หัดทำข่าวที่ kidzania

เวิร์คช็อปหนึ่งที่น่าสนใจใน Kidzania ซึ่งเป็นสนามเด็กเล่นระดับหรูหราของคนเมืองก็คือ การทำงานสำนักข่าว หรือสำนักพิมพ์ โลกของสิ่งพิมพ์เมื่อ 20ปีที่แล้วเป็นยุครุ่งเรืองของธุรกิจสิ่งพิมพ์ โรงพิมพ์และสำนักพิมพ์เฟื่องฟูมาก สำนักข่าวเป็นอาชีพที่เท่ห์และสนุก ช่วงวัยรุ่นของผมที่ต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยด้วยการสอบเอนทรานซ์ คณะ นิเทศศาสตร์ และ วารสารศาสตร์ คือหัวแถวของนักเรียนที่ต้องการมีอาชีพในวงการสื่อมวลชน เด็กที่เรียนคณะนี้จะต้องฝึกฝนถ่ายรูปด้วย เพราะเพื่อนผมที่เรียนอยู่วารสารฯเขาถ่ายรูปเก่ง และมีอาชีพรับจ้างถ่ายภาพด้วย โดยเฉพาะงานรับปริญญาที่บัณฑิตที่จบการศึกษาต่างก็ใช้เงินกับการถ่ายภาพจำนวนมากเกือบเท่าเงินเดือนเดือนแรก ส่วนผม สนใจงานสื่อและงานถ่ายภาพเหมือนกัน แต่ผมเรียนวิศวะ

สิ่งพิมพ์ตัวแรกที่ผมเคยทำคืองานทำป้ายโปสเตอร์ของโรงเรียน ผมทำในสมัยเรียนมัธยมปลาย ยุคนั้นที่เราต้องใช้การตัดแปะตัวหนังสือลงบนกระดาษใบใหญ่ๆ ไม่มีคอมพิวเตอร์ให้ใช้เหมือนปัจจุบัน เพราะคอมพิวเตอร์ที่พอจะทำงานสิ่งพิมพ์ได้จะมีราคาแพงกว่ารถยนต์ คนออกแบบจะต้องแนบภาพถ่ายไปกับกระดาษอาร์ตเวิร์ค แล้วบอกโรงพิมพ์ว่า เอาภาพวางในช่องนี้ แล้วโรงพิมพ์ก็จะจัดการเอาภาพไปแยกสี ทำเป็นเพลทสำหรับพิมพ์ในโรงพิมพ์ พอได้โปสเตอร์ออกมาเป็นกระดาษก็ถือว่าจบขั้นตอนการทำสื่อสิ่งพิมพ์ ซึ่งผมก็คิดไปเองว่านี่แหละคือส่วนหนึ่งในอาชีพสื่อสารมวลชน

ผ่านมายุคอินเทอเน็ต สื่อสิ่งพิมพ์เปลี่ยนรูปแบบ โรงพิมพ์ของสำนักข่าวปิดตัวไปตามๆกัน หนังสือพิมพ์ขายไม่ออก จากที่เคยมีหนังสือพิมพ์นับสิบยี่ห้อบนแผงหนังสือก็เหลือแค่2-3 รายเท่านั้น และแผงหนังสือก็หายไปจากข้างถนนแล้วด้วย ยี่สิบปีที่แล้วหากผมต้องการซื้อหนังสือพิมพ์ 1 เล่ม ภายใน 10 นาที ไม่ว่าจะนั่งรถ หรือ เดิน ผมจะสามารถไปถึงแผงหนังสือใกล้บ้านแล้วซื้อหนังสือพิมพ์ได้แน่ๆ แต่ปัจจุบันนี้ ให้นึกว่าต้องไปซื้อที่ไหนก็นึกไม่ออกแล้ว แต่สิ่งที่ไม่หายไปไหนคือ นักสื่อสารมวลชนที่ยังคงต้องผลิตรายการ หรือผลิตเนื้อหาอยู่ แต่ไม่ได้พิมพ์ออกมาเป็นกระดาษมากเหมือนเดิม สำนักข่าวบางแห่งทำแต่เนื้อหาให้อ่าน online เท่านั้น

การที่เด็กคนหนึ่งจะได้ฝึกทำหนังสือพิมพ์จริงๆเป็นเรื่องยาก แต่เวิร์คช็อบเล็กๆในแหล่งการเรียนรู้อย่าง Kidzania กลับมีเวทีให้ลองทำ เด็กรุ่นนี้น่าอิจฉาที่มีพื้นที่ให้ลองเล่น แถมไม่ใช่การลองแบบที่มีแต่เปลือกแบบการเล่นเป็นพนักงานดับเพลิง นั่งรถเหมือนสวนสนุกไปดับไฟปลอมๆ แต่การทำข่าวเป็นขั้นตอนจริงเลย คนออกแบบกิจกรรมนี้น่านับถือ

จากการชะเง้อมอง และ เดินตามไปดูว่าเด็กต้องทำอะไรบ้างก็เล่าได้คร่าวๆว่า พี่เลี้ยงที่นำกิจกรรมนี้จะให้เด็กได้ทำข่าว 1 ชิ้น เป็นเรื่องอะไรก็ได้ ต้องมีการตั้งประเด็นขึ้นมาว่าจะทำข่าวเรื่องอะไร ต้องจดคำถามออกมาก่อนว่าจะถามอะไรบ้าง และก็ให้ไปถ่ายรูป ไปสัมภาษณ์ นำภาพที่ได้มาวางในหน้าหนังสือพิมพ์ ข้อมูลสัมภาษณ์ต้องจดกลับมา แล้วนำข้อมูลมาเขียนประกอบภาพ

กิจกรรมนี้ไม่ได้เป็นแค่การได้เล่นกล้องถ่ายภาพ และพิมพ์ภาพจากเครื่องพิมพ์ แต่ต้องมีการจดสรุปคำถาม จดคำตอบ เรียบเรียงเป็นข้อความประกอบภาพ มันเป็นการฝึกฝนที่ครบถ้วนดี และไม่ยากเกินไปสำหรับเด็ก เมื่องานครบถ้วน พี่เลี้ยงก็จะพิมพ์ออกมาเป็นกระดาษ หน้าตาเหมือนหนังสือพิมพ์ ข้อมูลที่เด็กเลือกทำจะอยู่ในกระดาษใบนี้ ดูสวยงามและน่าสนุก

กิจกรรมนีใช้เวลาประมาณ 20 นาที เหมาะสำหรับเด็ก 6 ขวบขึ้นไปที่พอจะอ่านหนังสือออกบ้าง แต่ถึงอ่านและพิมพ์ข้อความเองไม่ได้ ก็เชื่อว่าพี่เลี้ยงจะทำส่วนนี้ให้ สิ่งสำคัญก็คือการได้คิดเลือกเนื้อหาเองว่าจะทำอะไร และต้องฝึกตั้งคำถามด้วย ผมคิดว่าถ้าเด็กที่โตสักหน่อยและอ่านออกเขียนได้จะได้ประโยชน์เต็มที่ ได้รู้ว่าอาชีพนักข่าวต้องทำอะไรบ้าง แม้จะเป็นแค่เรื่องเล่นๆ แต่มันก็จำลองมากจากของจริง

แม้ว่าค่าเข้า Kidzania จะแพง อาหารในนั้นก็แสนจะแพง ไม่สามารถเอาน้ำและอาหารจากข้างนอกเข้าไปได้ และ ค่าจอดรถที่พาราก้อนก็แพงมากเนื่องจากต้องจอดนาน เพราะมาตั้งแต่เช้าตอนห้างเปิด เล่นจนคุ้มแล้วออกมาฟ้าก็มืดแล้ว บิลจอดรถบอกเวลาว่าผมจอดรถไป 10 ชั่วโมง 26 นาที ทุกอย่างแพง แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่จ่ายไหว สิ่งที่ได้นอกจากความสนุกของเด็กแล้ว ยังได้โอกาสในการฝึกฝนและสัมผัสกับอาชีพได้มากกว่าจินตนาการ แต่ถามว่าให้ไปบ่อยๆเอาไหม ไม่เอาครับ เพราะกิจกรรมบางอย่างมันเล่นครั้งเดียวก็พอรู้ ไม่จำเป็นต้องซ้ำ

เรื่องราวของเพลินพัฒนา

โรงเรียนเพลินพัฒนา เป็นโรงเรียนทางเลือกที่เริ่มเป็นที่รู้จัก มีผู้ปกครองบางท่านได้เคยโทรศัพท์เข้ามาปรึกษาผมว่า บ้านอยู่ไกล แต่อยากเรียนโรงเรียนนี้ มีคำแนะนำให้ไหม ซึ่งผมก็ตอบไปว่า เรียนใกล้บ้านเถอะ

วันที่ลูกเข้าเรียนที่เพลินพัฒนา ลูกผมมาสมัครและได้รับเลือกให้เข้าเรียนได้อย่างไม่ยากเย็น ไม่ได้มีคิวที่ยาว ไม่ได้ต่อแถวนานๆ ไม่ได้เป็นตัวสำรองของคนอื่นที่รอสละสิทธิ์ แต่หลังจากที่ผ่านพ้นปีนั้นไปแล้ว โรงเรียนเพลินพัฒนา เริ่มมีคนมาสมัครมากขึ้นเรื่อยๆ มีปีที่ได้ข่าวว่ามีการมาต่อแถวยื่นใบสมัครแต่เช้ามืด เพื่อนผมพาลูกมาสมัคร เป็นคิวตัวสำรองลำดับที่ 40 ผมได้ข่าวแบบนี้แล้วตกใจจริงๆ

แต่ก็ไม่ได้แปลกใจที่คนอยากเรียนจะมีจำนวนมาก เพราะสิ่งที่ผมประสบด้วยตัวเองคือคุณภาพของการเรียนรู้ และครูที่ทุ่มเทอย่างจริงใจ ยิ่งมีกิจกรรมการเรียนรู้ที่ต้องใช้ความร่วมมือร่วมใจจากพ่อแม่ด้วยแล้ว ยิ่งทำให้เข้าใจว่า ผลลัพธ์ที่เกิดกับเด็กต้องจับต้องได้และมีคุณภาพแน่นอน

ผ่านมาถึงชั้นประถม ได้พบกับคลิปวิดีโอตัวนี้ ที่เป็นการรีวิวโดยครูและพิธีกรในแง่มุมที่พ่อแม่อย่างเราไม่เคยรู้ ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในโรงเรียน เพราะสิ่งที่ลูกนำออกมาและปฏิบัติตัวมาตลอดช่วงเวลาที่เรียนอนุบาลเป็นพัฒนาการที่พ่อแม่ก็แอบทึ่ง และดีใจปนประหลาดใจหลายครั้ง ทั้งความช่างคิด ช่างสงสัย และนิสัยส่วนตัวที่แสดงออกอย่างมีกาลเทศะต่อเหตุการณ์ต่างๆ ซึ่งหลายๆอย่างทำได้ดีกว่าสิ่งที่พ่อแม่เคยทำในวัยเดียวกับลูก

หลังจากคลิปนี้ออกไป เชื่อว่าคงมีความนิยมและเป็นที่รู้จัก รวมถึงเป็นที่ต้องการของพ่อแม่ใหม่ๆอีกหลายบ้าน และมันก็สอดคล้องกับประกาศของโรงเรียนว่าจะมีการเพิ่มห้องเรียนให้มากขึ้นในปีหน้า

การเรียนการสอนที่ไม่พยายามใส่วิชาการที่ยัดเยียด การสอนให้อ่านเมื่ออยากอ่านมีผลชัดเจน ขอบฟ้าสามารถอ่านหนังสือได้เร็วมากโดยที่เมื่อสามเดือนที่แล้วยังสะกด กอ อา กา อยู่เลย แต่วันนี้อ่านเป็นประโยคยาวๆได้แล้ว

พัฒนาการเรื่องวิชาการเป็นสิ่งที่พ่อแม่อย่างผมไม่คาดหวังว่าจะลึกและเก่งระดับนักเรียนทุน เพราะเชื่อว่าประสบการณ์ชีวิตนั้นสำคัญกว่าระดับความรู้ แต่อย่างน้อย ลูกของพวกเราจะต้องมีความรู้ที่เข้าใจพื้นฐานอย่างรู้จริง และเชื่อมโยงหาคำตอบต่อทุกคำถามที่เกิดขึ้นได้ ดูหวังไกลไปหน่อย แต่โรงเรียนทำให้เราหวังแบบนี้

สรุปบทเรียนห้องเรียนพ่อแม่

ห้องเรียนพ่อแม่เป็นการอบรมพ่อแม่ของเด็กนักเรียนชั้น ป1 โดยจะเป็นการอบรมประมาณ 9 ครั้ง ซึ่งบางคนก็เข้าครบ บางคนก็ไม่ครบ คนที่เข้าไม่ครบครูก็บอกให้มาลงให้ครบในการอบรมรอบหน้า ซึ่งอาจหมายถึงปีหน้า

เราได้เรียนกับผู้รู้ เรียนกับคุณหมอหลายท่าน เรื่องเกี่ยวกับการเลี้ยงลูก โดยมีหัวข้อหลายๆอย่างให้เราร่วมคิดร่วมเวิร์คช็อบ และได้สังเคราะห์เป็นความรู้ออกมา เพื่อให้เราได้นำไปปรับใช้กับลูกๆของเรา

บทสรุปของการเรียนรู้มาราธอนครั้งนี้ พ่อแม่ในกลุ่มก็แบ่งกันทำสรุปในหลายๆหัวข้อ แต่ละกลุ่มเลือกสรุปสิ่งที่ได้รับและน่าสนใจ แบ่ง 4 กลุ่มก็พูดกัน 4 รอบ ดังนี้

ระหว่างที่แต่ละกลุ่มพูดสรุป ครูก็ช่วยสรุปรวมกันอีกครั้ง

คุณภาพเสียงของการบันทึกอาจฟังยากนิดหน่อย เพราะใช้โทรศัพท์มือถือบันทึกตรงๆ โรงเรียนแห่งนี้คัดกรองครอบครัวที่ส่งเด็กเข้ามาเรียน และมีการอบรมให้กับพ่อแม่ เป็นประสบการณ์การเป็นพ่อแม่ที่ไม่เหมือนสมัยปู่ย่าตายายที่พาพวกเราเข้าโรงเรียน พ่อแม่ยุคที่แล้วไม่ต้องทำขนาดนี้ แต่ทั้งหมดก็ถือว่าเป็นแนวทางที่คาดหวังได้ว่าเด็กจะเติบโตไปอย่างมีคุณภาพมากที่สุดเท่าที่พ่อแม่และโรงเรียนยุคใหม่จะทำได้

แข่งรักบี้สนามสาธิตเกษตร

dpp-rugby-8sep2019-IMG_0286

วันเสาร์และอาทิตย์ที่ผ่านมา ขอบฟ้าไปแข่งรักบี้รายการหนึ่งที่โรงเรียนสาธิตเกษตร หลังจากเดือนที่แล้วไปแข่งที่สนามอื่นมาแล้ว สนามนี้จึงนับเป็นสนามที่2 และได้เล่นในสนามนี้ไป 4 นัด

dpp-rugby-7sep2019-IMG_0012

เรารวมตัวกันที่โรงเรียน ผู้ปกครองพานักกีฬาไปส่งเพื่อรวมกันขึ้นรถบัสไปยังสนามแข่งขัน เด็กตื่นตีห้าครึ่ง มาถึงโรงเรียนหกโมงครึ่ง เช้าวันไปโรงเรียนยังไม่เช้าเท่านี้เลย ไปถึงสนามก็แยกกันไปวอร์มอัพ เตรียมพร้อมเพื่อแข่งขัน นัดแรกเราแข่งประมาณแปดโมงเช้า พิธีเปิดเสร็จก็แข่งเลย

dpp-rugby-8sep2019-IMG_0058
dpp-rugby-7sep2019-IMG_0056

พ่อแม่ผู้ปกครองร่วมมือกันคนละแรง ติดตามกันไปเชียร์ บางคนสนับสนุนของกิน บางคนมาช่วยถ่ายภาพ บางคนมาช่วยถ่ายวิดีโอ งานนี้มีภาพหลากหลายให้พ่อแม่กลับไปนั่งดู ผมก็ไปช่วยถ่ายภาพในการแข่งขัน เก็บบรรยากาศโดยรอบนิดหน่อย

dpp-rugby-8sep2019-IMG_0030

จำรายชื่อโรงเรียนทั้งหมดไม่ได้ รู้แค่ว่า รุ่น 7 ขวบ เราแข่งกับทีมเจ้าภาพที่เป็นเจ้าของสนาม โดยไม่มีทีมเก่งอย่างวชิรวุธ และ ภปร ก็นับว่าเรามีโอกาสได้ทำคะแนนอยู่บ้าง ผลการแข่งขั้น 4 นัด เราชนะทุกนัดเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเราดีใจมาก เด็กๆได้เล่น ได้ความมั่นใจ ในสนามอื่นๆหลังจากนี้ก็น่าจะสนุกเข้มข้นมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะเด็กเริ่มเล่นเป็นแล้ว

dpp-rugby-8sep2019-IMG_0046
dpp-rugby-7sep2019-IMG_0020
dpp-rugby-7sep2019-IMG_0295
dpp-rugby-7sep2019-IMG_0312
IMG_20190908_231814

วันเสาร์เราแข่ง 3 นัด วันอาทิตย์เราแข่ง 1 นัด ทีมโรงเรียนเพลินพัฒนาชนะได้ทุกนัด แต่ในชั้นอื่นๆมีแพ้บ้าง ชนะบ้างสลับกัน จริงๆในการแข่งขันครั้งนี้ควรมีทีมจากโรงเรียนบ้านบากมาเล่นด้วย แต่ติดขัดที่ปัญหาการเดินทางจึงไม่ได้เข้าร่วมในวันแข่งขัน ทีมบ้านบากเคยสร้างปรากฏการณ์เป็นทีมหน้าใหม่ที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ สามารถผ่านทีมเก่งๆอย่างภปรเข้ามาได้ และด้วยการบอกเล่าเรื่องราวความใจสู้ของทีมบ้านบาก ทำให้เกิดเป็นเนื้อเรื่องที่น่าประทับใจและนำไปสู่การสร้างเป็นภาพยนต์ พวกเรานึกว่าเราจะได้ถ่ายรูปกับดารา แต่ดันมีเหตุให้บ้านบากเข้าร่วมไม่ได้ น่าเสียดาย เหลือไว้แต่ป้ายชื่อที่ไม่ได้ใช้

dpp-rugby-7sep2019-IMG_0046

รักบี้ให้อะไร คำถามนี้เริ่มมีคำตอบชัดเจน หลังจากเห็นพัฒนาการของเด็ก ความสามัคคี การดูแลซึ่งกันและกันในทีม หวังว่ากีฬาจะช่วยสร้างเด็กดีมีน้ำใจออกมามากขึ้นเรื่อยๆ

รักบี้ 3สิงหาคม2562

วันที่ 3 สิงหาคม 2562 โรงเรียนเพลินพัฒนาพาเด็กนักเรียนชั้นประถมไปแข่งกีฬารักบี้ โดยมีรุ่น 7 ปีที่ขอบฟ้าอยู่ในทีม รุ่น 7 ปีถือว่าเป็นรุ่นเล็กสุดของกีฬารักบี้ โดยก่อนหน้าวันแข่งประมาณ 3 สัปดาห์ทางโรงเรียนก็มีการรวมตัวกันซ้อม และทางครูก็ทาบทามเด็กจำนวนหนึ่งให้มาร่วมทีม

IMG_0258

ขอบฟ้าเป็นหนึ่งในนักเรียนที่ครูชวนไปเล่น มีจดหมายอย่างเป็นทางการจากโรงเรียนว่าจะขอให้นักเรียนร่วมฝึกซ้อมและไปแข่งขัน และเมื่อผู้ปกครองอนุญาตก็จะเริ่มฝึกซ้อมสัปดาห์ละ 4 วันในตอนเย็นหลังเลิกเรียน ตลอดเวลาช่วงฝึกซ้อมขอบฟ้าก็กลับบ้านเย็นตลอด บางวันขอบฟ้าติดเรียนพิเศษตอนเย็นก็จะไม่ได้ซ้อม

IMG_0177

วันแข่งขันโรงเรียนจัดรถไปส่งนักกีฬาหลายรุ่น ซึ่งรุ่น 7 ปีจะมีการแข่งในวันนี้ 3 นัด และทีมของขอบฟ้าก็ชนะ 1 นัด เสมอ 2 นัด ตอนจบวันก็แจกเหรียญรางวัลให้กับทีมที่เข้าแข่งทุกทีมโดยไม่มีการประกาศผลชนะเลิศ เพราะเป็นการแข่งเพื่อกระชับมิตร ไม่ได้แข่งหาแชมป์

IMG_0578
IMG_0364

พ่อแม่ก็มีหน้าที่สนับสนุน ตามไปเชียร์ ช่วยกันถ่ายภาพลูกหลานตลอดวัน มีภาพถ่ายจำนวนมากกว่า 1000 ภาพถูกส่งเข้าห้องไลน์เฉพาะกิจของกิจกรรมครั้งนี้ แค่ดูไปเรื่อยๆก็เมื่อยมือและปวดตามากแล้ว มีภาพสวยๆหลายภาพ มีคลิปวิดีโอหลายคลิป

IMG_0840
IMG_0206

ผมตั้งใจให้ลูกเก็บประสบการณ์ ทีแรกจะได้ประสบการณ์อะไรบ้างก็ตอบไม่ได้ แต่หลังจากที่ผ่านวันแข่งมาก็ได้คำตอบของตัวเอง เพราะเด็กทุกคนผ่านการซ้อมหลายสัปดาห์ นั่งรถบัสไปแข่ง ไปอยู่ในที่ที่ร้อนไม่สบายเหมือนในห้าง ต้องรอแข่ง 3 นัดในวันเดียว กินข้าวกินน้ำกับทีม ฝึกความอดทนที่จะเชื่อฟังโค้ช ซึ่งทุกอย่างที่ว่ามาเด็กทุกคนก็ผ่านมาได้ด้วยดี และสิ่งสำคัญก็คือ เด็กได้เรียนรู้การตั้งเป้าหมาย ได้เรียนรู้วิธีการ ได้ทุ่มเทความอดทน ความพยายามและเวลาที่เพียงพอ ประสบการณ์ที่ใช้เงินซื้อไม่ได้แบบนี้ “คุ้ม” จริงๆ เพราะในวัยเด็กของผมเอง กว่าจะเรียนรู้การทำงานกับเพื่อนแบบหามรุ่งหามค่ำ กว่าจะผ่านช่วงเวลาเหนื่อยร่วมกับเพื่อนๆผมต้องรอจนถึงมัธยมเลย

IMG_0513
IMG_0432

ขนจักรยานไปขี่เล่นที่พุทธมณฑล

เช้าวันอาทิตย์อีกวันหนึ่งที่หากิจกรรมครอบครัวทำร่วมกัน พ่อแม่ลูกเลือกไปขี่จักรยานเล่นที่พุทธมณฑลซึ่งเป็นสถานที่ศาสนสถานที่ใหญ่โตมาก ทุกเช้าวันหยุดจะมีคนมาออกกำลังกาย เดิน วิ่ง จำนวนมาก และเราก็มาขี่จักรยานกัน

IMG_0029

จักรยานสองคันนี้เราแบกใส่รถฮอนด้าฟรีดมาได้อย่างสบายๆ รถยนต์ที่มีฟังค์ชั่นการขนของได้เหมือนรถตู้ แต่คันไม่ใหญ่มาก ฟรีดสามารถใส่จักรยานขนาดกลางและเล็กได้พร้อมกัน ปกติถ้าเป็นรถเก๋ง นักปั่นที่อยากแบกจักรยานขึ้นรถก็จะมีทางเลือกคือ ใช้จักรยานพับ หรือไม่ก็ใช้ตัวติดตั้งท้ายรถเพื่อขนจักรยาน ให้จักรยานแสนแพงไปทำหน้าที่กันชนหลัง แต่บ้านผมไม่ได้มีจักรยานแพง จักรยานแม่บ้านคันละพันกว่าบาทเป็นทางเลือกที่ผมชอบมาก เพราะมันมีตะกร้า และใส่ที่นั่งเพิ่มเติมได้อีก

IMG_0032

จักรยานทรงแม่บ้านที่มีตะกร้าก็สะดวกสำหรับการใส่ของที่จำเป็นอย่างเช่นกระติกน้ำ ติดที่หนีบแก้วน้ำหรือขวดน้ำก็ได้ ใส่ที่สูบลมขนาดเล็ก เครื่องมือช่างสำหรับแก้ไขปรับแต่งจักรยาน รวมไปถึงเสบียงต่างๆ ขนม ข้าวกล่อง จะเอาอะไรอีกล่ะ ตะกร้าใส่ของได้เยอะมาก นี่เป็นเหตุผลที่ผมชอบจักรยานแม่บ้าน และไม่คิดจะซื้อจักรยานแบบอื่น

IMG_0050

ส่วนคันเล็กที่ติดมาด้วยก็เป็นมรดกที่ป้ายกให้หลาน คันเล็กมาแบบสี่ล้อ แล้วขอบฟ้าก็เอามาหัดขี่แบบสองล้อ ใช้เวลาหัดไม่กี่วันก็ขี่ได้ ขี่ในบ้านแคบๆกับระแวกบ้านอยู่หลายเดือน จนวันนี้เราได้แบกมาขี่ในที่กว้างๆ เป็นทริปปั่นอีกทริปหนึ่งที่แม่ลูกได้ขี่แบบสองล้อคนละคันไปพร้อมกัน ส่วนพ่อเดินดู แบกของ ซ่อมแซม ปรับเบาะ สูบลม ทำสิ่งที่เป็นหน้าที่พ่อบ้านต้องทำ

ดูตอนที่หัดขี่

IMG_0047

พุทธมณฑลเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา เป็นที่เวียนเทียนในวันสำคัญทางศาสนา ซึ่งวันสำคัญทางศาสนาที่นี่จะมีคนเยอะมาก ทุกคนขับรถมาที่แห่งนี้ ผลก็คือ รถติด และรถติดในพุทธมณฑลจนออกยาก ผมเคยติดอยู่ในนี้เป็นชั่วโมง อยากออกก็ไม่ได้ออก เพราะรถติดมาก เดินเร็วกว่าขับรถ และเป็นความทรงจำที่จะบอกปากต่อปาก บอกลูก บอกคนรอบตัวว่า วันสำคัญทางศาสนา อย่าไปพุทธมณฑลเด็ดขาด

IMG_0036

ถ้ามาที่แห่งนี้ตอนเช้า แล้วขากลับตอนสายๆจะแวะหาของกิน ก็มีร้านอาหารที่อยู่ฝั่งตรงข้ามที่เปิดตั้งแต่เช้า เราสามารถไปจอดรถริมถนนแล้วแวะกินได้ หัวถนนก็มีคอมมูนิตี้มอลในนั้นมีร้านอาหาร ร้านกาแฟ บางร้านเปิด 24 ชั่วโมง มีฟู้ดแลนด์อยู่ด้วย

IMG_0052
IMG_0040
IMG_0028

แปะแผนที่ไว้ให้เผื่อใช้นำทางไป

น้ำ 2 แก้ว

IMG_20190602_142902

ขอบฟ้ามีนัดไปตรวจร่างกายกับคุณหมอที่โรงพยาบาล และด้วยความอยากรู้ว่าน้ำจะช่วยเพิ่มน้ำหนักตัวได้สักเท่าไหร่ หลังชั่งน้ำหนักเสร็จแล้วเลยทดลองกินน้ำที่โรงพยาบาลไป 2 แก้ว

IMG_20190602_143241

ผลก็คือชั่งน้ำหนักครั้งสุดท้ายได้ 21.4กิโลกรัม เลยไปดูที่แก้วว่าน้ำในแก้วมีปริมาณเท่าไหร่ พบว่าในแก้วจะใส่น้ำ 220 cc ก็จะเทียบได้เป็นน้ำหนัก 0.22 กก. นั่นเอง กินไปสองแก้ว น้ำหนักก็ขึ้นมา 0.44 กก. ตัวเลขที่ชั่งครั้งแรกที่ระบุไว้ 20.9 กก. นั้นคงเป็นการปัดเศษทิ้ง ส่วน 21.4 คงเป็นการปัดเศษขึ้น

IMG_20190602_143325

บันทึกจากโรงเรียน 1jun2019

ทดลองเอา embed code มาใส่

บันทึกห้องเรียนพ่อแม่ชั้น ๑ (ต่อ)​:
สัมพันธภาพและการสื่อสารเชิงบวกสู่การสร้างการเรียนรู้ และการบริหารจัดการตนเองของลูก
โดย: รศ.นพ. สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม

ขึ้น ป 1 แล้วครับ

IMG_0138

ขอบฟ้าเข้าเรียนเพลินพัฒนาตั้งแต่ช่วงปี คศ 2015 ตอนนี้ปี 2019 กำลังจะได้ขึ้นประถม1 โรงเรียนเพลินพัฒนาเป็นโรงเรียนแนวทางเลือกแบบที่ผู้คนทั่วไปเขาเรียกกัน เป็นรูปแบบโรงเรียนที่สอนเด็กแตกต่างไปจากสิ่งที่เคยเป็นมาในอดีต ผมกับแม่ขอบฟ้าเลือกที่จะอยู่ที่เพลินพัฒนาเพื่อให้ขอบฟ้าได้เรียนรู้ในรูปแบบที่ไม่เหมือนยุคของพ่อแม่

IMG_0142

พวกเราพ่อแม่เคยผ่านการเป็นนักเรียนในวัยเด็กจนถึงวัยรุ่น ยุคที่ทุกโจทย์มีคำตอบเดียว นี่คือสิ่งที่เราไม่อยากให้ขอบฟ้าต้องพบกับวิธีการสอนเหล่านี้ คำว่าโรงเรียนทางเลือกเป็นคำที่ไม่ได้บ่งบอกวิธีการเรียนการสอน การเสี่ยงเอาลูกมาอยู่ที่โรงเรียนนี้เป็นการวัดใจอย่างหนึ่ง และที่ผ่านมาประมาณ 4 ปี พวกเราพ่อแม่พบว่าเราเสี่ยงแล้วคุ้ม เพราะผลที่เกิดกับลูกของเราเองเป็นสิ่งที่เราปลาบปลื้ม หลายประสบการณ์หลายมุมมองของลูกเป็นไปในรูปแบบที่เราเองยังไม่คาดคิด

IMG_0143

การแก้ปัญหาบางอย่างของขอบฟ้าเป็นสิ่งที่เราคาดไม่ถึง ยกตัวอย่างเช่น ตอนที่ขอบฟ้าไปเล่นในห้างแล้วโดนแย่งของเล่นโดยเด็กคนหนึ่ง เราเป็นพ่อแม่ก็เฝ้ามองและคิดไปล่วงหน้าว่าถ้าเราเป็นลูกเราจะทำอย่างไร และเราจะสอนให้ลูกทำอย่างไร จะสอนให้หลีกเลี่ยงการโดนแย่งได้อย่างไร ซึ่งเราตั้งใจจะสอนลูกให้ระวังไม่ให้โดนแย่งจริงๆ เราจะสอนลูกให้อย่าอยู่ใกล้คนที่มีนิสัยแย่ง อาจจะแยกไปเล่นวงอื่น แยกไปเล่นมุมอื่น แต่ขอบฟ้าแก้ปัญหาของตัวเองได้ในระดับที่พ่อแม่ประหลาดใจ ขอบฟ้าหน้าเสียเล็กน้อยตอนโดนแย่ง มองกลับมาที่พ่อแม่ตอนที่โดนแย่ง และอีกสัก 2 วินาที ขอบฟ้าก็ค่อยๆเดินเข้าไปหาพ่อของเด็กที่มาแย่ง แล้วบอกกับพ่อเด็กว่า คนนี้แย่งของเล่น นั่นทำให้พ่อเด็กมาจัดการและสั่งให้คืนของ ขอบฟ้าได้เล่นต่อ เด็กแย่งเลิกแย่ง พ่อของเด็กทำในสิ่งที่เหมาะสมกับการเป็นตัวอย่างที่ดีของเด็กทุกคน ผมเฝ้ามองแล้ว อยากปรบมือให้แรงๆเลย

ตอนนี้เข้าสู่ ป1 เป็นช่วงเวลาที่การเรียนรู้จะเพิ่มความเข้มข้นขึ้น วิชาการมากขึ้น ผมไม่แคร์กับการรู้เนื้อหาวิชาการช้าเมื่อเทียบกับโรงเรียนที่เน้นวิชาการ หรือเน้นการสอบ เน้นการเป็นที่ 1 แต่กับโรงเรียนแนวทางเลือกผมเฝ้ารอให้ลูกจะค่อยๆโตขึ้นและได้ค้นพบตัวเองด้วยตัวเอง เฝ้ารอว่าสักวันขอบฟ้าจะเข้ามาบอกกับพ่อแม่ว่าอยากจะเรียนอะไร อยากจะเป็นอะไร อยากจะทำอะไร เพราะเราเชื่อว่าวิธีการสอนที่ดี และประสบการณ์ต่างๆที่โรงเรียนค่อยๆพาลูกเดินไปจะช่วยให้เด็กแต่ละคนค้นพบความชอบหรือค้นพบความสนใจเร็วกว่าโรงเรียนในภาคปกติ

พูดไปก็อาจจะดูเหมือนโม้และเพ้อเจ้อ แต่ประสบการณ์ที่เราผ่านมาในการเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ชวนให้เรากล้าเพ้อ มันต้องดีกว่าสมัยที่เราเป็นเด็กสิ เพราะเราผ่านยุคเก่ามาแล้ว และเรามอบสิ่งใหม่ๆให้กับลูกเรา เรากำลังให้ในสิ่งที่เราเคยอยากได้ และความอยากให้นี้ผ่านการคิดมาอย่างดีแล้วด้วย

ลองกลับไปอ่านตอนแรกของการเข้าโรงเรียนนี้

แถมภาพวันแรกที่เดินเข้ามาสมัครเรียน ตอนสองขวบปลายๆกับการมาสมัครเพื่อเข้าเรียนช่วงพรีเนอส ซึ่งเป็นชั้นที่มีไว้สำหรับเด็กก่อนเตรียมอนุบาล

IMG_1245.JPG

ภาพจากฟิล์มที่ขายได้

ภาพถ่ายตอนแรกเกิดที่ผมถ่ายลูกด้วยกล้องฟิล์ม ใช้กล้อง Leica minilux ฟิล์มขาวดำยี่ห้อ lucky ที่เคยมีเก็บไว้หลายปีแล้ว  หลังจากที่ถ่ายหมดม้วน  กลับมาอยู่บ้านแล้ว ก็ล้างฟิล์มม้วนนี้ แล้วก็ลองสแกนด้วยกล้องดิจิทัลจนได้เป็นไฟล์ไว้ดู  ผ่านไปหลายปี เลยเอาไปลองขายดู  ปรากฏว่าวันนี้มียอดโหลด ขายได้ด้วย  แม้จะได้เงินเพียงเล็กน้อย  แต่มันเป็นการบอกว่าภาพของเราเป็นที่ต้องการของบางคน  และภาพนี้จะอยู่ในระบบคอมฯตลอดไปจนกว่าโลกเราจะเลิกใช้อินเทอเน็ต

IMG_0284

IMG_0284bw

ภาพนี้มีที่มาจากการสแกนด้วยเลนส์มาโคร ดูรายละเอียดวิธีทำได้จากโพสท์นี้
การสแกนฟิล์มด้วยเลนส์มาโครและกล่องไฟ  

 

 

พาลูกเที่ยวกระบี่ ภูเก็ต 5วัน 4คืน ตอนที่4

เช้าวันที่ 4 ที่โรงแรม Pullman วันนี้ตื่นแบบไม่ต้องรีบ  เราค่อยๆกินข้าว แล้วมาเดินเล่นแถวๆหาดทราย  และมาหยุดเล่นหมากรุกยักษ์ที่ข้างสระน้ำ  หมากรุกสากลมีรูปแบบการเดินคล้ายๆหมากรุกไทย  ผมก็ไม่ค่อยแม่นในกฏกติกา  เล่นหมากรุกไทยได้  ก็เลยเล่นหมากรุกฝรั่งแบบปนมั่วในบางตัว

IMG_9601

เล่นจบแบบมึนงง  กลับจากทริปนี้ขอบฟ้าก็ขอให้แม่ซื้อกระดานหมากรุกสากลให้  แล้วก็หัดเล่นกันอย่างจริงจัง  ระหว่างที่เล่นก็ได้พบนักท่องเที่ยวชาวอินเดียที่เดินผ่านมาดูพวกเราเล่น  แล้วเขาก็ช่วยเล่นนิดหน่อย  พูดคุยกันพอรู้ว่า บ้านเขา อุณหภูมิ 50 องศา  เขามาเที่ยวเมืองไทยสบายกว่าอยู่บ้านเขา

IMG_9609

สายๆวันนี้เราเดินทางไปเที่ยวอควอเรี่ยม  หรือ ศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำที่อยู่ท้ายถนน  สุดถนนที่ใต้สุดของเกาะภูเก็ตเป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ  มีปลาหลายชนิด แม่กับขอบฟ้าไปเดินดูว่าตอนดำน้ำเจอปลาตัวไหนบ้าง ค่าบัตรเข้าชมสำหรับคนไทย 50 เด็ก 20 บาท ถูกมาก

IMG_9622

เราอยู่ในพิพิธภัณฑ์ที่แอร์เย็นสบาย  หลบแดดข้างนอกที่อุณหภูมิสัก 40 องศา  อยู่ถึงกลางวันก็เลือกไปกินอาหารที่ในเมืองภูเก็ต  เราขับรถเข้าถนนรัษดา  ถนนดีบุก ถนนพังงา วนเวียนอยู่ย่านนี้สักพัก  หาที่จอดรถยากมาก  การเดินทางมาเที่ยวภูเก็ตแล้วจะขับรถมาแวะร้านที่อยากแวะในเมืองเป็นเรื่องที่ทำไม่ได้เลย เทียบแล้วเหมือนขับรถเข้าถนนเยาวราช คิดเหรอว่าจะได้จอดหน้าร้านอาหารสักร้าน ไม่มีทางเลย  เราขับรถวนเวียนอยู่สักสองรอบก็โชคดีเจอรถที่กำลังเลี้ยวออก  เลยได้ที่จอด ได้แวะกินเสียที  เราเลือกที่จะกินร้านราดหน้าเจ้าดัง  ร้านนี้ผมเคยมากินแล้วเมื่อหลายปีก่อน  เป็นร้านที่ดังมานาน  มาวันนี้ดังยิ่งกว่าเดิม  มีลูกค้ารอคิวนานมาก  ร้านเต็มแทบตลอดเวลา  ผมกับลูกต้องยืนรอสิบห้านาทีกว่าจะได้โต๊ะ

IMG_9647

รสชาดอาหารอยู่ในเกณฑ์ที่ดี  กินอร่อย แนะนำเพื่อนให้มากินได้  แต่ไม่ได้รสเด็ดระดับห้ามพลาด  ผมแอบคิดไปว่าร้านนี้คนเยอะเพราะมีแอร์มากกว่า  ร้านอื่นๆที่คนน้อยก็ไม่เปิดแอร์  บางร้านก็ไม่มีแอร์  อากาศร้อนสุดๆได้นั่งกินห้องแอร์ใครๆก็ชอบ  ร้านราดหน้าร้านนี้ก็เลยแน่นตลอดเวลา

IMG_9643

อิ่มแล้วก็เดินเล่นดูวิวเมืองเล็กน้อย  สอดส่องแนวตึกแถว เดินอ้อมสี่แยกวนกลับมาที่รถ  เราได้เห็นร้านอาหารอีกมากมาย  แต่ดูไม่ค่อยมีคนแวะกิน  ได้เห็นร้านกาแฟน่านั่งหลายแห่ง  แต่เราไม่ใช่นักท่องเที่ยวที่เวลาเหลือเฟือ  เราไม่อยากนั่งเสพกาแฟในร้านค้าที่ดูดาดดื่นเหล่านี้  แม้ว่าจะรู้สึกอยากแวะ  แต่ลูกอาจไม่สนุก  และเรามีโปรแกรมต้องไปแวะที่อื่นอีกหลายแห่ง

IMG_9649

IMG_9652

IMG_9654

IMG_9659

ที่ตึกแถวใกล้ๆร้านราดหน้ามีงานวาดภาพบนผนังให้ดูด้วย  น่าสนใจสำหรับการพัฒนาให้เป็นจุดแวะถ่ายรูป  ถ้าทำให้ถึงมากกว่านี้จะเป็นแม่เหล็กดูดคนได้อีกจุดหนึ่ง  แต่ว่าต้องแก้ปัญหาจุดจอดรถให้ได้ด้วย

IMG_9663

ร้านกาแฟจำนวนมากที่เราขับรถผ่านดูแล้วก็คล้ายๆกัน  คือเป็นร้านที่เปิดขึ้นมาเพื่อรับนักท่องเที่ยว  แต่ผมก็ไม่เห็นว่านักท่องเที่ยวจะสามารถแวะร้านเหล่านี้ได้เลย  เพราะจอดรถยากมาก  เราขับรถออกจากย่านเมืองภูเก็ต  ภรรยาอยากให้แวะซื้อกาแฟสักแก้วก่อนจะไปแหลมพรหมเทพ  ก็เลยลองเลือกร้านกาแฟที่มีคนรีวิวว่ากาแฟเจ๋งมากๆร้านหนึ่ง  เป็นร้านที่อยู่ในซอกหลีบ กาแฟคร้าฟของที่นี่เป็นสิ่งที่ต้องลอง รีวิวบอกเราอย่างนี้ เราเปิดหาเส้นทางจาก googlemap แล้วลองไปดู  กะว่ากาแฟเจ๋งๆจะตกถึงท้องบ้าง แล้วเราก็พบว่าร้านหน้าตาเป็นแบบนี้

IMG_9664

ลักษณะเหมือนบ้านพักคนงานก่อสร้าง  ผมค้นพบครั้งที่สองในทริปนี้ว่า  คนที่เคยรีวิวร้านอาหารและกาแฟ เขาไม่ได้มีรสนิยมเดียวกับเรา  บางครั้งเราก็เสียความรู้สึกกับข้อมูลที่เกินจริง  โชคดีที่ร้านนี้ปิด  เราเลยได้ไปแหลมพรหมเทพเร็วกว่าเดิม  แต่กว่าจะถึงเราก็เดินทางค่อนข้างนาน ระยะทางไม่ไกล แต่ภูเก็ตรถติด  ติดจนขอบฟ้าหลับไปเลย  ลูกหลับในรถเราตัดสินใจไม่ปลุก ขอบฟ้าเลยไม่ได้เห็นแหลมพรหมเทพ

IMG_9677

หลังจากแวะถ่ายรูปที่แหลมพรหมเทพแล้วเราก็ขับเลยไปอีกประมาณ 5 นาที  เป็นสถานีติดตั้งกังหันลม  ที่มีนักเล่น paragliding กำลังเล่นสนุก  เราไปจอดรถบนสถานีไฟฟ้าใต้กังหันลมแล้วมานั่งดูฝรั่งเล่นเครื่องเล่นน่าสนุก

IMG_9694

แรงลมที่ประทะกับภูเขาแห่งนี้ช่วยหมุนกังหัน และช่วยให้เล่นร่มได้  นักเล่นบังคับให้ร่มลอยไปลอยมา บินขึ้นลงและย้ายไปมาได้เหมือนมีพลังวิเศษ  บางครั้งก็ลอยอยู่นิ่งๆได้ด้วย ดูแล้วน่าสนุกมาก

IMG_9706

แค่เพียงการต้านลมก็บังคับร่มให้ลอยไปลอยมาได้ดังใจ  ผมเริ่มเข้าใจแล้วว่า นกบินอพยพจากขั้วโลกเหนือไปขั้วโลกใต้  หรือ พวกที่อพยพข้ามทวีปนั้น ไปด้วยแรงลมเท่านั้น  ไม่ได้บินไปด้วยการกระพือปีกแบบที่ผมเข้าใจมาตลอด  และมันก็คงมีลมแรงระดับที่พาข้ามทวีปได้แค่ปีละไม่กี่ครั้ง มันถึงมีฤดูอพยพที่แน่นอน  ไม่ใช่อพยพได้ตามอำเภอใจ

IMG_9716

เราเลยขอถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึกสักหน่อย  ฝรั่งนักเล่นก็บังคับร่มให้ลอยมาเข้าเฟรมเพื่อให้ได้ภาพที่สมบูรณ์  แล้วก็เป็นภาพที่เห็น  มุมนี้เมื่อสัก 10 ปีก่อนผมกับภรรยาเคยมาถ่ายรูปร่วมกันแล้ว  เป็นภาพตอนยังไม่แต่งงาน

ภูเก็ต อ้อย บ๊ะ

ภาพด้านบนนี้เป็นภาพที่ถ่ายเมื่อปี 2009

แล้วเราก็กลับมาห้องพักที่โรงแรม  แต่เราแวะกินขนมเค้กที่ถนนท้ายเกาะเสียก่อน  เป็นร้านเค้ก kantary ที่มีชื่อเสียงอยู่เหมือนกัน  รีวิวบอกว่าร้านนี้ขนมอร่อย เราเลยลองแวะดูหน่อย ประเมินด้วยสายตาแล้วน่าจะอร่อยจริง และร้านก็ตกแต่งได้สวยมาก

IMG_9721

IMG_9725

IMG_9727

เราซื้อเค้ก  ไอติม กาแฟ แล้วก็นั่งกินเย็นๆในร้าน หามุมถ่ายรูปไปเรื่อย  ร้านแต่งโทนสีขาว มีแอร์เย็นๆน่านั่ง  เรานั่งแล้วไม่อยากลุกเลย เพราะอากาศข้างนอก 40 องศา

IMG_9732

IMG_9733

IMG_9757

กินอิ่ม เย็น อารมณ์ดี  กลับโรงแรมเล่นน้ำ เดินชายหาด ดูปูเดินไปเดินมา จับเล่นยังได้เลย และวันนี้ได้ดูพระจันทร์เต็มดวงที่โรงแรมด้วย พระจันทร์ดูใหญ่และชัดเจน ตอนขึ้นใหม่ๆที่ขอบฟ้าจะมีสีแดงมาก แล้วค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีส้ม และสีเหลืองตอนที่ลอยสูงขึ้นพ้นแนวภูเขาและตึก

IMG_9783

IMG_9791

เราจบวันนี้เร็วกว่าปกติ  เลือกที่จะกินมื้อเย็นเป็นข้าวกล่องที่ซื้อจากร้านตรงข้ามโรงแรม  ข้าวกล่องที่นี่ขนาดใหญ่มาก  ราคาก็ไม่แพงเลย คิดว่าฝรั่งแถวนี้คงเป็นลูกค้าประจำของร้านค้าย่านนี้

IMG_9801

IMG_9803

กลางคืนเข้านอนเร็ว และอัพโหลดรูปเข้าเว็บได้เรียบร้อย ผลจากการอัพเกรด os ในโน้ตบุ๊ค เน็ตที่นี่แรงและเสถียรดีมาก ที่สำคัญ ไม่เรื่องมาก การเชื่อมต่อไม่มีอะไรซับซ้อนให้รำคาญใจ  อยากรู้จริงๆว่าใครวางระบบเน็ตเวิร์คให้โรงแรมแห่งนี้