูอายุเยอะขึ้นยิ่งต้องการวันที่ในภาพประกอบด้วย

IMG_20250824_085614854

กล้อง Fuji instax Evo เป็นกล้องดิจิทัลที่พยายามทำตัวให้โบราณ เป็นส่วนผสมของความทันสมัยโดยการใช้กล้องดิจิทัล แต่เลียนแบบผลลัพธ์ของยุคอดีต ยิ่งใช้งานก็ยิ่งรู้สึกสนุก ติดขัดอยู่อย่างเดียว คุณภาพของภาพจากกล้องตัวนี้ค่อนข้างต่ำ ความละเอียดไม่มาก ถ่ายในสภาพแสงน้อยไม่สวย

ส่องดูผนังเซลล์ไม้ก๊อก

ภาพวาดของเซลล์จากไม้คอร์กจากกล้องจุลทรรศน์
ที่มา หนังสือ Micrographia

โรเบิร์ต ฮุค ( Robert Hooke) เป็นคนแรกที่บัญญัติศัพท์คำว่า เซลล์ (cell) เขาเริ่มส่องชิ้นส่วนไม้ค็อกโดยกล้องจุลทรรศน์และพบกับแพทเทิลน่าสนใจ และได้วาดภาพประกอบ จนนำไปสู่การทำเป็นหนังสือชื่อ Micrographia ตีพิมพ์ในปี คศ 1665 และการเรียนการสอนของนักเรียนมัธยมในวิชาวิทยาศาสตร์ก็มีให้ได้ทดลองส่องดูเซลล์เช่นกัน และที่บ้านมีกล้องจุลทรรศน์ก็เลยเอาไม้ค๊อกมาส่องเล่นและบันทึกภาพเก็บไว้

DSC07787
IMG_20250524_204156335

ออกแบบ Rollup

ลูกค้าประจำท่านหนึ่งอาชีพทำสำนักงานบัญชี ได้แจ้งว่าจะใช้สื่อไปออกงานสัมมนา อยากได้ Rollup ชุดหนึ่ง ขอให้ช่วยออกแบบและผลิตให้หน่อย

ผมมีภาพถ่ายของพี่ท่านนี้แล้ว เคยทำนามบัตรและแฟ้มใส่เอกสารให้สำนักงานนี้อยู่แล้ว ก็เลยนำสต๊อคภาพต่างๆมาจัดวางใหม่ กำหนดสัดส่วนเป็นภาพแนวตั้ง ความยาวโรลอัพที่ต้อการใช้คือ 80x200cm

rollup 80x200 วิทยา tnc2025 (80 x 200 ซม.) - v2-rollup 80x200 วิทยา tnc2025 (80 x 200 ซม.) wittaya heritage

ออกแบบด้วยความตั้งใจจะให้ขนาดภาพมีขนาดใกล้เคียงตัวจริง เพื่อให้ตอนใช้งานภาพจะมีขนาดเหมือนเชิญตัวจริงมานั่งเป็นแบบ

IMG_1794

IMG_1796