ขับรถ honda freed ขับมาแล้วสองปี

เราต้องแยกให้ออกระหว่างคำว่า สมรรถนะ กับ ความรู้สึกนะครับ

ผมได้รถฟรีดมาใช้ตอนปี 2553 เดือนเมษายน นับเป็นผู้ใช้รุ่นโง่บุกเบิก (ขอเหน็บฮอนด้านิดนึง) ตอนนี้ก็ผ่อนมาได้ครึ่งทางแล้วครับ เหตุที่เลือกก็เพราะตั้งใจเอามาใช้กับคนในครอบครัว

ฟรีด เป็นรถมหาสนุกครับ ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้วิ่งชนะวิออส หรือแคมรี่ มันออกแบบมาให้ใช้งานสำหรับความบันเทิงของคนในครอบครัว ลองคิดดูนะครับว่า มีรถคันไหนนั่งได้เกินห้าคนแล้วไม่อึดอัดบ้าง

การมีรถที่สามารถอำนวยความสะดวกให้กับพ่อแม่และคนแก่หลายๆคนเป็นเรื่องที่อิ่มในความรู้สึก มันวัดด้วยเงินไม่ได้  เอารถสปอร์ตสองที่นั่งมารับแม่ไปกินข้าว แม่ผมบอกว่า นั่งไม่สบาย เข้าออกลำบากมาก ดังนั้นเรื่องตัวเงินตัดไป  คนอายุเยอะเขาผ่านโลกมาเยอะ ของแพงเขาก็พอรับรู้ แต่ของน่าใช้มันวัดได้ที่รอยยิ้ม

รูปถ่าย0235

ถ้ามีเรื่องต้องเข้าออกโรงพยาบาล ผมยืนยันเลยว่าฟรีดเหมาะสม ตำแหน่งที่นั่งที่สูงของฟรีด มันเหมาะกับคนป่วยที่ไม่ต้องออกแรงพยุงตัวเองมาก  ถ้าใครเคยปวดหลังจะรู้ว่าการเข้าออกรถเก๋งมันใช้แรงที่หลังเยอะ พ่อผมป่วยเข้าออกโรงพยาบาลอยู่พักใหญ่ การมีรถแบบฟรีดทำให้ความรู้สึกในการเดินทางไปโรงพยาบาล มันเป็นกิจกรรมหนึ่งๆที่ไม่น่ากลัว ไม่น่าเบื่อ  ลองจินตนาการว่าถ้าต้องไปโรงพยาบาลด้วยแท็กซี่ กับรถเก๋ง มันไม่ต่างกัน มันจะรู้สึกว่าไปโดนเชือด ไปให้หมอด่า  แต่ถ้าไปด้วยฟรีด มันเป็นอีกเรื่องหนึ่งเลย มันคล้ายๆกับการไปหาข้าวนอกบ้านกิน บรรยากาศมันจะไม่เครียด พอความเครียดน้อย มันจะช่วยให้มีความสุขเพิ่มขึ้นจากภาวะการป่วยได้ ตอนพ่อผมเริ่มป่วยหนักและต้องใช้คนอุ้มเข้าออกจากรถ ประตูไฟฟ้าของฟรีดก็ช่วยให้การเข้าออกไม่ลำบากมาก ตอนนี้พ่อผมเสียไปแล้ว  ผมมั่นใจอย่างมากว่าตัดสินใจไม่ผิดที่ซื้อฟรีด  เพราะตอนที่เลือกรถคราวนั้น ผมลังเลระหว่างฟอร์ดโฟกัส TDCI ที่แรงและประหยัด  ส่วนฟรีดเลือกเพราะพ่อเลยและมันได้รับใช้พ่อผมเกือบสองปี

DSCF4355

DSCF4371

เทียบกับรถกระบะยกสูงยอดฮิตทั้งหลาย ช่วงน้ำท่วมผมได้มีโอกาสใช้วิโก้สี่ประตูยกสูง ความรู้สึกมันก็เหมือนฟอร์จูนเนอร์ไม่ผิดเลย มันใหญ่ นิ่ง เอิกเกริก จอดยากเหมือนกัน พละกำลังเหลือเฟือมาก ผมขับวิโก้ไปซื้อปูน 20 ถุงมาทำกำแพงกั้นน้ำ มันเป็นสิ่งที่ฟรีดทำไม่ได้ แต่ถ้าพูดถึงเรื่องการใช้งานประจำวัน ผมว่ามันใหญ่ไป แม่ผมต้องปืนขึ้นรถ แค่นี้้ก็ไม่ค่อยดีแล้ว พี่สาวพาพ่อกับแม่หนีน้ำท่วมไปต่างจังหวัด พ่อผมทรมานมาก เพราะไม่ค่อยแข็งแรง ผมอยากให้พี่สาวสลับรถเอาฟรีดไปแทน แต่พี่สาวกับแม่ก็ไม่อยากเสี่ยง เพราะไม่รู้จะไปเจอน้ำที่ไหน ตอนขนของส่วนตัวและเสื้อผ้าด้วยวิโก้สี่ประตู ด้านหลังเป็นกระบะเปลือย มันขนได้น้อยกว่าฟรีด เพราะของที่ไม่ต้องการให้โดนฝนหรือโดนน้ำต้องยัดในห้องโดยสาร กระเป๋าเสื้อผ้าของพ่อแม่ และของใช้คนป่วยยัดแทบไม่พอ พ่อนั่งหน้า แม่ผมต้องนั่งตัวลีบๆแถวสองไปกับกองของใช้ทั้งหลาย นาทีนั้นผมรู้สึกอยากได้ไมโครบัสมาใช้แทนจริงๆเลย

พี่สาวผมอีกคนซื้อแคมรี่ 2.0 มาใช้เมื่อสามเดือนก่อน แล้วก็ขับมาแลกกับผมเลยตอนออกจากโชว์รูม ผมเลยได้ใช้แคมรี่ป้ายแดงตั้งแต่หลักกิโลที่ห้าสิบ  ขับมาสามเดือน ใช้ไปแล้วแปดพันกิโล เหตุที่เขาเอามาแลกก็คือ เขาอยากลองขับฟรีดดูบ้าง  จะยืมผมขับเปล่าๆเป็นเดือนก็เกรงใจ

Camry 2.0

สามเดือนที่ผมขับแคมรี่ก็ค้นพบหลายๆอย่าง  ข้อดีของแคมรี่ก็คือ นุ่ม นิ่ม นิ่ง แรงดี ขับไปต่างจังหวัดสบายมาก  ผมสามารถเดินทางไปต่างจังหวัดได้เร็วกว่าฟรีดอย่างชัดเจน มันยอดเยี่ยมครับถ้านั่งคนเดียวหรือสองคน  แต่…….แต่พอนั่งห้าคน  สามคนด้านหลังแคมรี่มีอาการเมื่อยอย่างมาก ฟังจากคำบอกเล่าของแม่ยาย  แม่ยายนั่งรถผมไปเที่ยวพัทยา ไปพักหนึ่งคืน กลับมาบ้านนอนตัวงอเลย เพราะนั่งแถวหลังไปและนั่งเบียดไปสามคน  ผมกับแฟนนั่งหน้า เนื่องจากผมขับและแฟนกำลังท้อง เลยไม่ได้ให้คนแก่นั่งหน้า  เหตุการณ์คล้ายๆกัน ผมกับแม่ กับพี่สาว และน้อง และแฟน นั่งฟรีดไปพัทยา  ไปกินข้าวไกลๆ  ไปกลับแล้วคนนั่งทุกคนสบายดี คนที่เมื่อยคือผมเอง เพราะขับฟรีดด้วยความเร็วร้อยกว่า  มันต้องใช้สมาธิมากกว่าแคมรี่  แต่จบทริปแล้วก็สบายๆ ทุกคนมีความสุขกับการเดินทาง  แม่บอกว่า นั่งฟรีดเหมือนนั่งห้องรับแขก มันสบาย โปร่ง

อัตราสิ้นเปลืองของฟรีดผมเคยเข้าใจว่าประหยัด แต่พอได้ลองแคมรี่แล้วผมกลับพบว่าแคมรี่ทำอัตราสิ้นเปลืองได้ดีกว่า  โดยเฉพาะการขับในเมือง  ผมวัดด้วยระยะทางแปดพันกิโล จดค่าน้ำมันทุกถังที่เติม ฟรีดที่ผมขับทำได้อัตราเฉลี่ย 9-10กิโลเมตรต่อลิตร  ส่วนแคมรี่ทำได้ 10-11  ทางไกล ตอนผมไปเที่ยวพิษณุโลก สุโขทัย ทริปนั้นทั้งทริปผมจำตัวเลขไม่ได้แต่คุ้นๆว่าประมาณ 13-14 กิโลเมตรต่อลิตร  ส่วนแคมรี่ ผมขับลงใต้ไปเที่ยวชุมพร ไปกลับทั้งทริปทำได้ประมาณ 12-13 กิโลเมตรต่อลิตร

ประตูของแคมรี่มันไหลครับ ปกติประตูรถยนต์จะมีระยะการเปิดได้หลายระดับ  เปิดนิดเดียวตอนเจอที่แคบ  เปิดระยะกลางๆเพื่อให้ขึ้นลงได้สบาย  เปิดสุดๆเลยเน้นกว้างเอาไว้เผื่อขนของเข้ารถ  คราวนี้ ประตูฟรีดมันก็มีระยะแบบนี้เหมือนกัน แคมรี่ก็มี  แต่ของฟรีดมันจะหยุดค้างที่สเต๊ปต่างๆได้เลย ไม่ไหลต่อ

แต่ของแคมรี่มันจะมีระยะให้เรารู้ว่ามันมีสเต๊ป แต่มันไม่หยุดค้างให้  พอเราเปิดแคบๆเพื่อระวังรถที่จอดข้างๆ ปล่อยมือจากประตูเมื่อไหร่  มันจะค่อยๆไหลออกไป แล้วก็ไปกระแทกค้นข้างๆ ผมเจอเหตุการณ์นี้บ่อยๆ ส่วนฟรีดเปิดนิดเดียวมันก็ค้างแบบนิดๆให้ แต่ถ้าเจอที่แคบมากๆ ก็ลงทางประตูสไลด์ไปเลย ผมก็ว่านี่แหละรถสำหรับเมืองหลวงอย่างแท้จริง

ตอนนี้แฟนผมท้องแก่แล้ว ก็เตรียมความพร้อมเรื่อง car seat เอาไว้ ไม่มีรถเก๋งคันไหนที่ติด car seat  1 จุดที่แถวสอง แล้วยังนั่งได้อีก 5 คน รวมคนขับ มีแค่ฟรีดนี่แหละ  จริงๆต้องบอกว่ามีแต่ MPV ที่ทำได้  ซึ่งในตลาดก็มียี่ห้ออื่นๆใกล้เคียงให้เลือก แต่ ฟรีด เป็น MPV ที่ประหยัดน้ำมันที่สุด และหน้าตาดีที่สุด  และมีประตูสไลด์

ผมไม่แปลกใจที่แคมรี่ขายดี เพราะใครได้ลองขับย่อมถูกใจทุกคน ระหว่าง วิออส อัลติส แคมรี่ ให้เลือกหยิบฟรี ทุกคนย่อมหยิบแคมรี่แน่นอน แล้วถ้าเลือกระหว่าง แคมรี่กับฟรีดล่ะ ผมก็จะยกมือบอกว่า ผมเลือกฟรีด ตอนนี้ผมแลกกลับแล้ว เพราะว่าฟรีดเป็นรถที่เอาใจคนนั่ง ไม่ได้เอาใจคนขับ ผมมีความสุขเมื่อคนที่นั่งรถไปกับผมมีความสุข  เหตุผลมันเรียบง่ายแค่นี้จริงๆ

การ์ดแต่งงาน letterpress

การ์ดแต่งงานที่พบในปัจจุบันมีหลายรูปแบบ แบบที่ทำยากและไม่ค่อยพบว่ามีใครเขาทำกันคือแบบ letterpress ปกติเวลาได้รับการ์ดแต่งงานเราก็จะได้รับการ์ดสีครึมหรือสีชมพู ในนั้นก็จะพิมพ์ด้วยตัวสีทอง หรือสีเงิน เป็นงานปั๊มทองเค ในโรงพิมพ์จะเรียกว่า เคทอง หรือ เคเงิน คำว่า “เค” มาจากไหนผมก็ไม่แน่ใจ แต่มันก็คือการเอาบล็อกเหล็กมาติดกับแผ่นความร้อนแล้วเอาไปกดแผ่นทองชนิดพิเศษ แผ่นทองเมื่อโดนความร้อนจะละลายติดกับกระดาษ แรงกดและความร้อนจะทำให้ทองติดบนกระดาษ การพิมพ์แบบนี้ก็เป็น letterpress ประเภทหนึ่ง แต่มันไม่มีสี

เมื่อต้นเดือนนี้ผมทำการ์ดแต่งงานให้ลูกค้ารายหนึ่ง เจ้าภาพต้องการอารมณ์ letterpress คือตัวหนังสือมีรอยจมลงไปอย่างเด่นชัด ผมดูอาร์ตเวิร์คแล้วก็เลือกที่จะพิมพ์ด้วยระบบอ็อพเซ็ทแทนที่จะพิมพ์ด้วยบล็อกเหล็กตรงๆ เพราะว่ากระดาษที่ใช้เป็นสีขาวงาช้าง มีการย้อมสีพื้น ตัวหนังสือเป็นสีประมาณสามสี การพิมพ์ letterpress ลงบนพื้นที่กว้างๆเป็นสิ่งที่ไม่น่าทำ มันเหมือนตรายางที่ไม่สามารถจะกดหมึกได้เรียบตลอดกระดาษ ยิ่งกระดาษมีรอยเป็นลอนๆเสียด้วยยิ่งพิมพ์แล้วไม่สวย

ผมใช้วิธีพิมพ์อ็อพเซ็ทด้วยสีพิเศษจำนวน 4 สี ค่าสีระบุตามรหัสสีของ pantone ทำเพลทสีพิเศษ 4 ใบ ผสมสีตามตัวอย่างของ pantone พิมพ์จริง 1 รอบเพื่อให้ลูกค้าตรวจ เมื่อสีผ่านแล้วก็ค่อยพิมพ์จริงทั้งหมด กระดาษเท็กเจอร์ เลือกกระดาษชื่อ ACQ สีขาวงาช้างความหนา 300g พอพิมพ์เสร็จก็เอาบล็อกเหล็กสำหรับทำงานปั๊มจมมาทำการปั๊มต่อ ก็คือมีบล็อกเหล็กสองแผ่น แผ่นบนจะเป็นตัวผู้มีตัวหนังสือตรงกับอาร์ตเวิร์คตัวหนังสือทุกคำ แผ่นล่างจะเป็นบล็อกตัวเมีย ปั๊มจมเพื่อสร้างรอยกดให้เหมือนเป็นงาน letterpress โดยตั้งน้ำหนักกดให้ไม่มากเกินไป เอามือลูบผ่านตัวหนังสือจะรู้สึกจมก็พอ

ตอนที่อยู่ในขั้นตอนการพิมพ์และปั๊มก็ลุ้นว่าจะออกมาสวยไหม พองานจบก็โล่งใจ สวยตามที่คิดไว้ หยิบตัวอย่างมาถ่ายภาพเก็บไว้ การถ่ายภาพรอยจมของกระดาษเป็นเรื่องที่ยากเหมือนกัน ต้องใช้เลนส์มาโครโฟกัสใกล้ๆ เลือกแนวแสงสว่างให้ช่วยเน้นรอยจมให้ดูชัดขึ้น ก็ได้ภาพตามที่เห็น

ลงหนังสือ weddingguru

ภาพงานแต่งและรายละเอียดเบื้องต้นในงานแต่งงานของผมได้ลงในหนังสือ wedding guru เป็นฉบับประจำเดือนมกราคม 2555 แม้ว่าข้อมูลจะเพียงเล็กน้อยแต่ก็รู้สึกดีใจที่ได้ลง เพราะปีหนึ่งๆมีคู่แต่งงานมีหลายพันหลายหมื่นคู่ การได้ลงข้อมูลของงานในหนังสือเหล่านี้ก็เป็นเรื่องน่าภูมิใจ และเอาไว้คุยโม้กับเพื่อนฝูงได้สนุกปาก

งานแต่งงานของผมจัดวันที่ 12 มิถุนายน 2555 ใช้เวลาเตรียมงานประมาณ 6 เดือนไม่จริงจัง แต่จะเข้มข้นในสองเดือนสุดท้าย ซึ่งตอนช่วงเวลาเข้มข้นนั้นผมแทบไม่ได้ทำงานอย่างอื่นเลย ผลของงานออกมาตามภาพที่เห็น แม้ว่าจะมีข้อบกพร่องให้ติได้อยู่หลายข้อ แต่ผมก็ให้อภัยตัวเอง ไม่คิดจะจัดงานซ้ำในรอบแก้ตัว

ทีมงานที่จัดงานให้ผมได้แจ้งกับผมหลังจากจบงานไปสองเดือนว่ามีหนังสือสนใจอยากจะเอาข้อมูลในงานผมไปลง ซึ่งผมก็ไม่มีปัญหา (อยากอยู่แล้ว) ก็เลยนัดคุยกับทีมงานของหนังสือ คุยกันเดือนตุลา หนังสือออกมกราคมปีถัดมา

ผมเห็นภาพที่ลงหนังสือแล้วก็ทำให้นึกถึงเหตุการณ์ต่างๆในงาน มีภาพหลายภาพที่ผมชอบมากกว่าที่เห็นในหนังสือ อีกอย่างหนึ่ง ผมเองก็คิดจะเขียนสรุปเกี่ยวกับงานแต่งงานของตัวเองบ้างเช่นกัน แต่ก็ไม่ได้มีเวลาว่างที่ยาวนานพอจะสรุปความคิดให้ตกผลึกได้ มีหนังสือออกมากระตุ้นทำให้ความอยากเขียนกลับมาใหม่ เดี๋ยวจะค่อยๆเขียนออกมา เพราะสิ่งที่พยายามทำก่อนจะจัดงานแต่งงานมันน่าจดจำกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในงานเสียอีก


ระหว่างไปถ่ายภาพคู่เก็บไว้ใช้ในงาน


ทองที่ใช้ในพิธี

From for wordpress5

คนขายแหวน

From for wordpress5

แหวน


ตุ๊กตาของแจกในงาน


ลองชุดเจ้าสาว


สมุดโน้ตแทนของชำร่วย


เข็มกลัดติดเสื้อให้สต๊าฟและเจ้าภาพใช้


ป้่ายร้อยของแจกอื่นๆในงาน


จานรองแก้ว


เจ้าสาว


ตอนแจกการ์ดเพื่อน


การ์ดแต่งงานรุ่นผู้ใหญ่


การ์ดแต่งงานรุ่นที่ออกแบบตามใจ แต่ไม่ได้แจก


ดูสถานที่โรงแรมกลางเมือง


ไปดูโรงแรมใกล้บ้าน


ดูสถานที่จัดงานเช้าแบบเล็กๆ


ดูสถานที่ ราชนาวีฯ ติดเจ้าพระยา

รูปถ่าย0034


ซ้อมดนตรี

รูปถ่าย0035


ระดมทุน

รูปถ่าย0187


ลองทำของชำร่วย

รูปถ่าย0270


กล่องรับซองจากญาติ ผ่านมาหลายงานแล้ว เตรียมไว้แต่ไม่ได้ใช้

รูปถ่าย0293


ดูสถานที่ ตรัยย่า

รูปถ่าย0303


รูปแบบการถ่ายภาพหมู่ในงาน แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ถ่ายแนวนี้ เพราะลืม

สวัสดีขอบฟ้า

สวัสดีขอบฟ้า
ขอบฟ้าคือสิ่งที่ไกลที่สุดบนโลกใบนี้ที่คนเรามองเห็น
ขอบฟ้าอาจเป็นที่ซึ่่งไม่เคยไปถึงด้วยกำลัง
แต่เป็นที่ต้องเข้าถึงด้วยจินตนาการ

วันที่ถ่ายภาพนี้ขอบฟ้าอายุสี่สัปดาห์ ตัวเล็กกว่าเมล็ดถั่วเขียวหลายเท่า

วิธีวัดความดันที่แม่นยำที่สุด

การวัดความดันของร่างกายควรจะวัดตอนที่ไม่เหนื่อย ไม่ได้เคลื่อนไหวรุนแรง จะให้ดีต้องนอนนิ่งๆสักสิบห้านาทีก่อนจะวัดเพื่อความแม่นยำ คุณหมอบอกมา ไม่เชื่อได้ไง

วิดีโอนี้ถ่ายด้วยมือถือ samsung galaxy note ถ่ายด้วยความละเอียด1280x720pixel

แหวนแต่งงาน 6 เดือนต่อมา

IMG_8401   แหวนวงนี้ผมใส่มา 6 เดือนแล้ว ไม่เคยถอดเลย เพิ่งจะถอดมาลองถ่ายรูปเล่นนี่แหละ ปกติคนใส่แหวนเขาถอดล้างกันบ้างหรือเปล่าก็ไม่เคยรู้ ดูสภาพแล้วเยินอย่างบอกไม่ถูก หกเดือนที่แล้วก่อนจะใช้งานมันเป็นแบบนี้ DSCF1394

กล้อง canon eos5d เลนส์ canon macro100mm แฟลช nikon sb25 ต่อกับกล้องด้วยทริกเกอร์ไร้สาย

เตรียมงานแต่งงาน season2 การ์ดเชิญ

ตั้งใจว่าจะเขียนเรื่องนี้ก่อนแต่งงาน แต่การเตรียมงานแต่งงานของผมก็ค่อนข้างยุ่ง เลยไม่ได้เขียนบล็อกอีกพักใหญ่ๆ และพอผ่านงานแต่งงานไปแล้วก็มีงานค้าง มีการเดินทางเข้ามาแทรกบ่อยๆ บทความนี้เลยถูกดองไปนานหลายเดือน

สิ่งพิมพ์ในงานแต่งงานเป็นของคู่กัน จะแต่งงานก็ต้องแจกการ์ด การ์ดเชิญงานแต่งงานทั่วไปก็จะเป็นการ์ดพับขนาดพับแล้วประมาณ 5×7 นิ้ว ใส่ซองสวยๆมีลวดลาย ผมก็เป็นคนที่พิมพ์การ์ดให้คนอื่นอยู่บ่อยๆ บางคนแหวกแนวหน่อยนึงก็ทำเป็นการ์ดเดี่ยว พิมพ์หน้าเดียวบ้าง สองหน้าบ้าง พิมพ์เป็นตัวหนังสือสีทองหรือสีเงินบ้าง ผมค่อนข้างเบื่อกับการ์ดต่างๆ เพราะที่เคยได้รับการ์ดเชิญมา มันก็ดูคล้ายๆกัน เวลาผ่านไปก็วางไว้ในลิ้นชัก นานๆเปิดเก๊ะออกมาดู มีการ์ดกองไว้เป็นปึก ดูผ่านๆก็ไม่รู้ว่าของใครบ้าง

ผมก็เลยตั้งใจว่าต้องออกแบบการเชิญให้เขาอยากเก็บการ์ดของผม ไม่ทิ้งขว้างหรือกองไว้แล้วดูไม่รู้ว่าเป็นการ์ดของผมเอง ก็เลยเป็นที่มาของการ์ดใหญ่ผิดปกติ และการ์ดเล็กที่ไม่ปกติเช่นกัน

การ์ดใหญ่ของผมจะขนาดใหญ่ประมาณ 13×18 นิ้ว พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ดิจิทัลบนกระดาษ ACQ 300g  จากนั้นก็จะเอาไปทากาวประกบกับกระดาษแข็งเบอร์ 16  เพื่อให้มีความหนา  สามารถจะหยิบถือแล้วทรงตัวเป็นป้ายได้เลย  การแจกการ์ดของผมก็คือจะเอาป้าย(การ์ดเชิญ) ไปให้เพื่อนถือแล้วถ่ายภาพนั้นไว้  จากนั้นก็จะปริ๊นท์ภาพถ่ายออกมาให้เพื่อนเป็นการ์ดเชิญ  ดูในภาพจะเห็นข้อความบนป้าย  มีรูปของเพื่อนอยู่ในนั้นมันทำให้การเชิญของผมน่าจะเป็นที่จดจำ และการ์ดของผมคงถูกทิ้งช้าลง หรืออาจจะไม่ถูกทิ้งเลย เหมือนกับที่ผมเก็บรูปถ่ายของตัวผมเองไว้ ไม่เคยคิดจะทิ้ง  อาจจะมีลืมว่าเก็บไว้ที่ไหน แต่จะไม่ทิ้ง

ให้เพื่อนถือแล้วก็ถ่ายภาพเก็บไว้

ผลัดกันถือ  อิริยาบถต่างกัน ตามสบายเลย

บางคนติดธุระอยู่  บอกให้ถือก็ถือ  ไม่ได้สงสัยว่าจะทำอะไร

บางคนหลับอยู่ ถือไม่ได้ ผมก็วางพาดเลย  แล้วก็ถ่ายภาพเก็บไว้

หลังจากนั้นก็อัดภาพให้กับเพื่อนๆทุกคน  สำหรับเพื่อนคนที่หลับผมก็อัดแล้วก็เอาไปวางบนตัวมัน ถ่ายภาพเก็บอีกทีหนึ่งเอาไว้แซวกันเล่นๆตอนแก่  ว่าตอนแจกการ์ดมันหลับอยู่  ไม่รู้ตัวเลย

ผมตั้งใจทำให้งานแต่งงานของผมมีความน่าสนใจ  ไม่อยากให้เพื่อนลืมง่ายๆ  อะไรที่ชาวบ้านเขาทำกันผมไม่ทำเลย  มันเป็นคอนเซ็ปแรกของการแต่งงานของผม

ไปดูเขาซ้อมดนตรี

มีนัดไปดูซ้อมดนตรี นักร้อง นักดนตรีเป็นรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัย สมัยก่อนผมกับพี่ๆทั้งหลายอยู่ชมรมบันเทิง มีหน้าที่ยกเครื่องเสียงไปติดตั้งตามตึกต่างๆเพื่อใช้ในงานรับน้องของแต่ละคณะ ยิ่งตอนจะปิดภาคการศึกษาจะมีงาน by-nior ยิ่งงานเยอะหัวปั่น

พี่ๆกลุ่มนี้รวมตัวกันกันอีกครั้งหนึ่งเมื่อปีกว่าที่ผ่านมา รวมตัวกันเฉพาะกิจเพราะจะไปเล่นในงานแต่งงานของคนในกลุ่ม และปีนี้ ก็เป็นการรวมตัวกันเพื่องานของผมเอง

ด้านล่างเป็นวิดีโอที่ใช้ไมค์ zoom h1 บันทึกเสียงแยก แล้วเอาเสียงที่แยกบันทึกมาใส่แทน
ถ้าดูในวิดีโอจะเห็นไมค์วางไว้บนตู้แอมป์ fender

เพลง ก่อน ของ โมเดิร์นด๊อกซ์
เพลงนี้ออกปี พ.ศ. 2537 ยังเป็นเพลงชาติของห้องซ้อมดนตรีอยู่เลย
กึต้าร์ พี่เต้ย
กีต้าร์ พี่เอ๊กซ์
นักร้อง พี่เหลียง
น้องอีกสองคน คือน้องออม น้องเบ็น มาช่วยร้องเพลงผู้หญิง

ถ่ายภาพแหวนให้เป็นรูปหัวใจ

ถ่ายภาพแหวนให้เป็นรูปหัวใจ
เคยเห็นภาพในอินเทอเน็ตที่เขาถ่ายออกมา ทีแรกก็คิดว่าเป็นภาพรีทัช แต่พอมานั่งคิดนานๆก็คิดว่ามันอาจจะเป็นไปได้ ก็เลยทดลองถ่ายเองบ้าง เงาที่พาดไปบนสันหนังสือกลายเป็นเส้นโค้งรูปหัวใจจริงๆ
สีสันที่เลือกถ่ายภาพเป็นสีอมฟ้าเพราะตั้งใจตั้งค่ากล้องให้สีเพี้ยน เสียดายที่ยังไม่ได้เช็ดแหวนให้สะอาด ไว้จะถ่ายใหม่อีกครั้ง

DSCF1392

ถ่ายเพิ่มครั้งที่สอง เช็ดแหวนให้สะอาด ถ่ายให้เห็นตัวหนังสือด้วย ลองเปลี่ยนค่าอุณหภูมิสีให้เป็นสีอมเหลืองแทน

DSCF1394

เบื้องหลังการถ่ายทำ หนังสือวางบนโต๊ะ แฟลชวางบนกระป๋องทิชชู่ ความสูงประมาณคืบ จริงๆสูงเท่าไหร่ก็ได้ แต่มุมที่แสงลงไปบนแหวนน่าจะประมาณ 45 องศา ยิ่งวางแฟลชไกลจากแหวน ยิ่งทำให้เงาคมชัดยิ่งขึ้น

DSCF1395

DSCF1384

เตรียมงานแต่งงาน season1 ภาพถ่าย

ในช่วงเวลาสามสิบวันที่ผ่านมา และก่อนหน้านั้นอีกนิดหน่อยผมค่อนข้างยุ่งมาก ยุ่งกับการเตรียมงานแต่งงานของตัวเอง ทั้งที่ผมก็เป็นช่างภาพถ่ายงานแต่งงานมาบ้าง แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าจะมีผลช่วยให้ผมทำงานได้เร็วขึ้นเลย มีหลายอย่างที่ผมเคยคิดว่าง่ายๆมันก็ไม่ค่อยง่ายอย่างที่คิด นั่นอาจจะเป็นเพราะในงานคนอื่นผมรับผิดชอบเพียงแค่การถ่ายภาพเท่านั้น แต่พอเป็นเรื่องของตัวเอง ต้องไปเป็นเจ้าบ่าวเองทุกอย่างมีขั้นตอนเยอะกว่าที่คิด และมีขึ้นตอนเพิ่มเพ่ิมขึ้นจากเดิมเสมอในระดับย่อยๆของแต่ละเรื่อง

วันนี้ผมเหลือเวลาอีกประมาณยี่สิบกว่าวัน หลายอย่างยังไม่ลงตัว ผมช่วยเพื่อนเรื่องถ่ายภาพพรีเวดดิ้งได้ แต่ผมถ่ายภาพพรีเวดดิ้งของตัวเองไมไ่ด้ แม้ว่าภาพที่ผมถ่ายกับแฟนเก็บเอาไว้ตั้งแต่ช่วงแรกๆที่รู้จักกันจะมีจำนวนให้ใช้ได้ไม่น่าเกลียด แต่คำว่าไม่ได้ถ่ายภาพพรีเวดดิ้งก็มีอยู่ในคำสนทนาระหว่างผมกับแฟนอยู่บ่อยๆ

พรีเวดดิ้งของคนส่วนใหญ่เป็นการถ่ายภาพอย่างมุ่งมั่นก่อนการแต่งงาน เพื่อเอาภาพเหล่านั้นไปโชว์ในงาน ผมเองก็พอเข้าใจ แต่ผมก็เลือกที่จะไม่ถ่ายภาพพรีเวดดิ้งระดับมุ่งมั่นแบบนั้น ด้วยเหตุผลสองอย่าง อย่างแรก มันเป็นค่าใช้จ่ายที่เยอะเหมือนกันถ้าจะเอาภาพพรีเวดดิ้งระดับดีๆ เพราะอาจต้องไปจ้างถ่าย ไปแต่งหน้าทำผม ใช้เวลาสองวัน และใช้ช่างภาพราคาหมื่นกว่าบาทเพื่อให้ได้ภาพที่ผมยังไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร คิดแบบนี้ก็แทบไม่ต้องถ่ายแล้ว อย่างที่สอง ผมไม่ได้อยากได้ภาพที่เซ็ทอัพถ่ายเพราะมันดูเกินจริง มันเป็นลักษณะภาพที่ผมไม่ชอบ ผมซื้อ ipad ได้โดยไม่ต้องลังเล แต่ผมไม่อยากจ่ายให้กับสิ่งที่ผมไม่รู้ว่าผมต้องการจริงไหม?

หลังจากวันนี้ไป ผมคงนั่งเลือกภาพของตัวเองกับแฟนขึ้นมาจากโกดังเก็บภาพ มันเป็นภาพที่ผมกับแฟนเคยถ่ายคู่กัน หรือผมถ่ายเขาไว้คนเดียว ผมอยากจะบอกเขาว่า ผมถ่ายภาพพรีเวดดิ้งตั้งแต่วันแรกที่เราไปเดทกันแล้ว เดทแรกของเราอยู่ในสวนลุม ผมมีภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว ผมตั้งใจใช้ภาพนั้นในวันแต่งงานอยู่แล้ว ทุกวันทุกที่ที่ผมกับแฟนไปไหนด้วยกัน ผมมีภาพถ่ายเล่นๆระดับบ้านๆ และภาพถ่ายเล่นๆระดับจริงๆจังอยู่จำนวนมาก วันนี้ใกล้วันงาน ผมเลยยังไม่คิดจะไปถ่ายภาพเพ่ิมเติม เพราะที่ผ่านมามันก็มีพอให้ใช้ เพียงแค่มันยังไม่ถูกจัดทำออกมาเป็นภาพบนกระดาษเท่านั้นเอง

ภาพคู่ของผมกับแฟนประมาณเก้าสิบเปอร์เซ็นเป็นการตั้งขาตั้งกล้องแล้วตั้งเวลาถ่าย กดปุ่มชัตเตอร์แล้ววิ่งไปเข้าเฟรมที่แฟนผมนั่งรออยู่แล้ว มันดูทุลักทุเล แต่ผมอยากให้มองข้างหลังภาพ ผมพยายามเลือกวิธีการที่ใช้เงินซื้อไม่ได้ ต้องอาศัยความพยายามที่มากระดับหนึ่ง ฟังดูแล้วมันก็ดูงกและขี้เหนียว

มันเหมือนการทำอาหารกินเอง แน่นอนว่าการจ้างพ่อครัวเก่งๆระดับโรงแรมห้าดาวมาทำให้กินมันก็ไว้ใจได้เรื่องรสชาดอาหาร แต่มันทำซ้ำทุกวันไม่ได้ ผมมีความคิดขวางโลกอยู่อย่างหนึ่งที่แฟนผมอาจจะยังไม่รู้ เพราะผมไม่เคยบอกอย่างจริงจัง มันเป็นความคิดว่า ผมเลือกสิ่งที่ผมสามารถทำได้ทั้งชีวิต แปลว่า ถ้าผมทำอย่างนั้นในทุกๆวันไมไ่ด้ ผมก็ไม่อยากทำ ผมไม่สามารถจะจ้างใครต่อใครมาเป็นช่างภาพประจำตัวประจำตระกูลได้ทุกวัน แต่ผมถ่ายภาพเองได้ทุกวัน และที่สำคัญ ผมไม่สามารถยิ้มให้คนแปลกหน้าได้ เพราะผมไม่ใช่นักยิ้มมืออาชีพ รอยยิ้มที่มาจากการพยายามมันแห้ง


ภาพคู่กดปุ่มแล้ววิ่งมานั่ง


ภาพจากเดทที่ 3

ภาพจากเดทที่ 2

ภาพคู่ตั้งกล้อง กดปุ่มแล้ววิ่งเกือบตกเขา ที่จริงมืดมาก

ภาพคู่จากการให้เพื่อนช่วยถ่ายให้ เป็นภาพจากฟิล์ม ใช้กล้องพลาติกแถมมากับสบู่

ภาพคู่จากการตั้งขาตั้ง กดชัตเตอร์แล้ววิ่ง ภาพนี้วิ่งไกลระยะกลาง

วิ่งจนเหนื่อย

ภาพนี้วิ่งระยะไกลเพราะใช้เลนส์ซูม 200m ระยะวิ่งน่าจะประมาณ 25 เมตร มีเวลาวิ่ง 8 วินาที ต้องเข้าไปนั่งให้เรียบร้อยและมีเวลาเหลืออีก 2 วินาทีที่จะเก๊กหน้าให้เหมือนไม่เหนื่อยก่อนที่กล้องจะทำงาน

ติดรถเข็นใน honda freed

ในเว็บ thaifreed.com มีการจัดมีทติ้งกันเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2553 ไฮไลท์ในงานนี้มีสมาชิกท่านหนึ่งติดเก้าอี้คนป่วยระบบไฮดรอลิกค์มาด้วย  งานนี้เพื่อนร่วมเว็บต่างก็ชื่นใจที่เห็นการทำงานของระบบอำนวยความสะดวกตัวนี้  อ็อพชั่นติดเก้าอี้ไฮดรอลิกค์ทำให้ honda freed กลายเป็นรถอเนกประสงค์ที่มีความคุ้มค่าเพิ่มยิ่งขึ้น  เก้าอี้ชุดนี้ทำให้การเดินทางของคนที่เดินไม่ได้สามารถใช้ชีวิตร่วมกับสมาชิกในครอบครัวได้ไกลจากเตียงนอนมากยิ่งขึ้น  วันหนึ่งผมคงจะหามาติดเช่นกัน

มีคนอธิบายไว้ว่า  รถยนต์ที่มีระบบเก้าอี้ไฮดรอลิกค์แบบนี้เคยต้องจ่ายเงินด้วยค่าตัวระดับสามล้าน  เพราะมันอยู่ในรถตู้คันละสามล้านนั่นเอง  อาจจะมีคนบอกว่ารถตู้คันเล็กก็ติดได้  ผมก็ชื่อว่าติดได้  แต่ยังไม่เคยเห็น  รถ freed คันนี้เป็นรถคันเล็กที่สุดที่ผมเคยเห็นที่เคยมีการติดตั้งเก้าอี้ไฮดรอลิกค์  ราคาเก้าอี้สองแสน  ราคารถ freed ประมาณหนึ่งล้าน  รวมแล้วล้านสองแสน  รถกระทัดรัด ประหยัดน้ำมัน  ขับง่าย จอดสะดวก  พาคนป่วยออกจากบ้านได้  ไม่เป็นภาระการเดินทาง  สังขารไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป  ไม่ใช่แค่ขับเที่ยวหรอก  แต่การเดินทางพาไปโรงพยาบาล  การพาไปกินข้าวนอกบ้าน  การทำกิจกรรมร่วมกัน  มันสัมผัสความรู้สึกดีๆได้ชัดเจน

การแสดงออกถึงความใส่ใจคนสูงอายุในบ้านที่แลกมาด้วยเงินล้านสองแสนแบบผ่อนได้สี่ปีเป็นอย่างน้อย  มันคุ้มค่ามาก  ผมคิดไม่ออกว่าผมอยากให้ honda freed มีอะไรเพิ่มเติมไปกว่านี้  เพราะเท่าที่มีอยู่มันก็ทำให้ผมรู้สึกพอใจแล้ว